น้ำมิ้ม

"เลิกจัดโซฟา แล้วมานอนบนเตียงกับพี่นี่แหละ" ใกล้รุ่งถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อฝ่ามือหนานั้นกลับอ้อมสองแขนของเธอไปโอบรอบแผ่นหลังของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆรั้งร่างแบบบางนั้นด้วยสองแขนแข็งแกร่งจนเธอตกอยู่ในอ้อมแขนที่กอดกระชับเอาไว้อย่างอ่อนโยน “เห็นไหมบอกแล้วว่าไม่เป็นไรสักหน่อย”

ตอนที่ 6 : Out of control (1/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 : Out of control (1/3)

คำค้น : ปฐพีใกล้รุ่ง , แต่งงานหลอกๆ ,พินัยกรรม , มรดก , ที่ดิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 792

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2560 21:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 : Out of control (1/3)
แบบอักษร

ตอนที่ 6

การจราจรที่แน่นขนัดในยามเช้าบนท้องถนนในกรุงเทพมหานครนั้นชวนให้หงุดหงิดกับเวลาที่ต้องเสียไปโดยเปล่าประโยชน์วันละไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงเลย หากสำหรับคณุตม์แล้ว ช่วงเวลาบนรถกลับเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เขาสามารถฝึกสมาธิและอารมณ์ของตัวเองก่อนที่จะต้องไปเผชิญหน้ากับปัญหาที่รอเขาอยู่ที่บริษัท เพียงธำรง

คณุตม์ก้าวลงจากรถยุโรปคันสีบรอนซ์ที่จอดหน้าอาคารสำนักงานที่ทันสมัยที่สุดในเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายด้วยสีหน้าที่นิ่งขรึมก่อนจะเดินอ้อมไปหาผู้เป็นปู่ที่ยืนคอยอยู่อีกด้านหนึ่งของรถเพื่อที่จะเข้าไปบริษัทด้วยกัน

และวันนี้ชายหนุ่มสังเกตได้ว่าตัวเองจะเป็นจุดศูนย์รวมสายตาทุกคู่อย่างช่วยไม่ได้ เพราะแม้ว่านายพงศ์สิริจะพยายามทอดเวลาในการเรียกประชุมบอร์ดเพื่อให้กระแสข่าวซาลง แต่ดูเหมือนเรื่องฉาวๆคนในบริษัท เพียงธำรง จะจำได้แม่นยำกว่าเรื่องอื่นๆ

“นุดพร้อมหรือเปล่าลูก...” นายพงศ์สิริหันมาถามหลานชายที่ยืนหน้าเคร่งอยู่ ในขณะที่เดินมาขึ้นลิฟต์ส่วนตัวสำหรับชั้นผู้บริหาร

“ครับคุณปู่” ชายหนุ่มเอ่ยรับคำก่อนจะก้าวออกจากลิฟต์ตามหลังนายพงษ์สิริไป หากแล้วสายตาก็ปะทะกับร่างสูงของบิดาและแม่เลี้ยงนั่นเลยทำให้เขาพอจะเข้าใจแล้วว่า สิ่งที่ปู่ถามเขานั้นไม่ได้หมายถึงบอร์ดบริหาร แต่หมายถึงการเผชิญหน้ากับผู้เป็นบิดาและผู้หญิงที่สร้างปัญหาให้เขาต่างหาก

นายคณินเดินตรงมาหาบิดาก่อนจะยกมือไหว้พลางเอ่ยทักทายคนทั้งคู่ด้วยใบหน้าที่สดใสผิดกับคนอื่นๆลิบลับ

“สวัสดีครับคุณพ่อ วันนี้ได้ฤกษ์พาเจ้านุดมาแนะนำตัวกับบอร์ดบริหารของบริษัทแล้วหรือครับ”

“อะไรที่มันสมควรแก่เวลาแล้ว มันก็ต้องทำทั้งนั้นแหละจริงไหม”

“จริงครับคุณพ่อ เจ้านุดเองก็จบเมืองนอกเมืองนามา จะได้มาช่วยผมทำงานเสียที จริงไหมเจ้านุด”

นายคณินหันไปตบไหล่ลูกชายพลางหัวเราะเสียงดัง หากทั้งนายพงษ์สิริและคณุตม์ไม่มีใครมีอารมณ์ขันร่วมด้วยเลยสักคน จนกระทั่งเลขานุการของนายพงษ์สิริมาขัดจังหวะด้วยการเชิญผู้บริหารทุกคนเข้าไปในห้องประชุม

นายพงษ์สิริยังคงนั่งในตำแหน่งของประธานบริษัทเช่นเคย หากในวันนี้ที่นั่งถัดจากเขาคือ คณิน และคณุตม์ที่ประจำที่นั่งทั้งด้านซ้ายและขวา

“หลายท่านคงพอจะได้เห็นหน้าค่าตาของหลานชายผมบ้างแล้ว วันนี้ผมจะแนะนำเขาอย่างเป็นทางการอีกครั้งในฐานะรองประธานกรรมการบริหารของบริษัท เพียงธำรง ของเรา”

“มันจะไม่เป็นการข้ามหน้าข้ามตาไปหน่อยหรือคะท่านประธาน คุณคณุตม์เพิ่งกลับมาจากอเมริกา ประสบการณ์ทำงานก็ยังไม่มีสักอย่าง แล้วไหนจะยังมีข่าวฉาวขึ้นหน้าเพจทั่วโลกออนไลน์ขนาดนั้น ท่านประธานจะไม่สอบถามความเห็นจากบอร์ดบริหารคนอื่นๆก่อนจะแต่งตั้งคุณคณุตม์เลยหรือคะ”

นางนิอรเอ่ยขัดขึ้นอย่างทันควันโดยไม่สนใจการสะกิดเตือนจากนายคณินผู้เป็นสามีแม้แต่น้อย นายพงศ์สิริปรายหางตามองอดีตเมียน้อยของลูกชายแล้วก็หันไปเอ่ยกับที่ประชุมราวกับไม่เห็นนิอรอยู่ในสายตา หากสายตาที่มองไปยังคณินนั้นคมกริบอย่างที่ผู้เป็นลูกเองรู้ดีว่าบิดาของตนโกรธมากเพียงใด

“เรื่องข่าวที่เผยแพร่อยู่บนโลกโซเชียลในขณะนี้ ผมเองเห็นข่าวทั้งหมดแล้ว และบอร์ดบริหารหลายท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ก็คงอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยหลายคน ทุกคนก็น่าจะเห็นแล้วว่ามันเป็นเรื่องการเข้าใจผิดกันเล็กน้อย และความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท เพียงธำรงของเรา และบริษัท ศิริวัฒน์ ยังคงเป็นไปด้วยดีอยู่...”

นายพงษ์สิริกวาดสายตามองผู้ร่วมประชุมทุกคนก่อนจะไปหยุดที่หลานชายตัวเองที่นั่งนิ่งไม่ตอบโต้ใดๆแล้วก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้นเพื่อสรุปข้อยุติทั้งหมด

“และเพื่อเป็นการพิสูจน์ความสามารถของหลานชายผม โปรเจ็กต์โครงการมิกซ์ยูสและโครงการคอมเพล็กซ์ที่เราจะทำที่พิษณุโลก ผมจะให้คณุตม์เป็นคนรับผิดชอบงานโครงการทั้งหมด”

“คุณพ่อ!!!”

“ถึงแม้ว่าคณุตม์จะยังไม่มีประสบการณ์ แต่ผมก็เชื่อมั่นว่าเขาจะทำได้ และผมจะใช้โครงการคอมเพล็กซ์นี้เป็นเครื่องชี้วัดประสิทธิภาพ อีก 3 เดือนข้างหน้า คณุตม์จะมารายงานความคืบหน้าโครงการทั้งหมด และถ้าการดำเนินงานไม่เป็นที่น่าพอใจ ผมจะพิจารณาเรื่องการดำรงตำแหน่งของเขาอีกครั้งหนึ่ง”

นายพงศ์สิริกวาดตามองผู้เข้าประชุมทุกคนก่อนจะมาหยุดที่คณิน พลางเอ่ยถามกับบุตรชายตรงๆ

“แกเห็นด้วยกับพ่อหรือเปล่า...คณิน”

“ครับคุณพ่อ..”

“คุณคณิน!!” นางนิอรทำท่าว่าจะคัดค้าน หากคราวนี้นายคณินหันไปยุดแขนอีกฝ่ายเอาไว้พลางเอ่ยขึ้นเสียงเขียว

“อย่าเสียมารยาทกับคุณพ่อ..นิอร!”

“ถ้าไม่มีใครอยากเสนอแนะอะไรเพิ่มเติมแล้ว ผมขอปิดการประชุมเท่านี้ครับ”

นายพงศ์สิริเอ่ยพลางขยับตัวลุกขึ้น คนอื่นๆจึงค่อยทยอยลุกออกจากห้องไป จะเหลือแต่เพียงนางนิอรและคณินเท่านั้น ซึ่งพอเหลือกันอยู่ตามลำพังแล้ว นางนิอรก็ไม่รอช้าที่จะวีนใส่อีกฝ่ายทันที

“คุณเสียสติไปแล้วหรือคะคณิน คุณพ่อคุณลำเอียงเห็นๆ ท่านทำแบบนี้เท่ากับว่าไม่เห็นคุณอยู่ในสายตาเลยนะคะ”

“คุณอย่าโวยวายเอะอะไปจะได้ไหม.. เจ้านุดยังไงมันก็เป็นลูกของผม ต่อให้คุณพ่อจะถือหางมันยังไงมันก็ไม่มีทางเหยียบหัวผมขึ้นไปได้หรอก”

นายคณินเอ่ยตอบภรรยาอย่างหงุดหงิดก่อนจะเดินหนีออกจากห้องประชุมไปทันที โดยไม่คิดจะอธิบายให้นางนิอรฟังด้วยซ้ำว่าสิ่งที่นายพงศ์สิริพูดในวันนี้นั้นหมายถึงอะไร

คณินนั้นพอจะคาดเดาความคิดของผู้เป็นบิดาได้ ... นายพงศ์สิริต้องการใช้ลูกชายของเขามากดดันเขาเอง และเป็นการขู่กลายๆด้วยซ้ำว่า ...ถ้าเขายังเลือกเข้าข้างนิอร นั่นก็หมายความว่า ในวันนี้ท่านมีคนที่จะคอยรับช่วงต่อบริษัทต่อแล้ว ไม่ใช่ของตายในมือเขาอีกต่อไป!

 ...............................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น