Lovelyz_PCY

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2560 18:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่8
แบบอักษร

                                                                       ตอนที่ 8

จวนอ๋องเฉิน

               หลังจากที่เฉินเปาหยางกลับมาจากจวนตระกูลหวัง เขาก็งยังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับกิริยาท่าทางที่เปลี่ยนไปของไป๋เสวี่ย ว่าเพราะเหตุใดนางถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นกิริยาท่าทางที่แสดงออกต่อเขา สายตาที่มองมายังเขา คำพูดที่พูดกับเขานั้นช่างแปลกนัก ซึ่งเมื่อก่อนนั้นเวลาอยู่ต่อหน้าเขานางมักจะเขินอายอยู่ตลอดเวลา ไม่กล้าที่จะสบตาเขา แม้แต่พูดกับเขายังนับคำได้ แต่ตอนนี้นางกล้าที่จะสบตาเขา แถมยังพูดยอกย้อนต่อปากต่อคำกับเขาอีกด้วย อะไรที่ทำให้นางเปลี่ยนไปมากขนาดนี้นะ...
               "เพราะอะไร...ไป๋เสวี่ย ที่ทำให้เจ้าเปลี่ยนไป"เขาได้แต่คิดไปคิดมาหาสาเหตุที่ทำให้ไป๋เสวี่ยเปลี่ยนไป"เฮ้อ...จะเพราะอะไรก็ช่างเถอะ ยังไงสะการที่นางเปลี่ยนไปก็เป็นผลดีต่อข้า ที่นางจะได้ไม่ต้องมาเกะกะทำให้ข้ารำคาญตา..."เขาพูดออกไปอย่างไม่ใส่นัก แต่ทว่าภายในใจเขานั้นกลับกระวนกระวายกับกิริยาที่เปลี่ยนไปของไป๋เสวี่ยโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว

จวนตระกูลหวัง

                         "คุณหนูเจ้าคะนายท่านกับฮูหยินให้ข้ามาเรียกท่านไปทานข้าวเจ้าค่ะ"สาวใช้นางหนึ่งเอ่ยขึ้นที่หน้าประตูห้องของไป๋เสวี่ย
                         "ข้ารู้แล้ว..."เธอตอบรับ"ไปบอกพวกท่านว่าประเดียวข้าจะไป"
                         "เจ้าค่ะ"

ห้องโถง

                        "มาแล้วรึไป๋เสวี่ย"ฟางหลิ่ง เอ่ยขึ้นทันทีเมื่อเห็นเธอเข้ามาในห้องโถง
                        "เจ้าค่ะ"เธอตอบรับ"ท่านพ่อ ท่านแม่รอลูกนานไหมเจ้าคะ ลูกขอโทษที่มาช้าเจ้าค่ะ"เธอเอ่ยขึ้นเพราะเกรงว่าทุกคนจะรอเธอนานเกินไป
                       "ไม่หรอกลูก ไม่นาน"ฟางหลิ่งตอบไป๋เสวี่ยและยิ้มให้
                       "เอาล่ะ...ในเมื่อมาครบแล้วก็กินเถอะ"เปาชางเอ่ยขัดขึ้นเพราะเห็นว่าทุกคนก็มากันครบแล้วและเกรงว่าอาหารจะเย็นเสียก่อน
                       "นั้นสิขอรับท่านพ่อ ข้าเองก็เริ่มหิวแล้ว...ผิงผิงตักข้าว"จิ้นฮุ่ยพูดขึ้นมาเพราะตนนั้นหิวแล้วจริงๆ
                       "ดูท่าพี่ชายของข้าจะหิวจริงสินะ เล่นจ้องอาหารไม่วางตาสะขนาดนี้"เธอได้แต่คิดในใจกับท่าทางของจิ้นฮุ่ยที่ปิดไม่มิดว่าตนนั้นหิวขนาดไหน
                      หลังจากสิ้นเสียงของจิ้นฮุ่ยที่สั่งผิงผิง ทุกคนก็ลงมือกินขาวกันทันทีอย่างอร่อย แต่ก็ยังมีเสียงพูดคุยกันบ้าง หัวเราะบ้างเพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องโถงนี้ให้มีสีสัน หลังจากที่ทุกคนกินข้าวเสร็จแล้วเปาชางจึงเรียกบุตรีของตนไว้ก่อนที่ไป๋เสวี่ยจะขอกลับห้อง
                    "ไป๋เสวี่ย อย่าพึ่งกลับห้องนะลูก"เปาชางเอ่ยเรียกบุตรีของตนด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดจนเธอเองรู้สึกได้
                    "เจ้าค่ะท่านพ่อ"เธอตอบรับด้วยน้ำเสียงปกติ ก่อนจะพูดต่อ"ท่านพ่อมีเรื่องอะไรจะพูดกับลูกรึเจ้าคะ"เธอถามออกไป
                    "ไม่มีอะไรหรอก พ่อแค่อยากรู้เรื่องอาการป่วยของเจ้า ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ยังเจ็บอยู่รึไม่"เปาชางเอ่ยถามบุตรีอย่างเป็นห่วง
                    "ยังเจ็บอยู่เจ้าค่ะ แต่ก็ไม่มากแล้ว อีกไม่กี่วันก็หายเป็นปกติแล้วเจ้าค่ะ"เธอตอบและยิ้มให้กับเปาชาง
                    "งั้นรึ..."เปาชางเอ่ยออกมาสั้นๆ"เอ่อ...แล้ว"
                    "ท่านพ่อมีอะไรจะถามลูกอีกรึเจ้าคะ"เธอถามออกไปเพราะเห็นท่าทางของเปาชางที่อึกอักไม่พูดออกมาสักที
                    "ก็ เรื่องที่ท่านแม่ทัพมาเยี่ยมเจ้า"เปาชางพูดออกไปเสียงเบาและมองหน้าบุตรีของตนไปด้วย
                    "ทำไมรึเจ้าคะ"เธอพูดออกมาอย่างปกติ
                    "ท่านแม่ทัพได้พูดจาทำร้ายจิตใจเจ้าหรือไม"จิ้นฮุ่ยพูดออกมาอย่างเป็นห่วงไป๋เสวี่ย
                    "ไม่เจ้าค่ะ แต่ก็พูดคุยบ้างเล็กน้อยเท่านั้น"เธอตอบจิ้นฮุี่ย
                    "พูดจาทำร้ายจิตใจข้าหรอ เหอะ ไม่ง่ายสะหรอก แค่คิดถึงใบหน้าของเฉินเปาหยางตอนที่นางยั่วอารมณ์ยั่วโทสะเข้าหน่อยก็ไปไม่เป็นสะแล้ว แล้วอย่างนี้รึจะมาพูดจาทำร้ายจิตใจของเธอ"เธอคิดในใจตอนที่เห็นใบหน้าตื่นตลึงของเฉินเปาหยางมันผลันทำให้เธออารมณ์ดียิ่งนัก
                    "งั้นรึ...แล้วเจ้าจะทำอย่างไรระหว่างเรื่องของเจ้ากับท่านแม่ทัพเฉิน"เปาชางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดกว่าเดิม
                   "ท่านพี่...ข้าว่าอย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้เลยนะเจ้าคะ"ฟางหลิ่งเอ่ยเตือนเปาชางเพราะกลัวว่าบุตรีของตนจะเสียใจ
                    "ท่านแม่...ยังไงก็ต้องพูดนะขอรับ เพื่อให้ไป๋เสวี่ยตัดใจจากท่านแม่ทัพให้ขาด"จิ้นฮุ่ยเอ่ยสบทบเปาชางทันที
                    "ใช่แล้วฮูหยิน ถ้าไม่ให้ไป๋เสวี่ยตัดใจเสียแต่ตอนนี้ภายหน้าถ้าไป๋เสวี่ยถล้ำลึกมากกว่านี้จะเป็นการยากต่อการตัดใจ อีกอย่างท่านแม่ทัพก็เป็นฝ่ายมาขอถอนหมั้นเอง"เปาชางเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
               "แต่ว่า..."ฟางหลิ่งที่กำลังจะเอ่ยออกมาก็โดนไปเสวี่ยเอ่ยขัดเสียก่อน
               "ไม่เป็นไรเจ้าคะท่านแม่...ตอนนี้ลูกนั้นจำอะไรไม่ได้ ดังนั้นความรู้สึกที่ตัวลูกเคยมีต่อท่านแม่ทัพในเมื่อก่อนนั้นเป็นเช่นไรลูกไม่อาจทราบได้ เพียงแต่ตอนนี้ลูกไม่ได้รู้สึกกับท่านแม่ทัพแล้ว สำหรับในตอนนี้ท่านแม่ทัพก็เหมือนกับคนแปลกหน้าเท่านั้นหรือเพิ่งจะรู้จักกันเท่านั้นเจ้าคะ"ไเธอตอบ "ก็แน่ล่ะเธอจะไปรู้สึกอะไรล่ะ รู้จักก็ไม่รู้จัก หน้าก็เพิ่งจะเคยเห็นแค่ครั้งเดียว นิสัยเป็นยังไงก็ยังไม่รู้เลย แต่ที่รู้สึกตอนนี้ก็มีอยู่อย่างเดียวว่า หล่อ ฮ่าๆๆๆๆ"
               "เจ้าแน่ใจรึ ว่าไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว"จิ้นฮุ่ยถามไป๋เสวี่ย
               "เจ้าค่ะ ท่านพี่"เธอตอบจิ้นฮุ่ยทันทีโดยที่ไม่ต้องคิด
               "งั้นก็ดีแล้ว พ่อไม่อยากเห็นเจ้าเจ็บหรือทำร้ายร่างกายตนเองอีก"เปาชางบอกไป๋เสวี่ยอย่างห่วงใย
               "เจ้ารู้หรือไม่ว่าแม่เจ็บปวดเพียงไรที่เห็นเจ้าเป็นเช่นนั้น"ฟางหลิ่งหันไปบอกไป๋เสวี่ย"แม่นึกว่าเจ้าจะไม่ฟื้นเสียแล้ว ในตอนนั้นใจของแม่เหมือนกับถูกเข็บนับร้อยนับพันทิ่มแทงเจ้าอย่าทำเช่นนั้นอีกนะไป๋เสวี่ย ถ้าเจ้าเป็นอะไรไปแม่จะทำเช่นไร"ฟางหลิ่งบอกกับไป๋เสวี่ย ทั้งน้ำเสียงและหน้าตาที่แสดงให้เห็นว่าฟางหลิ่งนั้นเป็นห่วงเธอและรักเธอมากแค่ไหน
               "เจ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกจะไม่ทำเช่นนั้นอีก"เธอบอกผู้เป็นพ่อและแม่อย่างหนักแน่น
               "จำคำของเจ้าไว้ล่ะไป๋เสวี่ย"จิ้นฮุ่ยบอกกับไป๋เสวี่ยด้วยน้ำเสียงที่ปกติแต่ก็แฝงไปด้วยความห่วงใยในน้ำเสียงนั้น
               เธอไม่ตอบจิ้นฮุ่ยแต่กลับส่งยิ้มไปแทนว่า เธอจะไม่ทำเช่นนั้นอีกเป็นแน่...


                

ความคิดเห็น