Finland (ช้อย)

เปิดเรื่องใหม่แล้วนะค๊า ช่วยกันเม้นเยอะ ๆ ช้อยจะได้มีกำลังใจ ขอบพระคุณค่าที่อยู่ด้วยกันมาตลอด / กราบ

Chapter 5 : จูบกันให้ดูดิ๊..ปฏิบัติ...!! NC18+

ชื่อตอน : Chapter 5 : จูบกันให้ดูดิ๊..ปฏิบัติ...!! NC18+

คำค้น : ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,คนคุก,เด็กแว้นที่รัก,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,กุมหัวใจมังกร,แสงสว่างแห่งรัก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,ทหารเกณฑ์ฉ่ำรัก,finland,ช้อย,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 47.5k

ความคิดเห็น : 134

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2560 09:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 5 : จูบกันให้ดูดิ๊..ปฏิบัติ...!! NC18+
แบบอักษร

ผมมาอยู่ที่นี่ได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว หนึ่งอาทิตย์แรกนี้เป็นช่วงที่พลทหารทุกคนต้องละลายพฤติกรรมที่เคยชินออกให้หมด อะไรที่ไม่เคยทำก็ต้องทำ อะไรที่ไม่เคยกินก็ต้องกิน ต้องทำตามกฎระเบียบวินัยและทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นไปตามเป้าที่ครูฝึกได้วางเอาไว้  แต่ผมก็ยังอยากกลับบ้านอยู่ดีเพราะฝึกโหดเหลือเกิน ผมกับไอ้ขี้เก๊กนั่นก็ยังไม่ลงรอยกัน เจอหน้าเป็นต้องกัดกันทุกครั้ง ผมเริ่มมีเพื่อนอยู่สองสามคน

“กูแม่งโคตรเกลียดไอ้เหี้ยอาร์มว่ะ เป็นแค่หัวหน้าหมวดแม่งทำอย่างกับเป็นสิบเวร”  ไอ้ออมมันเอ่ยขึ้นขณะที่เพิ่งฝึกเสร็จ ครูฝึกให้พักสิบนาที

“กูเคยต่อยปากมันมาแล้ว กูไม่เห็นกลัวแม่งมันเลยซักนิด”  ผมบอกกับเพื่อนไป

“ได้ยินมาว่าบ้านมันโคตรรวยเลยนะเว้ย และมันก็สมัครมาเป็นทหารด้วย”   ไอ้ตูนมันบอก

“ไอ้เหี้ยเนี่ยท่าจะบ้าว่ะ อยู่สบาย ๆ ไม่ชอบแม่งชอบลำบาก”  ผมเบะปากเมื่อพูดถึงมันขึ้นมา ผมเหลือบไปเห็นมันนั่งอยู่คนเดียวไม่สุงสิงกับใคร เพื่อนก็ไม่มี ท่าทางโอหังอย่างมันสมแล้วที่ไม่มีเพื่อน

หลังจากฝึกเสร็จ ก็กินข้าว อาบน้ำ ขึ้นโรงนอนสวดมนต์ พอสิบเวรบอกให้เข้านอนได้พวกผมก็มุดเข้ามุ้งใครมุ้งมันกันตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ

“อ่ะ.. อ๊ะ.. อ๊า.. อื้อออ.. อืมมมมม.. ซี๊ดดดดด.. เสียวโว้ย”  เนื่องจากเตียงมันติดกันใครจะกรน จะตด หรือละเมออะไรก็จะได้ยินหมด ผมเริ่มได้ยินเสียงครางออกมาเป็นระยะ  ไอ้พวกที่มาเป็นทหารนี่ก็มีแต่หนุ่ม ๆ ทั้งนั้น ทั้งคึกทั้งฮอร์โมนพลุ่งพล่าน พวกเราไม่ได้ปลดปล่อยมาหลายวัน หลายคนเลยต้องพึ่งแม่นางทั้งห้ากันเอาเอง ต่างก็ไม่มีใครอายเพราะเป็นผู้ชายเหมือนกัน  ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเช้ามาน้องผมแข็งแล้วแข็งอีกไม่ได้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง  “ปล่อยน้ำกาม”  มาหลายวัน มันเลยอัดแน่นพร้อมที่จะระเบิดได้ทุกเมื่อ ผมล้วงเข้าไปในกางเกงทั้งลูบทั้งคลำจนน้องชายแข็งสู้มือ ผมกอบกุมน้องชายเอาไว้แล้วค่อย ๆ ถอกขึ้นลงช้า ๆ พยายามนึกใบหน้านางเอกหนังโป๊ตอนกำลังร่วมรักกับคู่ขา ยิ่งพาให้ใจเต้นแรง ถ้าอยู่ที่บ้านผมจะเปิดคลิปในมือถือดู แต่อยู่ที่นี่หมดสิทธิ์ ต้องใช้จินตนาการอย่างเดียว

ในขณะที่ผมกำลังสาวน้องชายขึ้นลงอย่างเมามันอยู่นั้น ผมเหลือบไปมองเตียงข้าง ๆ เห็นไอ้ขี้เก๊กมันขยุกขยิกดิ้นไปมาเหมือนทำอะไรซักอย่าง ถึงแม้โรงนอนจะปิดไฟหมด แต่หน้าต่างยังเปิดเพราะอากาศร้อน แสงไฟจากถนน หรืออาคารอื่นส่องสว่างพอให้เห็นภายในโรงนอนอยู่บ้าง ผมพยามจ้องว่ามันกำลังทำอะไรอยู่ พอสายตาปรับแสงในที่มืดได้ ผมเห็นมันหน้าบิดหน้าเบี้ยวเหยเก มือมันขยับยุกยิกซุกเข้าที่หว่างขา ไม่บอกก็รู้ว่ามันกำลังช่วยตัวเองอยู่เหมือนกัน ผมเผลอไปมองใบหน้าที่กำลังมีความสุขของมันเข้า ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ผมยังไม่เคยเห็นมันยิ้มเลยซักครั้ง มันเอาแต่ปั้นหน้านิ่งเรียบเฉย พอมาเห็นใบหน้าที่กำลังเงี่ยนของมันแบบนี้แล้วก็รู้สึกแปลก ๆ ไปเหมือนกัน

ผมเริ่มขยับสาวท่อนลำขึ้นลงเร็วและแรง ตาก็จ้องแต่ใบหน้าของไอ้อาร์ม ยิ่งมันเสียวมากเท่าไหร่ ผมก็ถอกน้องชายผมแรงมากขึ้นเท่านั้น  ผมหยุดที่จะมองหน้ามันไม่ได้จริง ๆ  ยิ่งมองยิ่งถอก ยิ่งถอกก็ยิ่งมัน

ชืบบบ ชืบบบ ชืบบบ  “อ่ะ.. อ๊ะ.. อึก.. อืมมมม.. ซี๊ดดดดดด”  ผมเผลอครางออกมา ทำให้มันหันหน้ามาสบตากับผมเข้าพอดี  แทนที่มันจะอาย มันกลับแสยะยิ้มให้ผมแล้วก็ขยับมือถอกน้องชายมันอย่างหนักเหมือนเป็นการท้าทาย ถึงแม้จะมีผ้าห่มคลุมก็ตามเถอะแต่ผมก็ดูออก

“สัส..!! กูไม่ยอมแพ้มึงหรอก”   ผมเร่งมือถอกน้องชายแข่งกับมัน ใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเก

“อูยยย.. อู้ววว.. โอ้วววว.. อะ.. อ๊ะ.. อ๊า แม่งเอ้ยเสียวเหี้ย ๆ”  ผมลืมตาปรือมองมัน เห็นมันจ้องผมตาไม่กระพริบพร้อมกับสาวน้องชายมันตาม

“โด่.. มาแข็งกันมั้ยวะไอ้อ่อนว่าใครจะแตกก่อนกัน..?”  ผมยักคิ้วบอกกับมันไปเบา ๆ  มันไม่ตอบได้แต่แสยะยิ้มให้ บ่งบอกถึงการรับคำท้า  ผมขยับมือถอกน้องชายขึ้นลงอย่างหนักจนรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด 

“ซี๊ดดดดดด.. อ่ะ.. อ๊ะ.. อึก.. อื้อ.. อืมมมมมม”  ผมครางออกมาอย่างกระสัน มือก็ถอกน้องชายไม่หยุด  มันก็คงเสียวมากเหมือนกันแต่ไม่ยอมครางออกมา ผมพยายามอั้นไม่ให้แตกก่อนมัน แต่ก็ทำไม่ได้ ความเสียวที่มันพลุ่งพล่านไปทั่วร่างตอนนี้มันไหลมารวมอยู่ที่ส่วนหัวบานพร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อ

“ซี๊ดดดดดดดดด.. อ่ะ.. อ๊า”   แล้วมันก็ครางออกมาเบาๆ  พร้อมกับหลับตาพริ้ม  พอผมได้ยินเสียงมันครางเท่านั้นแหล่ะเหมือนเป็นการกระตุ้นกำหนัด

ชืบ ชืบ ชืบ  ผมเร่งมือถอกน้องชายขึ้นลงอย่างแรง

“อ่ะ.. อ๊ะ.. อ๊า.. เหี้ยเอ้ย.. โอ้ยยยย”   ผมถอกน้องชายลงจนสุด อั้นเอาไว้ไม่ไหว ผมเกร็งไปทั้งตัวกระตุกสองสามครั้งแล้วน้ำรักก็พุ่งออกมาจากรอยหยักอย่างแรง

แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก  ผมเหนื่อยหอบแฮ่กรีบเปิดมุ้งคว้าทิชชูมาเช็ดทำความสะอาด ในขณะที่กำลังเช็ดอยู่นั้น

“ยังไงมึงก็แพ้กู”  เสียงของไอ้อาร์มก็ดังขึ้น ผมหันไปมอง  เห็นมันเร่งมือสาวน้องชายไม่ลดละ

“อ่ะ.. อ๊ะ.. อึก.. อื้อ.. อืมมมม”  ใบหน้ามันบิดเบี้ยวเหยเก หลับตาพริ้ม มันเกร็งไปทั้งตัว มันคงจะกลั้นเอาไว้ไม่ไหว

“ซี๊ดดดดดด.. อ่ะ.. อ๊ะ.. อ๊าาาาาา”  ไม่นานมันก็กระตุกสองสามครั้งนอนแผ่หลาหายใจหอบแฮ่ก

“สัส...!! แล้วกูก็ไปจ้องมันจนเสร็จเนี่ยนะ”   ผมได้แต่บ่นหัวเสียกับตัวเอง พอเช็ดทำความสะอาดเสร็จผมก็ล้มตัวลงนอนตะแคงหันหลังให้มันไม่อยากเห็นหน้า

“ทำไมต้องแพ้มันด้วยวะ...? ปกติกูอึดจะตาย” แค่ได้ยินมันครางออกมาแป๊บเดียวผมแม่งก็แตกเฉย เป็นเหี้ยอะไรของกูวะเนี่ย...?  ผมได้แต่ด่าตัวเอง  ผมทั้งเหนื่อยทั้งเพลียเลยเผลอม่อยหลับไป มาสะดุ้งอีกทีก็ได้ยินเสียงนกหวีดสิบเวรมาปลุก

ตอนนี้พลทหารทุกคนรวมถึงผมด้วยเก็บมุ้ง พับผ้าห่ม ปูเตียงเนี้ยบกันทุกคน สิบเวรโยนเหรียญแล้วเด้งทุกครั้ง ลองไม่ตึงดิเป็นต้องได้ไปออกกำลังแต่เช้าแน่

หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ ครูฝึกก็ให้วิ่งเหมือนเดิม วิ่งเสร็จก็วิดพื้น ซิทอัพ แล้วไปฝึกภาคสนามต่อ ตอนนี้ทุกคนตัวดำอย่างกับเหนี่ยงเพราะต้องฝึกอยู่กลางแดดเปรี้ยงทั้งวัน พอฝึกเสร็จครูฝึกก็ให้พักสิบนาที

“มึงดูไอ้ขี้เก๊กนั่นดิวะ จะเก๊กหาพ่องอะไรมันนักหนา”  แล้วไอ้ออมก็มุ่ยปากบอกกับผม ผมหันไปมองเห็นไอ้อาร์มมันก็นั่งอยู่คนเดียวเหมือนเดิม แล้วภาพเมื่อคืนตอนที่มันกำลังชักว่าวก็ผุดเข้ามาในหัวผม ใบหน้าที่กำลังมีอารมณ์ของมันยังวนเวียนอยู่ในหัวผมไม่หาย

“ไอ้ไนท์เป็นเหี้ยอะไรมึงเนี่ย...? มองอะไรนักหนา”  ไอ้ออมมันสะกิดถามกับผม

“เอ่อ คือปะเปล่า”  พอได้สติผมก็รีบปฏิเสธไป  สัส..!!  แล้วกูทำไมใจเต้นแรงด้วยวะ...?  ผมพยายามสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกแล้วหันไปคุยกับไอ้ออมกับไอ้ตูนตามเดิม พอตอนบ่ายก็โดนฝึกหนักอีกเช่นเคย วันนี้ต้องลุยน้ำคลุกดินคลุกโคลนตลอดทั้งวันจนร่างกายผมไม่ไหว

“ฮัดชิ้ว...!! ฮัดชิ้ว...!!”  ผมคงโดนหวัดเล่นงานเข้าให้ เพราะฝึกกลางแดดไม่พอซ้ำยังต้องลงน้ำลุยโคลนอีก

“ไม่สบายเหรอวะไอ้ไนท์...?”  ไอ้ออมมันเอ่ยถามผม ขณะตั้งแถวจะไปกินข้าวเย็น

“เออวะ แม่งปวดหัวตุบ ๆ”  ผมบอกกับมันไป ไอ้อาร์มมันยืนอยู่ข้างหน้าผม มันหันมามอง

“มองหาส้นตีนเหรอวะ...?”  ผมยักคิ้วกวนส้นตีนถามมันไป  มันไม่พูดแล้วก็หันกลับไปยืนตรงตามเดิม

“โด่นึกว่าจะแน่ ข้องใจเมื่อไหร่บอกกูมาได้เลย”  ผมยังไม่ยอมพูดขึ้นมาเบา ๆ ผมรู้ว่ามันได้ยิน มันไม่ยอมตอบโต้เอาแต่นิ่งเงียบ

พอมาถึงโรงเลี้ยง  ผมก็เดินไปรับจานข้าวแล้วก็มานั่งที่โต๊ะไม้ยาว พอสิบเวรบอกให้กินได้ พวกผมก็เริ่มลงมือกิน ที่นี่มีกฎว่าเวลากินข้าวห้ามให้ช้อนกระทบจานเสียงดัง ไม่อย่างนั้นจะโดนทำโทษ วันนี้ผมรู้สึกเหนื่อยมือไม้อ่อนเพราะโดนหวัดเล่นงาน

เคร้ง..!! แล้วช้อนผมก็หล่นตกใส่จานเสียงดัง ทุกคนหยุดมือเงียบสนิทพร้อมกับนั่งยืดตัวตรง

“ใคร...? ออกมา..!!”  แล้วเสียงสิบเวรก็ดังขึ้น

“กูโดนอีกแล้ว”  ผมได้แต่คิดในใจกำลังจะลุกขึ้นยืน

“ผมเองครับ”  แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น ผมหันไปมองเห็นไอ้อาร์มชูมือแล้วลุกขึ้นยืน

“เป็นถึงหัวหน้าหมวดทำผิดกฎซะเอง ออกไปวิ่ง 20 รอบสนามฟุตบอล และเย็นนี้ห้ามกินอะไรทั้งนั้น”  สิบเวรทำโทษมัน

“รับทราบ ปฏิบัติครับ”   มันยืนตัวตรงอกตั้งแล้วก็ออกไปวิ่ง ผมเห็นไอ้ออมกับไอ้ตูนหันมามองผมแล้วยักคิ้วให้เหมือนกับจะสมน้ำหน้ามัน แต่ทำไมผมกลับรู้สึกไม่ค่อยดี ที่จริงต้องเป็นผมสิที่จะโดนทำโทษ

“ช่างแม่งดิ อยากเป็นฮีโร่ดีนัก สมน้ำหน้า”  ผมได้แต่บอกกับตัวเอง แล้วก็กินข้าวต่อ

หลังจากกินข้าวเสร็จ ไอ้อาร์มก็วิ่งกลับเข้ามารวมแถว ผมเห็นมันหอบแฮ่กแต่ก็ยังทำหน้านิ่งตามเดิม ไม่เหนื่อยก็ให้รู้ไปฝึกหนักมาทั้งวันไม่พอตกเย็นยังจะต้องไปวิ่งอีกยี่สิบรอบ ข้าวก็ไม่ได้กิน ไม่นานสิบเวรก็ปล่อยให้ไปอาบน้ำ

พอเข้ามาในโรงอาบน้ำ

“กูไม่ขอบใจมึงหรอกนะที่ช่วย”  ผมบอกกับมันไป พร้อมกับเอาขันตักน้ำราดหัว

“กูก็ไม่หวังจะได้คำขอบคุณจากมึง กูเป็นหัวหน้าหมวดต้องรับผิดชอบก็แค่นั้น”  มันตอบพร้อมกับอาบน้ำไปด้วย  ผมกับมันยืนอาบน้ำใกล้กันผมเหลือบไปเห็นผิวขาว ๆ ของมันเป็นรอยไหม้รูปเสื้อจากการที่ต้องฝึกอยู่กลางแดดทุกวัน    มันเป็นคนผิวขาวเลยเห็นได้ชัด   ไม่เหมือนกับผมตัวดำเป็นเหนี่ยงอยู่แล้ว

อาบน้ำเสร็จก็เข้าอบรม สามทุ่มก็ขึ้นโรงนอนสวดมนต์ ก่อนเข้านอนทุกวัน สิบเวรจะเอาของมาขายพวก ขนมนมเนย ลูกชิ้นปิ้ง ราคาก็จะแพงกว่าข้างนอกนิดหน่อย ช่วงนี้เขาห้ามพกตังค์พวกผมก็ต้องเซ็นกันก่อน สิ้นเดือนพอเงินเดือนออกแล้วค่อยจ่าย ผมรีบหยิบลูกชิ้นปิ้งกับนมก่อนเลย เอาไว้กันตายตอนดึก

“แม่งไอ้อาร์มมันคงหิวไส้กิ่วแน่กูว่า สมน้ำหน้า”  แล้วไอ้ออมก็พูดขึ้น ผมลืมนึกถึงมันไปเลย มันถูกสิบเวรทำโทษห้ามกินข้าวเย็นและซื้อของกิน  ผมหันไปมองรอบ ๆ ก็ไม่เห็นมันอยู่บนโรงนอน

“อยู่ไหนของมันวะ...?”  ผมพูดขึ้นมาเบา ๆ

“เดี๋ยวกูมานะโว้ย ไปห้องน้ำแป๊บ”  ผมบอกกับไอ้อาร์มไอ้ตูน แล้วลงมาข้างล่าง ผมมองหามันไปทั่วจนกระทั่งเห็นมันยืนกินน้ำอยู่ที่แทงค์น้ำ กินเสร็จมันก็เอาน้ำลูบท้อง มันคงหิวน่าดู ผมรู้สึกผิดขึ้นมา ที่มันโดนทำโทษก็เพราะผม ถึงแม้ปากมันจะบอกว่ามันไม่ได้ทำเพื่อผมก็ตาม  ผมเดินเข้าไปหามัน

“อ่ะ”  ผมยื่นนมกับลูกชิ้นปิ้งให้มัน มันหันมามองทำหน้างง

“แดกซะเดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งตายในค่ายขึ้นมาแล้วจะยุ่ง”  ผมบอกกับมันไป ผมเห็นมันจ้องนมกับลูกชิ้นตาแทบไม่กระพริบ แต่มันก็ยังไม่ยอมรับเอาไป

“แม่งหิวจะตายห่าอยู่แล้วยังจะมาทำเก๊กอีก ไม่แดกใช่มั้ย...? กูจะได้แดกซะเอง”  ผมชักมือกลับ

หมับ...!! แล้วมันก็รีบคว้านมกับลูกชิ้นเอาไปกิน  ผมได้แต่แอบอมยิ้มมองมันกินเหมือนกับเด็กไม่มีผิด

“มองอะไรวะ...?”  มันถามผมขึ้น

“เปล่า กูก็แค่ดูหมูกินข้าว แม่งโคตรมูมมาม”  ผมกวนตีนมันกลับ

“สัส..!! กูไม่ขอบใจมึงหรอกนะ”  แล้วมันก็บอกกับผม

“กูก็ไม่คิดจะได้รับคำขอบคุณจากมึงเหมือนกัน ที่กูทำเพราะเห็นแก่ลูกหมาตาดำ ๆ ก็เท่านั้น”  ผมแสยะยิ้มเอาคืนมันกลับบ้าง  แทนที่มันจะปาลูกชิ้นทิ้งแต่มันกลับกินซะหมดเกลี้ยง

“เฮ้ย ใครวะ...!!  ทำไมยังไม่ขึ้นโรงนอน...?”  แล้วเสียงสิบเวรก็ดังขึ้น

“ผมกันตพัฒน์ครับ ผมลงมาขอยาให้กับเพื่อนครับ”  มันรีบบอกกับสิบเวรไป แล้วสิบเวรหันมามองทางผม

“ผมมาเข้าห้องน้ำครับ”  ผมบอกไปบ้าง

“ให้เวลา 1 นาทีรีบขึ้นโรงนอนไม่อย่างนั้นวิดพื้น 50”  ยังไม่ทันที่สิบเวรจะพูดจบ ผมกับไอ้อาร์มก็รีบวิ่งขึ้นโรงนอนทันที  พอกลับมาที่เตียงไอ้อาร์มก็โยนซองยาให้กับผม แล้วมันก็มุดเข้าไปนอนในมุ้ง เมื่อกี้ที่มันบอกกับสิบเวรผมคิดว่ามันโกหกเพื่อจะเอาตัวรอดซะอีก ผมก็ไม่ได้เป็นคนดีเด่อะไร แต่ผมก็ไม่เคยลืมบุญคุณใครเหมือนกันถึงแม้คนคนนั้นจะไม่ถูกชะตาผมก็ตาม

“ขอบใจ”  ผมบอกมันมันไป มันไม่ได้ตอบอะไรผมกลับ  แต่ผมรู้ว่ามันได้ยิน

ตีห้าเสียงนกหวีดของสิบเวรก็ดังขึ้น พวกผมทุกคนตื่นโดยอัตโนมัติ รีบเก็บที่นอนหมอนมุ้งให้เรียบร้อยเสร็จแล้วไปรวมแถว เพื่อไปวิ่งออกกำลังแต่เช้า ช่วงนี้เป็นช่วงที่ฝึกความแข็งแกร่งของทหารใหม่ วิ่งเสร็จก็กลับมายืดเส้นยืดสาย เสร็จก็เดินไปที่โรงเลี้ยงเพื่อกินข้าว  วันนี้ดูเหมือนพวกผมจะดูเนือย ๆ ไม่ค่อยกระฉับกระเฉงกันเพราะฝึกหนักมาตลอดทุกวัน จนสิบเวรเห็น

“ให้เวลา 3 นาทีรีบอาบน้ำให้เสร็จ ใครมาช้าโดน...!!”   สิ้นเสียงสิบเวรพวกผมรีบคว้าขันอุปกรณ์อาบน้ำแล้ววิ่งไปที่โรงอาบน้ำทันที ปกติแล้วจะให้เวลา 5 นาทีวันเหลือ 3 นาที พอมาถึงที่ห้องอาบน้ำ

“แก้ผ้าอาบน้ำ ปฏิบัติ..!!”  สิบเวรสั่ง พวกผมรีบถอดกางเกงจนล่อนจ้อนทั้งหมด ปกติก็จะใส่กางเกงในหรือไม่ก็ผ้าขาวม้าอาบกัน  พวกผมเป็นผู้ชายเลยไม่มีใครอายสั่งให้ถอดก็ถอด  ถอดเสร็จก็ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน  ผมยืนอยู่ข้าง ๆ ไอ้อาร์มเหลือบไปเห็นน้องชายมันเข้า  แล้วภาพที่มันกำลังชักว่าวก็วกกลับเข้ามาในหัวผมอีกครั้ง ผมเริ่มใจเต้นแรง

“ชิบหายแล้ว เห็นของเพื่อนคนอื่นไม่เป็นไร แต่เห็นของไอ้อาร์มทำไมใจเต้นแรงจังวะ..?”  ผมได้แต่งงกับตัวเอง พยายามสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออก ผมเห็นมันเหลือบมามองผมแล้วก็แสยะยิ้มเล็กน้อย

“ยิ้มเหี้ยอะไรของมึงห๊ะ...?”  ผมพูดขึ้นมาเบา ๆ

“มึงมันกระจอก ไอ้หนอนชาเขียว”  คราวนี้มันตอบผมกลับผมมาเบา ๆเช่นกัน

“สัส..!! น้องกูยังไม่ตื่นเว้ย”  ผมตอบกลับมันไป มันก็ได้แต่อมยิ้มเยาะ ผมได้แต่กัดฟันกรอด ๆ เจ็บใจแม่งมาดูถูกกู น้องกูข้าวหลามหนองมนชัด ๆ ทำหญิงครวญครางมาแล้วก็หลายคน

“มึงสองคนคุยอะไรกันห๊ะ...!!”   แล้วเสียงสิบเวรดุจพญามัจจุราชก็ดังขึ้น ผมกับไอ้อาร์มรีบยืดอกยืนตัวตรงหน้าเชิด สิบเวรเดินมายืนอยู่ตรงหน้าผม

“พวกมึงยังไม่เลิกกัดกันอีกใช่มั้ย...? ได้เดี๋ยวจัดให้”  สิ้นเสียงสิบเวรผมใจหายวาบ กูจะโดนเล่นอะไรอีกวะเนี่ย...?

“กัดกันมากไหนลองจูบปากกันให้ดูหน่อยดิ๊”  แล้วเสียงสิบเวรก็พูดขึ้น

“ห๊ะ..!! ว่าอะไรนะครับ ให้ผมจูบปากมัน...?”  ผมอ้าปากหวอถามกลับไป

“เออ มึงไม่เคยจูบหรือไงวะ..?”  สิบเวรตะคอกเสียงกลับ

“เคยครับ”  ผมตอบไป  ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ  เพื่อน ๆ ต่างหัวเราะโห่ฮากันยกใหญ่ ผมเหลือบไปมองเห็นหน้าไอ้อาร์มแดง ๆ   มันคงกำลังโกรธอยู่แน่ ๆ

“ให้วิ่งแทนไม่ได้เหรอครับ..?”  ผมต่อรองไปอีกครั้ง ใครอยากจะไปจูบกับมัน คนไม่ถูกกันแถมยังเป็นผู้ชายอีก เกิดมายังไม่เคยจูบผู้ชายเลยซักครั้ง

“ไม่ได้ เป็นทหารต้องรู้รักสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมีอะไรก็แบ่งปัน ไม่ใช่มากัดกันแบบนี้”  สิบเวรบอกเหตุผลให้ผมฟัง

“จะทำหรือไม่ทำ...!!”  สิบเวรตะเบ็งเสียงถามอีกครั้ง

“ทำครับ”    ผมกับไอ้อาร์มตอบพร้อมกันเสียงดังฟังชัด

ผมกับไอ้อาร์มหันหน้าเข้าหากัน ผมแทบไม่อยากจะมองหน้ามันเลยด้วยซ้ำ มันก็เหมือนกันเอาแต่เบี่ยงหน้าหนี ถึงจะรังเกียจหรือขยะแขยงยังไงก็ต้องทำ ผมเคลื่อนใบหน้าเข้าไปหามันก่อน

ฮือออออออฮา   พวกเพื่อน ๆ ต่างลุ้นกันตัวโก่ง ไอ้อาร์มรีบผงะหน้าหนี

“มึงอย่าเรื่องมาก อยากโดนหนักกว่านี้หรือไงวะ...?”  ผมบอกมันไปเบา ๆ  รีบทำไปจะได้จบ ๆ  มันหันหน้ากลับมาแล้วโฉบจูบเข้าที่ปากผมทันที โดยที่ผมยังไม่ได้ตั้งตัวอะไรเลยด้วยซ้ำ

อื้อออออ หืออออออ  เสียงเพื่อน ๆ  ดังขึ้น ตอนนี้ริมฝีปากหนาหยุ่นของมันกำลังบดบี้เข้ากับริมฝีปากผม จากที่เคยคิดว่าน่ารังเกียจขยะแขยงแต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น ผมกลับรู้สึกดีหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่เกิดมาผมไม่เคยพิศวาสผู้ชายด้วยกันมาก่อน

“1 2 3 4 5 6 7 8 9 10”   พอสิบเวรนับจนถึงสิบไอ้อาร์มรีบผละจูบออก มันรีบเบี่ยงหน้าหลบทันที

“ต่อไปถ้าเห็นพวกมึงกัดกันอีก จะโดนหนักกว่านี้เข้าใจมั้ย..?”  สิบเวรถามผมกับมัน

“เข้าใจครับ”  ผมกับไอ้อาร์มต่างก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน

พออาบน้ำเสร็จก็กลับขึ้นมาที่โรงนอน

“จูบกับอาร์มเป็นไงบ้างวะไอ้ไนท์...?” ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ  ไอ้ออมกับไอ้ตูนพากันหัวเราะถามผมขึ้น

“สัส...!! จะเป็นไงล่ะแม่งขนลุกเกรียวไปทั้งตัว เกิดจากท้องพ่อท้องแม่กูยังไม่เคยจูบผู้ชายเลยซักครั้ง”  ผมบอกกับพวกมันไป

“กูว่าสิบเวรคนนี้อยากจะแกล้งกูแน่ ๆเลยว่ะ”  ผมหันไปบอกกับพวกมัน

“มึงก็อย่ากวนตีนให้มากดิว๊าไอ้ไนท์”  ไอ้ตูนมันบอกกับผม  หน้าตาท่าทางผมคงไปกวนส้นตีนสิบเวรคนนี้เข้า ผมเลยโดนเล่นอยู่บ่อย ๆ

ผมกำลังเปลี่ยนชุดเพื่อจะไปฝึกต่อ ไอ้อาร์มมันก็กำลังใส่เสื้อผ้าเหมือนกัน 

“มองอะไร ติดใจจูบกูรึไง..?”  มันยักคิ้วแสยะยิ้มถามกับผม

“สัส...!! ใครมองมึงห๊ะ แม่งจูบไม่ได้เรื่องแบบนั้นกูติดใจตายล่ะ”  ผมแสะยิ้มตอบมันกลับไปบ้าง  ผมกับมันคงไม่ญาติดีกันง่าย ๆ แน่

“ว่าแต่ทำไมตอนจูบกับมันถึงรู้ได้สึกแปลก ๆ วะ...?”  ผมได้แต่ตั้งคำถามในใจ

...........................................................................

To be continue..............

...........................................................................

**** เรียนชี้แจงนิดนึงนะคะ***

เรื่องราวต่อจากไปนี้จะเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งหมดทั้งมวลเป็นแค่นิยายนะคะ ไม่ใช่เรื่องจริง ช้อยแต่งขึ้นมาตามจินตนาการตัวเองล้วน ๆ  ไม่ว่าจะเรื่องการฝึกหรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ช้อยไม่ได้เป๊ะตามที่เขาฝึกกัน เพราะช้อยก็ไม่เคยไปเป็นทหารมาก่อน 555+ เอาเป็นว่าอ่านเพื่อความฟินความบันเทิงกันดีกว่าเน๊อะ

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอด

1 เม้น =1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่า

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}