Lovelyz_PCY

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 13k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2560 18:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9
แบบอักษร

                                                                            ตอนที่ 9

               หลังจากวันนั้นที่เธอตายและได้เข้ามาอยู่ในร่างของไป๋เสวี่ย มันก็ผ่านไป 3 เดือนแล้ว ซึ่งในแต่ล่ะวันนั้นเธอก็ทำอยู่ซ้ำๆกัน นั้นก็คือ วิ่งออกกำลังกายบ้าง ฝึกดาบ ฝึกเทควันโดและการต่อสู้ต่างๆที่เธอเป็น ซึ่งถ้าไม่ฝึกเลยมันจะทำให้เธอลืม และวิชาการต่อสู้ที่เธอเป็นมันจะเข้าสนิมเสียก่อน ดังนั้นจึงต้องฝึกฝนบ้าง แต่ว่าร่างกายของคุณหนูไป๋เสวี่ยนี้สิไม่ค่อยอำนวยสักเท่าไร ฝึกนิดฝึกหน่อยก็เหนื่อยเสียแล้ว เป็นคุณหนูที่อ่อนแอเสียจริง อ่อ แต่มีอย่างหนึ่งที่เธอไม่ได้ฝึกเลยนั้นก็คือธนู เธอเคยขอท่านพ่อและท่านพี่ให้ฝึกให้เธอ แต่ก็โดนค้านไปด้วยเหตุผลเพราะเธอเป็นหญิงไม่ควรฝึกและกลัวว่าเธอจะบาดเจ็บ เฮ้อ...เป็นผู้หญิงแล้วไง เป็นผู้หญิงก็ฝึกได้น่า
               ส่วนท่านแม่ทัพเฉินเปาหยางหลังจากวันที่เขามาเยี่ยมเธอแล้วก็ได้พบกันบ้างแบบผ่านๆแต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย นอกเสียจากความเป็นอยู่ว่า เป็นอย่างไร สบายรึไม่ แผลหายรึยัง ซึ่งรู้สึกเหมื่อนคนแปลกหน้ากันด้วยซ้ำ
               "คุณหนูเจ้าคะ'ผิงผิงเอ่ยเรียกไป๋เสวี่ย
               เธอหลุดออกจากความคิดของตนทันที ที่ได้ยินเสียงของผิงผิง
               "มีอะไรรึเปล่าผิงผิง"
               "ได้เวลาทานข้าวแล้วเจ้าค่ะ"ผิงผิงตอบ"นายท่านและฮูหยินให้ข้ามาตามคุณหนูเจ้าค่ะ"
               "อืม...แล้วท่านพี่ล่ะ ไม่อยู่ทานข้าวด้วยกันรึ"เธอตอบรับผิงผิงและเอ่ยถึงพี่ชายของตน
                "คุณชายไปจวนท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ"ผิงผิงตอบกลับไป
                "งั้นรึ...ไปเถอะ"เธอตอบกลับอย่างไม่สนใจนัก
               หลังจากที่เธอมาถึงห้องโถงก็เห็นท่านพ่อท่านแม่ของเธอรออยู่ก่อนแล้ว
              "มาแล้วรึไป๋เสวี่ย"ฟางหลิ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นบุตรีของตนมาถึงแล้ว
              "เจ้าค่ะ ท่านแม่"ไป๋เสวี่ยตอบกลับฟางหลิ่ง
              "นั่งลงเร็วเข้า...วันนี้มีแต่ของโปรดของเจ้าทั้งนั้นเลย"ฟางหลิ่งบอกกับบุตรีของตนและยิ้มให้
              "จริงรึเจ้าคะ...หน้าตาน่าทานทั้งนั้นเลย"ไป๋เสวี่ยนั่งลงตรงข้ามกับฟางหลิ่ง แต่สายตาของเธอนั้นจดจ้องอยู่กับอาหารตรงหน้ามากกว่า
              "วันนี้แม่ของเจ้าเข้าครัวเองเชียวนะ...เพราะอยากให้เจ้ากินอาหารที่อร่อยๆ"เปาชางบอกกับไป๋เสวี่ย"แต่มีแต่ของโปรดของเจ้า...ไม่เห็นมีของพ่อบ้างเลย ช่างน่าน้อยใจยิ่งนัก"เปาเชาเอ่ยออกมาทีเล่นทีจริงและหันหน้าไปมองฮูหยินของตน
               "โถ่...ท่านพี่ ท่านจะน้อยใจไปไย ไว้วันหลังข้าจะทำของโปรดของท่านดีหรือไม่เจ้าคะ"ฟางหลิ่งหันไปบอกกับสามีของตน
               "เจ้าพูดแล้วนะฮูหยิน...เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าต้องเป็นพยานให้กับพ่อรู้หรือไม่"เปาชางพูดกับฟางหลิ่งหันหันไปบอกไป๋เสวี่ยให้เป็นพยานให้ตน
               "เจ้าค่ะท่านพ่อ"เธอตอบรับและยิ้มให้กับเปาชาง
               หลังจากที่เธอตอบรับเปาชางไปแล้ว เปาชางก็หันไปพูดคุยหยอกล้อกับฟางหลิ่งอย่างน่ารัก โดยที่ไม่สนใจเธอที่นั่งอยู่ตรงนี้เลย"เฮ้อ...แล้ววันนี้เธอจะได้กินข้าวไหมเนี้ย"เธอได้แต่คิดในใจเพราะเปาชางกับฟางหลิ่งยังหยอกล้อกันอยู่
               หลังจากที่เปาชางและฟางหลิ่งที่หยอกล้อกันเสร็จแล้วก็ได้เวลาท่านข้าวทันที่ กว่าจะได้ทานข้าวก็ทำเอาเธอไส้กิ่วทันที พอทานเสร็จแล้วเปาชาง ฟางหลิ่งและเธอก็พูดคุยกันนิดหน่อย ตามประสาพ่อแม่ลูก จนเธอนึกขึ้นได้ว่าวันนี้พี่ชายของเธอไปไหน เธอจึงถามท่านพ่อของเธอทันที
               "ท่านพ่อเจ้าคะ...วันนี้ท่านพี่ไปจวนแม่ทัพเฉินเปาหยางทำไมหรือเจ้าค่ะ มีเรื่องสำคัญหรือเจ้าคะ เห็นปกติท่านแม่ทัพจะมาหาท่านพี่ที่จวนตลอด"เธอถามออกไปด้วยความสงสัย เพราะเท่าทีเธอเห็นแม่ทัพเฉินเปาหยางจะมาหาพี่ชายเธอที่จวนตลอดแต่ทำไมวันนี้ให้ไปหาที่จวนอ๋องเฉินล่ะ
               "สำคัญมากเลยล่ะ"เปาชางตอบไป๋เสวี่ยออกไป"ช่วงนี้มีโรคระบาดเกิดขึ้นที่หมู่บ้านถัดไป ท่านแม่ทัพจึงเรียกจิ้นฮุ่ยไปปรึกษาหารือที่จวนอ๋องเฉินรวมทั้งหมอหลวงที่มาจากในวังด้วย"เปาชางตอบไป๋เสวี่ยอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เริ่มเคร่งเครียดขึ้น
               "โรคระบาดหรือเจ้าคะ"ไป๋เสวี่ยถามออกไปอย่างแปลกใจและตกใจ
               "ใช่"เปาชางตอบบุตรี
               "แล้วพวกหมอหลวงล่ะเจ้าคะ ว่าอย่างไร อะไรคือสาเหตุ"เธอถามออกไปด้วยความอยากรู้ว่าอะไรคือสาเหตุของโรคระบาด
               "จิ้นฮุ่ย...บอกว่าหมอหลวงได้ไปตรวจดูแล้ว แต่ก็ไม่พบสาเหตุของการเกิดโรคระบาดนี้"เปาชางตอบบุตรีอีกครั้ง
               "ไม่พบสาเหตุ...ได้อย่างไรเจ้าคะ หมอหลวงคือหมอที่เก่งที่สุดในแคว้นเยว่นะเจ้าคะ จะไม่พบได้อย่างไร"เธอพูดออกมาอย่างตกใจ เพราะถ้าขนาดหมอที่เก่งที่สุดยังตรวจไม่เจอแล้วใครจะไปตรวจเจอเหล่า
               "ก็ใช่...แต่จิ้นฮุ่ยบอกว่า โรคระบาดนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในแคว้นเยว่ ขนาดหมอหลวงหาตำราที่เคยมีการเกิดโรคระบาดออกมาเปรียบเทียบแล้วก็ยังไม่มีโรคใดใกล้เคียงกับโรคระบาดในตอนนี้"เปาชางตอบกลับ ก็จริงที่หมอหลวงในวังนั้นเก่งที่สุดแต่ก็ไม่เสมอไปเพราะเท่าที่เขาฟังจากจิ้นฮุ่ยแล้วโรคระบาดโรคนี้ช่างแปลกประหลาดนัก ถึงจะเป็นโรคระบาดแต่ก็ไม่เคยแพร่ออกมาจากหมู่บ้านนั้นสักนิด โรคระบาดโรคนี้มันคือโรคอะไรกันแน่
               "แล้วท่านพี่ ท่านแม่ทัพและหมอหลวงจะทำอย่างไรเจ้าคะท่านพ่อ"เธอถามเปาชางอีกครั้ง
               "พี่ของเจ้ากำลังปรึกษาเรื่องนี่กับท่านแม่ทัพและหมอหลวงอยู่ แต่ถ้ายังหาสาเหตุไม่ได้ก็คงได้แต่ทำลายหมู่บ้านนั้นสะ"เปาชางบอกไป๋เสวี่ยตามตรง
               "ทำลาย หรือเจ้าคะ ยังไง"เธอถามอย่างสงสัย
               "ฆ่าทุกคนในหมู่บ้านและเผ่าหมู่บ้านนั้นทิ้ง"เปาชางตอบไป๋เสวี่ยอย่างเครียดๆ
               "ฆ่าเลยรึเจ้าคะ...ไม่มีเหตุผลเอาสะเลย"เธอพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไรกับความคิดนี้
               "แล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า ในเมื่อหาสาเหตุไม่ได้ก็ต้องทำลายทิ้ง เพื่อไม่ให้โรคระบาดนั้นแพร่ไปที่อื่น"เปาชางตอบไป๋เสวี่ยกลับไป แต่ตัวเขาเองก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะต้องฆ่าคนมากมายเช่นนั้น
               "มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วรึเจ้าคะท่านพ่อ"เธอถามเปาชางอีกครั้งและพยายามหาทางที่จะช่วยคนที่อยู่ในหมู่บ้านที่เกิดโรคระบาดนั้น
               "พ่อก็อยากให้มีทางเลือกอื่นที่มากกว่าการทำลายทิ้งเหมือนกับที่เจ้าคิด"เปาชางตอบออกไปตามความจริง
 

              หลังจากที่เธอได้คุยเรื่องที่เกิดโรคระบาดกับท่านพ่อของเธอแล้วพอกลับมาถึงห้องเธอก็ครุ่นคิดกับสาเหตุที่เกิดโรคระบาดนั้น ว่าสาเหตุนั้นมาจากอะไร เพราะถ้าเธอรู้เธอก็คงพอช่วยได้บ้าง แถมยังไม่ต้องให้หมู่บ้านและคนพวกนั้นถูกฆ่าหรือทำลายหมู่บ้านทิ้งอีกด้วย แล้วเธอจะช่วยพวกเขายังไงล่ะ
               "อ่าาา ข้าเป็นหมอนิ ถ้าข้าออกไปตรวจดูคนพวกนั้นพอรู้สาเหตุก็คงจะช่วยได้ อ่าาา ทำไมถึงนึกไม่ออกนะ"เธอบ่นให้กับตัวเองที่คิดไม่ได้สักที"แต่...แล้วจะไปยังไงล่ะ อืมมม...รู้แล้ว หึหึหึ"เมื่อเธอคิดออกว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองออกไปยังหมู่บ้านที่เกิดโรคระบาดได้แล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆพลางเอ่ยเรียกสาวใช้ประจำตัวของเธอเข้ามา
                    "ผิงผิง"
                    เอี๊ยดดดด
             "เจ้าค่ะคุณหนู"พอผิงผิงได้ยินไป๋เสวี่ยเรียกตนก็เข้ามาทันที
                    "พรุ่งนี้หาชุดบุรุษให้ข้าด้วย"

ความคิดเห็น