Lovelyz_PCY

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2560 14:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12
แบบอักษร

                                                                     ตอนที่12

โรงเตี๊ยมไห่เฉิน

               "ถึงแล้วขอรับ"ผิงผิงบอกไป๋เสวี่ย ที่กำลังหันซ้ายหันขวาดูความเป็นอยู่ของคนที่นี้
               "งั้นหรอ...เข้าไปเลย"เธอตอบก่อนที่จะเดินนำเข้าไปในโรงเตี๊ยม
               "เชิญขอรับ เชิญ"เสี่ยวเอ้อร์ที่ออกมาต้อนรับเธอและผิงผิงพูดออกมาอย่างนอบน้อม"คุณชายมากี่ท่านขอรับ"
               "สอง"ไป๋เสวี่ยตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่ติดเข้มและเย็นชา
               "เอ่อ...ขอรับ แล้วคุณชายจะรับอะไรดีขอรับ"
               ผิงผิงหันไปมองไป๋เสวี่ยชั่วครู่และไป๋เสวี่ยก็พยักน้าเป็นเชิงว่าเอาอะไรก็ได้
               "งั้น...ขออาหารที่ขึ้นชื่อของที่นี้สัก 2-3อย่าง ข้าวเปล่า 2 ชาม น้ำชา 1 กา"ผิงผิงบอกออกไป
               "ขอรับ รอสักครู่นะขอรับ"เสี่ยวเอ้อร์บอกก่อนจะออกไป
               "พอใจคุณชายหรือไม่ขอรับ"ผิงผิงหันมาถามไป๋เสวี่ย
               "ที่สุด..."เธอตอบและยิ้มให้กับผิงผิง
               เพียงไม่นานอาหาร ข้าวก็มาเสริฟ์ถึงโต๊ะ
               "มาแล้วขอรับคุณชาย"เสี่ยวเอ้อร์คนเดิมที่ออกมาตอนรับเธอและผิงผิงพูดขึ้น"ข้าขอแนะนำอาหารที่ขึ้นชื่อของโรงเตี๊ยมของเราเลยนะขอรับ นี่คือเป็ดอย่างอบซอสแดง ผัดไก่3สหายและซุปเห็ดหอมสามรสขอรับ (เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นมาเองนะ) ซึ่งทั้ง 3 อย่างเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของโรงเตี๊ยมไห่เฉินของเราขอรับ ข้ารับรองว่าอร่อยแน่นอนขอรับ งั้นข้าขอตัวนะขอรับ ทานให้อร่อยนะขอรับ"ทันทีที่เสี่ยวเอ้อร์แนะนำอาหารก็ขอตัวออกไปทันที
               เธอที่ไม่สนใจอะไร แค่เห็นอาหารที่อยู่ตรงหน้าที่มีหน้าตาน่าทานนั้น เธอก็กินทันที อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ เธอหิว
               ผิงผิงที่มองคุณหนูของตนอยู่ก็หัวเราะออกมาเบาๆกับท่าทางของคุณหนูของตน สงสัยคุณหนูของตนคงจะหิวมาก

               

               เฉินเปาหยางและจิ้นฮุ่ยที่กำลังจะเดินทางไปยังหมู่บ้านที่เกิดโรงระบาดนั้น ก็หันไปมองทางโรงเตี๊ยมไห่เฉิน โรงเตี๊ยมที่ขึ้นชื่อของเมืองนี่ เพราะเขานั้นหิวและคิดว่าจะสั่งอาหารบางอย่างไปให้กับหมอหลวงและทหารที่เดินทางไปยังหมู่บ้านที่เกิดโรคระบาดด้วย ทั้งๆที่วังหลวงก็ส่งหมอที่เก่งที่สุดในวังไปตรวจดูแล้วก็ไม่มีท่าว่าจะดีขึ้นสักเท่าไรนัก
               "หยุด"เฉินเปาหยางที่บอกให้หยุดม้าแต่ทำให้จิ้นฮุ่ยและเหล่าทหารมองตามๆกัน
               "พวกเจ้าจงล่วงหน้าไปก่อน ข้าจะตามไปทีหลัง"เฉินเปาหยางบอกให้เหล่าทารและหมอหลวงบางส่วนล่วงหน้าไปก่อน
               "ขอรับ ท่านแม่ทัพ"นายทหารนายหนึ่งตอบก่อนจะเดินนำนายทหารคนอื่นไและหมอหลวงออกไป
               "ท่านหยุดทำไม"จิ้นฮุ่ยถามเฉินเปาหยางออกไปเพราะไม่เข้าใจว่าเฉินเปาหยางจะหยุดทำไม
               "ข้ากับเจ้าก็ออกจากจวนตั้งแต่เช้า ปรกติช่วงนี้พ่อครัวต้องตั้งสำรับให้กับข้าแล้ว"เฉินเปาหยางพูดอ้อมๆ
               "เจ้าหิว..."จิ้นฮุ่ยตอบออกไป
               "ใช่...อย่าว่าแต่ข้าเลย เจ้าเองก็หิวเหมือนกัน"เฉินเปาหยางตอบจิ้นฮุ่ยออกไป
               "หึ...ก็ใช่"จิ้นฮุ่ยตอบ
               "หึ"เฉินเปาหยางหัวเราะในลำคอเบาๆ
               "งั้นจะช้าอยูทำไมล่ะ เข้าไปสิ"จิ้นฮุ่ยตอบและชวนเฉินเปาหยางเข้าไปในโรงเตี๊ยมทันที

ภายในโรงเตี๊ยม

                    ขณะที่เธอกับผิงผิงกำลังทานข้าวอย่างอร่อยอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงเอะอะโว้ยวายดังขึ้น ซึ้งเสียงนั้นสร้างความสนใจให้แก่ผู้คนในโรงเตี๊ยมเป็นอย่างมากแต่ไม่ใช่กับเธอ
                    "เสี่ยวเอ้อร์ๆ"ชายผู้หนึ่งตะโกนขึ้นมาอย่างเสียงดัง
                    "ขอรับ คุณชาย"เสี่ยวเอ้อร์คนหนึ่งตอบรับเสียงสั่นๆ
                    "หาโต๊ะให้ข้าเดี๋ยวนี้"ชายคนนั้นบอกกับเสี่ยวเอ้อร์เสียงแข็ง
                    "แต่...แต่ว่าคุณชาย โต๊ะทุกโต๊ะนั่นเต็มหมดแล้วนะขอรับ ไว้วันหลังคุณชายค่อยมาใหม่นะขอรับ"เสี่ยวเอ้อร์คนเดิมยังตอบรับเสียงสั่น
                    "นี้เจ้า...เป็นแค่คนชั้นต่ำกล้าดีอย่างไรมาไล่คุณชายของข้า ห้ะ"ชายอีกคนกล่าวขึ้นมา
                    "เอ่อ...คือ"ก่อนที่เสี่ยวเอ้อร์จะได้พูดอะไรออกมา ชายคนหนึ่งที่เสี่ยวเอ้อร์คิดว่าคงจะเป็นหัวหน้าหรือนายของชายอีกสองคนก็เดินเข้าไปโต๊ะๆหนึ่ง ซึ่งโต๊ะนั่นคือโต๊ะของเธอและผิงผิง
                    "เจ้า...ลุกขึ้น ข้าต้องการนั่งโต๊ะตัวนี้"ชายคนนั้นกล่าวขึ้นเมื่อมาถึงโต๊ะที่เธอนั่งอยู่
              เธอที่กำลังคีบเนื้อเป็ดอยู่ก็ชงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินว่าบุรุษคนนั้นต้องการที่จะนั่งโต๊ะของตน แต่ก็ไม่ได้พูดหรือเงยหน้าขึ้นไปพูดอย่างใด แต่กลับนั่งคีบเนื้อเป็ดเข้าปากอย่างไม่ใส่ใจ ต่างจากผิงผิงที่นั่งตัวสั่นอยู่เพราะกลัวว่าชายพวกนั้นจะทำร้ายเธอและตนเอง
                    บุรุษอีกคนที่เห็นว่าเธอนั้นยังนั่งอยู่ที่เดิมก็เกิดอาการไม่พอใจจึงพูดขึ้น
                    "นี้เจ้า...ไม่ได้ยินรึไงว่าคุณชายของข้าต้องการนั่งโต๊ะตัวนี้ส่วนเจ้าและคนใช้ของเจ้าก็ลุกออกไปสะ"
                    เธอที่ได้ยินชายผู้นั้นพูดก็ฉุนขาดไม่ใช่เพราะว่าเธอแต่เพราะมาว่าผิงผิงคือคนใช้ของเธอนั้นเธอรับไม่ได้ เธอที่ไม่สนและคีบอาหารเข้าปากต่อไปอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะพูด
                   "ข้าไม่ลุก ข้ามาก่อนแล้วข้าก็นั่งก่อน ส่วนพวกเจ้ามาทีหลังก็รอสิหรือถ้ารอไม่ไหวก็กลับไปสะ"เธอพูดออกไปเสียงเรียบๆแต่ก็ไม่ได้เงยหน้ามองแต่อย่างใด
                   "คุณชาย"ผิงผิงเรียกไป๋เสวี่ยเสียงสั่น
                   "เจ้า...เจ้ารู้หรือไม่ว่าคุณชายผู้นี่คือใคร"
                   "หึ...เจ้าจะมาถามข้าได้อย่างไร ว่าข้ารู้จักเขาหรือไม่ ขนาดเจ้าที่มากับเขายังไม่รู้จักแล้วข้าจะไปรู้จักรึ เจ้านี้ช่างโง่เสียจริง"เธอหัวเราะในลำคอและพูดออกไป
                  "เจ้า...เจ้าช่างปากดีนัก งั้นข้าจะบอกให้เจ้ารู้ว่าคุณชายผู้นี้คือใคร นี้คือ คุณชายหยางจิ้วเหวิน บุตรชายคนเล็กของเสนาบดีหยาง จำไว้"บุรุษคนนั้นบอกเธออย่างโมโห
                  ผู้คนที่ได้ยินว่าบุรุษคนนั้นคือใครก็เกิดเสียงอืออึงขึ้น
                  "เจ้าจะมาบอกข้าทำไม ข้าไม่ได้อยากรู้แต่ถึงเจ้าบอกข้าก็ไม่รู้จักอยู่ดี"เธอตอบออกไปแต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองสักครั้ง
                 "เจ้า..."ชายคนนั้นโมโหเธอเป็นอย่างมากจึงถีบโต๊ะของเธอ

โคร้มมมมม

               ผู้คนที่มากินข้าวในโรงเตี๊ยมต่างพากันตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและพากันหาที่หลบเพื่อความปลอดภัยของตนเอง
               เธอที่เห็นว่าโต๊ะและอาหารของตัาเองกองอยู่ที่พื้นนั้นก็โมโหเพราะเธอนั้นยังกินไม่อิ่มและเพิ่งจะกินไปได้นิดเดียวซึ่งยังไม่คุ้มกับเงินค่าอาหาร แต่เธอก็ยังนั่งนิ่งพยายามระงับอารมณ์เพราะเธอไม่อยากให้ผิงผิงเป็นห่วง
              "คุณชาย อย่ามีเรื่องกันเลยนะขอรับ ข้าขอระ...โอ๊ย"เสี่ยวเอ้อร์ที่พยายามเข้ามาห้ามและขอร้องไม่ให้มีเรื่องกันแต่ก็ถูกบบุรุษอีกคนถีบไปกระแทกกับโต๊ะข้างๆแทน
              "คุณชายเอาอย่างไรดีขอรับ"บุรุษคนนั้นถามผู้เป็นนายของตน
              "อย่าให้ถึงตายก็พอ"บุรุษคนนั้นบอก
              "ขอรับ"
              "หึ...เจ้าโชคร้ายเองนะที่ไม่ลุกออกไปตั้งแต่คุณชายของข้าบอก"บุรุษคนนั้นพูดออกมาพลางเดินเข้ามาใกล้
             "ผิงฟง...เจ้าไปหาที่หลบก่อนเถอะ"เธอหันไปบอกผิงผิง
              "แต่ว่าคุณชาย...ข้าว่า"ผิงผิงที่กำลังจะเอ่ยบอกไป๋เสวี่ยก็ต้องเก็บคำพูดลงคอทันที
              "ข้าไม่เป็นไร...ไม่ต้องห่วง"เธอบอกผิงผิงพร้อมกับยิ้มให้

              เฉินเปาหยางและจิ้นฮุ่ยที่กำลังเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมไห่เฉินก็ต้องแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น
              "พี่ชายๆเกิดอะไรขึ้นรึ"จิ้นฮุ่ยถามบุรุษที่อยู่ใกล้ตนมากที่สุด
              "ก็มีเรื่องกันน่ะสิ"ชายคนนั้นตอบจิ้นฮุ่ย
              "มีเรื่อง...เรื่องอันใดรึพี่ชาย"จิ้นฮุ่ยถามต่อ
              "ก็มีคุณชายคนหนึ่งน่ะสิ ต้องการที่จะนั่งโต๊ะของคุณชายชุดคลุมสีดำนั่น แต่คุณชายที่ใส่ชุดคลุมสีดำนั้นไม่ยอมเพราะว่าเขามาก่อน"ชายคนนั้นบอกจิ้นฮุ่ย
              "แล้วทำไม่คุณชายคนนั้นถึงไม่รอล่ะ"จิ้นฮุ่ยถามต่อ
              "ก็คุณชายคนนั้นคือ หยางจิ้วเหวิน บุตรชายคนเล็กของเสนาบดีหยาง ไงล่ะ"
              "งั้นรึ...ขอบคุณท่านมากพี่ชาย"จิ้นฮุ่ยตอบออกไป แล้วจึงเดินกลับไปหาเฉินเปาหยางที่อยู่ไม่ไกล
              "มีเรื่องอะไร"ทันทีที่จิ้นฮุ่ยมาถึงเฉินเปาหยางก็ถามทันที
              "มีเรื่องแย่งโต๊ะนิดหน่อย"จิ้นฮุ่ยตอบ
              "งั้นรึ...คงเป็นพวกอัธพาล"เฉินเปาหยางพูดออกไป
              "ไม่ใช่...หยางจิ้วเหวิน"จิ้นฮุ่ยตอบอีกครั้ง
              "หยางจิ้วเหวิน"เฉินเปาหยางขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินชื่อ
              "ใช่...บุตรคนเล็กของเสนาบดีหยาง"จิ้นฮุ่ยตอบก่อนจะพูดต่อ"เอาไงล่ะ...จะอยู่ชมหรือจะไป"
              "หึ...อยู่ชม"เฉินเปาหยางตอบและหันไปยิ้มมุมปากให้กับจิ้นฮุ่ย

ความคิดเห็น