น้ำมิ้ม

"เลิกจัดโซฟา แล้วมานอนบนเตียงกับพี่นี่แหละ" ใกล้รุ่งถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อฝ่ามือหนานั้นกลับอ้อมสองแขนของเธอไปโอบรอบแผ่นหลังของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆรั้งร่างแบบบางนั้นด้วยสองแขนแข็งแกร่งจนเธอตกอยู่ในอ้อมแขนที่กอดกระชับเอาไว้อย่างอ่อนโยน “เห็นไหมบอกแล้วว่าไม่เป็นไรสักหน่อย”

ตอนที่ 7 : แม่ทัพออกโรง (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 : แม่ทัพออกโรง (1/2)

คำค้น : ปฐพีใกล้รุ่ง , แต่งงานหลอกๆ ,พินัยกรรม , มรดก , ที่ดิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 682

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2560 20:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 : แม่ทัพออกโรง (1/2)
แบบอักษร

คณุตม์ถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่ร้อยแล้วเห็นจะได้หลังจากที่ต้องนั่งแกร่วรอที่สนามบินมาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม ถึงแม้ว่าวันนี้สนามบินแห่งเดียวในจังหวัดพิษณุโลกจะมีคนไม่ค่อยพลุกพล่าน หากชายหนุ่มก็รู้สึกได้ว่าสายตาแทบจะทุกคู่ต่างก็ลอบมองมายังเขาทั้งนั้นจนคณุตม์ได้แต่อึดอัด

ถ้าไม่เห็นแก่ปู่ของเขาที่คะยั้นคะยอให้เขามาที่พิษณุโลกนี้เพื่อให้เขามาท้าพิสูจน์...เขาคงไม่ยอมเสียเวลาทำงานทำการมาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้!

“นุดก็เห็นแล้วว่าปู่ไม่ได้คิดไปเองหรือว่ากังวลมากเกินไป ปู่ไม่อยากให้นุดประมาทผู้หญิงแบบนิอร ในระหว่างที่ปู่กำลังจัดการทุกอย่าง นุดคงไม่อยากให้ปู่ต้องเป็นห่วงนุดมากเกินไปหรอกใช่มั้ย” นายพงษ์สิริเอ่ยถามขึ้นพลางจ้องหลานชายที่ยังคงทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

“แต่ผมก็คิดว่าปู่ไม่จำเป็นต้องให้ผมแต่งงานนี่ครับ ใกล้รุ่งจะช่วยอะไรผมได้”

“อย่างน้อยเขาก็จะปกป้องแกจากผู้หญิงไม่ดีที่จะเข้ามาในชีวิตแกได้ คณุตม์.. แกก็เห็นตัวอย่างจากพ่อของแกแล้ว การมีผู้หญิงไม่ดีเข้ามาในชีวิตแค่คนเดียว แต่คนที่ต้องเจ็บปวดและสูญเสียมันไม่ใช่แค่หนึ่ง แกเองก็น่าจะรู้เรื่องนี้ดีที่สุด ว่าเพราะผู้หญิงคนนั้นทำแกต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง!”

ชายหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ ... เขาจะคอยดูว่า ‘ผู้หญิงดีๆ’ ที่คุณปู่การันตีนักหนานั้นจะดีจริงหรือแค่อวดสรรพคุณ

“เอาวะ ...อย่างน้อยก็จะได้มีเหตุผลกลับไปแย้งคุณปู่ได้” ชายหนุ่มปลอบใจตัวเองเพื่อไม่ให้ต้องกังวลถึงเวลาที่อาจจะต้องเสียไปโดยเปล่าประโยชน์

เส้นตาย 3 เดือน ที่เขาจะต้องหาผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอันในแผนงานโครงการก่อสร้างที่มีเวลาให้เขาหาที่ดินและร่างแบบทุกอย่างให้เรียบร้อยภายในไตรมาสเดียวยิ่งคิดชายหนุ่มก็ยิ่งเครียด เลยพาลหงุดหงิดน้องสาวที่ยังไม่ยอมมารับเขาไปจากสนามบินเสียที

คะนึงนิดกวาดตามองไปรอบๆประตูทางออกของผู้โดยสารขาเข้าก่อนจะไปปะทะกับร่างสูงของผู้เป็นพี่ชายที่นั่งหน้าเคร่งราวกับกำลังหงุดหงิดอยู่เต็มที่ ก่อนจะหันไปยิ้มให้อัสดงพลางชี้ไปยังบุคคลที่เป็นอาหารตาให้กับสาวน้อยสาวใหญ่ในสนามบินแห่งนี้อยู่

“นั่นค่ะ พี่นุดอยู่นั่น”

คณุตม์รู้สึกคล้ายกับว่าได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเขา ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันไปมองหาที่มาของเสียงจึงได้เห็นน้องสาวตัวแสบที่เพิ่งจะโผล่หน้ามาพร้อมกับอัสดงและใกล้รุ่งที่ตามมารับคณุตม์แบบกะทันหัน

ชายหนุ่มเหลือบตามองคนที่เดินตามหลังร่างสูงปราดเปรียวของอัสดงที่ยังคงหลบหน้าหลบตาเขาเช่นเคย ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับบุรุษที่เดินมาหยุดตรงหน้าเขา พลางยื่นมือออกไปทักทายบุคคลตรงหน้าแบบธรรมเนียมตะวันตก เนื่องจากคะเนด้วยสายตาแล้วเขากับอัสดงน่าจะอายุเท่าๆกัน

“ผมต้องขอโทษด้วย ที่มารบกวนกะทันหัน คุณปู่ท่านอยากให้ผมมาดูตัว...เอ่อ มาดูที่ดินที่จะสร้างโครงการแบบเร่งด่วน หวังว่าคงไม่เป็นการรบกวนพวกคุณมากจนเกินไปถ้าผมจะขอไปพักที่บ้านด้วย”

คณุตม์เอ่ยพลางหมั่นลอบมองคนดีของปู่ที่ทำเหมือนเป็นคนแปลกหน้าใส่กันอย่างประหลาดใจ หญิงสาวดูห่างเหินกว่าตอนที่เจอกันใหม่ๆเสียอีก ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับอัสดงที่เอ่ยกับเขาอย่างมีน้ำใจ

“ผมกับครอบครัวยินดีต้อนรับคนจากครอบครัวเพียงธำรงทุกคนอยู่แล้วครับ ผมชื่อ อัสดง เรียกผมว่าดง เหมือนอย่างที่นิดเรียกก็ได้” อัสดงเอ่ยขึ้นพลางสัมผัสมือกับอีกฝ่ายตามมารยาท ในขณะที่มองตรงประสานสายตาคมเข้มกับอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างไม่อ้อมค้อม

“ส่วนเรื่องที่ดิน ถ้าคุณปู่ต้องการจะให้เราย้ายออกไปให้เร็วที่สุด ผมอาจจะต้องขอเวลาคุณสักหนึ่งอาทิตย์ เรายังไม่ได้บอกพ่อกับแม่ พวกท่านคงต้องการเวลาเก็บข้าวของบ้าง”

คณุตม์จ้องใบหน้าคมเข้มของผู้พูดก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นไม่แพ้กัน

“ผมก็กำลังจะบอกคุณกับใกล้รุ่งอยู่เหมือนกัน สาเหตุที่ผมมาที่ไร่รุ่งอรุณที่นี่ วันนี้ ก็เพราะเรื่องนี้ล่ะ ...” ชายหนุ่มหยุดเว้นวรรคพลางระบายลมหายใจอย่างหนักใจ ก่อนจะสบตาใกล้รุ่งที่ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ด้านหลังพี่ชาย

“เราควรจะคุยกันตรงๆสักครั้ง ก่อนที่เรื่องทุกอย่างมันจะบานปลายไปมากกว่านี้นะใกล้รุ่ง..” 

คราวนี้สายตาอีกสามคู่ต่างจ้องมายังใกล้รุ่งเป็นตาเดียว คะนึงนิจจึงได้ทีรีบคว้าโอกาสทองเอาไว้มั่น

“นิดว่าเรื่องนี้ไปคุยที่บ้านคงไม่เหมาะ รุ่งกับพี่นุดควรจะเคลียร์กันให้เข้าใจก่อน เอางี้พี่ดงทิ้งกุญแจรถไว้ให้ยัยรุ่งดีกว่าค่ะ ส่วนพวกเราไปหารถเช่าแล้วไปเที่ยวในเมืองกันดีกว่า”

“แต่พี่ว่าพวกเราควรจะอยู่คุยด้วยนะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาคุยหลายๆรอบ” อัสดงเอ่ยค้านขึ้นพลางมองน้องสาวอย่างเป็นห่วง หากคะนึงนิจค้อนใส่พี่ชายเพื่อนตาแทบกลับ

“ไม่เสียเวลาคุยหรอกน่า เอากุญแจรถให้รุ่งเร็วๆเลยค่ะ แล้วพี่ดงไปกับนิดเดี๋ยวนี้เลย” คะนึงนิจมือเร็วกว่าฉกกุญแจจากมือพี่ชายเพื่อนก่อนจะยัดใส่มือใกล้รุ่งไว้พลางลากอัสดงออกไปให้พ้นจากคนทั้งคู่อย่างรวดเร็ว

“เอาล่ะ เราควรจะเริ่มคุยกันจากเรื่องไหนก่อนดีระหว่างเรื่องที่ดิน หรือเรื่องการแต่งงานของเราสองคน”

คณุตม์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆหลังจากที่ใกล้รุ่งขับรถพาเขามายังสวนสาธารณะริมแม่น้ำน่านในใจกลางเมืองพิษณุโลก พลางจ้องมองใบหน้าเรียวที่ไม่กล้าสบตากับเขาตรงๆในขณะที่เอ่ยตอบเสียงแผ่ว

“เรื่อง...เรื่องที่ดินก่อนก็ได้ค่ะ”

ใกล้รุ่งเอ่ยพลางเดินทอดน่องรับลมเย็นๆที่พัดจากแม่น้ำน่านในยามที่แสงอาทิตย์ราแรงลง ในขณะที่ชายหนุ่มที่เดินตามมานั้นไม่ได้สนใจบรรยากาศร่มรื่นรอบตัวเท่ากับหญิงสาวที่เดินอยู่ด้านหน้าเขาในขณะนี้

“พี่มีความจำเป็นที่จะต้องหาซื้อที่ดินเพื่อมาทำโครงการคอมเพล็กซ์ที่นี่ภายใน 3 เดือนนี้ ถ้าพี่หาซื้อที่ดินไม่ได้ทันตามกำหนด ก็คงจะต้องมีปัญหาตามมาพอสมควรถ้าคุณปู่จะเอาตำแหน่งผู้บริหารมาให้พี่เข้าไปช่วยท่านทำงาน”

“รุ่งกับพี่ดงปรึกษากันแล้วค่ะ เราจะไปซื้อที่จากพงศ์พิชชาเพื่อปลูกบ้านแล้วก็สำหรับทำไร่ทำสวนเล็กๆน้อยๆ เพราะฉะนั้นพี่นุดไม่ต้องเป็นห่วง พี่จะได้ที่ดินของไร่รุ่งอรุณไปทำโครงการทันเส้นตายแน่นอนค่ะ”

“หมายความว่า ยังไงก็ไม่ยอมแต่งงานกับพี่ และยินดีที่จะให้คุณย่าเอาที่ดินขายให้พี่ได้ตามสบายใช่มั้ย?”

ใกล้รุ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพยักหน้าพลางเอ่ยรับคำเสียงเบา

“ค่ะ...”

“แต่ ..พี่ไม่ได้อยากได้ที่ดินของไร่รุ่งอรุณไปทำโครงการนี่”

“อ้าว....” ใกล้รุ่งอุทานได้คำเดียวก่อนจะหันหน้ามาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่เดินตามมาด้วยสีหน้าผ่อนคลายผิดกับเธอที่กังวลไปสารพัด คณุตม์จึงเอ่ยขยายความต่อให้หญิงสาวได้เข้าใจ

“โครงการคอมเพล็กซ์ต้องอยู่ในเมืองถึงจะดี พี่เลยตั้งใจจะมาหาซื้อที่ในตัวเมืองนี่ต่างหาก ส่วนเรื่องที่ดินที่ไร่รุ่งอรุณ นั่นมันเป็นข้อตกลงระหว่างรุ่งกับคุณย่ากนกทิพย์ไม่ใช่เหรอ”

“แต่คุณย่าบอกกับรุ่งว่า...”

“บอกว่า.....” คณุตม์แกล้งล้อเลียนคำท้ายพลางตีหน้าตายรอให้หญิงสาวเป็นคนเอ่ยข้อตกลงออกมา พลางจ้องมองใบหน้าเรียวสวยที่ค่อยๆแดงระเรื่อขึ้นอย่างพอใจที่ท่าทีห่างเหินก่อนหน้านี้ของอีกฝ่ายเป็นเพียงการแกล้งแสดงออกให้เขาได้เห็นเท่านั้น..ไม่ใช่สิ่งที่หญิงสาวรู้สึกจริงๆ

“บอกว่า...คุณย่าจะเอาที่ดินไปให้คุณปู่กับพี่นุดไปทำโครงการ ถ้ารุ่งไม่ยอมแต่งงานกับพี่นุด”

“แล้วรุ่งก็ปฏิเสธคุณย่าไป จนถูกคุณย่าโกรธเอาใช่ไหม”

ใกล้รุ่งพยักหน้าแทนคำตอบ ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าจึงก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างกลายเป็นระยะประชิดเพียงแค่เอื้อมมือ

“ใกล้รุ่ง...พี่บอกตามตรงนะ พี่เองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณปู่กับคุณย่าสั่งให้เราทำ แต่ในช่วงนี้พี่ถูกหมายหัวจากแม่เลี้ยง ไอ้เส้นตาย 3 เดือนนี่ก็เพราะพี่ถูกพรรคพวกของฝ่ายนั้นกดดันจนพี่ต้องดั้นด้นมาที่นี่ ...เพราะฉะนั้นพี่ขอร้อง แค่ช่วงนี้เท่านั้น...”

คณุตม์สูดลมหายใจลึกๆ จู่ๆความประหม่าที่ไม่รู้ที่มาก็มาโจมตีเขาจนได้...ทั้งๆที่เขามาเพื่อพิสูจน์ตามคำท้าของปู่แท้ๆ ไม่ได้จะขอแต่งงานจริงๆสักหน่อย แต่ทำไมหัวใจเขาถึงได้เต้นแรงเหมือนกับกำลังตื่นเต้นอยู่จริงๆอย่างนั้นแหละ

“พี่อยากให้รุ่งเปลี่ยนคำตอบที่ให้กับคุณย่า มันจะเป็นไปได้ไหม?”

เสียงทุ้มนุ่มที่ดังอยู่เหนือหน้าผากทำเอาใกล้รุ่งไม่กล้าเงยหน้าขึ้นเพื่อเอ่ยตอบคำถามนี้ หากเสียงทุ้มที่ดังใกล้แสนใกล้ยังคงเอ่ยต่อไปเรื่อยๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวในอกข้างซ้ายของเธอเอง

“พี่รู้ว่ามันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่พี่ควรจะพูด และมันอาจจะดูเห็นแก่ตัวมากเกินไป ที่จะต้องให้รุ่งมาแต่งงานกับพี่ด้วยเหตุผลและความจำเป็นของตัวพี่เอง แต่พี่อยากให้รุ่งลองคิดทบทวนดูอีกสักครั้ง ...”

“พี่นุดคะ รุ่งต้องขอพูดตรงๆนะคะ รุ่งไม่.....”

ใกล้รุ่งเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมสันที่ดูเหมือนจะแปลกใจอยู่นิดๆ เมื่อได้ยินคำว่า ไม่...หลุดออกมาจากปากหญิงสาว นั่นทำให้ใกล้รุ่งได้แต่ชะงักสิ่งที่กำลังจะพูดออกมา ก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่อย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี

“รุ่งไม่อยากให้เราสองคนต้องมาเสียใจภายหลังที่พี่นุดตัดสินใจทำแบบนี้...การแต่งงาน มันไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเอามาเป็นเครื่องมือในการบังหน้า ไม่ว่าเหตุผลจะทำไปเพื่ออะไรก็ตาม เพราะอย่างน้อยมันก็มีผลต่อชีวิตของพวกเราทั้งคู่”

“แต่ถ้าเราไม่แต่งงานกัน มันก็ต้องมีเหตุที่ส่งผลต่อชีวิตของเราทั้งคู่เหมือนกัน และรุ่งจะเห็นมันได้ชัดเจนมาก เพราะมันจะเกิดขึ้นทันทีถ้ารุ่งปฏิเสธพี่..” ชายหนุ่มเอ่ยพลางขมวดคิ้ว ทำให้ใกล้รุ่งยิ่งลำบากใจ ดูเหมือนว่าจะมีคนเดือดร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกๆครั้งที่เธอคิดจะปฏิเสธการแต่งงาน

“พี่จะอยู่ที่พิษณุโลกสักอาทิตย์หนึ่ง ระหว่างนี้ รุ่งลองกลับไปคิดทบทวนเรื่องที่พี่ขอร้องดูอีกสักครั้ง เพราะการที่พี่มาที่นี่ พี่ตัดสินใจแล้ว!”

“พี่นุด...” ใกล้รุ่งอุทานเสียงแผ่วในลำคอ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นสบดวงตาดำคมที่ห่างไปเพียงแค่คืบ

ใบหน้าคมสันของคณุตม์นั้นแม้จะนิ่งเรียบจนใกล้รุ่งคาดเดาความคิดอีกฝ่ายไม่ได้ หากแววตาคมกล้าที่สบประสานสายตาไม่มีหลบนั้นสื่อออกมาอย่างชัดเจนว่าชายหนุ่มจริงจังกับคำพูดที่เพิ่งเอ่ยออกมาเพียงใด 

“เอาเถอะ เรื่องนี้พี่สัญญาว่าจะไม่บังคับรุ่ง ถ้ารุ่งไม่อยากช่วยพี่จริงๆพี่จะกลับไปบอกท่านเองว่าไม่ต้องให้รุ่งลำบากใจ  บางทีคุณปู่ท่านอาจจะคิดมากไปก็ได้เรื่องคุณนิอร ...” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางค่อยระบายยิ้มให้อีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้หญิงสาวต้องตกอยู่ในสภาพอึดอัดไปมากกว่านี้

“รุ่งยังมีเวลาก็ค่อยๆคิดไปก็ได้ แต่ตอนนี้เย็นมากแล้ว เรากลับไร่กันก่อนเถอะ เดี๋ยวที่บ้านรุ่งจะเป็นห่วง”

คณุตม์ตัดสินใจเอ่ยขึ้นพลางหันกลับเดินนำไปยังรถที่จอดห่างออกไป โดยพยายามทำเป็นไม่เห็นสีหน้าลำบากใจจากดวงหน้าเรียวที่ยังคงขมวดคิ้วมุ่นอย่างครุ่นคิด

หากชายหนุ่มยังคงเลือกที่จะคาดหวังและรอคอยคำตอบจากใกล้รุ่ง ผู้หญิงคนนี้อาจจะเป็นคนแรกที่พิสูจน์ให้เขาเห็นได้ว่า ด้านลบของผู้หญิงที่เขาได้เจอนั้นเป็นเพียงแค่โชคร้าย และยังมีผู้หญิงดีๆที่ที่รอให้เขาตามหาเธอให้เจออยู่ก็ได้..

.................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น