June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

85. มี​เสน่ห์​เหลือ​เกิ๊น​ (เนียร์​กร)

ชื่อตอน : 85. มี​เสน่ห์​เหลือ​เกิ๊น​ (เนียร์​กร)

คำค้น : เนียร์​กร​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.7k

ความคิดเห็น : 99

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2562 18:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,700
× 0
× 0
แชร์ :
85. มี​เสน่ห์​เหลือ​เกิ๊น​ (เนียร์​กร)
แบบอักษร

เนียร์  Part  

บ้านสุริยะศักดิ์ชัยกุล

เช้าวันอาทิตย์ที่สดใสผมตื่น6โมงเช้าออกไปวิ่ง เกือบ2ชั่วโมง หลังจากที่เมื่อคืนผมขับรถบึ่งเข้ากรุงเทพมา แวะไปที่ร้านนนท์นัท  นัทบอกว่ากรออกไปข้างนอกกับเสกต่อจากนั้นผมก็นั่งคุยกันกับนน เกือบ4ทุ่ม กรก็ยังไม่มา และก็ไม่มีแม้แต่ข้อความหรือสายโทรเข้า  แบตคงหมดมั่ง ผมคิดในแง่ดีเพราะปกติกรจะเป็นคนไม่เหลวไหลเรื่องผิดนัด  

และผมก็พยายามนึกว่า ที่ผมตกลงเป็นแฟนกับกรอะไรบ้างที่เปลี่ยนไป พูดคุยกันมากขึ้นก็แค่นั้นส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ปกติทั้งการทำงานการใช้ชีวิตประจำวัน  ผมก็เลยกลับมานอนบ้าน เพราะวันพรุ่งนี้วันอาทิตย์หลังจากที่ไม่ได้กลับหลายอาทิตย์

ผมเดินเข้าบ้านมาหลังจากที่วิ่งได้เหงื่อ มองรถน้องชายจอดอยู่เเสดงว่านนนัทมาแล้ว เพราะวันอาทิตย์ที่บ้านผมจะรวมญาติ ทานมื้อเที่ยงด้วยกัน ผมทักทายกับนนนัทแล้วก็ขอตัวไปอาบน้ำ

ขณะที่ผมกำลังเช็ดตัว เสียงเคาะประตูดังขึ้นแล้วผมก็บอกให้เข้ามา คิดว่าเป็นนน สักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูพร้อมกับเสียงปิด ผมเองก็กำลังเช็ดตัวอยู่จึงไม่ได้หันไปมอง จังหวะที่หันไปหยิบกางเกงใน ผมร้องออกมาเสียงดัง 

" เห้...นึกว่านน  มาได้ไง " 

ผมถามร่างสูงที่ยืนอยู่มองมาที่ผมด้วยสายตาอ่อนโยนพร้อมกับคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย

" นั่งรถมากับนนนัท  " 

กรตอบยิ้มแล้วหันไปไล่สายตาสำรวจห้องนอน นี่เป็นครั้งแรกในรอบกี่ปีไม่รู้ที่กรเข้ามาในห้องนอนผม จำได้ว่าตอนเด็กนนกับกรชอบมานอนเล่นในห้องผมเพราะว่ามันกว้างและกรก็เดินไปหยุดที่หน้าต่างมองลงไปด้านล่าง เหมือนกับเปิดโอกาสให้ผมได้ใส่เสื้อผ้า 

บ้าเอ๊ย.. มือสั่นจะมาสั่นทำไมตอนนี้วะ ผมคิดแล้วก็หอบเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ 

สักพักก็เดินออกมา มองร่างสูงของกรที่ยืนจับหูตุ๊กตาหมีสีชมพูอ่อนที่นอนอยู่บนที่นอนผม คงแปลกๆมั่งที่ผู้ชายวัย37มีตุ๊กตาหมีสีชมพูอ่อนอยู่บนเตียงนอน แต่สำหรับผมก็เหมือนหมอนข้างเอาไว้กอดก็เเค่นั้น

" ชื่ออะไรหรอครับ "  กรถาม

" โกบี้  กี้เป็นคนตั้งชื่อ "  ผมตอบ กรพยักหน้าอืมๆแล้วยิ้มออกมา  

" ชอบมั้ย " ผมถามเมื่อเห็นกรเอามือลูบหัวตุ๊กตาหมีอย่างเบามือ

" ชอบครับ " 

กรบอกแล้วส่งสายตาแพรวพราวมาที่ผมจนใจผมเต้นเเรงแปลกๆ  จนผมต้องรีบหันหน้าหนีไปทางอื่น ทะ ทำไม สายตาที่ส่งมามันสื่อถึงคนไม่ได้หมายถึงหมีที่นอนอยู่  เพิ่งรู้ว่าไม่ควรถามคำถามกำกวมแบบนี้ 

" แล้วมีอะไร " ผมรีบถามจุดประสงค์ที่กรขึ้นมาบนห้องผม 

"  มื้อเช้า " กรตอบสั้น ๆ 

"  ให้เด็กมา ตามก็ได้  " 

" ผมอยากเห็นห้องพี่เนียร์นี่ครับ ว่าจะเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมั้ย " 

กรบอกเหตุผล แล้วขอโทษผมเรื่องเมื่อคืนที่ไม่ได้มาเจอเพราะเสกมีปัญหา ผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เท่าที่รู้มากรเป็นคนที่เพื่อนพึ่งพาอาศัยได้ตลอดเวลาเหมือนตัวไขปัญหาแก้ปัญหาตัวช่วย จากนั้นผมขอแต่งตัวแปบเดียวเดี๋ยวตามลงไป และก่อนที่กรจะปิดประตู 

" พี่เนียร์ครับ คิดถึงนะครับ " เด็กบ้า​ 

นี่คือจุดประสงค์หลักที่ขึ้นมาสินะ​ ผมยิ้มแล้วยกมือไล่ ให้ไปก่อนที่จะปิดประตู  รู้สึกหน้าร้อนผ่าวแปลกๆเดินไปส่องกระจก หน้าแดงป่าววะ

โธ่!! เอ๊ย หลงดีใจกับคำพูดเสี่ยวๆของเด็กนั่นจนได้ ผมคิดแล้วรีบแต่งตัว 

แล้วมื้อเช้าที่แสนอบอุ่น ก็เริ่มขึ้นเมื่อทุกคนมาครบ พ่อนั่งหัวโต๊ะ ด้านซ้ายมีแม่ผมนั่งอยู่ติดกับผม ด้านขวาเป็นนนนัทและสุดท้ายเป็นกร ผมมองนัทน้องสะใภ้ตักข้าวให้นนแล้วพูดหยอกล้อกรุ้มกริ่มกันหวานจนหน้าหมั่นไส้ อะไรจะหวานชื่นกันขนาดนั้น แล้วก็เหลือบไปมองร่างสูงที่นั่งอยู่ท้ายโต๊ะที่มองผมอยู่ก่อนแล้ว  ผมรีบหันหน้าไปทางอื่นกลบเกลื่อน  มองอยู่ตลอดจริงๆด้วย 

แล้วแม่ผมก็เริ่มบ่นเรื่องที่ผมไม่ค่อยกลับมาบ้านซึ่งผมให้เหตุผลว่างานเยอะ ก็เยอะจริงๆ เพราะงานที่รีสอร์ทตอนนี้กำลังลงตัวหลายๆอย่างผมอยากทำให้มันดีที่สุด แม่ผมบ่นซึ่งผมก็แย้งแม่ทุกคำ ทำให้ร่างสูงที่นั่งอยู่ริมสุดกลั้นยิ้มขำเอาไว้  

" พี่เนียร์ครับเรื่องเรือนกระจกผมยังไม่มีเวลาเลย "  

นนเอ่ยหลักจากอิ่มมื้อเช้ากันเเล้ว เรือนกระจกที่ผมจะสร้างเพื่อทำเพราะพันธุ์ดอกไม้ ผมวานให้นนออกแบบโครงสร้างให้ นนเองก็คงยุ่งเรื่องงานที่โรงงาน ผมเองก็ยุ่งเพราะการทำงานสองที่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะมีเวลาว่าง 

" ช่วงนี้ผมว่างเดี๋ยวผมช่วย "  กรเอ่ยขึ้น และด้วยเหตุผล108 ทำให้ผมปฏิเสธความหวังดีของกรไม่ได้ 

ช่วงเวลาอาหารเช้าผ่านไป ช่วงเที่ยงผมมีนัดกับเจ้าของสวนขายต้นไม้แถวๆชานเมือง และร่างสูงก็ขอตามไปด้วย โดยให้เหตุผลว่า  ผมว่างทั้งวัน 

" มีแผนอะไรหรือเปล่าที่ทำแบบนี้" ผมถามขณะที่กำลังขับรถอยู่มุ่งไปตามถนนที่เริ่มออกนอกเมืองแล้วตอนนี้ 

" แผนอะไร ผมไม่ใช่คนเลวร้ายขนาดนั้นซะหน่อย แค่อยากอยู่กับแฟนบ้าง " กรตอบคำว่าแฟนทำให้ผมรู้สึกหน้าร้อนแปลกๆ   แฟนงั้นหรอ ลืมไปเลยว่าผมกับกรตกลงเป็นแฟนกันแล้ว 

" แล้วปกติทำอะไรวันหยุด " ผมถามรีบเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนๆ อาการเต้นแปลกๆของหัวใจ 

ผู้ชายสองคนเป็นแฟนกันนี่​ต้องทำอะไรบ้างนะ ไปเดทหรอ แล้วสถานที่ล่ะที่แบบไหน  โรงหนัง ตลาดน้ำ  ห้างสรรพสินค้า หรือ สวนสนุก สถานที่ที่ผมไล่มา ผมนึกไม่ออกว่าผมกับกรจะไปที่แบบนั้นได้ไง ผมคิดนาน

" ก็ดูหนัง อ่านหนังสือแล้วก็อยู่กับเพื่อนบ้าง "  กรบอก

" อืม ไม่เหงาหรอ " 

" ไม่ครับ " กรตอบ สำหรับผมแล้วทุกอย่างที่กรบอกมาผมทำมาหมดแล้ว เพราะคิดว่ามันช่วยให้หายเหงาได้ แต่จริงๆ.. แล้วไม่เลยลึกๆผมก็ยังมีความเหงาอยู่ บางครั้งยังเคยนึกอิจฉา นนที่ค้นหาความรักที่แท้จริงจนพบ  จากนั้นผมก็นิ่งไปพักนึง ต่างคนต่างเงียบ แล้วมือหนาของผมก็ถูกดึงไปโดยมือเรียวของกรกุมประสานผมเหลือบไปมองนิดนึงเกือบจะชักมือกลับแต่เห็นเสี้ยวหน้าร่างสูงที่แดงเรื่อๆนั้นทำให้ผมเปลี่ยนใจ 

บ้าเอ๊ย.....ใครกันแน่ที่ควรเขิน ผมคิด ความอุ่นร้อนส่งผ่านมือฝ่ามือวิ่งสู่ร่างกายทำให้ผมรู้สึกร้อนวูบวาบหัวใจที่แห้งเหี่ยวก็เหมือนจะชุ่มชื้นขึ้นมา 

แบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนี่หว่า ผมคิดและแอบยิ้ม และกรก็จับมือผมไว้โดยไม่พูดไม่เอ่ยอะไรจนมาถึงร้านขายพันธุ์ไม้  ต่อจากนั้นผมกับกรก็ช่วยกันเลือกพันธุ์ไม้ที่จะใช้ประดับสวนใหม่ของรีสอร์ท และการที่วันนี้ผมมีกรมาด้วยเป็นประโยชน์มากๆ ดูแล้วลุงเจ้าของร้านและลูกสาววัยรุ่นของแกจะชอบกรมาก ถึงขั้นลดราคาพิเศษให้ 

" นี่ดอกอะไรอะครับ " ผมถามลุงคนขาย เพราะดอกที่ปักโชว์อยู่มันสวยดี 

" ไฮเดรนเยียครับ "

" อากาศบ้านเราปลูกได้หรือครับ " กรถาม

" ปลูกได้ครับ เพียงแค่ดูแลเอาใจใส่ให้อยู่ในที่ร่ม โดนแดดได้รำไรในตอนเช้า ปลูกในกระถาง รดน้ำเยอะๆ เพราะเป็นดอกไม้หน้าฝน ชอบน้ำ ถึงจะชอบน้ำแต่ไม่ชอบความชื้น ดังนั้นแนะนำให้ใช้กาบมะพร้าวกันซับน้ำ " 

ลุงคนขายบอก ผมหันมาถามกรว่าชอบมั้ย กรพยักหน้ารับ เพราะก่อนมาผมเล่าเรื่องเรือนกระจกเพราะพันธุ์ดอกไม้ให้กรฟังแล้ว 

"  คุณจะซื้อ​ให้แฟนหรือครับ " 

ลุงคนขายถาม พลางมองหน้าผมกับกรสลับกัน นี่อย่าบอกนะว่าลุงคิดว่าผมกับกรเป็นแฟนกันแบบนั้น (ถึงความจริงจะเป็นแบบนั้นก็เถอะ)  แต่ก็ใช่ว่าผู้ชายสองคนไปไหนมาไหนจะเป็นแฟนกันซะหน่อย อาจจะเป็นพี่น้อง หรือเพื่อนกันก็ได้ ทำไมถึงได้คิดเหมารวมไปทางนั้นหมดเลยนะทั้งที่ผมกับกรก็ไม่ได้แสดงออกอะไรที่ผิดปกติ 

" ทำไมหรือครับ "  

กรถามออก ไปโดยไม่โต้แย้งอะไรกับอาการเข้าใจผิดของลุงคนขาย แล้วลุงคนขาย ก็เล่าว่าถึงความหมายดอกนี้หมายถึง ดอกไม้แห่งหัวใจด้านชาว่ากันว่าไม่ควรมอบดอกไม้นี้ให้แก่ผู้ใด ยิ่งเป็นแฟนกันด้วยแล้วยิ่งไม่แนะนำ  แต่ในอีกความหมายดอกไฮเดรนเยียหมายถึง คำขอบคุณ.... ขอบคุณที่เข้าใจกัน.....ประมาณนั้น มันแล้วแต่ความเชื่อ สินะผมมองไปที่กรนิดนึงเหมือนกำลังตัดสินใจ 

" แต่ดูแล้วแฟนคุณน่าจะชอบ " 

ลุงคนขายบอกผมยิ้ม ๆ เมื่อเห็นผมลังเลที่จะซื้อ อาจจะเพราะความหมายมันมั่ง แถมยังบอกว่ากรเป็นแฟนผมอีก อันนี้ล่ะที่ผมจะไม่ซื้อ หลังจากสั่งต้นไม้พันธุ์ไม้เสร็จเเล้วผมมองกระถางต้นไฮเดรนเยีย2กระถาง ที่ท้ายรถ 

เห้อ.. ซื้อจนได้ ผมส่ายหน้าไปมาเพราะกรบอกว่าจะเอาไปปลูกเอง แถมยังบอกว่า 

" ผมไม่สนใจความหมายหรอกครับดอกไม้ก็คือดอกไม้ " 

กรตอบเจตนารมณ์ชัดเจนมากบางครั้งผมก็ชอบความตรงไปตรงมาของกรเพราะว่ามันดูจริงจังดี

และหลังจากบ่ายกว่าๆด้วยความหิว ผมกับกรเลือกฝากท้องกับร้านก๋วยเตี๋ยวเรือข้างทางที่ดูสะอาดหน่อย  แล้วกรก็ทำให้ผมอึ้งกรสั่งก๋วยเตี๋ยวหมูเส้นหมี่ให้ผมเหมือนรู้ว่าผมไม่กินเนื้อไม่กินเส้นเล็ก 

" ทำไมจึงรู้ล่ะ " ผมถาม

" ผมจำได้ " 

แล้วกรก็เล่าว่าตอนเด็กผมเคยพาไปกินที่งานวัด ยังจำได้อีกหรอนั่นมันนานมากแล้วนะ  นายนี่มันน่าทึ่งมากที่สุดในโลกเลย กร 

แล้วก๋วยเตี๋ยวสองชามก็ถูกนำมาเสิร์ฟ​และไอร้อนจากชามก๋วยเตี๋ยวและประจวบกับอากาศช่วงบ่ายแก่ๆของเมืองไทยไม่ต้องบรรยายว่าร้อนแค่ไหน  ผมใช้มือปาดเหงื่อที่เริ่มซึมตามไรผมแนวหน้าผาก  คิดถูกหรือคิดผิดที่กินก๋วยเตี๋ยวเรือช่วงบ่ายเนี่ย  แล้วผ้าเช็ดหน้า​สีเข้มก็ถูกยื่นมา แต่ด้วยมือผมที่จับช้อนตะเกียบเตรียมลงมือเเล้ว กรก็เลยซับเหงื่อให้ 

" ร้อนหรอครับ " 

ผมพยักหน้าอืมๆ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธมือเรียวที่ไล้ซับเหงื่ออยู่บนใบหน้าผมอย่างเบามือ รู้สึกดีจนลืมไปว่าผมกับกรกำลังอยู่ในที่สาธารณะ   ผมหันไปมองเจอกับสายตาเกือบสิบคู่กำลังมองมาที่ผมกับกร จนผมรู้สึกอาย และเป็นผมคนเดียวที่อาย 

" กรพอแล้ว "  

ผมบอกเสียงเบา กรก็เลยมองไปรอบๆเหมือนรู้ว่าผมหมายถึงอะไร จึงยิ้มออกมาตามสไตล์ของตัวเอง รอยยิ้มที่สดใสแบบนั้นเป็นรอยยิ้มที่ผมชอบมากๆ  แล้วผมกับกรก็เริ่มลงมือจัดการก๋วยเตี๋ยวตรงหน้า สักพักกร ก็ซับเหงื่อให้ผมอีก    คราวนี้ผมไม่ห้ามล่ะปล่อยเลยตามเลยอยากมองก็มองไป   

" น้ำซุปเผ็ดหรือครับ ทำไมหน้าแดงๆ "   

กรถามหน้าตาเฉยๆทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าในชามไม่มีพริกเลย 

" เออดิ "  

ผมตอบกระแทกเสียงแล้วก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี๋ยวให้หมด ผมได้ยินเสียงหัวเราะ หึหึ.. เจ้าเล่ห์นักนะ กรเกย์ แล้วก็มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผู้หญิงสองคนมาขอให้กรถ่ายรูปให้ ผมมองผู้ชายตัวสูงที่ยืนคุยกับผู้หญิงสองคนนั้นอยู่ภาษาจีนงั้นหรอ เก่งแฮะ หมอนี่ไปเรียนมารึไง ผมรู้เเค่ว่าบ้านกรก็แค่เสี้ยวจีนเกิดและโตที่ไทย ไม่น่าจะพูดได้คล่องขนาดนี้

ยิ่งค้นยิ่งพบเจอความน่าทึ่งของผู้ชายคนนี้ คนอะไรจะมีเสน่ห์มากเกินไปเเล้ว 

แล้วกรก็ให้ผมมาส่งที่คอนโดซึ่งผมก็แปลกใจเหมือนกันเพราะปกติกรจะนอนที่ร้านนนท์นัท และถึงผมจะไม่ถามออกไป กรก็บอกว่า เช่าไว้เพราะใกล้บริษัทเวลางานยุ่งๆจะได้ ไม่เหนื่อยมากกับการเดินทาง 

" พี่เนียร์จะอยู่กรุงเทพกี่วันครับ " กรถามเมื่อรถจอดนิ่งหน้าคอนโด

" 3วันล่ะ ทำไมมีอะไรรึเปล่า "  

" ไม่มีอะไรมากครับ แค่อยากเจอทุกวัน " 

กรตอบหน้าเศร้าๆ อยากเจอทุกวันคำนี้ ทำให้ผมรู้สึกว่าแค่ประโยคเดียวทำเอาหัวใจของผมถึงกับกระตุกวูบวาบ

" ก็ ก็เจอกันได้นี่ "  ผมบอกเสียงสั่นๆแปลก 

" ทุกวันนะครับ "  กรถามย้ำทำท่าดีใจลิงโลดอะไรจะเวอร์ขนาดนั้น แล้วผมก็พยักหน้าอืมๆ เป็นคำตอบ

" ขอบคุณนะครับ สำหรับวันนี้ "  

กรยิ้มอ่อนแล้วออกจากรถ เปิดท้ายรถเอากระถางต้นไม้ออกมาแล้วเดินไป  แค่นี้... หรือ... เดี๋ยวนะบรรยากาศมันแปลกๆมันไม่ใช่ 

" เดี๋ยวกร!! นายลืม... " 

ผมเปิดกระจกรถแล้วเรียกตามหลังกรหันมาทำหน้างง แล้วก็เดินกลับมาชะโงกหน้าเข้ามาในรถ 

" ผมลืมอะ.............. อื้อ " 

กรพูดได้เเค่นั้นผมก็โน้มคอลงมาเอาปากปิดประกบปากจูบบดเบียด กับริมฝีปากสีซีดนั้น อย่างนุ่มนวลสักพัก แล้วถอนริมฝีปากออก

" นายลืมจูบลา " 

ผมบอกยิ้มกับร่างสูงที่ยืนนิ่งแข็งทื่ออยู่แล้วโบกมือเป็นสัญญาณบอกลาและขับรถออกไปทันที 

รู้สึกดีชะมัด ว่าแต่จูบผมห่วยไปรึเปล่า ทำไมกรถึงยังยืนนิ่งอยู่กับที่อยู่อ่ะ  เมื่อมองผ่านกระจกรถที่ผมเริ่มขับห่างออกไป

22.00น  

ผมนอนเอามือก่ายหน้าผาก กำลังคิดทบทวนเรื่องของผมกับกร  วันนี้ผมมีโอกาสได้รู้จักกรมากขึ้น ผมกำลังสับสนกับความรู้สึกครั้งนี้ของผมอยู่หรือเปล่า ทุกอย่างที่กรทำกรปฏิบัติกับผม ทำให้ผมรู้สึกดี และเหมือนมันมากจะมากขึ้นทุกวัน ผมกำลังหลงเสน่ห์ของกรเข้าเต็มๆ 

แล้วอนาคตล่ะ?  ความรู้สึกดีพวกนี้มันจะสิ้นสุดในแบบไหนสถานะไหน 

 คบกัน มีอะไรกันแบบๆ..... ที่ คู่รักคู่อื่นเค้าทำกัน

โอย.. ไม่คิดๆ ผมส่ายหน้าไปมาสลัดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองทิ้งไป  

ติ๊ง 

เสียงเตือนข้อความจากมือถือที่วางอยู่บนเตียงผมหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน

。ฝันดีนะครับ

ผมคลี่ยิ้มออกมา ข้อความแบบนี้จะถูกส่งมาเวลานี้เสมอ ถึงจะไม่ได้ส่งทุกวันเหมือนตั้งเเจ้งเตือนไว้แต่ก็ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายใส่ใจแค่ไหน  แล้วผมก็กดโทรออกหาเจ้าของข้อความทันที สายไม่ว่าง?  ทั้งที่ข้อความเพิ่งถูกส่งมาแค่ไม่กี่นาที คุยกับใครเวลานี้ หรือว่า กรเองก็มีคนอื่นคบคุยมากกว่าผม หรือว่าคุยกับเพื่อน  ผ่านไปสักพักกรก็โทรกลับมา กำลังจะรับสายก็ถูกวางไปแล้ว และก็ไม่ได้โทรมาอีกเลย  แค่สายเดียวหรอ  ไม่ตื้อจริงๆด้วย... 

วันจันทร์ 

เช้าผมเข้าไปเคลียร์งานที่บริษัท ส่วนที่เป็นของผม และอีกส่วนคือเอกน้องเขยผมทำแทน  แล้วแนนน้องสาวผมก็เตือนเรื่องวันเกิดหลานวันพุธนี้ อย่าเพิ่งกลับไปรีสอร์ท  วันเกิด ของขวัญ ของขวัญวันเกิดเด็กผู้หญิง ให้อะไรดีนะ หลายปีที่ผ่านมาอะไรก็ให้หมดแล้ว ..... คิดหนักเหมือนกัน

บ่ายโมงผมมีนัดกับเพื่อนสมัยเรียนผมเลยนัดที่ห้างเพราะจะได้ไปเดินดูของขวัญให้หลานสาวด้วย  และก็ยังไม่มีข้อความจากกรหรือสายโทรเข้า 

ไปไหนนะ หรือว่างานยุ่ง 

ผมใช้ร้านกาแฟสดแบรนด์ดังเป็นสถานที่นัดพบเมื่อเจอกับเพื่อนทั้งสองแล้ว ต่างก็พูดคุยทักทายกันตามประสาที่ไม่ได้เจอกันมานาน เพราะผมเองก็ออกจากกลุ่ม แล้วก็ได้ยินเรื่องที่ทำให้ผมต้องอึ้ง 

" จำพงษ์ศักดิ์ได้มั้ย " เพื่อนผมถามผมก็พยักหน้า และเพื่อนผมก็เล่าให้ฟังว่าตอนนี้เดินทางสายสีม่วงเปิดตัวแฟนหนุ่มหล่อ 

" ไม่เห็นแปลก " ผมบอกเพราะเพื่อนคนอื่นๆผมก็เป็นแบบนี้เยอะ แล้วเพื่อนผมก็โน้มตัวมากระซิบกระซาบใกล้ๆ 

" ไม่แปลกหรอกถ้าหมอนั่น ไม่ได้เป็นฝ่ายรับ ทั้งที่เมื่อก่อนแมนก็แมน แถมยังเป็นนักกีฬาโรงเรียนอีก "

ผมก็พยักหน้าเห็นด้วยกับที่เพื่อนผมพูด  ฝ่ายรับคือฝ่ายที่ถูกกระทำ เหมือนเป็นผู้หญิงสินะ ส่วนฝ่ายรุกคือฝ่ายกระทำเหมือนเป็นผู้ชาย 

" แต่เมื่อก่อนมันก็มีแฟนเป็นผู้หญิงนี่หว่า " เพื่อนผมอีกคนพูดขึ้น

" เป็นไบ หรือ ไบเซกชัว (เสือไบ) ชอบได้หมดไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิง แบบนี้ก็ร้ายกาจนะ "  

เพื่อนผมพากันคุยยาวเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่สมองผมก็รับฟังบ้างและพยายามไม่นึกถึง เรื่องของผมกับกร รับรุกไบ

แล้วมือถือผมก็สั่นแจ้งเตือนข้อความเข้า ซึ่งเสียงนี้ผมตั้งไว้เฉพาะบุคคล 

。โทษทีครับไม่ได้โทรหา ผมเพิ่งตื่นเมื่อคืนทำงานดึกไปหน่อย ตอนเย็นสะดวกเจอกันหน่อยมั้ยครับ  เดี๋ยวผมโทรหา 。

ไหนบอกว่า ว่างทั้งวันทำไมคืนวันอาทิตย์ทำงานซะดึก แล้วนี่ข้อความหรือเรียงความกันแน่ เขียนมาซะยาว เด็กบ้า ผมอ่านแล้วคลี่ยิ้มออกมา  จนลืมเพื่อนทั้งสอง ที่นั่งมองหน้าผมอยู่ตอนนี้

" ยิ้มบ้าอะไรวะเหมือนคนกำลังมีความรัก " 

เพื่อนสนิทผมถาม ความรักบ้าอะไร หน้าผมบ่งบอกขนาดนั้นเลยรึไง นี้ผมเผลอทำอะไรออกไปให้พวกมันจับได้รึเปล่า นี้ถ้ารู้ว่าผมคบผู้ชายผมคงไม่ต่างจากพงษ์ศักดิ์ บุคคลที่อยู่ในหัวข้อสนทนานั่น และพวกมันจะรู้มั้ยว่าผมอาจจะเป็นคนที่6ในกลุ่มเพื่อนที่เดินเส้นทางสายสีม่วงก็ได้ แล้วผมก็ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธคำถามที่เพื่อนผมถามปล่อยให้พวกมันคิดไกลไปก่อน

บ่ายสามโมงผมแยกจากเพื่อน ก็ไปเดินดูของขวัญให้หลานสาว แล้วก็ไปสะดุดตากับตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ ที่โชว์อยู่หน้าร้านแล้วไอเดียดีๆก็เกิดขึ้น 

หลังจากจัดการเรื่องของขวัญเสร็จแล้วผมมองนาฬิกาอีกหลายชั่วโมง กว่าจะค่ำไปไหนดีนะ ไปหากรที่บริษัทดีมั้ย... ถ้าไปเด็กนั่นคงคิดว่าผมคิดถึงแน่ๆ หรืออาจจะเข้าใจผิดว่าผมอยากเจอ 

ไม่มีทาง.... 

15.00น.

" ติดต่อใครคะ "  เสียงหวานของเจ้าหน้าที่สาวสวยประชาสัมพันธ์ของบริษัทกรถามผม 

" คุณกฤติธี ครับ " ผมบอกยิ้มๆให้กับสาวสวยคนนั้น พลางมองสำรวจบริษัทที่กรกับน้องชายผมสร้างขึ้นมาด้วยกัน ดูทันสมัยทุกอย่าง เท่าที่รู้จากชาติชายเพื่อนผมเล่าให้ฟังว่า ผลงานของกรกำลังเป็นที่จับตามองในวงการสถาปนิกอนาคตไกล พูดง่ายๆคือ กรเก่งทุกอย่าง ว่างั้นเถอะ 

" คุณกรกำลังประชุมอยู่ค่ะ " แล้วประชาสัมพันธ์สาวสวยก็พาผมเดินไปนั่งรอที่ห้องรับรองแขก ซึ่งการมาครั้งนี้ไม่ได้บอกล่วงหน้าก่อน 

" อ้าว เห้ มาได้ไง " เสียงคุ้นเคยดังขึ้นผมหันไป ชาติชายนั่นเองเพื่อนสนิทผมสมัยเรียน แต่ตอนนี้ก็ห่างๆกัน และเป็นที่ปรึกษาของบริษัทกร 

" มาหากร มีธุระนิดหน่อย " ผมบอก จริงๆก็ไม่อยากเจอชาติชายเท่าไหร่ เพราะมันรู้ว่ากรชอบผม และที่สำคัญกว่านั้นมัน ป่าวประกาศโจ่งแจ้งว่า มันชอบกรและชอบแบบคนรักซะด้วย พูดง่ายๆคือผมเป็นศัตรูหัวใจของมัน แต่ก็แค่เรื่องล้อเล่นกันไม่ถึงกับซีเรียสอะไร แต่ถ้าเลี่ยงมันได้ผมก็จะเลี่ยง  

" ช่วงนี้มีอะไร พิเศษกับกรรึเปล่า " 

ชาติชายถาม พลางจ้องหน้าผม  อะไรวะหน้าผากผมมีชื่อกรแปะติดอยู่ รึไง ทำไมมีแต่คำถามแบบนี้

" จะไปมีได้ไงเล่า " 

ผมรีบเอ่ยปฏิเสธทันที แล้วเสียงพูดคุยของกลุ่มคน หลายคนก็ดังขึ้นเบนความสนใจของชาติชายให้หันไปมอง 

ผู้ชาย3คน ที่เดินมาพร้อมกับผู้หญิงสาวสวยผมซอยสั้น ผมเคยเจอที่งานเเต่งงานของนนน้องชายผม  แต่ผมจำชื่อไม่ได้ ผู้หญิงคนนั้นดูท่าทางสนิทสนมกับกรมากกว่าทุกคน ดูจากเรียวเเขนเล็กที่คล้องกับแขนกรอยู่นั้น ฟังจากการสนทนาผมจับใจความได้ว่า  บริษัทชนะการประมูลงาน อะไรสักอย่างแต่ดูแล้วจะเป็นผลงานของกรและทำให้ทุกคนดูดีใจ  แล้วภาพที่ทำให้ผมอึ้งคือ ผู้หญิงคนนั้นเขย่งปลายเท้าขึ้นไปหอมแก้มกร ท่ามกลางสายตาของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น รวมทั้งผมด้วย ที่ยืนนิ่งอยู่ในใจรู้สึกร้อนรนแปลกๆ รู้สึกไม่พอใจที่ผู้หญิงคนนั้นหอมแก้มกร  แถมกร ยังนิ่งเฉยไม่มีท่าทีขัดเขินอะไรเหมือนเป็นเรื่องปกติ รวมทั้งเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆของกรด้วย

" เก็บอาการหน่อย " เสียงของชาติชายดังขึ้นทำให้กลุ่มคนที่กำลังจะเดินผ่านหันมามอง  และคนที่ทำหน้าตกใจที่สุดคงหนีไม่พ้นคนที่เพิ่งถูกสาวสวยหอมแก้มเมื่อกี้ กรมองหน้าผมสายตาที่ส่งมานั้นคาดเดาไม่ได้เลยว่ารู้สึกแบบไหน แต่ยังไม่ทันได้ทักทายอะไรกัน 

" โอ๊ะ.... นั่นคุณเป็น ฟะ... แฟนหนุ่มของ.... "

ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นเมื่อมองมาที่ผม แต่พูดไม่ทันจบประโยค กรก็ลากแขนผู้หญิงคนนั้นไปอีกทาง เหมือนไม่อยากให้ผู้หญิงคนนั้นพูดอะไรออกมา  ชาติชายมองหน้าผมทำหน้างง ๆ ผมก็ไม่ได้เอ่ยอะไร

" เห้.. จะไปแล้วไง ยังไม่ได้เจอกรเลย " ชาติชายถามเมื่อ เห็นผมเดินหมุนตัวกลับออกไป

" คงไม่ว่างมั่ง  " ผมบอกหลังจากที่กรลากผู้หญิงคนนั้นออกไปเกือบ5นาทีก็ยังไม่กลับมา 

และก่อนผมจะถึงลานจอดรถ แขนผมก็ถูกดึงไว้ 

"  เดี๋ยวก่อนครับ " 

ร่างสูงเอ่ยทำท่าหอบเหนื่อย เหมือนกับไปวิ่งที่ไหนมา ผมมองหน้ากรนิดนึงแล้วมองที่ข้อมือตัวเอง 

" มีธุระอะไรกับผมรึเปล่าครับ "  

กรถามต้องมีธุระด้วยรึไงวะถึงจะมาหาได้ ผมคิดในใจ  และคิดถึงผู้หญิงคนนั้นที่หอมแก้มกร ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด 

" มีนิดหน่อย เรื่องเรือนกระจก " 

ผมบอกเสียงเบาพยายามหาเรื่องที่พอจะอ้างว่าเป็นธุระได้ 

" ไปคุยข้างในมั้ยครับ  " กรบอกแล้วยิ้มออกมา

"  หิวข้าว  " ผมเอ่ยออกมาก่อนที่กรจะลากแขนผมเข้าไปด้านใน

"  งั้นรอผมเก็บของแปบเดียวครับ " 

กรตอบแล้วรีบวิ่งเข้าไปในบริษัท 

ร้านอาหาร

กรสั่งอาหารไป4อย่าง โดยไม่ถามว่าผมกินได้มั้ยเพราะว่าของที่สั่งไปนั้นเป็นของโปรดของผมทั้งหมดเลย  น่าทึ่งจนน่ากลัวเพราะว่ากรรู้จักผมมากเกินไป  ตั้งแต่เดินเข้าร้านมากรดูแลเทคแคร์ผมตลอด  กรดูเป็นสุภาพบุรุษมากๆมารยาทดี มีเสน่ห์ในตัวเอง และมีเสน่ห์มากเกินไปกับเพศตรงข้าม  ตั้งแต่เดินเข้าร้านมาสาวน้อยสาวใหญ่ เด็กเสริฟเองยังจ้องมองกรตลอด จนผมเองที่เป็นผู้ชายด้วยกันยังรู้สึกอิจฉา 

แล้วอาหารก็ถูกนำมาวางตรงหน้าผม กรมองอาหารแล้วก็มองหน้าเด็กเสิร์ฟ​ ผมจึงรู้ว่าหนึ่งในรายการอาหารนั้นกรไม่ได้สั่ง น่าจะเกิดการเข้าใจผิดกัน

" อาหารจานนี้ของโต๊ะอื่นหรือเปล่าครับ " 

แล้วๆเด็กเสิร์ฟ​ก็ทวนรายการสั่งแล้วขอโทษกรด้วยท่าทีตกใจกลัวความผิดของตัวเอง เพราะว่าเขียนรายการอาหารผิด แล้วผู้จัดการร้านก็มาขอโทษกรกับผม กลัวพวกผมเอาผิด เพราะว่าบางคนถึงขั้นโวยวาย แต่กรก็ไมได้ว่าหรือตำหนิอะไรแถมยังบอกว่า 

"  แฟนผมชอบปลาครับ "  

กรตอบยิ้มๆแล้วมองมาที่ผม ส่วนผมก็แค่ยิ้มเจื่อนๆให้คนทั้งสอง สรุปอาหาร3อย่างที่กรสั่งมาประกอบด้วยเมนูปลาทั้งหมด ยกเว้นข้าวผัด ผมรู้ว่ากรช่วยเด็กเสิร์ฟ​คนนั้น เพราะถ้าพวกผมสั่งอาหารใหม่ เด็กคนนั้นอาจจะต้องรับผิดชอบค่าอาหารจานนั้น ซึ่งค่าแรงวันนี้อาจจะไม่ได้เลย 

มีเสน่ห์เหลือเกิ๊น เป็นคนดีเกินคาดแฮะ ผมคิดและมองร่างสูงที่ตักชิ้นปลาทอดมาใส่จานข้าวให้ผม 

" ขอบคุณ " ผมบอกเสียงเบาๆแล้วก้มหน้าลงกินข้าวด้วยความหิว 

20นาทีผ่านไปกรขอตัวไปห้องน้ำ หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารเมนูปลาแล้ว  ผมมองมือถือกรที่ไฟหน้าจอสว่างวาบขึ้นมาเมื่อมีคนโทรเข้า ขอเสียมารยาทหน่อยผม ชะโงกหน้าไปมอง 

หลิน 

ผู้หญิงคนนั้นที่บริษัทผมจำได้แล้วเธอเป็นหุ้นส่วนของกรนั่นเองแต่ท่าทีสนิทสนมนั้นอาจจะเกิน... แค่หุ้นส่วนธรรมดา แล้วก็สะดุดกับภาพwallpaper หน้าจอของกร ทำไมมันคุ้นๆ  ภาพมือสองมือที่จับกันอยู่  นั่นมันมือผมนี่  แล้วผมก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานก่อนตอนที่กรจับมือผม ถ่ายตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วผมก็ชะโงก ไปอ่านดูแคปชั่น ข้างบนภาพ 

   He's the one  。

ความรู้สึกดีใจวิ่งพล่านไปทั่วร่าง กับประโยคสั้นที่กินใจของกร ด้วยความรู้สึกโล่งปนดีใจแปลกๆ ไม่เข้าใจ ว่าทําไมต้อง รู้สึกเช่นนี้ แต่ที่แน่ๆ หน้าผมตอนนี้เผลอยิ้มออกมา จนเด็กเสริฟที่เอาของหวานมาวางมองหน้าผมด้วยสายตาแปลกๆ และคงคิดว่าผมบ้า แล้วกรก็เดินมานั่งลง มองผมที่ตอนนี้นั่งคนแก้วน้ำหวานสีแดง วนไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า 

" ทำอะไรอะครับ "  กรถาม 

" ร่ายเวทมนตร์ ท่องคาถา "   ผมตอบแล้วยื่นแก้วน้ำหวานให้กร 

" ท่องว่าไงหรือครับ " กรถามแล้วก้มลงดูดน้ำหวานทันที

"  รักกูหลงกู รักกูหลงกู   " ผมตอบยิ้มปนเขินๆ แล้วรีบหันหน้าหนีทำเป็นมองไปทางอื่น ได้ยินเสียงไอแค่กๆ ของกรก็ดังขึ้น หรือว่าคาถาของผมจะได้ผลแล้ว

เวลานี้สีหน้าของคนทั้งสองนั้น แดงไม่ต่างจากสีน้ำหวานในแก้วตรงหน้าของคนทั้งคู่เลย 

_______________________________________________________

มาเเล้วๆจร้า ตอนนี้พี่เนียร์กับกร มาแนวเริ่มจีบเนาะไม่หวานเวินเวอร์แต่ก็มีมุมน่ารักๆ ตอนหน้ามาตามว่า 

คำว่า เป็นรับไม่ได้  มันคืออะไรกันแน่.... 

มาดูภาพWallpaper หน้าจอพี่กรกัน ฟินหนัก (งานมโนอีกแล้ว) 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}