จิงโจ้น้อย
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 6

คำค้น : จักรพรรดิ,นิยายจีน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.5k

ความคิดเห็น : 68

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2560 00:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6
แบบอักษร

ตอนที่ 6

หลังจากเสร็จภารกิจที่ลงโทษคนที่ไม่ยอมทำตามคำสั่งของตนเองจนเฟิงสลบไปนั้น หยางเจี๋ยก็ออกมาข้างนอกห้องและได้สั่งการที่สำคัญอย่างหนึ่งกับอู่เค่อผู้ซึ่งยืนนิ่งอยู่หน้าห้องด้วยแววตาไม่ฉายอารมณ์

“ขอรับ”องครักษ์คนสนิทฝีมือดีขานรับก่อนที่ก้าวเท้าเพื่อไปยังจุดมุ่งหมายที่ตนได้รับมาทันที

ฮ่องเต้หนุ่มกลับเข้ามาภายในห้องอีกครั้ง ก่อนสายตาดั่งเหยี่ยวจะมองไปที่ร่างบางซึ่งนอนอยู่บนเตียงด้วยแววตาสนุก

ให้ห่างกายไม่ได้เลยสินะ เจ้าของเล่นอัปลักษณ์นี่!

.

.

.

เจ็บ...

ราวกับร่างแหลกไปทั้งร่าง...หากแต่ไข้ที่เริ่มจะเกิดเมื่อวานนั้นหายไปราวกับไม่เคยมีอาการปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อย

แต่ก็ทำได้เพียงแค่พูดข้างในใจเท่านั้น เฟิงตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว นอกจากเขาในห้องนี้ก็ไม่มีใครอยู่อีกแม้แต่คนที่ข่มขืนเขาอย่างไม่เมตตาเมื่อคืนก็เช่นกัน

ทำไมตัวเขาต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเล่า ตัวของทหารผู้ต่ำต้อยคนนี้ที่ไม่เคยนึกฝักใฝ่นิยมชมชื่นในบุรุษเพศเดียวกัน อาจจะเพราะตัวเฟิงไม่เคยมีความรัก...ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมาจวบจนอายุจะเข้าสิบเก้าปีไม่เคยมีคนรักหรือคนที่นึกชอบแม้สักคน

ดังนั้นเมื่อไม่เคยมีความรัก...

เฟิงจึงไม่คาดหวังรักจากใคร...

เจ้าตัวคิดแค่เพียงว่าได้มาทำตามความต้องการความฝันของตนเองคือเป็นทหารในวังหลวงถึงจะเป็นยศต่ำต้อยแม้เพียงไร ถึงจะมีผู้คนรังเกียจมากสักเพียงไหน แต่ก็ยังคงทนได้...

ไม่คาดคิดว่าชีวิตเรียบง่ายเช่นนี้จะมีองค์จักรพรรดิผู้สูงส่งลดตัวมาเกลือกกลั้วด้วย...

ไม่คาดคิด...และไม่เคยคิด

ร่างบางรู้ดีว่าฮ่องเต้มิได้มีใจรักตนเลยแม้แต่น้อย ใครที่ไหนจะมารักเขา แต่ที่ทรงลงโทษด้วยวิธีการเสพสังวาสอย่างรุนแรงนั้น อาจจะเพราะฮ่องเต้หยางเจี๋ยมิเคยเสพสังวาสกับบุรุษเพศเดียวกันมาก่อน เมื่อเขาซวยเป็นดั่งตัวทดลองในคราแรกนั้นจึงทรงมีอาการเสมือนได้ของเล่นชิ้นใหม่

ถ้าพระองค์พบกับบุรุษที่หน้าตาสะสวย รูปร่างหมดจด รู้จักการเอาใจ ตัวของร่างบางนี้คงหมดความสนใจไปอย่างรวดเร็ว

ซึ่งเฟิงก็หวังว่าให้มันเป็นเช่นนั้นเร็วๆเช่นกัน...

แต่ทว่า...

เฟิงไม่คาดคิดว่าองค์จักรพรรดิจะทรงตัดสินพระทัยเช่นนี้!

“ก๊อกๆ”เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาทำลายความคิดเหม่อลอยของใครบางคน

“ขอประทานอภัยค่ะ ฮ่องเต้มีรับสั่งให้พวกข้าน้อยมาดูแลและแต่งตัวให้ท่านเฟิงเจ้าค่ะ”เสียงนางข้ารับใช้หน้าตาสะสวยสองคนเปิดประตูเข้ามาในห้อง

“ท่าน ลุกขึ้นไหวไหมเจ้าคะ”

“เอ่อ ข้าทำเองได้ พวกแม่นางเป็นสตรีคงมิสมควรถ้าจะมาทำให้ข้าซึ่งเป็นบุรุษ” เฟิงก็ยังคงอายถ้าหากลุกขึ้นตอนนี้มีหวังพวกนางทั้งสองคนที่อยู่ตรงนี้คงมีหวังได้เห็นร่างกายเปลือยเปล่าที่มีรอยเลือดและรอยฟันเต็มไปทั่วแผ่นอกและหลังของเขาเป็นแน่แท้

“มิได้เจ้าค่ะ ข้าสองคนมีหน้าที่มารับใช้ท่าน หากข้าสองคนทำหน้าที่บกพร่อง พวกข้าจะโดนทำโทษโดยการเฆี่ยนตีอย่างหนักเลยนะเจ้าคะ”นางคนที่หนึ่งบอกด้วยน้ำเสียงผสมกับความหวาดกลัว

“ท่านเฟิงมิต้องอายพวกข้าหรอกเจ้าค่ะ ได้โปรดให้พวกเราทำตามหน้าที่ที่ได้รับสั่งมาเถอะเจ้าค่ะ”คราวนี้นางอีกคนเอ่ยขึ้นมาบ้าง

“นี่เป็นความต้องการของฮ่องเต้ใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ/เจ้าค่ะ”

“ถ้าเช่นนั้นก็ทำตามหน้าที่เถิด”ช่างประไร เฟิงรับรู้ดีว่าขัดใจฮ่องเต้มีแต่เรื่องเลวร้ายจะตามมา ดังนั้นเขาจึงสลัดความอายของตนออกไปและปล่อยให้สาวใช้ทั้งสองปรนนิบัติอาบน้ำให้ กายขาวพยายามลงมาจากเตียงบรรทมด้วยตนเอง ทุกย่างก้าวช่างลำบากนักเจ็บแสบไปหมดช่วงบริเวณด้านล่าง หากแต่เฟิงก็อดทนเก็บความรู้สึกไว้ภายในใจไม่แสดงออกมาให้น่าอับอายไปมากกว่านี้

จวบจนมาถึงอาภรณ์ที่ต้องใส่...

“เดี๋ยวก่อน ทำไมข้าต้องใส่อาภรณ์คล้ายสตรีเช่นนี้ด้วย”เฟิงใคร่อยากจะรู้เพราะหลังชำระร่างกายแล้วนางคนหนึ่งก็นำชุดที่ถูกตระเตรียมไว้ออกมาให้

“เป็นรับสั่งของฮ่องเต้เจ้าค่ะ”

เมื่อเอ่ยเช่นนี้เฟิงจะทำอย่างไรได้เล่า จึงจำยอมสวมใส่อาภรณ์ที่สีสันสดใสรับกับกายขาว มีผ้าคาดเอวบางไว้เผยให้เห็นช่วงเอวที่คอดรับกับสะโพกผาย ไหนจะผมที่ยาวก็ถูกเกล้าขึ้นพร้อมด้วยปิ่นปักผมด้วยทองคำแท้รูปผีเสื้อเข้ากับชุด นางข้ารับใช้ผลัดแป้งและทำบางอย่างกับหน้าของคนตัวเล็กสักพัก พวกนางก็ยิ้มออกมาด้วยท่าทีพอใจ

“ท่านสวยมากเลยเจ้าค่ะ ยิ่งใส่อาภรณ์แบบนี้รับกับใบหน้าของท่านยิ่งนัก”

“ใช่เจ้าค่ะ งดงามมากเหลือเกินราวกับเทพธิดา แต่นี่ก็ได้เวลาเหมาะมากแล้ว ท่านเฟิงมากับพวกข้าเถอะเจ้าค่ะ ฮ่องเต้ทรงรออยู่”

สวย?

งดงามราวกับเทพธิดา?

อย่างข้าเนี่ยนะจะสวย? พวกนางคงกำลังปลอบใจข้าอยู่เป็นแน่แท้ เพราะอาภรณ์และเครื่องประดับต่างๆก็สวยและมีราคาสูงยิ่งนัก แต่เมื่อมาอยู่บนกายเขามันอาจด้อยค่าลง ดังนั้นพวกนางจึงฝืนปลอบใจข้าส่งๆสินะ

ถึงอย่างไรก็ตาม แทนที่จะชมข้าว่ามาดแมนสมชายชาตรี พวกนางกลับเอาแต่พร่ำบอกระหว่างทางเดินไปหาองค์จักรพรรดิว่างดงามบ้าง สวยบริสุทธิ์บ้าง แต่ถึงอย่างไรข้าก็ปิดปากเงียบจวบจนพวกนางพาข้าเดินมาถึงห้องโถงใหญ่ที่มักเป็นที่ประชุมหรือว่ากล่าวกิจสำคัญที่ต้องให้พวกขุนนางทราบ

“หมดหน้าที่พวกข้าแล้ว ขอให้ท่านโชคดีนะเจ้าคะ ข้าจะรอรับใช้ท่านหลังจากนี้เจ้าค่ะ”กล่าวจบพวกนางก็ทำความเคารพเขาแล้วไป

ทำไมต้องเคารพข้าด้วย?

ข้ามิได้มียศสูงศักดิ์อะไร เป็นเพียงแค่ทหารยศต่ำต้อยผู้นึงเท่านั้น...

ประตูถูกเปิดออกโดยนายทหารสองคนที่อยู่เรือนทหารเดียวกับเฟิงแต่ตอนนี้ทั้งสองนั้นมองร่างบางอย่างไม่คลาดสายตาจวบจนร่างนั้นเดินเข้าไปผู้เดียว

เมื่อร่างบางก้าวเข้าไปก็พลันรับรู้ได้โดยทันทีว่ามีสายตาของผู้คนมากมายจับจ้องมาที่เขา ราวกับกำลังรอ และเมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าตรงกลางมีพระพักตร์ของหยางเจี๋ยมองมาด้วยแววตาอ่านไม่ออก เห็นดังนั้นแม้เฟิงจะไม่รู้ว่ากฎของวังนี้มีอะไรบ้าง แต่เขาก็พอจะรู้ว่าถ้าต่อหน้าพระพักตร์จักรพรรดิจักต้องคลานเข่าเข้าไป เมื่อคิดได้เช่นนั้น เฟิงก็ค่อยๆคุกเข่าลงอย่างไม่เต็มใจนักเพราะตนเองยังเสียดช่องทางด้านหลังอยู่ ใบหน้าจึงเบ้ออกเล็กน้อยด้วยความเจ็บแต่เพียงแค่คลานไปได้ไม่นานนักก็พลันต้องชะงักเพราะมีเบื้องพระบาทเดินมาหยุดตรงหน้าเขา แต่ร่างเล็กยังคงก้มหน้าอยู่

พลันเสียงอันแข็งแกร่งและดุดันก็เอ่ยขึ้น

 “ข้าขอแต่งตั้งชายผู้นี้เป็นสนมอีกคนของข้า!”สิ้นเสียงนั้นเฟิงรีบเงยหน้ามองอีกคนด้วยความตกใจในสิ่งที่ตนเพิ่งได้ยิน!

เมื่อกี้...

ข้าว่าข้าคงหูฝาดเป็นแน่แท้...

เป็นไปไม่ได้...

ข้าหูฝาด...

คิดในใจไปพลางใบหน้าก็ซีดราวกับกระดาษสีขาวอย่างรวดเร็วจิตใจของเฟิงในตอนนี้ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเสียแล้ว ร่างบางคล้ายคนสิ้นสติ ไม่รับรู้เสียงวิจารณ์ที่ดังทั่วห้องโถง

ไม่!

ไม่เอา!

ข้าไม่เอา!

“ฝ่าบาท พระสนมเป็นลมไปแล้วพะยะค่ะ”ก่อนสติจะดับวูบอีกครั้งก็พลันได้ยินเสียงของใครบางคนเอ่ยออกมาพร้อมกับที่ร่างกายดำดิ่งไปในความมืดอย่างไม่รู้ตัว..

ขอเป็นเพียงแค่ฝันร้ายของข้าทีเถอะ...

ความคิดเห็น