Thichadad3938

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนนะคะ หากนิยายมีคำผิด หรือ ข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยที่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ (Puingfungfing.)

บัวหลงจันทร์ ๐๖

ชื่อตอน : บัวหลงจันทร์ ๐๖

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.9k

ความคิดเห็น : 57

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ส.ค. 2560 15:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บัวหลงจันทร์ ๐๖
แบบอักษร

image

บัวหลงจันทร์ ๐๖

วันนี้เป็นวันแรกที่สายหยุดได้เข้าวังหลวงมารับใช้พระชายาบัวงาม

“พี่สายหยุด”พระสุระเสียงหวานเอ่ยเรียกคนสนิทคนใหม่ที่พระภัสดาประทานให้

“พระเจ้าค่ะพระชายา”

“ข้าใคร่อยากไปเดินเล่นที่สวนพฤกษา พี่สายหยุดไปเป็นข้าทีจักได้ไหมจ๊ะ”

“พระเจ้าค่ะ”

เจ้าบัวงามเสด็จประพาสสวนพฤกษาโดยมีคนสนิทอย่างสายหยุดเดินตาม พร้อมพระพี่เลี้ยง แลขบวนข้าหลวงสาวที่ตามถวายงานรับใช้ ดูท่าจักทรงโปรดสวนพฤกษาของศศิมณฑลเป็นพิเศษ พระพักตร์งามแต่งแต้มรอยยิ้มน่ามอง พระหัตถ์บางลูบกลีบบุบผาเบาๆราวกับกลัวช้ำ จรดพระนาสิกสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ พลางยกพระโอษฐ์สรวลบางๆ

“ทูลพระชายา ฝ่าบาทเสด็จเพคะ”เสียงพระพี่เลี้ยงสาวดังขึ้นเรียกให้พระวรกายบอบบางหันมองขบวนเสด็จของพระภัสดา

“ถวายพระพรพระเจ้าค่ะฝ่าบาท”ยอบกายหมอบกราบ

“ลุกเถิดเจ้าบัว”

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”

“พี่กลับตำหนักหลวงไปมิเจอเจ้า ข้าหลวงบอกว่าเจ้ามาเดินเล่นที่สวนพฤกษาจึงได้ตามมา”

“ขอประทานอภัยพระเจ้าค่ะ หม่อมฉันเหงาใคร่อยากเดินเล่น จึงชวนพี่สายหยุดออกมาที่สวนพฤกษาพระเจ้าค่ะ”เมื่อพระบิดา พระมารดา แลพระเชษฐาเสด็จกลับภุมริกาไปแล้ว พระภัสดาก็ต้องทรงงาน เจ้าบัวงามจึงเหงามิใช่น้อย ยังดีที่มีสายหยุดให้คุยด้วยคลายเหงา

“พี่มิโกรธน้องดอก เพียงแต่ตกใจเล็กน้อยเท่านั้น นึกว่าเมียหายเสียแล้ว”ตรัสเย้า

“ฝ่าบาท”ก้มพระพักตร์ ปรางขาวแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย

“หึหึหึ”

“.....”ช้อนนัยน์ตากวางขึ้นมองพระพักตร์งามขององค์จันทร์ พระเสโทผุดซึมเต็มพระนลาฏ เห็นดังนั้นจึงหยิบซับพระพักตร์สีขาวสะอาด อบกลิ่นบุหงารำไปจนหอมฟุ้งที่เหน็บตรงชายพกขึ้นซับหยาดพระเสโทให้พระภัสดา องค์จันทร์ชะงักก่อนจักก้มพระพักตร์ลงให้น้องน้อยซับพระเสโทให้ได้ถนัดขึ้น พระโอษฐ์ยกแย้มยิ้มพึงพระทัย

“ขอบใจหนา”

“มิได้พระเจ้าค่ะ”

“หึหึหึ”พระสรวลน้อยๆ ปลายพระดัชนีเกลี่ยปรางแดงระเรื่อ พระโอษฐ์แนบเบาๆที่ขมับน้องก่อนจักผละออก พระหัตถ์กุมมือเล็กพาเจ้าบัวเดินเล่นชมดอกไม้

“เอ้อ สายหยุด เป็นอย่างไรบ้างเจ้าบัวซนกระไรให้เจ้าเหนื่อยหรือไม่”ตรัสเย้าทั้งเมีย แลสายหยุด

“มิได้พระเจ้าค่ะ พระชายามิได้ซุกซนอันใดพระเจ้าค่ะ”

“ฮะๆๆๆ เยี่ยงนั้นหรือ เป็นเด็กดีมากเจ้า”พระสรวลเสียงดัง ก่อนจักก้มพระพักตร์ลงมากระซิบชมติดใบหูเล็ก

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”

สองพระองค์จับมือกับเดินชมสวนพฤกษา โดยมีสายหยุด องครักษ์เหมเดินตามเสด็จคู่กัน

“พี่เหม”สายหยุดเอ่ยเสียงสั่นเมื่อมือน้อยถูกกอบกุม

“หึหึ ขอพี่จับมือหน่อยหนาเจ้า”

“จ้ะ”ก้มหน้าซ่อนริ้วแดงๆที่พาดผ่านแก้มใส

ในสวนพฤกษาที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของบุบผานานาชนิด ตะวันยามเย็นคล้อยลงดิน คนเป็นนายจับมือกันเดินนำหน้า ตามด้วยองครักษ์หลวง แลคนสนิทของพระชายาที่จับมือกันเดินตาม

.

.

.

ภายในห้องบรรทมตำหนักหลวง องค์จันทร์ประทับนั่งบนขอบพระแท่นบรรทม ทอดพระเนตรเจ้าบัวงามที่นั่งพับเพียบบรรจงออกแรงนวดพระชงฆ์ให้พระองค์อย่างตั้งอกตั้งใจ

“ทรงเป็นอย่างไรบ้างพระเจ้าค่ะ หม่อมฉันทำพระองค์เจ็บหรือไม่พระเจ้าค่ะ”

“ไม่ดอก กำลังสบายเทียว”

“พระเจ้าค่ะ”ยิ้มน้อยๆให้พระทัยสั่น

ก๊อกๆๆ

“ทูลฝ่าบาท แลพระชายา หม่อมฉันนำโอสถ แลพระสุธารสชาลอยดอกมัลลิกามาถวายเพคะ”

“เข้ามา”พระสุระเสียงทุ้มสั่ง

“ขอบใจหนา”เจ้าบัวเอ่ยพลางยิ้มให้ข้าหลวงสาว

“มิได้เพคะพระชายา”หมอบกราบก่อนจะคลานออกจากห้องบรรทม

“พอแล้วล่ะเจ้าบัว...ขอบใจหนา”ตรัสพลางลูบผมนุ่ม

“มิได้พระเจ้าค่ะ”เอ่ยเสียงหวานก่อนจักลุกขึ้นล้างมือในอ่างทองเหลืองที่มุมห้อง ร่างบางเดินกลับมาจัดเตรียมพระสุธารสชาลอยดอกมัลลิกาให้พระภัสดา

“.....”ทอดพระเนตรเมียรักเพลินพระเนตร

“ทรงเสวยพระสุธารสชาลอยดอกมัลลิกาสักหน่อยหนาพระเจ้าค่ะ จักได้บรรทมสบาย”ถวายจอกพระสุธารสชาลอยดอกมัลลิกาหอมกรุ่นให้

“เจ้าก็ดื่มโอสถเถิด”รับจอกจากมือบางมา แลพยักพระพักตร์ให้เจ้าบัวดื่มโอสถสีดำกลิ่นฉุนในถ้วย

“พระเจ้าค่ะ”ยกถ้วยขึ้นจรดริมฝีปากบาง ค่อยๆจิบจนหมดถ้วย

“เป็นอย่างไรบ้างน้อง”

“มิเป็นไพระเจ้าค่ะ ฝ่าบาทจักทรงรับพระสุธารสชาอีกหรือไม่พระเจ้าค่ะ”

“อืม เอามาให้พี่อีกจอกก็พอ”

“พระเจ้าค่ะ”วางถ้วยโอสถ แลรินพระสุธารสชาในกาดินเผาลวดลายสวยงามใส่จอกให้พระภัสดา

“ขอบใจหนา”รับจอกจากมือเล็กมาเป่าไล่ความร้อน ก่อนจะกระดกเข้าพระโอษฐ์ พระหัตถ์รั้งท้ายทอยเจ้าบัวประกบพระโอษฐ์ป้อนพระสุธารสชาให้น้องน้อย กลิ่นหอมของดอกมัลลิกาอบอวลทั้งพระโอษฐ์

“อึก อือ ฮื้อ”เจ้าบัวหลับตากลืนพระสุธารสชาที่พระภัสดาป้อนให้จนหมด พระชิวหาเกี่ยวพันกันไปมา เล็บเล็กจิกบนพระอังสะเปลือยจนทิ้งรอยไว้ องค์จันทร์เอียงพระพักตร์บดจูบน้องตะกรุมตะกรามจนพระเขฬะซึมเลอะขอบพระโอษฐ์ พระหัตถ์เลื่อนลงปลดผ้าแถบสีขาวลายดอกของเจ้าบัวโยนทิ้งมิใยดี มือน้อยผลักพระวรกายกำยำออกเมื่อพระดัชนีบดบี้ยอดถันตน

“ฝ่าบาท อื้อ ไม่หนาพระเจ้าค่ะ”

“ทำไมเล่าเจ้าบัว”ตรัสถามพลางซุกไซร้ซอกคอขาว

“อื้อ”กายบางถูกผลักให้นอนหงายบนพระยี่ภู่ แล้วจักปฏิเสธห้ามปรามได้อย่างไร จำต้องถวายตัวรับใช้พระภัสดาในค่ำนี้

“อ่า เจ้าบัวงาม”

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊าาา”เสียงหวานครางเครือให้ข้าหลวงที่เฝ้าพระทวารหน้าม้าน

.

.

.

รุ่งอรุณมาเยือน ตะวันสาดแสงวันใหม่

จ๋อม

เสียงน้ำในสระสรงกระเพื่อมเมื่อพระวรกายสูงใหญ่ขยับโอบกอดกายขาวของเมีย ปลายพระนาสิกไล้ตามขอบหน้าหวาน

“ฝ่าบาท..พอแล้วหนาพระเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวจักเข้าประชุมกับเหล่าขุนนางมิทันหนาพระเจ้าค่ะ”เสียงหวานเอ่ยเตือนพลางเอียงใบหน้าหลบพระนาสิกซุกซน

“ฟู่ว...หากเป็นไปได้พี่ใคร่อยากอยู่กับเจ้าทั้งวันทั้งคืน”ถอนพระปัสสาสะซบพระพักตร์กับซอกคอขาวของเจ้าบัว

“.....”เจ้าบัวหน้าม้านด้วยความเขินอาย

“.....”

“...รีบสรงน้ำเถิดพระเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวจักไม่ทันการ”

“จ้ะๆ”

.

.

.

เมื่อองค์จันทร์เสด็จไปที่ท้องพระโรงเพื่อร่วมประชุมหารือกับเหล่าขุนนาง เจ้าบัวงามก็เสด็จเข้าเฝ้าพระสัสสุ

“เป็นเยี่ยงไรบ้างเจ้าบัวงาม สบายกาย สบายใจดีใช่ไหมลูก”

“พระเจ้าค่ะพระมารดา”

“พระมารดากระไรกันลูก เรียกแม่สิเจ้า”

“...พระเจ้าค่ะ เสด็จแม่”

“หึหึ...แม่ได้ยินว่าเจ้าจันทร์ให้สายหยุดมาเป็นคนสนิทเจ้าหรือ”

“พระเจ้าค่ะ มีพี่สายหยุดเป็นเพื่อน หม่อมฉันคลายเหงาได้มากเทียวพระเจ้าค่ะ”

“หึหึหึ ดีแล้ว ตอนเจ้าจันทร์เด็กๆก็มีเจ้าเหม แลสายหยุดนั่นแลเป็นเพื่อนเล่น”

“พระเจ้าค่ะ”

เจ้าบัวงามทรงอยู่พูดคุยกับพระมารดาศศิธรอยู่จนสายจึงได้ลากลับตำหนักหลวงให้พระสัสสุได้พักผ่อน ระหว่างทางหรือก็พบกับบุตรสาวขุนนางสองคนจับกลุ่มนินทาเบื้องสูงอย่างมิเกรงกลัวอาญา

“มิรู้ว่าฝ่าบาททรงดำริกระไรอยู่ถึงได้ให้นังบ้านนอกสายหยุดมาเป็นคนสนิทของพระชายา”

“ได้ยินว่าฝ่าบาททรงต้องใจนังบ้านนอกสายหยุดเสียก่อนที่จักแต่งตั้งพระชายาอีกหนาเจ้า”

“หรือจักทรงใคร่อยากให้นังบ้านนอกสายหยุดถวายตัวให้”

“ว้าย แต่งตั้งพระชายามิทันถึงสิบวันจักทรงมีสนมแล้วหรือ คิกๆๆ”

“หากจักทรงมีสนมจริงก็น่าจักทรงเลือกบุตรขุนนางหนา มิน่าเลือกนังบ้านนอกขี้ครอกสายหยุดเสียเลย”

“นั่นสิ จักสงสารก็แต่พระชายา...”

“มิต้องสงสารข้าดอกแม่ ข้ามีกระไรให้พวกเจ้ามาสงสารเวทนาดอกหรือ”ทรงดำเนินไปขวางหน้าสองสาว นัยน์ตากวางจิกมองให้รู้ว่าทรงมิพอพระทัยแค่ไหน

“พะ พระชายา”

“...พระชายา”

สองสาวหน้าซีดทรุดกายหมอบกราบแทบพระบาทบาง

“บอกได้ไหมว่าข้ามีอันใดให้พวกเจ้ามาสมเพชเวทนา สงสารข้าดอกหรือ”พระสุระเสียงหวานเอ่ยแข็งห้วนอย่างทีเหล่าข้าหลวง แลสายหยุดมิเคยได้ยิน นัยน์ตากวางจดจ้องบุตรสาวขุนนางมิวางตา

“ขะ ขอประทานอภัยเพคะ พระชายา”

“ขอประทานอภัยเพคะ”

“ครานี้ข้าจักถือว่ามิได้ยินเรื่องที่พวกเจ้านินทาฝ่าบาท แลข้า แต่อย่าให้มีครั้งต่อไป”

“.....”

“.....”

“พวกเจ้าคงมิอยากให้เรื่องนี้ถึงพระเนตร พระกรรณฝ่าบาทกระมัง”

“พะ เพคะ”ปรายพระเนตรมองสตรีสองนาง ก่อนจักเรียกคนสนิทให้ออกเดิน

“พี่สายหยุด”

“พระเจ้าค่ะพระชายา”

“ไปกันเถิด”

“พระเจ้าค่ะ”

หลังจากที่กลับมาตำหนักหลวง พระชายาคนงาม ก็มาประทับนั่งให้คนสนิทอย่างสายหยุดสอนแกะสลักผลฟักเหลืองใส่เครื่องเคียงถวายพระภัสดา ด้วยเนื่องจากตอนเป็นเจ้าน้อยภุมริกาก็ได้ร่ำเรียนวิชาแกะผักผลไม้จากพระมารดามาบ้างแล้ว จึงมิใช่เรื่องยากที่จักแกะผลฟักเหลืองให้มีลวดลายสวยงาม

“พี่สายหยุด”

“พระเจ้าค่ะ”

“พี่สายหยุดมิต้องไปฟังที่บุตรีขุนนางสองคนนั้นพูดดอกหนาจ๊ะ”

“....”

“มิจำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจดอก ฝ่าบาทท่าน...ทรงไว้ใจพี่สายหยุดมากถึงได้เลือกให้พี่สายหยุดมาเป็นคนสนิทคอยดูแลข้า เพราะฉะนั้นพี่สายหยุดมิต้องไปฟังดอกหนาจ๊ะ”

“ขอบพระทัยพระชายาพระเจ้าค่ะ ที่ทรงเมตตาปกป้องหม่อมฉัน”

“พี่สายหยุดเป็นคนสนิทของข้า ข้าย่อมต้องปกป้องคนของข้า”

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”

“ข้าใคร่อยากลงห้องเครื่องทำพระกายาหารค่ำถวายพระภัสดา พี่สายหยุดช่วยเตรียมให้ข้าได้ไหมจ๊ะ”

“พระเจ้าค่ะ...เยี่ยงนั้นหม่อมฉันจักลงไปที่ห้องเครื่องจัดเตรียมให้หนาพระเจ้าค่ะ”

“จ้ะ ขอบใจหนาจ๊ะ”

“มิได้พระเจ้าค่ะ”

.

.

.

พระกายาหารค่ำวันนี้ เจ้าบัวงามทรงลงห้องเครื่องทำแกงรัญจวน ยำทวาย แลแสร้งว่ากุ้งถวายพระภัสดา แลพระสัสสุ องค์จันทร์ทรงแย้มพระโอษฐ์ปลื้มพระทัยที่เมียลงห้องเครื่องทำอาหารถวาย

“เป็นอย่างไรบ้างพระเจ้าค่ะ อาหารที่หม่อมฉันทำทรงถูกพระทัยพระองค์หรือไม่พระเจ้าค่ะ”

“ยิ่งกว่าถูกใจเสียอีกเจ้าบัวงาม”

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”ยิ้มเต็มดวงหน้าให้องค์จันทร์พระทัยสั่น

“ป้อนพี่หน่อยสิเจ้าบัว”

“พระเจ้าค่ะ”ปรนนิบัติพระภัสดามิมีขาดตกบกพร่อง

.

.

.

“เจ้าบัวงาม”

“พระเจ้าค่ะฝ่าบาท”ขานรับพระภัสดาเสียงหวาน

“วันพรุ่งพี่จักออกว่าราชการนอกวังหลวง เจ้าใคร่อยากออกไปเปิดหูเปิดตาหรือไม่”

“นอกวังหลวงหรือพระเจ้าค่ะ...ฝ่าบาทเสด็จทรงงาน หากหม่อมฉันตามไปคงจักเกะกะพระองค์หนาพระเจ้าค่ะ”คราแรกเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับเด็กๆ แต่เมื่อคิดได้ว่าหากไปคงจักเกะกะพระภัสดาจึงได้เอ่ยเสียงอ่อย

“เกะกะกระไรกันเจ้าบัวงาม ตัวเจ้าหรือก็นิดเดียว หึหึ”

“หม่อมฉันเกรงว่าจักไปรบกวนพระองค์หนาสิพระเจ้าค่ะ”

“ไม่ดอก อย่ากังวลไปเลยหนาน้อง...พี่ใคร่อยากพาเจ้าไปเปิดหูเปิดตาบ้าง”

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”

“แลตอนที่อยู่ภุมริกา น้องได้เคยออกไปเที่ยวเล่นนอกวังหลวงบ้างหรือไม่”

“เคยพระเจ้าค่ะ หม่อมฉัน แลภุชงค์เคยตามเสด็จ เสด็จพ่อ แลเสด็จแม่ท่านออกตรวจตราความเป็นอยู่ของประชาชน...หากแต่ต้องปลอมเป็นชาวบ้านไปหนาพระเจ้าค่ะ คิกๆ”เป็นครั้งแรกเลยกระมังที่องค์จันทร์ทรงได้ยินเมียพูดยาว แลพูดด้วยน้ำเสียงสดใสเช่นนี้

“ปลอมเป็นชาวบ้านงั้นหรือ?”

“พระเจ้าค่ะ เสด็จพ่อ แลเสด็จแม่ยามออกตรวจตราความเป็นอยู่ของประชาชนมักจักปลอมเป็นชาวบ้าน เสด็จพ่อท่านว่าหากปลอมเป็นชาวบ้านจักได้เห็นความเป็นอยู่ของชาวบ้านจริงๆ มิใช่เห็นแค่สิ่งที่ขุนนางใคร่ให้เห็นพระเจ้าค่ะ”

“อืม...เยี่ยงนั้นวันพรุ่งพี่จักลองปลอมเป็นชาวบ้านออกตรวจราชการบ้างดีหรือไม่”

“หา...”

“เห็นทีคงต้องให้เจ้าช่วยแนะนำเสียแล้วเจ้าบัว”

“เอ่อ..พระเจ้าค่ะ”

.

.

.

รุ่งเช้ามาเยือน ทั้งสองพระองค์ต่างตื่นบรรทมเตรียมพระวรกายเพื่อออกตรวจตราความเป็นอยู่ของชาวบ้านนอกวังหลวง

“พี่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าบัว ดูคล้ายหนุ่มชาวบ้านหรือไม่”องค์จันทร์ทรงสวมเสื้อคอกลมแขนยาวสีดำเขม่า แลโจงกระเบนสีดินแดง

“.....”นัยน์ตากวางช้อนมองพระวรกายสูงใหญ่ของพระภัสดา จักต้องตอบว่าอย่างไรดี แม้นทรงอยู่ในชุดชาวบ้านเช่นนี้ หากแต่ทรงรูปงามราวกับรุกขเทวดามิเปลี่ยน

“ว่าอย่างไรเจ้าบัว”

“ทรงรูปงามมากพระเจ้าค่ะ”

“ฮะๆๆ”ทรงพระสรวล แลดำเนินเข้ากอดร่างน้อยของเมีย เจ้าบัวงามวันนี้นุ่งเสื้อแขนยาวคอกลมเฉกเช่นเดียวกับพระภัสดาสีม่วงดอกตะแบกเผยลำคอระหงขาวผ่อง แลโจงกระเบนสีลูกหว้า กระนั้นชุดชาวบ้านก็มิสามารถทำให้ความงามของพระชายาลดลงแม้แต่น้อย

“ฝ่าบาท”ดวงหน้างามก้มงุดเมื่อถูกกกกอดจากด้านหลัง

“เจ้างามเหลือเกินเจ้าบัวของข้า”ตรัสแลไล้พระนาสิกกับใบหูเล็ก กดจูบประทับรอยอุ่นที่ลำคอขาว

“ฝะ ฝ่าบาท”

“หึหึหึ ไปเถิด พี่ว่าจักเข้าเฝ้าเสด็จแม่ท่านก่อนจึงค่อยออกจากวังหลวง”

“พระเจ้าค่ะ”

.

.

.

หลังจากที่เข้าเฝ้าพระมารดาแล้ว ทั้งสองพระองค์พร้อมด้วยองครักษ์ประจำพระองค์ขององค์จันทร์ แลคนสนิทของพระชายาก็เดินทางออกจากวังหลวง

“ประเดี๋ยวเราจักลงเกี้ยวที่หลังตลาด แลค่อยเดินไปหนาน้อง”

“พระเจ้าค่ะ”

“แลก็จับมือพี่ให้แน่นๆหนา ประเดี๋ยวจักหลงเอา”

“..ฝ่าบาท หม่อมฉันมิใช่เด็กหนาพระเจ้าค่ะ”

“หึหึหึ อย่าอยู่ไกลสายตาพี่ก็แล้วกันเจ้าบัวงาม”

“พระเจ้าค่ะ”

เมื่อมาถึงตลาดเจ้าบัวงามก็แทบจักปลดพระหัตถ์พระภัสดา แลวิ่งเข้าใส่ร้านรวงที่ตั้งเรียงรายมากมายอยู่สองข้างทาง นัยน์ตากวางพราวระยับ ริมฝีปากบางยกยิ้มสะกดทุกสายตาที่มองมา พระขนงขององค์จันทร์กระตุกวูบยามทอดพระเนตรเหล่าชายฉกรรจ์ที่จ้องมองดอกบัวงามของพระองค์มิวางตา

“เจ้าบัว”

“พระเจ้าค่ะ”

“...มิมีกระไร”หากจักบอกให้เมียหุบยิ้มคงจักเกินไป

“..พระเจ้าค่ะ”นัยน์ตากวางฉายแววฉงน ทอดมองพระพักตร์งามของพระภัสดาที่เรียบตึง แลก็เกิดคำถามขึ้นในใจ หม่อมฉันทำการใดให้พระองค์มิพอพระทัยหรือพระเจ้าค่ะ....

พระหัตถ์ใหญ่จับจูงน้องน้อยให้เดินตาม พระเนตรคมดุกวาดตวัดจ้องชายหนุ่มที่ริอาจเมียงมองชายาตนราวราชสีห์มองเหยื่อ หากแต่มือเล็กที่พยายามขืนออกจากพระหัตถ์ทำเอาองค์จันทร์พลั้งเผลอตวัดพระเนตรคมดุใส่เจ้าบัวงามจนน้องน้อยสะดุ้งเฮือก

“หมะ หม่อมฉันเจ็บมือพระเจ้าค่ะ”

ด้วยแรงหึงหวงหรืออย่างไรองค์จันทร์จึงเผลอบีบมือเจ้าบัวจนเจ็บร้าวไปหมด เมื่อได้สติจึงรีบปล่อยมือเล็ก เจ้าบัวประคองมือตนคลึงเบาคลายความเจ็บร้าว ดวงหน้าหวานก้มงุด

“พี่ขอโทษเจ้าบัว”

“มิได้พระเจ้าค่ะ”เอ่ยเสียงแผ่วเบา

“ให้พี่ดูหน่อยหนาเจ้า”ประคองมือเล็กขึ้นทอดพระเนตร มือเล็กขาวผ่องมีริ้วรอยพระองคุลีสีแดงช้ำพาดอยู่

“.....”

“เจ็บมากไหมเจ้า พี่ขอโทษหนา”

“มิได้พระเจ้าค่ะ หม่อมฉันว่าพระองค์ทรงเสด็จตรวจตราความเป็นอยู่ของชาวบ้านเถิดพระเจ้าค่ะ อย่าทรงกังวลกับหม่อมฉันเลยหนาพระเจ้าค่ะ”

“.....”

“.....”

“...เฮ้อ พี่ขอโทษหนาเจ้าบัว มาเจ้า..พี่จักพาเดินชมหนาคนดี”ปะเหลาะคนงามด้วยพระสุระเสียงทุ้มนุ่มพลางกอบกุมมือบางเบาๆจับจูงอย่างเอาอกเอาใจ

“.....”

“ใคร่อยากกินขนมหรือไม่เจ้าบัวพี่จักให้เจ้าเหมไปซื้อให้”ก้มพระพักตร์กระซิบถามน้อง

“...ขนมน่ากินนักพระเจ้าค่ะ”เมื่อเห็นขนมมากมายตรงหน้าความขุ่นเคืองน้อยอกน้อยใจเมื่อครู่ก็หายไป

“เช่นนั้นพี่จักให้เจ้าเหมไปซื้อให้”

“หม่อมฉันใคร่อยากกินขนมพันตองพระเจ้าค่ะ”

“จ้ะ...ไอ้เหม”

“พะย่ะค่ะ”

“ไปซื้อขนมพันตองให้เจ้าบัวที”

“พะย่ะค่ะ”

“ประเดี๋ยวจ้ะเหม...พี่สายหยุดใคร่อยากกินกระไรหรือไม่จ๊ะ”

“เอ่อ..มิได้พระเจ้าค่ะ”

“เยี่ยงนั้นเหมซื้อขนมพันตองมาให้พี่สายหยุดด้วยหนาจ๊ะ”

“พะย่ะค่ะ”

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะพระชายา”

“มิเป็นไรดอกจ้ะพี่สายหยุด”

เมื่อองครักษ์เหมนำขนมถวายแด่พระชายา เจ้าบัวจึงรับมาป้อนให้พระภัสดาก่อนตนจึงค่อยกินทีหลัง

“เป็นอย่างไรพระเจ้าค่ะฝ่าบาท”

“หอมหวาน รสดีเทียว...น้องลองกินดูสิเจ้าบัว”

“พระเจ้าค่ะ”ริมฝีปากบางค่อยๆอ้ารับขนมที่พระภัสดาป้อนให้ ความหอมของกะทิ แลความหวานของไส้มะพร้าวทำเอาเจ้าบัวงามอมยิ้มอย่างพึงใจ

“ชอบหรือไม่เจ้า”

“พระเจ้าค่ะฝ่าบาท”

“เช่นนั้นพี่จักให้ห้องเครื่องทำใส่สำรับให้เจ้าหนา”

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”

ง่าาาา ขอโทษที่มาต่อช้านะคะ

ความคิดเห็น