Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 5 ข้อแลกเปลี่ยน (30%)

ชื่อตอน : บทที่ 5 ข้อแลกเปลี่ยน (30%)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2561 20:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 ข้อแลกเปลี่ยน (30%)
แบบอักษร

บทที่ห้า

แม้จะมีผู้ร่วมทางเป็นสารถีหนุ่ม แต่บรรยากาศกลับเงียบเชียบเหมือนอยู่คนเดียวไม่ปาน ดวงตาคู่สวยเหม่อมองผ่านกระจกออกไปโดยไม่สนใจความมีตัวตนของคนข้างๆ ท่าทีสุภาพชนและรอยยิ้มละมุนไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายคือมิตร กลับกันเขายังทำให้เธอนึกถึงคำว่า ‘หน้าเนื้อใจเสือ’ คนเราไม่สามารถตัดสินกันที่ภายนอกได้ก็จริง แต่ในเมื่อผู้เป็น ‘เจ้านาย’ ยังกักขฬะขนาดนั้น ลูกน้องก็คงไม่ทิ้งห่างกันมา

พิมพ์นารากระชับเสื้อคลุมบนร่างแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แม้ตัวเธอจะยังนั่งอยู่ในรถหรูหรานี้ แต่ในใจกลับลอยไปถึงจุดหมายปลายทางเสียแล้ว เธอนึกเรียงลำดับสิ่งที่ควรทำ ข้าวของส่วนตัววางอยู่ตรงไหน ควรเอาอะไรยัดใส่กระเป๋าเป็นอันดับแรก ควรทิ้งโน้ตบอกเพื่อนสาวว่าอย่างไรดี การหนีปัญหาไม่ใช่การแก้ไขที่ดี แต่การรั้งอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเช่นกัน

รถหรูจอดลงที่หน้าอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง กลางดึกในฤดูหนาวเช่นนี้ทำให้ทุกอย่างยิ่งเงียบเชียบเข้าไปใหญ่ หญิงสาวปรายตามองเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมปลดล็อคประตูให้เสียที

ฮาฟิซนึกเรียบเรียงประโยคต่างๆอยู่ในหัว ทั้งๆที่กำลังทำงานสำคัญอยู่แท้ๆแต่เขากลับได้รับคำสั่งกลางดึกเรียกมาที่โรงแรมว่าให้จัดการคนในห้องให้เรียบร้อย พอเห็นคนในห้องก็อดที่จะประหลาดใจไม่ได้ ตอนที่เจอหญิงสาวที่ถนนก็ดูเป็นเรื่องบังเอิญแล้ว แต่เหลือเชื่อว่าจะมีเรื่องบังเอิญมากกว่า

คำสั่งว่าเรียบร้อยนี้ไม่ได้ระบุว่าให้เรียบร้อยยังไง ปิดปากก็ดูจะเกินไปมากๆ ดังนั้นเขาจึงทึกทักเอาเองว่าควรจะเจรจา ระหว่างทางเขาพยายามชวนเธอพูดคุยและเสนอความช่วยเหลือต่างๆ แต่ดูจากสภาพภายนอก หญิงสาวไม่อ้าปากด่าโคตรตระกูลเขาก็ดีเท่าไหร่แล้ว เขาค่อนข้างแปลกใจว่าถึงแม้ปกติผู้เป็นเจ้านายจะเจ้าอารมณ์อยู่บ้าง อยากได้อะไรต้องได้ แต่ก็ไม่เคยเห็นว่าจะลงไม้ลงมือกับผู้หญิงรุนแรงขนาดนี้ สถานะเจ้านายและลูกน้องไม่ได้ทำให้เขาถือหางอีกฝ่ายทุกเรื่อง

“ผมไม่รู้จะพูดอ้อมค้อมยังไงดี แต่ผมอยากขอร้องว่าไม่ให้เรื่องนี้รู้ถึงคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเจ้าหน้าที่ เจ้านายของผม เขาค่อนข้าง…มีชื่อเสียงอยู่บ้าง มันคงจะไม่ดีต่อทุกฝ่ายถ้ามีเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้น” ฮาฟิซกล่าว

หญิงสาวไม่ตอบรับหรือปฏิเสธคำขอของชายหนุ่ม ใช้เพียงสายตาสงบนิ่งมองอีกฝ่ายตรงๆ

“ไม่ว่าคุณอยากได้อะไร ผมจะพยายามจัดการให้ทุกเรื่องเพื่อเป็นการขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น…”

“ฉันไม่อยากเจอพวกคุณอีก” หญิงสาวพูดขัด

“ถ้าถามว่าฉันอยากได้อะไร ไปดูแลเจ้านายของคุณให้ดีเถอะ อย่าให้ไปก่อเรื่องเลวๆกับใครได้อีก หรือไม่ถ้าพอจะมีเวลา คุณควรพาเขาไปเช็คโรคทางจิตบ้าง”

“…”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายชะงักไป เธอจึงเอื้อมผ่านตัวเขาไปปลดล็อคประตูด้วยตัวเอง

“ลาก่อนค่ะ”

“ให้ผมช่วยคุณเถอะ”

สติของชายหนุ่มกลับมาเร็วกว่าที่คาด เขาเปิดประตูเดินอ้อมมายังฝั่งของหญิงสาวโดยไม่สนใจใบหน้านิ่วคิ้วขมวดของเธอ แขนแข็งแรงช้อนร่างบางขึ้นมาโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว

“หิมะมันลื่นนะครับ ลื่นล้มหัวฟาดพื้นทั้งคู่คงไม่ใช่ความคิดที่ดี คุณเห็นด้วยใช่ไหม” ฮาฟิซพูดก่อนที่อีกฝ่ายจะเริ่มดิ้น

เขาพูดกันไว้ก่อน เพราะถ้าหญิงสาวเป็นประเภทโอนอ่อนผ่อนตาม เขาคงได้เจอเธออีกทีตอนเช้าแทนที่จะเป็นกลางดึกแบบนี้

“แค่ไปส่งถึงที่หมายตามหน้าที่ที่ผมได้รับมา แล้วผมจะไม่กวนคุณอีก”

“ชั้น 5 ค่ะ รบกวนด้วย”

เหตุผลที่เธอปล่อยให้อีกฝ่ายพาขึ้นมาส่งเพราะเธอหมดแรงที่จะต่อล้อต่อเถียงแล้ว ปล่อยเลยตามเลยจะได้หมดเรื่องหมดราวกันเสียที

มีคนช่วยทำให้เธอมาหน้าห้องไวกว่าการตะเกียกตะกายมาเองมากนัก เขาวางเธอลงโดยที่มืออีกข้างยังช่วยพยุงอยู่ที่เอว

“คุณกลับไปเถอะ ลาก่อนค่ะ”

หญิงสาวปัดมืออีกฝ่ายออกให้ห่างจากตัวพร้อมกับส่งเสื้อโค้ทคืนให้ เพราะคงเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายเธอจึงไม่สนใจสายตาที่กวาดมองทั่วร่าง

ชายหนุ่มคลี่ยิ้มประดับใบหน้าพร้อมกับถอยห่างออกมาด้วยความสุภาพ

“คุณเก็บไว้เถอะครับ รักษาตัวด้วย” เสียงทุ้มกล่าวก่อนจะหันหลังเดินจากมา

พิมพ์นารายืนมองอีกฝ่ายจนหายลับเข้าไปในลิฟต์ เธอกะเวลาให้ผ่านไปอีกสิบถึงสิบห้านาทีก่อนจะกระต่ายขาเดียวด้วยความทุลักทุเลไปยังลิฟต์ตัวนั้นบ้าง จากสิ่งที่ประสบพบเจอมาสองครั้งสองคราทำให้เธอ ‘ต้อง’ มองโลกนี้ในแง่ร้ายขึ้นบ้าง แม้อีกฝ่ายจะไม่คุกคามแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไว้ใจได้ ที่อยู่ที่บอกเป็นเรื่องจริง แต่เธอไม่จำเป็นต้องบอกเรื่องจริงทั้งหมดเสียหน่อย อย่างน้อยๆก็หมายเลขห้อง หญิงสาวกดลิฟต์ลงไปที่ชั้น 3 ด้วยความโล่งใจ

โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่ายังมีคนบางคนยืนมองตัวเลขขึ้นลงของลิฟต์อยู่ที่ชั้น 1 อยู่ก่อนแล้ว…



ครืนนน ครืนนน_…_

ฮาฬิซล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เขาอดที่จะเลิกคิ้วไม่ได้ นี่ยังไม่ถึงห้าก้าวที่พ้นออกจากตึกด้วยซ้ำ!

“ครับ นายท่าน”

‘แกอยู่ที่ไหน’ เสียงทุ้มเจือโทสะกล่าวมาตามสาย

“ผมพึ่งจัดการธุระของนายท่านเสร็จครับ เธอคงไม่เอาเรื่องที่นายท่านก่อไว้ไปพูด” ชายหนุ่มกล่าวล้อเลียนตามความเคยชิน

‘ฉันไม่ได้ถาม แกจะเอาไปโยนจากดาดฟ้าลงมามันก็เรื่องของแก’

“ดาดฟ้า?” ชายหนุ่มเอ่ยถามพร้อมกับหมุนมองรอบตัว

‘แกรีบกลับไปช่วยพี่ชายแกต่อเถอะ ปล่อยให้จัดการเรื่องส่งสินค้าคนเดียวอาจจะวุ่นวายเกินไป’

“รับทราบ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”



‘ผู้ออกคำสั่ง’ ยืนพิงรถมองเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลนัก เมื่ออีกฝ่ายขับรถออกไปแล้วมือหยาบจึงควานหาชิปโป้ในเสื้อออกมาจุดบุหรี่พ่นควันช้าๆ นัยน์ตาสีครามวาววับขณะที่มองไปยังที่ที่ผู้ช่วยของตนพึ่งออกมา ความเดือดดาลไม่สบอารมณ์ประทุขึ้นภายในใจอย่างไม่มีสาเหตุ ละอองหิมะขับให้ใบหน้าคมเข้มดูทะมึงตึงยิ่งกว่าเดิม

ชายหนุ่มลากสายตาไปยังอพาร์ทเม้นท์ห้องหนึ่งที่พึ่งเปิดไฟสว่างโร่กว่าห้องอื่นๆ ไม่กี่อึดใจเขาก็เห็น ‘ใครบางคน’ มาปิดผ้าม่านที่หน้าต่าง ริมฝีปากที่กำลังพ่นควันกระตุกยิ้มขึ้นมาแทบจะทันที

‘เหยื่อที่ได้มายาก ผู้ล่ายิ่งสนุกไม่ใช่หรือ’ 


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น