Butterfly 8ffect

กดดาวส่งกำลังใจให้เราได้นะคะ =]

ตำนานสกุลหยิน เรื่องราวที่มาของ #7flowers

ชื่อตอน : ตำนานสกุลหยิน เรื่องราวที่มาของ #7flowers

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2560 02:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตำนานสกุลหยิน เรื่องราวที่มาของ #7flowers
แบบอักษร

  Before 

  #7Flowers 


               

คำชี้แจง 

           - เนื้อหาในตอนนี้เป็นช่วงเกี่ยวกับต้นตระกูลของสกุลหยิน ที่มาของการที่ว่าทำไมบุตรชายสกุลหยินจึงตั้งท้องได้

            - เป็นจินตนาการของผู้แต่งล้วนๆเลยค่ะ เรื่องแต่งเนอะคะ อย่าได้ไฝ่หาข้อเท็จจริงใดจากมัน


 

          ต้นเดือนห้า แคว้นเยี่ย

            มันจะดีแค่ไหนหากในการวิ่งไปบนเส้นทางแห่งโชคชะตา จะ มีสิ่งอำนวยอวยชัยคอยพัดพาเหล่าเศษก้อนกรวดที่อาจขัดขวางการเดินทางออกไปให้สะดวกดีมากขึ้น

 

            มันจะดีมากแค่ไหนหากได้รับความพิเศษมากกว่าผู้อื่น หากมีโชคดีคอยเกื้อหนุนอยู่เบื้องหลังล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งใครต่อใครปรารถนา

 

            ไม่ว่าจะพืชมงคล รูปปั้นสัตว์มงคล หรือสัตว์เสริมศิริมงคลเองหากมีอยู่ในครอบครองย่อมเป็นสิ่งที่เกื้อหนุนราวกับมีเทพเจ้าอยู่รอบข้าง

 

            ไม่ว่าผู้ใดก็ปรารถนา หากมียศถา ร่ำรวยอยู่แล้วก็ยิ่งอยากมีให้เกื้อหนุนมากขึ้น หรือหากไม่มีก็หมายมั่นจะได้มาครอบครอง

 

            ทั้งแคว้นเยี่ยรู้ดีว่าหากอยากได้สัตว์มงคลหรือพืชมงคล สถานที่ที่จะอำนวยความสะดวกเหล่านั้นได้ คือบ้านไม้ขนาดกลางที่ตั้งอยู่ตรงหน้าทางเข้าป่าหลินซาน ป่ารกชัฏที่ถูกกล่าวอ้างว่าคือป่าอาถรรพ์ ป่าใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์มากมาย สิ่งสวยงาม แลอันตราย

 

            หลังรั้วไม้สูงนี้ซึ่งเป็นอาณาเขตของบ้านสกุลหยิน ผู้อาสาทำหน้าที่ 'คณะจัดหาสิ่งมงคลตามประสงค์'

 

ไม่ว่าประสงค์สิ่งใด ต้นไม้วิเศษณ์ที่มีสีใบดังทองคำและเงินยวง หรือดอกไม้ที่จะออกดอกเรืองรองราวแสงจันทร์ในยามคำคืน งาช้างสีขาวเหลืองใหญ่โต เขากวางคดโค้งสวยได้รูป หนังสมันผืนงามไร้ตำหนิสักสิบ สักร้อยผืน หรือจะเป็นม้าป่าลักษณะมงคลก็ยังสามารถจัดแจงหามาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพียงชิ้นส่วน หรือต้องการสัตว์เหล่านั้นทั้งตัวแบบที่มีชีวิตและลมหายใจ  

 

สกุลหยินสามารถเป็นธุระหาสัตว์มงคล สิ่งสวยงามผิดธรรมชาติทั้งหลายให้ได้เสียทั้งนั้น แม้จะคิดราคาค่างวดหนักหนาไปสักนิด ทว่าด้วยความรู้แสนประณีตที่สั่งสมมาช้านาน สกุลหยินไม่เคยทำให้ผิดหวัง

 

            สมคุณค่าที่ลงทุนไปเสมอ

 

 

            "อย่าฆ่ารีดพิษมันทั้งหมด เก็บพวกจงอางไว้ห้าตัว แมวเซาห้าตัว เห่าดงห้าตัว กะปะห้าตัว ใส่ตะกร้าหวายให้แน่นหนา คืนนี้เราจะจับหงส์ขาวตัวที่ใหญ่ที่สุดของหนองน้ำในป่าหลินซานให้ได้" น้ำเสียงหวานทรงอำนาจเอ่ยสั่ง ทำให้ชายรับใช้ที่ทำงานอยู่ใต้ความดูแลสกุลหยินลดคมมีดที่กำลังจะบั่นลงคอสัตว์เลื้อยคลานอันตรายลง 

 

รอดต่างจากอสรพิษร้ายที่ถูกรีดพิษและฆ่าทิ้งไปหนึ่งร้อยตัวก่อนหน้านี้เพื่อเอาพิษและเลือดไปแช่แหและหวายสำหรับดักจับ รวมทั้งไก่ป่าสิบตัวที่ถูกเชือดนำเลือดไปแช่มัดเชือกหวายที่ถักด้วยชายฉกรรจ์เท่านั้น

 

            ของที่จัดว่าเป็นเครื่องมือมากมายถูกเตรียมไว้อย่างพร้อมพรั่งเพื่อการใหญ่ที่หมายมั่น

 

            งานนี้เป็นงานใหญ่เสียยิ่งกว่ายามออกจับม้าป่าสีขนนิลดุจราตรีฝีเท้าเร็วเมื่อยามเดือนเจ็ดของปีก่อนเสียอีก หยิน ฟู่เหว่ยจึงกะเกณฑ์เหล่าบรรดาพี่น้องและญาติมิตรให้มาร่วมช่วยเหลือกัน ชายผู้สืบสายเลือดสกุลหยินในยามนี้มีอยู่สิบคน ก็เกณฑ์มาได้ทั้งสิบ รวมทั้งแรงงานชายในบ้านทั้งหมดยี่สิบคน ก็ถูกพาเข้าป่าไปทั้งหมด

 

           

            "ปิงเหยียนน้องพี่ มีสาสน์ด่วนผ่านพิราบส่งมาแจ้งว่า หงส์ขาวสามตัวนั้นถูกส่งให้สกุลจิ่ง สกุลเก่อ สกุลเยี่ยเรียบร้อยแล้วล่ะ" หยิน ฟู่เหว่ยบอกน้องสาว แสนฉลาดเฉลียวของตน ซึ่งเหย่อหยิ่งและสูงค่าเกินกว่าจะยอมตกลงปลงใจกับชายใด

 

            "ดีเลย นี่ท่านพี่ฟู่เหว่ยน้องเตรียมของจำเป็นให้ท่านพี่พร้อมแล้ว คืนนี้ไม่ต้องห่วงน้องจะดูแลสาวๆในสกุลหยินรอท่านพี่จับหงส์ขาวยักษ์กลับมา" ใบหน้าสวยไม่สมวัยใกล้สามสิบของหยิน ปิงเหยียนถูกดูแลด้วยเครื่องประทินผิวชั้นดี ผิวขาวสวยที่บำรุงด้วยบัวหิมะที่ประณีตจัดในการเลี้ยงดู เรือนร่างสะโอดสะองในชุดผ้าไหมสีแดงสดเดินช่วยพี่ชายตรวจตราจนทั่วลานเตรียมเครื่องเซ่น สำหรับออกเดินเข้าป่าหลินซานในคืนนี้

 

            ผู้ที่จะนำคณะออกล่าสัตว์ในคืนนี้ หยิน ฟู่เหว่ย ผู้เป็นบุตรชายคนโตซึ่งได้รับหน้าที่ดูแล 'คณะจัดหาสิ่งมงคลตามประสงค์' ของสกุลหยินต่อจากบรรพบุรุษที่ทำมาช้านาน

 

ยิ่งในปีนี้เป็นปีมงคลของสกุลหยิน ทำให้หยิน ฟู่เหว่ยรู้สึกหึกเหิมในการออกล่าและตามหาสัตว์ต่างตามการจ้างวานยิ่งขึ้น ด้วยทายาทหญิงชายที่ผ่านพิธีแต่งงานตั้งครรภ์ในเวลาไล่เลี่ยกันถึงสี่คน รวมทั้งภรรยาของฟู่เหว่ยด้วย หลายปีมากแล้วที่ไม่มีเรื่องมงคลนี้ จนไม่มีเด็กน้อยมาวิ่งเล่นในสกุลหยินเป็นสิบ ๆ ปี

 

            เป็นปีมงคลมากล้น ที่แม้แต่สัตว์หายาก สัตว์มงคลที่ฟู่เหว่ยเองไม่เคยนึกว่าจะมีอยู่จริง ทว่าพอตามเก็บข้อมูลก็ยังได้ร่องรอยมา ยิ่งทำให้ตื่นเต้นนัก การจะจับหงส์ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเป็นหงส์ขาวยักษ์ด้วยยิ่งแล้วใหญ่ 

 

            หงส์ขาวยักษ์ตัวสูงใหญ่เท่าลูกม้า ขนสวยขาวเป็นประกายสีรุ้ง สัตว์มงคลในป่าหลินซาน ที่ใครต่อใครได้แต่คิดฝัน หากสกุลหยินทำให้เห็นว่า สัตว์มงคลเหล่านี้ก็ไม่ได้หายากเสียจนจับตัวไม่ได้เลย พิสูจน์จากเหล่าหงส์ขาวตามลักษณะมงคลที่สกุลหยินจับได้ห้าตัวเมื่อเดือนสามนั้นสวยงามคำบอกเล่า แม้จะมีขนาดที่เท่าเป็ดแมนดาริน ทว่าก็ได้ราคาดีเป็นทองเกือบร้อยชั่งต่อตัว

 

            เช่นนั้นแล้วพอสกุลเยี่ย ผู้ร่ำรวยที่สุดแห่งแคว้นเยี่ยร้องขอมาให้ตามหาหงส์ขาวยักษ์แลกกับทองคำพันสองร้อยชั่ง สกุลหยินจึงน้อมรับเสียในทันที

 

            เพราะไม่ว่าจะใหญ่ยักษ์ หรือแปลกประหลาดเพียงไหน

 

            สัตว์ก็ย่อมเป็นเพียงสัตว์เท่านั้น

 

 

 

 

            ดวงจันทร์ทอแสงสว่างจ้ายามเดือนหงายลอยเด่นบนฟากฟ้า ขบวนเดินทางของสกุลหยินเงียบกริบและเดินทางได้อย่างรวดเร็วผ่านป่าที่ซับซ้อนรกชัฏราวกับลูกธนูที่ถูกน้าวออกจากคันศร จุดหมายนั้นชัดเจนคือหนองน้ำเฟิ่ง ซึ่งอยู่ลึกสุดในป่าหลินซาน หนองน้ำซึ่งสกุลหยินซุ่มจับหงส์ขาวไปได้แล้วหลายตัว

 

            เหล่าชายสามสิบคนทั้งวัยรุ่น หนุ่ม แก่เตรียมของตามคำสั่งของหัวหน้าสกุลหยินอย่างฟู่เหว่ยในการจับหงส์ขาวยักษ์

           

 

            ฟู่เหว่ยจำได้ดีว่าคืนจันทร์เต็มดวงของเมื่อเดือนสามนั้น ในยามไฮ่นี่แหละที่จะมีหงส์ขาว ห่านฟ้าตรงตามตำราโบยบินลงมาดื่มกินหยาดน้ำหวานจากดอกไม้ แลจิกกินเมล็ดดอกต้นไผ่ ครานั้นเองแม้จะฆ่าเหล่านกบริวารของหงส์ขาวไปราวหนึ่งร้อยตัว แต่ด้วยใช้พิษของอสรพิษร้าย สุดท้ายก็จับหงส์ขาวขนาดย่อมมาได้ทั้งสิ้นห้าตัว

 

            นำไปขายได้ราคาสูงจากเหล่าผู้ปรารถนาโชคลาภที่ต้องการ

 

            เข้ายามจื่อ ดวงจันทร์เปล่งแสงทอประกายสว่างจ้า ดวงตาหลายสิบคู่ของมนุษย์ผู้ถวิลหาโชคลาภ มั่งคั่งจับจ้องหนองน้ำแอ่งกว้างที่กระพริบพราวราวไข่มุกยามต้องแสงจันทร์ ดอกไม้แลใบไม้เรืองรองราวกับแสงจันทร์สวยงามดุจภาพฝัน

 

            อ่างไข่มุกยักษ์กระเพื่อมตามแรงลมที่พัดลงมาสัมผัส แผ่วเบาจนใบไม้เอื่อยไหวเชื่องช้า เช่นหยดเหงื่อข้างไรผมที่ฟู่เหว่ยไม่รู้สึกตัว หัวใจชายหนุ่มกำยำใหญ่โตเต้นกระดอนในอก เมื่อเห็นปีกสีขาวขนาดใหญ่ส่อประกายสีรุ้งกางไสวบินต่ำลงมาด้วยท่วงท่าสวยงาม ราวกับร่ายรำ

 

            หงส์ขาวปีกเป็นประกายสีรุ้งรับแสงจันทร์ ตัวเท่าลูกม้า ขนสวยและมีสัดส่วนตามตามลักษณะสัตว์มงคลนำโชค เหยียบย่างลงบนลานดอกไม้ข้างหนองน้ำ

 

            เมื่อหงส์ขาวยักษ์ก้มลงดื่มหยาดน้ำจากดอกบัวใหญ่ริมหนองน้ำ ฟู่เหว่ยยกมือขึ้นดังสัญญาณที่ตระเตรียมไว้ตามแผนการ

 

            "....." ชายสิบห้าคนของสกุลหยินขึงกั้นแหใหญ่แช่พิษกะปะดักด้านบนไม่ให้หงส์ขาวบินขึ้นฟากฟ้าได้ และอีกห้ากรูออกมาจากป่ารอบหนองน้ำ ในมือนั้นเปิดตะกร้าบรรจุอสรพิษร้ายสาดใส่ให้เลื้อยตรงไปหาหงส์ยักษ์ ด้วยหงส์นั้นแพ้ทางงูพิษร้ายจึงนำมาใช้กวาดต้อน ให้เหลือเพียงเส้นทางเดียวคือตรงมาหาฟู่เหว่ยพร้อมแรงงานชายที่เหลือรอจับหงส์ขาวยักษ์ที่เตรียมรอพร้อมอยู่กับเชือกหวายและบ่วงบาศแช่พิษอสรพิษร้าย

 

             ฟู่เหว่ยกระชับปลายเชือกบ่วงบาศที่จำต้องใช้คล้องข้อเท้าหงส์ขาวยักษ์ เมื่อเห็นหงส์ขาววิ่งตรงมาทางตนดั่งที่วางแผนไว้ ฟู่เหว่ยเหวี่ยงเชือกเตรียมคว้าสัตว์มงคลตรงหน้า ดังเช่นสัตว์มากมายที่ฉุดคร่าแลฆ่าฟันมานับไม่ถ้วนเพื่อเพิ่มพูนความร่ำรวยและอำนาจของสกุลหยิน

 

            ทว่าทุกอย่างไม่เป็นดังใจหมายยามนี้หงส์ขาวเปล่งแสงราวดวงจันทร์ ปีกขาวประกายรุ้งกลายเป็นท่อนแขนสะโอดสะอง ช่วงตัวเพรียวปกคลุมด้วยขนสวยงาม กลายเป็นเรือนร่างอรชร แลใบหน้านั้นงามล้ำเสียจนใจชายซึ่งมีภรรยาที่รักอย่างฟู่เหว่ยวอกแวกไป

 

            บ่วงบาศแกว่งไปไม่ตรงทิศทาง หงส์ขาวยักษ์ในร่างหญิงสาวงดงามราวเทพธิดาวิ่งหลบอสรพิษร้ายลงสู่หนองน้ำที่เย็นเชียบแลลึกบึ่ง

 

            ตู้ม

 

            ผืนมุขกระเพื่อมสนั่น ยังไม่ทันที่ฟู่เหว่ยจะตั้งสติได้ หรือใครคนใดในสกุลหยินจะได้ทันร้องป่าวถึงความฉงน เหล่าพืชพรรณนานาชนิดใหญ่โตขึ้นปิดล้อมรอบขอบหนองน้ำเป็นกำแพงบุพชาติสวยงามแซมแทรกหลากสีสัน เสียจนอสรพิษตัวใดจะหนีตายลงไปในหนองน้ำมิได้สักตัว

 

            ครืน

 

            แผ่นดินสั่นสะเทือนราวกับแผ่นฟ้าแลแผ่นดินจะรวมเข้าด้วยกัน หากแต่เพียงครู่เดียว ท่ามกลางกำแพงบุพชาติ หงส์ขาวยักษ์ในร่างหญิงสาวปรากฏตัวอีกครา ทว่าในขนาดที่ใหญ่โตเสียยิ่งกว่าชายฉกรรจ์ร่างยักษ์อย่างฟู่เหว่ยสองคนรวมกัน เรือนกายขาวราวหิมะห่อหุ้มด้วยผ้าแพรสีขาวไสวสวยงามเสียยิ่งกว่าแพรพรรณใดที่ฟู่เหวายเคยเห็น

 

            หงส์ขาวยักษ์มิใช่เพียงสัตว์ที่สกุลหยินเคยปรามาส ทว่าเป็นเทพเซียนหงส์ขาวที่เห็นประจักษ์ต่อสายตาแลในยามนี้

 

            "พวกเจ้าเบียดเบียนจับบริวารและสหายของข้าจากป่าแห่งนี้ไปมากมาย แม้แต่ยามนี้ก็ยังละโมบโลภมากในตัวข้าอย่างไร้ยางอาย" เสียงหวานราวพิณสวรรค์กังวารขึ้น ชายผู้ล่าแห่งสกุลหยินกรูวิ่งมาหาฟู่เหว่ยราวกับต้องการที่พึ่งพา ทว่าฟู่เหว่ยเองทำได้เพียงแหงนหน้ามองไร้การต่อกร

 

            "พวกเจ้าต้องทุกข์ทรมานอย่างที่พวกเจ้าเคยทำ" เสียงกึกก้องเต็มด้วยความฉุนเฉียวอัดแน่น กดดันน่าประหวั่นพรั่นพรึงจนไม่อาจยืนต้านทานอยู่ได้ แข้งเข่าของเหล่าบุตรชายสกุลหยินทุกคนรวมทั้งฟู่เหว่ยทรุดลงแทบพื้น ยกมือขึ้นกราบกราน ค้อมหัวลงหาพื้นดินขอการให้อภัย

 

             "ขอความเมตตาอันใด พวกเจ้าไม่เคยฟังเสียงสัตว์สักตัวที่เจ้าจับไป เชือดหั่นปั่นคออย่างเลือดเย็น  ฉุดคร่าล่าไปขาย กังขังไว้อย่างอำมหิต ข้าไม่จำเป็นต้องฟังอสูรร้ายในร่างมนุษย์อย่างพวกเจ้า" แพรพรรณสีขาวสว่างกลายกลับเป็นปีกหงขาวใหญ่โต บดบังแสงจันทราจนเหล่าสกุลหยินแสนละโมบตกใต้เขตเงาดำ

 

            การร่ายคำสาป ที่จักเป็นดังคำแห่งเทพเซียนหงส์ขาวผู้สูงส่ง

 

            "พวกเจ้าอยากได้นักใช่หรือไม่ ความโชคดีมั่งคั่งทั้งหลาย นำมาซึ่งโชคดีอันมากมาย แย่งชิงเฆ่นฆ่า จับขังและเร่ขาย เหล่าหงส์ สัตว์มงคลแลสัตว์ต่าง ๆ แม้แต่บริวารและตัวข้าเอง อย่างไม่นึกถึงศีลธรรม " รอยยิ้มเยือกเย็นวาดกว้าง เทพเซียนมิควรปรารถนาร้าย แต่นี่เป็นเพียงการมอบวาจาศักดิ์สิทธิ์

 

            คำอวยพรหรือคำสาป

 

            "หึ ข้ามองเห็นซึ่งเลือดเนื้อสกุลหยินที่กำลังจะกำเนิดถึงสี่ชีวิต ข้าขอสาปส่งสายเลือดของพวกเจ้า ข้าขอให้บุตรชายสกุลหยินสืบเชื้อสายประหลาด นำพามาซึ่งโชคดี  ผิวพรรณนวลเนียนต้องตา ทั้งสวยงาม ทั้งหอมหวาน ถูกเร่ขายไม่ต่างจากสัตว์มงคล  ถูกแย่งชิง ตามล่า ถูกกังขังหวงแหนอยู่ใต้ร่างชายอื่น ขอให้บุตรชายลูกหลานสกุลหยินจงทรมานเจ็บช้ำ ไม่ต่างจากวิหคหงส์ที่ถูกล่ามตรวนในสกุลสูงศักดิ์ที่พวกเจ้าจับไปขาย จนกว่าจะได้รักแท้มาเยียวยาในแต่ละหน่อเนื้อเชื้อไข รักแท้ซึ่งข้าไม่เคยนึกเชื่อถือว่ามีจริง"

 

            เป็นคำสาปแน่หากถามผู้มอบวาจานี้

 

            รางวัลแต่ความต่ำช้าแสนระราน

 

            "ข้าขอสาปส่ง ให้เป็นเช่นนี้ชั่วกัปกัลป์ จวบจนกว่าจะหมดสิ้นสายเลือดสกุลหยินต่ำช้าของพวกเจ้า"

 

            ครืนนนน

 

            เสียงดังลั่นจากกลางหนองน้ำ กำแพงบุพชาติสั่นสะเทือนล้มครืนลงสู่ผืนน้ำ เบื้องบนปีกขาวประกายสีรุ้งโบกไสวโบยบินขึ้นบนฟากฟ้า  มุ่งหาดวงจันทร์ทอแสงงดงาม ทว่าไม่มีผู้ใดได้ชื่นชม

 

เพราะต่างออกวิ่งหนีด้วยใจสั่นขวัญแขวน จากน้ำเสียงหวานราวพิณสวรรค์ที่หลอกหลอนฉุดต่ำลงนรกในอกผู้ถูกสาปส่ง วิ่งพล่านหมายมุ่งออกจากป่า ไม่ต่างเหล่าอสรพิษที่จับมามุ่งร้ายต่อหงส์ขาวเลื้อยพล่านหนีตายกลับหาผู้นำมาใส่ตะกร้ามา ฉกไล่ส่งพิษร้ายเฆ่นฆ่าสายเลือดสกุลหยินตกตายไปคนแล้วคนเล่า

 

            ผ่านไปจนยามเหม่า แสงแรกของวันมาพร้อมกับร่างของฟู่เหว่ยกระเซอะกระเซิงเสื้อผ้าขาดรุ่ย เปรอะเลอะฝุ่นโคลน แทบคลานกลับมาสู่รั้วสกุลหยินเพียงผู้เดียวที่รอดกลับมา

 

            หยิน ปิงเหยียน แลสตรีสกุลหยินกระวีกระวาดออกมาดูแลคนเจ็บ

 

            ฟู่เหว่ยเจ็บหนักใกล้ตายเต็มทน พิษจากหนามแหลมแลแมลงในป่าทำให้ฟู่เหว่ยทนอยู่ได้เพียงสามวัน

 

            ทว่าเหตุการณ์ริมหนองน้ำรวมทั้งคำสาปแห่งสกุลหยินไม่ได้ตายจากไปด้วย มันถูกถ่ายทอดให้หยิน  ปิงเหยียนและสตรีทุกคนในสกุลหยินได้รับรู้

 

            หญิงสาวทั้งสี่ที่ตั้งครรภ์สายเลือดสกุลหยินเสียขวัญจากคำสาปร้ายเสียจนนึกคิดจะใช้ยาขับเลือดเนื้อเชื้อไขในท้องของตนออกมา ทว่าหยิน ปิงเหยียน ผู้กลายเป็นสตรีคนเดียวที่เก่งกล้าพอจะดูแลสกุลหยินแทนพี่ชายของตนที่ตายไปนั้นมองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยความสงบเยือกเย็นและชาญฉลาด

 

            นางย้ำชัดว่าให้ใจเย็นและดูต่อไป ว่าจะเป็นอย่างคำสาปหรือไม่

 

 

            "วะ แว้ แอ แว้" เสียงทารกน้อยคนแรกจากครรภ์ของสตรีสายเลือดสกุลหยินถือกำเนิดขึ้น หยิน ปิงเหยียนลงมาตรวจสอบดูแลทุกอย่างอย่างเข้มงวด ทารกน้อยเป็นเพศชายที่มีผิวขาวราวหิมะ รูปร่างหน้าตาน่าเกลียดน่าชังเหมือนดังเด็กทารกแรกเกิดทั่วไป หากไม่นับกลิ่นหอมหวานติดผิวราวก่อกำเนิดด้วยน้ำอบดอกไม้หอมหวาน

 

            อีกสองเดือนให้หลัง หญิงสาวอีกสามคนได้คลอดบุตรออกมาเช่นกัน ต่างเป็นบุตรชาย บุตรชายที่เนื้อตัวหอมหวานเสียทั้งสิ้น

 

            ยิ่งดอมดมผิวทารกน้อย ปิงเหยียนแลสตรีสกุลหยินลงความเห็นว่ากลิ่นนั้นหรือเหมาะต้องดังบุพชาติ เมื่อจัดจำแนกแล้วลงความเห็นได้ว่า

 

            หลานชายคนที่หนึ่งกลิ่นหอมดังกุ้ยฮวาหรือหอมหมื่นลี้

            แลคนสองนั้นหอมเหมือนเหมยฮวาแสนงาม

            คนที่สามเนื้อตัวหอมกลิ่นดังดอกจวี๋ฮวาหรือดอกเก๊กฮวย

            แลคนสุดท้ายบุตรชายของฟู่เหว่ย หลานในไส้ของปิงเหยียนนั้น มีกลิ่นดังดอกมู่ตัน หรือโบตั๋นที่ปิงปิงชื่นชอบไม่ผิดเพี้ยนไปสักเสี้ยว

 

            ในขอบรั้วบ้านสกุลหยิน แห่งแคว้นเยี่ยไร้ซึ่งผู้ชายด้วยตกตายจากคืนแห่งการล่าเสียจนเกือบหมด รั้วกำแพงที่เคยเปิดต้อนรับจึงถูกลงกลอนปิดประตูแน่นหนา สกุลหยินเก็บเงียบเรื่องทายาทชายทั้งสี่ ที่หอมหวาน ภายใต้การเฝ้ามองและอบรมเลี้ยงดูของหยิน ปิงเหยียนและสตรีสกุลหยิน ที่หมายมั่นพิสูจน์ผลคำสาปที่ได้รับ

           

            วันคืนผันผ่าน สิบห้าปีไม่ขาดไม่เกิน บุตรชายทั้งสี่แห่งสกุลหยินเติบโตมากขึ้น เป็นชายที่มีรูปร่างผิวพรรณงดงามเสียยิ่งกว่าสตรี เรือนร่างอรชร ราวกับกิ่งหลิวที่น่าถนอมมากกว่าส่งลงสนามรบให้เจ็บยอก ยิ่งโตกลิ่นหอมหวานต่อให้พยายามปลูกดอกไม้นับสิบ นับร้อยเพื่อเก็บซ่อนกลิ่น ก็ยิ่งเก็บไม่มิด

 

แม้ไม่เปิดรั้วสกุลออกกว้างต้อนรับแขกเหรื่อ แต่คำล่ำลือที่ว่า บุตรชายทั้งสี่แห่งสกุลหยินรูปงามราวเทพธิดา ตัวหอมยิ่งกว่ามวลบุพผากลับถูกกล่าวขวัญไปทั่ว

 

            จวบจนบุตรชายคนกลางแห่งสกุลเยี่ย  เยี่ย ไจ้ฟ่านอดรนทนไม่ไหวจนต้องเดินทางหลายวันหลายคืน มุ่งตรงมาสู่หน้ารั้วสกุลหยินพร้อมทองพันสองร้อยชั่ง ดังที่เคยใช้ในการจ้างวานตามหาหงส์ขาวยักษ์ที่ชวดไปครั้งก่อน ต่อรองขอรับบุตรชายสกุลหยินตัวแสนหอมสักคนกลับไปด้วยกัน

 

            ปิงเหยียนด้วยใจนึกอยากพิสูจน์คำสาปที่มิเคยเอ่ยปากเล่าให้คนนอกสกุลรับรู้ แลทองพันสองร้อยชั่งอร่ามตา ปิงเหยียนจึงหมายมอบบุตรหลานของตนแก่สกุลเยี่ย ทว่ามิอาจตัดใจเลือกได้โดยง่ายจึงเอ่ยถามเยี่ย ไจ้ฟ่าน ท่ามกลางสวนบุพชาติที่ปลูกไว้หมายกลบกลิ่นหอมของบุตรชายสกุลหยิน

 

            "จากดอกไม้ทั้งสี่นี้ ท่านชอบดอกไม้ดอกใดหรือ ท่านไจ้ฟ่าน"

 

            "แม้ท่ามกลางมวลบุพผาเหมยฮวาก็ยังสวยตรึงใจข้าที่สุด" คำตอบแสนเรียบง่ายนำพาให้ไจ้ฟ่านได้ตัวบุตรชายคนที่สองผู้มีกลิ่นหอมดังเหมยฮวากลับสู่ขอบรั้วสกุลเยี่ยไปกับตน

 

            หยิน เจินหรง ผู้หอมหวานดังเหมยฮวามิได้อยากจากสกุลหยินไป มิได้มีใจยินยอมหรือรักใคร่ต่อไจ้ฟ่านถึงเพียงนั้นทว่ามิอาจขัดต่อคำสั่งของท่านป้าได้ จึงจำต้องจากลารั้วสกุลหยินไปทั้งน้ำตา ไม่มีสิทธิ์ต่อรองใด ดังเช่นสัตว์มงคลที่เปล่งเสียงร้องทรมานเพียงไหนก็ไร้การรับฟัง

 

            ปิงเหยียนอดทนรอฟังเรื่องราวจากสกุลเยี่ยที่ตนส่งผู้ติดตามเจินหรงไปด้วยเพื่อติดตามดูผลพวงแห่งคำสาปและส่งข่าวให้ได้รับรู้

 

            ข่าวคราวแรกนั้นเป็นดังวาจาศักดิ์สิทธิ์ของเทพเซียนหงส์ขาว กิจการโรงอบยาสมุนไพรของสกุลเยี่ยมั่งคั่งมากผิดหูผิดตา จนแม้กล้ำกลืนฝืนใจที่ได้สะใภ้แรกของบุตรคนรองเป็นชาย แต่หลายคนก็ยอมรับว่าคงเป็นผลจากหยิน เจินหรงที่ถูกพาเข้าสกุลเยี่ยไป

 

            ท่ามกลางทั้งสายตาเยินยอแลเกลียดชัง เวลาพ้นผ่านไปสามเดือน ราวอาเพศหนักหนาเมื่อผ่านค่ำคืนแสนหวานที่ไจ้ฟ่านหลงใหลจนมิใคร่ออกจากเรือนเหมยฮวา

 

            ทำให้บุตรชายสกุลหยิน อย่างเจินหรงตั้งท้องเช่นสตรี

 

            คนในสกุลเยี่ยตื่นตระหนก บ้างกล่าวหาว่าเจินหรงเป็นภูตผี เจินหรงเป็นกาลกิณีร้าย เจินหรงจะนำภัยพิบัติมาให้ ขับไล่เจินหรง เหมยฮวาแห่งสกุลหยินออกจากสกุลเยี่ยอย่างใจร้ายใจดำ แม้แต่ไจ้ฟ่านยังมิอาจช่วยเหลือได้

 

            เจินหรงหอบครรภ์ที่ผิดแผกธรรมชาติไปอาศัยอยู่ห่างไกลจากสกุลเยี่ย เจ็บช้ำกล้ำกลืนน้ำตา จนปิงเหยียนรับรู้ข่าวจึงตรงมาหาจากสกุลหยิน ตรวจดูแล้วเจินหรงตั้งครรภ์ได้จริงไม่ผิดแผกสตรี

 

            ด้วยใจอาธรเจินหรงที่ดูอับเฉา ช้ำน้ำตาไม่สดใสดังเป็นเหมยฮวาแสนงามอย่างเคย รวมทั้งจุดหมายที่ปิงเหยียนมุ่งมั่นไว้ในใจ จึงได้เชื้อเชิญเหล่าสกุลเยี่ยมาหาถึงบ้านไม้เก่าที่ขับไล่เจินหรงมา เอ่ยถ้อยวาจามากมายให้ได้รับรู้

 

            คำสาปร้ายที่เคยได้รับ ถูกเปลี่ยนแปลงไป ตัดทอนเหลือเพียงการอำนวยอวยชัยถึงโชคดีมากมาย แลปั้นเติมเสริมแต่งว่านี่คือคำอวยพรแห่งเทพเทวา ท่านเซียนที่อวยชัยให้บุตรชายสกุลหยินสามารถตั้งครรภ์ก่อกำเนิดเลือดเนื้อได้ราวสิ่งวิเศษณ์อัศจรรย์

 

            เมื่อได้รับการยืนยันจากปากของหยิน ปิงเหยียน แลโชคดีก็เกื้อหนุนนำ ยิ่งเจินหรงดังครรภ์บุตรของไจ้ฟ่านนานวัน การค้าสกุลเยี่ยก็ยิ่งมั่งคั่ง ไจ้ฟ่านจึงสามารถรับเหมยฮวาดอกสวยสู่อ้อมกอดตนอีกครา

 

 

 

            ทว่าเหลือซึ่งหนึ่งอย่างที่ปิงปิงยังไม่ได้รับการพิสูจน์จากการตั้งครรภ์ของเจินหรง

 

            หยิน จุ้ยวิน คือน้องชายของปิงเหยียน เป็นชายสายเลือดสกุลหยินเพียงคนเดียวที่ออกจากแคว้นเยี่ยไปตั้งแต่เยาว์วัย ได้รับตำแหน่งแม่ทัพขององค์ราชา จึงไม่ได้ตกตายตามไปในคืนแห่งการตามล่าหงส์ขาวยักษ์

 

            จุ้ยวินชื่นชอบดอกโบตั๋นไม่ต่างจากปิงเหยียนชอบ หยิน หลิ่งปิน ผู้มีเนื้อตัวหอมดังดอกโบตั๋น จึงถูกส่งไปหาผู้เป็นอาที่ไม่เคยรู้จักหรือพบเจอ ในฐานะภรรยา

 

            ผ่านไปไม่กี่เดือน หลิ่งปินดังครรภ์ดังเช่นที่เจินหรงเป็น จุ้ยวิน แม่ทัพไร้พ่ายยิ่งกล้าแกร่งราวกับมีโชคดีเกื้อหนุนให้พ้นซึ่งอันตราย

 

            และเมื่อครบกำหนดจึงได้คลอดบุตรออกมา ทว่าสิ่งที่ต่างกันคือ บุตรชายของจุ้ยวินและหลิ่งปินนั้นหอมดอกไม้ไม่ต่างจากที่ หลิ่งปินเป็น

 

            ทว่าบุตรชายของเจินหรงนั้นคล้ายไจ้ฟ่านผู้เป็นพ่อแลไร้กลิ่นหอมอย่างที่ควร

 

            ปิงปิงขบคิดและวาดร่างความรู้ที่ตนค้นหาด้วยมันสมองอันชาญฉลาดของตนเก็บสะสมข้อมูลเหล่านั้นไว้และรอดูผลจากบุตรหลานอีกสองคน

 

            ไม่ต้องรอนานเลยสักนิด

 

            ข่าวลือนั้นว่องไวเสียยิ่งกว่าเปลวไฟเผาไหม้ลามทุ่ง

 

            ทั้งความร่ำรวยของสกุลเยี่ย ทั้งตำนานนักรบไร้พ่ายของหยิน จุ้ยวิน  ทำให้คำสาปที่ถูกบิดเบือนจนกลายกลับเป็นคำอวยพรแห่งสกุลหยิน รวมทั้งความงามของดอกไม้ใต้ขอบเขตรั้วสกุลหยิน ถูกเล่าขานปากต่อปาก

 

            บุตรชายสกุลสูงศักดิ์แบกแก้วแหวนเงินทองด้วยปริมาณมากกว่าหรือเทียบเคียงยามไจ้ฟ่านไปรับเหมยฮวามารอหน้าสกุลหยิน นึกอยากรู้อยากลองพิสูจน์ดอกไม้สกุลหยินดูสักหน

 

            ทว่าปิงเหยียนกลับบอกปัดไป จนมูลค่าทองเพิ่มขึ้นอีกนับร้อยนับพันชั่ง จวบจนวางแผนกำจัดศัตรูที่มาเป็นคู่แข่งในการชิงดอกไม้ ด้วยใจปรารถนา

 

            รอยยิ้มหวานราวดอกไม้ทว่าอาบเคลือบด้วยพิษร้ายปรากฏกว้าง ตาคมของหยิน ปิงเหยียนเป็นประกายยามที่นึกถึงความมั่งคั่งที่จักเพิ่มพูนขึ้นด้วยบุตรชายผู้ต้องสาป

 

            จนเมื่อได้ราคาสูงดังใจหมาย บุตรชายแห่งสกุลเล่อ และสกุลจิ่ง ได้รับการต้อนรับด้วยทองสามพันชั่ง

 

            บุตรชายสกุลเล่อเลือกรับจวี๋ฮวาไปครอบครอง

            บุตรชายสกุลจิ่ง รับกุ้ยฮวาไว้ในอ้อมกอดของตน

           

ต่อมาไม่นานทั้งกุ้ยฮวาและจวี๋ฮวาต่างตั้งครรภ์  ให้กำเนิดบุตรทั้งชายและหญิง ในจำนวนบุตรชายของทั้งคู่นั้น มีเพียงสองในห้าที่มีลักษณะมงคล ตรงกับบุตรชายผู้เป็นดงดอกไม้แห่งสกุลหยิน

 

 

            ยิ่งผ่านวันเวลา จนตนแก่ชราลงทุกที หยิน ปิงเหยียน วางรากฐานสิ่งอันสมควรมากมายตามความเห็นของตน

แม้แต่ตราประจำตระกูล ดอกโบตั๋นที่ตนชื่นชอบ ถูกนำมาแกะสลัก แต่งตั้งเป็นตราสัญลักษณ์แห่งสกุลหยินใหม่ที่จะรุ่งเรืองและมั่งคั่งต่อไปจากนี้ หน้าประวัติศาสตร์สกุลหยินฉบับใหม่ที่จะถูกขีดเขียนกำหนดด้วยตัวของหยิน ปิงเหยียนเอง

 

            ปิงเหยียนใช้เงินจากผู้ชายที่มาซื้อบุตรหลานไม่ต่างจากสินค้า ขยับขยายสกุลหยินจนกว้างขวาง บรรจุความรู้และสิ่งควรทำลงในตำรา ส่งต่อเรื่องราวเหล่านี้ สู่มือบุตรีรุ่นต่อไป ต่อ ๆ ไป ให้ดำเนินการอย่าได้บิดพลิ้ว

 

ข้อสรุปที่จำเป็นหากหมายจะแลกลูกหลานของตนกับเงินทองต่อไป

 

            หากจะให้บุตรชายสกุลหยินหอมหวานน่าแย่งชิง ดูแล้วจะต้องผสมผสานเจือด้วยเลือดแห่งสกุลหยินด้วยกัน นางจึงตามหาชายผู้มีสายเลือดสกุลหยินที่ตบแต่งออกไปนอกสกุล หรือย้ายไปที่อื่น

            ปะปนผสมผสานเลือดเนื้อสกุลหยิน และแบ่งออกเป็นสามกลุ่มตามความฉลาดหลักแหลมที่ปิงเหยียนสรรค์สร้าง

            หนึ่ง คือบุตรชายที่มีกลิ่นกายหอมหวานดังดอกไม้ จะเก็บซ่อนเลี้ยงดู อบรมอย่างดีไว้ในขอบรั้วสกุลหยิน ให้ยิ่งถนอมทวีคุณค่าราคามากขึ้น

            สอง คือ บุตรีเหล่าสตรีที่เกิดมาจะต้องคอยแบกรับหน้าที่ดูแลสกุลหยิน และจัดแจงการสืบลูกหลานในระหว่างสายเลือดสกุลหยิน มีเพียงพ่อแม่กับลูก ปู่ย่ากับหลานเท่านั้นที่ทำการละเว้น และดูแลการแลกบุตรชายผู้หอมหวานดังดอกไม้กับเงินตราจากชายผู้สนใจ

            สาม คือ บุตรชายที่เกิดมาไม่มีลักษณะมงคล ซึ่งมักเป็นลูกหลานที่ออกไปตบแต่งกับสกุลอื่นแล้ว นั้นจะเลี้ยงไว้ห่างไกลสกุลหยิน และอาจหยิบยืมตัวมาเพื่อสืบลูกหลานต่อไป

 

           

            สืบสกุลปะปนสายเลือดสกุลหยินกันเอง เพื่อให้ได้บุตรหลานชายแห่งความโชคดี ซึ่งจะถูกนำมาเร่ขายแย่งชิงไม่ต่างจากสัตว์มงคล

 

            ทว่านี่คือปรารถสูงสุดที่บรรพบุรุษสกุลหยินต้องการ สืบสายเลือดแห่งความมั่งคั่งต่อไป

 

            เพิ่มพูนมูลค่าของบุตรชายสายเลือดสกุลหยินบริสุทธิ์ให้ยิ่งเท่าทวี

 

            มันคือคำอวยพร คำอวยพรไม่ใช่คำสาป

 

            คำอวยพร ใช่ อวยพร มันไม่ใช่คำสาป คำอวยพรต่างหาก คำอวยพร ถูกต้อง มันคือคำ...."

           

 

            "อ่านจบแล้วเหรอปิงปิง" เสียงหวานอ่อนโยนจากเจ้าของใบหน้าที่เหมือนกับตนเองของชิงเหม่ยทำให้ปิงปิงในวัยสิบสองลดม้วนผ้าไหมที่ถูกเขียนด้วยหยดหมึกลง

 

            ม้วนผ้าไหมนี่เป็นสิ่งที่ปิงปิงกับชิงเหม่ยไม่เคยเห็น ทว่ากลับได้พบเจอมันซุกซ่อนอยู่ในกล่องไม้ใหญ่หลังตู้หนังสือ ที่เก็บตำราเรียนเกี่ยวกับสกุลหยินไว้ เพราะกุญแจขึ้นสนิมจนผุพังปิงปิงและชิงเหม่ยจึงเปิดหีบออกและหยิบม้วนผ้าไหมที่วางอยู่ในนั้นเพียงอย่างเดียวออกมาอย่างซุกซน

 

            "จบแล้ว มันถูกหยุดไว้แค่นี้ ไม่ได้เขียนต่อ ตอนท้ายที่ย้ำว่าคือคำอวยพรหรือคำสาปลายมือก็กระหวัดกระเหวียดอ่านแทบไม่รู้เรื่องเลย" ปิงปิงวางม้วนผ้าไหมลงให้ชิงเหม่ยได้ดูด้วยกัน

 

            "หยิน ปิงเหยียน ชื่อเหมือนท่านยายทวด ต้นสกุลของเราที่เขียนในตำนานสกุลเลยเนอะ" ชิงเหม่ยเหลือบตามองฝาแฝดด้วยดวงตาแสนอ่อนโยน

 

            "นั่นสิ แต่ในนี้ก็ไม่มีระบุชื่อไว้นะว่าใครเป็นคนเขียนบันทึกนี้ขึ้นมา อาจจะเป็นใครสักคนในสกุลหยินที่อยู่ในยุคของคุณยายทวดปิงเหยียนก็ได้มั้ง" ปิงปิงลดเสียงลงยามที่พูด ชิงเหม่ยมองแฝดของตน ขยับจนแนบชิดกัน

 

            "แต่ก็ไม่เคยได้ยินเลยนะ ว่าตำนานสกุลหยินแท้จริงแล้วเป็นคำสาป เคยได้ยินแต่ว่าเป็นคำอวยพร" ชิงเหม่ยกวาดสายตาอ่านจนทั่วม้วนผ้าไหมตรงหน้า แม้จะผ่านกาลเวลามานาน ทว่าถูกเก็บไว้อย่างดีจึงยังอ่านออกได้ชัดเจนแม้จะผุและซีดเซียว

 

            "นั่นสิ" ปิงปิงพึมพำ ดวงตาโตสวยจ้องมองฝาแฝดผู้มีใบหน้าเหมือนตนเอง ทว่าดูนุ่มนวลและน่าลุ่มหลงเสียยิ่งกว่า ใบหน้าและเรือนร่างที่เธอเฝ้ามองมาตลอด

 

            "ชิงเหม่ยตำนานสกุลหยินน่ะจะเป็นคำสาปหรือคำอวยพรก็ตาม แต่เธอเห็นเหมือนเราใช่ไหมตอนนี้น่ะ ท่านยายก็เริ่มแก่ ท่านป้าเองก็เช่นกัน พวกท่านฝากความหวังไว้ที่เราสองคนนะ เราจะต้องมีบุตรชายสายเลือดสกุลหยินบริสุทธิ์ด้วยกัน ทำให้ปรารถนาของคุณยาย คุณป้าและบรรพบุรุษของเราเป็นจริงด้วยกันนะ" มือขาวเรียวสวยของเด็กหญิงปิงปิงยกขึ้นถัดผมสีดำขลับของชิงเหม่ยให้เผยกรอบหน้าดังเช่นตนเองที่เธอหลงใหล

 

            "ยิ่งเราเป็นฝาแฝดกัน เต็มเปี่ยมด้วยสายเลือดสกุลหยินทั้งคู่ หากเราร่วมมือกันมันจะต้องยิ่งดีแน่ ๆ ชิงเหม่ยคิดเหมือนเราไหม" ปิงปิงย้ำถาม ชิงเหม่ยจ้องมองใบหน้าฝาแฝดของตนพยักหน้าอย่างเห็นด้วยทุกประการ

 

            "ถ้าคุณยายไม่อยากให้เราเห็นม้วนผ้าไหมนี้ เราก็ทำเหมือนไม่เห็นกันเถอะ" ชิงเหม่ยม้วนกลับเป็นเช่นเดิม วางมันลงในหีบเดิม ปิงปิงเดินไปหยิบแม่กุญแจของตู้ใบใหญ่มาแล้วคล้องที่สลักกุญแจแทนอันเดิมที่ผุพัง

 

            กล่องเก่าถูกดันเก็บไปหลังตู้หนังสือตามเดิมด้วยสองแรงที่ช่วยเหลือกันเก็บซ่อนไว้ลึกลับอย่างเช่นที่ควรเป็น

 

            การได้เห็น ได้อ่านตำนานของสกุลหยินก็ดีไปเสียอีกอย่างสำหรับปิงปิงและชิงเหม่ย มันทำให้เธอทั้งสองรู้ว่าจะล่าถอยไม่ได้ จะต้องทำให้สำเร็จ

 

            โลกก้าวมาไกลถึงเพียงนี้แล้ว เธอทั้งสองจะใช้ความชาญฉลาดและวิทยาศาสตร์ดลบันดาล สร้างหนทางต่อจากนี้ให้กับสกุลหยิน เหมือนที่ท่านยายทวดหยิน ปิงเหยียนได้ทำให้สกุลหยิน เธอจะต้องให้กำเนิดบุตรชายสายเลือดหยินบริสุทธิ์ให้ได้

 

 

            นี่คือคำมั่นที่ปิงปิงและชิงเหม่ยมอบให้แก่กัน

 

            สองฝ่ามือของเด็กหญิงวัยสิบสองสอดประสานจับกัน ดวงตากลมโตมองจ้องฝาแฝดของตนด้วยความรักลึกซึ้งเกินกว่าพี่น้องคนใดจะมอบให้กันอย่างที่มองมาเสมอ และจะมองตลอดไป

 

            แม้จะเป็นคำอวยพร หรือแท้จริงแล้วคือคำสาปส่ง

 

            ทว่าปิงปิงกับชิงเหม่ยก็มิอาจถอยหลัง ตนต้องนำพาความปรารถนาของสกุลหยินให้ก้าวต่อไป

-----

จะพูดอะไรก่อนดี

ก่อนอื่นเลย ความจริงแล้วส่วนนี้ตั้งใจว่าจะใส่ไว้ในเล่มที่8 (ตอนพิเศษงานรวมญาติของเจ็ดดอกไม้) แล้วแบบ เมื่อไหร่จะถึงเล่มที่8 กันนะ เมื่อไหร่จะฝึกงานเสร็จ เมื่อไหร่จะได้เข้าสวนไปลูบแก้มนวลๆของดอกไม้แสนสวยให้ครบทั้งเจ็ดเรื่อง รวมทั้งคิดว่า อยากเอาตรงส่วนนี้ลงเว็บให้ทุกคนได้อ่านกัน แม้ว่าจะมีหรือไม่มีเล่ม 8 (ในอนาคตอีกหลายต่อหลายเดือน ถถถ) ก็ตามค่ะ

บอกเลยว่ายากสุดคือจะเอาลงที่ไหนดี จะตั้งบทความใหม่ก็กระไรอยู่ เพราะมันก็สั้นๆไม่ยาวมาก ตอนแรกจะไปลงในเรื่องลิลลี่ชิงชิง ให้พี่ใหญ่ของเจ็ดดอกไม้ดูแล แต่ว่าถ้าไปลงมันก็คั่นตอนการอ่านเรื่องหลัก เสียอัครรสเลยมาฝากไว้ ที่คาเนชั่นซึ่งจบแล้วแทน

เป็นที่มาที่อยากจะเล่าว่า จริมๆเนี่ยที่ดอกไม้สกุลหยินท้องได้มันเพราะอะไรกันแน่   อยากเล่ามาก เล่าแล้วก็เอามาให้อ่านกันดีกว่า

เหมือนดังดอกไม้อื่น ๆ ทุกท่านสามารถช่วยกันรดน้ำใส่ปุ๋ยได้เลยนะคะ ฮึก เราจะรอน้าาา ทั้งโหวต เมนต์ หรือแท็ก #7flowers ได้เลยค่ะ 

ในส่วนของเซ็ตต้นตระกูล ดอกไม้ทั้งสี่ ต้นตระกูลสี่ดอกไม้แสนสวยนี่คงไม่แต่งนะคะ (ตอนนี้ไม่มีเวลาเลอออ แต่ถ้ามีโอกาสดีๆว่ากันอีกทีเนอะ แต่ตอนนี้ เร็วๆนี้ ยั้งก่อนๆ) ตอนแรกจะไม่มีชื่อด้วย แต่แบบ มันจะงงกันเนอะ ก็เลยมีชื่อเสียงเรียงนามไปสองดอก

แปะอิมเมจเล็กน้อย

หยิน   ปิงเหยียน 

อิมเมจต่อจากนี้ ขอให้อย่าไปสนใจชุดซึ่งไร้ความจีนโบราณ หาได้เท่านี้จริงๆ หมอบกราบ ฮึก

 

ท่านอาจุ้ยวิน (ชื่อจีนพี่แต่งเอง ให้คิดภาพใส่ชุดเกราะขึ้นหลังม้าเนอะ)

    

หลิ่งปิน (ชื่อจีนแต่งเองอีกละ ก็หาไม่เจออะ เช่นกันจินตนาการว่าน้องใส่ชุดจีนโบราณ)

-

 

ไจ้ฟ่าน (ไม่ได้กลับชาติมาเกิดเป็นเจบีแต่อย่างใด จิ้นว่าใส่ชุดจีนโบราณ)

  

เจินหรง (ไม่ได้กลับมาเกิดเป็นจินยองแต่อย่างใด หน้าคล้ายกันเฉยๆนา)

*สารภาพว่าตรงไจ้ฟ่านกับเจินหรงคือมันแบบหาชื่อจีนที่ยังไม่ถูกใช้ในการปัจจุบัน แลได้ไจ้ฟ่านมา เมื่อมีไจ้ฟ่าน เจินหรงก็จะไม่ตามมาก็กระไรอยู่

ตอนแรกจะมีเจียเอ๋อ แต่ ใช้ไปแล้วๆ หรงจายอีก อี้ฝานกะด้วยใช้แล้วว งืออ

-เจินหรงนี่มาสายเจ้าน้ำตา 

* ยาม ไฮ่ เท่ากับเวลา 21.00 น. จนถึง 22.59 น. 

*ยาม จื่อ เท่ากับเวลา 23.00 น. จนถึง 24.59 น. 

*ยาม เหม่า เท่ากับเวลา 05.00 น. จนถึง 06.59 น.

---------

#7Flowers 

B

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}