ข้าวฟ่าง เฌอมาลย์

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารัก สำหรับการอุดหนุน - เหรียญ - กุญแจ - คอมเม้นท์ และทุกการติดตาม ขอให้สนุกและมีความสุขในการอ่านนะคะ

บทที่ 3 นางฟ้ามาเยือน

ชื่อตอน : บทที่ 3 นางฟ้ามาเยือน

คำค้น : ปลายฟ้าอสงไขย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2556 06:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 นางฟ้ามาเยือน
แบบอักษร

 

บทที่ 3 นางฟ้ามาเยือน

 

 

ภายในคฤหาสน์ของตระกูลมิกาโนะ สวนดอกไม้แสนร่มรื่นยังคงชวนมองให้น่าสัมผัส แม้จะเป็นยามค่ำคืนที่นี่ก็ยังดูสวยงามได้อย่างไม่น่าเชื่อ อธิกฤติกลับมาจากข้างนอกแล้ว จากที่ตั้งใจว่าจะอยู่ถ่ายภาพจนดึกดื่นก็ต้องพับเก็บความตั้งใจใส่กระเป๋ากลับบ้านเมื่อใบหน้าของนางฟ้าตอนกลางวันลอยไปลอยมาให้ได้คิดถึงการพบกันเมื่อหนึ่งปีก่อน

ระหว่างทางอธิกฤติได้รู้ว่าคืนนี้อาจมีแผ่นดินไหวเล็กน้อยจากประกาศของเจ้าหน้าที่ผ่านวิทยุในรถบริการที่เขาเรียกใช้ ชายหนุ่มนึกดีใจอยู่ครามครันที่ตัดสินใจกลับบ้าน ตั้งใจเต็มกำลังว่าจะอยู่ในบ้านไม่ออกไปไหน นึกไปถึงช่วงแรกๆ ที่มาอาศัยอยู่ที่นี่ ครั้งนั้นเป็นช่วงเวลาเกือบเที่ยงวันเขายังนั่งจับเจ่าอยู่หน้าคอมพิวเตอร์โดยมีอาอิ หุ่นยนต์แม่บ้านสาวสวยคอยยกน้ำยกกาแฟมาเสิร์ฟให้ จู่ๆ บ้านทั้งหลังก็สั่นสะเทือนจนเขารู้สึกได้ เมื่อรับรู้ถึงภัยอันตรายจึงวิ่งออกจากบ้านเพื่อไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ทันคิดว่าที่นี่คือญี่ปุ่น ดินแดนที่มีแผ่นดินไหวแวะมาทักทายให้ได้ตกใจเล่นวันล่ะหลายๆ ครั้ง หรือบางวันอาจจะรุนแรงกว่านี้ก็มี คนอยากรู้อยากเห็นจึงโดนเคนโจ ลูกพี่ลูกน้องหนุ่มหล่อสวดเข้าให้ เพราะการออกจากบ้านขณะแผ่นดินไหวเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง...คิดถึงทีไรก็เรียกรอยยิ้มจากใบหน้าคมได้ทุกครั้งไป

ร่างสูงเดินเอื่อยๆ ทักทายมากับบรรยากาศของต้นบอนไซละลานตาจนกระทั่งใกล้จะถึงบ้านพัก เมื่อกำลังจะก้าวเข้าสู่อาณาบริเวณส่วนตัว ชายหนุ่มพลันมองเห็นร่างของใครบางคนที่ล่วงล้ำเขตหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมมือเรียวงามนั่นยังจะแตะต้องดอกไม้ซึ่งเป็นของรักของหวงที่มารดามอบให้เขาอีก

“หยุดนะ นั่นคุณจะทำอะไร” เสียงทุ้มเข้มเป็นภาษาญี่ปุ่นฟังดูห้วน ดุจนคนฟังถึงกับสะดุ้ง

พิริยาวดีสะดุ้งเล็กน้อย แม้จะไม่เข้าใจความหมายแต่เธอพอจะเข้าใจได้ว่าเจ้าของเสียงคงกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง มือเรียวที่กำลังจะเอื้อมไปแตะกลีบดอกไม้สีขาวตรงหน้าต้องชะงักก่อนจะชักมือกลับโดยที่ยังไม่ได้แก้ข้อสงสัยว่ามันคือดอกมะลิอย่างที่เธอเคยปลูกเอาไว้หน้าบ้านที่เมืองไทยหรือไม่

“คุณจะทำอะไร” เขายังดุ

“เอ่อ ซอรี่ คือ เอ่อ ลูกพีชไม่ได้ตั้งใจ” อารามตกใจคนที่พูดภาษาอังกฤษได้เผลอพูดไทยคำอังกฤษคำ เสียงหวานละล่ำละลักบอกทั้งที่ยังยืนหันหลังให้ พิริยาวดียืนห้อไหล่ตัวแข็ง ปากสีแดงอวบอิ่มเม้มเข้าหากัน คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเมื่อนึกไม่ออกว่าจะขอโทษเขาอย่างไรดี การออกมาเดินเพ่นพ่านนอกเรือนรับรองอาจทำให้คนที่นี่ไม่พอใจก็เป็นได้

อยากจะบอกกล่าวคำขอลุแก่โทษ แต่จะให้พูดอย่างไร พูดภาษาอังกฤษไปเขาจะเข้าใจเธอหรือเปล่า หรือต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียวเท่านั้น ดีไม่ดีเจ้าของเสียงดุนั่นอาจจะเป็นตาแก่จอมหวง ไล่เธอออกจากบ้านด้วยสาเหตุที่เธอบังอาจย่างกรายออกมานอกเขตที่ได้รับอนุญาตให้นั่งพักผ่อนเท่านั้น

สองมือเรียวประสานแน่นอยู่ตรงช่วงอก ยิ่งคิดยิ่งเครียดยิ่งห่วง ชั่วอึดใจสาวสวยเลือดสยามจึงอาศัยรอยยิ้มแสนหวาน ทำใจดีสู้เสื้อก่อนจะค่อยๆ หันหมายจะสบตาบุรุษนิรนามที่เสียงดุจนน่ากลัว ขอโทษขอโพยเขาว่าเธอไม่ได้ตั้งใจผ่านสายตากลมโตคู่นี้ หากแต่ร่างบางยังไม่ทันได้หมุนตัวไปอย่างที่ตั้งใจเสียงที่ดังออกมาให้ได้ยินเปลี่ยนไปจนต้องหยุดฟังด้วยหัวใจระทึก

“คุณพูดไทยได้เหรอครับ” คราวนี้เสียงของคนดุอ่อนลงเช่นเดียวกับแววตาอ่อนแสงที่หญิงสาวตรงหน้าไม่มีโอกาสได้เห็น

พิริยาวดีตาโตเล็กน้อยเมื่อได้ยินภาษาไทยชัดแจ๋ว กลีบปากที่เม้มจนแดงเพราะสีเลือดระบายยิ้มกว้างด้วยความยินดีระคนแปลกใจก่อนจะหันควับมาหาคนที่เพิ่งพูดภาษาเดียวกันกับเธอ

“นางฟ้า” เสียงเจ้าของถิ่นเพ้อลอยๆ ด้วยอาการตื่นตะลึงเมื่อได้พบหน้าสบตาผู้บุกรุกชัดเจน ความดีใจทำให้ชายหนุ่มไม่ได้สังเกตเห็นประกายตาบางอย่างของคนตรงหน้าที่โผล่แว๊บมาสักนิดและมันเป็นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น

“คุณพูดไทยได้! เอ๊ะคุณ...” พิริยาวดีสบตาเจ้าของเสียงดุ ระบายยิ้มด้วยความยินดีก่อนจะถูกแทรกด้วยแววสงสัยระคนแววตื่นตระหนก

“คุณจำผมได้” อธิกฤติกล่าวอย่างยินดี ความรู้สึกที่บอกว่าเขาเจอยาดีมารักษาอาการแสยงยอกของอกที่กลัดหนองมานานจะได้หายเสียที แววตาส่องประกาย หัวใจแกร่งที่มันด้านชากำลังเต้นระรัวเพราะความรู้สึกบางอย่าง หากแต่คำปฏิเสธของนางฟ้าตรงหน้ากลับทำให้ใบหน้าหล่อถูกแทนที่ด้วยแววสงสัย

“เปล่าค่ะ คุณคงจำคนผิด ขอตัวก่อนนะคะ” ว่าแล้วก็รีบเบี่ยงกายหมายจะเดินหนี หากแต่เสียงของชายหนุ่มยังรั้งเธอเอาไว้ให้ติดอยู่กับภาพความทรงจำที่อยากลืม

“เราเคยเจอกัน...” เขายังยืนยัน

“คุณอาจจะจำคนผิดก็ได้ค่ะ ฉันจำคุณไม่ได้เพราะไม่เคยเจอคุณมาก่อน” คนปฏิเสธเบี่ยงหน้าหลบตาซ่อนแววโกหกเอาไว้

“ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มรู้จักกันอีกครั้งก็ได้...สวัสดีครับผมปลายฟ้า คุณมาทำอะไรที่นี่...รู้หรือเปล่าว่านี่เป็นเขตหวงห้าม” สุภาพบุรุษลูกชายซาตานรีบแนะนำตัว ในท้ายประโยคร่างสูงกำยำก้าวเข้ามาหาก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้พร้อมน้ำเสียงข่มขู่ใกล้เรือนผมยาวสลวย

พิริยาวดีสะดุ้งเฮือกเมื่อเหลือบเห็นเงาของคนตัวใหญ่ เท้าเรียวที่พยายามจะถอยหนีทำได้เพียงยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ประหนึ่งโดนตรึงด้วยสลักที่แข็งสุดในสามโลก หากแต่น้ำเสียงหวานยังมีแต่ใจละล่ำละลักบอก

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาที่นี่ บังเอิญเห็นดอกไม้สวยก็เลยเดินเล่นเพลินมาเรื่อยๆ ต้องขอโทษจริงๆ ฉันขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวก้มหน้าก้มตาปฏิเสธพยายามพาตัวเองออกไปไกลให้เร็วที่สุด

ดูเอาเถอะ หล่อนจำเขาได้ชัดๆ สีหน้าแววตา ท่าทางที่หลบเลี่ยงเมื่อรู้ว่าเขาเป็นใครนั่นมันมีพิรุธเสียยิ่งกว่าน้ำเสียงสั่นๆ ของหล่อนเสียอีก อธิกฤตินึกหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก แทนที่จะถอยห่างจากลูกไก่ตกน้ำเขายังจงใจขยับเข้าใกล้จนไหล่บางสั่นสะท้านบดเบียดเข้ากับแผงอกกำยำ

“ว้าย!” คราวนี้แม่ลูกไก่ตัวน้อยสะดุ้งโหยง เท้าเรียวถอยร่นไปหนึ่งก้าว

“เมื่อครู่ผมได้ยินคุณเรียกแทนตัวเองว่าลูกพีช ชื่อของคุณใช่ไหม” เสียงทุ้มแผ่วเบาแต่แจ่มชัดอยู่ริมหูสวย

“ใช่ค่ะ ลูกพีช เรียกฉันว่าพีช ก็ได้ค่ะ” คนอยากเดินหนีรีบบอก อยากเดินหนีจากที่ตรงนี้ยิ่งนัก

“เรียกแทนตัวเองว่าลูกพีชเหมือนอย่างเคยก็ได้ครับ ผมคิดว่าคุณคงถนัดเรียกแทนตัวเองอย่างนั้นมากกว่า อีกอย่างแก้มแดงๆ ของคุณตอนนี้เหมาะกับชื่อลูกพีชมากที่สุด” ว่าพลางก็ก้าวเข้าหาเจ้าของชื่อลูกพีชแสนหวาน ดวงตาส่องประกายบางอย่างที่หญิงสาวอ่านไม่ออกแต่มันกำลังจะทำให้หล่อนละลายอยู่ตรงหน้าเขา ไหล่บางยังไหวเล็กน้อยจนคนที่สังเกตุเห็นเผลอส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างอารมณ์ดี อยากให้หล่อนผ่อนคลายกว่านี้ เขาอาจจะกำลังทำให้นางฟ้าเขินอายก็เป็นได้  

“คุณมาหาใครที่นี่?” เขาเปลี่ยนเรื่องคุยด้วยหวังจะเปลี่ยนบรรยากาศให้ผ่อนคลายมากขึ้น

แม้จะยังอึดอัดกับคนที่รุกเข้าหา แต่น้ำเสียงที่ผ่อนคลายและอ่อนโยนนั่นก็ทำให้เธอหายใจได้คล่องกว่าเมื่อครู่มาก นางฟ้าของอธิกฤติหันกลับมามองเขาตรงๆ อย่างช้าๆ กลีบปากแดงขยับเขยื่อนจะเอื้อนเอ่ยคำตอบ แต่เสียงของใครบางคนที่ร้องดังมาจากอีกมุมหนึ่งทำให้ต้องยั้งปากเอาไว้เสียก่อน

“สวัสดีค่ะคุณอาคิระ กลับมาแล้วเหรอคะ อาอิเตรียมน้ำอุ่นเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ” ประตูที่เพิ่งเปิดค้างเอาไว้ทำให้คนที่ถูกเรียกหันไปมองตามเสียงหวานที่ดังมาจากภายในบ้าน พิริยาวดีก็มองตามไปด้วยพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เธอหายใจไม่สะดวกนัก 

หญิงสาววัยดอกไม้สะพรั่งยืนส่งยิ้มหวานต้อนรับเจ้าของบ้านตามหน้าที่ของตน ดวงตาสีสวยของหล่อนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เด็กช่างสังเกตุอย่างพิริยาวดีอดสงสัยไม่ได้ว่าประกายตาแปลกๆ นั้นไม่ปกติ

“ขอบใจ เดี๋ยวจะตามเข้าไป เตรียมน้ำชาให้คุณผู้หญิงด้วยนะ” อธิกฤติมัดมือชก สั่งการแม่บ้านโดยไม่หันไปมองสักนิด ประกายตาบางอย่างมองสบตาพิริยาวดีอย่างไม่ยอมลดละก่อนจะถือวิสาสะคว้ามือนางฟ้าเอาไว้มั่นเหมือนจงใจจะเชื้อเชิญไมตรีจิตที่เธอไม่ควรจะต่อต้านหรือเอ่ยคำปฏิเสธ

“คือ...ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกำลังจะกลับพอดี” ใบหน้าหวานฝืดเฝื่อนละล่ำละลักเอ่ยปากปฏิเสธ

“ปฏิเสธผมแบบนี้หรือว่าคุณคือคนที่ผมเคยเจอคนนั้นจริงๆ เพราะว่าจำผมได้จึงพยายามจะหนีอย่างนั้นเหรอ แต่ถ้าไม่ใช่ก็เชิญเลยครับ ไม่ต้องเกรงใจผมไม่ถือหรอกนะที่จะมีแขกมาเยือนยามวิกาลแบบนี้” อธิกฤติไม่ฟังเสียงรั้งข้อมือเรียวให้ตามติด

“เอ่อ คือว่า ฉัน” พิริยาวดีบิดข้อมือพลางดึงรั้งขัดขืน เหงื่อเม็ดเล็กซึมให้เห็นว่าภายในใจนั้นเต้นกระหน่ำจนแทบจะเป็นลมเสียให้ได้ หวาดหวั่นอย่างไรบอกไม่ถูก หากแต่คนหน้ามึนเอาแต่ใจไม่เลิกคว้ามือเรียวหวังให้เดินตามเข้ามาภายในบ้าน

ยังไม่ทันที่สองหนุ่มสาวจะได้ก้าวพ้นธรณีประตู ฟ้าดินเหมือนจงใจกลั่นแกล้ง ญี่ปุ่นที่เคยสงบเงียบจู่ๆ ก็สั่นสะเทือนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พิริยาวดีหน้าตาตื่นเมื่อรู้สึกได้ว่าพื้นที่เธอยืนอยู่โคลงเคลงมากขึ้นทีละน้อย

“กรี๊ดดดด! พี่เอกช่วยลูกพีชด้วย”

คนเพิ่งเคยมาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกถึงกับกรี๊ดลั่น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่อพี่เอกจะทำให้ใครบางคนอารมณ์ขุ่นขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่อาการตื่นตระหนกของแม่ลูกนกตัวน้อยที่กระโดดโหยงเข้ามาแนบชิดพาลทำให้เขาอดห่วงไม่ได้

“มานี่! ไม่ต้องกลัว ผมจะคุ้มครองคุณเอง” อุ้งมือแกร่งคว้าลูกนกที่กำลังตื่นกลัวมากอดไว้แน่น

เมื่อสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หัวใจที่กำลังตื่นตระหนกแทบกระโดดออกมาเต้นอยู่แทบเท้า เสียงอะไรก็ไม่ได้ยินอีกแล้ว ร่างบางยกมือปิดหูปิดตากรีดร้อง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าร่างสูงโผเข้ากอดกระชับเธอเอาไว้แน่นตั้งแต่เมื่อไหร่ เนิ่นนานเพียงใด ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเข้มที่หมายจะปลอบประโลมให้เธอคลายความหวาดกลัวและสั่งให้เธอตามเขาเข้ามาภายในบ้าน ทั้งดุทั้งห่วงใย

ประสบการณ์สอนให้อธิกฤติมีสติพอที่จะพาหญิงสาวเข้าไปในบ้านได้อย่างรวดเร็ว ร่างสูงไม่รอช้ารีบพาหญิงสาวเข้าไปใต้โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งกว้างพอที่เขาและเธอจะเข้าไปหลบภัยได้ กอดกระชับร่างบางที่สั่นกลัวเอาไว้

ไม่นานนักแรงธรณีพิโรธก็สงบลง คนที่กำลังตกใจเอาแต่ปิดหูปิดตาจึงไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มเอ็นดูเจือแววบางอย่างผุดขึ้นมาจากเจ้าของอ้อมกอดอุ่น

เนื้อตัวนุ่มหอมน่าหลงใหลแนบสนิทอยู่กับแผงอกกว้างที่ซ่อนความกำยำเอาไว้ สะโพกกลมกลึงบดเบียดอยู่กลางลำตัวชายหนุ่มจนเจ้าของอ้อมกอดต้องลอบกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้ง แต่ดูเหมือนตัวการที่ทำให้หัวใจหนุ่มสะท้านไหวยังไม่รู้ด้วยซ้ำ...นางฟ้ายังไม่รู้สึกตัว...

เจ้าหล่อนเหมือนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ถูกลากมานั่งจุ้มปุกตัวสั่นเทาแนบอกผู้ชายแปลกหน้า มิหนำซ้ำยังอยู่ใต้โต๊ะตัวสูงภายในบ้านหลังงามที่ทำให้สองร่างแนบสนิท หากใครมาเห็นคงไม่เชื่อแน่ว่าทั้งสองเป็นแค่คนเพิ่งรู้จัก

“นี่คุณ ปลอดภัยแล้ว” อธิกฤติยังยิ้มไม่เลิกเมื่อเห็นร่างเล็กงองุ้มอยู่ในอ้อมกอด ลูกแมวน้อยสั่นสะท้านปานลูกนกตกน้ำเปียกปอนมาทั้งตัว ไม่ได้ยินเสียงทุ้มที่จงใจกระซิบแผ่วอยู่ริมหูสักนิด

“ลูกพีชครับ ไม่เป็นอะไรแล้ว ทุกอย่างปกติ ปลอดภัยแล้วนะครับ” เขายังกระซิบบอกซ้ำอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ต่างจากเมื่อครู่ หากแต่ความชิดใกล้เหมือนจงใจใกล้ชิดรวมถึงอ้อมกอดที่ยังรัดรึงร่างลูกนกตกน้ำเอาไว้ไม่ยอมปล่อยไม่ได้ทำให้คนตื่นกลัวรู้สึกตัวได้เลย

“ลูกพีช ถ้าคุณไม่ลืมตาผมจะจูบคุณนะครับ และถ้าคุณไม่ปฏิเสธผมถือว่าคุณยินดีให้ผมจูบ” คนขู่พูดไปยิ้มไป ถูกใจกับคำขู่ของตนยิ่งนัก

“อย่านะ!” เสียงหวานร้องลั่น นอกจากลืมตาแล้วยังพยายามกระถดถอยห่างทันทีทันใด

...นั่นปะไร ได้ผลทันตาเห็น...ร่างเล็กที่สั่นเทาอยู่ในอ้อมกอดส่งตาเขียวปัดมาให้ชายหนุ่มก่อนจะมองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติ ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อพบว่าตนเองปลอดภัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ กระทั่งหันมองใบหน้าคมคร้ามที่ยังอยู่ใกล้เธอไม่ถึงคืบนั่นอีกครั้งนั่นล่ะ

“กรี๊ดดดด! ปล่อยฉันนะ! ไอ้บ้ากามปล่อยฉันนะ!” คราวนี้นางฟ้าร้องดังกว่าเดิมแววตาตื่นตระหนกเหมือนกำลังพบเจอเรื่องน่ากลัวยิ่งนัก ผลักร่างสูงออกห่างพร้อมรัวกำปั้นเล็กลงบนไหล่คนตรงหน้า ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดอุ่นเท่าที่จะทำได้ แต่ทำอย่างไรคนตัวใหญ่ก็ไม่ไกลออกไปเสียทีมิหนำซ้ำยังเหมือนจะใกล้เข้ามาอีก จนกระทั่งได้ยินเสียงดุของใครบางคนลอยมาเรียกสติจึงได้หยุดฟัง

“นี่คุณ! ตั้งสติหน่อยสิครับ เราปลอดภัยแล้ว อีกอย่างพื้นที่ใต้โต๊ะคับแคบขนาดนี้จะให้ผมถอยไปไหนได้ ถึงคุณจะทุบตีผมจนตายก็คงจะตายอยู่บนตักคุณนี่ล่ะ เล่นทุบตีกันแบบนี้ผมก็ช้ำหมดนะสิครับ...ผมว่าทางที่ดีคุณเงียบและค่อยๆ ขยับตัวออกไปจะดีกว่า” อธิกฤติบ่นกระปอดกระแปด ยกมือมาลูบไล้ตรงที่บ่นว่าเจ็บป้อยๆ แต่ดูเหมือนคนลงมือจะไม่ได้รู้สึกสงสารเขาสักนิด ดวงตาสวยดูจะมองเขาขวางๆ อย่างไรพิกล

ใบหน้าคมเจือรอยยิ้มเล็กน้อยไม่ได้จริงจังกับสิ่งที่ต่อว่าต่อขานนัก ยิ่งเห็นคนในอ้อมกอดนั่งส่งค้อนปะหลับปะเหลือกทั้งที่ไหล่ยังไหวสะท้านยิ่งอดคิดไม่ได้ว่าหล่อนช่างเหมือนเด็กไร้เดียงสาที่น่าจับมาฟาดก้นสักทีสองที...เมื่อเห็นว่านางฟ้าจอมป่วนยอมสงบนิ่งแล้วอธิกฤติจึงค่อยๆ คลายอ้อมกอด

กลีบปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันก่อนจะมองเขาตาคว่ำพยายามถอยห่างจากที่คุ้มภัยด้วยใจหวาดหวั่น ไม่นานนักก็สามารถออกมาได้สำเร็จ มองไปทางเจ้าของอ้อมกอดเห็นเขายังไม่ยอมขยับเสียที นึกสงสัยว่าเป็นอะไรแต่ก็ไม่ยอมไถ่ถามหรือก้มลงไปดู จนเมื่อนึกได้ว่าเมื่อครู่นี้เขาเป็นคนช่วยดูแลพามาหลบภัย คนที่ตีกระหน่ำไปบนไหล่จึงเริ่มรู้สึกสำนึกผิด

ลิ้นเล็กไล้เลียริมฝีปากที่เหมือนจะแห้งผากก่อนจะเม้มเข้าหากัน ผ่อนลมหายใจเบาหวิวก่อนจะเสมองไปทางอื่นเพื่อปรับการเต้นของหัวใจให้ช้าลงอีกนิดจึงเพิ่งได้รู้ว่าบ้านไม้ทรงญี่ปุ่นที่ถูกพาเข้ามาดูหรูหรากว่าที่คิด ห้องที่ยืนอยู่เป็นเหมือนห้องรับแขกที่มีโต๊ะทรงสูงวางอยู่ใกล้ๆ ประตูบานเลื่อน ลึกเข้าไปอีกจะเป็นชุดรับแขกที่จัดเอาไว้กลางห้องด้วยสีเอิร์ธโทน โคมไฟระย้าตกแต่งอย่างไม่กลัวต่อแรงแผ่นดินไหวสวยงามจนน่าจับต้อง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความบันเทิงอยู่ถัดไปอีกหน่อยไม่ไกลจากชุดโซฟาสีเข้มเท่าไหร่นัก

ทางซ้ายมือแบ่งเป็นอีกหนึ่งห้องที่ไม่ทราบว่าเป็นห้องอะไร แต่ดูเหมือนจะใหญ่ไม่แพ้ห้องที่เธอยืนอยู่ในตอนนี้ ส่วนปีกขวาเป็นแบ่งเป็นสองห้องซึ่งมองจากสายตาแล้วคิดว่าน่าจะมีขนาดลดหลั่นกันลงมา ถัดไปจนถึงมุมด้านในสุดซึ่งจะเยื้องกับชุดเครื่องเสียงต่างๆ ดูเหมือนจะเป็นห้องครัว และที่ตรงนั้นมีสาวสวยคนหนึ่งกำลังจะเดินมาทางนี้ หากจำไม่ผิดก็คือคนเดียวกันกับที่ทักทายอธิกฤตินั่นเอง

หลังจากใช้สายตามองเพลินจนเจอเข้ากับคนที่คาดว่าจะเป็น ‘ภรรยา’ เจ้าของบ้าน นางฟ้าของอธิกฤติได้สติอีกครั้ง ดวงตาสวยผละจากภาพห้องครัว มองดูชายหนุ่มที่ยังไม่ยอมขยับไปไหน...ตอนเกิดแผ่นดินไหว เขากอดเธอไว้แน่นทั้งๆ ที่ควรจะกอดภรรยาตนเองเสียมากกว่า...ใจร้าย เป็นผู้ชายที่เห็นแก่ได้ที่สุด ดูสิ ยังไม่ยอมออกมาอีก...หรือว่ายังจุกที่ประเคนหมัดใส่เมื่อครู่ คงไม่หรอก ตัวโตออกอย่างนั้น...

“นี่คุณ ออกมาได้แล้วค่ะ” เสียงหวานร้องบอกให้พอได้ยินกันเพียงสองคน เหลือบมองคนที่กำลังเดินมาทีหนึ่งก่อนจะหลุบตามองคนที่ยังนิ่งอยู่ใต้โต๊ะ แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่ยอมออกมาเสียที

เรียวลิ้นนุ่มเลียไล้กลีบปากสวยที่เม้มเข้าหากันอีกครั้งก่อนจะพ่นลมออกมาแรงๆ เหมือนตัดสินใจอะไรได้ ร่างบางขยับเข้าใกล้ใช้มือข้างหนึ่งจับโต๊ะเอาไว้ก่อนจะโน้มกายก้มลงมองใต้โต๊ะเพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรกันแน่ ทำไมคนที่เหมือนไม่เป็นอะไรไม่ยอมออกมาเสียที

ความบังเอิญมีจริงหรือเขาจงใจรอโอกาสกันนะ...ทันทีที่พิริยาวดีโน้มต่ำลง ร่างสูงก็หยัดกายเตรียมลุกขึ้นพอดี ใบหน้าคมที่เลยออกมาจากรัศมีของที่คุ้มภัยแหงนเงยหมายจะมองใครบางคนที่เอ่ยปากเรียก ไม่คิดว่าหล่อนจะก้มลงมาพอดีเช่นกัน กลีบปากอวบจึงแนบสัมผัสเข้ากับปากอุ่นร้อนที่แห้งผากเข้าอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

ดวงตาคมจ้องมองลึกเข้าไปในตาคู่งามนิ่งค้าง ยังอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความหวาดหวั่นครั้งเก่าก่อนผุดมาเล่นงานให้หัวใจเกิดบาดแผลแต่ทำไมภายในลึกๆ กลับรู้สึกอบอุ่นได้อย่างประหลาด สองร่างชะงักค้างด้วยฤทธิ์สัมผัสหวั่นไหวพาให้ใจลอยเคลิ้มฝัน จู่ๆ หญิงสาวก็กระเด้งตัวยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็วเมื่อเสียงของใครบางคนดังขึ้น

“คุณอาคิระปลอดภัยดีนะคะ” เสียงหวานของผู้ที่เพิ่งก้าวมาถึงทักถาม มองภาพหนุ่มสาวตรงหน้า

พิริยาวดีเบี่ยงหน้าหวังซ่อนความอายไปอีกทาง ไม่รู้ว่าตอนนี้แก้มเธอแดงจนกลายเป็นลูกตำลึงสุกไปแล้วหรือยังแต่ที่รู้แน่คือใจเต้นกระหน่ำเพราะสัมผัสเมื่อครู่ สองมือประสานแน่นอยู่ด้านหน้าลำตัวคิดหาวิธีอธิบายให้ภรรยาเจ้าของบ้านฟังว่าจูบที่เห็นมันคืออุบัติเหตุ

“ฉันปลอดภัยดี อาอิไปเตรียมเครื่องดื่มมาให้แขกของฉันเถอะ” เสียงทุ้มสั่งการเสียงนุ่มเมื่อยืนเคียงข้างแขกคนสวยเรียบร้อยแล้ว

ประโยคคำสั่งที่ดูเหมือนไม่ได้ห่วงใย ไม่ถามไถ่แม้แต่ความปลอดภัยของคนรักทำให้พิริยาวดีหันขวับมามองด้วยอารมณ์ที่เปลี่ยนไป ลืมไปว่าตนเองกำลังคิดอยากหาคำอธิบาย ลืมว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น ไม่แม้กระทั่งจะทันสงสัยว่าคนตัวใหญ่ออกมายืนเคียงข้างเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ มีแต่แววตาตัดพ้อแทนสาวสวยที่เพิ่งหันหลังเดินจากไป

“ใจร้าย! ” เสียงสบถพอให้ได้ยิน คนถูกค้อนหันมามองสบตา ทั้งงงทั้งอึ้ง...อะไรอีกล่ะ ช่วยชีวิตแล้วยังมาทำตาคว่ำให้อีก นางฟ้าคนนี้ช่างงอนเก่งจริงๆ ดูซิ น้ำเสียงเย็นชา แววตามีแต่ต่อว่า ส่งค้อนให้เขาตาคว่ำ มันน่าจับมาอบรมนัก...  

“อะไรของคุณอีกล่ะครับคุณผู้หญิง ถ้าหากว่าคุณไม่พอใจที่ผมกอดคุณใต้โต๊ะนี่ก็ขอโทษด้วยแต่ผมถือว่าผมกำลังช่วยชีวิตคุณ แต่ถ้าเป็นเรื่อง...จูบ...เมื่อครู่นี้ เราสองคนรู้ดีว่ามันคืออุบัติเหตุ แต่ถ้าอยากลองใหม่อีกทีผมก็ไม่ว่า หรือจะให้ผมขอโทษก็ได้นะ ผมยินดี” น้ำคำดูดีแต่น้ำเสียงไม่ได้บ่งบอกเลยว่าเขาสำนึกผิด คนที่กำลังจะได้รับคำขอโทษยิ่งฟึดฟัดเมื่อคนตรงหน้าไม่ได้รู้สึกรู้สากับการกระทำของตน ยิ่งเขาเน้นคำว่าจูบเหมือนจงใจเธอก็ยิ่งขุ่นเคืองหนัก

“เก็บคำขอโทษของคุณเอาไว้เถอะค่ะ คนที่คุณควรจะขอโทษคือภรรยาของคุณมากกว่าไม่ใช่ฉัน และที่สำคัญคุณควรจะให้ความใส่ใจรักภรรยาของคุณให้มากกว่านี้ เธอสวยและดูเอาใจใส่คุณขนาดนี้ คุณยังทำตัวเหมือนไม่รักเธอ ขนาดฉันเป็นคนนอกที่เพิ่งมาเจอฉันยังรู้สึกได้ว่าคุณไม่แคร์เธอเท่าที่ควร แล้วเธอล่ะคะ เธอจะรู้สึกเช่นไร คุณไม่ได้ปกป้องเธอแต่กลับมาลากฉันไปกอดเอาไว้ใต้โต๊ะ เรื่องกอดฉันไม่ถือสาอะไรนักหรอก แต่ภรรยาคุณคงมาเห็นภาพเมื่อกี้ ฉันคิดว่าเขาคงไม่ยินดีนักหรอกนะคะ หากคนรักของตัวกำลังทำอะไร...แบบนั้น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นอุบัติเหตุก็เถอะ” พิริยาวดีใส่เป็นชุด

ไม่รู้หรอกว่าที่นี่ยังมีการกดขี่ผู้หญิงอยู่อีกหรือไม่ แต่นึกเห็นใจผู้หญิงด้วยกันที่สามีไม่ให้ความใส่ใจแล้วยังมาทำตีหน้าสั่งให้ดูแลแขกอย่างเธอโดยไม่ถามสักคำว่าหล่อนเป็นอย่างไรบ้าง ผู้หญิงด้วยกันรู้ดีว่าความรู้สึกอ่อนไหวเปราะบางนั้นเป็นอย่างไร ยิ่งหล่อนนิ่งภายในหัวใจคงเจ็บปวดไม่น้อย...

คนไม่รู้อะไรคิดเองเออเองเสร็จสรรพ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายหนุ่มกำลังนึกขำกับคำว่า ‘ภรรยา’ ที่นางฟ้าของเขาใช้เรียกสาวใช้อาอิ ชายหนุ่มทั้งอึ้งทั้งงงกับความช่างคิดที่ไม่ยอมถามเขาสักคำว่าใครเป็นใคร จู่ๆ ก็จัดชุดใหญ่ใส่เขาไม่ยั้งแบบนี้ เกือบเผลอพ่นเสียงหัวเราะลั่นออกมาหากไม่ทันได้คิดอะไรบางอย่างเสียก่อน มองสบตาหญิงสาวตรงหน้าแล้วก็นึกอยากแกล้งหล่อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น แทนที่จะอธิบายความจริงเขากลับไม่ทำ...

“อาอินะเหรอ” เขายักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจอะไรนัก “เธอไม่ใช่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายอะไรสักหน่อย ไม่ได้มีความสำคัญกับผมขนาดนั้น...มาเถอะ มานั่งดื่มน้ำชากับผมดีกว่า”

อธิกฤติตีหน้านิ่ง คว้ามือเรียวของคนที่กำลังมองเขาด้วยแววตาเหลืออดอย่างไม่สนใจ...อยากเข้าใจอะไรเองดีนัก ต้องแกล้งอำซะให้เข็ด...คนช่างแกล้งนึกสนุก อยากรู้นักถ้าหากนางฟ้าโดนปั่นหัวยั่วอารมณ์ หน้าหวานๆ อย่างนี้จะกลายร่างเป็นปีศาจได้หรือเปล่า 

ยังไม่ทันที่อธิกฤติจะได้พิสูจน์ความสงสัย คนโดนอำก็ถูกเรียกหาจากที่ไหนสักแห่ง เจ้าของนามว่า ‘ลูกพีช’ สะบัดมือจนหลุดก่อนจะเผ่นโผนออกจากบ้านไปตามเสียงเรียก จากที่ตั้งใจว่าจะได้นั่งจิบน้ำชาและพูดคุยตีสนิทอธิกฤติจำต้องวิ่งตามนางฟ้าออกไปข้างนอกจนได้  

ร่างบางวิ่งเร็วกว่าที่คิด ไม่นานนักก็มาถึงเรือนรับรองที่เธอใช้นั่งพักก่อนหน้านี้ ใบหน้าสวยยิ้มจืดเจื่อนเหมือนจะกล่าวขอโทษเมื่อเห็นนางแบบสาวส่งสายตาไม่สบอารมณ์มาให้ ข้างกายญาริกามีชายสูงวัยยืนเคียงข้างอยู่ด้วย แม้จะดูสูงวัยแต่ใบหน้าคมคร้ามไม่ได้ลาไกลไปจากคำว่าหล่อเหลาแม้แต่น้อย กลับดูอบอุ่นน่ามองสะดุดตาจนเชื่อได้ว่าสาวน้อยใหญ่ใครได้เห็นเป็นต้องเหลียวหลังเป็นแน่ 

“หายไปไหนมา ทำไมไม่อยู่ที่นี่ปล่อยให้ต้องวุ่นวายตามหา...ฉันกำลังจะกลับ” ญาริกากล่าวเสียงนิ่ง ยังไม่ทันที่พิริยาวดีจะได้ชี้แจง เสียงของชายสูงวัยก็ร้องทักทายใครบางคนเข้าเสียก่อน

สองสาวสวยต่างสไตล์หันไปมองผู้มาใหม่เป็นตาเดียวกัน คนหนึ่งมองด้วยแววตาที่ยังเจือความไม่พอใจเอาไว้อย่างเปิดเผย อีกคนมองด้วยแววตกตะลึงพร้อมประกายตาวะวับวาวเชื้อเชิญเต็มที่ มุมปากเคลือบสีพลาสติกสวยยกยิ้มอย่างลืมตัวโดยที่คนรอบข้างไม่ทันได้เห็นความหมายของรอยยิ้มนั่น

“อาคิระกลับมาแล้วเหรอ แขกของลุงกวนอะไรหลานหรือเปล่า” เสียงทุ้มทรงพลังบ่งบอกถึงอำนาจสูงสุดของผู้ปกครองใหญ่ในบ้านหลังนี้

นางฟ้าของอธิกฤติหันมองตามเสียงดังนั้นเช่นเดียวกันกับญาริกา หนุ่มใหญ่นัยน์ตาสีสนิมแสนอบอุ่นกำลังส่งยิ้มมาให้ ประโยคที่ดูเหมือนจะต่อว่าแขกยามรัตติกาลกลายเป็นคำขันที่เอ่ยถึงลูกหลานไปในบัดดล ชุดลำลองเนื้อดีขับให้คนใส่ดูภูมิฐาน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าราคามันคงแพงหูฉี่สำหรับคนอย่างพิริยาวดี อีกคนที่ก้าวตามมาติดๆ ก็คือนางแบบสาวสวยที่กำลังส่งประกายตาวับวาวมองใครบางคน

“สวัสดีครับคุณลุงเคนจิ ผมไม่ทราบว่าเธอเป็นแขกของคุณลุง” อธิกฤติยกมือไหว้ทักทายลุงเคนจิเช่นทุกครั้งที่เจอกัน

ลูกชายของกฤติภาครักษากิริยาอย่างไทยแท้เอาไว้ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงที่นี่ สิ่งนี้ก็ทำให้เคนจิถูกใจหลานชายคนนี้ยิ่งนัก ความรักชาติ รักในขนบธรรมเนียมประเพณีของบ้านเกิดเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นถูกสั่งสอนกันมาแต่ไหนแต่ไร และเมื่อเห็นว่าหลานชายเป็นคนรักชาติรักบ้านเกิด มีเลือดแห่งความจงรักภักดีเข้มข้นไม่แพ้กันก็ยิ่งรักยิ่งเอ็นดูหลานชายคนนี้ยิ่งขึ้น

“ก็ไม่เชิง พอดีหนูญาญ่ากำลังจะกลับลุงก็เลยมาส่งแล้วเห็นไม่แม่หนูคนนี้อยู่ในห้องรับรองก็เลยให้เด็กในบ้านช่วยกันเรียกหา” ลุงเคนจิอธิบายอย่างไม่จริงจังนัก ใบหน้ากร้านโลกน่านับถือเจือรอยยิ้มเอ็นดู 

“สวัสดีค่ะคุณอธิกฤติ ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะคะ ต้องขอโทษด้วยค่ะถ้าหากว่าคนของน้องญ่าเข้ามารบกวนคุณอธิกฤติ” นัยน์ตาเปล่งประกายอะไรบางอย่างที่คนถูกมองอย่างอธิกฤติไม่ทันคาดคิด

ใบหน้าหล่อคมมองนิ่งไม่รับรู้ถึงอารมณ์ที่หญิงสาวส่งมาให้ มองดูอากัปกิริยาของนางแบบตรงหน้าด้วยแววตาว่างเปล่า สองมือเรียวภายใต้ถุงมือยาวยังคงกระชับกระเป๋าถือใบเหมาะมือเอาไว้ด้านหน้าลำตัว เป็นภาพที่ชายหนุ่มเห็นชินตาจนไม่อยากจะมอง

“สวัสดีครับคุณญาริกา ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่เหมือนกัน” น้ำเสียงนิ่งห่างเหินจนคนถูกทักหายใจสะดุด

“อ้าว สองคนนี่รู้จักกันแล้วเหรอ อ้อ ลุงลืมไป นางแบบชื่อดังกับช่างภาพมือโปรระดับโลกย่อมต้องรู้จักกันเป็นธรรมดาสินะ” นายบ้านมิกาโนะว่าพลางรอยยิ้มอบอุ่นยังเจือบนใบหน้า

“แหม ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ” ญาริกาออกท่าทางขวยเขิน

“ถ่อมตัวจริงๆ ระดับหนูญาญ่าผมว่าไม่เป็นสองรองใครหรอก จริงไหมอาคิระ” คนแก่ถูกใจสาวสวยข้างกายยิ่งนัก หากแต่ท้ายประโยคยังไม่วายหันมาชี้ชวนอธิกฤติให้ร่วมเข้าพวกด้วย

ลูกชายซาตานไม่ว่าอย่างไร ตาคมนิ่งมองใบหน้านางฟ้าของเขาที่ตอนนี้เอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมมองเขาสักนิด ใครจะสนใจใครก็ช่างปะไร แต่นางฟ้าคนสวยไม่ยอมสนใจเขานี่สิมันทำให้เขารู้สึกรำคาญใจอย่างไรบอกไม่ถูก ยิ่งเห็นก็ยิ่งคิดพาลให้ยิ่งเคืองเมื่อคิดว่าตัวเองคงกำลังเพี้ยน

อธิกฤติเอ่ยขอปลีกตัวกลับบ้านของตนเองไปเสียก่อน เขาไม่เอ่ยลานางแบบคนสวยสักนิด ไม่แม้แต่จะชายตามองทั้งที่ญาริกาพยายามจะสบตาส่งความหมายบางอย่างไปให้ แขกคนสำคัญของนายบ้านมิกาโนะไม่สบอารมณ์นักแต่ก็พยายามเก็บซ่อนเอาไว้ก่อนจะเหลือบมองตามสายตาคมว่ามองไปหาใคร

 

ตลอดเวลาที่นั่งอยู่บนรถคันหรูประจำบ้านมิกาโนะ ญาริกาอดชำเลืองตาเหลือบมองพิริยาวดีที่นั่งอยู่ด้านข้างคนขับด้วยแววตาบางอย่างไม่ได้ หญิงสาวที่ดูอย่างไรก็เทียบกับเธอไม่ติดฝุ่น ไม่ได้สวย ไม่โดดเด่น ไม่มีเสน่ห์และความเซ็กซี่ เปรียบกับเธอแล้วเหมือนกระดูกคนละเบอร์อย่างเห็นได้ชัด ญาริกาไม่เห็นว่าคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าจะมีอะไรดีไปกว่าตนได้ ยิ่งคิดภาพที่อธิกฤติคอยมองสบตาพิริยาวดีตลอดการสนทนาก็ผุดขึ้นมาก่อกวนจิตใจไม่หยุดหย่อน

ญาริกาถึงกับร้อนรุ่มอยู่ในอกเมื่อตลอดเวลาที่ได้มีโอกาสร่วมวงสนทนากันนั้น ช่างภาพหนุ่มหล่ออนาคตไกลอย่างอธิกฤติไม่สนใจมองเธอสักนิด แต่หางตานั่นกลับมีไว้แลคนที่เธอพามาด้วยตลอดเวลา...นังเด็กกำพร้านั่นมีอะไรดี แต่งตัวปอนๆ แถมยังไม่มองตอบกลับสักนิด ทำไมเขาต้องสนใจนังนั่นด้วย...

กระทั่งเดินทางมาถึงที่พักและเตรียมตัวจะเข้านอน นางแบบสาวก็ยังต้องพยายามข่มตาให้หลับเพราะยังคิดไม่เลิก ญาริกายังไม่วายอดคิดเรื่องของอธิกฤติไม่ได้ ที่ชายหนุ่มทำเป็นไม่สนใจยิ่งทำให้คนอย่างเธออยากเอาชนะ ยิ่งเขามองแต่คนที่ไม่สมควรมองอย่างยัยลูกพีช เธอยิ่งยอมไม่ได้เด็ดขาด...ฉันจะต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง หึหึ ฉันไม่มีทางแพ้ยัยเด็กกำพร้านั่นหรอก...

ไม่มีใครได้ทันรู้ตัวเลยว่าแผนการณ์บางอย่างกำลังจะก่อตัวขึ้น อนาคตข้างหน้าที่นางฟ้าของอธิกฤติจะกลายร่างเป็นนางจิ้งจอกจอมลวงโลกและเปลี่ยนแปลงชีวิตช่างภาพอิสระของเขาไปตลอดกาล

 

 

 

มาอัพเพิ่มอีกตอนค่ะ ^_^

 

ขอบคุณกำลังใจทุกดวงที่มอบให้พี่ปลายฟ้านะคะ

ขอบคุณทุกโหวต ทุกคอมเม้นท์ ทุกการเยี่ยมชมและการรอคอย...ขอบคุณมากๆ ค่ะ

 

 

 

ความคิดเห็น