น้ำมิ้ม

"เลิกจัดโซฟา แล้วมานอนบนเตียงกับพี่นี่แหละ" ใกล้รุ่งถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อฝ่ามือหนานั้นกลับอ้อมสองแขนของเธอไปโอบรอบแผ่นหลังของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆรั้งร่างแบบบางนั้นด้วยสองแขนแข็งแกร่งจนเธอตกอยู่ในอ้อมแขนที่กอดกระชับเอาไว้อย่างอ่อนโยน “เห็นไหมบอกแล้วว่าไม่เป็นไรสักหน่อย”

ตอนที่ 1 : ครอบครัวเพียงธำรง (3/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 : ครอบครัวเพียงธำรง (3/3)

คำค้น : ปฐพีใกล้รุ่ง , แต่งงานหลอกๆ ,พินัยกรรม , มรดก , ที่ดิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 644

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มี.ค. 2560 22:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 : ครอบครัวเพียงธำรง (3/3)
แบบอักษร

“วันนี้พี่นุดจะกลับจากอเมริกาแล้ว คุณปู่ดีใจไหมคะที่จะได้มือขวาคนใหม่แทนนิดคนนี้”

ร่างแบบบางขนาดกะทัดรัดของคะนึงนิจเงยหน้าขึ้นมองชายชราที่ตนเองเดินเกาะแขนแจอย่างออเซาะ ในขณะที่อีกมือยังคงจูงลากร่างเพรียวระหงของใกล้รุ่งเพื่อนสาวคนสนิทที่เดินทำหน้าบอกบุญไม่รับตามหลังมาอย่างเสียไม่ได้

“ดีใจสิ ปู่รอวันนี้มา 10 ปีแล้ว คราวนี้ปู่ก็จะได้วางมือแล้วก็ไปอยู่กับย่าทิพย์ที่ไร่รุ่งอรุณของเจ้ารุ่งมัน”

บุรุษชราหันไปยิ้มให้กับคนที่เดินหน้าง้ำตามมาที่ปรับสีหน้าปั้นยิ้มแทบไม่ทัน ก่อนจะเอ่ยตอบนายพงษ์ศิริอย่างนอบน้อม

“ไร่รุ่งอรุณไม่ใช่ของรุ่งสักหน่อยค่ะคุณปู่ ของคุณย่าต่างหาก แต่ที่บ้านต้องดีใจแน่ๆเลยค่ะที่รู้ว่าคุณปู่กับคุณย่าจะกลับไปอยู่กับเราที่บ้าน”

ใกล้รุ่งเอ่ยพลางหันไปยิ้มกับนางกนกทิพย์ผู้เป็นย่าที่เดินอยู่เคียงข้างนายพงษ์ศิริ ก่อนจะหันไปทางเพื่อนสาวที่ยังเดินจูงมือเธอไม่เลิก

“ปล่อยได้แล้วยัยนิด มาจนถึงสนามบินแล้วฉันไม่หนีไปไหนแล้วน่ะ”

“อ้าว...รุ่งติดธุระอะไรหรือเปล่าลูก ยัยนิดทำไมไปทำตัวเกเรอย่างนี้ล่ะ” นายพงษ์ศิริเอ่ยดุหลานสาว หากเจ้าตัวลอยหน้าลอยตาเถียงทันควัน

“รุ่งเค้าไม่ได้ติดงานอะไรหรอกค่ะคุณปู่ แต่รุ่งเขาบอกว่าเขาไม่อยากมายืนดูศึกแม่เลี้ยงลูกเลี้ยง แต่พอนิดบอกว่าคุณพ่อกับคุณน้านิอรไม่มา รุ่งเขาก็เลยยอมมาด้วยค่ะ”

นายพงษ์ศิริเหลือบสายตาไปมองหญิงสาวอีกคนที่ตนเอ็นดูไม่ต่างจากหลานแท้ๆ พลางเอ่ยอย่างอารมณ์ดี

“ปู่ก็เหมือนกัน เลยบอกให้เจ้าคณินมันพาเมียไปดูโครงการก่อสร้างคอมเพล็กซ์ที่หัวหินแทนน่ะ”

“คุณนี่ร้ายกาจเจ้าแผนการนักนะคะ” นางกนกทิพย์ที่เงียบฟังทุกคนมานานอดเอ่ยยิ้มๆไม่ได้

หากทุกคนในที่นั้นต่างก็รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาทันควันเมื่อได้รู้ว่า วันนี้เป็นวันปลอดศึก..และจะได้มีโอกาสต้อนรับชายหนุ่มที่ต้องพลัดพรากจากบ้านไปเป็นสิบปีเพราะเหตุจากผู้หญิงคนนั้น!

“รุ่งขอตัวไปซื้อกาแฟสักครู่นะคะ คุณปู่กับคุณย่าทานน้ำชาหรือน้ำเปล่าดีคะ”

หญิงสาวเอ่ยพลางลุกขึ้นหลังจากที่นั่งรอบริเวณเก้าอี้มานั่งอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงแล้วแต่ยังไม่มีวี่แววว่าหลานชายของคุณปู่ที่บินตรงจากอเมริกาจะมาถึงตามกำหนด

“ปู่กับย่าขอน้ำเปล่าดีกว่าลูก นิดแน่ะไปเป็นเพื่อนรุ่งเขาสิ”

“ไม่เอาค่ะ นิดกำลังแชทกับลูกค้าอยู่ รุ่งไปคนเดียวได้อยู่แล้วค่ะคุณปู่ไม่ต้องเป็นห่วง”

“รุ่งไปคนเดียวได้ค่ะคุณปู่ นิดเอาโกโก้หวานน้อยเหมือนเดิมนะ”

“จ้ะรุ่ง แต้งส์นะจ๊ะเพื่อนรัก” คะนึงนิจเอ่ยพลางเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มหวานประจบให้อีกฝ่ายก่อนที่จะก้มลงไปตั้งหน้าตั้งตาจิ้มหน้าจอเหมือนเดิม ใกล้รุ่งจึงเดินเลี่ยงไปยังร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ไม่ห่างไปมากนัก

“ขอโทษจริงๆค่ะคุณลูกค้า พอดีถุงพลาสติกที่ร้านของเราหมด ดิฉันจะช่วยถือแล้วเดินไปส่งคุณลูกค้าเองนะคะ”

พนักงานสาวร้านกาแฟเอ่ยขึ้นในขณะที่ยังมีคนยืนรอคิวอีกเกือบห้าคน ใกล้รุ่งจึงยิ้มให้อีกฝ่ายพลางเอ่ยตัดบทง่ายๆ

“ไม่เป็นไรค่ะ ส่งขวดน้ำมาก่อนก็ได้ ดิฉันจะได้อุ้มไว้แล้วค่อยถือแก้วค่ะ”

พนักงานสาวยิ้มกว้างอย่างยินดีกับคำตอบนั้นพลางส่งขวดน้ำขนาด 500 มิลลิลิตร ให้หญิงสาวเอาแขนอุ้มแนบอกไว้สองขวด ก่อนที่จะส่งแก้วกาแฟและโกโก้ตามมาให้พลางเอ่ยขอบคุณอีกหลายครั้ง

ใกล้รุ่งค่อยๆเดินอุ้มขวดน้ำมาอย่างระวัง หากแล้วร่างสูงเกิน 180 เซนติเมตรก็เดินมาชนเธอเข้าอย่างจังจนกาแฟที่หญิงสาวถือประคองมาอย่างระวังนั้นหกรดเสื้อเชิ้ตสีขาวเปื้อนยาวไปจนจรดกางเกงยีนส์ตัวเก่งของตนเอง

“โอ...Sorry”

ประโยคขอโทษที่หลุดออกมาเป็นคำพูดของใกล้รุ่ง ในขณะที่ผู้ชายร่างสูงคนนั้นรีบถอยห่างออกไปราวกับกลัวว่ากาแฟในมือของหญิงสาวจะไปเลอะเสื้อผ้าของเขา

ใกล้รุ่งเงยหน้ามองใบหน้าคมสันที่ยังคงสวมแว่นกันแดดสีดำสนิททั้งๆที่อยู่ในสนามบิน แม้สีผมของชายหนุ่มจะเป็นสีดำสนิทแต่ผิวที่ขาวเผือดของเขาทำให้ใกล้รุ่งไม่แน่ใจว่าเขาจะเป็นคนไทยหรือเปล่า เผื่อเป็นดาราเกาหลีแอบหนีมาเที่ยวก็ได้

เพราะถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ใส่สูทผูกไทด์ แต่ออร่าของความเป็นเซเลบก็เปล่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ที่ใส่เพียงเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มและกางเกงสแล็คสีดำสนิทก็ดูดีราวกับเป็นพระเอกซีรีย์หลุดออกมา

ใกล้รุ่งจึงเอ่ยขอโทษอีกครั้งทั้งๆที่กาแฟในมือของหญิงสาวนั้นไม่กระเซ็นโดนเขาแม้แต่หยดเดียว

“ขอโทษจริงๆค่ะ หวังว่าคุณคงไม่เปื้อนอะไรที่ตรงไหนใช่ไหมคะ”

ร่างสูงนั้นยังคงนิ่งไม่ปริปากแม้ว่าใกล้รุ่งจะเอ่ยถามเป็นภาษาอังกฤษแล้ว และรีบเดินหนีออกไปทันที

“หล่อเสียเปล่า มนุษยสัมพันธ์แย่ชะมัด”

 แม้จะไม่ถือสาแต่หญิงสาวก็บ่นออกมาอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะหันหลังและเดินย้อนกลับไปที่ร้านกาแฟเพื่อบอกให้ทางร้านไปแจ้งพนักงานทำความสะอาดหลังจากที่เหลียวซ้ายแลขวาแล้วไม่เจอพนักงานเช็ดถูปัดกวาดเลยสักคน

ดังนั้นเมื่อใกล้รุ่งเดินกลับมาที่เก้าอี้ม้านั่งที่คณะต้อนรับของคุณปู่และคุณย่ารออยู่ก็พบว่าทั้งหมดกำลังยิ้มแย้มหน้าบานกับร่างสูงใหญ่ที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มคนที่เธอเพิ่งบ่นไปเมื่อกี้นี้ ใกล้รุ่งก็ถึงกับแอบภาวนาในใจว่าขอให้ไม่ใช่อย่างที่เธอคิด หากแล้วเสียงของคะนึงนิจก็ทำลายคำขอในใจเธออย่างสิ้นเชิง

“รุ่ง มานี่เร็วๆซิ พี่นุดกลับมาแล้ว”

สายตาทุกคู่ที่จ้องมายังเธออย่างรอคอยทำให้ใกล้รุ่งต้องฝืนยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปใกล้และวางแก้วน้ำและขวดน้ำที่เธออุ้มถือมา พลางยกมือไหว้ชายหนุ่มที่บัดนี้ถอดแว่นกันแดดสีดำออกแล้ว เผยให้เห็นดวงตาคมเข้มสีดำสนิทที่เป็นประกายระลึกได้เพียงแว่บเดียว ก่อนที่จะกลับเป็นปรกติเช่นเดิม

“สวัสดีค่ะคุณคณุตม์ ยินดีด้วยนะคะที่กลับมาเมืองไทยเสียที”

“นุดจำใกล้รุ่งได้ไหมลูก หลานสาวของย่าทิพย์เอง”

“ถ้าคนนี้ยังอยู่ ถ้าอย่างนั้นคนอื่นๆก็คงอยู่กันครบ”

ใกล้รุ่งยิ้มค้างกับประโยคทักทายแรกของชายหนุ่ม พลางเหลือบตาไปมองคะนึงนิจและคุณปู่พงษ์ศิรินิดหนึ่ง ก่อนที่คะนึงนิจจะรีบเข้ามาคว้าแขนพี่ชายพลางพยายามจะพูดเปลี่ยนบรรยากาศที่ดูอึดอัดขึ้นทันควัน

“นิดว่าเรากลับไปหาอะไรอร่อยๆทานกันที่บ้านดีกว่าค่ะ คุณย่าทิพย์เตรียมของโปรดพี่นุดไว้เยอะแยะเลย”

คณุตม์ขมวดคิ้วแน่นพลางหันไปทางน้องสาวตัวเล็กที่กอดแขนออเซาะตามความเคยชิน หากชายหนุ่มกลับแกะมือน้องสาวออกทันทีก่อนจะเดินลิ่วนำทุกคนออกจากสนามบินไป

“เอ่อ สงสัยเจ้านุดมันยังปรับตัวให้เข้ากับอากาศร้อนของเมืองไทยไม่ทัน เราไปกันเถอะยัยนิด หนูรุ่ง”

คุณปู่พงษ์ศิริเอ่ยพลางยิ้มเจื่อนๆก่อนจะเดินนำคู่ชีวิตของตนเองตามร่างสูงของหลานชายที่เดินนำลิ่วไป

ใกล้รุ่งที่พอคล้อยหลังบุรุษชราแล้วก็หันมากระซิบกับผู้เป็นเพื่อนอย่างอดไม่ได้

“นี่ยัยนิด หลักสูตรที่พี่ชายเธอไปเรียนที่ ฮาร์วาร์ด(Harvard) นี่ใช่บริหารธุรกิจจริงหรือเปล่า หรือไปเรียนอยู่ในเมืองซอมบี้ ของ The Walking Dead กันแน่ กลับมาถึงได้ตาขวางกัดคนอื่นเขาไปทั่วแบบนี้”

“พี่ชายฉันจบปริญญาโท MBA ที่ฮาร์วาร์ด มาจริงๆ แต่อาจารย์ที่สอน เป็นนายอำเภอที่ชื่อว่า  ริก ไกรม์ส หรือเปล่าอันนี้ต้องไปถามพี่นุดเองแล้วล่ะ”

คะนึงนิจเอ่ยกระซิบกับเพื่อนก่อนจะหัวเราะคิกออกมาอย่างอดไม่ได้ เพราะดูจากท่าทีที่ชอบตีหน้าเคร่งขรึมแล้วยังไม่ชอบสุงสิงกับคนอื่นแบบนั้นมันชวนให้คิดอย่างที่ใกล้รุ่งว่าเอาไว้จริงๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น