June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

86.มีทาง​เลือก​อื่น​มั้ย​ (เนียร์​กร)

ชื่อตอน : 86.มีทาง​เลือก​อื่น​มั้ย​ (เนียร์​กร)

คำค้น : เนียร์​กร​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.3k

ความคิดเห็น : 95

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2562 18:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 2,600
× 0
× 0
แชร์ :
86.มีทาง​เลือก​อื่น​มั้ย​ (เนียร์​กร)
แบบอักษร

กร Part

" รักกูหลงกู รักกูหลงกู "

สิ้นเสียงพี่เนียร์ทำให้ผมแทบสำลักน้ำหวานที่กำลังดื่มไอแค่กๆออกมากลั้นยิ้มกับท่าทีของพี่เนียร์ ผมไม่คิดว่าผู้ใหญ่วัยนี้จะมีมุมแบบใช้คำพูดน่ารักๆ เหมือนเด็กหนุ่มๆวัยรุ่น

" ไม่จำเป็นหรอกครับ แค่นี้ผมก็จะไม่เป็นตัวเองอยู่แล้ว "

ผมเอ่ยแล้วเอื้อมมือไปกุมมือเรียวของพี่เนียร์ ดวงตาคมจ้องมองกลับมาจนผมต้องหลบสายตาไปเอง ไม่ไหวหรอกถ้าให้มองตากันเรื่อยๆผมนี่ล่ะจะหัวใจวายก่อน ไม่งั้นก็เผลอจูบกลางร้านอาหารนี่แน่ๆ

ยิ่งรู้จักยิ่งใกล้ชิดยิ่งผูกพัน ยิ่งนับวันความรักที่ผมมีให้พี่เนียร์มันพอกพูนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

" เมื่อกี้มีสายเข้า "

พี่เนียร์บอกแล้วถอยมือออก มองไปที่มือถือผมหยิบขึ้นมากดดู หลินนั่นเองที่โทรเข้ามา  คงมีปัญหาเรื่องงานเเน่ๆ เพราะเมื่อก่อนออกมาเธอบอกว่ามีงานนะ แต่ผมบอกว่า เดี๋ยวผมจัดการให้ช่วงดึก ย้อนไปเมื่อชั่วโมงก่อน หลินหอมแก้มผม ซึ่งเธอทำแบบนั้นประจำและผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไร คือเธอเป็นเด็กนอก วิธีการทักทายหรือดีใจก็ทำกันแบบนี้  และที่ผมต้องลากเธอออกจากตรงนั้นเพราะเธอรู้ว่า พี่เนียร์เป็นแฟนผมซึ่งผมเล่าให้หลินฟังทุกอย่าง และตอนนั้นผมกลัวเธอพูดอะไรออกมา ต่อหน้าพี่เนียร์และเพื่อนของพี่เนียร์ จริงๆผมก็ไม่ได้ปิดบังตัวเองกับเพื่อนร่วมงานในสิ่งที่ผมเป็น แต่สำหรับพี่เนียร์ตอนนี้ผมไม่แน่ใจ

" หลินน่ะครับ หุ้นส่วนใหญ่ พี่เนียร์น่าจะจำได้  "

ผมบอกเมื่อตอนเดินออกมาจากร้านอาหารหลินก็โทรมาอีกครั้ง

" จำได้สิ เห็นเธอหอมแก้มนายด้วยนี่ "

พี่เนียร์บอกสีหน้านิ่งๆรู้สึกหวงหึงบ้างรึเปล่าครับ จริงๆผมอยากจะถามแบบนี้ออกไป

" เค้าทำแบบนี้จนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว "

" ปกติงั้นหรอ ที่นี่เมืองไทยนะไม่ใช่ต่างประเทศ "

พี่เนียร์พูดน้ำเสียงเรียบแล้วเดินไปนั่งรอผมในรถ ผมรีบวิ่งตามแล้วเข้าไปนั่งในรถ

" โกรธผมหรือครับ "

ผมถามมองหน้าพี่เนียร์ที่นั่งทำหน้านิ่งๆอยู่และยังไม่ออกรถ

" โกรธเรื่องอะไร " พี่เนียร์หันมาถามเสียงห้วน

"  เรื่องหอมแก้ม "

" ไม่ได้โกรธ แค่คิดว่ามันไม่เหมาะสม ถ้าพวกนายสองคนเป็นแฟนกันก็ว่าไปอย่าง "

พี่เนียร์บอก ผมโน้มตัวไปประชิดพี่เนียร์ ขยับตัวห่างนิดนึงทำหน้าตกใจแล้วผมก็กดปลายจมูกโด่งลงแก้มเนียนของพี่เนียร์

" แบบนี้รึเปล่า "

ผมถามยิ้มกริ่มๆพร้อมกับหอมแก้มเนียนนั้นอีกครั้ง

" บ้า.…..  แบบนี้อะไรล่ะ... ออกไป "

พี่เนียร์เอ่ยท้วงเสียงอ่อยๆ เอามือดันแผงอกผมออกห่างตัว ดวงตาคมผมจ้องมองที่กลีบปากสีเรื่อ ๆนั้น มันชั่งดึงดูดได้ดีราวกับมีแม่เหล็ก  อดใจไว้กรเกย์ ผมสั่งตัวเองตั้งแต่วันที่ผมล่วงเกินเร่งเร้าพี่เนียร์วันนั้นมา ผมก็พยายามห้ามตัวเอง  และเรียนรู้คำว่าค่อยเป็นค่อยไปรอให้พี่เนียร์เปิดใจมากกว่านี้

" ก็เราเป็นแฟนกัน "

ผมเอ่ยออกมาจ้องมองจนพี่เนียร์หลบตา แล้วบ่นพึมพำในลำคอ

"  รู้เเล้วน่าย้ำจัง "

พี่เนียร์บ่นออกมา ผมมองริมฝีปากสีเรื่อๆนั้นที่เผย่อขึ้น เหมือนกำลังหลอกล่อ

" แล้วจะไปไหนต่อ "

พี่เนียร์ถามเปลี่ยนเรื่องเมื่อมองตาผมที่สื่อออกมาว่าอารมณ์ไหน เพราะว่าผู้ชายด้วยกันจะดูกันออก

นี่อาจจะเป็นเรื่องดีของคู่รักชายชาย ผมจำได้ว่า ไอ้กิจต้นเคยเล่าให้ฟังเรื่องการเรียนรู้กันและกัน ผู้ชายจะเข้าใจกันง่าย

แล้วผมก็บอกให้สถานที่ปลายทาง ขอเจ้าเล่ห์หาเหตุผลที่จะทำให้ได้อยู่กับพี่เนียร์ให้นานๆ

ผ่านไป20นาที รถจอดนิ่งหน้าคอนโดผม

" แวะที่ห้องผมก่อนได้มั้ยครับมีอะไรจะให้ดูหรือมีที่จะไป "

ผมถามก่อนลงจากรถ

" ไม่มี "  พี่เนียร์ตอบส่ายหน้าไปมาอย่างช้าๆ

" ห้องนี้ ดูไม่เหมือนนายเลย "

พี่เนียร์เอ่ยหลังจากที่ไล่สายตาสำรวจห้องที่ผมพักเสื้อผ้ายังกองเต็มตะกร้าวางอยู่มุมห้อง มุมห้องอีกข้างมีโต๊ะสำหรับเขียนงานวางอยู่ซึ่งตอนนี้มีกระดาษวางเกลื่อน เตียงนอนมีแฟ้มงานวางอยู่แต่ก็พอมีที่ให้พี่เนียร์นั่งลงไป

" ทำไมครับ "

ผมถามโดยไม่มองหน้า พลางเก็บของที่เตียงนอนให้โล่ง

" นายเหมือนเพชรในกองขี้เถ้า "

พี่เนียร์บอกอมยิ้มขำๆ ผมหัวเราะเบาออกมากับ สำนวนแปลกๆ แปล่งของพี่เนียร์

"  ที่​พูดออกมา​รู้ความหมายรึเปล่าครับนั่น  "

" รู้สิ รก สกปรก ทำความสะอาดบ้างก็ได้นะ "

พี่เนียร์บอกเหมือนบ่นๆ มือเรียวก็หยิบจับกระดาษที่วางอยู่บนที่นอนออก แล้วเดินเอาเก็บที่โต๊ะทำงานผมแล้วมองสำรวจรอบๆห้อง อาทิตย์นี้ผมวุ่นๆเลยไม่มีเวลาทำความสะอาด อีกทั้งเสื้อผ้าก็ยังกองเต็มตะกร้า

" ไม่อายรึไงชวนคนอื่นมาห้องที่มีสภาพแบบนี้ "

พี่เนียร์ถามแล้วร่างสูงพี่เนียร์ก็วุ่นกับการจัดเก็บเอกสารบนโต๊ะกระดาษและดินสอที่ผมใช้งานเเล้ววางเกลื่อน พร้อมกับบ่นพึมพำว่า

หน้าตาก็ดีเเต่ห้องนี่......  โคตรรก...

" ไม่อาย ก็พี่ไม่ใช่คนอื่นพี่เป็นแฟนผม "

ผมตอบหน้าตาย

" ยิ่งแฟนสิยิ่งน่าจะอาย  "

"  งั้นผมควรอายหรอกหรอ "

ผมบอกพลางกลั้นยิ้มเมื่อพี่เนียร์ยกแฟ้มขึ้นทำท่าจะตีผม​  อารมณ์ร้อนเหมือนกันแฮะ​ แค่ล้อเล่นนิดเดียว

" ไปนั่งก่อนครับ ผมมีอะไรให้ดู "

ผมดึงข้อมือพี่เนียร์ให้นั่งลงปลายเตียงแล้วเดินไปหยิบกระดาษแผ่นใหญ่ส่งให้เป็นแบบโรงเรือนกระจกที่พี่เนียร์บอกรายละเอียดผมเมื่อวันก่อนเมื่อคืนผมนั่งเขียนเกือบค่อนคืนพี่เนียร์ทำหน้าประหลาดใจเมื่อมองกระดาษในมือเงยหน้ามามองผม

" อย่าบอกนะว่า กรนายเขียนนี่แค่คืนเดียว "

พี่เนียร์ถามพร้อมกับยกกระดาษขึ้น ผมพยักหน้ารับ

" ทำไมถึงต้องอดหลับอดนอนทำด้วยไม่ได้เร่งรีบ อะไรขนาดนั้น "

พี่เนียร์ยังบ่นผมไม่หยุด

" เป็นห่วงหรือครับ "

" เออสิ วะ!! "

พี่เนียร์ตอบเร็วอย่างลืมตัวอ้าปากค้างแล้วก้มหลบสายตาผมมองแปลนร่างในมือ พลางชี้ถามว่าตรงนี้ๆอันไหนมันคืออะไร แล้วผมก็ขยับตัวเข้าไปชิดจนหัวไหล่ชนกัน แล้วก็อธิบายเพิ่มเติมให้ฟัง พร้อมกับถามความคิดเห็น แล้วพี่เนียร์พูดๆแต่ผมนั้นแทบจะไม่ได้ฟัง แอบมองแก้มเนียนสีแดงเรื่อๆที่แทบจะชนกับปลายจมูกผม ยิ่งเวลาพี่เนียร์ขยับตัวไปชี้ แล้วถามนั่นนี่กลิ่นกายของพี่เนียร์กลิ่นหอมแปลกๆ ทำให้ผมหัวใจแทบวาย ผมก็ได้แต่พยักหน้าครับๆ

" น่าทึ่ง นายนี่เก่งเหมือนกันแฮะ " พี่เนียร์เอ่ยชม

" ยะ.. อยู่ๆก็พูดอะไรออกมาน่ะ "

ผมพูดติดๆขัดๆเมื่อถูกชมต่อหน้าไม่รู้ว่าหน้าตัวเองตอนนี้แดงรึเปล่าแต่หัวใจนี่เต้นเเรงขึ้นเรื่อยๆ

" ก็ชมไง "

พี่เนียร์เอ่ยพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาตอนนี้ปลายจมูกโด่งของพี่เนียร์ชนกับแก้มผมพอดี พี่เนียร์จึงขยับตัวออกห่างผมทันที

ให้ตายเถอะแทบจะอดใจไหวอยู่กันสองต่อสองแบบนี้แถมยังใกล้ชิดกันขนาดนี้ ทั้งที่แต่ก่อนผมหักห้ามใจได้ตลอด แต่ตอนนี้ทำไม่ได้ อยากจะกอดจะสัมผัสอย่างเดียวเลย

หื่นไปไหนวะ ผมคิดบ่นตัวเอง

แล้วเสียงริงโทนของมือถือพี่เนียร์ก็ดังขึ้น พี่เนียร์หยิบมือถือขึ้นมา มองหน้าจอสลับกับมองผมเหมือนขออนุญาต​ แล้วพี่เนียร์ก็เดินเบี่ยงตัวหลบออกไปคุยด้านนอกระเบียง

เสียงริงโทนไม่คุ้น น่าจะเป็นคนพิเศษใคร?  

ผู้หญิงหรือผู้ชาย?  ผมเริ่มคิดฟุ้งซ่าน

ช่วงที่รอพี่เนียร์คุยโทรศัพท์ ผมก็เดินจัดเก็บห้องตัวเองไปเรื่อยๆพลางมองผ่านกระจกใสที่เห็นเเค่แผ่นหลังพี่เนียร์ยืนพิงอยู่

20นาทีผ่านไปพี่เนียร์เดินเข้ามาเหมือนจะพูดอะไรทำหน้าอึดอัดใจ

 " มีธุระก็ไปเถอะครับ "

ผมบอกแล้วยื่นแบบแปลนให้พี่เนียร์​แล้วพี่เนียร์ก็บอกว่าจะให้เลขาโอนค่าจ้างมาให้ผม แต่ผมไม่รับขอเป็นเดทวันหยุดก็พอ พี่เนียร์ทำหน้าอึ้งๆนิดนิงจึงยอมตกลงและรีบออกจากห้องไป จากนั้นผมก็นั่งทำงานของผมต่อและช่วงหัวค่ำ ไอ้เสกก็โทรมาหาผม ว่าเหงาเศร้าผมจึงชวนมันออกไปดื่มกันที่ร้านประจำ นั่งปรับทุกข์กับไอ้เสกเกือบเที่ยงคืน ก็กลับมานอนห้องที่คอนโด ปกติถ้างานไม่มีผมจะไปค้างที่ร้านของนนท์นัท หลังจากอาบน้ำเสร็จเเล้วมองนาฬิกาอีก10 นาทีเที่ยงคืน หยิบมือถือขึ้นมาลังเลใจนิดนึงแล้วก็พิมพ์ข้อความเดิมๆส่งไป

ฝันดีครับ

ซึ่งบางวันก็ถูกอ่านบางวันก็อ่านอีกข้ามวัน   พี่เนียร์ก็ยังเป็นพี่เนียร์คนเดิมดูเฉื่อยๆ กับ ทุกสิ่งทุกอย่างผมเพิ่งเข้าใจว่าที่ผ่านมาผู้หญิงที่คบที่คุยที่เลิกกันกับพี่เนียร์  นั้นอาจจะรับความเฉยๆของพี่เนียร์ไม่ได้ และล้วนต่างคาดหวัง คงมีแต่ผมละมั่งที่ยังคงรักไม่เปลี่ยนแปลง และมีแต่จะเพิ่มมากยิ่งขึ้น ผมยังนึกถึงคำว่า ลองคบ ของพี่เนียร์อยู่และคำนี้ ก็ยังวนอยู่ในหัวผมตลอดเวลา เพราะเรื่องนี้มันละเอียดอ่อน ยิ่งนานผมรู้สึกว่ายิ่งผูกพันผมกลัวว่าวันหนึ่ง การลองของพี่เนียร์ถ้าเกิดผมไม่ใช่ขึ้นมา มิตรภาพดีๆจะหมดและจบลงไปตั้งแต่ที่ผมกับพี่เนียร์เริ่มสถานะผิดตั้งแต่ต้น

เห้อ.... ถ้าถึงวันนั้นจริงๆผมไม่มีแผนสำรองอะไรสักอย่างแล้วก็เอื้อมมือไปหยิบรูปในลิ้นชักขึ้นมาในรูปนั้นพี่เนียร์ยิ้มสดใสยืนคู่กับผม

" พี่เนียร์ล่ะครับ จะทำยังไงถ้าวันข้างหน้าผมไม่ใช่ คนที่ใช่สำหรับพี่ "

ผมพูดเสียงเบากับรูปถ่ายในมือ

ผมรู้ว่านานเท่าไหร่เเล้วที่ผมทำแบบนี้   แต่ผมไม่รู้ว่าผมจะหยุดทำแบบนี้ถึงเมื่อไหร่

บริษัท Co

11.00 น.

เช้านี้ผมมาทำงานด้วยอาการสะลึมสะลือเนื่องจากเมื่อคืนผมนอนไม่หลับ ผมก็เลยตื่นมานั่งขีดๆเขียนๆเกือบตีสาม

" กรเกย์ เป็นอะไรไม่สบายหรือว่าทะเลาะกับแฟนหนุ่ม "

หลินหุ้นส่วนผมเปิดประตูเข้ามาโดยไร้การส่งสัญญาณ และเข้ามาเห็นผมนั่งเอามือปิดหน้าอยู่แถมยังถามคำถามแทงใจดำอีก​ เรื่องทะเลาะกับแฟนหนุ่ม ซึ่งหลินเป็นคนเดียวในบริษัทที่รู้ว่าพี่เนียร์เป็นแฟนผม เพราะหลินคือผู้รับฟังที่ดี

" เปล่า แค่เหนื่อยๆ "

ผมบอกเสียงเนือยๆพร้อมกับยื่นแฟ้มงานตัวใหม่ให้หลินเธอมองหน้าผมนิดนึง

" หน้านายดูแย่มาก "

หลินบอก ผมเอามือลูบหน้าตัวเองนิดนึงเพื่อปรับอารมณ์

" กรเกย์คนเราคบกันแล้วมีแต่ความทรมานน่ะ นั่นก็แปลว่าไม่ไหวแล้วนะ นายน่ะกำลังทรมานกับการอยู่ข้างๆเจ้าชายที่นายหลงมาตั้งแต่ม.ปลายอยู่รึเปล่าคิดดูนะ "

หลงงั้นหรอ... ตอนนี้ต่างคนต่างไม่แน่ใจที่จะเดินต่อไปยังไงรึเปล่า  ผมเองก็กลัวความไม่แน่นอนของคำว่าลองคบของพี่เนียร์

แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นปลุกให้ผมหลุดจากความคิดของตัวเอง หลินก็เลยเดินไปเปิดประตู ทำท่าตกใจนิดนึง ยืนอึ้งอยู่หน้าประตู ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าหลินทำให้ผมเองก็อึ้งไม่ต่างกัน พี่เนียร์มองสบตาผมแวบหนึ่งแล้วหันไปส่งยิ้มทักทายกับหลิน และเดินมานั่งลงที่เก้าอี้รับแขกด้วยท่าทีสบายๆ หลินเดินมากระซิบกระซาบผม

" ยังจะแกล้งทำเป็นคนอื่นอีก ส่งเมลไปบอกทุกคนดีกว่าว่าวันนี้แฟนหนุ่มของกรเกย์มา "

หลินบอกพร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

" ไม่ต้องเลย ออกไป "

ผมกระซิบเค้นเสียงแล้วดันร่างของหลินออกจากห้องไป แล้วนั่งลงตรงข้ามพี่เนียร์ที่มองตามผมตลอดโดยไม่ละสายตา

" มีอะไรรึเปล่าครับ "

ผมถามเมื่อพี่เนียร์ไม่ยอมพูดอะไรออกมาเอาแต่จ้องมองผมจนผมรู้สึกอึดอัดแล้วพี่เนียร์ก็ยกแฟ้มขึ้นมา

" อยากคุยรายละเอียดนิดหน่อย "

จากนั้นผมกับพี่เนียร์ก็คุยกันเรื่องโรงเรือนกระจกที่ผมเขียน สักพักรุ่นน้องผมก็น่ากาแฟมาเสริฟพร้อมกับมองพี่เนียร์ และผมก็รู้แล้วว่าหลินคงไปพูดอะไรสักอย่าง ผมส่ายหน้าไปมาเมื่อรุ่นน้องผมออกไปมองพี่เนียร์ที่หน้าตานิ่งๆอยู่  ต่อจากนั้นก็มีเพื่อนร่วมงานเปลี่ยนเวียนกันเข้ามาจุดประสงค์เดียวคือ อยากเห็นพี่เนียร์สำหรับเพื่อนร่วมงานเเล้วผมไม่ได้ปิดบังอะไร แต่สำหรับพี่เนียร์คงจะเปิดเผยมากไม่ได้

" ยังเป็นความลับอยู่หรอ เรื่องของนาย " พี่เนียร์ถาม

" ก็ใช่ว่าทุกคนจะรู้เรื่องพี่เนียร์นี่ครับ "

ผมบอกพี่เนียร์ก็เลยนิ่งไปทำเป็นมองไปทั่วห้อง

" สวยนะ หุ้นส่วนนาย "

อยู่ๆพี่เนียร์ก็เอ่ยถึงหลินคงเห็นภาพที่แชวนโชว์อยู่บนผนังห้อง ที่มีผมและหลินกอดคอกันอยู่

" สวยหรอครับ พอดีผมไม่ค่อยมองเธอในมุมนั้น​ "

เพราะผมไม่ชอบผู้หญิงก็เลยมองหลินเหมือนธรรมดามั่ง​  ส่วนพี่เนียร์ก็คงมองต่างกันออกไป

" ไม่มีส่วนที่ชอบเลยหรอ " พี่เนียร์ถาม

" มีครับ "

ผมตอบแล้วเดินไปนั่งลงข้างๆพี่เนียร์เหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่หล่อเหลา

" อะไรล่ะที่ชอบ หู ตา จมูก หน้าอก นิสัย หรือๆ "

พี่เนียร์ไล่ออกมาและทำท่าเหมือนกำลังนึก ผมก็เลยโน้มตัวไปหอมแก้มกดเน้นเเรงๆสูดหอมจนเกิดเสียงดัง

" ชอบพี่เนียร์ "

ผมส่งสายตาอย่างสื่อความหมายพี่เนียร์ทำหน้า เหวอตกใจสุดขีด มองไปรอบๆห้อง แล้วก็ขยับตัวออกห่างผม ไม่พูดไม่จานั่งนิ่งมองกระดาษแปลนในมือ แต่ผมสังเกตเห็นแก้มนั้นแดงๆเรื่อๆ

ไม่ว่ายังไงผมก็ยังชอบผู้ชายคนนี้อยู่ดี

แล้วผมก็ชวนพี่เนียร์ไปกินข้าวเพราะอีกไม่กี่นาที ก็เที่ยง ผมเดินออกมาจากห้องทำงานเพื่อนร่วมงานหลายคนที่อยู่ด้านนอกต่างมองผมกับพี่เนียร์ที่เดินคู่กันมา และผมคิดว่าข่าวลือคงถูกปล่อยไปแล้ว  ดีที่พี่เนียร์เป็นคนเฉยๆ ดูไม่สนใจกับสายตาคนมองอยู่แล้ว นั้นทำให้ผมโล่งใจ

เมื่อเดินมาถึงลานจอดรถพี่ชาติก็เดินมาทักผมกับพี่เนียร์ พี่เนียร์มองพี่ชาติตาขวางแปลกๆ ผมก็พอรู้ว่าพี่เนียร์ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่กับพี่ชาติ แต่ก็ไม่ถึงขั้นเกลียดแค่เขม่นกันบางอย่างบางเรื่อง

" เมื่อกี้ที่ออฟฟิศคุยกันเรื่องนายกับ "

พี่ชาติเอ่ยเเล้วมองไปที่พี่เนียร์ ข่าวลือนี้ไม่เว้นแต่พี่ชาติสินะที่รู้ ผมมองหน้าพี่เนียร์นิดนึงแต่ผมก็ไม่ทันได้ตอบอะไร

" เออเรื่องจริง มึงรู้แล้วก็เลิกมายุ่มย่ามกับกรซะที "

พี่เนียร์เอ่ยเสียงเข้ม แล้วหยิบมือพี่ชาติที่วางอยู่บนบ่าผมออกพี่ชาติทำหน้าตกใจนิดนึงและหัวเราะออกมาแต่พี่เนียร์ไม่สนใจเดินลากข้อมือผมไปที่รถ

" แค่นี้ทำหวง "

พี่ชาติร้องตามหลังพี่เนียร์หันไปแล้วยกนิ้วกลางให้พี่ชาติ

" กลับไปต้มน้ำใบบัวบกกินเลยไป "

พอพี่เนียร์พูดจบพี่ชาติก็หัวเราะเสียงดังออกมา คงจะไม่ได้ซีเรียสอะไรมั่ง ดูแล้วทั้งสองคงหยอกล้อกันเองมากกว่า ขณะที่นั่งอยู่ในรถ นึกถึงคำพูดโต้งๆตรงไปตรงมาของพี่เนียร์แล้วก็ทำให้ผมหุบยิ้มไม่ลง

" เป็นบ้ารึไง เลิกทำหน้ายิ้มแบบนั้นซะทีได้มั้ย "

พี่เนียร์เอ่ยเหน็บขณะขับรถ

" ก็ผมดีใจนี่ครับ "

ผมยอมรับตรงๆว่าดีใจที่ผมไม่ได้คิดเองฝ่ายเดียว ถึงคำว่ารักว่าชอบผมจะเป็นคนพูดอยู่ฝ่ายเดียวก็ตาม อย่างน้อยความพยายามผมก็ไม่สูญเปล่า

"  ดีใจเรื่องอะไร " พี่เนียร์ถาม

" ได้กินข้าวพร้อมพี่ "

" บ้าจริงๆด้วย "

พี่เนียร์บอกพร้อมกับหลุดยิ้มออกมาเขินอายในมาดนิ่งๆยิ่งทำให้ผมรู้สึกดีใจ หลังจากที่นิ่งเงียบกันไปสักพักพี่เนียร์ก็พูดขึ้นว่า

" กรนายเคยคิดถึงอนาคตมั้ย " อยู่ๆพี่เนียร์ก็ถามขึ้น

" ผมไม่เคยคิดหรอก เรื่องแบบนั้นหนักจะตายไป "

ผมพูดโกหกออกไปครึ่งนึง

" แล้วถ้าวันหนึ่งคบกันไปต่างคนต่างไม่ใช่ล่ะ "

พี่เนียร์ถามคำถามที่ผมเองยังไม่กล้าเอ่ยกล้าถามออกมา แล้วเสียงริงโทนเจ้าประจำของมือถือพี่เนียร์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ผมกับพี่เนียร์มองไปที่มือถือพร้อมกัน คราวนี้ผมเห็นชื่อคนที่โทรเข้าชัดเจน

มิ้น  ชื่อผู้หญิงนี่  แล้วพี่เนียร์ก็หยิบมือถือกดปิดเสียงและปล่อยให้อีกฝ่ายวางสายไป

แล้วมื้อเที่ยงที่แสนอึดอัดก็ผ่านไป เพราะมือถือพี่เนียร์ที่สั่นอยู่ตลอดเวลา แต่พี่เนียร์ก็ไม่รับสาย แถมยังหลบตาผมอีกด้วย  พอพี่เนียร์มาส่งผม ที่บริษัทพี่เนียร์ก็กลับไปผมว่างช่วงบ่ายจึงแวะไปหานนท์นัทที่ร้านพอมีโอกาสก็เลยถามไอ้นนเรื่อง ผู้หญิงที่ชื่อมิ้น และเป็นอย่างที่ผมคิดไว้ ผู้หญิงคนนั้นคือแฟนเก่าของพี่เนียร์

บ่ายวันศุกร์ พี่เนียร์ไปทำงานที่รีสอร์ต​3วันแล้ว ทุกอย่างยังเหมือนเดิมสำหรับผมกับพี่เนียร์มีโทรคุยกันบ้างส่วนมากจะเป็นผมที่โทรหา และสิ่งที่กวนจิตใจผมอยู่ตอนนี้คือย้อนไปเมื่อวันคืนก่อน

ผมโทรหาพี่เนียร์ประมาณ​4ทุ่ม แต่ดูเหมือนพี่เนียร์ จะอยู่ในบ้านพักแต่ ถ้อยคำที่พี่เนียร์พูดคุยกับผม ทำให้ผมรู้เลยว่า มีใครอีกคนอยู่ตรงนั้นด้วย

เพราะคำว่าแฟนเก่าที่ตามหลอกหลอนทำให้ผมขับรถจากกรุงเทพฯถึงรีสอร์ต​เกือบ3ชั่วโมง ตะวันตกดินพอดีผมพยายามโทรติดต่อพี่เนียร์หลายครั้งแต่ก็ปิดเครื่อง ผมก็เลยถามพี่เต้ผู้จัดการพี่เนียร์ ซึ่งรู้จักกับผม เค้าบอกว่าพี่เนียร์ออกไปตั้งแต่บ่าย กับเพื่อนสมัยเรียน และพี่เต้ก็ให้กุญแจสำรองบ้านพักพี่เนียร์มาให้ แรกๆผมบอกว่าอยากแยกพักอีกหลังแต่ติดที่วันนี้เป็นพรุ่งนี้เป็นวันหยุด บ้านพักจึงถูกจองเต็มทุกหลัง

20.00 น.

พี่เนียร์ก็ยังไม่กลับ ผมอาบน้ำเสร็จเดินออกมา นั่งเล่นบริเวณหลังบ้าน ที่มีสวนหย่อมเล็กอยู่ด้านข้าง ดูแล้วคงเป็นพี่เนียร์ที่ทำและตกแต่งเอง  แล้วผมก็ได้ยินเสียงรถจอดด้านหน้าบ้านพัก ผมจึงเดินอ้อมไปดู ภาพตรงหน้าคือพี่เนียร์กับผู้หญิงสวยอีกคนทั้งคู่กำลังเดินมาที่หน้าบ้านพัก

" มิ้นว่าเรามานั่งดื่มต่อที่บ้านพักดีกว่านะเราจะได้ระลึกถึงความหลังไง "

เสียงหวานของผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นพร้อมกับคล้องแขนพี่เนียร์ออดอ้อน ส่วนพี่เนียร์ก็พยายามแกะมือผู้หญิงคนนั้นออก มองไปในตัวบ้านพักและรอบๆคงกลัวใครมาเห็น

" ไม่ล่ะ วันนี้เหนื่อยแล้ว "

พี่เนียร์บอกปฏิเสธแล้วผู้หญิงคนนั้นก็ทำหน้างอนิดนึง ยื่นหน้าสวยๆไปหอมแก้มพี่เนียร์แล้วเดินไป น่าจะพักอยู่บ้านอีกหลัง  ผมนั่งนิ่งใช้ความคิดของตัวเองอยู่นาน มิ้น แฟนเก่าของพี่เนียร์ มาอยู่ได้ไง และอะไรคือระลึกความหลัง

หมายความว่า ขอคืนดี งั้นหรอ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมรู้คำตอบของตัวเองดี แต่คำตอบของพี่เนียร์ล่ะ.......

แล้วหวนนึกถึงคำพูดของหลินเมื่อวันก่อน

นายแน่ใจนะว่าเจ้าชายของนาย ใช่จะเป็นเกย์จริงๆ บางครั้งอาจจะแค่ดีใจรู้สึกดีที่มีคนคอยปรนนิบัติ แถมคนนั้นก็ดีเเสนดี หล่ออีกต่างหาก

" มาตั้งแต่เมื่อไหร่ "

ร่างสูงของพี่เนียร์ถามพร้อมกับนั่งลงชันเข่าข้างๆ ผมหันไปมองรีบปรับสีหน้าทันทีและส่งยิ้มอ่อนให้นิดนึง

" หกโมงกว่าๆ "

" อืม.... แล้วกินข้าวยัง "

พี่เนียร์ถามแล้วผมพยักหน้า อืมๆ แล้วผมก็ถามว่ารู้ได้ไงว่าผมอยู่นี่พี่เนียร์บอกว่าผู้จัดการบอกและเดาเองว่า ผมคงนั่งอยู่แถวนี้ แล้วผมก็นั่งคุยกับพี่เนียร์สักพัก โดยที่ผมไม่เอ่ยถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เลย และพี่เนียร์เองก็ไม่ได้เล่าอะไร จากนั้นก็แยกย้ายกันไปพัก ซึ่งผมนอนคนละห้องกับพี่เนียร์ กว่าผมจะหลับตาลงได้ ก็เกือบตี3

ความคิดว้าวุ่นในใจผมยังตีรวนในหัว เรื่องความสัมพันธ์ของผมกับพี่เนียร์และก็ผู้หญิงคนนั้น ลำพังความรักลุ่มๆดอนๆ ของผมกับพี่เนียร์ก็สั่นคลอนอยู่แล้วไหนจะมีแฟนเก่าเข้ามาอีก

นายจะไหวรึเปล่ากรเกย์  ผมถามตัวเองความรู้สึกตอนนี้มันหน่วงยิ่งกว่าตอนแอบรักซะอีก

วันเสาร์

แล้วความสงสัยและเรื่องที่คาใจผมก็กระจ่างชัด เมื่อมื้อเที่ยงที่ผ่านมาพี่เนียร์แนะนำให้ผมรู้จัก พี่เนียร์บอกว่าเป็นรุ่นน้องที่เคยเรียนด้วยกัน แต่มิ้นก็เล่าออกมาให้ผมฟังเป็นนัยๆ นั่นทำให้ผมเดาออก มิ้นผู้หญิงคนนั้นเคยเป็นแฟนเก่าพี่เนียร์เคยคบกันช่วงเรียนมหาลัยคบกันเกือบ4ปี  และเจตนาที่เธอมาครั้งนี้ก็คือขอคืนดีกับพี่เนียร์ ซึ่งผมแอบได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง

" มันเป็นไปไม่ได้ เรื่องของเราจบแล้ว พี่มีคนใหม่ "

" ไม่จริงพี่เนียร์โกหกมิ้น มิ้นไม่เห็นมีใครเลย มิ้นขอโทษที่เคยว่าพี่ไม่ดีแต่มิ้นลืมพี่เนียร์ไม่ได้เลย "

เสียงของผู้หญิงคนนั้นอ้อนวอน เธอน่าจะอายุน้อยกว่าพี่เนียร์ สวยสดใสตามแบบฉบับผู้หญิงไทย ที่ผู้ชายหลายคนหมายปอง และเมื่อเธอเริ่มร้องไห้ อ้อนวอน พี่เนียร์ทำให้ผมทนมองภาพตรงหน้าไม่ได้จึงเดินหลบออกไป โดยไม่ได้ฟังว่าสองคนนั้นพูดอะไรต่อ และพี่เนียร์ก็ไม่รู้ว่าผมรู้เรื่องทั้งหมด เพราะผมทำทุกอย่างให้ปกติ  หลังจากที่ผมตรวจสถานที่ที่จะสร้างโรงเรือนกระจกเสร็จแล้ว พี่เนียร์ก็บอกว่ามีธุระในเมือง และธุระของพี่เนียร์ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของผู้หญิงคนนั้นเพราะผมเห็นเดินไปขึ้นรถพร้อมกัน  จากนั้นผมก็นั่งขีดๆเขียนงานผมไปจนเกือบเที่ยงคืนพี่เนียร์ก็ยังไม่กลับผมจึงอาบน้ำนอน  แล้วก็สะดุ้งตื่นกลางดึก เมื่อมีเงาตะคุ่มๆยืนมองผมอยู่ปลายเตียง พี่เนียร์นั่นเองผมมั่นใจ พี่เนียร์ยืนอยู่อย่างนั้นสักพักแล้วโน้มตัวลงมาเอามือเรียวลูบที่เส้นผมอย่างแผ่วเบากลิ่นแอลกอฮอล์โชยมานิดๆ ผมพยายามกลั้นหายใจไม่ให้ส่งเสียง สักพักพี่เนียร์ก็เดินออกไปผมจึงถอนหายใจออกมา

ความอบอุ่นเมื่อกี้คืออะไรพี่เนียร์....

เช้าวันอาทิตย์ผมออกไปวิ่งตั้งแต่เช้าตรู่ มองประตูห้องพี่เนียร์ยังปิดสนิท คงยังไม่ตื่นมั่ง ผมคิดแล้วออกไปวิ่งเกือบ3 ชั่วโมงกลับมาก็ไม่เห็นรถพี่เนียร์เเล้ว ไปไหนนะ​ ทั้งที่มีงานคุยกับช่างด้วยสิช่วงเช้า  แล้วผมก็อาบน้ำแต่งตัวออกไปดูสถานที่งานของผมต่อ หยุดคิดเรื่องวุ่นวายใจก่อน

" ขอคุยด้วยหน่อย "  

เสียงผู้หญิงดังขึ้น ผมหันไปมองพอรู้ว่าใครผมก็เลยเดินนำหน้าพาเธอไปในที่ลับตาคนนิดนึง

" มีอะไรครับ "

" นายเป็นเกย์ นายใช่มั้ยที่หลอกล่อพี่เนียร์ให้เดินไปทางสายนี้กับนาย "

ผู้หญิงคนนั้นต่อว่าผมซะยาว

" ไม่เกี่ยวกับคุณ " ผมบอกเสียงนิ่งๆ

" เกี่ยวสิ เพราะนายคนเดียวพี่เนียร์บอกว่ากำลังคบกับนาย พี่เนียร์ไม่เคยเป็นแบบนี้ พวกเราคบกันมา4ปีฉันรู้จักพี่เนียร์ดีที่สุดถ้าไม่มีนายเราสองคนก็จะกลับมาคืนดีกัน "

ผู้หญิงคนนั้นพูดเสียงเริ่มดัง พี่เนียร์บอกผู้หญิงคนนี้งั้นหรอ ทำให้ผมรู้สึกดีใจและยิ้มออกมา

" งั้นคุณก็รู้แล้วว่าผมกับพี่เนียร์กำลังคบกัน ถึงจะเพิ่งเริ่มคบกันแต่จริงๆผมรักพี่เค้ามาเกือบ20ปีเพราะงั้นผมไม่ยอมยกพี่เนียร์ให้คุณหรือใครทั้งนั้น ขอโทษด้วยครับ "

ผมบอกเสียงสุภาพเธอคนนั้นทำหน้าตาขึงโกรธ นัยน์ตาฉายแววโกรธเกรี้ยวสุดขีดไม่พูดอะไรเดินผ่านหน้าผมไป

" ผู้ชายคนนั้นมันมีดีตรงไหน "

เสียงผู้หญิงคนนั้นดังขึ้นผมหันไปมองเห็นเธอยืนเผชิญหน้ากับพี่เนียร์อยู่ พี่เนียร์มองหน้าผมแวบหนึ่งส่งสายตาเศร้าๆมา แล้วพูดกับผู้หญิงคนนั้น

" มิ้นพี่ขอโทษ "

" มิ้นเกลียดพี่ มิ้นเกลียดๆมิ้นภาวนาให้ชีวิตสองหน้าของพี่แตก ในวันนี้พรุ่งนี้เลย พอกันทีผู้ชายห่วยๆ "

ผู้หญิงคนนั้นพูดแล้วก็ผลักพี่อย่างแรงแล้ววิ่งหนีไปที่บ้านพัก พี่เนียร์มองหน้าผมนิดนึง

" ไปเถอะครับก่อนที่เธอจะอาละวาด รีสอร์ทพัง "

ผมบอกแล้วเดินหมุนตัวออกไปคนละทาง   พี่เนียร์เลือกผมงั้นหรอ พี่เนียร์บอกคนอื่นว่าคบกันผมงั้นหรอ ทำไมรู้สึกดีแปลกๆนะ แล้วผมก็หลุดยิ้มออกมาหลังจากที่ไม่ได้ยิ้มแบบนี้หลายวัน.....

เนียร์ Part

ผมวิ่งตามมิ้นไปที่บ้านพักและกว่าจะเคลียร์ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ที่เกือบจะเป็นรักสามเส้าได้ก็เกือบ2ชั่วโมง​ และมิ้นก็ให้ผมไปส่งที่กรุงเทพซึ่งผมก็รับปาก  

ย้อนไปเมื่ออาทิตย์ก่อนมิ้นติดต่อผมมาแรกๆผมก็คิดว่าเธอก็เเค่อยากทักทายตามประสาคนเคยรู้จักกันมาแต่สุดท้ายผมก็รู้จุดประสงค์ของเธอเมื่อคืนก่อน ผมถามเธอไปกินข้าวในเมือง และดื่มกันนิดหน่อยและมิ้นพยายามจะทำให้เหมือนเดิมคือรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางกาย ทุกอย่างมันเริ่มจนเกือบจะถึงขั้นตอนสุดท้าย

แต่ผมก็ต้องหยุดเมื่อใบหน้าที่ยิ้มแย้มของกรลอยมา คำพูดความห่วงใยของกรที่ทำให้ผมปฏิเสธไม่ได้เลย ว่า ผมชอบกรจริงๆ  

แถมยังคิดถึงสัมผัสนุ่มนวลของกรอีก และนั่นทำให้ผมบอกกับมิ้นไปตรง ๆว่า กรเป็นใคร และมีความสำคัญกับผมแบบไหน  แล้วเหตุการณ์ก็ลามมาถึงชั่วโมงเมื่อกี้ที่มิ้นเรียกกรมา เพราะว่าผมเห็นพอดีผมจึงเดินตาม และผมได้ยินบทสนทนานั่นทุกคำของคนทั้งคู่  กรยังเป็นคนเดิม คนที่สุขุมเยือกเย็น และก็ยังคงรักผมอย่างมั่นคง ผมยังจำคำพูดที่กรบอกว่าไม่ยอมยกผมให้ใครเด็ดขาด เพราะคำนั่นทำให้ผมมั่นใจว่าผมเองก็จะเดินหน้าต่อไปผมจะไม่กลัวอะไรแล้ว หยุดคิดเรื่องอนาคตบ้าบอนั่น หยุดตีสองหน้าแล้วเปิดเผยตัวตนซะที

พี่เนียร์คนนี้จะเติมเต็มความรัก20ปี ของนายเอง

5ทุ่มครึ่งผมมองนาฬิกากรยังไม่กลับมาบ้านพัก ซึ่งเมื่อเย็นผมโทรหาบอกว่าอยู่กรุงเทพฯกำลังจะกลับรีสอร์ท และกรบอกว่ามีนัดกินข้าวกันกับช่างที่มารับเหมางาน แต่นี่มันจะเที่ยงคืนเเล้ว ผมกลับมาถึงรีสอร์ทเกือบชั่วโมงนั่งดื่มเหล้าคนเดียวจนรู้สึกมึนๆ

" กลิ่นเหล้าเบียร์หึ่งเชียว "

เสียงกรเอ่ยขึ้นเมื่อก้มลงมา มองผมที่นั่งอยู่บนพื้นหน้าระเบียงด้านหลังบ้าน

" ทำไมอยู่ดึก " ผมถาม

" คุยกับช่างเพลินไปหน่อย "

กรตอบพลางหยิบขึ้นดื่ม ช่างหรอ เอาการเอางานจริงๆนะ ผมคิด

" ผู้ชายทั้งทั้งนั้นสินะ "  ผมถามออกไป

" ช่างก็มีแต่ผู้ชายอยู่แล้ว "

กรตอบเสียงนิ่งๆ ผมมองใบหน้าเรียวใสที่มีหนวดเคราขึ้นมาไรๆ และความคิดผมตอนนี้

อยากจูบ อยากดึงเข้ามากอดไว้แน่น ผมจึงเอื้อมมือไปแต่ก็ต้องชะงักงัน​กลางคัน

"  พี่เนียร์ครับ ถึงตอนนี้พี่คิดยังไงกับผม ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมได้กอดจูบพี่ วันๆผมก็ได้แต่คิดเกี่ยวกับพี่ทั้งวัน " 

กรเอ่ยขึ้นแววตาเศร้าๆนั้นทำให้หัวใจผมกระตุกวาบ เเววตาแบบนี้ผมเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก ผมทำหน้าอึดอัดได้แต่  เอ่อ.. อ่า.ๆ

" ถ้าไม่รู้สึกแบบเดียวกันล่ะก็ ผมก็อยากจะตัดใจจริงๆซะที ไม่อย่างนั้นล่ะก็ผมก็จะเอาแต่คาดหวังกับพี่ไปเรื่อยๆ "

เสียงกรฟังเเล้วเศร้ามากๆ

ตัดใจจริงๆงั้นหรอผมไม่ยอมหรอก​

คิดแล้วก็ดึงคอเสื้อของกรมาแล้วก้มลงกดริมฝีปากของตัวเองลงไปกับริมฝีปากของกร ผมได้กลิ่นแอลกอฮอล์เล็กน้อย จูบบดเบียดดูดดึงริมฝีปากนุ่มนิ่มทั้งบนและล่างสักพักก็ถอนริมฝีปากออกกรยังนิ่งอึ้งอยู่เหมือนกับซ็อคเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมจูบกรก่อน

" พี่ทำอะไรลงไปรู้ถึงผลกระทบของมันมั้ยครับ "

กรถามเสียงนิ่งๆแต่นัยน์ตาฉ่ำเยิ้ม ผมไม่ตอบได้แต่ส่ายหน้า แล้วกรก็ผลักผมนอนลงราบกับพื้นและเอาร่างหนา มาคร่อมทับร่างผมไว้ แล้วกดริมฝีปากจูบให้ทั่วใบหน้าผมอย่างอ่อนโยน จากนั้นใช้ปลายลิ้นเลียรอบๆริมฝีปากของผม ก่อนจะส่งปลายลิ้นเข้าไปในปากผมทีละน้อย ค่อยๆ เพิ่มแรงบดเคล้าด้วยการดึงลิ้นออกมาและดูดเบาๆที่ริมฝีปากเป็นครั้งคราวจนร่างผมสะท้าน

จูบเก่งซิปหาย.....

" อื้อ... กร... "

ผมหลงปล่อยเสียงครางออกมาเมื่อจูบเริ่มจริงจังและร้อนแรงมากขึ้นมือเรียวลูบไล้ตามแนวสะโพกของผมอย่างเบามือไล้ลงไปที่ต้นขาและหยุดที่กลางลำตัวสัมผัสกับบางอย่างที่แข็งนูน แล้วกรก็หยุดชงชะงัก​ลง รีบผละตัวเองออกจากร่างผม

" ขอ... ขอ.. ขอโทษ "

กรบอกเสียงสั่นๆพยายามควบคุมอารมณ์ ความต้องการของตัวเองเหมือนกัน ผมมองส่วนกลางลำตัวที่ปูดนูนขึ้นมาอย่างน่าอาย นี่เเค่จูบนะ ความรู้สึกเร่าร้อนเเสนหวานทำให้ผมรู้สึกดีสุดๆ กรทำท่าจะลุกขึ้น ผมจึงดึงข้อมือไว้

" กรถ้าเราทำกันถึงขั้นตอนสุดท้ายล่ะ "

ผมเอ่ยเรื่องน่าอายออกไปเป็นเรื่องที่ผมพยายาม จะไม่ถามไม่เอ่ยแต่เมื่อผมตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นเกย์เต็มตัว บวกกับความต้องการทางธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องแปลก

" พี่เนียร์ว่าอะไรนะครับ "

" ถ้าเราทำกัน พี่ต้องอยู่ตรงไหน  "

"  ผมเป็นรุก "

กรบอกตำแหน่งตัวเองมาทำให้ผมรู้เลยว่า

" ว่าไงนะ.....งั้นพี่ต้องอยู่ข้างล่างหรอ...ไม่.. รับไม่ได้ เป็นรับ... ไม่ได้​... ไม่ได้... "

ผมพึมพำแล้วขยับตัวหนีห่างจากกร กรหน้าเสียนิดนึงแล้วลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำอีกฟาก ตอนนี้อาการมึนเมาเมื่อกี้สร่างหายเป็นปลิดทิ้ง

รับ... งั้นหรอ แล้วสมองผมก็ประมวลภาพหนังเกย์ที่ผมเคยดูผ่านๆ รุกคือผู้ชายที่กระทำถ้าให้เป็นรุก ไม่ไหวมั่งมั่นใจตัวเองว่าทำได้ไม่ดีแน่ๆ

รับคือคนที่อยู่ข้างล่างโดนๆจิ้มๆ... แล้วแบบทำหน้า........... โอ้ยยยย... ไม่นะ ไม่.. ไม่.. ทำไม่ได้

ในขณะที่ผมกระวนกระวายใจอยู่ เสียงข้อความผมก็ดังขึ้น

ผมจะรอนะครับ

รอ อะไรวะ ไอ้กรเกย์ รึว่าจะหมายถึงตำแหน่ง สำหรับผมรุกก็ไม่ได้ รับก็ไม่ได้

เห้อ.... เอาไงดีวะมีทางอื่นให้เลือกบ้างมั้ย

แล้วถ้ากรตัดใจจากผมจริงๆล่ะ.......

ไม่ได้ผมไม่ยอมหรอกเราต้องคุยกันกรเกย์

ว่าเเล้วก็ลุกเดิน ไปที่ห้องนอนของกรทันที........

___________________________________________

มาแล้วๆ ตอนนี้เอื่อยๆไป มาพีคตอนท้ายเส้นทางพี่เนียร์เลือกเหมือนจะเจอปัญหาใหญ่แล้ว ตอนหน้ามาตามวิธีที่กรเกย์ใช้เกลี้ยกล่อมพี่เนียร์กัน.... แน่นอนว่าเจ้าเล่ห์นิดหน่อยแต่แฝงด้วย ความรักที่มั่นคง

​

________________________________________

แอบหลงใหลกับอิมเมจพี่เนียร์ ภาพนี้ หล่อโฮ้ก.......

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}