ข้าวฟ่าง เฌอมาลย์

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารัก สำหรับการอุดหนุน - เหรียญ - กุญแจ - คอมเม้นท์ และทุกการติดตาม ขอให้สนุกและมีความสุขในการอ่านนะคะ

บทที่ 1 พรหมลิขิต อัพครบตอนแล้วค่ะ

ชื่อตอน : บทที่ 1 พรหมลิขิต อัพครบตอนแล้วค่ะ

คำค้น : ปลายฟ้าอสงไขย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2556 05:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 พรหมลิขิต อัพครบตอนแล้วค่ะ
แบบอักษร

 

บทที่ 1 พรหมลิขิต

 

รถสปอร์ตสองประตูสีน้ำเงินเข้มรับแสงที่ทอดผ่านดวงไฟริมทางเป็นระยะๆ ตามความเร็วของตัวรถที่ดูเหมือนคนขับจะไม่รีบเร่งเท่าใดนัก ท้องถนนที่โล่งกว่าปกติเพราะเป็นเวลาย่ำเข้าสู่เช้ามืดของวันใหม่ทำให้เคลื่อนตัวไปอย่างสบายๆ ซึ่งผิดกับใบหน้ายุ่งๆ ของคนขับยิ่งนัก

ใบหน้าหล่อคมได้รูปแต่งแต้มด้วยคิ้วเข้มหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยประดับดวงตาคู่คมแกร่งที่คอยตวัดมองคนด้านข้างแทบตลอดเวลา จมูกโด่งเป็นสันรับกับเรียวปากแดงเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติถูกกัดเม้มด้วยฟันขาวสะอาดเป็นระเบียบในบางครั้งเมื่อตาสีสนิมมีแววเหมือนจะคิดอะไรได้แต่จนแล้วจนรอดก็ดูเหมือนว่าความคิดทั้งหลายทั้งปวงนั้นต้องถูกสะบัดทิ้งพร้อมกับเสียงถอนหายใจชุดใหญ่อย่างคนคิดไม่ตก

“นี่มันวันอะไรของฉันกันนะ เฮ้อ! ไอ้ปลายฟ้า อยู่ดีไม่ว่าดี หาเรื่องใส่ตัวจนได้” คนขับสบถกับตนเองหลังจากละสายตาจากร่างบางที่ยังนอนนิ่งอยู่ด้านข้างเพื่อกลับมามองถนนเบื้องหน้าอีกครั้ง สองมือแกร่งกระชับพวงมาลัยรถหลวมๆ ตามความเคยชิน เสื้อเชิ้ตสีเข้มขับให้ผิวขาวสะอาดโดดเด่นน่ามองยิ่งนัก หากแต่คนที่ควรจะมองกลับยังนอนพังพาบจมเบาะนั่งข้างคนขับมาเกือบตลอดทาง

อธิกฤติ เอกเรืองฤทธิ์ พนักงานขับรถจำเป็นที่เพิ่งกลายร่างเป็นฮีโร่เข้าไปช่วยหญิงสาวคนหนึ่งจากกลุ่มปีศาจยามค่ำคืนโดยบังเอิญ เมื่อเขาขับรถกลับมาจากสตูดิโอถ่ายแบบที่ติดพันจนดึกดื่นและต้องวกกลับไปอีกครั้งเพราะเผลอลืมกล้องถ่ายรูปตัวเก่งเอาไว้ เมื่อหยิบของสำคัญเรียบร้อยก็เดินออกมาจากสตูดิโอกลับไปที่รถของตน ตั้งใจจะตรงดิ่งกลับบ้านไปพักผ่อนเพราะเหนื่อยล้ามาตลอดทั้งวัน

ทีแรกเขาไม่ได้เอะใจอะไรหากไม่ใช่เพราะรองเท้าส้นสูงสีหวานที่นอนนิ่งอยู่ตรงช่วงตึกเหมือนทำหน้าที่นำทางให้คนใจดีได้ไปช่วยเจ้านายของมัน คนช่างสังเกตเกือบตัดใจไม่สงสัยหากแต่อะไรบางอย่างกลับรุกเร้าจนต้องเดินอ้อมมุมตึกกลับเข้าไปในตรอกเล็กๆ ของถนนเมืองกรุงยามค่ำคืนที่เพิ่งเดินผ่านมาอีกครั้ง ภาพที่เห็นเบื้องหน้าแม้ไม่ชัดเจนนักแต่ก็ทำให้หัวใจแกร่งกระตุกวูบเมื่อร่างบางที่หยัดกายพิงกำแพงแทบจะยืนไม่อยู่นั้นโดนล้อมเอาไว้ด้วยชายร่างสูงสองคน

มือเล็กปัดป่ายเหมือนไร้เรี่ยวแรง ในขณะที่เสียงหัวเราะเหมือนได้ของเล่นชิ้นใหม่ของชายทั้งสองดังแว่วให้ได้ยินแทบตลอดเวลา ปีศาจในคราบมนุษย์สองตนตีวงล้อมหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังสั่นเป็นลูกนกตื่นกลัว ใบหน้ายิ้มกริ่มถูกใจเหมือนไม่รับรู้ถึงอาการตื่นตระหนกของลูกนกตัวน้อยตรงหน้าสักนิด จะมีก็แต่เพียงแววหื่นกระหายใคร่อยากจะแทะชิ้นเนื้อแสนนุ่มตรงหน้าให้แหลกคามือ

อธิกฤติกระชับสายสะพายกล้องเข้ากับตัว เปิดกล้องในมือแล้วกดชัตเตอร์อย่างรวดเร็วไปหลายภาพก่อนจะมองซ้ายขวาหวังจะช่วยสาวน้อยผู้ตกยาก แม้จะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุมาก่อน แต่ท่าทางที่เห็นทำให้เขาไม่อาจอยู่เฉยและเดินหนีไปได้อย่างสบายใจเป็นแน่ ยิ่งคิดยิ่งตัน ยิ่งเห็นหญิงสาวถูกรุกล้ำเข้าไปทุกขณะก็ยิ่งว้าวุ่นหนัก...เจ้าหล่อนไปทำอีท่าไหนนะ ทำไมถึงได้โดนลากมาในที่เปลี่ยวขนาดนี้ จะว่ามาเดินเล่นคงไม่ใช่นอกจากโดนล่อลวงมา...แล้วเจ้าหล่อนก็โง่พอจะเชื่อไว้ใจไอ้พวกนี้ซะด้วย...

“เอาไงดีวะ” เสียงสบถรอดไรฟันขาวสะอาดออกมาเมื่อมองไปรอบตัวก็ไม่เห็นว่าจะมีสิ่งใดใช้เป็นอาวุธได้ คนคิดไกลคิดไปถึงว่าหากสองคนชั่วมีอาวุธร้ายแรงเขาจะทำเช่นไรดี

ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อ อธิกฤติเห็นหนึ่งในสองง้างหมัดใส่ท้องของคนที่แทบไม่มีแรงยืนไปหนึ่งครั้งจนร่างบางสุดจะรั้งร่างตนเอาไว้ได้ ร่างที่แทบจะร่วงเป็นนกปีกหักเกือบจะกองกับพื้นอยู่รอมร่อหากหมาป่าตรงหน้าไม่เข้าไปรั้งปีกหิ้วเอาไว้เสียก่อน เงาสองร่างเข้าใกล้หมายล่วงล้ำกร้ำกรายเหยื่อชิ้นหวานอย่างไม่ละอายแก่ใจ เพียงแค่นั้นความอดกลั้นก็ขาดผึง ร่างสูงถลึงตัวพรวดออกมาจากมุมตึกที่อำพรางตัวทันทีหลังจากวางกล้องถ่ายภาพในมือเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

“เฮ้ย! พวกแกทำอะไรกันน่ะ ปล่อยผู้หญิงเดี๋ยวนี้” เสียงทุ้มตะโกนก้องออกไปแล้ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นความคิดที่ผิดหรือถูก แต่ที่แน่ๆ หนึ่งในสองคนหันมาสนใจเขาแทนเหยื่อสาวที่สติเริ่มลางเลือนเต็มที

“เสือกอะไรด้วยมึง! หมูจะหามอย่าเอาคานเข้ามาสอด” เสียงกร่างของคนที่ย่างเข้ามาใกล้หวังทำลายอุปสรรคขวางทางสวรรค์วางมาดเหมือนลูกหลานผู้มีอำนาจบาทใหญ่ไม่มีผิด

“คุณตำรวจ! ทางนี้ครับ!” ความเฉลียวเมื่อบวกกับความฉลาดย่อมใช้การได้ดีเสมอ คนหน้าเป็นปั้นหน้าเหมือนหันไปตะโกนบอกใครบางคนทำให้คนชั่วชะงักนิ่งไม่แน่ใจ 

อธิกฤติไม่รอให้ภัยมาถึงตัว ร่างสูงปรี่เข้าหาคนที่ตัวสูงพอกัน ยันเท้าเข้าใส่จนคนใจชั่วล้มลงไปนอนกองกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว คนได้เปรียบกระโดดคร่อมไปรั้งคอเสื้อคนที่กำลังตกใจพร้อมง้างหมัดเข้าใส่ไปหลายครั้งจนคนชั่วตาลอยเลือดกลบปากติดปลายหมัดแกร่งมาด้วย อีกคนเห็นท่าไม่ดีปรี่เข้ามาถีบไหล่ฮีโร่หนุ่มจนเซหลุดจากร่างเพื่อนของมันไปอีกทาง

อธิกฤติไม่วอกแวกสักนิดรีบลุกพรวดตั้งหลักเมื่อคนชั่วยังย่างเข้ามาช้าๆ อย่างหมายจะเอาชีวิต แต่คราวนี้ไม่ง่ายอย่างคนแรกเมื่อปีศาจร้ายโชว์อาวุธคู่กายมาล้อแสงที่ลอดผ่านให้ได้เห็นเงาสะท้อนของยมทูตในมือ

ฮีโร่หนุ่มนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะเพ่งมองศัตรูตรงหน้าด้วยแววตาไม่ยอมแพ้และระมัดระวัง มีดสีเงินส่องแสงวะวับเมื่อเจ้าของตวัดมีดพกผ่านร่างคนตรงหน้าที่หลบหลีกได้ทันท่วงที ปีศาจชั่วขัดใจแต่ไม่ตัดใจเดินเข้าใกล้หมายปลิดชีพคนขวางทางให้ได้อย่างใจคิด มีดในมือตวัดอีกสองสามทีจนคนที่หลบลี้โดนปลายแหลมแผลงฤทธิ์ความคมเรียกรอยเลือดจากหน้าอกไปได้หนึ่งแผล

เสื้อยืดเนื้อดีมีราคาเป็นรอยโหว่พร้อมกับความเจ็บที่แผ่ซ่านเรียกสติให้ตื่นตัวมากกว่าเดิม ตาคมกริบเปล่งประกายกล้าเมื่อคนใจชั่วกล้าทำให้คนอย่างเขาเกิดรอยแผล อธิกฤติอาศัยจังหวะช่องโหว่พุ่งเข้าไปล็อคแขนก่อนจะหมุนตัวประเคนศอกแหลมๆ เข้าใส่หน้าเจ้าของมีดเข้าให้อย่างจัง

ยมทูตสีเงินวาวส่งเสียงกระทบพื้นเมื่อเจ้าของมันมือไม้อ่อนจนไม่สามารถรั้งด้ามมีดเอาไว้ได้อีก อธิกฤติตะครุบร่างหนานั่นได้ก็เข่าใส่เข้าให้เต็มแรงจนคนจุกไร้เรี่ยวแรงจะยืนอีกต่อไป อยากตามเข้าไปซ้ำคนที่ล้มลงไปกองกับพื้นแต่ก็ทำไม่ได้อย่างใจคิดเมื่อความรู้สึกยะเยือกแผ่ไปทั่วหัวไหล่

คนที่คิดว่านอนสลบไปแล้วยืนจังก้าส่องปลายกระบอกสีดำมะเมื่อมมาแตะคนที่ยังคิดสู้ให้ได้กลัว อธิกฤติค้างนิ่งไปก่อนจะใช้ความเร็วอย่างคนที่ฝึกการต่อสู้ประชิดตัวมาก่อน ล็อคแขนแล้วใช้จังหวะทุ่มเจ้าคนชั่วจนลงไปนอนกองอีกครั้ง ความเร็วอย่างคนมีสติย่อมเหนือกว่า

อธิกฤติอาศัยความไวแย่งปืนมาไว้ในมือได้ก่อนจะเล็งเข้าใส่คนชั่วตรงหน้า เจ้าของยมทูตถึงกับตัวชาเมื่อโดนจ่อปลายกระบอกใส่หน้าตนเข้าให้บ้าง

“ถ้ามึงยังอยากฝังวิญญาณเอาไว้ใต้เท้ากูที่นี่ มึงก็เข้ามา” เสียงแข็งขึงเคียดเอาจริง ประกายตากร้าวจริงจังยิ่งกว่า ร่างสูงยืนปักหลักอย่างไม่ยอมถอยหนีจนคนเสียทีลนลานถอยห่างไปช่วยเพื่อนที่กำลังฟื้นขึ้นมานั่งสะบัดหน้าเอามือซับเลือดมุมปากด้วยความมึนงง

“และถ้ามึงคิดว่ากูไม่กล้ายิง...มึงคิดผิด” อธิกฤติเล็งปลายกระบอกไปใกล้ปีศาจชั่วทั้งสองก่อนจะลั่นไกส่งเม็ดตะกั่วไปบนพื้นเพื่อข่มหนึ่งนัด สองร่างที่ละล้าละลังหวังจะเข้าสู้อีกครั้งถึงกับตะลีตะลานวิ่งหนีชนิดไม่เห็นฝุ่น

อธิกฤติยืนมองจนเจ้าปีศาจสองตนหายลับไปแล้วจึงรีบกระโจนไปหาคนที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นอย่างรวดเร็ว วางปืนเอาไว้ข้างตัวก่อนจะโน้มลงไปตระกองร่างคนตัวเล็กเข้าไว้แนบอก

“คุณ! เป็นไงบ้าง นี่คุณ!” เรียกพลางใช้มือปัดปอยผมที่ปิดปลกใบหน้าให้พ้นทางหวังสำรวจอาการและร่องรอยบาดเจ็บ แต่เพียงแค่เห็นใบหน้าสวยเต็มตาคนตัวใหญ่ถึงกับหายใจติดขัด

ตาคมนิ่งค้างเมื่อแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาช่วยให้เห็นแก้มเนียนนวลน่าสัมผัส กลีบปากอวบอิ่มสีชมพูเรื่อน่าจูบ แม้จะยังหลับตาพริ้มแต่ความสวยดั่งเทพสรรค์สร้างยังแผลงฤทธิ์ทำเอาหัวใจด้านชากระตุกไหว ใบหน้าขาวสะอาดไม่มีร่องรอยแผลใดให้ต้องห่วง ที่น่าห่วงในตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเขาเสียมากกว่า...

อธิกฤติข่มความรู้สึกประหลาดที่ตีตื้นขึ้นมา สูดลมหายใจพร้อมกับยกร่างคนที่ยังไม่ได้สติขึ้นมาไว้แนบอก รีบพาไปที่รถที่จอดอยู่ไม่ไกลนักก่อนกลับไปคว้ากล้องตัวเก่งแล้วออกจากสถานที่มหาภัยโดยเร็ว

เกือบสิบนาทีที่ผ่านมา รถสปอร์ตหรูพุ่งทะยานเต็มสปีดก่อนจะค่อยๆ ลดความเร็วลงเมื่อไกลจากสถานที่อันน่าตื่นเต้นมามากแล้ว ร่างที่นอนนิ่งอยู่ข้างคนขับยังไม่รู้สึกตัวสักนิด อธิกฤติหันกลับไปมองอีกครั้งอย่างคิดไม่ตก ถนนเบื้องหน้าทอดยาวจนเขาต้องถอนหายใจอีกครั้งจนได้ จากที่คิดจะกลับบ้านไปพักผ่อนคราวนี้เห็นจะต้องพาไปพักที่ไหนสักแห่งจนกว่าเจ้าหล่อนจะฟื้น

เร็วเท่าความคิด ตาคมเหลือบเห็นป้ายโรงแรมริมทางที่ยังเปิดไฟหราคอยเรียกลูกค้าที่ขับผ่านไปมาอยู่ไม่ไกลนัก ฮีโร่จำเป็นเร่งความเร็วจนเจอป้ายใหญ่ตรงหน้าทางเข้า มือแกร่งไม่รอช้ารีบหมุนพวงมาลัยรถเลี้ยวเข้าไปทันที ห้องพักที่สร้างแยกเหมือนบ้านหลังเล็กๆ หลายๆ หลังคาเรียงรายใกล้ๆ กันอยู่ตรงหน้าดูเหมือนจะมีคนมาใช้บริการไม่มากนัก อธิกฤติจอดรถก่อนจะลงไปติดต่อพนักงานที่ยังนั่งให้บริการอยู่ตรงเคาน์เตอร์

พนักงานรับเงินค่าห้องเรียบร้อยก็รีบกุลีกุจอไปเปิดประตูบ้านพักหลังหนึ่งเอาไว้ อธิกฤติขับรถตามไปอีกนิดก็ได้ที่จอดรถอยู่หน้าเรือนพักของตน ร่างสูงตามพนักงานที่ยืนรออยู่เพื่อเข้าไปดูความเรียบร้อยและส่งกุญแจให้

“มีน้ำอุ่น ตู้เย็น ถ้าหากอยากได้น้ำร้อน ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ กดศูนย์โทรออกไปหาที่เคาน์เตอร์ได้เลยนะครับ” เด็กหนุ่มอธิบายพร้อมกับเปิดแอร์รอท่า ยิ่งเห็นอธิกฤติหยิบกระเป๋าหยิบธนบัตรใบสีม่วงยื่นส่งมาให้ คนที่กำลังง่วงเพราะต้องคอยบริการแขกยามค่ำคืนถึงกับยิ้มร่า

“นี่กุญแจครับ ถ้าหากอยากได้อะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษบอกได้เลยนะครับพี่” เสียงสุภาพนุ่มน่าฟังยิ่งกว่าเก่า แต่เขาจะเอาอะไรนอกจากตอนนี้อยากพักผ่อนเสียเต็มแก่

“ขอบใจ” อธิกฤติตอบหน้านิ่ง

เด็กหนุ่มเหมือนรู้งานจึงปลีกตัวไปปล่อยให้คนตัวใหญ่ได้พักผ่อนอย่างที่หวัง ร่างสูงรอจนพนักงานลับตาจึงกลับไปอุ้มร่างบางที่ยังนอนนิ่งอยู่บนรถ เจ้าหล่อนยังนอนนิ่งไม่ไหวติง...ดูเอาเถอะแม่คุณ พาเข้าม่านรูดก็คงไม่รู้เรื่องล่ะสิท่า หรือจะอัพยามาหนักจนไม่ไหวจะฟื้นมาดูสภาพตัวเอง ขนาดวางลงบนเตียงยังไม่รู้สึกตัว...

“เฮ้อ!” อธิกฤติเท้าสะเอวยืนมองใบหน้าเรียวได้รูปอย่างนึกสมสารเจือแววสมเพช หากเจ้าหล่อนไม่พาตัวเองไปในที่อันตรายก็คงไม่เจอเรื่องอะไรร้ายๆ แบบนี้ เป็นสาวใจแตกหรือโดนล่อลวงมาก็แล้วแต่ ตอนนี้เขากลายเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบเจ้าหล่อนไปเสียแล้ว...

ร่างสูงผละจากเจ้าของร่างงามบนเตียงไปนั่งที่โซฟาสีแสบตาอย่างเหนื่อยอ่อน หวังจะจัดการกับบาดแผลของตนเองบ้าง ถอดแจ็คเก็ตยืนที่ปกปิดร่องรอยบาดแผลจากสายตาช่างสงสัยของคนที่ต้องพบเจอเอาไว้เป็นอย่างดีวางเอาไว้ข้างกายก่อนจะถอดเสื้อยืดตามติดมาอีกตัว

รอยเลือดยังมีให้เห็น รอยเจ็บยังไม่จางหาย ชายหนุ่มหยัดกายเข้าไปห้องน้ำเพื่อชำระล้างบาดแผลเท่าที่จะทำได้ ร่างกายที่เหนื่อยมาทั้งวันต้องมาเจองานหนักสู้กับคนชั่วถึงสองคนเหนียวเหนอะหนะจนเกินจะทนไหว อธิกฤติตัดสินใจอาบน้ำโดยไม่สนใจแผลสักนิด

ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอยืนรับสายน้ำจากฝักบัวราคาถูกอยู่พักใหญ่ สายน้ำไม่ได้อุ่นอย่างที่ต้องการเมื่อเครื่องทำน้ำอุ่นที่พนักงานบอกไว้ใช้การไม่ได้แต่จะให้ออกไปเอ่ยปากอีกหนคงไม่สะดวกนักเมื่อเขายังมีสาวสวยอีกคนอยู่ในห้อง

อธิกฤติอาบน้ำจนเสร็จเรียบร้อยก็คว้าผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่ถูกตั้งเตรียมเอาไว้ใกล้ๆ อ่างล้างหน้ามาพันกายท่อนล่างอย่างหยาบๆ อีกมือคว้าผ้าสีขาวผืนเล็กมาซับน้ำบนเส้นผมที่ลู่แนบศีรษะไล่ความเปียกชื้นก่อนจะคว้ากางเกงยืนส์ตัวเก่งติดมือออกมาจากห้องน้ำด้วย

คนสบายตัวหวังจะแต่งตัวแล้วขึ้นเตียงนอนหลับพักผ่อนให้สบายหากแต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้ความหวังทั้งหลายต้องยุติเมื่อร่างบางในชุดเดรสสีหวานสั้นแค่เข่ากำลังกระสับกระส่ายกับอะไรบางอย่าง

“อืม...ร้อน...” เสียงหวานเพ้อละเมอเหมือนกำลังฝัน แต่สองมือที่ปัดป่ายพยายามทึ้งรั้งผ้าห่มออกจากตัวจนหล่นลงไปกองอยู่กับพื้น ชายกระโปรงร่นขึ้นเปิดเผยเรียวขางามน่าสัมผัสจนคนเห็นถึงกับร้อนหนัก

“นี่คุณ อย่าทำแบบนี้...นอนดีๆ สิ” ร่างสูงรีบโผเข้าไปรั้งมือรั้งแขนหวังห้ามปรามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังทึ้งเสื้อผ้าตนเองไม่หยุด

“อืม...ร้อน...ร้อน...” หญิงสาวสะบัดเสียงไม่สบอารมณ์ หน้าตาบิดเบ้เหมือนไม่สบายตัวเอาเสียเลย

“ร้อนเหรอ แอร์ก็เปิดแล้วนะ นอนดีๆ สิ” อธิกฤติพยายามบอกทั้งที่อีกคนยังหลับตาไม่ยอมรับรู้ มือแกร่งคว้าผ้าที่ร่วงหล่นมาห่มให้อีกครั้ง หากแต่ร่างบางดิ้นกระสับกระส่ายก่อนจะลุกขึ้นมานั่งแล้วถอดชุดเดรสแบบสบายนั่นออกจากตัวอย่างง่ายดายในทีเดียว

“เฮ้ย! คุณ! จะบ้าหรือไง!” คนมีสติตกใจไม่น้อย นอกจากต้องดูแลหญิงสาวในยามนี้เขายังต้องพยายามสะกดกลั้นอาการบางอย่างของตนเองไปด้วยเมื่อร่างงามละออในชุดน้อยชิ้นเผยให้เห็นจนเต็มตา

อธิกฤติเข้าไปทันรั้งมือเรียวก่อนชุดเดรสสีหวานจะหลุดพ้นจากปลายมือแล้วร่วงลงไปกองอยู่บนพื้น ไม่ทันตั้งตัวเมื่อสองมือเรียวคว้าหมับเข้าที่ร่างแข็งแกร่งจนล้มลงไปนอนกองอยู่บนเตียง ร่างหนาที่ทาบทับร่างนวลนุ่มพยายามหยัดกายจะลุกหนีแต่เจ้าหล่อนกอดรัดก้อนน้ำแข็งที่เพิ่งคว้าได้เอาไว้แน่นจนยากจะดิ้นหลุด แก้มนวลเนียนแนบลำตัวเย็นฉ่ำที่เพิ่งผ่านการอาบน้ำจึงได้รู้ว่าหญิงสาวกำลังร้อนจริงๆ แต่เจ้าหล่อนจะรู้บ้างหรือเปล่าว่าตอนนี้เขากำลังจะร้อนกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า

เสียงทุ้มครางกระหึ่ม พยายามกัดฟันกรอดหักห้ามความรู้สึกบางอย่างที่กำลังลิงโลด หากแต่อกอวบนุ่มหยุ่นที่บดเบียดลำตัวเขาอยู่ในตอนนี้ช่างไม่ปราณีความเป็นสุภาพบุรุษของเขาเอาเสียเลย

“จะยั่วกันใช่ไหม ถ้ายังไม่ปล่อยอย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ” อธิกฤติพยายามเรียกสติ

ดูเหมือนจะได้ผลเมื่อคนใต้ร่างปล่อยอ้อมกอดเหนียวให้คลายออกจนเขาสามารถขยับตัวหนีออกมาได้ แต่สิ่งที่คิดอาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวังเสมอ...ร่างบางลุกพรวดรั้งเสื้อชั้นในตัวจิ๋วหวังให้พ้นออกจากร่าง คนที่มองความงามตรงหน้าจนตะลึงค้างรีบคว้ามือบางเอาไว้เสียก่อนที่หล่อนจะทำได้สำเร็จ อธิกฤติคว้าหญิงสาวมาอุ้มไว้แล้วตรงดิ่งไปยังห้องน้ำทันที

“มานี่เลยแม่ตัวดี” ร่างบางที่ดิ้นรนขัดขืนเมื่อถูกจับมายืนอยู่ใต้ฝักบัวก่อนจะเปิดน้ำเย็นฉ่ำรินรดหวังเรียกสติคนที่ยังหลับตาอาละวาด คนที่เหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่นสะดุ้งเฮือกก่อนจะสำลักน้ำไปชุดใหญ่

“อื้อ...ไม่เอา...โอ้ย ร้อน” หญิงสาวยังดิ้นเร่าพร้อมกับร้องบอกทั้งที่ยังไม่ยอมลืมตา อธิกฤติต้องอดทนแม้เริ่มทนไม่ไหวเมื่อขันติในหัวใจใกล้จะหมดลงทุกที

“ร้อนอะไร น้ำออกจะเย็นขนาดนี้ ยืนดีๆ สิจะได้อาบน้ำเย็นสบายๆ ” ชายหนุ่มเค้นเสียงบอกไม่สบอารมณ์นัก คนงามโดนน้ำจนเปียกชุ่มไปทั้งร่าง ความร้อนดูเหมือนจะไม่ลดระดับลงเลยเมื่อหญิงสาวยังพยายามจะถอดผ้าชิ้นน้อยที่เหลือออกให้ได้ คนยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุยังดิ้นรนบดเบียดเนื้อนุ่มหยุ่นกับแผงอกแกร่งของเขาไม่เลิก

เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่ไหน เมื่อเห็นภาพตรงหน้าเต็มตาอธิกฤติถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบหน้าสวยใสแทบจะไร้เครื่องสำอางตกแต่งถูกใจตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งเมื่อร่างบางถูกน้ำเปียกชุ่มไปหมดยิ่งดูเย้ายวนเซ็กซี่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ คนไม่ร้อนกำลังเริ่มระอุไม่แพ้หญิงสาวเสียแล้วในตอนนี้

“ผมเตือนคุณแล้วนะ” เมื่อสุดจะทน อธิกฤติรั้งร่างนุ่มเข้ามาใกล้ สองมือที่ต้องคอยห้ามคนดื้อรั้นเปลี่ยนมารองรับศีรษะทุยได้รูปเอาไว้เต็มฝ่ามือถร้อมกับโถมเข้าครอบครองกลีบปากอวบอิ่มอย่างรวดเร็วตามอารมณ์ความปรารถนาที่ยากจะหักห้าม

ลิ้นร้อนหนาสัมผัสความหวานนุ่มชุ่มชื้นในโพรงปากเล็กอย่างชำนาญ บดเบียดกลีบปากนุ่มเต็มสัมผัสอย่างไม่อาจหักห้ามเอาไว้ได้อีกแล้ว มือที่ว่างรั้งสะโพกนุ่มเต็มฝ่ามือให้เข้ามาแนบชิดก่อนจะบดเบียดจนร่างบางถลาถอยไปติดผนังท่ามกลางสายน้ำจากฝักบัวเย็นฉ่ำที่ไม่ได้ช่วยลดระดับความร้อนภายในกายของสองหนุ่มสาวให้ลดลงได้เลย

จนพอใจร่างหอบกระหายจึงผละออกมาจากกลีบปากแสนหวาน ปากร้อนผะผ่าวพรมน้ำทิพย์ดับร้อนไปทั่วพวงแก้มงามลงมาถึงคอระหงที่ส่งกลิ่นหอมยั่วเย้าจนไม่อาจหยุดยั้งได้ ปากร้อนดูดกลืนความหอมหวานที่พาดผ่านทุกอณูพื้นผิว สองมือเรียวยกมากอดกระชับรอบคอสาก นั่นล่ะชายหนุ่มจึงหยุดสำรวจผืนความงามตรงหน้าแล้วยืนมองหวังสบตาคนสวยสักครั้ง...เฮ้ย!...ยังไม่ได้มองสบตาให้สมใจอยาก หญิงสาวที่บอกว่าร้อนอยู่เมื่อครู่ก็โถมเข้ากอดชายหนุ่มเต็มรัก เนื้อนวลนุ่มหยุ่นบดเบียดร่างกายที่ร้อนระอุจวนเจียนจะระเบิดเต็มที

“หนาว...หนาวจังเลย” เสียงหวานน่าฟังสั่นเล็กน้อยเมื่อไหล่เนียนสะท้านบอกอาการหนาวสั่นให้ได้เห็น

“หนาวแล้วงั้นเหรอ ถ้างั้นฉันจะพาไปนอนนะ เอ้า...เดินดีๆ สิ รึจะให้ฉันอุ้มกลับไปอีก เธอทำฉันร้อนขนาดนี้ถ้าหากให้อุ้มกลับไปวางบนเตียงอีก มีหวัง...” อธิกฤติบริพาษออกไปทั้งที่คนฟังไม่ได้รับรู้แม้แต่คำเดียว

ประโยคแสนห่วงของสุภาพบุรุษอย่างอธิกฤติดูเหมือนจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเสียมากกว่า เมื่อชายหนุ่มพยายามพยุงร่างบางให้เดินกลับไปหาไออุ่นจากผ้าห่ม แทนที่จะมาเดินคลอเคลียกอดร่างของเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อยแบบนี้...อยากอุ้มใจจะขาด อยากสัมผัสไปทุกที่แต่ดูเหมือนจะยังไม่ได้สติ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังยั่วยวนเทพบุตรอย่างเขาให้กลายร่างเป็นซาตานอยู่รอมร่อ...

อธิกฤติลอบกลืนน้ำลายอีกครั้ง พยายามไม่มองร่างเปลือยที่แทบไม่มีอะไรปกปิด หากไม่นึกว่าหญิงสาวตรงหน้าอาจจะโดนวางยาหรือโดนหลอกมอมเหล้าหรืออะไรก็แล้วแต่จากพวกเดนสังคม หากเธอยินยอมพร้อมใจ มีหรือที่ป่านนี้เขาจะปล่อยให้เธอต้องร้อนๆ หนาวๆ อยู่เช่นนี้

“เฮ้ย! ระวังหน่อยสิ” ร้องบอกแต่ก็ไม่ทันตั้งตัวเสียแล้ว

เมื่อพาร่างบางกลับมายังเตียงนอนนุ่มอุ่นได้สำเร็จ แทนที่จะได้นอนดีๆ หญิงสาวกลับรั้งคอสากเอาไว้ให้เอนตัวล้มลงมาด้วยกันเสียนี่ อธิกฤติเริ่มหวาดหวั่นกับความงามลออตรงหน้า หัวใจแกร่งเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อทุกอย่างดูเป็นใจให้เขาได้ในสิ่งที่ความต้องการกำลังกระพือโหมเล่นงาน

ร่างหนาบดเบียดสิ่งต้องห้ามอีกครั้ง ยิ่งคนใต้ร่างนอนบิดเร้าเหมือนกำลังต้องการให้เขาช่วยเหลือ ความปวดหนึบก็เข้าเล่นงานอย่างไม่ทันตั้งตัวต้องลอบกลืนน้ำลายอีกเฮือกใหญ่  มือที่พยายามยันกายออกจากร่างงามดูจะไร้เรี่ยวแรงเอาดื้อๆ อยากทัดทานความต้องการที่เหมือนไม่เป็นตัวของตัวเองก่อนที่คนตรงหน้าจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแต่อีกใจกลับร้อนเร่าระอุด้วยไฟปรารถนาตามสัญชาติญาณแห่งชายชาตรี

“ปล่อยผมนะแม่นางฟ้าช่างยั่ว ผมยังไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นนักฉวยโอกาสกับคนไร้สติอย่างคุณแต่ถ้าไม่ปล่อยตอนนี้ผมจะถือว่าคุณเป็นคนเริ่มก่อน ผมจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้ายังไม่ปล่อยผมจะบุกแล้วนะ...หนึ่ง...สอง อ่ะ คุณ!” ยังไม่ทันจะได้นับสามแม่นางฟ้าของอธิกฤติรั้งร่างเขาให้ล้มลงไปทาบทับได้ทั้งร่าง คนที่ถูกยั่วครางกระหึ่มอยู่ในลำคอ กัดฟันกรอดจนแก้มเป็นสันนูน

ชายหนุ่มค้างนิ่งกำลังพยายามจัดการกับความรู้สึกของตนเองที่เหมือนจะถูกใจคนใต้ร่างเข้าให้แล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกสมเพชตัวเองยิ่งนัก อกหักจากพี่สะใภ้ไปคนหนึ่งแล้ว ยังจะมาถูกใจแม่สาวช่างยั่วที่ไม่รู้ว่าเหลวแหลกมาเท่าไหร่ หากคนที่บ้านรู้ว่าเขาคิดจะคบหากับสาวกลางคืนจะว่าอย่างไรกันบ้างหนอ

กระทั่งแขนเรียวที่กอดรั้งคอสากเหนียวแน่นผ่อนคลายแล้วทิ้งตัวลงไปนอนนิ่งอยู่บนพื้นฟูกนุ่ม อธิกฤติจึงได้หลุดจากภวังค์ของตน ยันกายออกห่างเมื่อรู้สึกได้ว่าคนใต้ร่างเริ่มสงบ มองสบใบหน้าหวานจึงได้รู้ว่าตอนนี้หล่อนหลับไปแล้วนั่นเอง...จะให้ทำไงล่ะคราวนี้ นอกจากยั่วจนเขาจิตเตลิดไปหมดแล้วมาหลับเป็นตายไปซะก่อน...ถึงจะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์แต่ก็ยั่วจนปั่นป่วนไปหมด เฮ้อ! อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ยังไม่อยากใช้บริการของนางฟ้าราตรีในตอนนี้...

อธิกฤติครางกระหึ่มในลำคออีกครั้งอย่างต้องการเรียกความสงบให้ตนเองเช่นกัน ยันร่างหยัดกายให้ออกห่างจากหญิงสาวก่อนจะพาตนเองมายืนอยู่ขอบเตียงได้สำเร็จ จัดท่านอนให้หล่อนได้นอนสบายเสียหน่อยแล้วก็เดินเข้าห้องน้ำไปจัดการเสื้อผ้าที่เปียกโชกของตนจนเหลือเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวห่มกายท่อนล่างเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่

ร่างสูงยืนเท้าสะเอวเพ่งมองคนที่หลับตาพริ้มด้วยแววตาหลากหลาย ดูเหมือนหล่อนจะหลับสบายและออกจะมีความสุขกับฝันดีเสียด้วยซ้ำเมื่อใบหน้าเรียวได้รูปยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับขยับกายนอนหลับในท่าสบายของตน

“ฝันดีเชียวนะยัยตัวยุ่ง เฮ้อ! เหนื่อยมาทั้งวันแล้วยังต้องมาเจอเรื่องวุ่นๆ เข้าให้อีก” มือข้างหนึ่งยกขึ้นมานวดบ่านวดคอตนเองพลางบ่นอุบ เหลือบมองนาฬิกาบนผนังจึงได้รู้ว่าเป็นเวลาตีสามกว่าแล้ว อธิกฤติหลับตาอย่างอ่อนล้าก่อนจะพาร่างตนเองไปนอนบนเตียง เคียงข้างหญิงสาวที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ

“ขอนอนตรงนี้ล่ะกัน เพราะฉันคงไม่เป็นคนดีเสียสละถึงกับต้องไปนอนบนพื้นหน้าห้องแน่ๆ ...หลับฝันดีนะแม่ตัวยุ่ง อึบ! ขอแบ่งผ้าห่มสักครึ่งก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็คว้าผ้าห่มมาคลุมร่างตนพลิกกายนอนตะแคงหันหลังให้หญิงสาวก่อนจะหลับตาเข้าสู่นิทราไปอย่างรวดเร็ว

 

ติ๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงจากโทรศัพท์มือถือร้องดังลั่นห้องเมื่อเจ้าของยังไม่ยอมมากดปุ่มรับสายเสียที อธิกฤติกำลังหลับสบายแต่จำต้องบิดกายก่อนจะยีหน้ายีตาลุกมาหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นหมายเลขของคนที่ทำงานจึงรับสายทันที

“ฮัลโหล ว่าไง” ทักทายไปทั้งที่เสียงยังงัวเงีย พยายามหยัดกายลุกขึ้นจึงได้เห็นว่าตนเองไม่ได้อยู่ในห้องนอนของตนอย่างทุกครั้ง

แทนที่จะฟังเสียงจากปลายสาย ชายหนุ่มกลับเหลียวมองรอบห้องเมื่อนึกได้ว่าเมื่อคืนไปคว้านางฟ้าช่างยั่วมาจากตรอกแถวที่ทำงาน แต่ตอนนี้หล่อนไม่ได้นอนอยู่ข้างกายเขาอย่างที่ควรจะเป็น หรือว่า...

“แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่โทรฯ กลับไปหาอีกที” ไม่รอฟังเสียงจากปลายสายด้วยซ้ำ อธิกฤติกดวางสายทันทีก่อนจะลุกพรวดเข้าไปในห้องน้ำที่เปิดค้างเอาไว้ สำรวจรอบห้องแล้วก็ไม่เห็นร่องรอยของนางฟ้าที่ว่า แม้แต่เสื้อผ้าก็หายเกลี้ยงหรือว่าหล่อนจะไปแล้ว

อธิกฤติรีบหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ทั้งที่ยังหมาดๆ เพราะตากเอาไว้ในห้องมาทั้งคืน หยิบจับข้าวของได้ก็เผ่นไปหาเด็กหนุ่มหน้าเคาน์เตอร์

“ไอ้น้อง เห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ร่างบางๆ ผิวขาวๆ ผมยาวประมาณนี้หรือเปล่า” ตั้งหน้าตั้งตาถามจริงจังพร้อมรอฟังคำตอบ

“อ๋อ ผู้หญิงที่มากับพี่เมื่อคืนใช่ไหม เมื่อคืนผมเห็นหน้าพี่สาวไม่ถนัดสักเท่าไหร่แต่ก็คิดว่าน่าจะใช่เพราะตั้งแต่เช้ามีแขกออกไปเพียงคนเดียวเป็นผู้หญิงอย่างที่พี่บอกมา พี่สาวเขาออกไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วล่ะครับ ดีนะที่ผมกลับมาจากไปเข้าห้องน้ำพอดีเลยพอจะเรียกแท็กซี่ให้พี่สาวได้ ว่าแต่พี่มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ” เด็กหนุ่มให้การมีประโยชน์ต่อเจ้าพนักงานยิ่งนัก

“เรียกแท็กซี่งั้นเหรอ จำได้ไหมว่าไปไหน”

“ไม่ทราบครับ พี่ไม่รู้หรอกเหรอ หรือว่าทะเลาะกันซะแล้ว” พนักงานของร้านเดาไปเรื่อยอย่างไม่จริงจังนัก

“เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอก คงมีเรื่องเข้าใจผิดน่ะ...ขอบใจนะ” อธิกฤติจนด้วยเกล้า เมื่อไม่รู้ว่าจะไปตามหาหญิงสาวได้จากที่ไหน ห่วงว่าหล่อนจะเข้าใจอะไรผิดกันไปใหญ่เพราะสภาพเตียงนอนที่ยุ่งเหยิงบวกกับสภาพกึ่งเปลือยของเขาและเธอช่างชวนให้คิดยิ่งนัก

“เฮ้อ...หนีไปแบบนั้นแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าชื่ออะไร อยู่ที่ไหน ที่สำคัญยังไม่ได้อธิบายเลยว่าเมื่อคืนไม่ได้เกิดอะไรเกินเลย หรือเธออาจจะไม่คิดอะไรก็ได้ ช่างเถอะ...กลับบ้านก่อนดีกว่า” เมื่อเรื่องยุ่งๆ หายไปพร้อมกับเงาของหญิงสาว คนดีอย่างเขาจะต้องไปห่วงอะไรอีก เมื่อเดินมาขึ้นรถเรียบร้อยแล้วจึงหยิบโทรศัพท์มากดหารุ่นน้องที่ทำงานอีกครั้ง

“ว่าไงนะ ไปญี่ปุ่นอย่างนั้นเหรอ...เมื่อไหร่...อีกสามเดือนงั้นเหรอ โอเคได้...ถ้าอย่างนั้นก็ฟอร์มทีมเอาไว้ให้พร้อม ช่วงบ่ายพี่จะเข้าไปเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย ได้ โอเค” ชายหนุ่มหน้านิ่งเมื่อรู้ว่าต้องเดินทางไปต่างบ้านต่างเมืองในอีกไม่ช้าไม่นานนี้ ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมใจหายทั้งๆ ที่เดินทางไปแล้วทั่วโลก แต่ครั้งนี้หัวใจกลับรู้สึกไม่ปกตินัก จะเป็นเพราะใครบางคนที่หนีหายไปหรือเปล่านะ...

หลากคำถามผะแผ่วอยู่ในอกและไม่ได้คำตอบให้กระจ่างแม้แต่น้อย ตาคมแกร่งเหลือบกลับไปมองร่องรอยแห่งความทรงจำอีกครั้งเหมือนจำนนให้ต้องตัดใจ เสียงถอนหายใจดังให้ได้ยินเพียงคนเดียวก่อนจะหันกลับมามองเส้นทางเบื้องหน้าก่อนจะพารถพุ่งทะยานสู่บ้านเอกเรืองฤทธิ์โดยไม่สนใจหันกลับไปมองห้องพักริมทางแห่งความทรงจำนั่นอีกเลย    

 

 

 

 

 มาอัพให้ครบตอนแล้วค่ะ

กราบขอโทษงามๆ อย่างจริงใจ

ไรเตอร์หายไปนานแต่คิดถึงรีดเดอร์และพี่ปลายฟ้าทุกวันเลยค่ะ 

T^T อยากมาไวกว่านี้แต่ไม่สามารถจริงๆ

แต่ตอนนี้มาแล้วค่ะ มาแล้วยังดีกว่ามาช้า มาช้ายังดีกว่าไม่มา (ซะงั้น)

รับรองว่าไม่ให้รีดเดอร์ผิดหวังแน่นอนค่ะ

ขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ยังรอพี่ปลายฟ้านะคะ จุ๊บๆๆ

 

 

 

ขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่มอบให้ไรเตอร์ พี่ปลายฟ้า และน้องลูกพีชนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ

จุ๊บๆๆๆ

ความคิดเห็น