น้ำมิ้ม

"เลิกจัดโซฟา แล้วมานอนบนเตียงกับพี่นี่แหละ" ใกล้รุ่งถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อฝ่ามือหนานั้นกลับอ้อมสองแขนของเธอไปโอบรอบแผ่นหลังของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆรั้งร่างแบบบางนั้นด้วยสองแขนแข็งแกร่งจนเธอตกอยู่ในอ้อมแขนที่กอดกระชับเอาไว้อย่างอ่อนโยน “เห็นไหมบอกแล้วว่าไม่เป็นไรสักหน่อย”

ตอนที่ 3 : อาการมันฟ้อง (2/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 : อาการมันฟ้อง (2/3)

คำค้น : ปฐพีใกล้รุ่ง , แต่งงานหลอกๆ ,พินัยกรรม , มรดก , ที่ดิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 651

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 เม.ย. 2560 23:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 : อาการมันฟ้อง (2/3)
แบบอักษร

กว่าที่งานแถลงข่าวจะจบสิ้นลงและส่งแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายเสร็จเรียบร้อยก็เป็นเวลาค่อนข้างดึก แต่ใกล้รุ่งก็ติดนิสัยตื่นมาชมบรรยากาศยามเช้า

หญิงสาวหลงใหลการตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ที่โผล่พ้นขอบฟ้ามาตั้งแต่เด็กๆ เพราะชินจากการที่แม่ชอบอุ้มเธอเอาไว้บนตักและเอ่ยชี้ชวนให้เธอดูแสงสีทองที่โผล่พ้นแมกไม้มารำไร

*’ใกล้รุ่ง’*แม่ตั้งชื่อนี้ให้หนูก็เพราะว่า หนูเป็นเหมือนแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ทุกคนรอคอย รอแสงอาทิตย์ที่จะสาดส่องมายังโลกใบนี้และทำให้ทุกชีวิตตื่นจากหลับใหล”

 แสงสีส้มที่ทอประกายแตะแต้มโลกใบนี้อย่างอ่อนโยนทำให้หญิงสาวรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ซึมซับความรู้สึกเหล่านี้เอาไว้  ช่วงเวลาก่อนที่แสงสว่างจะสาดส่อง ความมืดที่เคยปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง ความเงียบสงัดราวกับไร้สิ่งมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ ทั้งหมดทุกอย่างคล้ายกับหลุดพ้นจากคำสาปเมื่อแสงสีทองโผล่พ้นฟากฟ้า

หญิงสาวจึงภูมิใจกับชื่อนี้ของตัวเองหนักหนา เพราะว่าเธอคือศูนย์รวมแห่งความรักที่ทุกคนในครอบครัวมีให้เธอ และในหลายๆปีที่เธอใช้ชีวิตอยู่กับผู้เป็นย่าที่กรุงเทพฯ เธอเองก็เริ่มรู้ตัวเองว่า ที่นี่อาจจะไม่ใช่ที่ของเธอ หากเธอก็ยังไม่กล้าทิ้งผู้เป็นย่าไปได้สักที

ใกล้รุ่งเดินทอดน่องเลียบไปบนผืนทรายที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา เม็ดทรายสีขาวที่เปล่งประกายระยับขึ้นไปทั่วชายหาดรับแสงแรกอรุณที่ค่อยๆโผล่พ้นเส้นขอบฟ้าและน้ำทะเลมาทำเอาหญิงสาวชะงักเท้าที่ก้าวเดินไปชั่วขณะ และหยุดรับเอาพรแห่งวันใหม่ที่สาดส่องแก่โลกที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมา 11 ชั่วโมง

ใกล้รุ่งหลับตาลงเพื่อให้ร่างกายได้ซึมซับเอาบรรยากาศรอบๆตัวไปทุกอณูประสาท พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆรับความสดชื่นของกลิ่นอายแห่งท้องทะเลและอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้า ก่อนจะเปล่งเสียงออกมาอย่างสุขใจ

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ...”

“อรุณสวัสดิ์...”

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทางด้านหลัง ทำให้หญิงสาวลืมตาขึ้นทันทีพลางหันกลับมาหาต้นเสียงที่เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของเธอ สีหน้าของคณุตม์ยังคงดูงุนงงและแปลกใจที่หญิงสาวเอ่ยทักทายเขาได้ทั้งๆที่ยืนหันหลังให้ หากใกล้รุ่งได้แต่ยิ้มให้ชายหนุ่มแก้เก้อ เพราะอันที่จริงเธอกล่าวทักทายพระอาทิตย์ต่างหาก ..ไม่ใช่เขา

“อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่นุด พี่นุดตื่นแต่เช้าจังค่ะ”

ชายหนุ่มเพียงแต่ยิ้มทักทายอีกฝ่ายตามมารยาท ในขณะที่ใกล้รุ่งยังคงพยายามชวนคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศอึดอัดมากเกินไป

 “เมื่อคืนกว่างานจะเสร็จเรียบร้อยก็ดึกแล้ว รุ่งนึกว่าพี่นุดอยากจะพักผ่อนให้เต็มที่เสียอีก”

“แล้วเราล่ะ เมื่อคืนก็อยู่ช่วยยัยนิดจนดึกเหมือนกันไม่ใช่หรือไง”

“รุ่งชินแล้วค่ะ” หญิงสาวเอ่ยตอบพลางยิ้มกว้างอย่างยินดีที่อีกฝ่ายไม่ได้เอาแต่เงียบเหมือนเคย ก่อนจะอธิบายต่อ

“ต่อให้ทำงานดึกขนาดไหนก็ต้องตื่นมาแต่เช้าอยู่ดี รุ่งชอบตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นค่ะ”

หญิงสาวเอ่ยพลางชี้ไปยังลูกไฟสีส้มที่ยังอ่อนแสงเพราะเพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้ามา ทำให้คณุตม์ต้องเบือนสายตาไปตามทิศทางที่อีกฝ่ายชี้ชวนให้ดู

“ปรกติรุ่งเคยเห็นแต่พระอาทิตย์ขึ้นจากเหลี่ยมเขาที่บ้านของเรา ...เอ่อ ที่ไร่รุ่งอรุณน่ะค่ะ แต่พอมาที่หัวหินก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง”

“ไร่รุ่งอรุณที่คุณปู่เคยบอกไว้ว่าเป็นของคุณย่ากนกทิพย์น่ะเหรอ”

“ใช่ค่ะ ครอบครัวรุ่งอยู่ที่นั่นกันหมดเลย พ่อ แม่ แล้วก็พี่ดง อัสดง พี่ชายของรุ่งเองค่ะ”

“แต่ตรงแถบนั้นทางศิริวัฒน์ดีเวลลอปเม้นท์กำลังไปกว้านซื้อทำโครงการคอมเพล็กซ์ไม่ใช่เหรอ ซึ่งถ้าจะทำโครงการใหม่ร่วมกันอีก คุณปู่อาจจะเอาที่ของคุณย่าไปทำโครงการด้วยก็ได้นะ เราไม่กลัวเหรอ”

คณุตม์เอ่ยถามขึ้นเรียบๆ หากสายตาจ้องมองอีกฝ่ายอย่างจับสังเกตอาการของคู่สนทนาว่าจะตอบคำถามนี้ของเขาอย่างไร

“แต่รุ่งคิดว่าคุณปู่คงไม่ทำแบบนั้นหรอกค่ะ ท่านเองเคยไปที่บ้านไร่รุ่งอรุณของเราก็หลายครั้ง และเคยบอกกับคุณย่าว่า ท่านอยากไปปลูกบ้านอยู่ที่นั่นกัน...”

ใกล้รุ่งเอ่ยตอบอีกฝ่ายอย่างมั่นใจ แต่ครั้นเห็นว่าชายหนุ่มยังคงจ้องเธอตาไม่กระพริบ หญิงสาวจึงเอ่ยต่อให้ครบถ้วนกระบวนความ

“... แต่ถ้าสุดท้ายแล้วท่านจะเปลี่ยนแผน รุ่งก็คงต้องแล้วแต่คุณย่านั่นแหละค่ะ ที่ดินตรงนั้นเป็นของคุณย่านี่คะ รุ่งคงได้แต่ภาวนาให้ท่านไม่เปลี่ยนใจ”

ใกล้รุ่งเอ่ยตอบพลางยิ้มกว้างขวางอย่างสดใสให้อีกฝ่ายเพื่อเป็นการยืนยันว่าเธอคิดแบบที่พูดออกไปจริงๆ จนคณุตม์บอกไม่ถูกว่ารู้สึกพึงพอใจกับคำตอบของหญิงสาวที่เชื่อมั่นในตัวคุณปู่ของเขา หรือพึงพอใจรอยยิ้มที่จริงใจไม่แพ้คำตอบกันแน่

“ถ้าอย่างนั้น เราคงต้องภาวนาหนักหน่อย เพราะคุณพริมา ชวนพี่ไปดูที่ดินที่นั่น ...”

คณุตม์เอ่ยขึ้นแค่นั้นแล้วก็ชะงัก เพราะบัดนี้ดวงตากลมใสแจ๋วที่มองมายังเขานั้นเปล่งประกายสนใจอย่างชัดเจน ทำให้ชายหนุ่มลังเลว่า เขาควรจะชวนเธอไปด้วยหรือควรจะรอให้คะนึงนิจเป็นคนเอ่ยปาก

“อ๋อ..เรื่องนั้นพี่นุดไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ รุ่งว่าคุณพริมาคงไม่ได้อยากไปดูที่ไร่รุ่งอรุณหรอกค่ะ แต่น่าจะเป็นไร่ฟ้าเพียงดินของไอ้ชามันมากกว่า ...อ้อ เจ้าของไร่ฟ้าเพียงดินเป็นเพื่อนสนิทของรุ่งเองค่ะ ชื่อพงศ์พิชชา ถ้าพี่นุดอยากจะไปดูที่แถบนั้น พี่นุดไปพร้อมๆกับรุ่งกับนิดก็ได้ หลังจากเสร็จงานเลี้ยงปาร์ตี้ขอบคุณลูกค้าวันนี้ พวกเราก็อาจจะเลยไปที่ไร่เลย พี่นุดจะไปด้วยกันไหมคะ”

ใกล้รุ่งออกปากชวนอีกฝ่ายเสียเอง เพราะดูจากท่าทางอึกอักของชายหนุ่มแล้ว หญิงสาวคิดว่าคณุตม์อาจจะลำบากใจที่จะไปกับพริมาสองต่อสอง

“เอ่อ...อืม เอาตามแบบที่รุ่งว่าก็ได้”

“ดีเลยค่ะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวรุ่งไปโทรไปบอกที่บ้านว่าให้เตรียมห้องไว้เผื่อพี่นุดด้วย คราวนี้ยัยนิดคงมีเวลาว่างไปเที่ยวเล่นสนุกใหญ่เพราะมีพี่นุดไปทำงานแทน”

“พี่ก็ว่าอย่างนั้น...ถอนตัวตอนนี้ทันไหม?”

“น่าจะไม่ทันแล้วนะคะ...”

ใกล้รุ่งเอ่ยตอบเสียงกลั้วหัวเราะ ทำเอาเสือยิ้มยากค่อยระบายรอยยิ้มบนใบหน้าได้โดยที่ชายหนุ่มเองก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไม...อาจจะเป็นเพราะว่าตอนเช้าตรู่แบบนี้อากาศดีมาก หรือว่าอาจจะเป็นเพราะเขาเพิ่งได้เจอคนที่มองโลกในแง่ดี ที่ไม่ได้โลกสวย แต่ยิ้มสวยมากก็เป็นได้

............................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น