จิงโจ้น้อย
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 4

คำค้น : จักรพรรดิ,นิยายจีน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.8k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2560 01:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4
แบบอักษร

ตอนที่ 4

                เฟิงรู้สึกชอกช้ำไปทั่วร่างกายของตน จะขยับทีก็เจ็บปวดราวกับร่างทั้งร่างจะกลายเป็นผุยผง ดวงตาที่เคยสดใสยามเมื่อตื่น แต่ตอนนี้กลับพบแค่แววตาแห้งผากราวกับคนไร้วิญญาณ ทุกๆยามอรุณย่ำมาถึงเมื่อลืมตาตื่นก็จะพบกับความรู้สึกแข็งของฟูกทหารแต่เขาก็ยังคิดว่าดีกว่าลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกนุ่มหลังกับเตียงบรรทมหรูแต่เจ็บไปทั่วทั้งร่างเช่นนี้

                “อึบ...”ร่างบางพยายามลุกและใช้มือของตนยกท่อนแขนของใครบางคนที่นอนข้างกายซึ่งถือวิสาสะนอนกอดเฟิงไว้ตลอดทั้งคืน

                “เจ้าจะไปไหน”พระเนตรดุมองสบมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

                “หม่อมฉันจะไปทำหน้าที่ทหารพะยะค่ะ”พูดพลางหลุบตาต่ำลงเพราะไม่กล้ามอง...และ...ไม่อยากมอง

                “เจ้าไม่ต้องไป นอนเสียที่นี่กับข้า”

                “หม่อมฉันต้องไป!”เผลอขึ้นเสียงใส่

                “…”

                “ขะ ขอประทานอภัย ตะแต่หม่อมฉันต้องไปทำงานแล้วพะยะค่ะ”

                “ถ้าเจ้าคิดว่าจะนำพาสภาพร่างกายแบบนี้ไปทำไหว ก็ตามใจเจ้าเสีย”หยางเจี๋ยไม่คิดยื้ออีกคนไว้ ช่างประไรจะอยากทำหน้าที่ทหารมากแค่ไหนก็แล้วแต่มัน แค่คืนนี้ถ้าเขาต้องการมันอีก!เขาก็ต้องได้!

                “...”เฟิงไม่เอ่ยอะไรออกมาอีกแต่พยายามลงจากเตียงบรรทมด้วยความยากลำบาก ฝ่ายฮ่องเต้หนุ่มก็นอนมองเงียบๆ จนกระทั่งผ่านไปสักพักคนตัวเล็กถึงจะได้หยิบเสื้อผ้ามาใส่ก่อนจะค่อยๆเดินกุมท้องไปยังหน้าประตูห้อง

                “ช้าก่อน!”

                “กึก!”

                “เย็นนี้หลังจากเจ้ากินข้าวเสร็จแล้วให้มาหาข้าที่ห้องนี้เหมือนเดิม”ฮ่องเต้หยางเจี๋ยเอ่ยออกมาเพราะรู้สึกเกิดอารมณ์เพียงแค่เห็นเฟิงใส่เสื้อผ้า ร่องรอยรักมากมายที่แสดงออกตามแผ่นหลัง หน้าอกและซอกขาขาวไหนจะน้ำแห่งความสุขสมที่พระองค์ปล่อยเข้าไปใส่ร่างกายบางนั่นอีกเล่า ยามที่มันไหลลงมาเวลาอีกคนขยับตัวช่างก่อให้เกิดอารมณ์ที่พุ่งทะยานอย่างมิเคยเกิดขึ้นมาก่อน

                “พะ..ยะค่ะ”คนที่ถูกเรียกรับคำเสียงเบาหวิว

                เมื่อเดินออกมาหน้าห้องก็พบองครักษ์เสี่ยวติงที่ดูเหมือนว่ามายืนหน้าห้องนานแล้ว

“เจ้า”เสี่ยวติงทักเฟิงด้วยสีหน้าเห็นใจเมื่อเห็นกายบางดูระโหยโรยแรง

“ท่านเสี่ยวติง”

“เจ้า...จะไปไหนหรือ”

“ข้าน้อยจะกลับเรือนพักเพื่อไปเปลี่ยนชุดแล้วจะไปฝึกซ้อมขอรับ”

“เจ้าหิวไหม”เสี่ยวติงถามเฟิงเมื่อเห็นอีกคนดูราวกับจะเป็นลมล้มพับไปได้เสียทุกเมื่อ

“ขอรับ”เขารับอย่างไม่อายเพราะเมื่อวานก็ทานข้าวได้แค่ไม่กี่คำก็โดนตามตัวให้ไปถวายงานฮ่องเต้อีกทำให้ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงแล้ว

“เจ้าตามข้ามาสิ ข้ากำลังหาเพื่อนทานข้าวพอดี”

“แต่ข้ายังมิได้ชำระกาย..."เฟิงอึดอัดกับน้ำที่ฮ่องเต้ปล่อยเข้ามาในตัวเขาเต็มทนแล้ว

“งั้นข้าจะเดินไปส่งเจ้า ท่าทางเจ้าดูราวกับจะเป็นลมเสียนี่ เสร็จแล้วเราสองคนไปหาทานข้าวกัน”

“…ขอรับ”

เฟิงต้องนึกขอบคุณเสี่ยวติงในใจขณะที่เดินไปทางเรือนทหารเพราะอีกคนไม่ได้มีท่าทีที่แสดงว่าดูถูกหรือรังเกียจเขาเลยนับตั้งแต่คราวก่อนในกระโจม...มิหนำซ้ำอีกฝ่ายยังคอยช่วยพยุงเขาระหว่างเดินอีกด้วย ถึงจะอยากปฏิเสธเยี่ยงไรแต่เฟิงก็รู้สึกเหมือนว่าตนเองไม่มีแรงจริงๆ

“ข้าน้อยจะรีบเร่งไม่ให้ท่านรอนานขอรับ”เฟิงพูดกับเสี่ยวติงที่เป็นฝ่ายจะยืนรอที่สวนแถวนี้ ก่อนจะเข้าไปในเรือนพักของตน ภายในนั้นไม่มีผู้ใดอยู่เพราะทุกคนไปฝึกหมดตามตารางของทุกวัน

ร่างบางเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะพยายามใช้มือขัดถูร่องรอยสีกุหลาบแต่ขัดอย่างไรก็ไม่มีทางหายไปเหมือนหัวใจเขาที่อ่อนแอเสียเหลือเกิน เฟิงไม่ได้ให้เสี่ยวติงรอนานตามสัญญา ร่างบางใส่ชุดทหารเรียบร้อยและค่อยๆเดินออกมาอย่างระมัดระวังเพราะยังรู้สึกขัดๆตรงช่องทางด้านหลังอยู่

“ขออภัยที่ให้รอนานนะขอรับ”

“มิได้นานเลย”เสี่ยวติงตอบอีกฝ่ายไปก่อนจะเผลอสูดดมความหอมของสบู่ที่อีกคนเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จมา

หอมเสียจิง...

“ไปกันเลยไหมขอรับ”

“อืม...”

เฟิงและเสี่ยวติงทานอาหารเช้าด้วยกัน ใบหน้าของทั้งสองคนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสี่ยวติงคิดในใจว่าร่างตรงหน้าก็มิได้เป็นคนชอบเก็บตัวคนดียว ไม่คบใครตามที่เขาเคยไปถามทหารในกองเดียวกันมา อีกทั้งเฟิงยังคุยอย่างเป็นกันเองราวกับสนิทมานานและเป็นคนชอบยิ้ม...ได้น่ามองที่สุดเท่าที่เสี่ยวติงเคยเห็นมา...

ด้านเฟิงเพราะตั้งแต่เข้ามาเป็นทหารในวังหลวงก็ไม่มีใครยอมพูดคุยกับเขาฉันท์มิตรเสียที ดังนั้นเมื่อท่านเสี่ยวติงมานั่งทานข้าวเช้าและเสวนากันทำให้เฟิงคุยอย่างลืมตัว เพราะร่างสูงตรงหน้ายิ้มออกมาให้เห็นบ่อยๆทำให้เฟิงลดอาการเกร็งไปได้มากเสียทีเดียว

จนกระทั่ง...

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะว่างมากนะ เสี่ยวติง”มีผู้มาใหม่แทรกบทสนทนาของทั้งสอง

ท่านอู่เค่อ...

“เจ้ามีอะไรหรือ”เสี่ยวติงถามกลับไปดีๆเมื่อเห็นเพื่อนสนิทของตนที่เป็นองครักษ์คู่หูกัน

“ไม่ได้มีอะไร แต่ข้าเห็นเจ้ามานั่งทานข้าวกับของเล่นขององค์จักรพรรดิก็เลยอยากแวะเข้ามาทักทายเสียหน่อย เจ้าคงไม่ว่าอะไรนะ”ท้ายประโยคหันไปถามเฟิงที่หน้าถอดสีเมื่อได้ยินว่าตนเองโดนเรียกเป็นของเล่นขององค์จักรพรรดิ

“อู่เค่อ!”เสี่ยวติงเอ็ดเพื่อนของตนเมื่อได้ยินว่าอีกคนพูดจาไม่น่าฟัง

“อะไรหรือ”แต่คนที่โดนเรียกชื่อเพื่อปรามนั้นกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร ร่างแกร่งที่มาใหม่ยังคงนั่งอยู่

“เอ่อ ข้าน้อยอิ่มแล้ว ข้าน้อยขอตัวก่อนนะขอรับ”เฟิงรีบกล่าวลาองครักษ์ทั้งสองทันที

.

.

.

“ทำไมเจ้าถึงพูดเยี่ยงนั้น!”เสี่ยวติงตะคอกใส่ร่างสูงอีกคน

“แล้วเจ้าจะทำไมข้า เจ้ารู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่!”อู่เค่อก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน ตะคอกกลับไปบ้าง

“ข้าทำอะไรหรือยัง เจ้าไม่สงสารเฟิงบ้างหรือ เฟิงมิได้เต็มใจที่ต้องโดนถวายงาน เขาถูกบังคับ เจ้าเห็นสภาพร่างกายของเขาหรือไม่”

“หึ เจ้าพล่ามยาวเหยียดนี่เพื่อมันเลยหรือ เสี่ยวติงรู้ไหมว่าตอนเจ้ามองมันสายตาเจ้าเป็นอย่างไร”

“ข้าไม่อยากอารมณ์ขึ้นตอนนี้ ออกไปห่างๆข้าดีกว่า”

“ได้ จำคำพูดของข้าไว้ ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็จงอย่าข้าไปยุ่งกับมันอีก!”เอ่ยจบอู่เค่อก็เดินออกไปด้วยท่าทีหยิ่งผยองทันที แต่ภายใจเขารู้สึกร้าวรานเมื่อเห็นว่าเสี่ยวติงมองอีกคนด้วยสายตาที่ไม่เคยมองเขาเช่นนี้มาก่อน!

ด้านเฟิงหลังจากที่ออกมาก็เดินไปฝึกทันที

เขารู้สึกไม่ดีรู้สึกว่าตนเองไม่มีค่าทั้งๆที่เป็นบุรุษแต่กลับไปนอนยกขาทำหน้าที่นางคณิกาให้บุรุษด้วยกันแถมเป็นการโดนบังคับเสียด้วยซ้ำ...

ตลอดทั้งวันร่างบางรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจนแทบยกดาบไม่ขึ้น แม้จะพักทานข้าวแต่ก็ไม่ได้ทานมากนักเพราะเหมือนทานอะไรเข้าไปก็พาลจะขย้อนออกมาเสียทั้งหมด จึงไม่มีแรงในการฝึกรอบ่ายเท่าใดนักทำให้พลาดท่าฝ่ายตรงข้ามที่เป็นคู่ฝึกหลายครั้งจนได้รับแผลกลับมามากมาย

“ฉึก”

“โอ้ย!”

“หยุดก่อน!”ครูฝึกรีบห้ามคนสองคนที่กำลังต่อสู้กันทันทีเมื่ออีกฝ่ายโดนคมดาบแทงเข้าไปที่ต้นแขนจนมีเลือดไหลออกมา

“เจ้าไปทำแผลซะ แล้วจงนอนพักไม่ต้องมาฝึกอีก เจ้ารู้ตัวไหมว่าไม่มีสมาธิตลอดทั้งวันที่ฝึกมานี่”

“ขออภัยขอรับท่านครู”เฟิงกล่าวออกมาในขณะที่มือก็กุมบาดแผลตรงต้นแขนของตนเอง ท่ามกลางทหารมากมายที่ยืนมองเพียงเฉยๆรอบกายเขา

“เจ้าไปเสียสิ”

“ขอรับ”รับคำแล้ววิ่งออกมาแต่ก็ไม่ได้ไปทำแผล เฟิงเพียงแค่กลับมานอนที่ห้องพักเพราะตนเองรู้สึกไม่ไหวแล้วจริงๆ

ร่างบางดำดิ่งลึกลงในนิทราที่แสนสุข...                

...จนลืมไปว่าตนเองมีคำสั่งให้ไปหาใครในตอนเย็น...

ความคิดเห็น