ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 16 ปาลิตา NC 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 16 ปาลิตา NC 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.5k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2560 18:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 16 ปาลิตา NC 100% รีไรท์
แบบอักษร

HATE EFFECTS: 16

ณ บ้านหลังใหญ่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา...


ค่ำคืนนี้สำหรับคนในบ้านนั้นไม่ได้แตกต่างจากเช่นวันอื่นๆ การันต์ดื่มหนักจนเมามายกลับเข้ามายังบ้านแทบจะทุกวัน ผู้เป็นพ่อและแม่เองก็จนใจที่จะปรับเปลี่ยนให้เขาสำนึกได้เสียที มักชอบหาเรื่องเดือดร้อนได้อยู่ตลอดเวลา


"แกจะเมาหัวราน้ำกลับบ้านทุกวันเลยหรือไง ไอ้ลูกไม่รักดี!!!" ประพจน์ตวาดลั่นทันทีที่ร่างของลูกชายโผล่พ้นประตู "ทุเรศสิ้นดี" ตัวเองเป็นถึงรัฐมนตรีช่วยแท้ๆกลับต้องมาคอยเสียชื่อเสียงให้กับลูกชายเฮงซวยคนนี้จนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี


"โถ่พ่อ ถึงจะเมาเนี่ยแต่ผมก็หาเงินมาให้พ่อกับแม่ได้น่า" ตัวต้นเรื่องทำเป็นทองไม่รู้ร้อน "เลิกๆบ่นแล้วไปนอนได้แล้วไป๊" เดินตัวโครงเครงจนแทบจะล้มลงอยู่แล้ว


รัศมีผู้เป็นแม่ถึงกับถอนหายใจ "เงินที่ฉันสองคนก็ไม่รู้ว่าแกไปหามาจากไหนเช่นนั้นหรือ? การันต์...ฉันขอล่ะนะ อย่าสร้างเรื่องให้ปวดหัวไปมากกว่านี้จะได้ไหม? ดูอย่างหนูณิริณเขาสิ แกดูถูกเขาสารพัดแล้วเป็นอย่างไรล่ะตอนนี้ ตั้งตัวสร้างฐานะนำหน้าแกไปไกลแล้ว หมดหวังจะได้มาเป็นลูกสะใภ้อีก...ก็เพราะเรื่องที่แกไปทำเลวเอาไว้ยังไงล่ะไอ้ลูกโง่"


โครม !!!!


เพล้ง !!


การันต์กวาดกรอบรูปที่ตั้งโชว์อยู่หล่นกระจัดกระจาย เขามักจะมีอารมณ์รุนแรงทุกครั้งเมื่อได้ยินพ่อกับแม่ของเขาเอ่ยชมคนอื่นต่อหน้า "อยากได้แบบมันทำไมไม่ทำใหม่ล่ะเห้ย คอยดูนะ...ทั้งผัวนังนั่นและตัวมันน่ะ ผมจะขยี้ให้แหลกคามือไปเลย เหมือนนังปาลิตาไง!! โว้ยยย"


ผู้เป็นพ่อเป็นแม่หนักใจจนถึงที่สุดที่ลูกชายคนเดียวของพวกเขากู่ไม่กลับไปเสียแล้ว ความผิดของทั้งสองก็คือการปกป้องคนผิดอย่างการันต์มาโดยตลอด เพราะไม่อยากเห็นลูกตัวเองต้องย่ำแย่และหวังว่าจะเปลี่ยนเขาได้ แต่เปล่าเลย...นับวันการันต์ยิ่งเข้าขั้นโรคจิตไปทุกวัน


"เวรกรรมอะไรที่ให้มันเกิดมาเนี่ย" ประพจน์เองก็นึกเสียใจอยู่ไม่น้อย คดีของปาลิตาอีกตั้งสิบกว่าปีกว่าจะหมดอายุความ หากรื้อขึ้นมาใหม่ก็คงไม่ช่วยไอ้ลูกคนนี้แล้ว


"ฉันผิดเองค่ะที่ให้ท้ายมันมากเกินไป ตอนนี้ฉันรู้แล้ว...คำสาปแช่งมันมีจริง เราถึงต้องตกนรกทั้งเป็นแบบนี้" น้ำตาของผู้เป็นแม่อย่างรัศมีไหลออกมา เธอจำน้ำเสียงแม่ของปาลิตาได้เป็นแม่นมั่น คำสาปแช่งของคนที่สูญเสียลูกไปเพราะการันต์...ตอนนี้มันกำลังสนองเธอและสามีอย่างแสนสาหัส


อีกด้านของคู่สามีภรรยาที่เพิ่งจะได้กลับมาหันหน้าคุยกันอีกครั้งกำลังร้อนระอุด้วยกิจกรรมยามดึก สองร่างเปลือยกายตัวโยกสั่นคลอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่


"อ๊าาา พี่ อื้ออ พี่คิณ" เสียงหวานร้องเรียกคนที่กำลังตักตวงความสุขจากเธอ หญิงสาวขยับกายบนร่างของสามีตามจังหวะของเขาที่ไม่เคยคิดจะฟังคำทัดทานของเธอเลยสักนิด "อื้ม ณิริณเหนื่อย"


"ซี้ดดด" มือหนายึดสะโพกบางแล้วเคลื่อนช้าๆอย่างเอาแต่ใจ "อาาา พี่ยังไม่หายคิดถึงณิริณเลย อื้ม...โยกแรงๆครับที่รัก โอ้วว ซี้ดดด" 


จังหวะรักยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ ทุกท่วงท่าและลีลาของเขาทำให้รันเสียวสะท้านจนร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เรือนร่างเย้ายวนถูกจับนอนราบไปกับที่นอนนุ่ม...ขาเรียวถูกแยกออกแล้วรับแรงกระแทกจากคนร่างสูงอีกครั้ง สะโพกหนาขยับเข้าออกรัวๆ จนไปถึงปลายสวรรค์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน...


"อ๊ะๆ อ๊าาาา"


"ซี๊ดดด อาส์ ณิริณ อูววว์ พี่ อื้ม พี่รักณิริณนะครับ" ภาคิณใช้มือลูบเหงื่อทั่วใบหน้าภรรยาของเขา เครื่องปรับอากาศไม่สามารถดับไฟร้อนที่กำลังสุมทั้งสองนอยู่ในขณะนี้ให้ดับลงได้


ปับ!! ปับ!! ปับ!! ปับ!!!


"โอววว อาาา ซี๊ดดด"


มือเล็กจิกกำหมอนทั้งสองข้างแทบทะลุ เชิดหน้าสูดปากระบายความเสียวซ่านที่กำลังวิ่งพล่านทั่วทั้งกาย คล้ายกับว่าไร้น้ำหนักและตัวค่อยๆลอยขึ้น "อ๊า ไม่ไหวแล้วค่ะ อื้ม พี่คิณ อ๊ะๆ"


ปึก ปึก !!!!


"กรี๊ดด / อาสส์"


ธาราแห่งรักไหลออกมารับความสุขสม ภาคิณจูบซับคลอเคลียร่างกายของวาณิริณอย่างรักใคร่และยังคงแช่ลำกายอยู่ไม่ไปไหน


"พอแล้วค่ะ อะ พี่คิณ อย่าเอา อื้ออ เอาแต่ใจสิคะ" น้ำเสียงปนหอบพยายามพูดบอกให้คนเอาแต่ได้หยุด 


ซึ่งเธอก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้...


"อา...ณิริณหลับไปก่อนเลยนะ ซี้ดดด พี่ขอต่ออีกสักสองสามรอบ อาส์"


ค่ำคืนที่แสนยาวนานทำเอาวาณิริณถึงกับหมดแรงสลบคาอกของเขา ภาคิณที่ยังไม่หนำใจก็กอบโกยรายได้เข้าตัวอย่างไม่รู้จักพอ กว่าจะหยุดก็เล่นเกือบฟ้าจะสว่าง...หลังจากเสพสมกายสาวจนหอมปากหอมคอก็ยกร่างนวลนางไปชำระคราบความเสียให้จนสะอาดก่อนจะพากลับมานอนยังที่เดิม ตื่นมาเธอก็คงไม่มีเรี่ยวแรงจะไปทำงานต่อเป็นแน่...ซึ่งภาคิณก็หวังเอาไว้เช่นนั้นอยู่แล้ว เขาตั้งใจจะชดเชยช่วงเวลาที่หายไปให้คุ้มกับที่ไม่ได้เชยชมตัวเธอมานานนับเดือน


เขาจูบเบาๆที่หน้าผากมนก่อนจะสวมกอดกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาแล้วผล็อยหลับไปตามๆกัน


วาณิริณเริ่มขยับตัวทันทีที่รู้สึกถึงความสว่างที่สาดส่องเข้ามากระทบตน เปลือกตาคู่งามค่อยๆลืมตื่นขึ้นก็มีาการเมื่อยขบไปทั้งตัวแถมตอนนี้ยังถูกพันธนาการด้วยท่อนแขนใหญ่ของคนที่รังแกเธอเมื่อคือนี้ เขากระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นเพื่อบอกเธอเป็นนัยว่าไม่ต้องการให้ออกไปไหน


"สายแล้วค่ะ ณิริณจะไปทำงาน"


"หืม? โดนไปทั้งคืนแล้วยังมีแรงเดินอีกหรอ? ฟอด! เมียพี่นี่แข็งแรงดีจริงๆ" หอมฟัดแก้มนิ่มด้วยความสิเนหา "พักสักวันเถอะ พี่ยังอยากกอดณิริณอยู่เลย" ไม่พูดเปล่า...ใบหน้าคมคายซุกไว้ที่ซอกคอขาวของภรรยาคนสวย


หญิงสาวใช้สองมือดันตัวของเขาออก เพราะเหมือนว่ากำลังจะเริ่มซุกซนอีกแล้ว "อื้อ พี่คิณ...กอดอย่างเดียวก็ไม่ว่าหรอกนะคะ"


"ผู้หญิงที่ชื่อปาลิตาน่ะ ณิริณ...ยังอยากจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้อยู่หรือเปล่า" จู่ๆเขาก็พูดถึงเรื่องนี้ขึ้น วาณิริณเองก็ดูสงสัยอยู่ไม่น้อย "หืม...? ไม่อยากแล้วหรอ?"


"เปล่าค่ะ แต่ก็อย่างที่ผู้กองบอกค่ะว่ายากมาก ณิริณสงสารยัยปลา...ตอนอยู่ก็ถูกการันต์หลอกแล้วตอนตายก็ยังเป็นทุกข์อีก"


ภาคิณยกยิ้มเล็กน้อย "ถ้าพี่จะช่วยคงไม่ว่าอะไรนะ ค่าตอบแทนก็...ขอตอนนี้เลยก็แล้วกัน"


"อื้มม หยุดเดี๋ยวนี้นะ อาาา พี่คิณ อื้มมม"


พูดห้ามทีไรก็ถูกช่วงชิงลมหายใจไปเสียทุกที สามีจอมตะกละของเธอดูดเม้มริมฝีปากอิ่มราวกับกระหายมานานนับปี...สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่อาจหนีรอดไปได้ ภาคิณยังคงเอาแต่ใจและใช้แรงกายเสิร์ฟรักร้อนให้วาณิริณจนลืมวันลืมคืนเสียอย่างนั้น ช่างน่าสงสารสาวสวยผู้เคราะห์ร้ายเสียจริง


ด้านล่างของบ้าน...


เวลานี้ตะวันใกล้จะตรงหัวแล้วนาตยาก็ยังไม่เห็นลูกชายกับลูกสะใภ้ลงมาเสียที ผู้เป็นแม่หวั่นใจยิ่งนักว่าจะเจ็บป่วยกันหรือเปล่าจึงตัดสินใจเดินขึ้นไปหวังจะเคาะประตูเรียก เพราะช่วงเช้ามืดที่เธอตื่นมานั้นไม่เห็นภาคิณนอนที่หน้าฟ้องก็คิดไปว่าอาจจะถูกไล่ไปนอนนอกบ้านแล้วก็ได้...แต่เมื่อถึงหน้าห้องนอนของทั้งสองก็ต้องหยุดเมื่อได้ยินเสียงดังลอดผ่านจากประตูออกมา

อื้อ อ๊าาาา


หญิงวัยกลางคนเอามือป้องปากแล้วเผลอยิ้มอายๆออกมาเสียอย่างนั้น "ง้อเมียวิธีนี้ทุกทีเลยไอ้ลูกคนนี้ น่าตีเสียจริง" แม้จะว่าไปเช่นนั้นแต่ในใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก และภาวนาว่าอย่าให้มีเรื่องขุ่นเคืองใจกันอีก "ตายล่ะ สงสัยต้องหาอะไรมาบำรุงร่างกายหนูณิริณเสียแล้ว...นี่! มีใครอยู่แถวนี้บ้าง พาฉันออกไปซื้อของหน่อยเร็ว" คิดได้แล้วสองเท้าก็เดินไปหยิบกระเป๋าพร้อมเรียกหาคนขับรถทันที


มหาวิทยาลัย...


วาณิชาที่ถูกอาจารย์เรียกพบด่วนก็มีสีหน้าเคร่งเครียด ในหัวเธอคิดเพียงแต่ว่าโปรเจกต์ที่ส่งไปคงจะไม่ผ่านและให้กลับไปแก้ใหม่แน่ๆ "อาจารย์คะ หนูก็แก้ตั้งหลายรอบแล้วยังไม่ผ่านอีกหรอคะ?"


อาจารย์สาวยิ้ม "ไม่ใช่เรื่องนั้น โปรเจกต์ของวาณิชาน่ะทำออกมาได้ดีมากเลยนะ ที่เรียกมานี่ก็เพราะว่าจะคุยเรื่องฝึกงาน" เจ้าหล่อนหยิบซองสีขาวส่งให้ "โปรเจกต์การตลาดของวาณิชาไปเข้าตาบริษัทนี้เข้า คุณภากร CEO ของ PK AUTO GROUP ฝั่งนำเข้ารถยนต์เลยมาขอตัวให้ไปฝึกงานด้วย...."


"ใครนะคะอาจารย์ ภากรหรอคะ?" ถึงกับเสียงสูงเมื่อได้ยินชื่อของคนที่เธอคุ้นเคย "ปฏิเสธค่ะ !!!"


อาจารย์สาวตกใจอยู่ไม่น้อย แต่เพราะเกรงว่ามหาวิทยาลัยจะสูกแบลกลิสต์แล้วรุ่นต่อไปอาจจะเสียโอกาสที่จะได้ร่วมงานกับบริษัทใหญ่เช่นนี้ เธอจึงหาวิธีพูดเกลี้ยกล่อมวาณิชาอีกครั้ง "ทำไมล่ะ อาจารย์คิดว่านี่เป็นโอกาสดีนะที่บริษัทใหญ่มาขอตัวไปแบบนี้ อีกอย่างก็ยังดีกว่าไปฝึกงานที่บริษัทของพี่สาวเพราะเดี๋ยวจะโดนข้อครหาเอาได้...ฝึกกับที่นี่เถอะนะวาณิชา ถ้าปฏิเสธอาจารย์เกรงว่าเดี๋ยวรุ่นต่อไปเขาจะไม่รับ"


เฮ่อ...


เจอคำอธิบายแบบนี้สาวน้อยตัวแสบก็จนใจ "ฝึก...ที่นี่ก็ได้ค่ะ"


"ดีจ้ะ งั้นอาจาย์ทำเรื่องขอใบส่งตัวเลยนะ"


สาวน้อยพยักหน้าส่งๆก่อนจะถูกปล่อยตัวออกมาพร้อมกับซองสีขาวในมือ วาณิชาเดินดุ่มๆไปที่ลานจอดรถเพราะรู้ว่าเวลานี้ภากรคงจะมารอเธออยู่แล้ว ซึ่งนั่นก็ไม่ผิดอย่างที่คาดคิดเอาไว้... ชายหนุ่มที่เห็นท่าทางการเดินก็รู้แล่วว่าหลังจากนี้เขาจะต้องเผชิญกับอะไร


"เล่นบ้าอะไรอยู่!! ใครเขาอยากไปฝึกงานกับนายกัน"


"นี่ฉันอุตส่าห์ช่วยไม่ให้เธอเหนื่อยไปหาที่อื่นนะ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี"


วาณิชาเอามือกุมขมับ "ฉันจะไม่หัวร้อนกับนายที่นี่!! ครึ่งชั่วโมงถ้ายังไม่ถึงคอนโดล่ะก็...ฉันฆ่านายแน่"


ปึง!! 


ร่างเล็กเดินกระแทกเท้าขึ้นไปนั่งยังในตัวรถ กอดอกหายใจฟึดฟัดคล้ายว่าอยากจะหาที่ระบาย นอกจากจะคอยตามติดเธอแทบจะเป็นเงาตามตัวแล้วยังจะคุกคามชีวิตส่วนตัวอีก จนตอนนี้ใครๆก็ต่างพากันคิดไปว่าภากรคือคนรักของเธอ ชายหนุ่มที่รู้ดีว่าต่อล้อต่อเถียงไปเขาคงจะแหลกคามือน้อยๆตรงนี้เป็นแน่ กว่าจะถึงคอนโดได้ก็เล่นเอาเหนื่อยอยู่ไม่น้อย ระหว่างทางจู่ๆวาณิชาก็แผลงฤทธิ์ออกมาเสียอย่างนั้น...อาจจะอยู่ในช่วงประจำเดือนมาไม่ปกติก็เป็นได้ แม้ว่าจะมาถึงแล้วก็ยังพูดบ่นอยู่แต่เรื่องเดิมๆ แถมเดินนำโดยที่ไม่สนใจคนที่มาส่งเลยแม้แต่น้อย


"เลิกบ่นแล้วฟังเหตุผลของฉันก่อนได้ไหม?" ภากรเอามือดันประตูไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะปิดหนี วาณิชาที่สู้แรงของเขาไม่ได้ก็ปล่อยให้เข้ามายังด้านใน "เอาเป็นว่าคณะกรรมการเขาเห็นแล้วชอบโปรเจกต์ของเธอ ก็เลยอ้อนวอนให้ฉัน..."


"ไปขอฉันมาฝึกงาน ไม่เนียนย่ะ!! ทำไม...หลงเสน่ห์ฉันก็บอกมาเถอะ"


"โอเคๆ เอาเป็นว่าฉันต้องการให้เธออยู่ในสายตาของฉันตลอดเวลา เป็นเด็กดีแล้วก็เชื่อฟังฉันนะ โอ้ยยยย" ภากรยกมือแตะหัวเด็กดื้อของเขา แต่ทว่า...เธอกลับเอามันออกแล้วกัดลงไปที่นิ้วของเขาเต็มแรง


"หึ! ไม่ใช่พ่อฉันสักหน่อย ทำไมจะต้องฟัง" จังหวะที่กำลังจะเดินถอยออกมานั้นก็ถูกเขาดึงรั้งเข้าไปแนบชิดกาย "กรี๊ดดด ไอ้บ้าภากร!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ" ร่างเล็กดิ้นไปมาจนเหนื่อยหอบแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ 


ภากรได้ทีก็จับเธอนอนลงที่โซฟา "ดิ้นให้ตายฉันก็ไม่ปล่อยเธอหรอก แล้วจะบอกให้นะว่าฉันไม่ใช่พ่อเธอก็จริง..." แววตาหวานมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ด้วยความหมั่นไส้ พยายามสลัดให้หลุดแต่ก็ติดแน่นราวกับตีนตุ๊กแก "อีกไม่นานฉันนี่แหละ...จะเป็นผัวเธอ !!!"

วี้ดดดดด


ขาเล็กพยายกเข้ากระแทกกลางระหว่างขาของเขา ภากรรู้ทันก็ทิ้งน้ำหนักตัวลงทับร่างเล็กไม่ให้ขยับแถมยังจับข้อมือของเธอรั้งตรึงไว้เหนือหัว


"ปล่อยเดี๋ยวนี้นะไอ้ภากรบ้า !!" วาณิชาจ้องเขม็ง "ใครจะไปอยากมีผัวแก่แบบนายกันเล่า!!!!"


"คำก็แก่ สองคำก็แก่!! ฟอด! มีผัวแก่น่ะเร้าใจจะตายไป จุ๊บ" คนชอบแกล้งหอมฟัดแก้มนิ่มอย่าเอาแต่ใจ วาณิชาพยายามหันหลบแต่ก็ไม่พ้นเสียที "แสบๆแบบเธอน่ะมันต้องเจอกับฉันนี่ ทำตัวว่านอนสอนง่ายจะดีกว่านะณิชา" ภากรพยายามสะกดอารมณ์ในกายทั้งๆที่ใจอยากจะทุ่มแรงทั้งหมดที่มีใส่คนที่อยู่ใต้ร่างของเขา 


วาณิชาเปลี่ยนสีหน้าแล้วยกยิ้มเล็กน้อย "ฉันให้นายคิดใหม่ดูอีกทีนะ ถ้าทำอะไรฉันไปแล้วน่ะ...นายจะไม่มีโอกาสได้มองผู้หญิงคนอื่นอีกแน่" ภากรกลืนน้ำลายฝืดๆ ภาพที่ยัยตัวแสบของเขาองค์ลงเมื่อวันนี้ก็ไหลเวียนเข้ามาในหัว "ว่าไงล่ะคะ พี่กรขา~"


"เอ่อ...." แม้จะฉุกคิดอยู่บ้างแต่ร่างสูงก็ไม่คิดจะปล่อย ไม่รู้ว่าทำไมตั้งแต่มีวาณิชาเข้ามาในชีวิตภากรก็ไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนอีกเลย 


ใบหน้าคมคายซุกไซ้ที่ต้นคอระหงทำเอาสาวน้อยเกร็งไปทั้งตัว ด่าว่าก็แล้ว ขู่ก็แล้วใช่ว่าจะทำให้ภากรกลัวเสียที่ไหนกัน คนตัวเล็กพยายามขัดขืนแต่สุดท้ายก็พลาดท่าถูกจูบเข้าจนได้


"อืม~" ชายหนุ่มคำรามต่ำในลำคอ เขากำลังหลงไหลรสจูบอันไร้เดียงสาของเธอ วาณิชาตัวแข็งทื่อคล้ายกับโดนมนต์สะกดเสียอย่างนั้น...ทำไมจู่ๆเรี่ยวแรงที่มีก็หายไปโดยฉับพลัน

Arrr Arrr


"ชิส์ ใครวะ?" ถอนริมฝีปากออกก็จิปากอย่างขัดใจ ภากรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเห็นชื่อน้องชายก็หัวร้อนหนักกว่าเก่า "มีอะไรวะ?....หะ!! ยาแก้อักเสบ ซื้อให้ใคร?....โถไอ้คิณ! พอเมียยอมเข้าหน่อยก็ไม่ปล่อยให้พักเลยหรือไง...เออๆ เดี๋ยวฉันรีบกลับ"


"พี่ณิริณเป็นอะไรอ่ะ?" เสียงใสถามขึ้นทันทีที่คนบนร่างเธอวางสายโทรศัพท์ "ภากร !! พี่คิณทำอะไรพี่สาวฉัน" พี่เขยก็พี่เขยเถอะ ถ้าพี่สาวเธอเป็นอะไรล่ะก็ต้องแหลกกันไปข้าง


"ก็ผัวเมียเขาจะทำอะไรกันบนเตียงล่ะ เฮ่อ...ขัดอารมณ์จริงๆไอ้น้องบ้า" ภากรหยัดกายขึ้นนั่งจัดแจงแต่งตัวเอาให้เรียบร้อย "อ้าว! จะไปด้วยหรือไง เอ...ติดใจฉันงั้นหรือ?"


"ทุเรศ! ฉันเป็นห่วงพี่สาวฉันต่างหาก"


ภากรหัวเราะเบาๆ "อ่าๆ ตามใจ...ให้เวลาสิบนาทีนะ"


วาณิชาพยักหน้าแล้วรีบเก็บกระเป๋าเสื้อผ้ารวมถึงของใช้จำเป็น ขึ้นรถไปพร้อมกับภากร...ระหว่างทางก็ยังมิวายที่จะมีปากเสียงกันมาตลอดทางในเรื่องเดิมๆ กว่าจะมาถึงบ้านได้ก็เล่นเอาภากรบอบช้ำไปทั้งกาย


ภาคิณเดินลงมาจากชั้นสองก็ตรงเข้าไปในครัวเพื่อบอกให้คนรับใช้จัดเตรียมอาหารสำหรับจะยกขึ้นไปให้ภรรยาของเขา นาตยาเองก็อดที่จะว่ากล่าวกับลูกชายคนเล็กของเธอไม่ได้ "คิณนะคิณ ไม่รู้ไปตายอดตายอยากมาจากไหน"


"นิดหน่อยเองครับแม่ แล้วรังนกนั่นของณิริณหรือเปล่าครับ?" นาตยาพยักหน้าพร้อมกับยกถ้วยรังนกอุ่นๆวางลงบนถาดอาหาร ภาคิณตรวจดูเล็กน้อยก็หันไปสั่งสาวใช้ทั้งสองด้านหลัง "เอาไปวางไว้ที่โต๊ะในห้องเดี๋ยวฉันขึ้นไปจัดการเอง ผ้าปูที่นอนฉันเปลี่ยนแล้ว...เอาของเดิมลงมาซักด้วย แล้วก็อย่างส่งเสียงดังล่ะณิริณกำลังพักผ่อน"


"ค่ะ! คุณคิณ" สองสาวรับคำก็พากันไปทำตามที่เจ้านายสั่ง


นาตยาหยิกเข้าที่ไหล่ของเขา "ยังจะมาทำลอยหน้าลอยตาอีกนะเรา"


"ก็คนมันมีความสุขนี่ครับแม่ ตอนนี้แม่ควรจะไปช่วยพี่กรมากกว่านะครับ เดินตาปูดมาแต่ไกลเลย" ภาคิณชี้ไปที่หน้าประตูก็เห็นสองร่างที่ยังคงวิวาทกันมาเรื่อยๆ


ก็ก่อนจะลงจากรถภากรได้เผลอไปจับหน้าอกของวาณิชาเข้า เลยโดนหมัดน้อยๆพุ่งเข้าชนเบ้าตาด้านซ้ายเต็มแรงจนเขียวช้ำ มิหนำซ้ำยังมึนจนเดินเซไม่ตรงทาง...วาณิชากระชากคอเสื้อชายหนุ่มเข้ามาใกล้ๆ


"นี่ยังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องที่นายทำไว้ที่คอนโดนะแล้วไหนจะเรื่องฝึกงานอีก!!"


ภากรสูดปากด้วยความปวดระบม "ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยตัวแสบ"


นาตยาเดินหัวเราะเข้ามาหาพร้อมกับภาคิณ วาณิชายกมือไหว้แล้วสวมกอดหญิงวัยกลางคนอย่างสนิทสนมเหมือนแม่อีกคนหนึ่งของเธอ...สองสาวชักชวนกันเข้าไปด้านในตัวบ้านแต่ก็ไม่วายที่ยัยตัวแสบจะต้องหันมาแลบลิ้นปลิ้นตา ทำสีหน้าเยอะเย้ยคนที่ชอบหาเรื่องให้เธออารมณ์เสีย


หึ! หึ!!


"หัวเราะอะไรวะ? เอ้า...ยาแก้อักเสบที่ฝากซื้อ" ภากรปรายตามองน้องชายอย่างไม่สบอารมณ์


"ขอบคุณครับพี่ชาย"ภาคิณรับซองยานั้นมาไว้ที่ตัว "พรุ่งนี้พี่กรว่างหรือเปล่า? ผมจะชวนไปหาไอ้อ้นด้วยกันสักหน่อย"


"ไปทำไม!?" เขารู้จักเพื่อนของน้องชายแทบจะทุกคนก็จริง แต่ก็ไม่ได้สนิทมากถึงกับไปมาหาสู่กัน


ภาคิณถอนหายใจ "ปาลิตาเพื่อนของณิริณที่เกิดอุบัติเหตุตายเมื่อสามปีก่อนเป็นลูกพี่ลูกน้องของไอ้อ้น เหตุการณ์นั้นมีไอ้การันต์อยู่ด้วย...ผมเลยไม่คิดว่าเป็นอุบัติเหตุธรรมดาแล้วก็มันเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ของพ่อไปไม่กี่เดือน...ปิยาพัชร์เองก็น่าจะรู้เรื่องนี้เหมือนกัน"


"นี่ฉันเพิ่งรู้ว่าแกมีวิญญาณนักสืบสิงอยู่นะไอ้คิณ มาคิดๆดูแล้วอย่างไอ้การันต์มันจะกล้าคิดทำอะไรร้ายแรงได้ขนาดนั้นตั้งแต่เด็ก เอ้อ...ฉันให้ฝ่ายบัญชีตรวจดูทิศทางการเงินของอาภูชิตแล้ว สองสามวันคงจะได้" ภากรเองก็หนักใจอย่ไม่น้อย ยิ่งค้นหาลึกลงไปมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเจอความสับสนมากขึ้นเท่านั้น "นี่...ช่วยหาผ้าห่อนน้ำแข็งมาประคบตาฉันให้หน่อยสิ! ปวดหนึบเลย"


คนถูกว่ายวานหัวเราะชอบใจ "เสียใจ...ผมมีภาระที่ต้องดูแลภรรยาที่ยังไม่ค่อยแข็งแรง ช่วยตัวเองไปก่อนนะครับพี่ชายสุดที่รัก" พูดจบภาคิณก็เดินโบกมือหนีขึ้นไปยังชั้นสอง


ภากรได้แต่มองด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจนิดๆ "เออ...ไอ้น้องเลว ไอ้คนหลงเมียลืมพี่ ฮึ่ย!!!"


อีกคนทำหูทวนลมไม่สนใจปล่อยให้พี่ชายเขาประณามให้หนำใจ ภาคิณเปิดประตูห้องเขามาแล้วนั่งลงข้างๆภรรยาคนสวยที่ยังคงนอนไม่ได้สิติ ใบหน้าสวยหวานดูซี้ดและอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด มือหนาลูบเข้าที่แก้มเนียนไปมา


"อือ..." ร่างบางเปลือยเปล่าในใต้ผ้าห่มผืนหนาส่งเสียงในลำคอ "ปลา...ไม่ผิด ไม่ต้องร้องนะ" เสียงละเมอคล้ายจะเพ้อเบาๆ


"สงสัยจะฝังใจ" ภาคิณยิ้มบางๆ แล้วก้มลงกดจูบเบาๆที่เปลือกตาของเธอ "ตื่นทานข้าวก่อนนะณิริณ จะได้ทานยาด้วย" ดูเหมือนว่าเธอจะมีอาการไข้แทรกเข้ามาด้วย


วาณิริณขยับตัวเล็กน้อย "พี่คิณ" เสียงแห้งผากเรียกชื่อเขา "หนาวค่ะ"


ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นเขาก็ลุกขึ้นไปหาเสื้อผ้าหนาๆมาให้เธอสวมใส่ ภาคิณช่วยพยุงร่างเล็กให้ลุกขึ้นนั่งเอาหลังพิงกับหัวเตียง "ไหวหรือเปล่า?"


"ก็เพราะใครล่ะคะ?" เธอมองค้อนใส่เขา "ณิริณทานเองได้ค่ะ อื้อ...พี่คิณ เดี๋ยวหกหรอก"


เมื่อเห็นว่าวาณิริณกำลังจะปฏิเสธเขาก็ยกถ้วยข้าวต้มขึ้นมาแล้วป้อนใส่ปากเธอ "ให้พี่ทำเถอะนะ แค่จะยกแขนเมียพี่ยังไม่มีแรงเลย"


วาณิริณจนใจสุดท้ายก็ยอมให้เขาได้ทำตามใจ บริการสุดพิเศษของสามีทำให้หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นหัวใจอยู่ไม่น้อย ทั้งป้อนข้าวป้อนยาแถมยังคอยเป็นมือไม้ให้ในยามที่จะทำอะไรไม่สะดวกเช่นนี้ นอกจากผู้เป็นแม่แล้วภาคิณก็ไม่เคยทำเช่นนี้กับผู้หญิงคนอื่นนอกจากเธอ...แบบนี้จะเรียกว่าโชคดีหรือเปล่านั้นก็ไม่สามารถพูดได้


______100%______

พี่คิณคนเดิม เพิ่มเติมคืออะไร? ถามใจดู๊

ต่อครบแล้วนะจ้ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น