-[TAKE]-

รักเทค ก็อย่าทิ้งกันน้าาา อยู่กับเทคนานๆ แค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ววว

ชื่อตอน : ราตรีที่ 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.5k

ความคิดเห็น : 81

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2560 23:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 10
แบบอักษร

10

เช้าตรู่ของอีกวันหนึ่งหลังจากที่ซ่งจินเหลียงถูกลอบทำร้าย พิษที่เล่นงานถูกรักษาโดยหมอชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งเป็นคนในคณะกายกรรม คนที่ช่วยหนิงลี่ไว้นางเป็นนางเอกนิทานที่หนิงลี่เจอที่โรงน้ำชา นางมีชื่อว่า ‘เจ้าหราน’ ในครั้งแรกที่เห็นนางนึกแปลกใจนักที่บ้านตัวเองถูกบุกรุก ครั้นเมื่อเห็นใบหน้าของซ่งจินเหลียง หัวใจของหญิงสาววัยแรกแย้มกลับพึงใจ

โชคดีที่อาการพิษของซ่งจินเหลียงไม่ได้หนักหนาสาหัสจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เว้นแต่ว่าต้องพักอยู่สักระยะหนึ่งจึงจะล้างพิษออกจากร่างกายได้จนหมด หนิงลี่นึกของคุณเจ้าหรานที่ใจดีมีเมตตาช่วยคนที่ไม่รู้จัก หากไม่ได้นางช่วยเอาไว้ป่านนี้แล้วก็คงจะไร้ซึ่งลมหายใจอยู่บนโลก

ผ่านไปอีกครึ่งวันซ่งจินเหลียงยังคงไม่ฟื้น เจ้าหรานจึงได้ให้คนพาหนิงลี่ไปพักผ่อนอีกด้าน ส่วนนางนั้นก็เปลี่ยนมาดูแลคนเจ็บแทน เจ้าหรานดูแลซ่งจินเหลียงเป็นอย่างดี คอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวและป้อนยาเพื่อขับพิษออกจากร่าง ยามที่เห็นซ่งจินเหลียงมีเหงื่อออกนางก็รีบเปลี่ยนผ้าชุบน้ำด้วยความนึกเป็นห่วง

ภายใต้ห้องนอนใหญ่ ชายหญิงสองคนอยู่ร่วมห้อง เจ้าหรานใช้หลังมือตัวเองจับใบหน้าหล่อเหลาด้วยความทะนุถนอม หัวใจของนางเต้นแรงไม่เป็นส่ำ

ในขณะที่เจ้าหรานกำลังเคลิบเคลิ้มกับใบหน้าที่สวยงาม ซ่งจินเหลียงก็ลืมตาตื่นกะทันหัน ในคราวแรกซ่งจินเหลียงเกิดอาละวาดขึ้นมาอย่างหนัก พลักใสเจ้าหรานให้ออกไปห่างจากตัว จนหนิงลี่ต้องเข้ามาคอยห้ามเพื่อกันไม่ให้ซ่งจินเหลียงอาละวาดอีกรอบหนึ่ง

เมื่อซ่งจินเหลียงได้เห็นหน้าหนิงลี่ ทุกอย่างก็สงบลงในฉับพลัน สร้างความแปลกใจให้กับหญิงนางละครพอสมควร

ซ่งจินเหลียงไม่เคยไว้ใจหรือเชื่อใจใครนอกจากหนิงลี่

หัวใจของเจ้าหรานนึกเจ็บแปลบ นางอิจฉาในความสัมพันธุ์ของพวกเขาทั้งคู่ แต่ในเมื่อไม่เป็นที่ต้อนรับเจ้าหรานจึงทำได้เพียงแค่ทำใจ

“ข้า...จะออกไปเอาอาหารมาให้”

นางเอ่ยขึ้นมาหนึ่งประโยคหลังจากที่เกิดความเงียบอยู่ครู่หนึ่ง และนึกได้ว่าซ่งจินเหลียงเพิ่งหายไข้ยังไม่ได้กินอะไรมาทั้งคืนคงหิวมากแน่ๆ

เมื่อเจ้าหรานออกไปแล้ว

ซ่งจินเหลียงกอบกุมฝ่ามือหยาบที่เกิดจากการตรากตรำทำงานมาตั้งแต่ยังเล็ก มือของหนิงลี่ไม่ได้นุ่มนิ่มเหมือนสนมหรือหญิงงามคนอื่น หากมันกลับอุ่นใจจนไม่อยากจะปล่อย

หัวใจของหนิงลี่กระตุกวูบหนึ่ง ท่าทีของซ่งจินเหลียงเหมือนเด็กที่กำลังออดอ้อน ไม่คิดว่าจักรพรรดิผู้เลื่องชื่อจะมีด้านนี้อยู่เหมือนกัน

“ครั้งนี้...เป็นเจ้าที่ช่วยข้า”

“ไม่ใช่ ฝ่าบาท...เจ้าหรานที่ช่วยท่าน” หนิงลี่แย้งในคำที่กล่าว

จะเป็นเขาที่ช่วยได้อย่างไรเล่า เจ้าหรานต่างหากที่เป็นคนพาซ่งจินเหลียงมารักษา อย่างเขาก็เป็นได้แค่ตัวถ่วงที่เกือบทำให้ซ่งจินเหลียงเอาชีวิตไม่รอด

“ไม่ใช่ เป็นเจ้า”

ซ่งจินเหลียงยืนยันในคำเดิม หญิงผู้นั้นเป็นผู้ช่วยชีวิต แต่มันก็เป็นแค่ทางกาย ส่วนหนิงลี่...ช่วยชีวิตเขาในทางใจ ช่วยให้ชายคนหนึ่งกลับมามีหัวใจอีกครั้ง

ตั้งแต่ครั้งแรก...ที่ได้เห็นหน้า

ดวงตาเรียวมองไปยังสาปเสื้อด้านซ้ายที่ปกปิดรอยแผล หวนนึกถึงตอนที่หนิงลี่หนีออกจากวังครั้งแรก ในตอนนั้นในอกของเขาร้อนรุ่มดั่งไฟเผาผลาญ ความกลัวที่จะสูญเสียจึงทำให้เลือกในสิ่งที่ต้องทำร้ายอีกฝ่าย ซ่งจินเหลียงกระทำอย่างไม่ลังเล

“เจ้ายังเจ็บอยู่หรือไม่”

หนิงลี่ส่ายหน้าอย่างนึกฉงน บาดแผลที่ถูกยิงได้รับการรักษาอย่างดีแล้ว จะเหลือก็แต่เพียงสะเก็ดภายนอก

ฝ่ามือใหญ่เคลื่อนไปที่ลำคอและใบหน้า ท่วงท่าที่อ่อนโยนด้วยสายตาที่เศร้าหมอง มันไม่อาจทำให้หนิงลี่ละสายตาจากคนงามไปได้สักนิด

“ข้าขอโทษที่เคยทำเจ้าเจ็บ นับจากนี้...ร่างกายของเจ้า ข้าจะเป็นผู้ดูแล ไม่ให้ใครมาแตะต้องหรือทำอันตรายต่อเจ้าได้อีก”

ซ่งจินเหลียงให้คำสัญญา

 

ซ่งจินเหลียงพักรักษาตัวอยู่อีกหนึ่งวัน อาการบาดเจ็บก็เริ่มดีขึ้น ไม่นานนักทางการก็เข้ามาในบ้านของเจ้าหราน สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนในบ้านไม่น้อย ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าคนที่เจ้าหรานช่วยเอาไว้จะเป็นผู้มีชื่อเสียงของแผ่นดิน

เจ้าหรานมององค์ฮ่องเต้ของแคว้นฉินด้วยแววตาละห้อยหา นึกใจหายไม่น้อยที่ซ่งจินเหลียงจะจากไปแล้ว ในวันนั้นตอนที่ซ่งจินเหลียงให้คำสัญญากับหนิงลี่ ตนเองก็อยู่ตรงนั้นด้วย ทุกถ้อยคำถูกเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นราวกับว่ากำลังตอกย้ำให้กับความรักที่เป็นไปไม่ได้ ในแววตาของจักรพรรดิผู้นี้ไม่เคยมีใครอยู่ในสายตา แม้แต่หญิงงามที่เลื่องลือ

ยังมีสิ่งหนึ่งที่เจ้าหรานยังคงคลาแคลงใจ ทำไมชายธรรมดาอย่างหนิงลี่ถึงได้รับความรักมากมายจากซ่งจินเหลียง แม้นางอยากจะหาคำตอบแต่ก็คงจะมีเพียงแค่ความว่างเปล่าให้ได้ยิน

 

ภายในวังหลวง ห้องของซ่งจินเหลียง...หลังจากที่หวางมู่พาทหารมารับก็รีบกลับมายังวังหลวงเพื่อให้หมอหลวงรักษาอาการบาดเจ็บ ถึงซ่งจินเหลียงจะได้รับการรักษาจากหมอของคณะละครแล้ว แต่ฝีมือนั้นก็ยังคนละชั้นจากหมอหลวงอยู่ดี ส่วนหนิงลี่ซ่งจินเหลียงได้ให้ทหารอารักขาพากลับไปยังเรือนของตัวเองเพื่อพักผ่อน แม้ว่าใจอยากจะอยู่ด้วยมากเท่าไหร่ ด้วยภารกิจยังมีมากและหนิงลี่ก็ยังต้องการพักผ่อน ซ่งจินเหลียงไม่อาจรั้งให้อยู่ข้างกายด้วยความเป็นห่วงเกรงว่าหนิงลี่จะเป็นไข้ไปเสียก่อน

“ฝ่าบาท โปรดลงโทษให้กับความผิดครั้งนี้”

หวางมู่คุกเข่ารับความผิดที่ตนเองไม่สามารถปกป้ององค์ฮ่องเต้ได้จนปล่อยให้ตกระกำลำบาก ไหนเลยจะผู้ร้ายที่ทำการลอบสังหารเมื่อวันก่อนที่ยังหาตัวผู้บงการไม่ได้

ซ่งจินเหลียงยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ ความผิดครั้งนี้ไม่ใช่ของแม่ทัพใหญ่ และการลอบสังหารก็เป็นเพียงแค่การทักทาย ถ้าหากว่าพวกมันคิดจะฆ่าแล้วละก็คงไม่ปล่อยให้หนีได้ง่ายๆ ขนาดนี้

จักรพรรดิหนุมยกยิ้มร้ายบนใบหน้า...

“เห็นทีคงรู้จักเราน้อยไปเสียแล้ว”

“ฝ่าบาท ข้าน้อยจักตัดหัวมันมาถวาย โปรดบัญชา”

หวางมูยกมือคารวะรอรับคำสั่งอีกครา ไม่ว่าจะบุกน้ำลุยไฟหนแห่งใด ขอเป็นเพียงความประสงค์ของซ่งจินเหลียง หวางมู่ก็ยินยอมพร้อมใจอย่างไม่ลังเล

“ยังก่อน เรายังมีเรื่องที่ต้องพิสูจน์”

ซ่งจินเหลียงสะพัดชายผ้าก่อนเดินไปยังบานหน้าตา ดวงตาทอประกายทอดมองตรงไปยังเรือนของพระสนมที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งหมาดๆ ทว่ากลับโชคร้ายเกือบเอาชีวิตไม่รอด

หนิงลี่หนอหนิงลี่...ข้าขอพิสูจน์ใจเจ้าอีกหน่อยเถอะ

 

ในตำหนักของสนมลี่ สาวใช้เซียวถิงเย่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด พระสนมที่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมาคงขวัญเสียจนไม่เป็นอันทำอะไรจนนางอดเป็นห่วงเสียมิได้ แม้ว่าหนิงลี่จะจะคอยปรามบอกว่าไม่เป็นอะไร ความเป็นห่วงที่มีมากเกินไปจนนางไม่อาจวางใจได้ หน้าที่ของนางคือดูแลพระสนม และนางก็จะทำหน้าที่นั้นอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

หนิงลี่ยิ้มแผ่วให้กับความจู้จี้จุกจิกของเซียวถิงเย่กว่าจะปลีกตัวจากนางได้ก็ทำเอาเกือบแย่ แม้ว่านางจะน่ารำคาญไปบ้างในบางครั้งแต่นั่นก็เป็นลักษณะของผู้หญิง หนิงลี่เข้าใจในนิสัยส่วนนั้นเป็นอย่างดี ด้วยจากว่าที่บ้านมีน้องสาวอยู่หนึ่งคน ถึงนางจะยังเป็นเด็กแต่ก็รักสวยรักงาม แถมบางครั้งยังคงต่อว่ายามที่ตนทำอะไรไม่ดี เมื่อนึกถึงน้องสาวแล้วหนิงลี่ก็อดที่จะคิดถึงครอบครัวไม่ได้ เป็นเวลาหลายเดือนที่หนิงลี่ต้องมาอยู่ในแคว้นฉิน ข่าวคราวของผู้คนรอบข้างก็ไม่เคยได้ข่าวสักนิด

จะต้องทำยังไงกันเล่าถึงสามารถกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอนได้

หรือบางทีอาจต้องใช้มารยาของอิสตรี?

หนิงลี่เคยได้ยินเซียวถิงเย่กล่าวถึงสนมคนอื่นอยู่บ้าง เมื่อต้องการเป็นที่พอพระทัยหรืออยากได้ในสิ่งที่หวังจำเป็นต้องประทินโฉมให้งดงาม ออดอ้อนฝ่าบาท ใช้มารยาสาไถของหญิงสาวทั้งร้อยแปดเล่มเกวียน

ความคิดแวบหนึ่งเข้ามาในสมอง หนิงลี่มองหน้าตนเองที่สะท้อนอยู่ในกระจก โรคผิวหนังที่ได้รับการรักษาจากหมอหลวงเริ่มจางหาย ยาของหมอหลวงนับว่าดีจริงๆ อีกไม่นานก็คงจะหายขาด ฝ่ามือหยาบกร้านลูบไล้ใบหน้า นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่หนิงลี่ได้เห็นหน้าตัวเองชัดเจนอีกครั้ง

ข้าควรจะทำเยี่ยงไรดีนะ...หนิงลี่คิดในใจอย่างไม่รู้

สองมือถูกชูขึ้นสูงเพื่อสำรวจเรือนร่างก่อนจะยกมือลงทาบนิ้วระหว่างเอว หนิงลี่แม้จะไม่เชี่ยวชาญเรื่องผู้หญิง แต่ก็ยังพอมีความรู้อยู่บ้างโดยการจดจำเอาจากลักษณะของหญิงงามที่พบเห็นบ่อยๆ

ขาเรียวยาวของพวกนางมักจะโผล่พ้นขอบกระโปรง...หนิงลี่ก็ทำตามอย่างที่นึกได้

อกท้องสองข้างแอ่นสะท้านไปด้านหน้าอย่างไม่เกรงกลัว...หนิงลี่ก็ทำอีกเช่นกัน

จากนั้นหนิงลี่ก็เริ่มเปลี่ยนท่าทางที่พอจะนึกออกด้วยความเก้ๆ กังๆ ไม่คิดเลยว่าการทำท่าเลียนแบบหญิงสาวมันจะยากเพียงนี้

“นี่ข้าดู” นึกประมาณตนในคำพูด “ดูดีหรือยังนะ”

แอ๊ด...

ในขณะที่ตนเองนั้นกำลังอยู่ในท่าน่าอาย บานประตูก็ถูกเปิดโดยคนที่เพิ่งพบหน้าหลังจากหายไปหลายวัน...เป็นอี้ชิงที่เปิดเข้ามาอย่างกะทันหัน ใบหน้าซีกซ้ายที่ถูกพันนิ่งงันราวกับว่ากำลังมองของแปลก หนิงลี่รีบกลับมาอยู่ในท่าทางปกติพร้อมกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ลงคอ

“พระสนมกำลังทำอะไร?” อี้ชิงกลั้นขำ พลางเอ่ยคำถามด้วยความใคร่รู้ในเหตุผล

หนิงลี่นึกอยากแทรกแผ่นดินหนีนัก ทำไมอี้ชิงต้องเปิดประตูเข้าตอนนี้ด้วยเล่า!

ใบหน้าพระสนมเชิดหยิ่ง ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หนิงลี่สะบัดมือไขว้หลังพลางเดินไปนั่งที่โต๊ะน้ำชาด้านข้าง

“ข้าเปล่า” นึกหาเหตุผลในคำตอบ “ข้าแค่กำลังออกบริหารข้อมือ”

อี้ชิงพยักหน้ารับในคำตอบนั้น...แม้ว่ามันจะไม่ค่อยน่าเชื่อถือก็ตาม ต่อให้เป็นเด็กทารกก็ดูออกว่าพระสนมผู้นี้กำลังต้องการทำอันใดระหว่างที่ไม่มีใครอยู่ในห้อง

หนิงลี่หันหน้าหนีพลางเก็บความใจแป้วให้ซ่อนเอาไว้ไม่ให้แสดงออกมาให้เห็นก่อนหันไปถามคนมาหาถึงที่อีกครา “แล้วท่านรองแม่ทัพมาหาข้าถึงนี่มีเรื่องอันใดรึ”

“มีคนจากต้าฉีต้องการพบเจ้า”

หนิงลี่ขมวดคิ้วให้กับคำตอบนั้น...คนจากแคว้นฉีมาหาตนถึงนี่ หนิงลี่คิดไม่ออกเลยว่าเป็นผู้ใด

ความตื่นที่จะได้พบคนจากบ้านเกิดเมืองนอนทำให้หนิงลี่ละความสนใจจากส่วนนั้นแล้วเดินตามอี้ชิงไปยังบ่อสระบัวที่อยู่...ที่นั่นมีใครคนหนึ่งที่คุ้นหน้า หนิงลี่เห็นเพียงแค่ด้านหลัง ผมสีนิลที่ยาวสลาย รูปร่างสูงโปร่ง ความงดงามที่มองจากทางด้านหลังก็รู้ว่าเป็นผู้ใด

คนผู้นั้นคือซูลี่...

แม่ทัพคนงามหันมองหนิงลี่ที่ดูแปลกตา การแต่งตัวสะอาดสะอ้านไม่เหมือนกับตอนที่อยู่แคว้นฉีสักนิด ใบหน้าที่เคยอัปลักษณ์กลับดูดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ มันช่างผิดกับที่เจอเมื่อหลายเดือนก่อน

นี่คือหนิงลี่...นี่คือชายที่เคยอัปลักษณ์คนนั้นหรือ?

ความแปลกใจมีมากจนเกินควร ซูลี่ได้แต่เก็บความข้องใจเอาไว้ในอก นึกใคร่อยากหาคำตอบให้รู้โดยพลัน ด้วยซูลี่นั้นยังมีงานใหญ่ที่ต้องทำ จึงต้องแสร้งทำเป็นไม่สนใจในส่วนนั้น ซูลี่เดินเข้าไปโอบกอดผู้เป็นอดีตนายทหารของกองทัพที่ผันตัวมาเป็นพระสนม และเป็นเพื่อนเล่นในวัยเด็กด้วยความคิดถึง ไม่สิ...มันเป็นแค่การเสแสร้งแกล้งทำเสียมากกว่า ถึงหนิงลี่จะเปลี่ยนไปมาก แต่พื้นเพก็ยังคงเป็นเพียงแค่คนชั้นต่ำ

“อาลี่ ข้าคิดถึงเจ้า ข้าคิดว่าชาตินี้จะไม่เจอเจ้าเสียแล้ว”

เก็บซ่อนความเกลียดชังไว้ในดวงตาคู่งาม

ไม่ว่าใครก็ชอบดูคนที่หน้าตา แค่แสร้งทำสีหน้าห่วงหาอาวรณ์ไม่แคล้วผู้คนจะนึกสงสารเห็นใจ

“ท่านแม่ทัพ”

ซูลี่จับหัวไหล่หนิงลี่ทั้งสองข้าง เพื่อย้ำในความสัมพันธุ์

“อาลี่ เจ้าลืมแล้วงั้นรึ เราสองคนพี่น้องคือเพื่อนกันตั้งแต่เยาว์ ใยเจ้าถึงได้เรียกข้าได้ห่างเหินเช่นนี้”

หนิงลี่หลุบตาลงกับพื้น หวนนึกถึงครั้งหนึ่งที่ตนเองเคยอยู่ในกองทัพ ในครั้งหนึ่งก็เคยคิดอย่างที่ซูลี่พูด มีครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยเรียกอย่างสนิทสนมเหมือนแต่ก่อน

เป็นเจ้าเองมิใช่หรือที่ให้ข้าเรียกเช่นนี้...

TAKE

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ ส่วนไหนที่เร็วไปเทคจะเอามาปรับไม่ให้เร็วหรือช้าจนเกินควร

มีอะไรแนะนำอีกก็แนะนำเข้ามาได้นะคะ

ป.ล.เทคอยากได้ชื่อ จักรพรรดิวิปลาส เป็นภาษาจีน ไม่ทราบว่าพอจะมีนักอ่านแต่งชื่อเรื่องภาษาจีนให้ได้ไหมคะ พอดีเทคง่าวภาษาจีนมาก เทคลองไปหาจากอากู๋แล้ว ดูมันชื่อถือไม่ได้ยังไงก็ไม่รู้

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะค้าา ><

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น