Lovelyz_PCY

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 13

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2560 17:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13
แบบอักษร

                                                                      ตอนที่ 13

               หลังจากที่เธอบอกให้ผิงผิงไปหาที่หลบเพื่อความปลอดภัยแล้วก็หันไปมองบุรุษสามคนตรงหน้า อืมมมม หน้าตาก็หล่อดีนะ แต่นิสัยนี้รับไม่ได้

               "ไม่ต้องห่วง ข้าไม่เอาเจ้าตายหรอก หึ"บุรุษคนนั้นพูดและหัวเราะในลำคออย่างได้ใจ
               "หึ...ใครกันแน่ที่จะตาย"
               "เจ้า..ข้าเอง เจ้าไม่ต้องยุ่ง"บุรุษคนนั้นหันไปบอกบุรุษอีคนที่ยื่นอยู่ข้างๆ
               "ได้"บุรุษอีกคนตอบก่อนจะเดินไปหานายของตน
               ไม่รอช้าบุรุษคนนั้นก็พุ่งเข้ามาหาเธอที่นั่งอยู่ที่เดิมทันที เธอที่เห็นว่าบุรุษคนนั้นพุ่งเข้ามาหาก็ลุกออกจากเก้าอี้ทันที บุรุษคนนั้นก็ตามมาเพื่อจะชกเธอให้ได้"แหม่ ที่ไม่ชักดาบออกมานี่ คิดว่าสู้ข้าได้งั้นสินะ สุภาพบุรุษเสียจริง" เธอพูดในใจ ขณะที่เธอกำลังคิดอยู่นั้น ก็มีมีดสั้นพุ่งเข้ามาหาเธอ เธอที่เห็นก็หมุดตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิ่ว"เพิ่งจะชมไปว่าเป็นสุภาพบุรุษ ข้าขอถอนคำพูด"
               บุรุษคนนั้นที่รุกเธอไม่เลิกก็เริ่มมีท่าทีเหน็ดเหนื่อยออกมา เธอที่เห็นว่าอีฝ่ายเริ่มเหนื่อยแล้วจึงเป็นฝ่ายรุกบ้าง เธอพุ่งเข้าไปและชกหน้าบุรุษคนนั้นจนหน้าหันและเรียกเลือดที่มุมปากออกมาของชายคนนั้น
               "นี้แค่หมัดเดียวนะนี่ ก็ทำให้เจ้าเลือดออกสะล่ะ ...หึ"เธอพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ แต่สายตากลับจ้องไปที่บุรุษคนนั้น
               "เจ้า..."บุรุษคนนั้นพูดออกมาและพุ่งเข้าไปหาเธออีกครั้ง
               เธอที่เห็นว่าบุรุษคนนั้นพุ่งเข้ามาหาอีกครั้งจึงเบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดายและเป็นเหตุให้บุรุษคนนั้นชนกับคอบโต๊ะ
               "หึ..."เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ
               "เจ้า...ข้าจะฆ่าเจ้า"บุรุษคนนั้นพูดออกมาอย่างโมโหและหมดความอดทน
               เมื่อพูดเสร็จก็พุ่งเข้ามาหาเธอทันที เธอที่เห็นว่าบุรุษคนนั้นชักดาบออกมาและพุ่งเข้ามาหาจึงเบี่ยงตัวหลบอีกครั้งและจับแขนของอีกฝ่ายที่ถือดาบไว้ข้างหลังและใช้ศอกซัดไปที่ท้ายทอยอีกฝ่ายอย่างแรงพร้อมกับดึงดาบออกมาจากอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย บุรุษคนนั้นที่ลุกขึ้นได้แล้วก็หันจะไปเอาเรื่องเธออีกครั้งก็ต้องชงักเมื่อดาบของตนเองที่อยู่ในมือของเธอนั้น ได้มาจ่ออยู่ที่คอของตน ด้วยฝีมือของเธอ
              "หึ...อย่างเจ้าน่ะรึจะฆ่าข้า รอไปอีกร้อยปีเถอะ"เธอที่ถือดาบจ่อคอบุรุษคนนั้นอยู่ก็พูดออกมาพลางยิ้มเย็นชาไปให้
                    ขณะที่เธอยื่นจ้องบุรุษตรงหน้าก็มีบุรุษอีกคนที่พุ่งเข้ามาหาเธอ เธอที่ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาจึงหัดไปมองและพบว่าบุรุษอีกคนที่มากับบุรุษตรงหน้าก็พุ่งเข้ามาหาเธอ และก่อนที่จะถึงตัว เธอจึงยกขาขึ้นและถีบออกไปด้วยแรงที่มากพอสมควร ส่งผลให้บุรุษอีกคนถลาไปและนั่งลงกับพื้น"จุกไหมล่ะนั้น"เธอคิดในใจ
                    "หมาหมู่นิ...สู้ไม่ได้ก็หมาหมู่ ไม่หัดยอมรับ น่าสมเพช"เธอพูดออกมา
                    บุรุษทั้งสองหันไปมองไป๋เสวี่ย
              เธอที่เห็นว่าบุรุษทั้งสองมองมายังตนก็มองกลับไปด้วยสายตาที่เย็นชาอ่านไม่ออก
                    "มองหน้าข้าอย่างนั้นทำไม หรือว่าเจ้าอยากลิ้มลองดาบของเจ้าเองล่ะ ข้าช่วยได้นะ"เธอพูดออกมา พร้อมทั้งใช้ปลายดาบกดลงไปยังลำคอของบุรุษตรงหน้าจนเห็นเลือดที่ไหลออกมา
                    "พอได้แล้ว..."หยางจิ้วเหวินพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าผู้ติดตามของตนนั้นพ่ายแพ้
                    เธอหันไปมองตามเสียงก็สบกับบุรุษอีกคนที่คาดว่าน่าจะเป็นนายของสองคนนี้
                    "อืมมม...พอเห็นหน้าชัดๆแล้วก็หล่อดีนะ ใบหน้าที่ได้รูป จมูกที่โด่งรับกับใบหน้าริมฝีปากที่บางพอดี ดวงตาเรียวคม ผิวที่ไม่ขาวจนเกินไป ผมที่ยาวมาถึงกลางหลัง ถือว่าหล่อ แต่ก็หล่อสู้เฉินเปาหยางไม่ได้ เอ๊ะ เฉินเปาหยางแล้วจะไม่นึกถึงไอ้แม่ทัพบ้านั้นทำไมเนี่ย"เธอคิดในใจและพยายามรวบรวมสติไม่ให้นึกถึงเฉินเปาหยาง และหันมาสนใจคนตรงหน้าแทน
                    "เจ้าเป็นนายของสองคนนี้"เธอถามออกไป
                    "ใช่...ปล่อยคนของข้าได้แล้ว"หยางจิ้วเหวินพูดออกไป
                    "หึ...ปล่อยงั้นรึ ทำไมข้าต้องปล่อยด้วยเหล่า ในเมื่อคนของเจ้าทำร้ายข้าทำไมข้าต้องปล่อย"เธอพูดออกไปและมองหน้าของหยางจิ้วเหวิน
                    "ในเมื่อคนของข้าก็แพ้เจ้าแล้ว เจ้ายังต้องการสิ่งใดอีก"
                    "พวกลูกหลานขุนนาง เสนาอำมาตย์เป็นแบบนี้กันทุกคนเลยรึไงนะ ที่รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองผิดแต่กลับไม่ขอโทษ หึ...สงสัยคำขอโทษคงมีไว้สำหรับคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าสินะ"เธอพูดออกมาก่อนจะหันไปมองหยางจิ้วเหวินก่อนจะพูดต่อ"เจ้าเป็นคนสั่งให้คนของเจ้ามาทำร้ายข้า เจ้าก็ควรจะขอโทษข้ามิใช่ทำเหมือนตนไม่ผิด"
                    "ไยข้าต้องของโทษเจ้าในเมื่อข้าไม่ผิด ข้าเพียงแต่หิวข้าวและอยากได้โต๊ะนั่งเท่านั้น"หยางจิ้วเหวินพูดออกไปและมองหน้าของเธอแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะหมวกที่คลุมอยู่นั้นไม่สามารถทำให้เขาเห็นหน้าของอีกฝ่ายได้
                    "หึ...ไม่ผิด ตระกูลของเจ้าสอนเจ้ามาแบบนี้รึ ไม่นานคงล่มจมไร้ผู้สืบทอด"เธอพูดออกไปอย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ
                    "เจ้า...เจ้า"หยางจิ้วเหวินถึงกับพูดไม่ออกกับคำพูดของเธอ
                    "หึ...เจ้าควรมีมารยาทนะ ว่าใครมาก่อนมาหลัง มาก่อนได้ก่อน มาหลังก็รอ ไม่ใช่ใช้กำลัง เพราะถ้าเป็นคนอื่น เจ้าและคนของเจ้าคงไม่มีลมหายใจอยู่บนโลกนี้แล้วล่ะ"เธอพูดและหันไปยังบุรุษอีกสองคน"อีกอย่าง ฝีมือคนของเจ้า ยังอ่อนนัก...เจ้าควรให้พวกเขาไปฝึกใหม่"
                    หลังจากที่เธอพูดจบก็ดึงดาบออกมาจากคอบุรุษที่อยู่ตรงหน้าและทิ้งดาบลงกับพื้นก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากออกมา


               

               ทางด้านเฉินเปาหยางและจิ้นฮุ่ยที่ยื่นมองเหตูการณ์ภายในโรงเตี๊ยมที่ชั้นสองนั้น ก็เห็นว่าบุรุษที่อยู่ในชุดคลุมสีดำนั้นช่างพูดจาได้เจ็บแสบนัก จนเขาทั้งสองคนได้หันหน้ามามองกันไปมาและทั้งฝีมือที่รวดเร็วนั้นอีก ช่างเร็วและแปลกใหม่
               เฉินเปาหยางที่เห็นบุรุษชุดดำยื่นพูดคุย ไม่สิ ย้อกย้อนหยางจิ้วเหวินอย่างเจ็บแสบนั้นก็ทำให้เขานึกถึงไป๋เสวี่ยขึ้นมาในวันที่เขาไปเยี่ยมเธอแต่เธอกลับทำเขาเจ็บแสบยิ่งนัก ยิ่งคำพูดนั้นยิ่งเจ็บ"อ่าาา ถ้าให้บุรุษชุดคลุมสีดำผู้นี้ไปพูดกับไป๋เสวี่ย ปะทะคารมกันสักนิด ใครจะชนะนะ แค่คิดก็สนุกแล้ว หึ"
               "สนุกไหม"จิ้นฮุ่ยหันไปถามเฉินเปาหยาง
               "พอคลายเบื่อได้"เฉินเปาหยางตอบกลับไป ก่อนจะพูดต่อ"บุรุษผู้นั้นช่างพูดได้เจ็บแสบยิ่งนัก"
               "ใช่ ข้าชักถูกใจบุรุษผู้นั้นสะแล้วสิ"จิ้นฮุ่ยพูดออกไป
               "สนใจ...นี้เจ้านิยมตัดแขนเสื้อตั้งแต่เมื่อไร"เฉินเปาหยางหันไปพูดกับจิ้นฮุ่ย
               จิ้นฮุ่ยหันหน้ามามองเฉินเปาหยางทันทีอย่างไม่พอใจก่อนจะพูดต่อ
               "ข้าไม่ได้นิยมตัดแขนเสื้อ...ข้ารู้ว่าท่านรู้"จิ้นฮุ่ยพูดพลางมองหน้าเฉินเปาหยาง"มีรึ...ที่ท่านจะไม่รู้ความหมายของข้า ท่านอ๋องมู่หรงเฉินเปาหยาง"
               เฉินเปาหยางขมาดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินจิ้นฮุ่ยพูดชื่อและยศเขาออกมา
               "เจ้า...ลงไปพูดคุยเสียสิ เผื่อบุรุษผู้นั้นจะยอมสนทนากับเจ้า"เฉินเปาหยางพูดและหันไปมองบุรุษในชุดคลุมสีดำ
               "หึ...ถ้าข้าไปข้าคงไม่ได้รับคำพูดที่เจ็บแสบกลับมาหรอกนะ"จิ้นฮุ่ยพูดและหันไปมองเฉินเปาหยาง
               "หึ...ก็น่าสนุกดี"เฉินเปาหยางและหันไปยิ้มมุมปากให้จิ้นฮุ่ย
               "เจ้า...หึ"จิ้นฮุ่ยที่ได้ยินถึงกับไม่มีคำจะพูดตอบกลับเฉินเปาหยาง

ความคิดเห็น