Florentius

โหดแบบนี้..ก็มีหัวใจ 20+ [SM Yaoi , Boy's Love]

ชื่อตอน : บทที่ 19 - Adjust * * 105% * *

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 23 เม.ย. 2560 11:19 น.

บทที่ 19 - Adjust * * 105% * *

แบบอักษร

บทที่ 19

                ร่างกายที่เคยขาวบางตอนนี้ซีดเผือกจนน่าใจหาย ร่างกายที่ยังไม่หายป่วยดีบัดนี้ราวกับพิการ ดวงตากลมกว่าจะข่มตานอนให้ปิดสนิทลงได้ ไม่ใช่เพราะเขาง่วงแต่เป็นเพราะมันถึงขีดจำกัดที่จะทนลืมตาต่อได้ ร่างกายหมดแรงขยับนอนแน่นิ่งอยู่บนอกแกร่งที่หายใจสม่ำเสมอ อุณหภูมิของแอร์ไม่ได้ทำให้ซันตัวเย็นลงมีแต่จะเพิ่มขึ้นซึ่งแน่นอนว่า ..ทัณฑ์รู้ดี

                มือหนาโอบเอวบางไว้หลวมๆ ตลอดเวลาตั้งแต่ที่ซันหมดสติไป เขาไม่ได้นอนมากว่า 20 ชั่วโมงแล้ว พวกเขาทะเลาะกันเกือบห้าชั่วโมง มีปากเสียง ใช้ความรุนแรง ทำทุกอย่างที่เมื่อคนโทสะจะลงมือได้ ทัณฑ์มองใบหน้าขาวแก้มซีดมีเส้นเลือดฝาด คราบน้ำตาแห้งกรัง นอนหายใจไม่สม่ำเสมอ ทั้งตัวมีรอยช้ำทั่ว ถามว่าทัณฑ์รู้สึกผิดไหม..นิดหน่อยเพราะซันก็ไม่ได้บอกเขาตั้งแต่แรกเหมือนกันว่าจะไปไหน ยิ่งหลักฐานคาตาขนาดนี้ ซันก็รู้ดีว่าเขากลายเป็นคนใจร้อนไปแล้ว

                “กูไม่คิดว่ากูทำเกินไปหรอกนะ กูรักมึงมากกว่าตัวเองอีกแต่กูบังคับตัวเองไม่ได้”

                มือหนาลูบผมสีเข้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะเลื่อนสัมผัสตามตัว ซันตัวร้อนจนน่ากลัวยิ่งปล่อยไว้น่าจะยิ่งแย่ ร่างแกร่งดันซันออกช้าๆ พยายามไม่ให้กระเทือนมากเกินไป

                เขาเดินหายไปในห้องน้ำออกมาพร้อมกะละมังหนึ่งใบ ข้างในมีผ้าที่ชุบน้ำ ทัณฑ์วางมันลงบนข้างเตียงแล้วหยิบผ้าขึ้นมาบิดน้ำออก

                “มึงนี่มันทำกูรนได้ทุกเวลาจริงๆ นะซัน”

                “อะ.. อือ”

                ซันเริ่มส่งเสียงเมื่อถูกผ้าเย็นโปะที่หน้าผากพักหนึ่งก่อนจะนำมาชุบน้ำใหม่แล้วเริ่มเช็ดร่างกายขาวซีด ซันนอนสั่นจนทัณฑ์ต้องเดินไปปิดแอร์แล้วค่อบกลับมาเช็ดต่อเพื่อให้ไข้ทุเลาลง

                40 นาทีผ่านไป

                กลิ่นอาหารที่รุนแรงจนเข้ามารบกวนถึงห้องนอนทำให้ดวงตากลมเริ่มปรือขึ้นช้าๆ สถานที่คุ้นเคยทำให้นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้ไม่ยาก โทษไอ้เจได้หรือเปล่าที่มันชวนไปตอนดึกๆ ดื่นๆ หรือจะโทษตัวเองที่รักเพื่อนซะจนไปปลอบใจมัน ไม่ก็โทษร่างหนาที่เป็นคนอารมณ์ร้อนไม่ยอมฟังใคร ถ้าจะถามว่าเมื่อคืนเกิดอะไรบ้าง ..ก็แค่มีปากเสียงกัน มีลงไม้ลงมือกันเพราะซันเองแหละที่เป็นคนเริ่มตบหน้าทัณฑ์ก่อน

                นึกถึงก็รู้สึกซวย!

                “พี่ทัณฑ์เหี้ย..” ริมฝีปากบางขยับอย่างขุ่นเคือง

                อันที่จริงอยากจะโกรธมากกว่านั้นแต่เขาเองก็ผิดที่ไปแล้วไม่บอก ดวงตากลมปลายมองเข็มนาฬิกาชี้เลขสี่จะเข้าเลขห้า ตอนนี้เป็นเวลาจะห้าโมง

                โครกกก

                เสียงท้องร้องทำให้เรียวขาที่ไม่พร้อมจะเดินต้องหย่อนขาลงที่พื้นเพื่อจะยืน เพียงแค่ทำท่าจะลุกทรงตัวขึ้นก็ต้องทิ้งลงจมกองพื้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ร่างกายบางกระแทกพื้นกระเบื้องเต็มแรงจนเกิดเสียงดัง

                โครม!

                “อั่ก!”

                ตึก! ตึก! ตึก!

                ปัง!

                “ซัน!” ร่างหนาเปิดประตูเสียงดังมองที่เตียงกลัยไม่มีซันอยู่ เขาเดินมาอุ้มร่างบางที่กองอยู่บนพื้นขึ้น “ทำไมมึงดื้องี้วะ นอนพักเฉยๆ ไม่เป็นหรือไง”

                “ไม่” ซันตอบเรียบๆ ไม่สบตา

                “ซันเรื่องเมื่อคืนกู..!”

                “ผมไม่อยากฟังคำพูดของพี่เลย” ซันตัดบทด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าและแหบพร่า

                “…”

                “พูดตรงๆ ว่าผมเป็นคนผิดแต่ผมก็อยากให้พี่ฟังเหตุและผล ค่อยมาลองคิดอีกทีว่ามันผิดหรือถูก”

                “กูหวงมึง..” เขาแค่พึมพัมออกมา

                “หวงผมแล้วยังไง พี่หวงผมไปพร้อมๆ กับทำร้ายผมเลย นี่ผมถามจริงเถอะว่าพี่อยากอยู่กับผมจริงๆ หรือเปล่าหรือแค่หาคนแก้เหงาเพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น” ซันยกมือสัมผัสที่แก้มของทัณฑ์ เขาดูต่างจากคนเมื่อคืนลิบลับ ตอนนี้ทัณฑ์ดูเป็นคนใจเย็น นิ่งสุขุมต่างจากเมื่อคืน

                ..นี่เขาเป็นพวกคนหลายอารมณ์เหรอ

                “ซันไปไหนไม่เห็นบอกพี่แล้วเมื่อคืนมันกี่โมงซัน มันไม่ใช่เก้าโมงหรอกนะ พี่เป็นห่วงน่ะถูกต้องแล้วส่วนเรื่องที่พี่ใช้กำลัง ..พี่ขอโทษ” เขาพูดทุกคำเสียงดังฟังชัด โดนเฉพาะคำหลัง

                “พี่พูดเพราะแบบนี้แล้วก็มาก็ขอโทษ ผมไม่ได้ใจอ่อนง่ายๆ เหมือนเมียสอง เมียสามพี่หรอกนะ เก็บคำพูดพวกนั้นไปเถอะ ผมไม่เชื่อ ผมอยากเห็นการกระทำมากกว่า ส่วนเรื่องเมื่อคืนผมผิดจริงและมันน่าจะเป็นข่าวดังแหละเพราะเพื่อนผมเป็นนายแบบเดี๋ยวมันคงมาแถลงข่าว หึ! ..พี่คอยดูเถอะว่ามันเป็นเพื่อนผม ผมไม่ได้ไปมีคนอื่น”

                โป้ก!

                “ทำไมพูดเยอะขนาดนี้ เก็บปากไปแดกข้าว กูทำไข่ตุ๋นไว้ให้กินดึกๆ เดี่ยวตอนนี้มึงกินข้าวต้มกับน้ำขิงไปก่อน ทำไมมึงป่วยบ่อยขนาดนี้ นี่มึงมีผัวเป็นหมอจริงๆ เหรอ”

                “พูดอะไรออกมาคิดบ้างเหอะ”

                “ครับ?” รับคำด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีเพราะเขาเห็นข่าวที่มีซันถูกขึ้นหน้าหนึ่งตั้งแต่เช้าแล้วและเพื่อนของซันเองก็บอกกับสื่อเรียบร้อย เขาถึงใจเย็นและอารมณ์ดีมาตั้งแต่เช้า “เดี๋ยวกูต้องไปเอายากับเข็มมาฉีดให้มึงนะ ไม่งั้นมึงคงเฉาตายแน่ๆ”

                “ไม่ฉีด ไม่กินเดี๋ยวผมก็หายเอง” ซันถูกวางลงบนเก้าอี้ในห้องครัวที่ตรงหน้ามีอาหารเต็มไปหมด

                “จะให้กูใช้เข็มหรือใช้...” ดวงตาคมมองร่างบางนิ่งพร้อมไล่สายตาต่ำ

                “พอ!ไปเอายามาไวๆ”

                ซันควรจะเริ่มชินกับผู้ชายที่ชอบเผด็จการคนนี้ซักที!

                ทัณฑ์หายไปพักใหญ่ๆ ก่อนจะกลับมาพร้อมกับถุงอะไรนักเต็มไม้เต็มมือจนคนที่นั่งอยู่บริเวรโซฟาต้องเอ่ยปากบ่นอย่างไม่เข้าใจ

                “ไหนว่าแค่ไปเอายาไง ทำไมหอบอะไรมานักหนา” ซันบ่นเสียงแหบเหมือนกับว่าอาการเริ่มทรุดหนัก

                “แวะร้านขนม ร้านเสื้อผ้า ร้านขายของข้างทางไง”  เขาตอบเรียบง่ายก่อนจะเอาหุงป็นสิบวางลงบนโต๊ะ“มาซันฉีดยาหน่อย ตัวร้อนขนาดนี้.. มึงอย่าเพิ่งเฉาตายกูไม่อยู่คนเดียว”

                “อะไรของพี่วะผมจะตายได้ไงแค่โดนคนตัวเท่าควายตบหน้า!ใช้กำลังด้วยนิดๆ หน่อยๆ สบายมากกกก! คือโคตรสมควรทำเลย ดูดิพี่ทัณฑ์ผมนี่โคตรสู้คนเลย รอยเต็มไปหมด”

                ซันพูดทีเล่นทีจริง ยื่นแขนส่งให้เขาดูรอยช้ำบ้าง รอยเล็บบ้าง ดูเผินๆ คล้ายผ่านสงครามโลกครั้งที่สองมาอะไรเทือกนั้น ถ้าเกิดว่าซันจะเฉาตาย ซันคงเฉาตายตั้งแต่วันแรกที่เขาอาละวาดล่ะ นี่ทนมาได้เพราะอะไร?

                ชอบเหรอ?

                ไม่ใช่มั้ง

                “ใครทำมึงเนี่ย บอกกู” มือหนาลูบผมของซันเชิงกวนประสาท

                “พี่นั่นแหละ!”

                ดึง!

                มือเล็กจิกผมหนาพลางกระชากไปมา ไม่แรงนักทำให้ทัณฑ์หลุดอมยิ้มหล่อๆ ออกมา เขารีบเปลี่ยนสีหน้าแล้วหันไปหยิบยาในหลอดพร้อมเข็มออกมา

                “รีบฉีดเร็วจะให้พักผ่อน กูจะไปทำงาน”

                “ไม่”

                “มึงไม่ฉีด กูจะตีมึง” ทัณฑ์กำลังเตรียมเข็มด้วยความชำนาญโดยมีดวงตากลมโตจ้องไม่ละ

                “หมายถึง.. ไม่ให้ไปทำงาน” ซันบ่นออกมาก่อนจะเอนหัวซบไหล่แกร่ง

                “หึ เป็นอะไรของมึงเนี่ยซัน”

                “ไม่ให้ไปไง”

                ลูกอ้อนของซันที่ทำโดยไม่ได้ตั้งใจกลายเป็นสร้างรอยยิ้มหล่อออกมาชัดเจน ทัณพ์ไม่รู้ว่าทำไมตนเองไม่สามารถหุบยิ้มได้เลยแม้แต่วิเดียว มือเล็กดึงคอเสื้อของเขาไว้ก่อนจะเงยหน้ามอง

                “...ไม่อยากอยู่คนเดียว ผมว่ามันเงียบ”

                “แต่กูว่าจะไปโรงพยาบาล เพื่อนกูมันให้ไปดูแฟนมัน แฟนมันป่วยไง ทำไมหืมซัน.. ไม่อยากอยู่คนเดียวหรืออยากอยู่กับกู”

                “พี่อย่าบ้า” ซันว่าพลางเบี่ยงหน้าหนี

                “ไหนหันมาบอกกูดีๆ”

                ร่างแกร่งยึดปลายคางให้หันตรงมายังเขา ดวงตาคมไล่มองใบหน้าขาวซีดอย่างหลงใหลและรอฟัง นิ้วแกร่งไล้ตามโคตรงหน้าขาวก่อนจะเกลี่ยที่แก้มใสเบามือ ริมฝีปากหนาหยัดยิ้มสวยขยับใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้ห่างเพียงไม่ถึงคืบ

                “ไม่เอาดีกว่า กูขอจูบหวานๆ ซักที”

                “จูบ!?” เสียงเล็กทวน

                “ทำไม่ทำ” ร่างว่าเสียงดุๆ ทำให้ซันต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่

                คนตัวเล็กใช้มือขาวสัมผัสที่ใบหน้าหล่อ ตนเองค่อยๆ ยกตัวขึ้นเลื่อนใบหน้าสวยเข้าหาทัณฑ์ ริมฝีปากบางจรดลงแผ่วเบาเริ่มแนบแน่นขึ้นพร้อมสอดลิ้นร้อนเข้าโพรงปากของผู้ชายตัวใหญ่ ทัณฑ์ไม่ได้รุกล้ำปล่อยให้ซันเป็นคนเริ่มมันเอง

                “อะ..อือ”

                ซันหวานครางเล็กน้อยเมื่อถูมือหนาคล้องที่เอวบางรัดแนบเข้าหาตัว ขาเล็กนั่งค่อมทัณฑ์ยิ่งทำให้มือหนาง่ายต่อการเก็บเอากำไรเล็กๆ น้อยๆ มือปลาหมึกเริ่มวนนิ้วที่ขอบกางเกงตัวบางแล้วชอบไชเข้าไปสัมผัสบั้นท้ายกลมงอนน่าหมั่นเขี้ยว

                “อื้อ!”

                ซันเริ่มหาทางหนีเมื่อเขาเริ่มรุกใส่ตนเอง ลิ้นร้อนของทัณฑ์กวาดลิ้มรสความหอมหวานไม่ลดละ มือหนาบีบขยำก้อนเนื้อแรงซะจนต้องยกตัวหนี มือเล็กพยายามดึงแขนแกร่งออกจากกางเกงแต่ไม่เป็นผล

                “ฮืม..”

                ทัณฑ์ถอนริมฝีปากออกช้าๆ โอบกอดซันไว้หลวมๆ ทัณฑ์ไม่คิดว่าเค้าจะได้กลับมาเจอคนที่เขารักอีกรอบแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าพอเขากลับมาไทยเขาก็ไขว่คว้าหาคนที่ชื่อซัน เขาไม่คิดว่ามันจะจบได้ดีขนาดนี้ คิดว่าอย่างน้อยจบด้วยการทำให้ซันได้รู้สึกว่าเวลารักใครมากๆ แล้วโดนคนรักหักหลังนี่มันรู้สึกแย่ขนาดไหน แต่เปล่าเลยเขากลับใจอ่อนรักซัน หวงซันมากขึ้น ไม่ใช่เพราะซันหน้าตาดีขึ้น

                ...ไม่รู้ว่าความโหยหาตั้งแต่เมื่อก่อนหรือเปล่าที่ทำให้ทัณฑ์รักมากขนาดนี้

                “ไปแต่งตัวให้เรียบร้อยกว่านี้ก่อนแล้วไปโรงพยาบาลกับกู”

                “ให้ไปด้วยเหรอ” เสียงหวานพึมพัม “งั้นไปเปลี่ยนชุดแป๊ปนึง”

                “เร็วๆ”

                ร่างบางลุกแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะเดินออกมาด้วยชุดที่ดูสุภาพเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวเพื่อปกปิดรอยช้ำ กางเกงขายาวสีน้ำตาลอ่อน เป็นการแต่งตัวที่ง่ายๆ แต่ดูสุภาพ ทรงผมถูกเซทเซอร์ๆ อย่างไม่ได้ตั้งใจแต่ก็ดูดี

                “เสร็จแล้ว ผมโอเครึยัง” ซันถามพลางยืนจัดเสื้อผ้าอยู่หน้าประตูห้องนอน

                “..ก็ดี” ริมฝีปากหนาหยัดยิ้ม “น่ารักดี”

                “!!!”

                ชะงักกึกก่อนจะตีหน้านิ่งใส่ผู้ชายที่เอ่ยปากชมเมื่อครู่ คนตัวเล็กเดินมาหยิบถุงข้าวของเครื่องใช้ไปเก็บให้เป็นระเบียบโดนมีทัณฑ์มองอยู่ไม่ห่าง

                “ซันมานั่งนี่หน่อย” มือหนากวักเรียก

                “ครับ” ร่างบางนั่งลงข้างๆ เมื่อเก็บของเสร็จ

                “ซันคอนโดนั้นน่าซื้อมั้ย” นิ้วเรียวชี้ไปยังคอนโดสูงที่ดูหรูหราสะดุดตา

                “คอนโดนั้นเหรอ ผมยังไม่เคยเห็นข้างในเลย”

                “หึ”

                ขณะที่ซันมัวแต่เหม่อมองคอนโดที่เจ้าของร่างสูงชี้ก็สะดุ้งเพราะรู้สึกถึงอะไรเย็นๆ สัมผัสที่ต้นคอ มือเล็กรีบคลำจับสิ่งผิดปกติ สร้อยคอสีเงินถูกสวมอย่างแนบเนียนโดยคนข้างหลัง จมูกโด่งฝังบนซอกคอขาวแรงๆ ราวกับหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น

                “พี่ทัณฑ์เอาสร้อยมาใส่ให้ผมทำไม” คนตัวเล็กถามพลางหันมาสบตา

                “...” เขาไม่ตอบแต่กลับอมยิ้ม

                “พี่ทัณฑ์..” ซันจับบริเวณจี้แล้วยกขึ้นมาดู

                จี้สร้อยคอที่ดูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา จี้หัวใจที่อยู่ตรงกลางโดยมีแหวนเงินประดับด้วยความวิบวับของเพชรล้อมรอบ ซันรู้สึกว่ามันดูธรรมดาและใหญ่ไปนิดแต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมองมันไม่ละ สร้อยคอเส้นเดียวที่จี้ของมันมีทั้งแหวนทั้งหัวใจ ไม่เคยเห็นแต่มันก็สวยมาก

                “ถือว่ากูให้นะ” เสียงทุ้มหล่อกระซิบข้างใบหู “หัวใจที่อยู่ตรงกลางแหวนคือหัวใจกูส่วนแหวนวงนั้น ..กูขอหมั้นนะ”

                คำพูดทีเล่นทีจริงทำให้คนตัวเล็กอึ้งอยู่นาน

                “พะ..พี่ทัณฑ์!”

                ซันพูดแค่นั้นทว่าใบหน้ากลับบ่งบอกความรู้สึกได้ดี ร่างสูงใหญ่มองใบหน้าขาวที่ซีดเผือดกลับกลายเป็นแดงซ่าน ริมฝีปากที่กึ่งอมยิ้มกึ่งเบะจะปล่อยโฮออกมาทำให้ทัณฑ์พูดทีเล่นทีจริงขึ้น

                “กอดกูมั้ยซัน”

                หมับ!

                อ้อมแขนหนาอ้าออกไม่ถึงเสี้ยววินาทีคนตัวเล็กก็พุ่งเข้าหาก่อนจะอดกลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่ไหวปล่อยโฮกอดเอวหนาแน่นกว่าทุกครั้ง ซันนึกถึงพี่ทัณฑ์ที่เคยดูแลเอาใจใส่ซึ่งตอนนี้เขากำลังกลายเป็นแบบนั้น มือหนาลูบหัวของซันเชิงปลอบโยน

                “จะร้องให้ทำไมซัน” ร่างสูงระบายยิ้มบางอย่างเอ็นดู

                “ฮึก.. พะ..พี่”

                “หืม ว่าไง” ร่างสูงเงี่ยหูไปฟังว่าคนในอ้อมแขนจะพูดว่าอย่างไร

                “ผมระ..รักพี่ทัณฑ์นะครับ ..ฮึก”

                “หึ”

                มือหนาเชยปลายคางเล็กขึ้นค่อยๆ เบียดริมฝีปากแนบสนิททำให้คนตัวเล็กสะดุ้งเหมือนเด็กสาวบริสุทธิ์ ลิ้นร้อนของทัณฑ์ถือโอกาสแทรกซอนเข้าไปลิ้มรสความหวานตามชอบใจ มือเล็กดันไหล่หนาเอาไว้ก่อนจะจิกแน่น กว่าซันจะปรับตัวได้ริมฝีปากหนาก็ไล่ต่ำตามลำคอขาวขบเม้มทำรอยช้าๆ ไม่มีความรีบร้อน เขาดูใจเย็นตั้งใจดื่มด่ำกับคนตรงหน้ากว่าครั้งไหนๆ

                “ฮืม..ซัน”

                “พี่ทัณฑ์ไหนว่าจะไปทำงาน..อ่า”

                “ไม่ได้รีบขนาดนั้น”

                มือหนาค่อยๆ ไล่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของร่างบางช้าๆ พลางขบเม้มใบหูจนซันกระตุกหนีเพราะความเสียวซ่านที่ถูกมอบให้ทำเอาซันแทบจะทนรอไม่ไหว ดวงตากลมสบตาร่างสูงก่อนจะเบือนหนีด้วยท่าทางเขินอายทว่ามือทั้งสองกลับโอบรอบคอหนาพร้อมใช้เล็บกรีดแผ่วเบา

                เมื่อเสื้อเชิ้ตสีขาวร่างหล่นลงพื้นไปไม่กี่วินาที เข็มขัดและกางเกงของซันก็หลุดออกไปตามๆ กันเหลือเพียงชั้นในตัวบางที่เห็นความเป็นชายตึงแน่นจะทะลุชั้นในออกมา ทัณฑ์อุ้มคนตัวเล็กให้นั่งค่อมบนตักจนสิ่งอ่อนไหวทั้งสองชนกัน

                ทั้งสองต่างไม่มีใครพูดเอ่ยอะไรออกมาแต่ซันก็เหมือนรู้หน้าที่ปลดเปลื้องสิ่งปกคลุมส่วนบนของทัณฑ์ออกเหลือแต่ส่วนล่างซึ่งตอนแรกซันก็ทำท่าจะถอดมันแต่ก็หยุดนึ่งแล้วทำหน้าหวั่นใจ

                “ซันถอดกางเกงให้กูหน่อย” คำพูดแกมบังคับกับใบหน้าหื่นกระหายนี่มันทำให้ใจสั่นได้ง่ายๆ

                “อะ..อื้ม”

                ซันลดตัวลงมานั่งระหว่างขาค่อยๆ ปลดกระดุมกางเกงออกแล้วดึงมันลงพร้อมๆ กับกางเกงชั้นใน ความเป็นชายลำหนาใหญ่ดีดกระแทกหน้าท้องดังปึกจนคนตัวเล็กเบิกตาใส่ ส่วนปลายที่มีน้ำใสใสเหนียวเอ่อล้นออกมาเรื่อยๆ มือหนากอบกุมความเป็นชายพลางรูดขึ้นลงพร้อมมองใบหน้าของซัน

                “รู้ตัวหรือเปล่าว่าเราต้องทำอะไร” ร่างหนาเอ่ยถามเสียงสั่นเลียริมฝีปากตนเองไม่หยุด

                “ครับ ..แต่ผมยัง”

                “ไม่มีแต่ซัน ..กูอยาก”

                ทัณฑ์ตัดบทความไม่พร้อมของซันทิ้ง ไฟในตัวเขากำลังลุกโชน ร่างกายร้อนระอุดั่งลาวา ใบหน้าแดงก่ำเนื่องจากปวดหนึบช่วงกลางตัว ซันเขยิบเข้ามาใกล้เอื้อมมือจับที่ความเป็นชายร่างหนาก็คำรามออกมาอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้

                “อ่า”

                ลิ้นชื้นแตะลงที่ส่งปลายไล่เลียน้ำที่ไหลออกมาไม่มีหยุดจนหมดโพรงปากอุ่นนุ่มครอบครองความเป็นชายขนาดใหญ่ที่มีเส้นเลือดปูดโปนได้เพียงแค่ครึ่งหนึ่งเนื่องจากมันทั้งใหญ่ทั้งยาวคับแน่นตึงปากไปหมด

                “เหี้ย.. ซี้ดดดด”

                “อึก”

                “ฮื้มมม!”

                ทัณฑ์ที่ถูกซันใช้ปากให้ถึงกับร้องครางออกมาตลอด ร่างหนาจับแก่นกายถอนออกจากปากก่อนจะอุ้มซันขึ้นมานั่งบนตัก จัดท่าให้ซันแอ่นสะโพกพร้อมดูดเลียที่นิ้วของตนแล้วถูไถบริเวณปากทางเข้า

                “อื้อ..! ผมเสียว”

                “…”

                “พี่ทัณฑ์ฮ่า..อ้า”

                ซันค่อยๆ ร้องหลงเมื่อนิ้วเรียวยาวสอดเข้าไปด้านในเรื่อยๆ เริ่มปรับความคุ้นชินก็เปลี่ยนเป็นสองนิ้วแล้วตามติดๆ ด้วยสาม ซันครางกระเส่าไม่หยุดหอบหายใจแฮ่กอย่างไม่เรี่ยวแรง ทัณฑ์ไม่รู้อะไรเลยเหรอว่าซันป่วยอยู่... ไม่สิ เขารู้ดีนั่นแหละแต่เขาก็ยังคงทำต่อ

                “ผมไม่ไหว..”

                “กูรู้ว่ามึงป่วยแต่กูจะทำเบาๆ”

                คำสัญญานั่นดูจริงใจแต่โกหกทั้งเพ ผู้ชายคนนี้เรื่องบนเตียงไม่มีคำว่าเบามือหรอก!

                “อึก..อื้อ”

                มือหนาจ่อท่อนเอ็นที่ช่องทางด้านหลังพร้อมแกล้งจะดันเข้าอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ สุดท้ายก็ต้องเป็นซันเองที่ค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งทับมันช้าช้าและระมัดระวังที่สุด กว่าท่อนเอ็นจะเข้าได้ครึ่งลำร่างบางก็แทบจะลมจับ มือเล็กโอบรัดรอบคอเอาไว้ปล่อยให้ร่างกายและความต้องการของตนเองนำทาง

                “อ้ะ..อ่า”

                “อึดอัดชิบ” ร่างแกร่งบ่นพึมพำ

                “ผม.. เจ็บ”

                มือหนายกสะโพกมนขึ้นเล็กน้อย ขยับสะโพกของตนใส่สองสามทีไม่รีบนักแต่ถ้ามาดูใบหน้านี่ก็รู้ว่ากักกลั้นอยากจะระเบิดมันออกมาขนาดไหน บทรักที่เริ่มจากความใจเย็นทำให้ซันเสียวซ่านไม่น้อย เสียงครางแห่งความสุขสมแข่งกันไม่มีใครยอมใคร ทัณฑ์ทนใจเย็นอยู่ได้ไม่ถึงสิบนาทีก็เริ่มที่จะรุนแรงขึ้นตามระดับที่ซันพอจะทน

                “ซัน..”

                “ครับ?”

                “อยู่กับกูไปนานๆ นะ”

                จบคำพูดเขาอุ้มซันขึ้นทั้งๆ ที่ส่วนนั้นยังคงเชื่อมติดกันแล้ววางลงที่โต๊ะเล็กหน้าโซฟา มือหนาจับเรียวขาบางอ้าออกเริ่มบทรักที่รุนแรงและร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเขาลืมไปสนิทว่า

                ...เขาต้องไปทำงาน

                @ บ้านทศกัณฐ์

                17.42 น.

                “ไหนมึงให้กูไปที่โรงพยาบาลไม่ใช่เหรอทำไมเปลี่ยนใจ” ทัณฑ์ว่าขึ้นพลางเดินขึ้นบันไดตามเพื่อนสนิทของตน

                “กูจะไปรับมึงที่โรงพยาบาลแต่มึงรู้อะไรมั้ยไอ้หมอ.. กูรอมึงจนรากจะงอกแล้วมึงก็เลทกูเป็นชั่วโมง กูเลยต้องโทรบอกมึง พอกูโทรหากูปึ๊งเลย!” เสียงทุ้มต่ำโวยวายออกมาเสียงดัง “แม่งอยู่กับเมียไม่ทำมาหาแดก”

                “กูเพิ่งจะปรับความเข้าใจกัน มึงอย่าตะคอก” ทัณฑ์ส่ายหน้าระอา

                “เมียกูไข้จับเมื่อวานมันหนีกูไปเล่นทะเลกับเพื่อนโดนแดดแรงๆ แล้วก็ขากลับมันแวะไปฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่มีตั้งแต่ไก่ยันช้างม้าวัวควาย กูเลยกังวลว่าจะติดโรคนู้นโรคนี้กูเลยตามมึงมา ถ้าเมียกูตายก่อนกูขึ้นมากูก็เป็นพ่อม่ายดิวะ!” ทศกัณฐ์เปิดประดูห้องนอนของตนพบร่างบางนอนจมกองเตียงตัวซีดหอบหายใจหนัก มีทั้งน้ำมูก ทั้งไอและอีกหลายๆ อย่าง

                “พี่ทศ..” คนตัวเล็กพึมพำออกมาก่อนจะมองมาที่ทัณฑ์ “พี่หมอสวัสดีคะ..ครับ”

                “สวัสดีครับ เป็นไง ไหนดูเราหน่อย”

                หลังมือหนาแตะลงที่หน้าผากก่อนจะตกใจ ตัวร้อนจี๋พอๆ กับตอนที่ซันป่วยหนัก เขาเปิดกระเป๋าใส่อุปกรณ์ต่างๆ ก่อนจะหันไปมองที่ทศกัณฐ์

                “กูฉีดยาตัวเดิมให้นะแต่คิดว่าไข้อาจจะไม่ได้ลดลงเร็วต้องกินยาควบคู่ไปด้วยเดี๋ยวกูไปเบิกที่โรงพยาบาลมาให้เพราะเมียมึงต้องกินหลายตัว”

                “โอเค หนักนะมึง” ทศกัณฐ์ที่นั่งอยู่ปลายเตียงว่าขึ้นลอยๆ

                “อะไร” ทัณฑ์ถามกลับ

                “รอยที่คอมึงเนี่ยหนักไปมั้ง ก่อนออกไม่ส่องกระจกมั้งเหรอว่าเมียทำอะไรไว้ให้น่ะ”

                ซันไม่ได้ทำรอยที่คอไม่ใฃ่เหรอ?

                ทัณฑ์ลุกขึ้นไปส่องกระจกโต๊ะแป้งทันทีก่อนจะคิ้วกระตุกหน่อยๆ รอบเล็บขูดตรงต้นคอเต็มไปหมด ทัณฑ์หันมาหาเพื่อนของตนก่อนจะยกไหล่ทำใจ

                “ไม่ยักรู้นะเนี่ยว่าเพื่อนกูก็เลี้ยงแมวไว้ในคอนโด”


อัพครบ 100 per

#ฝาก comment เป็นกำลังใจให้ด้วยน้า

ชื่อ
ความคิดเห็น