จิงโจ้น้อย
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 1

คำค้น : จักรพรรดิ,นิยายจีน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.1k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2560 14:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1
แบบอักษร

ตอนที่ 1

หลังจากที่ได้รับบัลลังก์และกลายเป็นจักรพรรดิสมใจของหยางเจี๋ย พระองค์ก็ได้เสด็จออกรบปราบเหล่าศัตรูที่มาหาแคว้นหมิงอย่างไม่ขาดสาย เพราะพวกข้าศึกเหล่านั้นคิดว่าเมื่อจักรพรรดิองค์ก่อนเสด็จสวรรคต แถมพระโอรสองค์โตก็ถูกปลงพระชนม์ จักรพรรดิองค์ใหม่ที่ขึ้นมารับตำแหน่งนั้นก็คงยังไม่มีความสามารถใดๆมากนัก ดังนั้นจึงคิดว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะมายึดแคว้นหมิง

แต่หาใช่อย่างที่พวกมันคิดไม่...

ฮ่องเต้หยางเจี๋ยมีทั้งพระวรยุทธ์และสติปัญญาล้ำเลิศ พระองค์เป็นคนนำทัพไปรบกับแคว้นต่างๆมากมายจนยึดพระธิดาของแคว้นนั้นมาเป็นเชลยได้มากมาย ส่วนจักรพรรดิหรือพระโอรสของแคว้นที่พระองค์ยึด ในเมื่อกล้ามาสู้รบกับพระองค์และได้รับความพ่ายแพ้กลับไป...

ก็ไม่มีเหตุอันใดที่ต้องเก็บไว้!

ฮ่องเต้หยางเจี๋ยประหารเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดที่เป็นผู้ชายหรือแม้กระทั่งผู้หญิงที่พระองค์ไม่พอใจ แต่หากผู้ใดมีหน้าตาสะสวยก็จะทรงเก็บไว้เป็นพระสนม

กิตติศัพท์ความโหดร้ายของฮ่องเต้ผู้นี้กระฉ่อนไปทั่วหล้าในเวลาเพียงไม่นานนัก...และทำให้ทั่วทุกแคว้นต่างไม่กล้ามาท้ารบกับแคว้นหมิงอีกต่อไป...

แต่ถึงแม้พระองค์จะโหดเหี้ยมในสายตาของแคว้นอื่นอย่างไร แต่ก็ทรงปกครองสารทุกข์สุขดิบของเหล่าประชาชนของพระองค์ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะมีปัญหาเพียงใดแต่พระองค์ท่านก็สามารถจัดการมันได้ทั้งหมด

หากแม้แต่มีขุนนางใดที่เข้าข่ายคิดคดทรยศหรือฉ้อโกงก็จะลงไปจัดการด้วยพระองค์เอง...

กล่าวกันว่าฮ่องเต้หยางเจี๋ยมีสิ่งที่ชอบทำรองจากการรบก็คือการไปชมนกชมไม้สำรวจในป่า และแน่นอนว่าคืนนี้ก็เช่นกัน...

หลังจากที่ทรงนึกเบือหน่ายในชีวิตของวังหลวง อยู่ๆหลังจากเสวยอาหารค่ำเสร็จได้เพียงไม่นาน ก็ทรงมีรับสั่งให้ทหารบางส่วนและองครักษ์ส่วนพระองค์เตรียมม้าให้เพื่อจะไปที่ป่าซึ่งเป็นที่ประจำของฮ่องเต้ และมีระยะทางไม่ไกลมากนักจากแคว้นหมิง

                ทหารทุกนายต่างเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวันแถมอยู่ๆก็มีคำสั่งเร่งด่วนมาอย่างนี้ ทำให้ต่างก็ไม่มีใครอยากที่จะออกไปยามวิกาล...

                “เจ้า!”ขณะที่ทหารยศสูงทุกคนกำลังเถียงว่าใครจะไปนั้น จู่ๆก็มีร่างคุ้นตาที่ทุกคนต่างรังเกียจเดินผ่านมาทันที

                “ขอรับ”เฟิง ขานรับหลังจากที่คนในนั้นชี้หน้ามาทางตัวเขา

                “มัวชักช้าอยู่ไย เจ้าได้ยินที่องค์ฮ่องเต้รับสั่งแล้วหรือไม่”

                “ข้าน้อยมิได้ยินขอรับ” ร่างบางที่ไม่สมกับเป็นทหารตอบออกไปด้วยท่าทีอ่อนน้อมถึงแม้ว่าทุกคนในที่นี้ต่างไม่มีใครชอบตัวเขาเลย

                “ฮ่องเต้มีรับสั่งให้ทหารออกไปยามวิกาลกับพระองค์ และเจ้า!ก็ต้องไป!”ทหารยศสูงกว่าได้ทีปัดความรับผิดชอบมาให้เฟิง

                “ตะ แต่กับองค์ฮ่องเต้ต้องเป็นทหารที่ยศสูงไม่ใช่ยศต้อยต่ำอย่างข้าน้อย...”

                “บังอาจ เจ้ากล้าปัดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ทหารหรือ”

                “ข้าน้อยมิได้...”

                “ถ้าอย่างนั้นเจ้าจงไปซะ”

                “…ขอรับ”ในที่สุดเฟิงก็ต้องยอมรับต่อหน้าที่ที่ตนโดนยัดเยียดมาให้จนได้ ร่างบางเดินผ่านกลุ่มทหารยศใหญ่กว่าที่มองมาอย่างสะใจ

                ทำไมใครๆต่างก็รังเกียจข้า...

                นับตั้งแต่เข้ามาเป็นทหารที่นี่ได้เพียงสองเดือนเท่านั้น เขาก็ได้รับความเกียจชังถาโถมมาจากทั้งผู้คนมากมาย แต่เพราะความใฝ่ฝันอยากจะเป็นทหาร เขาจึงต้องยอมลาจากครอบครัวมาที่วังหลวงแห่งนี้ แต่ด้วยฝีมือที่ไม่ถือว่าเก่งมากนัก ดังนั้นจึงเป็นได้แค่ทหารยศผู้น้อย ต่ำต้อย

เฟิงไม่มีเพื่อนที่นี่แม้แต่สักคนก็ไม่มี อาจจะเพราะตัวที่บางและหน้าที่ค่อนข้างไปทางอิสตรีแต่ก็มีเค้าโครงของบุรุษอยู่บ้างทำให้ทั้งทหารก็ไม่มีใครมาคบ ครั้นจะไปหาเพื่อนที่เป็นอิสตรีก็มิใช่เรื่องสมควร และเพราะนางพวกนั้นต่างก็รังเกียจเขาด้วยเช่นกันเพราะมีใบหน้าสวยกว่าพวกนางบางคนทั้งๆที่เป็นบุรุษ...

                พวกเขาเหล่านั้นต่างขนานนามว่า...ข้าคือตัวอัปลักษณ์...ไม่เชิงบุรุษ...ไม่เชิงอิสตรี...

                ไม่สมกับชายชาติทหารของวังหลวงแม้แต่น้อย...

                ร่างที่ออกจะตัวบางมาเตรียมตัวที่หน้าพระราชวังตามคำสั่งของฮ่องเต้ที่เขาไม่เคยเห็นพระพักตร์ด้วยซ้ำ...เพราะเวลาถวายความเคารพฮ่องเต้จักต้องไม่นำสายตาไปมองพระพักตร์อันสูงส่งนั้น มิฉะนั้นอาจจะต้องโทษถึงประหาร!

                “พร้อมแล้วหรือไม่ ฉะนั้นก็ออกเดินทางได้”เฟิงเห็นแผ่นหลังของฮ่องเต้หยางเจี๋ยผู้สง่างามอยู่บนอาชาสีดำทมิฬราวกับซาตานที่พร้อมย่างกรายมาในความมืด

                ทหารทุกนายต่างออกเดินทางไปพร้อมกองขบวนรวมถึงองครักษ์ประจำพระองค์...

                .

                .

                .

                ใช้เวลาเพียงแค่สองชั่วยามก็ถึงที่หมาย ทหารทุกคนต่างลงไปกางกระโจมเพื่อให้ฮ่องเต้ได้ลงมาพักผ่อน การออกเดินทางเช่นนี้ไม่มีสตรีมาด้วยสักคน เหตุเพราะองค์จักรพรรดิไม่ชอบกิริยาอาการเวลาพวกนางมาที่ป่าจะส่งเสียงน่ารำคาญตามประสาสตรีที่มิชอบความลำบากดังนั้นที่นี่จึงมีแต่บุรุษ...

                ค่ำคืนนั้นถึงแม้จะเพลาดึกมากเช่นไร แต่ฮ่องเต้ก็ยังมีรับสั่งให้นำน้ำจัณฑ์เข้าไปในกระโจมอันใหญ่โตของพระองค์ท่าน หลายชั่วโมงที่ทหารหลายคนต่างนำน้ำจัณฑ์ไปถวายองค์จักรพรรดิ จนในที่สุดหลังจากครั้งล่าสุดที่ทหารนายหนึ่งเข้าไปก็เป็นเวลาหนึ่งชั่วยามแล้ว ทุกคนต่างคาดว่าฮ่องเต้คงจะไม่อยากเสวยน้ำจัณฑ์อีกจึงมาพักผ่อนบ้าง

                แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่...

                ผ่านมาหลังจากหนึ่งชั่วยามได้สักครู่ พระองค์ก็รับสั่งให้องครักษ์หน้ากระโจมไปหาน้ำจัณฑ์มาให้ตนเองอีก องครักษ์อู่เค่อก็ได้เดินมาหาพวกทหารและสั่งให้ไปจัดหาน้ำจัณฑ์ให้องค์ฮ่องเต้อีก

                หลังจากองครักษ์อู่เค่อได้เดินจากไป ทหารเหล่านั้นต่างก็ไม่มีใครอยากจะลุกไปอีกเพราะตนเหนื่อยล้าเสียเหลือเกิน ทันใดนั้นก็มีคนหนึ่งเอ่ยชื่อใครบางคนออกมา

                “ให้เจ้าเฟิงมันไปสิ”

                “เออ ใช่ๆเจ้าพูดถูก”

                “เจ้าจงไปจัดการซะ!”

                เฟิงปฏิเสธไม่ได้เพราะทุกคนต่างก็เพ่งเล็งมาที่ตัวของเขา ดังนั้นร่างบางที่นั่งกอดเข่าอยู่จึงลุกไปทำตามที่โดนรับสั่งมา

                ร่างบางจัดการเรียบร้อยก็เดินเข้าไปที่กระโจมขององค์จักรพรรดิผ่านองครักษ์ทั้งสองคน ทั้งอู่เค่อและเสี่ยวติงมองมาที่ร่างบางอย่างประหลาดใจในหน้าตาที่คล้ายอิสตรีไม่สมเป็นบุรุษ

                “เดี๋ยว เจ้าชื่อแซ่ว่าอะไร”

                “ข้าน้อยชื่อเฟิง”

                “ทหารเดี๋ยวนี้เอาตัวอัปลักษณ์ผอมบางมาเป็นได้ด้วยหรือ”

                “อึก”เฟิงสะอึกในใจกับคำกล่าวปรามาสขององครักษ์อู่เค่อที่ตอนนี้ยิ้มขำ แต่เสี่ยวติงแค่มองมานิ่งๆก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

                “ฮ่องเต้อยู่ข้างใน เจ้าจงจัดเตรียมสำรับทำทุกอย่างอย่าให้ขาดตกบกพร่อง”

“ขอรับ”

เฟิงเดินเข้าไปในกระโจมของฮ่องเต้หยางเจี๋ยผู้ที่ได้รับกิตติศัพท์ว่าเลือดเย็นไปทั่วหลายแคว้น จมูกก็พลันได้กลิ่นของสุราเมรัยอบอวลมากมายภายในนี้ มือนึงยกขึ้นมาปิดจมูกโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้ถาดที่ใส่น้ำจัณฑ์เข้ามาร่วงหล่นลงพื้นของกระโจมภายในทันทีทันใด

“เพล้ง!”

“เจ้า!”

“กระหม่อมขอประทานอภัยขอรับฮ่องเต้ กะ กระหม่อมจะรีบเช็ดทำความสะอาดให้เรียบร้อย”ลนลานอย่างบอกไม่ถูกเมื่อองค์ฮ่องเต้หยางเจี๋ยที่นั่งอยู่ตรงผ้าฟูกสำหรับปูบรรทมในค่ำคืนนี้ตะคอกออกมา

รีบวิ่งออกมานอกกระโจมและพบองครักษ์ทั้งสองกำลังจะเดินเข้าไปเมื่อได้ยินเสียงของตกแตก

“เกิดอะไรขึ้น!”

“ข้าน้อยทำถาดตกในกระโจม ข้าน้อยขอตัวไปเอาผ้าเช็ดเพื่อทำความสะอาดก่อนนะขอรับ”พูดจบก็วิ่งออกไปทันที

เมื่อได้ผ้ามาเช็ดจัดการแล้ว เฟิงก็รีบทำความสะอาดให้เรียบร้อยทันที เก็บแก้วที่หล่นใส่ถาดเหมือนเดิมและเช็ดทำความสะอาดน้ำจัณฑ์ที่หกเลอะเทอะ สองมือน้อยๆรีบเร่งเช็ดอย่างว่องไว ตัวคุกเข่าคลานเช็ดและเพื่อหันหน้าหนีองค์ฮ่องเต้ที่จ้องมองมาด้วยสายตาเย็นเฉียบจึงหันหน้าหนีและหันก้นเข้าใส่องค์ฮ่องเต้

“อึก!”สะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆขณะที่กำลังเช็ดและเก็บของกลับมีพระหัตถ์ของฮ่องเต้หยางเจี๋ยมาจับที่ก้นของเขา

หันหน้าไปเพื่อที่จะพบว่าพระเนตรขององค์ฮ่องเต้นั้นจับจ้องมาที่ก้นเขาและลูบด้วยความเมามัน

“องค์ฮ่องเต้ สะ ทรงทำอะไรพะยะค่ะ”

“อื้ม!”และโดยที่ไม่คาดคิดจู่ๆเฟิงก็ถูกพระหัตถ์อันใหญ่โตของหยางเจี๋ยพลิกให้นอนหงายทับกลิ่นน้ำจัณฑ์ที่ยังไม่แห้งบนพื้นกระโจม พระโอษฐ์ของพระองค์ลงมาประกบกับปากของเฟิง พระชิวหาสอดแทรกลงมาในปากของเฟิงอีกครั้งด้วยความดุดัน

“อะ แฮ่ก!”พยายามเบือนหน้าหนีและปากก็พยายามพูดห้าม

“ฮ่องเต้พะยะค่ะ พระองค์ทรงเมามากแล้วนะพะยะค่ะ กระหม่อมเป็นผู้ชาย...อ๊ะ”ยังพูดไม่ทันจบก็ต้องส่งเสียงแปลกๆออกมาเพราะพระหัตถ์นั้นเลื่อนลงมาสัมผัสในเสื้อของเขาและเคล้นคลึงบริเวณหน้าอกอันแบนราบ

“อื้ม เจ้าอยู่เฉยๆเถอะน่า”รับสั่งด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้และเอาแต่ใจอยู่เป็นนิจ

“พระองค์ได้โปรดทรงเมตตากระหม่อมด้วย”เฟิงไม่มีทางเลือกมือทั้งสองข้างประกบกันและขอร้องคนที่กำลังคุกคามเขาอยู่ตอนนี้เพื่อจะหวังให้ปล่อย

“ได้ ฉันจะเมตตาอย่างดี”แต่ดูเหมือนหยางเจี๋ยจะไม่เข้าใจในความหมายนั้น เพราะเมื่อสิ้นคำที่พูดกางเกงของเฟิงก็ถูกถอดลงไปและขาทั้งสองข้างที่ขาวจั๊วะราวกับไม่ได้รับแสงแดดนั้นก็โผล่พ้นสายตาออกมา

“ดะ ได้โปรด”

แต่ดูเหมือนหยางเจี๋ยจะไม่สนใจคำพูดของคนด้านล่างอีก พระชิวหาลากจากหน้าอกแดงช้ำและสร้างรอยรักสีกุหลาบไว้ทั่วตัวช่วงบนและลากลงมาเรื่อยๆผ่านแก่นกายของเฟิงที่ตอนนี้ยังสงบนิ่งไม่มีอารมณ์ความรู้สึกร่วม ลากลงไปจนถึงขาอ่อนด้านในและจูบเม้มไว้จนขึ้นรอยแดงหลายจุด

พระหัตถ์ข้างซ้ายจับขาคนด้านล่างที่ไม่กล้าต่อต้านไว้ให้ตั้งและแยกขาออก ส่วนพระหัตถ์ข้างขวาก็ไม่น้อยหน้าส่งพระดัชนีลงไปสำรวจช่องทางคนตัวขาวที่ตอนนี้ขมิบไว้แน่นราวกับกลัว

“อ่า เจ้าแน่นมากเหลือเกิน”เป็นคำชมที่เฟิงไม่อยากจะได้รับ เขาไม่กล้าขัดขืนเพราะคนตรงหน้าเป็นถึงฮ่องเต้และสิ่งที่ร่างบางทำได้แค่นั้นก็คือ การนอนเอามือปิดปากกลั้นเสียงร้องไห้ของตนเอง...

หันหน้าหนีราวกับไม่อยากเห็นว่าตนโดนกระทำอย่างไรบ้าง

ถึงยังไงเสีย เฟิงก็เป็นผู้ชาย และผู้ชายก็ๆไม่สมควรต้องมาตกเป็นเมียของผู้ชายด้วยกัน!

                แต่หยางเจี๋ยหาได้สนใจใครอื่นไม่ หลังจากส่งพระดัชนีลงไปสำรวจก็ค่อยๆเพิ่มพระมัชฌิมาลงไปตามๆกัน ทั้งสองนิ้วขยับเข้าออกดจากช้าเป็นเร็วและเร่งมากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้แก่นกายของเฟิงเริ่มขยายตัวขึ้นมา ปากคนโดนกระทำก็เริ่มส่งเสียงครางน่าอายออกมา

                “อ่า แน่นเหลือเกิน ข้าทนไม่ไหวแล้ว”

                “อ้ากกกกก อื้อออ”

                สิ้นคำพูดของฮ่องเต้แก่นกายอันใหญ่โตที่ตอนนี้เตรียมพร้อมสู้ศึกรักก็เข้าไปในตัวของร่างบางทันทีแต่ก็เข้าได้เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น แต่แค่นั้นก็เพียงพอที่เฟิงจะร้องและมีเลือดไหลออกมาจากช่องทางสีช้ำ...

                “ปึก...ปึก...”

                “อื้อออ”

                ยังคงพยายามกระแทกเข้ามาจนสามารถเข้ามาได้หมด เฟิงนอนน้ำตาไหลและเอามือปิดปากแน่นเพราะเกรงว่าถ้าปล่อยให้เขาร้องออกมาตอนนี้คาดได้เลยว่า...เสียงร้องของเขา...คงเหมือนสัตว์ป่าโดนเชือดอย่างทรมาน...

                ไม่รอให้ได้ปรับตัวอะไรทั้งสิ้น หยางเจี๋ยจอมเอาแต่ใจก็ขยับกระแทกเข้าหาอย่างบ้าคลั่งราวกับไม่เคยเสพสุมสังวาสเช่นนี้มาก่อน

                “อ่า สุดยอด”

                “…”

                “แน่นมาก”

                “…”

                ในกระโจมของฮ่องเต้ค่ำคืนนั้นมีคนอยู่สองคน แต่คนหนึ่งมีความสุขราวกับได้ขึ้นสวรรค์ แต่หากกับอีกคนหนึ่ง...ได้ลงนรก...

_______________________________________

จัดหน้าในwordอย่างดี พอมาลงเป็นแบบนี้อีกแล้ว....

ความคิดเห็น