Lovelyz_PCY

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2560 21:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7
แบบอักษร

                                                                    ตอนที่7

        ไป๋เสวี่ยที่กำลังฝึกดาบอยู่นั้น โดยใช้กิ่งดอกเหมยแทนดาบด้วยท่วงท่าที่งดงามและแปลก ซึ่งมันไม่เหมือนกับการฝึกดาบหรือกระบี่ของภพนี้ สาวใช้ของเธอก็ถามเหมือนกันว่าทำไมเพลงดาบที่เธอฝึกนั้นถึงแปลกตานัก แต่ก็แข็งแกร่ง งดงามในเวลาเดียวกันได้ และเธอจะฝึกไปทำไม เธอก็ได้แต่ตอบไปว่าเพื่อที่จะทำให้ร่างกายของเธอแข็งแรงขึ้นจะได้ไม่ป่วยง่ายๆ ส่วนที่ถามว่าทำไมเพลงดาบของเธอนั้นแปลก เธอก็ได้แค่ตอบไปว่าเธอแค่ทำไปมั่วๆเท่านั้นถ้าจะให้เธอตอบว่าฝึกมาจากอนาคตน่ะหรอ ผิงผิงคงว่าเธอบ้าพอดีสิ ในขณะที่เธอกำลังฝึกอยู่นั้น ก็มีสายตาคู่หนึ่งที่มองมายังเธอโดยที่เจ้าตัวนั้นยังไม่รู้

          เฉินเปาหยางที่เข้ามายังสวนด้านหลังของจวนเพราะกำลังจะไปเยี่ยมคู่หมั้นนั้น พอเดินมาถึงยังสวนก็พบกับสตรีสองนาง ซึ่งนางหนึ่งนั้นเป็นสาวใช้ของไป๋เสวี่ยคู่หมั้นของเขาและสตรีอีกนางหนึ่งกำลังฝึกดาบโดยที่ใช้กิ่งดอกเหมยแทนดาบนั้นเอง แต่ว่าเพลงดาบนั้นเป็นเพลงดาบที่เขาไม่คุ้นเคยและไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เขาจึงหยุดยื่นมองสตรีที่กำลังฝึกดาบ โดยที่ยื่นอยู่เงียบๆไม่ส่งเสียงรบกวนนางเลย นางปัดกิ่งเหมยไปมาด้วยท่วงท่าที่งดงามแต่ก็แข็งแกร่งในเวลาเดียวกันนั้น ช่างทำให้เขาล่ะสายตาไปไหนไม่ได้

          ขณะเดียวกันที่ไป๋เสวี่ยกำลังฝึกดาบอยู่นั้นก็พลันรู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่มองมายังเธอ เธอจึงหันไปมอง ก็พบกับบุรุษคนหนึ่งที่แต่งตัวดูดี หล่อเหลา แต่เพราะอยู่ไกลเกินไปไป๋เสวี่ยจึงเห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดเท่าไร

          "ผิงผิง นั้นใครน่ะ"เธอถามผิงผิง แต่สายตายังจดจ้องอยู่กับบุรุษผู้นั้น

          ผิงผิงหันไปตามสายตาของคุณหนูของตนว่าคนๆนั้นคือใคร ทันทีที่เห็นผิงผิงก็ตกใจไปชั่วครู่ก่อนจะตั้งสติและหันมาตอบไป๋เสวี่ย"เอ่อ...ท่านอ๋องเฉินหรือท่านแม่ทัพเฉินเปาหยางเจ้าค่ะ"ผิงผิงตอบกลับคุณหนูของตน

          "แม่ทัพเฉินเปาหยาง"เธอออกมา"คู่หมั้นของข้างั้นหรอ"เธอพูดออกมาอีกครั้ง พร้อมทั้งมองไปยังเฉินเปาหยางด้วยสายตาที่เรียบเฉย

          "เจ้าค่ะ คุณหนู"ผิงผิงตอบกลับ

          เฉินเปาหยางที่เห็นว่าไป๋เสวี่ยรู้ตัวแล้วว่าเขามองอยู่จึงเดินเข้าไปหาไป๋เสวี่ย ที่ทำหน้านิ่งๆและสายตาที่มองมายังเขานั้น เย็นชา เรียบเฉย ไม่รู้สึกเขินอายเหมือนเมื่อก่อน และสายตานั้นมันเหมือนสายตาที่ไม่เคยรู้จักเขามาก่อน

       

   

          "คารวะท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ"ผิงผิงที่เห็นเฉินเปาหยางที่เดินเข้ามาหาคุณหนูของตนแล้วจึงเอ่ยทำความเคารพ แต่ต่างจากไป๋เสวี่ยที่ยื่นนิ่งพิจารณาคนตรงหน้าตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าซ้ำไปซ้ำมาอย่างนั้นอยู่หลายรอบ

          "อืม"เฉินเปาหยางตอบรับผิงผิงและหันไปมองไป๋เสวี่ยที่มองตัวเขาอย่างพิจารณานั้นก่อนจะทนไม่ได้กับสายตาที่นางมองมาก่อนเอ่ยออกไป"เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง...ข้าได้ยินว่าเจ้าฟื้นแล้ว ข้าจึงมาเยี่ยมเจ้า"เฉินเปาหยางพูดออกไปและพลางมองหน้าของไป๋เสวี่ยที่ไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ

          "ขอบคุณเจ้าค่ะ...แต่ท่านแม่ทัพไม่น่าลำบากมาเยี่ยมข้าเลยนะเจ้าคะ ลำบากท่านเปล่าๆ"ไป๋เสวี่ยตอบกลับไปอย่างเย็นชาและห่างเหิน

          อ่าาาา สวรรค์ หล่ออะไรแบบนี้นะ ข้าคิดว่าท่านพี่จิ้นฮุ่ยหล่อแล้วแต่ท่านแม่ทัพคนนี้กลับหล่อยิ่งกว่า ทั้งใบหน้าที่เนียนใสรูปเรียวไข่นั้น คิ้วเรียวเหมือนกับดาบ ดวงตาสีรัตติกาลนั้น จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากที่บางพอดี อ่าาา ปากช่างน่าจูบเสียจริง เส้นผมที่ดำสนิทที่ยาวจนถึงกลางหลัง ผิวที่ขาวแต่ไม่ถึงกับซีด หุ่นที่สมบูรณ์แบบนั้นอีก ส่วนสูงน่าจะเกือบ 190 ซม.ได้ หล่อจริงๆนี่ใช่คนแน่หรือ หรือว่าเทพตนใดแปลงกายลงมา หล่ออออ หล่อ เอ๊ะ! เดียวนะ เมื่อกี่ฉันคิดอะไรออกไปนะ ปากน่าจูบหรอ บ้าน้า คิดไปได้ไงเนี้ย เลิกคิดๆๆๆ แต่มันก็น่าจูบจริงๆนะ ริมฝีปากที่เซ็กซี่ เฮ้ย! พอๆๆๆ

          "ไม่เป็นไรหรอก...ในเมื่อข้าเป็นคู่หมั้นของเจ้า ข้าก็ต้องมาเยี่ยมเจ้าสิจริงไหม ไป๋เสวี่ย"เฉินเปาหยางตอบกลับ พร้อมทั้งโน้มหน้าลงไปใกล้กับไป๋เสวี่ยมากขึ้นและกระตุกยิ้มที่มุมปากให้ไป๋เสวี่ย

          "โอ๊ยยยย พ่อคุณ พ่อเทพบุตรจุติมาเกิด รู้ค่ะว่าหล่อ ไม่จำเป็นต้องเอาหน้ามาใกล้ขนาดนี้ก็ได้ แถมยังยิ้มมุมปากมาให้อีก หล่อแบดมากค่ะ สเป็กเลย แน่ะๆๆๆยังจะยิ้มอีก เดียวแม่ก็ลากเข้าห้องสะหรอก เฮ้ยคิดอะไรเนี้ย แกบ้าไปแล้วหรอ ตั้งสติเข้าไว้ลูก อย่าไปหลงกับรอยยิ้มนั้น ตั้งสติค่ะตั้งสติ โอ๊ยหล่อ"เธอโอดครวญในใจ หลังจากที่เธอตั้งสติได้แล้วจึงตอบกลับเฉินเปาหยางไป

          "งั้นรึเจ้าคะ...เท่าที่ข้าจำได้นั้น ท่านได้บอกถอนหมั้นกับข้าแล้ว แล้วอย่างนี้ท่านกับข้าจะยังเป็นคู่หมั้นกันอยู่รึ"เธอยิ้มเย็นชาและตอบกลับไป

          เฉินเปาหยางที่ได้ยินไป๋เสวี่ยพูดแบบนั้นออกมาก็ตกใจไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบกลับไป๋เสวี่ย

          "หึ...ใช่ ข้าบอกถอนหมั้นเจ้าแล้ว แล้วอย่างไรล่ะถึงข้าจะบอกถอนหมั้นเจ้า แต่ก็ยังไม่มีราชโองการใดๆออกมา ดังนั้นเจ้ากับข้าก็ยังเป็นคู่หมั้นกันอยู่"เฉินเปาหยางตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้และยิ้มที่มุมปากอีกครั้ง

          โอ๊ย ยิ้มอีกแล้ว กะจะยิ้มให้เธอหัวใจวายเลยรึไง รู้ค่ะว่าหล่อแต่ไม่จำเป็นต้องยิ้มบ่อยแบบนี้ก็ได้ ยิ้มบ่อยเดียวก็รักสะหรอก เฮ้ย พอๆๆๆไปกันใหญ่แล้ว แค่ยิ้มแค่มุมปากเอง แต่ดูดีอ่ะ เฮ้ยยย พอ ตั้งสติ 

          พอเธอตั้งสติและหลุดออกมาจากรอยยิ้มนั้นได้แล้วจึงได้ตอบกลับเฉินเปาหยางไป

               "เอ้...งั้นรึเจ้าคะ แล้วทำไมท่านแม่ทัพไม่ไปทูลขอราชโองการจากฝ่าบาทล่ะเจ้าคะ ทั้งๆที่ท่านก็ได้บอกถอนหมั้นกับข้าไปแล้ว แค่ท่านไปทูลบอกแก่ฝ่าบาทว่าท่านต้องการถอนหมั้นข้า ฝ่าบาทต้องทำตามคำขอของท่านแน่เจ้าค่ะ"เธอพูดออกไปและมองหน้าเฉินเปาหยาง ก่อนจะพูดต่อ"หรือที่ท่านไม่ทูลต่อฝ่าบาทนั้น เป็นเพราะท่านเกิดชอบข้าขึ้นมาจริงๆแล้วเกิดเสียดายข้าขึ้นมากันเจ้าคะ ใช่อย่างที่ข้าคิดหรือไม่เจ้าคะท่านแม่ทัพ"หลังจากที่พูดเสร็จ เธอก็สังเกตเฉินเปาหยางที่มีอาการตกใจออกมาเพียงเล็กน้อยแล้วเธอก็ยกยิ้มมุมปากกลับไปให้เฉินเปาหยาง

               "จะ...เจ้า เจ้าช่างหลงตัวเองยิ่งนัก ข้ารึจะชอบเจ้าและเสียดายเจ้า หึ มันเป็นไปไม่ได้หรอก แล้วที่ข้ายังไม่ทูลต่อฝ่าบาทนั้น ก็เพราะว่าข้ายังไม่ว่างไปเข้าเฝ้าพระองค์ต่างหากเหล่า"เฉินเปาหยางตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก

               "งั้นรึเจ้าคะ...งั้นคงเป็นข้าที่เข้าใจผิดไปเอง ว่าท่านนั้นเกิดชอบข้าและเสียดายข้าจริงๆถ้าต้องถูกถอนหมั้น"เธอพูดออกมาอย่างเศร้าและเดินเข้าไปหาเฉินเปาหยางใกล้ๆพลางส่งสายตายั่วยวนไปให้และใช้นิ้วชี้สัมผัสไปตามหน้าอกแกร่งของเฉินเปาหยางไปมาและเงยหน้ามองเฉินเปาหยางก่อนจะพูดกระซิบที่ข้างหูของเฉินเปาหยางไปว่า"แต่ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ สักวันข้าจะทำให้ท่านชอบข้ารักข้าและเสียดายข้าให้ได้"เธอพูดเสร็จก็พ่นลมหายใจใส่ใบหูของเฉินเปาหยางไปหนึ่งครั้งก่อนจะผละออกมา และดูผลงานของตัวเองก่อนจะยิ้มที่มุมปากอีกครั้ง

               ผิงผิงที่เห็นคุณหนูของตนทำแบบนั้นก็ตกใจด้วยไม่คิดว่าคุณหนูของตนนั้นจะกล้าทำ แต่ที่หน้าตกใจกว่านั้นคือท่านแม่ทัพเฉินเปาหยางที่ยื่นนิ่งเหมือนถูกสาป

               "จะ...เจ้า"เฉินเปาหยางถึงกับพูดไม่ออกที่เห็นการกระทำของไป๋เสวี่ย นี่มันอะไรกันนี้ใช่นางแน่หรือ เฉินเปาหยางได้แต่คิดซ้ำไปซ้ำมา

               "ข้าทำไมหรือเจ้าคะท่านแม่ทัพ"เธอพูดออกไปแต่ก็ไม่มีการตอบโต้ของอีกฝ่าย เธอยจึงพูดต่อ"ถ้าท่านไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวนะเจ้าคะ พอดีว่าข้าเหนื่อยแล้วอยากจะพักผ่อน ข้าขอตัวเจ้าค่ะ"เธอบอกและกำลังจะทำความเคารพต่อเฉินเปาหยาง ก็ได้ยินเสียงของเขาดังขึ้นเสียก่อน

              เฉินเปาหยางที่ได้สติแล้ว จากการการะทำของไปเสวี่ยนั้น จึงพูดขัดขึ้น

               "นี้...นี้เจ้ากล้าไล่ข้ารึไป๋เสวี่ย ข้ารึอุตสาห์มาเยี่ยมเจ้า แต่เจ้ากลับไล่ข้าเช่นนี้ ช่างน่าน้อยใจเสียนี่กระไร"เฉินเปาหยางไม่ยอมแพ้จึงเอ่ยขัดไป๋เสวี่ยขึ้น

               "ไล่...ข้ารึไล่ท่าน ข้าพูดเมื่อไรเจ้าคะว่าข้าไล่ท่าน ข้าพูดว่าไล่ทันหรือเจ้าคะ มีแต่ท่านที่เอ่ยไล่ตนเอง ข้าเพียงแต่เหนื่อยอยากพักผ่อน แล้วยิ่งคุยกับท่านข้าก็ยิ่งเหนื่อย อีกอย่างนะเจ้าคะท่านแม่ทัพ..."เธอเดินเข้าไปหาเฉินเปาหยางอีกครั้ง และพูดกับเฉินเปาหยาง"ข้านั้นไม่เคยบอกหรือขอให้ท่านมาเยี่ยมข้าสักนิด แต่เป็นตัวท่านเองที่มาเยี่ยมข้า แล้ววันนี่ข้าก็ไม่อยากรับแขกด้วย ตอนนี้ข้าก็เหนื่อยแล้ว...เชิญท่านแม่ทัพกลับไปด้วยเจ้าค่ะ"ไปเสวี่ยพูดออกมา และยิ้มที่มุมปากอีกครั้ง"แบบเมื่อครู่นี่แหละเจ้าค่ะที่เรียกว่า ไล่"

               "เจ้า เจ้า"เป็นอีกครั้งที่เฉินเปาหยางพูดไม่ออกกับคำพูดของไป๋เสวี่ย อีกทั้งท่าทางที่แสดงออกต่อเขานั้นช่างเย็นชา ไร้ความเขินอายดังเช่นเมื่อก่อน แล้วสายตานั้นอีก สายตาที่เย็นชา ไม่สนใจในตัวของเขา นี่มันอะไรกัน 

              "ข้า...ข้าทำไม่หรือเจ้าคะท่านแม่ทัพ"อึ้งอยู่นั้นแหละจะอึ้งอีกนานมั๊ย ข้าชักรำคาญแล้วนะ

             "เจ้า..."เฉินเปาหยางที่พูดไม่ออกได้แต่ทำท่าทางกะหวัดกะเหวี่ยงออกไป"ได้...วันนี้เจ้าคงจะเหนื่อย เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ ไว้วันหลังข้าจะมาเยี่ยมเจ้าใหม่ ข้าขอตัว"หลังจากเฉินเปาหยางบอกไป๋เสวี่ยเสร็จก็หันหลังเตรียมเดินออกไปจากสวน แต่ก็ดันได้ยินประโยคที่ไป๋เสวี่ยพูดออกมาเสียก่อน ซึ่งประโยคนั้นทำให้เค้าไม่พอใจนัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

           "ไม่ส่งนะเจ้าคะ...ท่านมาเองได้ ท่านก็ต้องกลับเองได้เช่นกัน"เธอบอกออกไปด้วยท่าทางสบายๆไม่สะทกสะท้านใดๆ

          หลังจากที่เฉินเปาหยางออกไปไกลแล้วผิงผิงจึงเอ่ยขึ้นกับไป๋เสวี่ย

          "คุณหนู...ท่านทำอย่างนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ ถ้าท่านแม่ทัพโกรธขึ้นมาจะทำอย่างไรเจ้าคะ"ผิงผิงเอ็ดไป๋เสวี่ย เพราะรู้ว่าเวลาที่เฉินเปาหยางโกรธนั้นจะเป็นอย่างไร

          "ทำ...ข้าทำอันใดรึ"ไป๋เสวี่ยพูดออกไปอย่างใสซื่อ

          "คุณหนู ท่านก็รู้ว่าอะไร"

          "หึ...ช่างสิ โกรธก็โกรธไป ข้าไม่สน"เธอตอบกลับอย่างไม่รู้สึกอะไร

          "คุณหนู..."ผิงผิงโอดครวญ

          หึ โกรธหรอ ช่างสิ ใครสนกันล่ะ ออกจะสนุกด้วยซ้ำไป เธอไม่ใช่ไปเสวี่ยคนเดิมที่อ่อนแอสักหน่อย แต่เธอไป๋เสวี่ยคนใหม่ คนที่จะทำให้ท่านรู้ว่าการถูกเมินนั้นเป็นเช่นไร คอยดูเถอะ

          

ความคิดเห็น