น้ำมิ้ม

"เลิกจัดโซฟา แล้วมานอนบนเตียงกับพี่นี่แหละ" ใกล้รุ่งถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อฝ่ามือหนานั้นกลับอ้อมสองแขนของเธอไปโอบรอบแผ่นหลังของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆรั้งร่างแบบบางนั้นด้วยสองแขนแข็งแกร่งจนเธอตกอยู่ในอ้อมแขนที่กอดกระชับเอาไว้อย่างอ่อนโยน “เห็นไหมบอกแล้วว่าไม่เป็นไรสักหน่อย”

ตอนที่ 2 : เปิดตัวอย่างเป็นทางการ (3/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 : เปิดตัวอย่างเป็นทางการ (3/3)

คำค้น : ปฐพีใกล้รุ่ง , แต่งงานหลอกๆ ,พินัยกรรม , มรดก , ที่ดิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 747

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2560 19:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 : เปิดตัวอย่างเป็นทางการ (3/3)
แบบอักษร

สนามหญ้าสีเขียวขจีที่ถูกตกแต่งประดับประดาไปด้วยผ้าและซุ้มดอกไม้ที่ถูกจัดวางโครงเป็นทรงสี่เหลี่ยมที่เมื่อทอดสายตามองไปยังชายหาดจะก็จะเป็นเสมือนกรอบรูปอันโตที่เปิดโอกาสให้นักข่าวและผู้มาร่วมงานได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

ถึงแม้ว่าโครงการก่อสร้างจะยังอยู่ระหว่างดำเนินการแต่ในส่วนที่เป็นห้องตัวอย่างและโชว์รูมสำนักงานขายนั้นเสร็จเรียบร้อยและพร้อมให้นักข่าวเข้าไปเยี่ยมชมได้อย่างเต็มที่

ซึ่งทันทีที่เห็นนักข่าวมากันพร้อมหน้า นายคณินและนางนิอรก็รีบออกมารับหน้าทันทีด้วยถือโอกาสว่า ...คนพูดก่อนย่อมได้เปรียบ

“โครงการนี้ผมเป็นคนดูแลทั้งหมดเลยครับ แล้วก็ยังได้คุณนิอรมาช่วยดูแลในเรื่องการออกแบบตกแต่งห้องด้วย เพราะโครงการนี้เป็นโครงการมิกซ์ยูสที่มีทั้งคอนโดมิเนียมสำหรับพักอาศัยและคอมเพล็กซ์สำหรับการพาณิชย์ด้วยครับ”

“ทราบมาว่าโครงการนี้เป็นการร่วมทุนของสองบริษัท ก็คือ บริษัท เพียงธำรง และบริษัท ศิริวัฒน์ดีเวลลอปเม้นท์ หลังจากเสร็จโครงการนี้จะมีการร่วมทุนโครงการอื่นอีกหรือเปล่าคะ”

“ต้องมีอย่างแน่นอนค่ะ...เพราะถ้าจับคู่กันแล้วยิ่งประสบความสำเร็จ ทำไมเราถึงจะไม่ร่วมทุนกันอีกล่ะคะ”

เสียงที่เอ่ยแทรกขึ้นมากะทันหันทำให้นักข่าวที่กำลังสัมภาษณ์นายคณินต่างหันไปมองผู้มาใหม่ที่มาพร้อมกับชุดเดรสสีดำแค่เข่าพร้อมกับเสื้อสูทลำลองสีน้ำตาลครีมขับให้ร่างสูงเพรียวนั้นยิ่งดูระหงมากยิ่งขึ้น

พริมา ทายาทเพียงคนเดียวของบริษัท ศิริวัฒน์ดีเวลลอปเม้นท์ ก้าวตรงมายังสองสามีภรรยาที่กำลังให้สัมภาษณ์นักข่าว ก่อนจะโปรยยิ้มแบบชนิดที่ตัวเองฝึกมาอย่างดีแล้วว่า ดูเป็นกันเอง...ก่อนจะเป็นคนเอ่ยให้ข้อมูลต่อ

“หลังจากเสร็จงานแถลงข่าวในวันนี้ดิฉันกับคุณพ่อ มีนัดคุยกับท่านประธานพงษ์ศิริต่อค่ะ น่าจะได้ความชัดเจนเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่จะสร้างร่วมกันมากขึ้นค่ะ ...อ้าวนั่น..ท่านประธานพงษ์ศิริมาพอดี เชิญพี่ๆนักข่าวที่โต๊ะแถลงข่าวได้เลยนะคะ”

หญิงสาวเอ่ยพลางตั้งใจจะเดินนำนักข่าวไปยังจุดที่เตรียมงานเอาไว้ หากบรรดาสื่อทั้งหลายต่างไม่สนใจพริมาแล้ว เพราะตอนนี้บุรุษชรากำลังเดินเข้างานมากับภรรยาพร้อมหลานๆ ที่นักข่าวทุกคนต่างพุ่งเป้าไปยังร่างสูงของชายหนุ่มเพียงหนึ่งเดียวที่แม้จะตีสีหน้าเคร่งขรึมเย็นชา หากใบหน้าคมเข้มที่สะดุดตาตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้างานมา ทำให้แสงแฟลชและกล้องบันทึกภาพพร้อมใจกันเก็บภาพเขาเอาไว้อย่างไม่ต้องรอให้นายพงษ์ศิริแนะนำ

“คณุตม์ เพียงธำรง หลานชายของผมเองครับ เพิ่งจบปริญญาโทจากอเมริกามา”

สิ้นเสียงแนะนำของบุรุษชรา ก็มีเสียงฮือฮาขึ้นทันทีหากนายพงษ์ศิริกลับพาหลานๆและนางกนกทิพย์เดินไปยังโซฟาที่นั่งด้านหน้าเวทีแถลงข่าว ก่อนที่ตัวเองจะก้าวขึ้นไปสมทบกับนายคณิน และนายพัฒนา บิดาของพริมา บนเวทีที่เตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวเอาไว้

...แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสนใจรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการคอมเพล็กซ์ในครั้งนี้แล้ว เพราะสายตาของแทบทุกคนในงานต่างจับจ้องมายัง ‘หลานชายของประธานบริษัทเพียงธำรง’ ที่แม้จะตีหน้าเคร่งขรึมอยู่เป็นนิจหากก็ยังคงน่าสนใจมากกว่าบุรุษสูงวัยทั้งสามคนบนเวทีอยู่ดี

........................

“ดิฉันได้ข่าวมาว่าคุณพ่อกำลังอยากจะได้ที่ดินที่พิษณุโลกไปทำโครงการคอมเพล็กซ์ใหม่ ช่างบังเอิญเหลือเกินนะคะที่คุณกนกทิพย์จะมีที่ทางอยู่แถบๆนั้นพอดี”

น้ำเสียงที่เอ่ยทักขึ้นข้างๆตัวนั้นทำให้นางกนกทิพย์ต้องหันกลับมาหาผู้พูดซึ่งไม่แม้แต่จะฟังการแถลงข่าวของผู้ที่อยู่บนเวทีแม้แต่น้อย หญิงชรามองคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของนายคณิน พลางยิ้มให้เพียงนิดเดียวก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับการแถลงข่าวมากกว่า หากนางนิอรยังคงหันมาชวนคุยอย่างไม่คิดจะรักษามารยาท

“ถ้าคุณพ่อจะไปทำโครงการที่นั่นจริงๆ คุณกนกทิพย์คงโกยเงินได้มาก เพราะคุณพ่อคงจะทุ่มงบไม่อั้นสำหรับซื้อที่ของคุณ”

“ดิฉันไม่เคยคิดที่จะขายที่ค่ะ” นางกนกทิพย์หันมาตอบอย่างเสียไม่ได้ พลางปรายตาเป็นเชิงตำหนิอีกฝ่ายตรงๆที่ไม่คิดจะให้เกียรติพ่อสามีของตนที่กำลังพูดอยู่บนเวทีเลย

“และดิฉันก็ไม่คิดจะก้าวก่ายงานของสามีด้วย”

“แต่ดิฉันคิดว่ามันไม่ใช่การก้าวก่าย การที่ดิฉันเข้าไปทำงานในบริษัท เพียงธำรง ดิฉันทำเพราะคิดว่ามันคือการแบ่งเบาภาระของสามีต่างหากล่ะคะ”

“ถ้าคุณนิอรคิดอย่างนั้น ดิฉันก็คงต้องสนับสนุน เพราะอย่างน้อยใครๆเขาจะได้ไม่คิดว่า คุณมาทำตัวเป็นปลิงที่เกาะคุณคณิน”

“คุณกนกทิพย์!” นางนิอรขึ้นเสียงอย่างลืมตัวจนสายตาทุกคู่หันมามองเธอเป็นจุดเดียว ในขณะที่นางกนกทิพย์นั้นหันไปยิ้มหวานพลางนั่งหน้าเชิดอยู่เช่นเดิม นางนิอรจึงต้องเป็นฝ่ายเงียบ หากยังไม่วายหันมากระซิบกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยงของคณินอย่างไม่พอใจ

“อย่าคิดว่าคุณเหนือกว่าดิฉันหน่อยเลยค่ะคุณกนกทิพย์  เราทั้งสองคนต่างก็มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ทั้งคุณและฉันต่างก็เป็นคนที่มาทีหลัง เป็นเมียที่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนสมรสของเขาเหมือนๆกัน ถ้าดิฉันเป็นปลิง คุณเองก็คงไม่ต่างกัน!”

“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณย่า...”

ใกล้รุ่งเดินฝ่าจากที่นั่งด้านหลังเข้ามาถามหญิงชราอย่างห่วงใย เพราะนางกนกทิพย์นั่งอยู่ด้านหน้าสุดในขณะที่เธอและคะนึงนิจนั้นต้องไปนั่งด้านหลังที่ห่างออกไปพอสมควร หญิงสาวเห็นนางนิอรมาคุยสักระยะหนึ่งแล้ว หากเสียงแถลงข่าวที่ดังกลบไปทั่วบริเวณทำให้ใกล้รุ่งไม่ได้ยินว่าทั้งคู่สนทนาอะไรกัน หากดูจากสีหน้าของผู้เป็นย่าแล้วหญิงสาวจึงไม่ลังเลที่จะลุกมาหา

“ไม่มีอะไรหรอกรุ่ง อีกเดี๋ยวงานแถลงข่าวก็จบแล้วล่ะ รุ่งไปนั่งเถอะ”

นางกนกทิพย์เอ่ยพลางฝืนยิ้มให้หลานสาว หากพอใกล้รุ่งเดินห่างออกไปนางนิอรก็ยังคงเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน

“หึ...ถึงดิฉันจะเป็นปลิง อย่างน้อยก็ไม่ได้เอาหลานมาเกาะคุณพ่อแล้วก็ช่วยกันสูบเลือดสูบเนื้อคุณพ่อท่านเหมือนคุณกนกทิพย์หรอกนะคะ ระวังถ้าคุณพี่...ตายไป...คุณพ่อจะไล่นังหลานสาวกลับไปบ้านนอกไม่ทัน!”

......................

 

แสงแฟลชและเสียงชัตเตอร์ที่รัวไม่หยุดนั้นทำให้คนบนเวทียังคงต้องยืนถ่ายรูปร่วมกันอีกครู่ใหญ่ ก่อนที่ทั้งหมดจะลงมาที่โต๊ะเพื่อพักรับประทานของว่างและพบปะพูดคุยกันระหว่างคู่ค้าที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

นายพงษ์ศิริเหลียวหาหลานชาย ก่อนที่จะตรงเข้ามาพร้อมกับนายพัฒนาและลูกสาวที่เดินตามมาร่วมโต๊ะอาหารด้วยกัน

“นุดปู่จะแนะนำให้รู้จักพันธมิตรทางธุรกิจของเรา นี่คุณลุงพัฒนาแล้วก็หนูพริมา เจ้าของบริษัทศิริวัฒน์ดีเวลลอปเม้นท์ พวกเราร่วมทุนกันทำโครงการมาหลายโครงการแล้ว”

ชายหนุ่มยกมือไหว้อย่างมีมารยาท ก่อนจะเอ่ยทักทายสั้นๆด้วยน้ำเสียงที่สุภาพกับบุรุษวัยกลางคนที่น่าจะมีวัยไล่เลี่ยกับบิดาของเขา

“สวัสดีครับคุณพัฒนา ผม คณุตม์...ครับ”

“ผมเพิ่งทราบว่าคุณพงษ์ศิริมีหลานชายด้วย ปรกติเห็นแต่หนูคะนึงนิจ ไม่คิดว่าหลานชายคุณจะโตขนาดนี้”

บุรุษสูงวัยเอ่ยพลางพยายามผูกมิตรตีสนิทกับอีกฝ่าย ในขณะที่พริมายื่นมือออกมาพลางแนะนำตัวบ้าง

“พริมา ค่ะ เรียกว่าพริม ก็ได้ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณคณุตม์”

สายตาคมเข้มปรายตามองมือเรียวขาวที่ยื่นมือออกมารอการสัมผัสจากเขา ก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจยกมุมปากหยักยิ้ม พลางเอ่ยทักทายกลับ หากไม่ยอมยื่นมือของตนไปสัมผัสตามธรรมเนียมตามที่อีกฝ่ายต้องการ

“ยินดีเช่นกันครับคุณพริมา”

“ผมว่าเรามาหารือเรื่องโครงการใหม่กันดีกว่าครับ ผมอยากไปเปิดโครงการที่พิษณุโลกข่าวว่ารัฐจะทำโครงการรถไฟความเร็วสูง ถ้าเราได้ทำโครงการคอมเพล็กซ์ตรงสถานีจุดจอดคงจะเยี่ยมไปเลยนะครับ”

นายพัฒนาเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน พลางเสไปดึงมือลูกสาวให้นั่งลงที่โต๊ะแทนเพื่อแก้เก้อที่อีกฝ่ายไม่ยอมจับมือ พริมามองชายหนุ่มด้วยสายตาวาววับอย่างเจอของถูกใจ...ชายหนุ่มตรงหน้าแกล้งทำเมินใส่เธอ หากท่าทีที่เย็นชาปนเย่อหยิ่งเช่นนี้มันชวนทำให้เธออยากจะปราบพยศเขาจริงๆ

“พริม ไปดูๆที่แถวนั้นไว้เหมือนกันค่ะ ตรงนั้นส่วนใหญ่ทำเกษตรเป็นส่วนมาก แต่เท่าที่ได้ข่าวมา..เจ้าของที่ใจแข็งมากไม่ยอมขายเลยสักแปลงเดียว พริมว่าพวกเราควรจะลองไปหาเจ้าของที่ดินด้วยตัวเองกันสักครั้งนะคะ คุณคณุตม์เห็นด้วยไหมคะ”

“ครับ ...”

“ถ้าอย่างนั้น พริมว่าอาทิตย์หน้าเราไปดูที่ด้วยกันไหมคะ เผื่อว่าโครงการของเราจะได้ก้าวหน้าได้รวดเร็วขึ้น”

หญิงสาวเอ่ยพลางสบสายตากับคณุตม์อย่างจงใจ...เพื่อให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าสิ่งที่เธอเพิ่งเอ่ยออกไปนั่นไม่ได้หมายความถึงเพียงแค่โครงการคอมเพล็กซ์เท่านั้น

“ผมคิดว่าที่ดินตรงนั้นคุณปู่เป็นคนไปคุยน่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะเจ้าของที่ที่คุณพริมาเพิ่งพูดถึง น่าจะเป็นคุณย่ากนกทิพย์ของพวกเราเอง”

คณุตม์เอ่ยพลางยิ้มเย็น หากนายพัฒนากับพริมาต่างก็ตกใจกับข้อมูลใหม่

“อ้าว คนของผมบอกมาว่าที่ดินตรงนั้นเจ้าของเป็นผู้ชายนี่ครับ”

“ที่ดินในทำเลแถบนั้นไม่ใช่ของคุณกนกทิพย์คนเดียวหรอกครับ ใกล้ๆที่ดินของคุณกนกทิพย์มีไร่ฟ้าเพียงดินที่อยู่ติดๆกันอีกแถบหนึ่ง ตรงนั้นเจ้าของเป็นผู้ชายจริงตามที่คุณพัฒนาทราบมาครับ รู้สึกว่าเจ้าของไร่คนนั้นจะชื่อ พงศ์พิชชา

นายพงษ์ศิริเอ่ยอธิบายกับอีกฝ่ายอย่างละเอียดพลางเหลียวหานางกนกทิพย์ที่ตั้งแต่เดินลงมาเขายังไม่เห็นภรรยาเลย

“นุด ...ปู่วานหน่อยเถอะ ไปเชิญคุณย่ามาร่วมรับประทานอาหารกับเราที เผื่อคุณย่าจะได้มาคุยเรื่องที่ดินกับเราด้วย”

“ครับคุณปู่” คณุตม์รับคำอย่างรวดเร็วก่อนจะขอตัวลุกขึ้น หากพริมารีบดีดตัวลุกขึ้นตามทันควัน

“พริมไปเป็นเพื่อนคุณคณุตม์ดีกว่าค่ะ สองคนช่วยกันมองหาจะได้เร็วขึ้น ดีไหมคะ”

พริมาเอ่ยพลางเดินตรงมาหาชายหนุ่มโดยไม่คิดจะรอให้อีกฝ่ายตอบรับ คณุตม์เห็นดังนั้นก็หน้าตึงขึ้นทันทีก่อนจะรีบหันหลังเดินไปจากโต๊ะโดยที่ไม่สนใจว่าพริมาจะเดินตามเขามาทันหรือไม่

 

 

“คุณย่ากลับไปพักที่โรงแรมก่อนไหมคะ รุ่งจะพาไปส่ง” ใกล้รุ่งเอ่ยถามขึ้นในขณะที่ส่งน้ำเปล่าให้หญิงชราดื่ม 

“ไม่เป็นไร ย่าไม่อยากให้คุณพงษ์เธอเป็นห่วงน่ะ”

“แต่คุณย่าหน้าซีดมากเลยนะคะ ทางนี้นิดจะบอกคุณปู่ให้เอง นิดว่าคุณย่าไปพักตามที่รุ่งบอกดีกว่านะคะ”

คะนึงนิจที่เดินตามมาสมทบกับคนทั้งคู่ เอ่ยขึ้นในขณะที่ยกมือถือขึ้นกดหาเบอร์พี่ชายอย่างเร่งรีบ

“ย่าไม่เป็นไรจริงๆ รุ่งพาย่าไปหาคุณปู่พงษ์ศิริดีกว่า จะได้ไปรับประทานอาหารกับคุณปู่ ป่านนี้คงรอ ย่าแล้วละมั้ง”

หญิงสูงวัยเอ่ยขึ้นพลางส่งมือให้หลานสาวมาประคอง คะนึงนิจจึงปราดเข้ามาจะช่วยพยุงอีกข้าง หากสายตาเหลือบไปเห็นพี่ชายกำลังก้าวยาวๆตรงมาพอดี จึงหันไปบอกนางกนกทิพย์

“นั่นพี่นุดมาพอดีเลย เดี๋ยวให้พี่นุดมาช่วยพยุงคุณย่าดีกว่าค่ะ”

“ไม่เป็นไรนิด...” ใกล้รุ่งร้องห้ามเพื่อน หากคะนึงนิจเดินไปหาพี่ชายแล้ว ใกล้รุ่งจึงค่อยประคองผู้เป็นย่าเดินตามไปห่างๆ

 

“คุณคณุตม์รอพริมด้วยสิคะ...คุณคณุตม์!”

พริมาร้องเรียกขณะก้าวตามอีกฝ่ายให้ทัน หากชายหนุ่มยังคงเดินราวกับจะหนี หญิงสาวเลยเอื้อมมือไปคว้าแขนอีกฝ่ายไว้ หากแล้วพริมาก็พลันรู้สึกถึงแรงสะบัดที่ผลักเธอจนล้มลง

“กรี๊ด.....โอ๊ยยย!”

“คุณพริมา!”

คะนึงนิจร้องออกมาอย่างตกใจพลางตรงเข้ามาช่วยพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น ในขณะที่คณุตม์ตอนนี้ดวงตาวาวโรจน์อย่างโกรธจัด พลางกำหมัดแน่นอย่างพยายามข่มกลั้นเอาไว้เต็มที่

ใกล้รุ่งที่เห็นเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้าก็หันไปทางย่า ครั้นเห็นนางกนกทิพย์พยักหน้าให้หญิงสาวก็รีบผละไปดูเพื่อนและชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนนิ่งพลางขบกรามแน่น

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ ลุกไหวไหมคะคุณพริมา”

ใกล้รุ่งเข้ามาประคองอีกข้างหากหญิงสาวคนที่ล้มเมื่อครู่ลุกขึ้นยืนพลางเม้มปากแน่นอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะต่อว่าร่างสูงด้วยเสียงที่ไม่เบานัก ทำให้นักข่าวใกล้ๆนั้นเริ่มหันมามองด้วยความสนใจ

“คุณผลักพริมทำไมคะคุณคณุตม์”

“ผมไม่ได้ตั้งใจ คุณเข้ามากระชากแขนผมจากข้างหลัง ร่างกายมันก็เลยตอบสนองไปโดยอัตโนมัติ”

คณุตม์เอ่ยตอบพลางสูดหายใจลึกๆอย่างพยายามตั้งสติเมื่อเห็นว่ารอบๆตัวบัดนี้เริ่มมีคนเดินเข้ามาให้ความสนใจมากขึ้น

“ตายจริง ...คุณพริมมาทางด้านหลังหรือคะ นิดลืมบอกไปเลยค่ะ ว่าพี่นุดแกบ้าจี้ ใครไปแตะจากข้างหลังไม่ได้เลย ขนาดนิดยังโดนเหวี่ยงเจ็บตัวประจำเลยค่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า”

คะนึงนิจรีบเอ่ยแก้ตัวให้พี่ชาย ก่อนจะหันไปพยักเพยิดกับเพื่อนสาวที่บัดนี้ยืนเหวออยู่ข้างๆพริมา ครั้นเห็นเพื่อนขยิบตาให้จนตาแทบกลับเลยรีบรับมุกอีกฝ่ายแทบไม่ทัน

“เอ่อ...ใช่ค่ะใช่ คุณพริมาไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหมคะ ให้รุ่งพาไปหาหมอดีไหมคะ”

“ไม่ต้อง!...” พริมาตวัดเสียงตอบหญิงสาวเสียงเขียวพลางทำท่าจะเดินตรงเข้าไปหาคณุตม์อีกครั้ง หากชายหนุ่มรีบเอ่ยขึ้นเสียงห้วนพลางหันไปทางนางกนกทิพย์ที่ยืนมองทุกอย่างอยู่ทางด้านหลัง

“คุณย่าอยู่นี่นี่เอง ให้ผมช่วยพยุงนะครับ”

คณุตม์ว่าพลางเดินหนีมาหาผู้สูงวัยซึ่งเพียงแต่ยิ้มให้อย่างปราณี พริมาจึงต้องหันหลังเดินกลับไป โดยมีคะนึงนิจและใกล้รุ่งเดินไปข้างๆหญิงสาวเป็นเพื่อนแทน หากเพื่อนสนิททั้งสองคนต่างแอบลอบสบตากันอย่างประหลาดใจ ...เพราะต่างฝ่ายต่างเห็นกับตาว่า คณุตม์เป็นฝ่ายเหวี่ยงพริมาจนล้มไปกองที่พื้นและไม่คิดที่จะเข้าไปดูดำดูดีเลยด้วยซ้ำ!

............................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น