น้ำมิ้ม

"เลิกจัดโซฟา แล้วมานอนบนเตียงกับพี่นี่แหละ" ใกล้รุ่งถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อฝ่ามือหนานั้นกลับอ้อมสองแขนของเธอไปโอบรอบแผ่นหลังของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆรั้งร่างแบบบางนั้นด้วยสองแขนแข็งแกร่งจนเธอตกอยู่ในอ้อมแขนที่กอดกระชับเอาไว้อย่างอ่อนโยน “เห็นไหมบอกแล้วว่าไม่เป็นไรสักหน่อย”

ตอนที่ 4 : สยบข่าวฉาว (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 : สยบข่าวฉาว (1/2)

คำค้น : ปฐพีใกล้รุ่ง , แต่งงานหลอกๆ ,พินัยกรรม , มรดก , ที่ดิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 734

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2560 21:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 : สยบข่าวฉาว (1/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 4

ร่างสูงใหญ่ที่ยืนหันหน้าเข้าหาพระอาทิตย์พลางหลับตาพริ้มละไมราวกับกำลังดื่มดำกับบรรยากาศแสนสงบในยามเช้าที่มีแต่เพียงเสียงคลื่นซัดสาดและสายลมที่พัดพลิ้วจนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะบัดปลิวไปตามแรงลมที่โชยผ่าน

ใกล้รุ่งแอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ในขณะที่ลดมือถือที่แถบถ่ายรูปเสี้ยวใบหน้าด้านข้างที่อาบแสงอาทิตย์สีทองจนหญิงสาวอดใจยั้งตัวเองไม่ให้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลไม่ไหว และกดรัวชัตเตอร์ในมือถือไปหลายรูป ก่อนจะตัดสินใจเป็นคนเข้าไปทำลายบรรยากาศสุขสงบของคณุตม์เสียเอง

“พี่นุดคะ พวกเราคงต้องรีบกลับกรุงเทพฯด่วนแล้วค่ะ มีเรื่องไม่ค่อยจะเป็นข่าวดีสักเท่าไหร่”

ใกล้รุ่งเอ่ยพลางกดปิดรูปชายหนุ่มพลางกดปลายนิ้วกลมมนจิ้มเอาหน้าเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข่าวของชายหนุ่มส่งให้ดู

คณุตม์กวาดตามองปราดเดียวแล้วก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที ก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเพื่อขยายข้อความและรูปเพื่อจับรายละเอียดอย่างชัดเจนอีกครั้ง ก่อนที่จะเอ่ยถามใกล้รุ่งทั้งๆที่ยังก้มหน้าอ่านข่าวบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

“คุณปู่เห็นข่าวนี้หรือยัง?”

“รุ่งคิดว่ายังนะคะ เพราะข่าวเพิ่งลงกลางดึกเมื่อคืน รุ่งกับนิดเลยคิดว่าพวกเราควรจะรีบกลับกรุงเทพฯเพื่อไปอธิบายเรื่องราวทั้งหมดกับคุณปู่ค่ะ”

คณุตม์พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยในสิ่งที่หญิงสาวพูดก่อนจะเดินนำอีกฝ่ายกลับไปยังที่พัก หากเดินไปได้สองสามก้าวชายหนุ่มก็หยุดเดินกะทันหันพลางหันหน้ากลับมาเผชิญหน้ากับใกล้รุ่งที่เกือบจะชนแผงอกหนาของอีกฝ่าย

“คะ?...พี่นุดมีอะไรหรือเปล่าคะ”

ใกล้รุ่งเอ่ยถามเมื่อชายหนุ่มทำหน้าคล้ายอยากจะพูดอะไรหากยังดูเหมือนลังเลใจ

“พี่นุดจะถามเรื่องข่าวหรือคะ?” ใกล้รุ่งกระทุ้งคำถามใส่อีก เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังลีลาอ้ำอึ้ง

“ใช่...พี่มีเรื่องอยากถาม” ชายหนุ่มพยักหน้าพลางสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะจ้องตาอีกฝ่ายในขณะที่พูด

“รุ่งเห็นข่าวนี้แล้วคิดว่าพี่...พี่...พี่...”

“พี่นุดคะ...” ใกล้รุ่งขัดขึ้นเมื่ออีกฝ่ายพูดราวกับคนติดอ่าง ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างพลางเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ทอดหางเสียงอ่อนโยน

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น รุ่งกับนิด จะอยู่ข้างพี่นุดเสมอ และรุ่งก็มั่นใจว่าคุณปู่จะเข้าใจพี่นุดเหมือนๆที่รุ่งกับนิดเข้าใจ พี่นุดไม่ต้องกังวลไปนะคะ”

ดวงตาสีดำขลับที่เปล่งประกายอ่อนโยนในขณะที่เอ่ยคำที่ปลุกปลอบหัวใจของเขาทำให้คณุตม์รู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นแรงขึ้น หากมันแตกต่างจากอาการที่เคยผ่านๆมา ...ชายหนุ่มไม่คิดอยากที่จะเดินหนีหรือหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงตรงหน้านี้ เหมือนกับที่เขาเคยรู้สึกกับคนอื่นแม้แต่นิดเดียว

คณุตม์คลี่รอยยิ้มตอบอีกฝ่าย พลางเอ่ยเสียงทุ้มนุ่มที่ทอดเสียงลงจนคนที่รับฟังคิดว่าชายหนุ่มเอ่ยผ่านปุยเมฆสีขาวที่พองๆฟูๆลอยอยู่บนท้องฟ้าสีครามสดใสนั้น

“ขอบใจจ้ะ...ใกล้รุ่ง  อย่างน้อยข่าวร้ายในวันนี้ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องดีๆในสักวันหนึ่งนะ”

“รุ่งก็หวังให้มันเป็นอย่างนั้นค่ะพี่นุด”

ใกล้รุ่งเอ่ยตอบอีกฝ่ายก่อนจะยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย... อย่างน้อยข่าวร้ายในวันนี้ก็ไม่ได้แย่สักเท่าไหร่ เพราะถึงแม้ว่าเธอจะต้องวุ่นวายกับข่าววันใหม่จนไม่ได้ชมพระอาทิตย์ยามเช้า แต่การที่เธอได้ชมเทพบุตรชุดขาวแทนมันก็พอจะทดแทนกันได้เป็นอย่างดี....

.....................

 

 

นายพงษ์ศิริถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยแล้วเห็นจะได้หลังจากที่เปิดข้อความที่มีผู้หวังดีส่งมาให้เกี่ยวกับข่าวของคณุตม์ หากบุรุษชราจำต้องวางเรื่องของหลานชายหัวแก้วหัวแหวนเอาไว้ ก่อนจะหันมาสนใจผู้เป็นภรรยาที่เดินถือกาแฟมาวางให้ตรงหน้าดังเช่นที่เคยทำมาตลอดสิบห้าปีที่อยู่ด้วยกัน

“สบายดีขึ้นแล้วหรือยังคุณทิพย์”

“ก็ดีขึ้นแล้วค่ะ แต่ดิฉันอยากกลับไปพักผ่อนที่บ้านไร่รุ่งอรุณมากกว่า ไม่ได้ไปที่นั่นนานแล้วชักคิดถึงบ้านขึ้นมา”

“ถ้าแค่กลับไปเที่ยวเล่นพักผ่อนผมไม่ขัดข้องนะคุณทิพย์ แต่ถ้าคุณไปเพราะเหตุผลอื่นผมเห็นทีว่าจะต้องขัดใจคุณ...” นายพงษ์ศิริวางแก้วกาแฟลงทันทีเมื่อเห็นสีหน้าที่มีพิรุธ พลางเอ่ยถามนางกนกทิพย์เสียงขรึม

“มีเรื่องอะไรกันแน่คุณทิพย์ คุณจะบอกผมตรงๆหรือจะให้ผมเดา ...แล้วไปจัดการคนต้นเรื่องเอง”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณพงษ์ เรื่องเก่าๆเดิมๆค่ะ ดิฉันผิดเองที่เอามาใส่ใจ”

“แต่ผมว่าคงไม่ใช่แค่เรื่องเก่าหรอกมั้ง เพราะวันนี้แม่นั่นก็สร้างปัญหาใหม่”

นายพงษ์ศิริเอามือถือยื่นให้คู่ชีวิตพลางเอ่ยอธิบายเสียงเครียด

“ข่าวนี้อาจจะเป็นฝีมือของนิอร แม่นี่หนักข้อขึ้นทุกวัน ละโมบโลภมากขนาดฉันยื่นคำขาดไม่ให้จดทะเบียนสมรส เจ้าหล่อนยังหาทางอื่น นี่คงอยากให้คณินขึ้นเป็นประธานบริษัทแทนฉันจะแย่”

“แล้วคุณจะทำยังไงล่ะคะ มีข่าวแบบนี้ตาคณุตม์จะยิ่งเสียหาย ภาพลักษณ์ที่คุณอุตส่าห์ปูพรมเอาไว้มันไม่เสียเปล่าหรือคะ”

 “ผมไม่เป็นไก่อ่อนให้นางไก่แก่แม่ปลาช่อนอย่างยัยนิอรนั่นเล่นงานผมกับหลานง่ายๆหรอก ผมรู้ดีว่าหลานผมเป็นคนยังไงคุณทิพย์...ผมจะให้ตาคณุตม์แต่งงาน!”

นางกนกทิพย์เงยหน้าขึ้นมองสามีอย่างประหลาดใจ พลางกำลังจะอ้าปากถามว่า คณุตม์จะแต่งงานกับใครได้ในเมื่อเขาเพิ่งกลับมาจากอเมริกา หากพอได้สบสายตากับนายพงษ์ศิริ นางกนกทิพย์ก็ได้แต่กลืนคำถามลงไปในลำคอ ก่อนจะอุทานได้เพียงแค่คำเดียว

“คงไม่ใช่ว่า...”

“ใช่...ผมจะสู่ขอใกล้รุ่งให้กับคณุตม์ได้ไหมคุณทิพย์”

“คุณพงษ์! นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ”

“เพราะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นน่ะสิคุณทิพย์ ผมขอร้อง ไม่มีใครเหมาะสมที่จะช่วยเจ้านุดมันได้เท่ากับหนูใกล้รุ่งอีกแล้ว”

นางกนกทิพย์มีท่าทีอึดอัดอย่างชัดเจน แม้ว่าจะเป็นคำขอร้องจากสามี หากเรื่องความรักและการแต่งงานนางไม่อยากจะบังคับฝืนใจใครจริงๆ

“ดิฉันรับปากคุณไม่ได้จริงๆค่ะคุณพงษ์ ใกล้รุ่งเป็นหลานที่ดิฉันรักมากกว่าหลานคนไหนๆ ดิฉันจะไม่บังคับใจแกเด็ดขาดค่ะ”

นายพงษ์ศิริเห็นแววตาที่เด็ดเดี่ยวของภรรยาแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ  หากเขาเองก็ใช่จะไม่รู้ว่าควรจะใช้ไม้ไหนในการตะล่อมนางกนกทิพย์

“แล้วถ้าผมจะบอกว่า ที่ผมต้องการให้ใกล้รุ่งแต่งงานกับคณุตม์ไม่ใช่เพราะเรื่องข่าวบ้าๆพวกนั้น แต่เป็นเพราะเหตุผลอื่นล่ะ  คุณจะยอมรับฟังผมไหมคุณทิพย์”

“หมายความว่ายังไงคะคุณพงษ์”

นายพงษ์ศิริไม่เอ่ยตอบหากพานางกนกทิพย์เดินไปยังตู้เซฟของตน ก่อนจะกดรหัสเปิดออกและหยิบซองสีน้ำตาลขนาดใหญ่ส่งให้คู่ชีวิต พลางเอ่ยเสียงขรึม

“ผมจะให้คุณตัดสินใจเรื่องทั้งหมดหลังจากที่ได้อ่านสิ่งที่อยู่ในซองนี้ ถ้าคุณยังยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ใกล้รุ่งแต่งงานกับคณุตม์ ผมก็คงต้องยอมรับการตัดสินใจของคุณ...”

.........................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น