Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 5 ข้อแลกเปลี่ยน (จบตอน)

ชื่อตอน : บทที่ 5 ข้อแลกเปลี่ยน (จบตอน)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2560 19:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 ข้อแลกเปลี่ยน (จบตอน)
แบบอักษร

หญิงสาวผมดำมัดหางม้าเดินเก็บของจุกจิกลงกล่องอย่างระมัดระวัง ใบหน้าสวยฉายแววครุ่นคิดเหมือนเป็นธุระของตนเองก็ไม่ปาน ร่างบางเดินไปมาเชื่องช้ากว่าปกติเนื่องจากอาการข้อเท้าแพลงเมื่อสองวันก่อนที่ซึ่งแม้จะดีขึ้นแต่ก็ยังไม่หายขาด กล่องกระดาษหนาหลายกล่องถูกเจ้าตัวนำไปวางซ้อนกันใกล้หน้าประตูอย่างเป็นระเบียบ

วันนี้หญิงสาวยังคงสวมชุดลำลองแขนยาวขายาวสบายๆปกปิดรอยฟกช้ำบนร่าง เมื่อเหลือบมองนาฬิกาจึงเห็นว่าเป็นเวลาที่ปิแอร์และอลิซใกล้จะกลับมาแล้วเธอจึงผละจากงานที่ทำไปจัดการธุระส่วนตัวบ้าง พิมพ์นาราเปิดกระเป๋าเดินทางหยิบเสื้อโค้ทสีดำและชุดเดรสขาดวิ่นออกมาวางกองที่พื้น สองวันนี้เธอต้องค่อยซ่อนของเหล่านี้ไม่ให้อลิซเห็นเพื่อป้องกันที่จะแต่งเรื่องโกหกมาตอบคำถาม ความไม่สบอารมณ์ฉายชัดขึ้นในแววตาอีกครั้งเมื่อมองของทั้งสองชิ้น เธออดไม่ได้ที่จะใช้ขาข้างที่ไม่บาดเจ็บเตะสิ่งตรงหน้าออกไปไกลๆ

ติ๊งงง

หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ออกมาดูข้อความที่พึ่งได้รับ เป็นอลิซนั่นเองที่ส่งมา

‘ออกมาเจอกันที่ร้านกาแฟตรงหัวมุมหน่อยสิ มีเรื่องให้ช่วย’

คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจเล็กน้อย แต่เนื่องจากร้านกาแฟที่ว่าอยู่ไม่ไกลนักเธอจึงไม่ได้ติดใจอะไรอีก หญิงสาวคว้าแจ็คเก็ตของตนมาสวมทับอีกชั้นเพื่อป้องกันอากาศหนาวภายนอก ก่อนจะก้มตัวรวบของบนพื้นทั้งสองเข้ามาไว้ในแขน

’10 นาที’ เธอพิมพ์ตอบสั้นๆได้ใจความ  

หญิงสาวออกจากลิฟต์เดินตรงไปยังด้านหน้าตึกซึ่งมีถังขยะเหล็กวางอยู่ ของในมือถูกเจ้าตัวโยนโครมลงไปอย่างไม่ใยดี แม้เสื้อโค้ทที่ชายหนุ่มยกให้จะดูดีมีราคา แต่สำหรับเธอมันถือเป็นสิ่งไร้ค่า มองแล้วทิ่มตาซะเหลือเกิน ดังนั้นที่นี่แหละที่เหมาะกับมัน

เธอใช้เวลาไม่นานในการมาถึงสถานที่ที่เพื่อนสาวนัดไว้ เมื่อมองเข้าไปในร้านอลิซหันมาเห็นเธอพอดีจึงโบกไม้โบกมือเรียกเข้าไปหา

นอกจากอลิซและปิแอร์นั่งข้างกันแล้ว ที่โต๊ะยังมีชายหนุ่มอีกคนซึ่งนั่งหันหลังอยู่ ดังนั้นที่ว่างข้างๆเขาจึงตกเป็นของเธอไปโดยปริยาย หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความงุนงง หรือว่าเป็นแผนของอลิซที่ยังไม่เลิกจับคู่เธอกับคนนั้นคนนี้อีก

“ฉันมีคนแนะนำให้เธอรู้จัก ที่ฉันเล่าให้เธอฟังเมื่อวันก่อน…”

ชายหนุ่มผู้ถูกแนะนำลุกขึ้นยืนนิ่งเหมือนรอเธอเดินเข้าไป ชุดสูทสีดำเรียบหรูไร้รอยยับเข้ากับรูปร่างสูงใหญ่ดูน่ามอง ผมสีน้ำตาลเข้มเซตเป็นทรงทันสมัยสมมาดนักธุรกิจ น่าแปลกที่ถึงแม้มองจากด้านหลัง…เธอกับรู้สึกคุ้นตากับคนตรงหน้าอย่างยิ่ง

“เอ่อ…สวัสดีค่ะ” หญิงสาวกล่าวตามมารยาทโดยที่ไม่ได้เงยมองหน้าอีกฝ่าย

“สวัสดี”

น้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูทำให้มือที่กำลังเลื่อนเก้าอี้ชะงักค้าง ใจเต้นตึกตักโดยที่ไม่มีสาเหตุ

‘ไม่จริงหรอกน่า’ หญิงสาวคิดในใจ ก่อนจะใช้ดวงตาคู่สวยช้อนมองคนพูด

“ผม…มิเกล ลูเซียส ยินดีที่ได้รู้จัก”

“!!!”

เหมือนสายฟ้าผ่าเปรี้ยงกลางศีรษะนับสิบ ร่างบางเซถอยหลังไปหลายก้าวจ้องชายหนุ่มตาค้าง ความตระหนกตกเผยผ่านสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าสวยไร้เครื่องสำอางพลันซีดเซียวยิ่งขึ้นไปอีก ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะอากาศหนาว…แต่เพราะบุคคลที่เธอพยายามหลีกหนีตรงหน้าต่างหาก!!

ก่อนที่หญิงสาวจะหมุนตัวไปจากที่แห่งนี้ เสียงของเพื่อนสาวก็ขัดขึ้นมาเหมือนโซ่ล่ามขาก็ไม่ปาน

“นี่พิมพ์นารา เพื่อนของฉันเองค่ะ”

‘ไม่นะ!’ หญิงสาวกรีดร้องในใจ

“บังเอิญจังเลยนะครับ พวกเราเคยเจอกัน…ในลิฟต์” มิเกลกระตุกยิ้มอย่างผู้มีชนะขณะที่ใช้สายตาคมกริบจ้องอีกฝ่าย

‘หน้าด้าน!’ ดำด่าไร้เสียงดังก้องในใจ

“จริงเหรอคะ! นารา…ฉันลืมเล่าให้เธอฟัง โลกนี้มันกลมและแคบกว่าที่เราคิด เธอคิดว่ามันบังเอิญมั้ย โรงแรมที่จัดปาร์ตี้งานแต่งงานของฉันกับปิแอร์เป็นของมิสเตอร์ลูเซียส และเขาก็ยังเป็นลูกค้าวีไอพีของปิแอร์ที่ฉันเล่าให้เธอฟังไง” อลิซกล่าวอย่างตื่นเต้น

‘บังเอิญเหรอ…เป็นไปไม่ได้ มันคือการจัดฉากต่างหาก!’

“อลิซ ฉันขอโทษจริงๆ วันนี้ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายยังไงไม่รู้ ฉันขอตัวกลับก่อนนะ” หญิงสาวหันไปพูดกับผู้เป็นเพื่อนโดยที่ไม่สนใจ ‘ผู้สร้างความบังเอิญ’ ตรงหน้า

“อ้าว เมื่อเช้ายังเห็นดีๆอยู่เลย” อลิซเดินอ้อมโต๊ะมาจับมือแตะหน้าผากผู้เป็นเพื่อน

“สงสัยอากาศมันคงจะ ‘แย่’ กับฉัน” หญิงสาวเน้นบางคำ

“นั่นสิ…เธอคงยังไม่ชิน แต่ยังไงนั่งดื่มอะไรร้อนๆก่อนซักแปปค่อยกลับก็ได้”

ใบหน้าสวยของพิมพ์นารายิ่งขาวซีดลงไปอีกเมื่อเห็นท่าทางที่เพื่อนแอบยักคิ้วหลิ่วตาให้

‘ไม่นะอลิซ! เธอจะสร้างสถานการณ์จับคู่ฉันกับ ‘เขา’ ไม่ได้!’

“เชิญครับ” มิเกลเลื่อนเก้าอี้เชื้อเชิญอย่างสุภาพบุรุษ

เธอเห็นชัด เห็นเต็มสองตาถึงความจอมปลอมของอีกฝ่าย แต่เธอก็ไม่สามารถปฏิเสธเพื่อนที่พยายามกดไหล่เธอให้นั่งลงได้

“เธอจะดื่มอะไร เดี๋ยวฉันไปสั่งให้”

“ฉัน…ฉัน”

“ผมรบกวนขออเมริกาโน่เพิ่มอีกแก้ว รู้สึกอยากได้อะไรที่ช่วย ‘กระตุ้น’ ให้ตาสว่างมากขึ้นอีก”

น่าเสียใจที่อลิซไม่เห็นอาการสะดุ้งเฮือกหันขวับของสาวผมดำตรงหน้า ยิ้มรับคำไหว้วานของชายหนุ่มด้วยความเต็มใจ

“ได้เลยค่ะ ที่รักคะ! ฉันว่าจะไปเลือกพวกของหวานเพิ่ม คุณมาช่วยฉันยกหน่อยสิคะ” อลิซจัดฉากเรียกสามี ลอบยิ้มมีความสุขเมื่อเห็นเศรษฐีหนุ่มจ้องเพื่อนสาวคนสวยของเธอไม่วางตา

หลังจากไม่มีผู้ร่วมวงแล้ว หน้ากากแห่งสุภาพชนก็ไม่จำเป็นต้องสวมอีกต่อไป หญิงสาวลุกขึ้นหมุนตัวเดินหนีจากคนตรงหน้า แต่ไม่ถึงสามก้าว แขนก็เธอก็ถูกฝ่ามือคีมเหล็กลากกลับไปที่เดิม

“ต้องการอะไรจากฉัน!” เธอเค้นเสียงผ่านไรฟัน พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ตะโกนใส่หน้าอีกฝ่าย

“มาอยู่กับฉันซักเดือนสิ”

“เหอะ! คุณประสาทกลับเหรอ” หญิงสาวหัวเราะเยาะ

“ไปอยู่กับคุณ? ฉันไปชนบทเกี่ยวหญ้าเลี้ยงวัวดีกว่า”

แม้จะพยายามสะบัดข้อมือออกจากพันธนาการตรงหน้า แต่แรงเธอมีหรือจะสู้แรงช้างม้าวัวควายได้ สองครั้งที่เจอเธอไม่เคยที่จะหลุดออกมาจากกรงเล็บของอีกฝ่ายแบบสภาพดีเลยซักครั้ง คิดได้ดังนั้นเธอจึงหยุดการต่อต้านเปลี่ยนเป็นจ้องหน้าด้วยความเกลียดชังแทน

“ปากดีไปเถอะ ผู้หญิงธรรมดาแบบเธอสวดอ้อนวอนทั้งชาติก็คงไม่มีโอกาสได้เจอคนที่เพียบพร้อมแบบฉัน อยู่กับฉันมีแต่จะได้กับได้ มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ไม่กอบโกยผลประโยชน์ตรงหน้า” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเรียบโดยที่รอยยิ้มตรงมุมปากไม่น้อยลงซักนิด เขารู้ดีว่ายังมีสายตาของเพื่อนหญิงสาวแอบมองอยู่เป็นระยะ ดังนั้นเรื่องสร้างภาพ…ไม่ต้องให้บอก

เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเสียเวลาลดตัวมายุ่งกับผู้หญิงธรรมดาๆ บางทีอาจจะเป็นเพราะหล่อนไม่เคยยอมแพ้ และเขา…ต้องเป็นคนที่ชนะเท่านั้น

ในโลกนี้ไม่มีใครหรอกที่ไม่ชอบเงินทองและความสุขสบาย หล่อนก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่แค่ยังไม่แสดงออกมาแค่นั้นเอง…

“งั้นคุณไปหาผู้หญิงที่พิเศษ ฉลาด ที่มีเวลาว่างสวดอ้อนวอนมาอยู่กับคุณเถอะ ฉันไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น จริงๆแค่ห้านาทีหลังจากนี้ฉันก็ไม่ว่างแล้ว ปล่อย!”

“เพื่อนเธอดูมีความสุขมากนะ” ชายหนุ่มเปลี่ยนหัวข้อแบบไม่สะทกสะท้าน

“ทำไม อิจฉาที่เห็นคนอื่นมีความสุขเหรอ” หญิงสาวเลิกคิ้ว หัวเราะเยาะในลำคอ

“ชีวิตเพอร์เฟ็คแบบฉันไม่เคยต้องอิจฉาใคร…” เขาลากเสียงยาว

“แต่ถ้าอยู่ๆฉันยกเลิกเรื่องซื้อกองทุน เธอคิดว่าสองคนนั้นจะยังมีความสุขอยู่มั้ย”

“!!!”

“คนรวยเบื่อง่ายตัดสินใจเร็ว ความคิดเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เธอไม่รู้เหรอ”

“สหภาพแรงงานคงไม่อยู่เฉยให้คุณปั่นหัวคนเล่นหรอก!”

“ถ้าเธอคิดว่ามันช่วยเพื่อนเธอได้ก็ลองดู”

“คุณมันโรคจิต!”

“เงินล้านเหรียญมันก็ของเธอทั้งนั้น ในเมื่อเธอไม่อยากเอาไปใช้…ฉันก็หาเรื่องใช้ให้ไง คิดให้ดีๆนะ การตัดสินใจโง่ๆของเธอคนเดียวมันทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย แค่อยู่กับฉันซักเดือนจะเป็นไรไป ถือซะว่าให้ของขวัญแต่งงานเพื่อน” ชายหนุ่มกล่าวไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับคำด่าของอีกฝ่าย

“กาแฟครับ” ปิแอร์หยุดบรรยากาศตึงเครียดที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้

มิเกลปล่อยมือ ปั้นหน้ายิ้มไม่สนใจสายตาโกรธเกรี้ยวจากหญิงสาว

“อ้าว ทำไมไม่นั่งคุยกันดีๆล่ะคะ” อลิซวางถาดของว่างไว้บนโต๊ะ มองทั้งสองอย่างงุนงง

“แค่คุยกันเรื่องทั่วไป ผมเห็นคุณ ‘พิมพ์นารา’ ดูมีความสามารถ เลยชวนมาทำงานด้วย”

“ฉันไม่…”

“คุณลองกลับไปคิดดูอีกทีว่าข้อเสนอผมมันน่าสนใจพอรึเปล่า” ชายหนุ่มตัดบท ปิดหูทายก็รู้ว่าหล่อนคงดื้อด้านไม่เปลี่ยน

มิเกลพอใจใบหน้าแดงก่ำและอาการหายใจแรงของอีกฝ่าย หล่อนคงจะเขินมากเสียจนอยากจะสาดของร้อนเข้าหน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด

เขาไม่อยู่ให้หล่อนสมความตั้งใจหรอก!

“ผมขอตัว” ชายหนุ่มกล่าวกับสองสามีภรรยาก่อนจะปรายตามายังหญิงสาวที่ ‘หมายตา’

“ไว้คิดคำคำตอบได้ก็ติดต่อผมมาแล้วกัน ถ้ารู้ว่าคุณโทรมา ผมคง…ดีใจมาก”

ชายหนุ่มหยิบนามบัตรออกจากสูทพร้อมกับสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของอีกฝ่ายอย่างถือสิทธิ์ ท่าทางวางอำนาจ นัยน์ตาคมกริบ และรอยยิ้มไม่บอกความรู้สึกเป็นเสน่ห์อันร้ายกาจให้หญิงสาวหลายคนในร้านที่แอบมองใจเต้นโครมคราม แม้แต่อลิซเองยังอดที่จะดีใจแทนเพื่อนสาวของตนไม่ได้ เศรษฐีหนุ่มหล่อเหลาดูพึงใจเพื่อนเธอขนาดนี้ ถ้าเธอยังไม่มีคนในใจอย่างปิแอร์ เธอจะต้องอดอิจฉาไม่ได้แน่ๆ  

ชายหนุ่มไม่รั้งรอนาน หันกายเดินจากไปทันทีที่พูดจบ รถสปอร์ตสุดหรูที่จอดหน้าร้านกระหึ่มลั่นเมื่อร่างสูงกำยำเข้าไปนั่งภายใน ผู้เป็นเจ้าของเหยียบคันเร่งออกตัวแบบไม่เกรงใจผู้ร่วมใช้ท้องถนนหายไปจากสายตาของทุกคนในไม่กี่วินาที

“ตอบฉันว่าเธอคงไม่ปฏิเสธเขา!” อลิซคาดหวังคำตอบอย่างตื่นเต้น

“อลิซ เธอต้องเจอเขา…ฉันหมายถึงมิสเตอร์ลูเซียส บ่อยเหรอ”

“ถ้าปิแอร์ก็ยังต้องเจออยู่บ้าง ว่าแต่เธอคิดเหมือนฉันใช่มั้ย! มิสเตอร์ลูเซียสดูเป็นคนดีมากเลย เรื่องแบบนี้ให้เลขามาจัดการก็ได้แต่เขากลับลงมาเอง สมแล้วที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย” ผู้ตอบเก็บความชื่นชมไว้ไม่มิด

“เธอบอกว่าเขาเป็นคนดี…เธอรู้จักเขาดีขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับเป็นปกติเมื่อเพื่อนสาวหันมา

“ฉันไม่ค่อยได้ติดตามข่าวเลยพึ่งจะมารู้จักก่อนหน้าเธอแค่ไม่กี่วัน แต่ถ้าคนในแวดวงนักธุรกิจ หรือต้องทำงานเกี่ยวกับธุรกิจอย่างปิแอร์ ไม่มีใครไม่รู้จัก ‘แอล รอยัล’ ที่มิสเตอร์ลูเซียสเป็นทายาทหรอก”

“ผมว่าการเข้าไปทำงานกับเครือบริษัทของมิสเตอร์ลูเซียสถือเป็นโอกาสที่ดีนะครับคุณนารา อสังหาริมทรัพย์ใหญ่ๆหลายอย่างในยุโรปมีเขาทั้งเป็นเจ้าของและหุ้นส่วนไม่น้อยเลย” ปิแอร์ให้คำแนะนำด้วยความหวังดี

“ที่สำคัญกว่านั้น…” ภรรยาสาวยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะหันไปหาแนวร่วมจากสามี

“เขาดูสนใจนาราด้วย! เพื่อนฉันสวยขนาดนี้ ขายไม่ออกก็แปลกแล้ว จริงมั้ยที่รัก”

ผู้ถูกถามยิ้มเล็กน้อยไม่ตอบคำถาม สายตาผู้ชายด้วยกันย่อมดูออกอยู่แล้วว่านักธุรกิจหนุ่มผู้นั้นมีท่าทีสนใจเพื่อนภรรยาโจ่งแจ้ง แต่เขาก็ดูออกด้วยกันว่าผู้ถูกพึงใจไม่ได้มีอาการตื่นเต้นใดๆเลย บางครั้งเขายังรู้สึกถึงความไม่พอใจผ่านแววตาของหญิงสาวอีกด้วย

“เธอว่าเขาเป็นยังไง” อลิซเอ่ยถาม

“ไม่รู้สิ ฉัน…ไม่ได้สนใจ” เธอปฏิเสธไม่ให้ตัวเองพูดโกหก แต่ก็ไม่ได้ใจร้ายต่อตาเป็นประกายของเพื่อนจนพูดความจริงออกมา

ความจริงที่ว่าเธอ ‘เกลียด’ คนนั้นมากขนาดไหน

“ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเท่าสวิสแล้ว เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่าที่นั่นสวย ฉันก็ใจจดจ่อน่ะสิ” หญิงสาวเปลี่ยนเรื่องจากสายตาสงสัยของเพื่อนสาว

ทุกอย่างเหมือนไม่เข้าทางเธอ เมื่ออลิซปรบมือแปะเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“ฉันลืมบอกเธอว่ามิสเตอร์ลูเซียสแนะนำบริษัทขนย้ายให้ พรุ่งนี้จะมาจัดการเรื่องข้าวของ คืนนี้เตรียมนอนตื่นเต้นได้เลย ฉันจะพาเธอเที่ยวให้ไม่อยากกลับไทยเลยคอยดู!”

“…”

“ฉันอยากเห็นบ้านของเราเร็วๆจังเลยค่ะที่รัก ทุกอย่างมันราบรื่นอย่างกับฝันไป”

ใบหน้าเปี่ยมความสุขและสายตาวาดฝันของหญิงสาวที่กำลังคลอเคลียกับสามีทำให้เธอน้ำท่วมปาก พูดไม่ออกในสิ่งที่คิด เธอจะบอกเพื่อนยังไงดีว่าคนๆนั้นไม่ควรเข้าใกล้เป็นอย่างยิ่งในเมื่อเพื่อนเธอยังต้องรับผลประโยชน์จากอีกฝ่าย

เธอจะทำยังไงดีที่จะไม่ทำลายความสุขของเพื่อนที่เธอรักและสนิทที่สุด

เธอจะทำยังไงดี!

‘มิเกล ลูเซียส’ เธอต้องใช้บทสวดมนต์บทไหนเขาถึงจะยอมไปผุดไปเกิดให้ไกลจากชีวิตเธอเสียที!

--------------------------------------------------------------

สวัสดีค่าาาา ขอบคุณผู้อ่านที่ยังติดตามมาถึงตอนนี้นะคะ ไม่ว่าทั้งหลงเข้ามาและตั้งใจมาอ่าน

มาช่วยกันลุ้นกันเถอะค่ะ ฝ่ายวิ่งหนีกับคนวิ่งไล่ ที่สุดแล้วใครจะเหนื่อยก่อนกัน 55555

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์นะคะที่ทั้งให้กำลังใจ แนะนำ และติดตาม 

กี้ดีใจทุกครั้งที่ได้ตอบผู้อ่านทุกคน

ไว้เจอกันตอนหน้านะคะ...บ๊ายบายวันอาทิตย์ค่า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น