จิงโจ้น้อย
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 2

คำค้น : จักรพรรดิ,นิยายจีน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.5k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2560 07:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2
แบบอักษร

รุ่งอรุณได้เวียนมาถึงอีกครั้งแล้ว

                มันคงจะเป็นเช้าที่เฟิงมีความสุขมากกว่านี้ หากไม่มี...มือแกร่งมาโอบกอดกระชับเอวของเขาไว้พร้อมทั้งลากเข้าหาแผ่นอกแกร่งตลอดทั้งคืน...

                คืนที่ผ่านมามันช่างเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดของเฟิง เจ้าตัวนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน ยังคงรับรู้ทุกเรื่องราวทุกๆอย่าง...ทุกๆการกระทำ

                ไม่ว่าจะเป็นหลังจากที่โดนข่มเหงบนพื้นจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว...

                หรือจะเป็น...ตอนที่โดนอุ้มขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย...และถูกวางลงบนฟูกหนานุ่มเกินกว่าที่เคยนอนมาทั้งชีวิตเสียอีก...

                แต่เขาก็ไม่ได้ดีใจหรือมีความสุข...

                เพราะฟูกแห่งนี้เป็นตัวรองรับร่างบางเวลาโดนสอดใส่จนรุนแรงและฟูกแห่งนี้ก็เป็นตัวรองรับหยาดโลหิตทุกหยดของเขาที่ไหลออกมาจากช่องทางด้านล่าง...รวมทั้ง...น้ำตา

                จวบจนกระทั่งฮ่องเต้เลือดเย็นกระทำกับเขาจนพอใจก็ผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว หากแต่เมื่อเฟิงจะขยับลุกออกจากที่นอนฟูกแห่งนี้กลับมีมืออันทรงพลังมาตวัดเขาให้ล้มลงไปนอนอีกทีพร้อมโอบเข้าหากายอย่างแนบแน่นจนขยับตัวไม่ได้

                เปล่าประโยชน์...เขาจึงต้องนอนเบิกดวงตาตลอดทั้งคืน...จนกระทั่งรุ่งเช้า

                “อื้ม”เฟิงจำต้องหยุดความคิดอันเจ็บปวดของตนไว้เพียงแค่นั้น เพราะดูเหมือนว่าคนที่นอนโอบรัดเขาไว้ตลอดทั้งคืนเริ่มจะรู้สึกพระวรกายบ้างแล้ว

                “ปวดหัว อื้ม”

                “…”

                “เจ้า!”

                “ฝะ ฝ่าบาท”เฟิงสะดุ้งตกใจเมื่อร่างแกร่งสมชายชาตรีลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่ากำลังกอดตัวอัปลักษณ์เช่นเขาอยู่

                “เจ้าคือผู้ใด”

                “เอ่อ กระหม่อม”

                “นี่ เจ้าเป็นบุรุษหรือ”

                “พะ พะยะค่ะ”

                สองร่างรีบลุกจากฟูกหนานุ่มทันที แต่คนที่ลุกได้จนยืนทรงตัวได้ดีคงมีเพียงหยางเจี๋ยเท่านั้น เพราะร่างบางเมื่อจะลุกขึ้นกลับต้องอุทานขึ้นมาด้วยความเจ็บ

                “อะ โอ้ย!”

                “นี่ เลือด! เมื่อคืนเจ้ากับข้าเสพสังวาสกันอย่างนั้นหรือ”ฮ่องเต้หนุ่มไม่ได้ตกใจที่พระองค์มีอะไรกับบุรุษแต่ตกใจที่ว่ามีอะไรกับตัวอัปลักษณ์ที่ไม่เชิงว่าสตรีหรือบุรุษเพราะใบหน้านั้นเอนเอียงไปทางสตรีแต่ยังคงมีความเป็นบุรุษแสดงออกอยู่

                “กะ กระหม่อมขอประทานอภัยพะยะค่ะ พระองค์โปรดเมตตากระหม่อมด้วย”เฟิงรีบก้มลงกราบแทบฝ่าพระบาทฮ่องเต้หยางเจี๋ยทันที เพราะเขาคาดว่าพระองค์ผู้สูงส่งคงไม่พอใจที่มาเสพสังวาสกับตัวอัปลักษณ์เช่นเขา         

               “นี่เมื่อคืนข้าทนร่วมเตียงกับตัวอัปลักษณ์อย่างเจ้าได้อย่างไร โอ้ ตอนนั้นความมืดทำให้ข้าหลงผิด เอาเจ้าลงไปได้อย่างไร”

               “….”

                “เจ้าคงใช้มารยาหลอกข้าสินะ ผู้ใดอยู่ข้างนอกเข้ามาหาข้าเดี๋ยวนี้!”

                “…”

                “อู่เค่อ เสี่ยวติง!”

                “พะยะค่ะองค์ฮ่องเต้”ทั้สององครักษ์ต่างรีบเข้ามาในกระโจมส่วนตัวของหยางเจี๋ยทันที และอู่เค่อกับเสี่ยวติงก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเฟิงที่นั่งอยู่กับพื้นและกราบแทบฝ่าพระบาทอยู่ ในตัวตอนนี้ผ้าห่มร่นลงไปกองที่เอวและเผยให้เห็นร่องรอยรักสีกุหลาบมากมายทั้งหน้าอกและแผ่นหลัง ส่วนฮ่องเต้หยางเจี๋ยก็มองไปที่ร่างบางอย่างเคียดแค้น

                อันที่จริงพวกเขาคาดว่าเฟิงจักต้องตกเป็นขององค์จักรพรรดิอย่างแน่นอนเพราะหลังจากที่ร่างบางเข้าไปในกระโจมครั้งสุดท้ายได้ไม่นาน ก็มีเสียงทั้งอ้อนวอน และเสียงร้องครางออกมา ผสานเสียงเนื้อกระทบกันดังไปทั่ว เพราะเมื่อคืนพวกเขายืนเฝ้าอยู่หน้ากระโจมแห่งนี้ทั้งคืน...

                แต่ไม่คาดว่าสภาพของคนตัวเล็กจะดูราวกับถูกทำลายเป็นของเล่นขนาดนี้...

                “ข้าจะกลับแคว้นตอนนี้! และพวกเจ้าจงจับตัวไอ้อัปลักษณ์ไปคุมตัวไว้และเมื่อกลับถึงแคว้นหมิงเมื่อใด ก็นำมันไปขังไว้ในคุกใต้ดิน!”สิ้นคำเฟิงก็ถูกกระชากลากถูให้ขึ้นมายืนทันทีแต่ร่างบางก็ขาอ่อนไปหมด ผ้าห่มถูกร่นลงไปกองที่พื้น บนตัวของเฟิงไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ใส่เลยแม้แต่น้อย

                ฮ่องเต่หยางเจี๋ยเหลือบพระเนตรมอง สายพระเนตรจ้องมองที่หุ่นได้รูปไม่สมเป็นบุรุษ อีกทั้งผิวขาวราวกับหิมะ เอวคอดเกินบุรุษ แต่ที่ดึงดูดได้มากที่สุดก็คงจะเป็นก้อนเนื้อนิ่มๆขาวๆสองก้อนที่เคยรับตัวตนของพระองค์เข้าไว้จนหมดแต่ตอนนี้มันปรากฏทั้งร่องรอยสีแดงกุหลาบ และรอยฝ่ามือจนเป็นรอยแดงเต็มไปหมด...

                “รีบเดินเร็วเข้า!”องครักษ์ทั้งสองเร่งร่างบางที่ตอนนี้เปลือยไปทั้งกาย

                “ขะ ข้าเปลือย ขะ ขอเสื้อผ้าอาภรณ์มานุ่งห่มสักนิดได้ไหมพะยะค่ะ”เฟิงรีบหันหน้ามาขอความเมตตาจากองค์ฮ่องเต้เพื่อหวังมาปกคลุมร่างกายที่น่าอายของตน

                “เดี๋ยว!”

                “ขอรับฮ่องเต้”

                “พวกเจ้าสองคนออกไปก่อน และถ้าข้าไม่ได้เรียกหายังไม่ต้องเข้ามา”หยางเจี๋ยเปลี่ยนพระทัยฉับพลัน

                “พะยะค่ะ”องครักษ์ทั้งสองปล่อยมือออกจากตัวเฟิงทันที และเร่งเดินออกไปตามคำสั่งขององค์เหนือหัว

               

                ด้านเฟิงหลังจากที่จู่ๆก็ถูกปล่อยตัวเจ้าตัวก็คาดว่าคงจะได้รับอภัยโทษแล้ว ดังนั้นจึงรีบคลานเข่าไปกราบแทบฝ่าพระบาทของหยางเจี๋ยอีกครั้ง

                มือทั้งสองข้างกราบลงและศอกก็ติดพื้น ให้ตอนนี้มีเพียงหยางเจี๋ยที่มองแต่บั้นท้ายของทหารร่างบางเพียงพระองค์เดียว

                “ขอบพระทัยในความมีพระเมตตาขององค์ฮ่องเต้ ขอบพระทัยที่ยกโทษให้หม่อมฉัน อ๊ะ”กล่าวขอบคุณยังไม่ทันจบก็ต้องร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆหยางเจี๋ยก็เอาฝ่าพระบาทออก และเดินอ้อมมาด้านหลังของเฟิง พร้อมจับที่บั้นท้ายด้วยพระอาการแปลกๆ

                “ใครบอกเจ้า ว่าข้าอภัยให้เจ้า หืม”

                “พระ พระองค์ทรงจะทำอะไรกระหม่อม”คราวนี้เหมือนเหตุการณ์วนมาที่เดิมแต่เฟิงก็ยังคงใจดีสู้เสือถามหยางเจี๋ยไป

                “ข้าหรือ ข้าจะทำอะไรเจ้าน่ะหรือ”

                “…”

                “จู่ๆข้าก็นึกเรื่องขำขันขึ้นมาได้น่ะ”

                “อะ อะไรหรือพะยะค่ะ”

                “ข้าเคยได้ยินจักรพรรดิแคว้นต่างๆที่มีสนมเป็นทั้งอิสตรีและบุรุษ...กับอิสตรีข้าเคยลองแล้ว...กับบุรุษข้าก็เพิ่งเคยได้ลองคราแรกก็คือเจ้า...”

                “…”

                “แต่เมื่อคืนข้าเมา จำไม่ได้ว่าเวลาอยู่ในตัวบุรุษนั้นมันดียังไง ดังนั้น…”

                “ข้าจะลองมันอีกทีละกัน!”

                “อึก โอ้ยยยยยย”

                ขบวนของฮ่องเต้หยางเจี๋ยเสด็จกลับมาในยามเย็น และกลับมาก่อนก่อนกำหนด บนอาชาสีดำทมิฬตัวโปรดของพระองค์ที่ก่อนจะออกไปเที่ยวเล่นคราวนี้พระองค์ทรงนั่งไปผู้เดียว...แต่หากเมื่อตอนกลับมา...กลับมีร่างของเฟิงที่นอนสลบไสลอยู่ภายในอ้อมกอดของหยางเจี๋ยมานั่งด้วย

                ข้าชักจะรู้สึกสนุกแล้วสิ

                หยางเจี๋ยคิดในใจ เมื่ออรุณหลังจากที่เขาลงมือเสพสังวาสกับเจ้าตัวอัปลักษณ์ในอ้อมแขนนี้จนเสร็จไปไม่รู้กี่รอบ จนอีกคนสลบไปนั่นล่ะ ตัวของเขาถึงจะพอใจและถอนแก่นกายที่มีเลือดติดออกมาจากร่างบางที่นอนสลบอยู่ หยางเจี๋ยสั่งให้คนมาทำความสะอาดร่างกายของเฟิงและมีรับสั่งให้กลับแคว้นหมิงทันที

                ด้านเฟิงก็ไม่รู้สึกตัวอีกหลังจากโดนกระทำไปไม่รู้กี่รอบ

                แต่สำนึกสุดท้ายของร่างบางความรู้สึกของร่างบางคือ...

                ...เจ็บราวถูกอาชาแยกร่าง...

                “พวกเจ้านำมันไปชำระร่างกายอีกที และเอาไว้ในห้องบรรทมของข้า”เมื่อเดินทางมาถึงแคว้นหมิง ฮ่องเต้หยางเจี๋ยก็เอ่ยสั่งให้นางกำนัลไปทำหน้าที่ตามที่ตนเองบอกและทรงเข้าห้องหนังสือไปเพื่อตรวจดูราชสาสน์ต่างๆของแคว้นอื่น

                เฟิงถูกชำระร่างกายโดยนางกำนัลฝีมือดีในวังสองคน เหล่านางกำนัลเมื่อเห็นว่าตามร่างกายของร่างบางมีแต่ร่องรอยโหดร้ายก็พาลสะดุ้งตกใจกันเป็นแถวๆ แต่ก็ฝืนทนทำตามรับสั่งของหยางเจี๋ย เมื่ออาบน้ำและทำความสะอาดจนเสร็จ ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเนื้อบางเบาอย่างดีที่ฮ่องเต้มีรับสั่งให้ผู้อื่นนำมาจัดไว้ให้ จนเสร็จทุกอย่างเรียบร้อย เฟิงก็ถูกนำตัวขึ้นไปนอนต่อบนเตียงที่ฮ่องเต้ใช้บรรทมทุกคืนตามคำสั่งของเจ้าเหนือหัวก่อนที่นางทั้งสองจะรีบออกไป

                .

                .

                .

                ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม

                “อื้ม”ร่างบนเตียงนอนหนานุ่มก็รู้สึกตัว เฟิงค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบากและเมื่อจะลองขยับตัวก็พาลเจ็บไปหมดเสียทุกส่วน และเมื่อตั้งสติได้ก็จำเรื่องราวทั้งหมดได้ในทันที

                เมื่อเช้า...เราโดนข่มเหงอีกแล้ว...

                ที่นี่...ที่ไหน?

                และเมื่อสายตามองเห็นชุดเครื่องแต่งกายที่ตนเองสวมใส่อยู่นั้นก็พลันเกิดคำถามขึ้นมาในหัวอีกครั้ง

                ชุดผ้างดงามขนาดนี้...ของผู้ใดกัน?

                เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นตราราชวงศ์และเครื่องใช้ต่างๆในห้องนี้ ก็พลันรับรู้ได้ทันทีว่านี้เป็นห้องของใคร

                ฮ่องเต้หยางเจี๋ย!

                รีบลนลานจะลุกจากห้องนี้ทันที แต่เมื่อก้าวเท้าลงพื้นทั้งสองข้างและพยายามยืนขึ้นก็พลันทรุดฮวบลงไปทันที

                “ตุบ”

                “โอ้ย!”สะเทือนไปจนถึงแผลทางช่องทางด้านหลังที่บวมช้ำ

                “แกร๊ก”พลันนมีเสียงเปิดประตูเข้ามา พร้อมร่างแกร่งเจ้าของห้องตัวจริงก้าวเข้ามา

                “เจ้าจะไปไหน”

ความคิดเห็น