ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 17 อำนาจ...เมีย 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 17 อำนาจ...เมีย 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.9k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2560 14:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 17 อำนาจ...เมีย 100% รีไรท์
แบบอักษร


HATE EFFECTS: 17


วาริริณยังคงนอนซมด้วยพิษไข้ที่เหมือนจะเพิ่มสูงขึ้นโดยมีภาคิณดูแลอยู่ไม่ห่าง หลังจากที่หยุดงานมาเป็นเวลาหนึ่งวันเต็มๆ วันนี้ภาคิณจึงต้องเข้าไปสะสางปัญหาหลายๆด้านที่เหมือนจะเริ่มก่อตัวขึ้นทีละนิด ชายหนุ่มจัดแจงแต่งตัวสวมชุดสูทดูดีสมกับเป็นผู้บริหาร เช็กความเรียบร้อยที่หน้ากระจกก่อนจะเดินมานั่งลงข้างๆภรรยาสาวแล้วเอามือแตะหน้าผากเธอ


"ทำไมไข้ขึ้นสูงแบบนี้ล่ะ" พูดกับตัวเองเบาๆ เขาไม่เคยคิดว่าแค่การทำอะไรติดต่อกันไปนานๆโดยเฉพาะการใช้แรงงานจากร่างกายของเธอจะส่งผลให้อีกฝ่ายถึงขั้นป่วยหนักแบบนี้ "ตอนเย็นพี่จะรีบกลับนะครับที่รัก จุ๊บ" โชคดีที่มีนาตยาและวาณิชาคอยช่วยดูแลจึงไม่ค่อยห่วงอะไร ภาคิณจุมพิตเบาๆที่ขมับด้านซ้ายของเธอก่อนจะลงไปทานมื้อเช้าด้านล่างแล้วออกจากบ้านไปพร้อมภากร


โรงแรม ณ ห้องทำงานของอัศนัย...


สองพี่น้องยังคงนั่งหารือกันอย่างเคร่งเครียดพร้อมกับอัศนัย ไหนจะเรื่องที่ลูกค้ายกเลิกการสั่งจองออเดอร์ ไหนจะเรื่องที่ต้องคอยจับตาดูอาแท้ๆของตัวเองและไหนจะเรื่องคดีความที่ถูกรื้อขึ้นมาใหม่ถึงสองคดีด้วยกัน ดูแล้วช่างมีแต่เรื่องชวนปวดหัวแทบจะระเบิด


"ผมจะส่งคนไปเคลียร์กับลูกค้าก่อน นำอะหลั่ยที่ผลิตลอตใหม่ไปเปลี่ยนให้น่าจะช่วยกู้สถานการณ์ได้บ้าง" ภาคิณถอนหายใจ "แล้วของมึงล่ะ เป็นยังไงบ้าง?"


อัศนัยยิ้มเล็กน้อย "ทีมสืบสวนชุดใหม่นี่ใช้ได้เลยว่ะ เห็นรื้อสำนวนคดีของยัยปลาเจอพิรุธหลายอย่างโดยเฉพาะรถที่ยัยปลาใช้วันนั้น แต่ชุดก่อนตัดสินว่าเป็นอุบัติเหตุ" ยิ่งพูดถึงก็ยิ่งเจ็บปวด ถึงจะเป็นแค่ญาติกันแต่เขาก็สนิทกับปาลิตาราวกับเกิดมาจากท้องเดียวกัน "แล้วพี่กรนึกยังไงถึงได้มากับไอ้คิณได้ล่ะครับ...แล้วตาไปโดนอะไรต่อยมาหรอครับ?"


"ก็แค่อุบัติเหตุเฉยๆ" ทำยิ้มกลบเกลื่อน "ไอ้คิณมันลากฉันมาน่ะสิ! ช่วงนี้มีแต่น่าปวดหัวทั้งนั้นเลยว่ะ สรุป!! ไอ้การันต์มันเอี่ยวไปทุกเรื่องเลยใช่ไหมเนี่ย?" ภากรเองก็หนักใจอยู่ไม่น้อย ยิ่งตอนนี้ที่บริษัทก็เริ่มจะมีปัญหาบานปลายขึ้นมาทีละนิดเช่นกัน...ยังไม่รู้ว่าจะเจอทางออกเมื่อไหร่ "แล้วกับวิวัฒน์จะปล่อยมันไว้แบบนี้คงไม่ไหวแล้วนะ ไหนจะชลธิชาของแกอีก"


ภาคิณยิ้มเย็นก่อนจะมองสองคนสลับกันไปมา "กำลังจะไปจัดการอยู่นี่ไง!" คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าต่างก็ทำทีสงสัยอยู่ไม่น้อย แล้วภาคิณจะปล่อยให้คนพวกนั้นลอยนวลจนถึงป่านนี้ไปทำไมกัน "สงสัยอะไรก็ถามมาเลย"


"แล้วมึงจะเก็บเอาไว้เพื่อ?" อัศนัยเอ่ยปากถามขึ้นเป็นคนแรก


"เออ ฉันเป็นพี่ชายแกแท้ๆก็ไม่เข้าใจแกเหมือนกัน" ภากรส่ายหัวไปมาด้วยความสับสน แทนที่จะจัดการให้มันจบๆไปตั้งนานแล้วน้องชายเขาจะยืดเยื้อไว้ทำไม "ยังจะมาทำเป็นยิ้มอีก...ไอ้บ้านี่!!"


"หึ! จะแกล้งโง่ทั้งทีก็ต้องเนียนๆหน่อยสิ ไม่งั้นไก่ก็ตื่นกันหมด" ทั้งสองพอจะเข้าใจความหมายในคำพูดขึ้นมาแล้ว ภาคิณยกยิ้มมุมปากนิดๆ "คราวนี้ตัดไปสองคน อยากจะรู้เหมือนกันว่าไอ้การันต์กับอาภูชิตจะทำยังไงต่อ"


"ลึกลับซับซ้อนดีเว้ยเห้ย! แต่ทำอะไรก็ช่วยปรึกษาฉันนิดนึงนะ"  คนเป็นพี่ล่ะเดาความคิดน้องชายตัวเองไม่ออกเลยจริงๆ "ฉันว่านอกจากไอ้การันต์ก็น่าจะมีอีก ไม่งั้น...อาภูชิตคงไม่กล้าทำกับพ่อได้ขนาดนี้"


ภาคิณพยักหน้าเบาๆ "หาหลักฐานแบบเงียบๆไปก่อนดีกว่า ผมกำลังสนุก...ไอ้อ้น! ที่กูให้มึงช่วยน่ะ ได้มาหรือยังวะ?"


"เออ! เพิ่งได้มาเมื่อวาน ตั๋วเหลือสองใบพอดีเลยว่ะ" อัศนัยเดินไปหยิบสิ่งของที่เพื่อนรักได้วานให้ช่วยเหลือ ตั๋วเรือสำราญหรูสองใบที่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับเหล่าคนมีฐานะในขณะนี้ได้มาอยู่ในมือของภาคิณเป็นที่เรียบร้อย "มึงบอกว่าคุณณิริณไม่ชอบอะไรที่มันสิ้นเปลือง แล้วแบบนี้เมียมึงจะไม่ไล่ออกไปนอนที่หัวเรือเลยหรือไง? ได้ข่าวว่าเพิ่งเจออำนาจเมียสยบมา"


เรื่องที่เขาถูกภรรยาไล่ออกมานอนนอกห้องกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ก็เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนภากรเมาและเผลอหลุดเรื่องนี้ให้กับกลุ่มคนสนิทและรู้มาถึงหูอัศนัยในที่สุด สายตาคมหันไปจ้องพี่ชายอย่างขุ่นเคืองเล็กน้อย...เป้าหมายสะดุ้งทำเป็นมองออกไปด้านนอกตัวอาคาร


"ไงครับไอ้คิณเพื่อนรัก ไอ้การันต์มันก็ไปในรอบนี้ด้วย...มึงมีแผนอะไรอีก!!?"


ภาคิณมองตั๋วในมือก็หัวเราะออกมา "หลังจากงานนี้...มึงก็เตรียมอ่านข่าวหน้าหนึ่งไว้ก็แล้วกัน"

การจัดงานเลี้ยงขอบคุณพนักงานกำลังดำเนินไปตามแผนที่ภาคิณวางเอาไว้ วิวัฒน์ที่เวลานี้ไม่สามารถกระดิกตัวทำอะไรได้มากกว่าที่เป็นก็รู้สึกอึดอัดใจอยู่ไม่น้อย ตอนนี้เหมือนเขากำลังถูกบีบไปทุกทางโดยการที่เทวินทร์คอยตามประกบอยู่ทุกฝีก้าวโดยอ้างว่าช่วยงานชั่วคราวระหว่างที่กำลังหาเลขาคนใหม่มาให้เขา


"ฉันไม่เข้าใจว่าคุณคิณคิดอะไรอยู่ คนเก่าของฉันก็ทำงานดีแล้วทำไมต้องปลดออกด้วย"


"แค่ย้ายเธอไปทำในสิ่งที่เธอถนัดก็เท่านั้นเอง ระหว่างนี้เรียกใช้ผมได้ตามใจครับ" เทวินทร์พูดด้วยสีหน้านิ่งเฉยเป็นปกติ ชายหนุ่มหยิบซองสีขาวออกจากกระเป๋าเสื้อด้านใน "นี่คือหนังสือสัญญาณของลูกค้าที่ยื่นฟ้องบริษัทเรา คุณคิณฝากให้คุณวิวัฒน์ช่วยเป็นธุระจัดการไกล่เกลี่ยครับและขอสรุปภายในพรุ่งนี้เช้า"


วิวัฒน์รับซองขาวนั้นมาแล้วเปิดอ่านเนื้อความด้านในก็หน้าซีดเผือด เพราะความสะเพร่าของตัวเองที่เซ็นรับเงินแถมยังติดต่อลูกค้าคนนี้ด้วยตนเองทั้งๆที่ปิดเป็นความลับแล้วแท้ๆแต่ก็ถูกจับทางได้ ซึ่งในหัวก็นึกถึงเอกสารที่อดีตเลขาของเขาเคยยื่นให้เซ็นก่อนจะถูกสั่งย้ายไปและเขาก็ไม่ได้อ่านเสียด้วย พอมองกลับไปที่คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็รู้ทันทีว่าเขาเสียรู้ให้ภาคิณเข้าเสียแล้ว "อะ...ได้ ฉันจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด"


"ครับ งั้นผมขอตัวก่อน"


เทวินทร์ยิ้มน้อยๆก่อนจะขอตัวออกจากห้องนี้ไป เมื่อสบโอกาสที่ได้อยู่เพียงลำพังแล้ววิวัฒน์ก็โทรศัพท์ออกไปหาคนที่ตนเองส่งเข้าไปทำงานยังแผนกบัญชีทันที "ติดต่อชลธิชาให้ฉันที!!"


ไม่รู้ว่าใครเป็นหนอนบ่อนไส้ แต่ถ้าเรื่องที่เขาทำพลาดตอนนี้จะรู้ไปถึงหูผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆไม่ได้เป็นอันขาด เพราะก่อนที่ภาคิณจะได้เชือดเขาคงได้โดนอีกฝั่งสั่งเก็บก่อนแน่ๆ


######


บ้านรัตนโยธิน...


วาณิชายกถ้วยโจ้ก รังนก และยาจัดใส่ถาดอย่างสวยงามแล้วยกขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านเพื่อบริการพี่สาวของเธอ พอเปิดประตูห้องเข้ามาก็เห็นร่างของวาณิริณพยายามขยับตัวขึ้นอย่างทุลักทุเล สาวน้อยวางของในมือไว้บนโต๊ะก่อนจะเข้าไปช่วยพยุง


"พี่ณิริณไหวไหมคะ? ไปหาหมอเถอะ"


วาณิริณส่ายหัว "พี่ไม่เป็นไร สองสามวันคงจะดีขึ้น" เสียงแหบพร่าเล็กน้อย พอดันตัวเองลุกขึ้นนั่งได้ก็หันไปยิ้มให้กับน้องสาว "มีเวลามาอยู่กับพี่แบบนี้ ได้ที่ฝึกงานแล้วหรือไง?"


"ได้แล้วค่ะแบบไม่เต็มใจด้วย หึ่ย!! พูดเรื่องนี้ทีไรก็น่าโมโหทุกที" ใบหน้าสวยใสบัดนี้กลับบูดบึ้งเสียแล้ว "สงสัยหรอคะ? ก็ไอ้บ้าภากรนั่นแหละที่จู่ๆเข้าไปขอณิชามาฝึกงานด้วย ถามความสมัครใจสักหน่อยก็ไม่มี"


"ทำไมพูดจาไม่น่ารักเลยล่ะ ก็ดีแล้วนี่...ณิชาจะได้ไม่ต้องเหนื่อยไปแย่งกับคนอื่น แค่กๆ"


วาณิชาได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับสีหน้าเบื่อหน่าย "พี่ณิริณเอาแต่เข้าข้างคนอื่นอ่ะ ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว...ทานข้าวทานยาก่อนนะคะ คุณป้าอุ่นรังนกมาให้ด้วยค่ะ" สาวน้อยเดินไปยกถาดอาหารมาวางไว้ข้างๆ "พี่คิณก็อีกคน รู้อยู่ว่าพี่สาวของณิชาบอบบางขนาดไหน ดูสิ! เนื้อตัวมีแต่รอยเต็มไปหมด อ้อ! ณิชาโทรบอกพ่อกับแม่ให้แล้วนะคะ อุตส่าห์บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง...รู้ข่าวก็จะมาหาอย่างเดียวเลย"


วาณิริณยิ้มบางๆ "ขี้บ่นจริงๆเลยเรา"


ระหว่างที่เวลาของสองพี่น้องกำลังดำเนินไปเรื่อยๆ พอทานข้าวทานยาเสร็จก็เอนหลังติดกับหัวเตียง ไม่นานนักวาณิริณก็ต้องคิดหนักเมื่อเปิดโทรศัพท์เห็นข่าวเรื่องภาพหลุดของสามีเธอกับสาวๆหลายๆคนที่เคยควงแถมยังเคยมาระรานเธออีกด้วย คงหนีไม่พ้นญาดาอีกแน่นอน...ทั้งๆที่เป็นคนรักสงบแท้ๆแต่ทำไมถึงได้มีเรื่องให้ปวดหัวตลอดเวลาเลยนะ


แกร๊กๆ


ภาคิณเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่ดูเหมือนจะสดชื่น วาณิชารู้ดีว่าเวลานี้เธอควรจะปล่อยให้เขาอยู่กันตามลำพังก็ค่อยๆหันไปทางพี่สาวของเธอ "เจ้าของที่เขามาแล้ว ณิชาไปช่วยคุณป้าเตรียมมื้อเย็นดีกว่า" เธอลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องนี้ "ดูแลพี่สาวของณิชาดีๆนะคะ ห้ามทำรุนแรงอีกล่ะ"


ร่างสูงกระตุกยิ้ม "ไม่รับรองนะ เพราะมีหลายอย่างยัังไม่ได้สอนพี่สาวของเธอ" พูดจบก็เดินเข้ามานั่งข้างๆภรรยาของตัวเองก่อนจะยกมือขึ้นแตะหน้าผากเธอ วาณิชามองก็รู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อยก่อนจะปิดประตูให้ ส่วนวาณิริณก็เปิดหน้าข่าวที่เธอเห็นส่งให้ภาคิณดู "แบบนี้หมายความว่ายังไง? พี่ไม่อยากทะเลาะกับณิริณอีกแล้วนะ"


"เปล่าค่ะ! ณิริณแค่จะบอกว่าไม่ชอบเห็นอะไรพวกนี้...สัญญาได้ไหมคะว่าหลังจากนี้จะไม่มีแบบนี้อีก" 


ได้ยินแบบนี้เขาก็ดีใจจนออกอาการ มือหนาลูบใบหน้าของเธอไปมา "เลิกคิดมากได้แล้วนะคนสวยเดี๋ยวจะไม่สบายหนักไปอีก" เธอไม่พูดอะไรได้แต่หันสายตาหลบไปทางอื่น วาณิริณยังมีสีหน้าเป็นกังวลจนเขาสงสัย "คิดอะไรอยู่ล่ะ หืม?"


หญิงสาวก้มหน้าเล็กน้อย "เรื่องที่พี่คิณบอกค่ะ...จะทำอะไรช่วยบอกหน่อยได้ไหมคะ?"


นัยน์ตาคมมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งๆ คนตัวเล็กยังคงไม่เข้าใจในความคิดของเขาเพราะขนาดปาลิตาเองก็เป็นลูกคนมีหน้ามีตาในสังคมการันต์ยังทำได้ลงคอ แล้วกับคนที่อยู่ตรงหน้าเธอจะปลอดภัยได้อย่างไรกัน


ภาคิณเห็นความรู้สึกของอีกฝ่ายก็ทำให้ยิ่งรู้สึกดีใจ วาณิริณแสดงความเป็นห่วงออกทางแววตาแม้จะไม่ได้พูดออกมาแต่เขาก็รู้ "เอาไว้หลังกลับจากฮันนีมูนก่อนได้ไหม? ตอนนี้พี่ไม่อยากพูดถึงคนอื่น ว่าแต่เมียพี่มีอาการปอดบวมแทรกซ้อนหรือเปล่า" 


วาณิริณส่ายหัวไปมาเมื่อเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายพร้อมยกมือขึ้นปิดหน้าอกของเธอ "จะไม่เข้าเรื่องพวกนี้สักวันจะได้ไหมคะ?"


"ถ้าได้แล้วจะทำหรือไง ฟอด! พี่เช็ดตัวให้ณิริณดีกว่านะจะได้พักผ่อน หายดีเมื่อไหร่จะได้สอนท่าอื่นต่อ"


ทั้งมีไข้แถมแขนขายังไม่มีแรง พอยืนก็ขาสั่นจวนจะล้มทุกทีทำให้วาณิริณรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก กว่าอาการจะดีขึ้นก็อย่างน้อยสักสองสามวัน...ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเร่งทำคะแนนของภาคิณเองแหละ ในเวลานี้เขาต้องคอยเป็นมือเป็นเท้าให้ภรรยาคนสวยในยามที่ยังขยับตัวไม่ค่อยได้เช่นนี้


"เช็ดแค่ข้างหลังก็พอค่ะ เดี๋ยวที่เหลือณิริณทำเอง"


"ทำเองได้ยังไง? แรงจะพูดยังแทบจะไม่มีเลย" ภาคิณถือกะละมังใส่น้ำอุ่นใบเล็กแล้ววางไว้ที่โต๊ะเล็กข้างๆเตียงนอน "จะถอดเสื้อเองหรือจะให้พี่ถอดให้" เขาใช้ผ้าผืนเล็กชุบน้ำบิดหมาดๆเตรียมพร้อมที่จะบริการเธอ


คนขี้อายหันหลังให้แล้วถอดเสื้อที่สวมอยู่ออก แผ่นหลังขาวเนียนที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยที่เขาประทับตราเอาไว้ ภาคิณค่อยๆลูบแผ่นหลังบางด้วยผ้าที่เขาถืออยู่เพื่อระบายความร้อนจากพิษไข้ให้เธอ แต่ก็มิวายที่จะคอยหาจังหวะแทะโลมอยู่เสมอ


"ถ้ายังไม่หยุด! คืนนี้ขอเชิญออกไปนอนข้างนอกนะคะ" วาณิริณหันมามองด้วยความไม่พอใจ "ทั้งวันทั้งคืนยังไม่พอใจอีกหรือไง"


ภาคิณถอนหายใจก่อนจะตัดพ้อออกมาเบาๆ "เฮ่อ! น่าสงสารตัวเองจริงๆ มีเมียกับเขาคนนึงเมียก็ไม่รัก ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นล่ะก็...ป่านนี้เสร็จไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้"


เขาตั้งใจยั่วยุเพื่อที่จะดูปฏิกิริยาของเธอ และมันก็ได้ผล "ก็เชิญสิคะ รอเซ็นใบหย่าอยู่!!"


"ณิริณ !!"


"ทำไมคะ? จะจับมัดไว้ที่เสาไหนหรือว่าจะเหวี่ยงไปกระแทกนั่นกระแทกนี่อีก แบบที่พี่คิณถนัดไง แค่กๆ"


พอขยับเข้าใกล้ได้ก็โอบคนตัวเล็กเอาไว้ "หึง !!" เธอเลือกที่จะไม่ตอบแถมพยายามแกะมือของเขาออก "โอเคๆ พี่ไม่แกล้งแล้ว จุ๊บ"


"จะเช็ดตัวก็ทำให้เหมือนคนอื่นเขาทำเถอะค่ะ ถ้าทำไม่ได้ก็ออกไป...ณิริณจะทำเอง"


"จากนางฟ้ากลายเป็นเสือตั้งแต่เมื่อไหร่หืม?...เอาเป็นว่าพี่จะเช็ดตัวอย่างเดียว" วาณิริณยอมที่จะอยู่นิ่งๆแล้วปล่อยให้สามีของเธอเช็ดตัวให้จนเสร็จ เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เรียบร้อยแล้วก็ล้มตัวลงนอนไป


 "เรื่องฮันนีมูน เอ่อ...จะพาณิริณไปไหนคะ?"


"ถึงเวลาแล้วเดี๋ยวก็รู้เองแหละ" เขาตอบเสียงเรียบๆ


"แบบนี้ตลอด ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ไปค่ะ" 


ในที่สุดก็จนปัญญา ภาคิณพยักหน้าเบาๆเป็นการยอม "ก็ได้! แค่จะพาไปเปลี่ยนสถานที่อยู่กลางทะเลกันสักหนึ่งอาทิตย์ แต่พี่มีบางอย่างอยากจะให้ณิริณช่วย" เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูเธอ แม้จะลังเลเล็กน้อยแต่ก็ตกลงที่จะทำให้และด้วยฤทธิ์ของยานั้นทำให้เธอค่อยๆหลับลงไปช้าๆโดยมีภาคิณคอยดูอยู่ข้างๆ


ด้านล่าง....


ภากรนั่งอ่านวารสารรถยนต์อยู่ที่โซฟาใหญ่ใกล้โต๊ะอาหาร แต่สายตาของเขานั้นจับจ้องไปที่สาวน้อยที่กำลังช่วยบรรดาสาวใช้จัดเตรียมของอยู่จนเป็นที่สังเกตของคนข้างๆ


อะแฮ่ม!


นาตยากระแอมเสียงดังเล็กน้อย ภากรสะดุ้งแล้วหันมาทางแม่ของเขา "จ้องหนูณิชาเขาแบบนั้น จะสิงเลยไหมล่ะ!?"


"ฮะ ฮ่าๆ ผมก็มองไปรอบๆบ้านนั่นแหละครับ วันนี้บ้านสวยดีเนอะ"


"กร...เฉไฉไม่เนียนเลยนะลูก ถ้าจริงจังคนนี้แม่ก็สนับสนุนนะ ดีกว่าแม่นางแบบคนนั้นเยอะเลย"


ภากรยืดตัวให้นั่งตรงๆ "เขาชื่อทาร่าครับแม่ อีกอย่างผมก็ไม่ได้ยุ่งวุ่นวายกับคนนั้นแล้วด้วย" เขาเคลื่อนตัวเข้าไปนั่งใกล้ๆผู้เป็นแม่ "ผมยังมีความสุขกับชีวิตโสดอยู่นะครับ"


"จ้ะๆ แต่ถ้าวันไหนหนูณิชาเขาจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนจริงๆ กรก็ต้องหยุดรับหน้าที่เป็นผู้ปกครองได้แล้ว...ได้ข่าวว่าเนื้อหอมไม่แพ้พี่สาวเลยนะ..." นาตยาเหล่ตามองลูกชายคนโตที่นั่งข้างๆ ปากบอกว่าไม่แต่สีหน้านี่มาเต็มที่


"ไม่มีทางแน่ๆ อย่างยัยม้าดีดกะโหลกนั่นนะใครได้เป็นเมียรับรองว่าเป็นหมันตั้งแต่แห่ขันหมาก แล้วที่ผมไปรับไปส่งทุกวันนี้ก็แค่เป็นหูเป็นตาแทนน้องสะใภ้ก็เท่านั้นเองครับ" น้ำเสียงกุกๆกักๆมีหรือว่าผู้หญิงข้างๆจะดูไม่ออก


"ปากแข็งเข้าไปเถอะ! แม่ว่าผู้ชายดวงซวยคนนั้นคงอยู่แถวๆนี้แหละ"


ภากรทำเป็นเฉยไม่สนใจแต่ข้างในกลับคิดว้าวุ่นไปต่างๆนาๆ เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องคอยมองวาณิชาอยู่ตลอด ถึงกับขนาดยอมลงทุนไปขอตัวให้มาฝึกงานด้วยตอนนี้ที่บริษัทต่างก็เป็นเรื่องซุบซิบนินทาใหญ่โต ตกลงตอนนี้เขาแค่อยากจะเอาชนะยัยตัวแสบจริงๆเช่นนั้นหรือ?


หลังจากจัดโต๊ะเสร็จแล้ววาณิชาก็เดินเข้ามาหาเจ้าของบ้านด้วยความร่าเริง "เรียบร้อยแล้วค่ะคุณป้า ของพี่คิณจะให้ณิชายกขึ้นไปให้หรือว่าเรียกลงมาทานดีคะ?"


นาตยายิ้ม "ไม่ต้องลำบากหนูณิชาหรอกจ้ะ เดี๋ยวป้าให้เด็กๆเอาขึ้นไปให้คิณเขาเอง คงจะอยากอยู่ใกล้ๆพี่สาวหนูเสียมากกว่า มีลูกชายกับเขาสองคนก็โรคจิตกันทั้งคู่เลย...เราไปทานข้าวกันดีกว่านะ"


ได้ยินเช่นนั้นวาณิชาก็หัวเราะออกมาเบาๆแถมส่งสายตาถากถางไปหาภากร "ค่ะ!! คนแรกไม่ใช่โรคจิตธรรมดานะคะ เป็นตาแก่โรคจิตค่ะที่วันๆคิดแต่เรื่องจะพรากพรมจรรย์ผู้หญิงอย่างเดียว"


"ยัยตัวแสบ...!!" ภากรกดเสียงต่ำหมายจะข่มอีกฝ่าย แต่สาวน้อยก็ยกกำปั้นน้อยๆขึ้นมาแล้วทาบเข้าที่ดวงตาของเธอเบาๆเป็นการสื่อความหมาย ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วผ่อนมันออกมาอย่างรวดเร็ว "ทานข้าวดีกว่าครับแม่ เดี๋ยวผมต้องขึ้นไปเคลียร์เอกสารต่อ"


นาตยาได้แต่หัวเราะชอบใจที่ภากรโดนกำราบอย่างราบคาบ ได้เห็นลูกชายไม่ไปเถลไถลอย่างเช่นแต่ก่อนที่เคยเป็นมาก็โล่งใจ ก็ได้แต่หวังว่าภากรจะหยุดได้เด็ดขาดแล้วหันมาจริงจังกับชีวิตของเขาเสียที มื้อเย็นผ่านไปอย่างทุลักทุเลเพราะสองหนุ่มสาวนั้นคอยที่จะเปิดศึกน้ำลายใส่กันตลอดจนนาตยาต้องกุมขมับ


หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วภากรก็กลับขึ้นมายังนอนของตน ยังไม่ทันจะได้เอนหลังพักผ่อนก็ต้องสะดุ้งด้วยเสียงโทรศัพท์ของตัวเอง "ว่าไง !!"


​"ฝ่ายบัญชีส่งข้อมูลการจ่ายเงินของคุณภูชิตมาให้แล้วครับมีชื่อผู้รับเงินเป็นบัญชีหน้าม้า คุณกรจะรับผ่านทางเมลล์เลยไหมครับ" เทวินทร์​ปลายสายรายงานความคืบหน้าทันทีที่หน้าที่ของเขาสำเร็จลุล่วงไปได้


ภากรครุ่นคิดเล็กน้อย "ยังไม่ต้องหรอก เอาไปวางไว้ใต้ตู้เอกสารฉันก็พอ แล้วนอกจากข้อมูลการเงินแล้วยังมีอะไรอีกหรือเปล่า แล้วไอ้หน้าม้าคนนั้นมันเป็นใคร"


​"ได้ข้อมูลที่อยู่มาแล้วครับแต่ยังตามตัวไม่เจอ ส่วนแผนอื่นๆดำเนินไปได้ด้วยดีครับ"

"โอเค ขอบใจมากเทวินทร์แกไปพักผ่อนเถอะ อ้อ!! มีอะไรรายงานก็โทรมาหาฉันก่อนนะ ไม่ต้องไปรบกวนไอ้คิณมัน...เผื่อไปขัดจังหวะ"


​"ครับ !!" ​เทวิทร์รับคำก่อนจะวางสายไป


ภากรเอามือลูบหัวแล้วหยิบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู "พ่อครับ...ช่วยชี้แนะแนวทางให้ผมกับไอ้คิณสะสางเรื่องนี้ให้เสร็จๆไปทีเถอะ อ้อ!! ว่างๆก็มาเข้าฝันแม่บ้างนะครับ แม่เขาคิดถึง" ถึงจะทำทะเล้นแต่ในใจก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความเศร้า เวลาสามปีเหมือนจะนานแต่สำหรับเขาแล้วผู้เป็นพ่อยังคงอยู่เสมอ


ก็อกๆ


ร่างสูงวางกรอปรูปลงแล้วเดินไปเปิดประตู วาณิชายืนอยู่พร้อมกับซองสีขาวในมือ "มีอะไรยัยตัวแสบ"


"มาส่งเอกสารขอฝึกงานค่ะ รบกวนคุณภากรเซ็นให้ด้วย"


ภากรยกยิ้มมุมปากด้วยความเจ้าเล่ห์ "เข้ามาสิ !!"


"ไม่ !! ทำไมฉันจะตามความเจ้าเล่ห์ของนายไม่ทัน ฉันรอตรงนี้ได้หรือตอนมาเอาพรุ่งนี้เช้าก็ได้...ว้าย !!! ปล่อยนะไอ้บ้า!!" วาณิชาโวยวายแล้วทุบตีที่แผงอกกว้างทันทีที่ถูกอีกฝ่ายเข้าถึงตัว "อยากตาปูดอีกข้างใช่ไหม!!?"


"เอาสิ ฉันยอมให้เธอชกฉันทั้งหน้าเลยก็ได้...ได้ข่าวว่าเนื้อหอมนี่นะ อยากจะรู้ว่าหอมจริงๆหรือเปล่า ฟอด !!!" เขากดปลายจมูกลงบนแก้มนิ่มแถมยังใช้อ้อมแขนรัดตัวหญิงสาวให้แน่นกว่าเดิม "หยุดดิ้นสักที!! นี่ฉันยังไม่ได้กลิ่นเลยนะว่ามันหอมตรงไหน"


พยายามฉุดกระชากลากถูกกันอยู่หน้าห้องอยู่นาน แต่คราวนี้คนชนะก็ก็คือเจ้าของห้อง...สาวน้อยใช่ว่าจะยอมเสียเมื่อไหร่กัน "หึ! ได้กลิ่นแน่ แต่เป็นกลิ่นเลือดของนายต่างหาก โป้ก!!"


โอ้ยยยย


ภากรเอามือกุมจมูกที่ถูกหน้าผากของคนตัวเล็กชนเข้าอย่างแรง เลือดกำเดาไหลออกมาเป็นทางจนล้นมือ "อูยยย ซี้ดดด"


วาณิชาตกใจที่เห็นเลือดมากมายขนาดนั้น เธอรีบพาเขาไปนอนแหงนหน้าบนเตียงใหญ่แล้วหากระดาษทิชชู่แล้วมาซับเลือดเอาไว้ "ใครใช้ให้นายมาลวนลามฉันล่ะ นี่!! แหงนหน้าไว้แล้วนอนเฉยๆนะ เดี๋ยวฉันลงไปเอาน้ำแข็งมาประคบให้"


ร่างเล็กกำชับเขาอย่างดิบดีแล้วรีบลงไปหาก้อนน้ำแข็งเพื่อมาปฐมพยาบาลเขา ภากรมองตามแล้วก็ยิ้มเล็กยิ้มน้อยที่ได้เห็นอาการที่เธอแสดงออกมา...สงสัยคงต้องจับเด็กคนนี้ให้อยู่มือเสียแล้ว

__________100%_______

โย่วๆ ไรท์มาแล้ว

ไรท์หนีไปเที่ยวมาแหละ แอบอู้ ฮ่าๆๆ

พรุ่งนี้เป็นคิวอัพของนิมิตนะฮัฟ

ครบแล้วจ้า เจอกันตอนต่อไป

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}