น้ำมิ้ม

"เลิกจัดโซฟา แล้วมานอนบนเตียงกับพี่นี่แหละ" ใกล้รุ่งถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อฝ่ามือหนานั้นกลับอ้อมสองแขนของเธอไปโอบรอบแผ่นหลังของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆรั้งร่างแบบบางนั้นด้วยสองแขนแข็งแกร่งจนเธอตกอยู่ในอ้อมแขนที่กอดกระชับเอาไว้อย่างอ่อนโยน “เห็นไหมบอกแล้วว่าไม่เป็นไรสักหน่อย”

ตอนที่ 5 : การตัดสินใจของใกล้รุ่ง (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 : การตัดสินใจของใกล้รุ่ง (1/2)

คำค้น : ปฐพีใกล้รุ่ง , แต่งงานหลอกๆ ,พินัยกรรม , มรดก , ที่ดิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 631

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2560 21:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 : การตัดสินใจของใกล้รุ่ง (1/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 5

เสียงเครื่องยนต์ของรถไถที่บดล้อขนาดใหญ่ลงบนหน้าดินที่เตรียมไถกลบตอซังข้าวเพื่อปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์สำหรับการทำนาในรอบต่อไป ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังขับรถแทรกเตอร์นั้นไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์จวบจนกระทั่งได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกที่ริมคันนา

“พี่ดง...วู้วววว...ได้ยินผมไหม พี่ดง!”

อัสดงหันไปยังทิศทางที่มาของเสียงดังโวยวายทั้งๆที่ยังไม่หยุดรถไถ หากเมื่อเห็นชัดว่าผู้ที่ตะโกนนั้นเป็นชายหนุ่มร่างสูงกำยำที่คุ้นตา อัสดงจึงยอมดับเครื่องก่อนจะกระโดดลงจากรถแทรกเตอร์เพื่อเดินไปหาคนที่รอท่าอยู่กระท่อมเถียงนาสำหรับหลบแดดหลบฝน

“รุ่งมันโทรหาพี่หลายครั้งแล้วไม่มีใครรับสาย มันเลยโทรหาผม น่าจะมีเรื่องด่วน ผมถามมันก็ไม่ยอมบอก”

เสียงห้าวที่เปล่งออกมาจากปากของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่มีใบหน้าคมสันจนเรียกได้ว่าหน้าตานั้นไม่เข้ากับกิริยาและอาการโหวกเหวกโวยวายราวกับคนเถื่อนอย่างคนละขั้ว

ดังนั้นเมื่ออัสดงเดินเข้ามาใกล้และชายหนุ่มลดระดับเสียงตะโกนลงเหลือเพียงการพูดคุยในระดับปรกติ ทำให้คนป่าเมื่อครู่หายไปกลายเป็นคนปรกติได้ในพริบตา และพอจะแนะนำให้คนอื่นเชื่อได้ว่า นี่คือ พงศ์พิชชา เจ้าของไร่ฟ้าเพียงดินที่ทุกคนตามหาและอยากจะรู้จักมานาน

อัสดงคว้าผ้าขาวม้ามาเช็ดมือลวกๆก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมากดไล่ดูสายที่ไม่ได้รับที่ขึ้นตัวแดงเกือบยี่สิบสาย ก่อนจะหันไปบอกชายหนุ่มที่อุตส่าห์ขับรถกระบะจากไร่ฟ้าเพียงดินมาบอกเขาถึงที่นานอกเพียงสั้นๆ หากเต็มไปด้วยไมตรีจิตอย่างเต็มเปี่ยม

“ขอบใจมากไอ้ชา วันนี้ไปกินข้าวบ้านพี่ไหม พ่อไปดักข่ายได้ปลาช่อนมา พี่กะว่าจะเอาไปแบ่งให้พอดี”

“เจ๋งเลยพี่ ผมขอรีเควสเมนูต้มยำได้ไหม เดี๋ยวผมเอากับแกล้มอย่างอื่นไปสมทบ”

“พี่ชวนเอ็งไปกินข้าว ไม่ได้ชวนไปกินเหล้านะเว้ยไอ้ชา...เอาเบียร์ดีกว่ากินเหล้ามันแสบคอ”

อัสดงเอ่ยตอบอีกฝ่ายอย่างคึกคักขึ้นมาทันทีในขณะที่กำลังยกโทรศัพท์โทรหาใกล้รุ่งผู้เป็นน้องสาว พงศ์พิชชาจึงยิ้มกว้างพลางพยักหน้ารับอีกฝ่ายในขณะที่เดินไปนั่งที่แผ่นไม้กระดานเพื่อรอฟังข่าวเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กด้วยอีกคน

“ไอ้รุ่ง...แกโทรหาพี่ทำไม มีอะไรหรือเปล่า”

อัสดงยิงคำถามในขณะที่เดินไปยังกระติกน้ำเพื่อตักน้ำมาดื่มดับกระหาย หากแล้วมือหนาของชายหนุ่มก็ยกแก้วน้ำค้างในขณะที่ฟังน้องสาวที่ปลายสายอยู่ครู่ใหญ่

“ที่พูดมาทั้งหมดนี่เรื่องจริงใช่ไหมรุ่ง..” อัสดงเอ่ยถามย้ำเสียงเข้มทำให้ชายหนุ่มอีกคนที่รอฟังข่าวอยู่ด้วยเช่นกันพลอยนั่งไม่ติดไปด้วย

“นั่งเครื่องบินกลับมาเลย ถึงเมื่อไหร่โทรหาพี่อีกที พี่จะไปรับแกที่สนามบินเอง”

อัสดงเอ่ยสั่งเสียงเครียดก่อนจะกดวางสายลง พงศ์พิชชาจึงได้โอกาสถาม

“เกิดเรื่องอะไรกับรุ่งเหรอพี่ดง”

“ไม่ใช่แค่รุ่งหรอก แต่เป็นพวกเราทั้งหมดนี่แหละ...คุณย่าจะยกที่ดินให้นายพงษ์ศิริไปทำคอมเพล็กซ์ พี่กำลังจะกลายเป็นคนไม่มีที่ซุกหัวนอนในอีกไม่กี่อึดใจนี้แล้วล่ะ”

อัสดงเอ่ยพลางกำมือถือเอาไว้แน่นในขณะที่ทอดสายตามองแปลงดินที่เขาเพิ่งไถกลบไปเมื่อครู่ ท้องทุ่งนาที่เขาเคยเห็นมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยกำลังจะถูกเปลี่ยนแปรให้เป็นตึกสูงทันสมัยพร้อมๆกับการเปลี่ยนมือของเจ้าของคนใหม่

ชายหนุ่มตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าอะไรที่ทำให้ย่าของตนเองเปลี่ยนไป จากที่เคยชอบที่นาที่ไร่เป็นตึกสูงใหญ่เสียดฟ้าแทน!

...................

คณุตม์ชะงักขาที่กำลังก้าวลงบันไดเมื่อเห็นว่าผู้ที่กำลังยืนคุยกับคะนึงนิจตรงประตูทางเข้าหน้าบ้านนั้นมีกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่อยู่ในมือ และใบหน้าเรียวสดใสราวรุ่งอรุณที่เคยมอบรอยยิ้มกว้างขวางให้เขา บัดนี้เครียดขรึมลงจนชายหนุ่มเองรู้สึกวูบโหวงในใจ การแต่งงานที่ควรจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี กลับทำให้บรรยากาศภายในครอบครัวอยู่ในสภาวะอึมครึมและเคร่งเครียดอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

“รุ่ง... นิดขอร้องล่ะ มีเรื่องอะไรบอกกันก่อนได้ไหม ทำไมจู่ๆถึงจะกลับไร่รุ่งอรุณกะทันหันแบบนี้ด้วย”

“รุ่งไปแป๊บเดียวจริงๆนิด ไม่มีอะไรน่ากังวลหรอก”

“ไปแป๊บเดียวแล้วทำไมขนกระเป๋าใหญ่เบอร์นี้ไปล่ะ เกิดเรื่องอะไรกันแน่รุ่ง ทำไมนิดเป็นคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย”

 คะนึงนิจตัดพ้อคนเป็นเพื่อนก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปทันเห็นว่าร่างสูงของพี่ชายกำลังยืนฟังอยู่ตรงบันไดพอดี หญิงสาวจึงผละจากเพื่อนก่อนจะวิ่งไปถามพี่ชายทันที

“พี่นุด พี่นุดช่วยพูดกับรุ่งทีสิคะ ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ทำไมจู่ๆรุ่งจะกลับไร่รุ่งอรุณก็ไม่รู้ค่ะ คุณปู่คุณย่าเรียกพี่นุดกับรุ่งไปคุยเรื่องอะไรกันแน่คะ”

คะนึงนิจคาดคั้นเอากับผู้เป็นพี่ชาย หากคณุตม์กลับจ้องไปยังร่างเพรียวบางที่ยืนหลบหน้าหลบตาเขาอยู่ที่หน้าประตูด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขึ้นเพียงสั้นๆ

“พี่จะไปส่งรุ่งเอง”

“ไม่เป็นไรค่ะ รุ่ง ...รุ่งจะไปสนามบิน นั่งเครื่องบินไปเร็วกว่าค่ะ”

“นี่คือคำตอบที่รุ่งให้กับคุณย่า...ใช่ไหม?”

คณุตม์เอ่ยถามพลางเดินเข้ามายืนตรงหน้าหญิงสาวที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ใกล้รุ่งจะเอ่ยตอบอีกฝ่ายด้วยเสียงที่แผ่วเบาอย่างรู้สึกผิด

“รุ่งขอโทษค่ะพี่นุด”

“พี่ต่างหากที่ควรเป็นฝ่ายขอโทษ พี่จะไปคุยกับคุณปู่อีกครั้งหนึ่ง พี่จะหาวิธีแก้ปัญหาของพี่ด้วยตัวเอง รุ่งไม่จำเป็นต้องไปนะ”

“ที่รุ่งต้องไปเป็นเพราะตัวรุ่งเองจริงๆค่ะพี่นุด ไม่เกี่ยวกับเรื่องปัญหาอะไรเลย พี่นุดอย่ากังวลไปเลยนะคะ”

ใกล้รุ่งเอ่ยกับชายหนุ่มพลางพยายามฝืนยิ้มให้แต่ก็จืดชืดเต็มที คะนึงนิจที่ยืนจับสังเกตอาการแปลกๆของคนทั้งคู่แล้วก็ได้แต่นึกคาดเดาไปต่างๆนานา และวิธีเดียวที่เธอจะรู้ก็คือ...ตามไปดู!

“เอาล่ะ สรุปไม่ว่ายังไงรุ่งก็จะกลับไร่รุ่งอรุณให้ได้ใช่ไหม งั้นก็เอางี้ นิดจะไปด้วย เป็นไงเป็นกันสิ”

คะนึงนิจว่าพลางเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายของตนมาอย่างเตรียมพร้อมเต็มที่ หากใกล้รุ่งมองสภาพเพื่อนที่ไปแบบมีแต่ตัวและหัวใจแล้วก็อยากจะค้าน

“อย่าลำบากเลยนิด รุ่งไม่รู้ว่าต้องกลับไปอยู่นานแค่ไหน”

“นั่นเป็นเหตุผลที่นิดไปด้วยเลยล่ะรุ่ง นิดจะไม่ยอมให้รุ่งกลับไปอยู่ที่ไร่รุ่งอรุณเด็ดขาด”

คะนึงนิจเอ่ยเสียงเข้มกับเพื่อนก่อนจะลากแขนเพื่อนเดินไปที่รถโดยที่ใกล้รุ่งได้แต่แอบทอดถอนใจ ที่เธอกลับไปเธอไม่ได้จะไปอยู่ที่ไร่รุ่งอรุณ แต่จะกลับไปขนข้าวขนของออกจากไร่รุ่งอรุณต่างหาก...

.........................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น