June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

83.ไม่ใช่​แค่รัก​แต่​มากกว่า​รัก​ (เสกต่อ) END. Part 1

ชื่อตอน : 83.ไม่ใช่​แค่รัก​แต่​มากกว่า​รัก​ (เสกต่อ) END. Part 1

คำค้น : เสก​ต่อ​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.7k

ความคิดเห็น : 69

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2562 14:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,700
× 0
× 0
แชร์ :
83.ไม่ใช่​แค่รัก​แต่​มากกว่า​รัก​ (เสกต่อ) END. Part 1
แบบอักษร

เสก Part 

14.30 น.

ผมมองร่างเพรียวที่กำลังนอนคว่ำใบหน้าเรียวฟุบอยู่กับหมอนใบใหญ่ช่วงสะโพกขาวมีผ้าห่มพันอยู่โชว์แค่แผ่นหลังเปลือยภาพตรงหน้าทำให้มองจนเพลินตา 

เอ็กซ์เป็นบ้าเลยต่อเอ๊ย.. 

หลายครั้งที่ผมเพียงแค่จูบหรือสัมผัสกันนิดหน่อยอารมณ์ความต้องการผมก็พุ่งสูงแทบควบคุมตัวเองไม่ได้และนานไปยิ่งรักยิ่งหลงความต้องการมันพอกพูนขึ้นเรื่อยๆเพียงคำบอกรักเบาๆก็ทำให้ผมอบอุ่นใจ 

ผมอาบน้ำเสร็จเเต่งตัวเสร็จเดินออกมายังเห็นเป็นต่อนอนหลับอยู่ ผมก็เลยเดินออกไปด้านนอกเพราะอีกสักพักไอ้กรกับไอ้นัทนนน่าจะมาถึง 

มองลังกระดาษหลายใบที่วางซ้อนเรียงกันอยู่ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวผมถูกขนมาบางส่วนเเล้วแต่ยังไม่มีเวลาจัดซึ่งเป็นต่อบอกว่าห้ามผมยุ่งเพราะว่าเค้าจะเป็นคนจัดเอง นั่นก็เป็นผลดีสำหรับผม​ เพราะปกติผมก็ไม่มีพิธีรีตองอะไรอยากวางอะไรตรงไหนก็วาง

ผ่านไป20นาทีหลังจากที่บริการของโรงเเรมนำอาหารมาส่งพร้อมกับอุปกรณ์ปิ้งย่างที่จำเป็นต้องใช้สำหรับงานฉลองขึ้นบ้านใหม่ของผมกับเป็นต่อ  ผมยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนมองคนรักผมที่กำลังทุบหมอนผ้าห่มอยู่พร้อมกับบ่นพึมพำๆผมจึงเดินย่องเข้าไปใกล้ๆจากทางด้านหลัง

" ไอ้พี่เสกคนบ้าคนหื่น อดอยากมาจากไหนวะยังไม่ครบวันเลยกี่ครั้งไปแล้วเนี่ย "  

เป็นต่อพึมพำอยู่กับหมอนใหญ่พร้อมกับยกมือขึ้นนับนิ้วจนผมอดขำกับท่าทีนั้นไม่ได้ 

" 7ครั้งเอง " 

ผมตอบแล้วนั่งลงปลายเตียงเป็นต่อหันมาทำหน้าเหวอแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดร่างเปลือยตัวเองผมยิ้มออกมา

" ยิ้มอะไรวะ " 

เป็นต่อบอกพร้อมกับทำปากงอนๆใส่ 

" ไปอาบน้ำได้แล้วไป ไม่งั้นมีครั้งที่8นะ " 

ผมบอกพลางกลั้นยิ้มกับท่าทางน่ารักน่าชังนั่น 

" คนหื่นอุ้มไปหน่อย เมื่อย "  

เป็นต่อลากเสียงยาวยกแขนทั้งสองข้างอ้าออกกว้าง ..... อ้อนอีกแล้ว.... 

" เปลือยอยู่นะ " ผมไล่สายตามองสะโพกส่วนล่างที่โผล่ออกมา 

" พี่เสก " เป็นต่อพูดแล้วพร้อมกับทำตาปริบๆ

นั่นไงอ้อนอีกแล้วจะรู้ตัวเองมั้ยนะว่า เวลาอ้อนหรือทำอะไรผิดไว้ จะเรียกผมพี่เสก เสียงอ่อนเสียงหวาน ซึ่งฟังเเล้วลื่นหูชะมัด ยิ่งเรียกเวลานั้นด้วย 

โอย... ไม่อยากจะบอกว่าโลกทั้งใบก็จะหามาให้ ผมกำลังหลงเสน่ห์แมลงต่อตัวนี้เข้าเต็มๆสินะ 

ผมแล้วก็ช้อนอุ้มร่างเปลือยขึ้นพาเดินไปอาบน้ำ  แล้วผมก็สั่งให้รีบอาบน้ำแต่งตัวเร็วๆเพราะอีกสักพัก ไอ้กรจะเข้ามาก่อนเพื่อนคนอื่นๆเพราะจะช่วยเตรียมอาหารสำหรับคืนนี้ด้วย

15นาทีผ่านไปเป็นต่อก็ยังไม่ออกมาและตอนนี้

ไอ้กรกับโจ้มาถึงแล้วต่างก็ช่วยกันจัดเตรียมอาหารสำหรับช่วงเย็นก็ยังเป็นเรื่องน่าแปลกใจสำหรับผมที่เห็นไอ้กรกับเด็กโจ้นั่นดูสนิทกันจนผมรู้ว่าบางอย่างมันแปลกๆ และต่อมความอยากรู้ผมก็ทำงาน

" ชอบไอ้กรรึไง " ผมถามโจ้ทันทีที่ไอ้กรเดินไปด้านใน โจ้ทำหน้างงนิดนึงแล้วก็ยิ้มออกมา

" ชอบ "  โจ้ตอบสั้นๆและง่วนอยู่กับการปรุงเนื้อในชาม เป็นอย่างที่คิดจริงๆด้วย 

" งั้นก็เตรียมยาแดงผ้าพันแผลไว้เลยเพราะไอ้กร... มัน " 

ผมพูดไม่ทันจบเสียงเล็กของเป็นต่อก็แทรกขึ้นมาก่อน ส่วนโจ้ก็ยังทำหน้าเฉยๆอยู่จนน่าหมั่นไส้

" ไอ้พี่เสก มานี่หน่อย " 

จากนั้นผมก็เดินไปหาเป็นต่อที่ตอนนี้กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ในครัวกับไอ้กร ผมมองเป็นต่อที่วันนี้ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงผ้าขาสั้นสบายๆแค่เข่า ซึ่งเห็นช่วงขาเรียวได้ชัดเจนแถมตอนนี้กำลังโน้มตัวไปใกล้ไอ้กรที่กำลังทำอาหารอยู่ 

" ไอ้พี่เสกกินข้าวโพดต้มมั้ย "  เป็นต่อถามผม

" ไม่อะไม่ชอบกิน " 

" ทำไม " 

" ก็มันไม่มีรสชาติอะไรเลยจืดก็จืด " 

เป็นต่อมองผมหน้างอเบ้ปาก แล้วผมก็ดึงเอาแขนเป็นต่อออกมาห่างจากตรงนั้นไอ้กรมองตามแล้วส่ายหน้าไปมา เหมือนจะเดาออกว่าผมลากดึงเป็นต่อออกมาทำไม 

" กางเกงตัวนี้มันไม่สวยไปเปลี่ยนซะ " 

ผมกระซิบพยายามเบี่ยงเบนเหตุผลไม่ให้จับไต๋ได้

" ไม่เอาตัวนี้ไอ้พี่เสกซื้อให้  " 

เป็นต่อบอกเสียงเเผ่วๆไม่ยอมท่าเดียวแถมยังถามเหตุผลมากมายจนผมต้องเอ่ยออกมา

" มันสั้นไป หวงโว้ย " 

ผมบอกเสียงดังยกมือขึ้นลูบท้ายทอยกลบเกลื่อนอาการเขินอาย ก็ผู้ชายที่มาวันนี้ถึงจะเป็นเพื่อนกันก็เถอะแต่ยังไงก็เป็นพวกที่ชอบผู้ชายด้วยกันฉะนั้นไว้ใจไม่ได้  เป็นต่อ

" อะโธ่ หึงหวงก็บอกตรงๆดิ " 

เป็นต่อบอกกลั้นยิ้มแก้มป่องเอามือเรียวขึ้นมาลูบไล้แก้มผม

" ไม่ต้องมาขำเลยไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ " 

แล้วผมก็เดินผ่านร่างเพรียวไปด้วย ท่าทีเฉยๆทำให้เนียนที่สุด

จากนั้นก็นั่งเตรียมอาหารบางส่วนกับไอ้กรมองไปที่เป็นต่อกับโจ้ที่กำลังช่วยกันทำอาหารอยู่ในครัว

" พี่กรชิมหน่อยครับ " โจ้เดินมาพร้อมกับส่งจานที่มีเนื้อย่างอยู่ในนั้นยื่นให้ไอ้กร 

" รสชาติใช้ได้ล่ะแต่ต้องย่างให้สุกกว่านี้นิดนึง​ " 

ไอ้กรชิมแล้วยื่นมาให้ผมชิมเนื้อสเต๊กในจานแล้วก็พยักหน้า

" ผมจะพยายามครับ " โจ้บอกยืนทำหน้าระรื่นอยู่จนน่าหมั่นไส้แล้วก็เดินยิ้มกริ่มกลับไป ปกติก็ไม่ค่อยยิ้มนี่หว่า 

" แกล้งเด็กนั่นสนุกมั้ยเนี่ย " ผมถามไอ้กรทันทีที่โจ้เดินไป

" พูดอะไรน่ะก็แค่ทดสอบความมุ่งมั่นของเด็กนั่น "  

ไอ้กรตอบยิ้มๆ

" จริงเรอะ แล้วทำไมมึงต้องยิ้มด้วย " ผมถามกลับ

" จริงๆโจ้บอกว่าชอบกูล่ะ แต่น่าเสียดายที่คำว่าชอบของเขาก็เหมือนกับเขาบอกว่าชอบเค้กชอบผลไม้น่ะแหละ "

ไอ้กรบอกมองไปที่โจ้แล้วยิ้มออกมา

" เอ๊ะ! ยังไง " 

ผมถามเพราะงงกับคำพูดไอ้กรเป็นอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆโจ้ชอบไอ้กร เห้อ... โล่งใจแปลกๆแฮะ คงเพราะเรื่องโจ้กับเป็นต่อถึงจะรู้ว่าไม่มีอะไรแต่ที่ผมเคืองคือเด็กนั่นมันเห็นรูปร่างของเป็นต่อ

ผมพยายามจะไม่คิดอะไรที่มันทำให้ตัวเองหงุดหงิด

" ก็คือความรู้สึกเหมือนอยากมีพี่ชายมากกว่ามั่งมองกูแบบนั้น ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้ตัวนะ "  

ไอ้กรตอบยิ้มๆ อารมณ์จะเหมือนเป็นต่อที่ชอบไอ้นัทรึป่าวนะเพราะการมีพี่น้องคนเดียว 

" อ๋อ อย่างนี้นี่เอง แล้วทำไมมึงไม่บอกเจ้าตัววะ " 

" บอกก็น่าเบื่อแย่ " 

ไอ้กรตอบและยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

นั่นไงยอมรับจนได้ว่าแกล้ง จนกว่าเด็กแบดบอยนั่นจะรู้ตัว เห้อ..... มึงมันใช่ไอ้กรคนเดิมหรือป่าววะคิดแล้วก็สงสารโจ้ขึ้นมาทันที 

18.00 น.

" โห..บ้านสวยอ่ะเสก " 

ไอ้นัทเอ่ยพลางเดินชมรอบๆบ้านกับเป็นต่อ ผมกับไอ้นนไอ้กรนั่งดื่มกันอยู่  ด้านข้างๆมีโจ้ที่นั่งย่างเนื้อสูตรคุณชายกร   ส่วนไอ้ต้นกิจวันนี้ไม่ได้มาเพราะไปฮันนีมูนรอบที่180ที่อิตาลีความรักของไอ้ต้นกิจเป็นความรักที่น่าอิจฉามากๆคงเพราะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันเลยทำให้เข้าใจกันมากกว่าคู่รักคู่อื่น 

ไอ้นนถามถึงไอ้เก่งและมองนาฬิกามันเลยเวลานัดมาแล้วผมเองก็รอมันเหมือนกันแต่ไอ้กรบอกว่ามันส่งข้อความมาจะเข้ามามืดๆ  

แล้วผมก็เชิญทุกคนไปทานอาหารที่จัดไว้ ทุกคนอิ่มอร่อยและคุยกันสนุกสนานเป็นต่อเองก็ดูร่าเริง ผิดปกติกับโจ้ แต่จู่ๆไอ้นัทก็เอ่ยขึ้น

" แล้วหน้าฝนจะทำไง " ไอ้นัทแหงนหน้ามองฟ้าที่กำลังมืดลง

" ก็เร่งเรื่องหลังคาอยู่ต้องถามสถาปนิกใหญ่ " 

ผมโบ้ยไปทางไอ้กรที่รับเหมางานเพราะผมเองก็มีงานเยอะมากช่วงนี้ 

" มันเร่งกูทุกอย่าง " ไอ้กรตอบส่ายหน้า

" ก็อยากให้ทันงานแต่งงานนี่หว่า " 

ผมบอกทุกคนเพราะอยากให้เสร็จก่อนหน้าฝนที่จะมาถึงนี้ ส่วนงานแต่งงานนั้นก็คือข้ออ้าง

" งานแต่ง " ทุกคนร้องออกมาพร้อมกัน 

" กูกับต่อกำลังจะแต่งงานกันล่ะอีก3เดือน " 

ผมบอกแล้วดึงร่างเพรียวของเป็นต่อมาโอบหลวมๆไว้  แล้วทุกคนก็แสดงความยินดีเรื่องข่าวดีของผมกับเป็นต่อและผมก็เล่ารายละเอียดเล็กน้อยให้เพื่อนฟัง โจ้ที่นั่งอยู่ยิ้มออกมาเล็กน้อยให้เป็นต่อ 

" ดีใจด้วยนะต่อ " 

ไอ้นัทบอกพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้เป็นต่อ 

" ดีใจด้วยกับทั้งคู่ต่อไปก็มีความสุขซะที "

ไอ้นนเอ่ย

" ตอนนี้ก็เหลือกูคนเดียวสินะที่ยังโสด " 

ไอ้กรเอ่ยยิ้มสดใส

" หราาาา  กฤติธี อย่าให้รู้ว่าไปทำใครท้องน่ะ​ " 

ผมเอ่ยชื่อไอ้กรพร้อมกับลากเสียงยาวพร้อมกับหันไปมองโจ้ที่นั่งยิ้มอ่อนให้กับไอ้กร 

" ผมไปเอาเนื้อมาย่างเพิ่มนะ " 

โจ้บอกเสียงนิ่งๆแล้วเดินเข้าไปในครัว 

ส่วนไอ้นนนัทได้แต่ยิ้มๆผมคิดว่าคงรู้อะไรเกี่ยวกับโจ้บ้างล่ะ

" งั้นผมไปช่วยโจ้ ไอ้พี่เสกเอาอะไรเพิ่มมั้ย " 

เป็นต่อหันมาถามผมส่ายหน้าไปมาแล้วเป็นต่อก็เดินตามโจ้

" เรียกแบบนี้ฟังน่ารักดีนะ " 

ไอ้นัทเอ่ยเเซวเสียงเบาคำที่เป็นต่อใช้เรียกผม 

" เออ... เรียกพี่เสกแค่เวลานั้นแหละ " 

ผมบอกยิ้ม แล้วเสียงเป็นต่อก็ตะโกนออกมาจากในครัว 

" ไอ้พี่เสกได้ยินนะ " 

แล้วทุกคนก็หัวเราะดังออกมา

" กูพลาดอะไรไปรึเปล่า " 

เสียงไอ้เก่งดังขึ้นตรงหน้าบันได พวกผมทุกคนหันไปมองรวมทั้งผม  

" เห้ ... หนูวี " 

ไอ้นัทร้องเบาแล้วรีบเดินไปรับไอ้เก่งที่อุ้มลูกชายมาด้วย  แล้วไอ้เก่งก็ส่งลูกชายให้ไอ้นัทอุ้มแทนพลางสะบัดแขนไปมา 

" ฝากที เมื่อยวะบันไดแม่งสุดยอด วนซะกูนึกว่าอยู่เขาวัง​ " 

ไอ้เก่งบ่นอุบเรื่องบันไดบ้านผมเพราะระยะความสูงมันเป็นตึก4ชั้นที่ผมอาศัยอยู่แค่ช่วงดาดฟ้ากว้าง

ผมและทุกคนมองเด็กผู้ชายเสียงอ้อแอ้หยอกเล่นกับไอ้นัทอยู่ เด็กผู้ชายผิวขาวใส ตาโตสดใสโดยรูปร่างลักษณะภายนอกเหมือนไอ้เก่งยังกะเลข11 

" หนูวี ทักทายคุณลุงคุณป้าสิครับ " 

ไอ้เก่งบอกลูกชายแล้วหนูวีไอ้เก่งก็หัวเราะยิ้มสดใส พร้อมกับยื่นมือมาทักทายกับมือใหญ่ของไอ้กร ดูแล้วคงเป็นเด็กที่ร่าเริงเลี้ยงง่าย ไม่งอแงอย่างที่ผมรู้มาหรือที่เมียไอ้เก่งเอาไปเล่าให้ใครต่อใครฟัง 

" หนูวี ไปเล่นกับป้านัทข้างในนะครับ เดี๋ยวป๊ากินข้าวก่อน " 

ไอ้เก่งบอกลูกชายพร้อมกับหันมาไปส่งสัญญาณให้ไอ้นัทพาไปเล่นด้านใน 

" ทำไมต้องเรียกกูป้าด้วยวะ " ไอ้นัทบ่นเสียงเบา

" ก็มึงเป็นเมียไอ้นน " 

ไอ้เก่งตอบสั้นๆแล้วทำมือไล่ ไอ้นัทส่ายหน้ากับเหตุผลของไอ้เก่ง

แล้วไอ้นัทก็อุ้มลูกชายวัย9เดือนไปด้านในซึ่งผมแอบกระซิบกับไอ้กรเมื่อกี้ว่าลูกไอ้เก่งอายุเท่าไหร่ เด็ก9เดือนโตขนาดนี้เลยหรอ ผมมองเป็นต่อที่ยืนยิ้มเล่นกับหนูวี  ดูแล้วเป็นต่อเองก็ชอบเด็กๆเห็นหลายครั้งชอบหยอกล้อกับเด็กที่เป็นลูกค้าที่โรงแรม 

" แล้วเมียมึงล่ะ " 

ไอ้นนถามพวกผมนิ่งเงียบไปพักหนึ่งรวมทั้งไอ้เก่งด้วย สำหรับไอ้นนมันเป็นคนพูดอะไรตรงไปตรงมาอยู่แล้ว  แล้วไอ้เก่งก็เล่าเรื่องยาวให้พวกผมฟังว่า เมียมันไปอิตาลีหลายวันเเล้วบอกว่าไปทำงานมันก็เลยมีโอกาสพาลูกมาด้วยเพราะว่าถ้าเมียมันอยู่ไม่มีทางยอมให้มันพาลูกมาแน่ๆ  พวกผมเองก็พอรู้ว่าเมียมันห้ามไม่ให้มันมาสุงสิงกับพวกผมก็เลยไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา ให้เก่งมันลำบากใจ เเละช่วงนี้มันเลี้ยงลูกเองก็ลำบากพอแล้ว

แต่เท่าที่ฟังไอ้เก่งคงใกล้ถึงเวลานั้นเเล้วล่ะเพราะว่าความลับไม่มีในโลก ที่ผมไม่เข้าใจก็คือทำไมยังอยู่กับไอ้เก่งและก็นึกถึงคำพูดไอ้กรคำว่าผลประโยชน์

หึหึ .. ผมรู้ว่าถ้าไอ้เก่งหย่าฝ่ายนั้นจะได้รับผลประโยชน์มหาศาลเลยล่ะ ผมล่ะเกลียดคนประเภทนี้จริงๆ 

ผมลอบมองรอยคล้ำใต้ตาไอ้เก่งบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าแค่ไหน ผมก็ใจหายวาบ 

" แล้วมึงไม่ตามชินกลับมาช่วยล่ะ " ผมถามไอ้เก่ง

" นั่นสิ " ไอ้นนเสริมเพราะผมรู้ว่าชินเลี้ยงเด็กเก่งเพราะเคยดูแลเด็กมาก่อน 

" ฝ้ายเค้าไม่ชอบชินล่ะขืนทำแบบนั้นบ้านแตก "

ไอ้เก่งบอก เหตุผลอะไรนะที่ไม่ชอบหรือเพราะชินเป็นเกย์ 

" เมียมึงนี่ไม่แยกแยะเลยนะ ห้ามคนอื่นแต่ตัวเองก็ใช่จะทำหน้าที่ " 

ผมพูดขึ้นด้วยอารมณ์สงสารเพื่อน แล้วไอ้กรก็เอามือมาดึงแขนผมไว้ ผมมองหน้าไอ้เก่งที่ยังนิ่งอยู่เดาอารมณ์ไม่ออกเลย 

" เออ.. โทษทีกูหงุดหงิดนิดหน่อย แต่กูก็เป็นห่วงมึงนี่หว่า  "  

ผมบอกแล้วไอ้เก่งก็ตบที่ไหล่ผมเบาๆแล้วมองไปที่เป็นต่อกำลังอุ้มหนูวีเดินออกมา และนั่งเล่นอยู่กับพื้นพรมที่มีแมวโบ้ตัวอ้วนเคลียคลออยู่ 

" ฝ้ายเค้าขอหย่าล่ะ แต่กูไม่หย่าหรอกไม่อยากให้วี กำพร้าแม่ และที่สำคัญกูไม่รู้ว่ากูทำผิดอะไร  "  

ไอ้เก่งแล้วยิ้มแห้งๆออกมา จนผมที่นั่งอยู่ใกล้ๆพูดอะไรไม่ออกได้แค่เอามือตบที่ไหล่มัน 

" ค่อยคิดค่อยคุยละ​กัน " 

ไอ้กรบอกแล้วไอ้เก่งก็พยักหน้ารับส่วนผมกับไอ้นนยังนิ่งอยู่ เพราะมันก็เป็นอีกคนที่ไม่เห็นด้วยและไม่ใจเย็นเหมือนไอ้กรจึงเลือก ที่จะนิ่งมากกว่าพูดอะไรออกมา 

" เห้ อย่าทำหน้าเครียดตามสิวะ " 

ไอ้เก่งหันมาบอก กับพวกผมทุกคน แต่สีหน้ามันแย่สุดๆ แล้วเป็นต่อก็เดินมาพร้อมกับอุ้มหนูวี พวกผมก็เลยรีบปรับสีหน้ากัน เมื่อเห็นหน้าพ่อ หนูวีของไอ้เก่งก็ยิ้มร่าพยายามเบนตัวเข้าหาพ่อทันที มันเป็นภาพที่ทำให้พวกผมที่มองอยู่เกือบน้ำตาซึม ไอ้เก่งมันอุ้มลูกกอดหอม แล้วพาเดินไปเล่นกับแมวอ้วนที่นอนนิ่งอยู่กับโจ้

" ไอ้พี่เสกไม่เห็นอุ้มเด็กเลยไม่ชอบเด็กหรอ " 

เป็นต่อถามทำหน้าสงสัย ผมทำหน้ากระอักกระอ่วนมองไปที่ไอ้นนที่นั่งยิ้มอยู่กับไอ้กร ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่เคยมีเหตุการณ์ที่ไม่น่าประทับใจเกิดขึ้นเกี่ยวกับเด็ก  แล้วไอ้กรก็เป็นคนเล่าเรื่องให้เป็นต่อคลายความสงสัย 

เคยมีครั้งหนึ่งที่สนามบินผมและเพื่อนๆกำลังต่อแถวแล้วด้านหน้าผมมีคุณแม่ยังสาวเธออุ้มเด็กผู้หญิงอายุประมาน4ขวบอุ้มพาดมาด้านหลังตรงที่ผมยืนอยู่ เด็กคนนั้นยิ้มให้ผมก็เลยยื่นมือไปแตะมือเล็กนั่น

" น่ารักจัง " 

" เชี่ยยยยย... สาสสสสส... เเง้.. " 

เธอพ่นคำด่าออกมาแล้วร้องไห้ แล้วผู้คนแถวนั้นก็หันมามองเหมือนตำหนิผมที่ทำให้เด็กร้องไห้รวมทั้งแม่ของเธอด้วย ส่วนไอ้กรกับไอ้นนก็หัวเราะจนตัวงอ  พอไอ้กรเล่าจบทุกคนก็ขำหนักรวมทั้งเป็นต่อคนรักของผมด้วย   จากนั้นมาผมก็ไม่ยุ่งไม่เล่นกับเด็กอีกเลยมันจำฝังใจเลยครับ

" งอแงแล้วว่ะ สงสัยง่วงนอน " 

ไอ้เก่งบ่นพลางอุ้มลูกเดินไปมาเหมือนกล่อม แล้วเป็นต่อก็เเนะนำให้เอาไปนอนในห้องด้านในด้านนอกอาจจะมียุง 

หลังจากนั้นไอ้นนนัทก็กลับไปพร้อมกับไอ้กรเหลือแค่ผมกับโจ้ที่ช่วยกันเก็บเคลียร์พื้นที่ ส่วนเป็นต่อกับไอ้เก่งก็กล่อมเด็กนอนอยู่ในห้อง  พอเก็บของเสร็จโจ้ก็จะกลับเป็นต่อจึงอาสาเดินไปส่งโจ้หน้าปากซอย ผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไร 

" ทำไมมึงถึงไม่บอกกูเรื่องข่าวดี  " ไอ้เก่งถามเมื่อผมกับมันอยู่กันสองคนจะให้ผมบอกข่าวดีเรื่องแต่งงานทั้งที่เพื่อนผมกำลังจะหย่านี้นะ 

" กูลืม " ผมบอกสั้นๆ

" ถึงกูจะเป็นแบบนี้แต่กูก็พร้อมจงฟังข่าวดีของมึง อย่ามาทำเหมือนกูเป็นคนอื่น " 

ไอ้เก่งบอก แล้วผมก็เล่าเรื่องผมจะแต่งงานให้มันฟังว่าทุกอย่างถูกเตรียมไว้หมดแล้วโดยผู้ใหญ่ 

" กูยินดีกับมึงจริงๆในที่สุดมึงก็มีความสุขกูดีใจสุด​ๆเลย​ล่ะ​ "  

ไอ้เก่งบอกแล้วยกเอามือทั้งสองปิดหน้าตัวเอง 

"  เห้.. เป็นอะไรไอ้เก่งไม่สบายรึเปล่า " 

"  ไม่เป็นไร... กูแค่เหนื่อย " 

ไอ้เก่งฟุบหน้าลงกับแขนตัวเองเหมือนกับกำลังร้องไห้ 

" เหรอ... มีอะไรมึงก็พูดกับกูได้นะ หือ.. " 

ผมปลอบเอามือลูบหัวมันไปมาไอ้เก่งสะอื้นออกมาเมื่อมือหนาผมลูบเส้นผมมันแผ่วเบา 

" สบายจัง " มันพึมพำออกมา 

" กูเหนื่อยกับที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทั้งลูกทั้งครอบครัวมันดูแย่ลงกว่าเดิมฝ้ายเปลี่ยนไปมากเสก " 

ไอ้เก่งเล่าความในใจออกมานัยน์ตาคมฉายชัดถึงความเจ็บปวดที่มี

เค้าไม่ได้เหลือความรักอะไรแล้วเก่ง เค้านอกใจมึงต่อให้มึงพยายามแค่ไหน มึงก็เปลี่ยนคนที่เปลี่ยนไปแล้วไม่ได้หรอกแต่สิ่งที่มึงทำได้ตอนนี้คืออยู่ให้ได้และพร้อมที่จะผ่านมันไปให้ได้ ผมได้แค่คิดคำพวกนี้ ในใจ

" กูอยู่กับมึงตรงนี้เก่งอยู่ตลอดไป " 

ผมปลอบแล้วมันก็โผเข้ากอดผม 

" หน้ามึงตอนนี้เหมือนตอนที่มึงกลัวการปีนไต่เชือกตอนเข้าค่ายสมัยประถมเลยว่ะ " 

ผมบอกยิ้มๆเอาเรื่องมันกลัวความสูงมาล้อ ซึ่งใบหน้ามันไม่เปลี่ยนแปลงเลยนั้นทำให้ผมโล่งใจ ยังไงมึงก็ยังเป็นไอ้เก่งคนเดิม  

"  เชี่ย.. ตอนนั้นมึงเองก็ไม่ต่างกูหรอก " 

ไอ้เก่งบอกแล้วผมก็หัวเราะออกมาผลักหัวมันออก 

อีกไม่นานหรอกเก่ง กูเชื่อว่ามึงจะกลับมาร่าเริงเหมือนเดิม 

ชั่วโมงผ่านไปไอ้เก่งก็กลับไปแล้วผมก็บอกมันว่าถ้าไม่มีใครช่วยเลี้ยง เอามาฝากเป็นต่อไว้ก็ได้เพราะช่วงนี้ เป็นต่อยังว่างๆอยู่ มีแค่งานเอกสารของท่านประธานเท่านั้น และมันก็รับปากเพราะว่าช่วงนี้เมียมันไม่อยู่และถ้าเมียมันกลับมามันคงหาเวลาคุยเป็นเรื่องเป็นราว

20.00 น.

เพื่อนๆกลับไปหมดแล้วผมกับเป็นต่อช่วยกันเก็บทำความสะอาดและไปอาบน้ำ

" ไอ้พี่เสกน่ารักปะ " 

เป็นต่อยื่นมือถือส่งมาให้ผมมองหน้าจอเป็นรูปเป็นต่อกับลูกชายไอ้เก่งที่ยิ้มตาปิดทั้งคู่ 

" อืม.. น่ารักทั้งคู่ " 

ผมบอกพร้อมกับเอามือจับคางเล็กนั่นส่ายไปมาแล้วเป็นต่อก็ยิ้มออกมาขยับตัวมานั่งพิงหัวเตียงคู่กับผม 

" อยากมีลูกมั้ย "  ผมถามเมื่อมองเป็นต่อทำท่าชื่นชมกับภาพใบหน้าจอ

"  มีกับไอ้พี่เสกอะหรอ  " 

เป็นต่อถามยิ้มแบบมีเลศนัย ผมขึงตาใส่แล้วเป็นต่อก็เลยรีบขยับตัวมานั่งเกยเกือบครึ่งตัวบนตักผม

" ผมชอบเด็กก็จริง แต่เรื่องลูกผมไม่เคยคิดเพราะผมเลือกที่จะเป็นแบบนี้ และยิ่งตอนนี้ผมมีผู้ชายคนที่ผมรักมากที่สุด โลกนี้ผมไม่ต้องการอะไรแล้ว " 

พูดจบก็เอามือคล้องคอผมให้โน้มลง แล้วจูบพรมไปทั่วใบหน้าผม รู้สึกดีอีกแล้ว ผมคิด

" แล้วไอ้พี่เสกล่ะ หือ รักผมมั้ย  " 

"  คิดก่อน " ผมตอบกวน 

" อือ อะไรแย่อ่ะ ขี้โกง " 

เป็นต่อบอกแล้วฟุบลงที่บ่าผมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดเมื่อฟันคมๆกดลงกัดที่บ่า     โอ้ย.. ผมร้องเสียงหลง พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักเหมือนกำลังสะใจ ผมจึงรั้งเอาเอวบางมากอดแน่น แล้วจูบซับที่หัวไหล่บาง มือหนาลูบไล้แผ่นหลัง

" มันรักมากว่ะ บอกบรรยายไม่ถูก "  

ผมตอบแล้วขยับให้เป็นต่อนอนหงายในท่าที่สบายๆแล้วผมก็นอนลงข้างๆ ตาเราสองคนประสานกันนิ่งมีแต่เสียงหัวใจที่เต้นเเรงแข่งกันอยู่

"  พี่เสก...เรื่องพี่เก่ง " 

" ได้ยินหรอ " 

ผมถามเมื่อเห็นเป็นต่อทำท่าอึดอัดที่จะถาม เป็นต่อพยักหน้าเป็นคำตอบแล้วก็เล่าว่าได้ยินทั้งหมดแต่ไม่ได้เดินออกมาช่วงที่ผมกับไอ้เก่งกำลังปลอบใจกันอยู่ พร้อมกับให้เหตุผลว่าบางทีผู้ชายก็มีมุมที่ไม่อยากให้ใครรู้  แล้วผมก็เล่าเรื่องเก่งให้ฟังเพราะผมรู้ว่าเป็นต่อไม่ใช่คนที่จะเอาไปพูด 

" สงสารพี่เก่ง "  

เป็นต่อบอกเสียงเบาพร้อมกับขยับตัวมาชิดผมแล้วเอาแขนผมมาโอบร่างตัวเองไว้ จนผมอดขำกับท่าทีนั้นไม่ได้ 

" กอดหน่อย " เสียงนุ่มพึมพำแล้วเอาแขนอีกข้างของผมที่ตัวเองหนุนอยู่ดึงมือผมทั้งสองมาให้ประสานแตะกัน ตอนนี้ผมได้โอบกอดร่างเพรียวเรียบร้อยแล้ว 

" สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คืออยู่ข้างๆให้กำลังใจถึงแม้อยากจะทำจะพูดให้มันแตกหักหรือจบกันไปเลยก็เถอะ "  

" ไอ้พี่เสกทำดีแล้ว ผมชอบนะตอนที่ไอ้พี่เสกปลอบพี่เก่ง ผมชอบมือใหญ่นี่ที่คอยปลอบคอยกุมให้กำลังใจ " 

เป็นต่อจับมือใหญ่ผมขึ้นมาแล้วสอดประสานมือตัวเองเข้ากับมือผม จะน่ารักออดอ้อนเกินไปแล้วแฟนผม จะรู้มั้ยว่าไอ้พี่เสกรักหลงมากแค่ไหน 

และผมได้เรียนรู้แล้วว่า ความรักจะเพิ่มขึ้นหรือน้อยลง ไม่ใช่แค่เวลาที่อยู่ร่วมกัน แต่เป็นการกระทำต่างหากที่เป็นตัวกำหนด ช่วงเวลาที่ผมอยู่กับเป็นต่อสิ่งที่เป็นต่อทำผมรับรู้ได้ถึงความจริงใจความมั่นคงความซื่อสัตย์ และผมคิดว่าผมมองไม่ผิด  ผมจมอยู่กับความคิดของตัวเองนาน จู่ๆเป็นต่อก็พูดขึ้นว่า

" ผมคิดว่าโจ้อะ ชอบพี่กรไอ้พี่เสกว่าปะ "  เป็นต่อถามผม

"  พี่จะไปว่าอะไรโจ้ได้เล่า "  ผมตอบกวนๆ

" ไอ้พี่เสกพูดใหม่ เดี๋ยวนี้นะ "  เป็นต่อสั่งเสียงห้วน 

" ใหม่ " ผมตอบคำเดียวสั้นๆทันที

" ไอ้พี่เสกอย่ากวนสิวะ " เสียงเป็นต่อเริ่มเข้มขึ้น 

" กวนอะไร ก็นู๋บอกให้พูดใหม่ " ผมยังตอบยียวนกวนอารมณ์

" ไม่คุยด้วยเเล้ว " เป็นต่อบอกแล้วพลิกตัวนอนหันหลังให้ผมทันทีแล้วผมก็พลิกตัวตามไปนอนท่าเดียวกันแล้วสวมกอดไว้หลวมๆ 

" งอนหรอ หือ " ผมถามแขนแกร่งกอดรอบเอวแน่นแล้วฝังหน้าตัวเองลงกับแผ่นหลังเล็ก 

" อะไรจะขำก็ขำดิไม่เห็นต้องแอบเลย​ " 

ผมบอกแอบยิ้มเล็กน้อยร่างเพรียวหันพลิกตัวกลับมาตามองผมค้อนขวับ 

" มุกบ้าอะไรเสี่ยว " 

เป็นต่อบอกเสียงงอนๆอมยิ้มกลั้นขำแก้มป่องเอามือจับจมูกผมบิดไปมา ผมรั้งเอวบางมากอดแน่นจูบที่หน้าผากเบาๆ พร้อมกับสั่งให้นอนร่างเพรียวหลับตาลงในอ้อมกอดผม

"  รักนะ ไอ้พี่เสก​ " 

เสียงพึมพำออกมานานไปสักพักเสียงหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าร่างเพรียวในอ้อมกอดผมได้หลับไปแล้ว 

เช้าวันใหม่ 

เสียงกุกกักจากด้านนอกปลุกให้ผมตื่นจากการหลับยาว เมื่อคืนมองนาฬิกาอีก10นาทีเที่ยงวัน เป็นครั้งแรกที่ผมนอนตื่นสายขนาดนี้ ผมเดินออกมาด้วยอาการงัวเงียมองเห็นเป็นต่อกำลังจัดของเข้าตู้อยู่ในห้องครัว ข้าวของวางเกลื่อนกลาดผมเดินข้ามสิ่งกีดขวาง เข้าไปใกล้ๆแล้วสวมกอดจากทางด้านหลัง

" หิวจัง "  ผมพึมพำเอาหน้าซุกลงกับบ่า จมูกคมกดฝังที่แก้มนุ่มสองทีร่างเพรียวสะดุ้งเฮือกพยายามดันตัวผมออก 

" ไอ้พี่เสก อย่า.. มะมี... คน... " เป็นต่อพยายามเบี่ยงหน้าหลบ

" ไม่มีใครเห็นหรอก "  ผมบอก

" อะ... แฮ่ม "  เสียงเล็กดังขึ้นจากด้านนอก

" ยัยเกด  แม่ " ผมมองน้องสาวตัวเล็กและแม่ผมยืนมองทำตาดุใส่ มาได้ไงเนี่ย ผมคิด

"  มาทำไร แต่เช้า " 

" เช้าที่ไหนนี่มันเที่ยงวัน " 

แม่ผมบอกแล้วเดินมาใกล้ๆไล่สายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งตอนนี้ผมใส่แค่กางเกงนอนขาสั้นตัวเดียว 

" พี่เสกไปอาบน้ำเลยนะ  ยี้ ๆเหม็น " 

เกดน้องสาวบ่นแล้วทำท่ายี้ใส่เดินออกไปด้านนอกส่วนแม่ผมก็มองด้วยหางตา เหมือนตำหนิว่าผมแต่งตัวไม่เรียบร้อย 

" นี่มันบ้านผมนะ " ผมบ่นพึมพำ 

" แม่ว่าอะไรแกยัง " 

แม่ผมบอกพร้อมกับจัดแจงข้าวของในครัวโดยไม่สนใจผมที่ยืนหน้าบึ้งๆอยู่ แม่ก็ไล่ผมไปอาบน้ำแล้วมากินข้าว ผมทำท่าทีไม่ยอมไปเป็นต่อจึงต้องลากผมไปด้วยความยากลำบาก แม่ผมส่ายหน้าไปมา   ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเดินออกมาเห็นพ่อนั่งอยู่กับเกดและเจ้าแมวโบ้อ้วนที่ทำท่าประจบพ่อผมอยู่  แหมโบ้รู้ด้วยนะใครมีเงินเยอะสุดในนี้ ผมคิดขำๆ แล้วเดินไปทักทายพ่อพร้อมกับเขกหัวไอ้แมวโบ้ทีนึง 

" ไปไงมาไงครับ " 

ผมถามพ่อ แล้วพ่อก็เล่าว่าแม่ผมห่วง ผมกับเป็นต่อเรื่องการกินอยู่ก็เลยซื้อของสด เครื่องครัวมาไว้และสอนให้เป็นต่อทำอาหารช่วงที่เป็นต่อยังว่างอยู่ และด้วยความที่เป็นผู้ชายทั้งคู่บางอย่างมันอาจจะยุ่งยากหน่อย ไม่เหมือนคู่ชายหญิง และพ่อก็ชมเป็นต่อว่าทำได้ดีแล้วแต่ก็อดห่วง เรื่องความมุ่งมั่นไม่ได้พ่อกลัวลูกสะใภ้เหนื่อย  

" ราดหน้าทะเลครับ " 

เป็นต่อวางจานลงตรงหน้าผมและวางอีกจานให้พ่อ และเดินไปยกอีกจาน มาวางให้แม่ผม เมื่อทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตาก็ลงมือจัดการอาหารตรงหน้า ส่วนผมยังนิ่งอยู่มองเป็นต่อที่กำลังตักผักออกให้ 

" เอากุ้งมั้ย "  

ถามเสียงเบาผมส่ายหน้าไปมาแล้วเป็นต่อก็ปรุงรสราดหน้าให้ผม พ่อกับแม่เงยหน้าขึ้นมามองผมสลับกับเป็นต่อแล้วแม่ผมก็ส่ายหน้าไปมาแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา ผมก็เลยโน้มตัวไปจุ๊บที่แก้มเนียนนั้นเบาๆจนโดนมือเรียวทุบที่ขาอย่างเเรงพร้อมกับส่งสายตาดุมาให้ และการกระทำผมทุกอย่างอยู่ในสายตาของทุกคน 

" ทำเองไม่ได้รึไง " แม่ผมเอ่ยท้วง 

" เมียทำให้อร่อยกว่า " 

ผมบอกยิ้มๆมองเกดที่ทำท่ายี้ใส่ผม 

" ขนาดพ่อยังไม่เคยตัดเล็บเองเลย " ผมเอ่ยพาลไปถึงพ่อที่ตอนนี้หัวเราะ หึหึ.. อยู่

" อีกอย่างผมก็รักของผมนี่คร้าบ เนาะ " ผมเเย้งพร้อมกับลากเสียงยาว หันไปเนาะกับคนรักของผมที่นั่งหน้าแดงอยู่ข้างๆ 

" เบร้ยย!!  พี่เสกหวานเลี่ยนเกินไปแล้ว " 

เกดน้องสาวผมแย้งออกมาทำท่าน่ากลัวขนลุกขนพอง

" ทำดีให้ตลอดละ​กัน "  แม่ผมบอก

" ด้วยเกียรติของลูกผู้ชายบ้านเสกสรรค์ประเสริฐกุลครับ " 

พร้อมกับยกมือขึ้นทำท่า ตะเบ๊ะ (หรือท่าวันยาหัตถ์ ของทหาร) พ่อผมและเกดหัวเราะเบาออกมาส่วนแม่นั้นนั่งอมยิ้มอยู่   แล้วมื้อเที่ยงเเสนอบอุ่นก็ผ่านไป ผมลอบมองเป็นต่ออยู่บ่อยๆรอยยิ้มสดใสนั้นทำให้ผมแอบยิ้มตาม มองร่างเพรียวกำลังนั่งดูของแต่งบ้านอยู่กับแม่ผมและเกด 

" พ่อว่าความสุขแบบนี้มันจะอยู่กับผมนานมั้ยครับ " 

" อืม... ไม่รู้สิความสุขความทุกข์ของคนเรานั้นมันมักจะมาไปไม่บอกไม่กล่าว และมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถทำให้ตัวเรามีความสุขได้และคนๆนั้นก็คือตัวเอง "  

พ่อผมพูดจบผมก็โผเข้ากอด พ่อจนแน่น พร้อมกับขอบคุณเสียงเบาๆ 

และตอนนี้ผมได้เรียนรู้แล้วว่าสิ่งที่ผมกำลังเป็นอยู่ตอนนี้นี่แหละ คือ ความสุข

ตกบ่ายแม่ผมและเกดชวนเป็นต่อลูกสะใภ้คนโปรดไปเดินห้างซ้อปปิ้ง ส่วนผมกับพ่อขอนอนอยู่บ้านเพราะว่าเบื่อห้างสรรพสินค้าในวันหยุดมากที่สุด และเป็นต่อก็กลับมาเกือบมืด ส่วนผมนั้นก็เผลอหลับไป ตื่นอีกทีก็เห็นเป็นต่อกำลังกระจายถุงข้าวของที่ซื้อมา 

" อือ... ทำไมเยอะแยะขนาดนั้นใครขนมาส่ง " 

ผมถามและนั่งลงบนโซฟา ส่วนเป็นต่อนั้นนั่งอยู่บนพื้น และเป็นต่อก็บอกว่าพี่พลคนขับรถของที่บ้านผมขนมาให้ ของส่วนมากจะเป็นของกินผลไม้ และอาหารสด เสื้อผ้าผมด้วยและเป็นต่อบอกว่าแม่ผมเป็นคนซื้อทั้งหมด  ผมมองของตรงหน้านึกว่าเหมาห้างมา 

" สวยมั้ย " 

เป็นต่อชูเสื้อยืดสีขาว ที่ด้านหน้าพิมพ์รูปแมวคิตตี้สีชมพูอ่อน และที่สำคัญมันเป็นเสื้อคู่รัก  อย่าบอกนะว่าจะให้ผมใส่  

" เสื้อคู่เดทวันอาทิตย์หน้า " 

เป็นต่อบอกแล้วยิ้มหวานออกมา

ไม่...... ม่ายยยย..... เดท... เสื้อคู่... อ้าก.... 

หลังจากที่รู้สึกหดหู่กับวันอาทิตย์หน้า ผมอาบน้ำเสร็จก็มานั่งอ่านข่าวในไอแพด รอเป็นต่ออาบน้ำ

แล้วเสียงมือถือผมก็แจ้งเตือนข้อความ ผมหยิบมากดอ่านทันที ซึ่งเป็นข้อความไลน์กลุ่ม  ภาพที่ส่งมาเกือบ10 ภาพนั้นเป็น 

ผู้หญิงกับผู้ชายหนุ่ม กอดรัดนั่งตักกันในบาร์บ้างในสวนสาธารณะบ้าง และสถานที่คือ อิตาลี 

ฝ้ายเมียไอ้เก่งกับเด็กหนุ่มนั่น  

ผมนิ่งงันไปเหมือนกำลังซ็อคจนเป็นต่อมานั่งลงใกล้ๆยื่นหน้ามา 

" พี่เสก เป็นอะไร มีอะไร "  ผมเลยยื่นมือถือให้ดู 

" ดูเองไอ้กรส่งมา " ผมบอก 

ผ่านไปสักพัก

"  ไอ้พี่เสก ไม่ใช่... ไม่ใช่พี่กรส่งมา " 

เป็นต่อเลื่อนไล่ดูภาพสุดท้ายและข้อความด้านล่าง

Tell me what should I do?.

" พี่เก่งเป็นคนส่ง ไอ้พี่เสกดูรูปโปรไฟล์ดีๆสิ " 

แล้วเป็นต่อก็ยื่นมือถือผมมา ใช่เป็นไอ้เก่งไม่ใช่ไอ้กร เพราะชื่อขึ้นต้นด้วยตัวK เหมือนกันทำให้ผมมองผ่านๆ ไอ้เก่งส่ง งั้นมันก็รู้แล้ว ....... 

" ต่อรีบแต่งตัวใหม่เราจะไปบ้านไอ้เก่งตอนนี้ " 

ผมสั่งเสียงดังและรีบลุกไปแต่งตัว และโทรหาเพื่อนคนอื่นทันทีที่ โทรหาไอ้เก่งไม่ติด 

_______________________________________________________

มาแล้วจร้าเสกต่อปิดจบpart 1 ส่วนpart 2 ไรท์จะลงให้พรุ่งนี้จร้า  

รอนะคะ....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}