กำลังง่วงนอน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Out of Control

คำค้น : ญ-ญ, หญิงรักหญิง, ยูริ, Yuri, หัวใจพาไป, ลีลาไม่ดี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2560 13:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Out of Control
แบบอักษร

หลังจากที่เที่ยวเล่นกับเพื่อนๆได้สักพัก มีนาเรศก็ขอตัวกลับบ้านก่อนโดยมีเพื่อนชายที่อาสาไปส่ง ดวงตากลมเหม่อลอยมองรถติดช่วงตอนบ่ายอยู่เงียบๆในรถกระบะสีดำ

‘งั้นบอกพี่มาสิมิ้นท์ ว่าให้พี่มีใครก็ได้’

ใบหน้าหวานขมวดคิ้วเอามือกุมหน้าผากเลื้อยขึ้นไปตามเส้นผมเมื่อคำพูดประโยคนั้นยังก้องอยู่ในสมอง  ซ้ำไปซ้ำมาจนรู้สึกเครียดขัดแย้งกับตัวเองและเริ่มจะปวดหัว  ...ตัวเองก็มีคนอื่นอยู่แล้วๆจะมาพูดแบบนี้ทำไม 

“มิ้นท์เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เสียงของต้าดังขึ้น

“เปล่าไม่มีอะไรหรอก เราแค่เบื่อๆน่ะ รถติดเนอะ”  มีนาเรศยิ้มบางๆ

“งั้นเราไปหาอะไรทำแก้เบื่อกันดีไหม”  ต้ายิ้มกริ่มๆและเลี้ยวรถเข้าซอยทันที 

“ต้าจะพาเราไปไหน”  มีนาเรศถามน้ำเสียงประหม่านิดๆ

“ถ้าบอกก็ไม่สนุกสิ ไม่เอาไปขายหรอก ฮะๆๆ”  ชายหนุ่มมีรอยยิ้มอารมณ์ดีขับรถไปตามทางได้ซักพักก็ถึงลานวัดริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง 

“เชิญทางนี้ครับผม”  ต้าลงไปเปิดประตูรถให้ ผายมือเชิญให้ลงจากรถ 

มีนาเรศแอบงงนิดๆแต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย คนพามาวัดเนี่ยนะจะคิดไม่ดีกับเราได้ เมื่อไหร่พี่เมษ์จะเลิกตั้งแง่กับเพื่อนเราสักที เฮ้อ… 

ร่างเล็กเดินตามชายหนุ่มไปซื้ออาหารปลาแล้วเดินไปที่สะพานริมน้ำ โรยเม็ดอาหารลงไปในน้ำที่มีปลาชนิดต่างๆมากมายต่างแย่งกันกินอย่างยั้วเยี้ยะ  ใบหน้าหวานเผยยิ้มสนุกลืมความเครียดไปชั่วขณะ กำอาหารเม็ดขึ้นมาจากถังใบเล็กเต็มกำมือและหว่านไปให้ทั่วๆอย่างเพลินๆโดยมีเพื่อนชายซื้ออาหารมาให้เพิ่มจนหมดไป 3 ถัง  จึงไปล้างมือและมานั่งเล่นที่ศาลาริมน้ำชมบรรยากาศไปเรื่อยเปื่อย

“น้ำปั่นเย็นๆครับผม ยิ้มออกแล้วพร้อมจะกลับหรือยัง”  ชายหนุ่มเดินยิ้มกลับมาพร้อมแก้วน้ำยื่นให้

“กลับเลยก็ดี ขอบใจนะต้าที่พาเรามา”  มีนาเรศยิ้มรับน้ำมาดูดแล้วลุกขึ้นเดินกลับไปที่รถอย่างอารมณ์ดี 

“ไม่เป็นไร เชิญขึ้นรถคราาบ” หนุ่มหน้าใสแสยะยิ้มบางๆอย่างพอใจเมื่อน้ำในแก้วถูกดูดกลืนไป เปิดประตูผายมือเชิญร่างเล็กให้ขึ้นรถด้วยความกะล่อนเจ้าเล่ห์

รถคันสีดำขับเคลื่อนออกไปได้ไม่นานร่างเล็กก็เริ่มรู้สึกเพลียๆหาวนอนแต่ก็พยายามจะไม่หลับเพราะต้องบอกทาง ทำไมจู่ๆก็ง่วงอย่างงี้นะ 

“ง่วงก็หลับสิมิ้นท์เห็นหาวตั้งหลายทีแล้ว”  ชายหนุ่มขับรถไปยังจุดหมายอย่างใจเย็น 

“แล้วต้าจะส่งเราถูกได้ไงเธอไม่เคยไปบ้านเรานะ ไฟแดงข้างหน้าเลี้ยวซ้ายเลย” 

“หึหึ เดี๋ยวจะส่งให้ถึงสวรรค์เลยล่ะ” ชายหนุ่มพึมพำออกมาเบาๆเพราะจ้องจะเขมือบมาตั้งนานแล้วเพียงแต่รอเวลาและจังหวะเท่านั้น  ฮึ! ในที่สุดก็ตายใจและยอมไปกับเราเองง่ายๆ จะหาว่าเราฉุดก็คงไม่ได้ ฮะๆๆ

“ต้าว่าไงนะ”  มีนาเรศหันไปมองและกะพริบตาถี่ๆเมื่อเปลือกตาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ 

ชายหนุ่มยิ้มกริ่มๆไม่พูดอะไรขับรถต่อไปโดยไม่สนใจจะเลี้ยว 

“นี่ต้าจะไปไหน ทำไมเมื่อกี้ถึงไม่เลี้ยว?” ใบหน้าหวานขมวดคิ้วหันไปถาม

“ก็บอกแล้วว่าจะพาไปทำอะไรแก้เบื่อ ความจำสั้นจังนะมิ้นท์”

“หมายความว่าไง?”  มีนาเรศถามเสียงเบาด้วยความง่วง ไม่นานนักรถกระบะสีดำก็เลี้ยวเข้าซอยที่ตนไม่คุ้นเคย 

“ต้าจะพาเราไปไหน มันจะค่ำแล้วนะเราอยากกลับบ้าน” 

“จะรีบกลับไปทำไมบ้านมันไม่หนีไปไหนเหรอ ไปสนุกกันดีกว่านะ” 

“ไม่! เราจะกลับเดี๋ยวนี้”  ใบหน้าหวานส่ายศีรษะมึนๆไปมาเมื่อรถสีดำเลี้ยวเข้าไปในสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเดาไม่ยากว่าเป็นม่านรูด ร่างเล็กไม่รอช้ารีบเปิดประตูลงจากรถ ขณะที่รถยังไม่ทันจอดได้สนิทและรีบหนีทันทีอย่างโซซัดโซเซจนหกล้มอยู่หลังรถ

“จะไปไหนคนสวย ง่วงไม่ใช่เหรอเดี๋ยวจะพาไปนอน”  ชายหนุ่มตามมาพยุงแต่อีกคนก็ดื้อดึงจึงต่อยท้องไปหนึ่งที

“อุก...ต..ต้าปล่อยเราไปนะอย่าทำแบบนี้”  ใบหน้าหวานเหยเกงอตัวเอามือกุมท้องตัวเองโดยอัตโนมัติด้วยความจุก พยายามขอร้องเพื่อนชายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“เดี๋ยวปล่อยแน่แต่ไปสนุกกันก่อน แล้วจะติดใจ” ชายหนุ่มยิ้มร้ายลากคนตัวเล็กเข้าไปในห้องผลักลงบนเตียงนอน เลียริมฝีปากจ้องมองหญิงสาวอย่างหื่นกระหาย   ในเมื่อโอกาสทองมาถึงแล้วใครจะยอมปล่อยไปง่ายๆ อุตสาห์อดทนรอมาตั้งนาน นี่ก็ดันดื้อยาซะด้วยแต่แบบตื่นๆแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน น่าจะมันดี 

ชายหนุ่มรีบถอดเสื้อตัวเองและคลานขึ้นไปบนเตียง ส่งมือหนาลูบผิวขาวๆของเรียวขาด้วยสายตาเป็นมัน

“อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ!”  มีนาเรศผวาไม่น้อย รวบรวมสติและพละกำลังที่มีอยู่ยกเท้าถีบตัวเพื่อนชายออกห่างและคลานลงจากเตียง 

“กล้าถีบกูเลยเหรอ! มึงชอบแบบซาดิสต์ใช่ไหมเดี๋ยวจัดให้!”  ชายหนุ่มหงายหลังเล็กน้อย รีบตามไปจับคนตัวเล็กกว่าเหวี่ยงลงที่เตียงและตามประกบซุกไซ้ใบหน้าเข้าหาซอกคอหอมๆ  ขบเม้มแรงๆจนเกิดรอยอย่างเมามันพร้อมกระชากเสื้อตัวสวยจนได้ยินเสียงกระเด็นของเม็ดกระดุมกระทบลงบนพื้น 


ในขณะเดียวกัน

พนักงานคนหนึ่งกำลังเดินตรวจดูพื้นที่ตามปรกติก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในม่านหลังหนึ่งและดับไป จึงเดินสำรวจต่อแต่ก็ได้ยินเสียงอีกครั้งจึงตัดสินใจเดินไปทางต้นเสียง  แหวกม่านเล็กน้อยก็เห็นโทรศัพท์รุ่นใหม่ตกอยู่ที่พื้นจึงหยิบขึ้นมาดู และเห็นรูปพร้อมชื่อคนที่กำลังโทรมาเป็นดาราสาวสวยปรากฏขึ้นบนหน้าจอ 

“ทำไรวะไอ้เป้ อู้งานเหรอ” 

“เปล่าครับเฮีย บังเอิญมีมือถือตกอยู่ครับเมื่อกี้มีดาราโทรมาด้วย”  พนักงานที่ชื่อเป้สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโดนเจ้านายดุ

“เหรอ ไหนดูดิ”  สาวหล่อก้าวเท้าเข้าไปใกล้หยิบโทรศัพท์มากดดูหน้าจอก็เห็นภาพ wallpaper เป็นรูปสาวน้อยคุ้นหน้าถ่ายร่วมกับเพื่อนๆซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือน้องสาวของตน  

“โทรศัพท์ของมิ้นท์นี่ แกไปเอามาจากไหน”  ซันขมวดคิ้วถามลูกน้อง 

“เอ่อ...ตกอยู่หลังม่านนี้เลยครับ เฮียรู้จักเจ้าของเหรอครับ” 

ใบหน้าเท่หล่อใสอึ้งตึงนิดๆไม่คิดว่าสาวน้อยน่ารักจะมาอยู่ในสถานที่แบบนี้ได้ ไม่นานนักเสียงสมาร์ทโฟนก็ดังขึ้นอีกครั้งจึงกดรับสาย 

“ฮัลโหล” 

[“นั้นใครน่ะ มิ้นท์อยู่ไหนทำไมไม่รับสาย?”]  เสียงดาราสาวดังขึ้น

“แล้วคิดว่าใครล่ะ”  สาวหล่อตอบกวนๆ 

[“ซัน? นั้นนายใช่ไหม..., น้องเมษ์ค่ะได้เวลาเข้าฉากแล้วค่ะ, ค่ะเดี๋ยวเมษ์ไป”]  เสียงแทรกซ้อนจากทีมงานดังขึ้น 

[“นี่พาน้องฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ แล้วก็ฝากบอกมิ้นท์ด้วยว่าถึงบ้านแล้วให้รีบโทรกลับ แค่นี้นะ”]  เมษาธิดาเอ่ยเสียงร้อนรนด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเพราะบังเอิญเห็นซินดี้กับนิชาจึงเข้าไปทักและถามหาน้องสาว ทั้งสองก็บอกว่ากลับไปนานแล้วพร้อมกับชายหนุ่ม

“ไรวะ ยังคุยไม่รู้เรื่องเลย” ซันถอนลมหายใจเบาๆเมื่ออีกคนวางสายไป เปิดม่านมองดูรถกระบะสีดำก่อนจะขมวดคิ้วชั่งใจอยู่เพียงครู่ก็เดินตรงไปที่ประตู เพราะเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองว่าสาวน้อยที่ตนรู้จักไม่มีทางมาในสถานที่แบบนี้แน่ 

“ไอ้เป้เอากุญแจมาดิ๊!”  ซันไม่รอช้าถือวิสาสะไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปก็เห็นหนุ่มคุ้นหน้ากำลังปู้ยี่ปู้ยำสาวน้อยที่มีท่าทางไม่เต็มใจ 

“เฮ้ย!! ไอ้ต้ามึงทำไมทำงี้วะ!” 

ผวัะ! ตุ๊บ! ต๊าบ!

สาวหล่อร่างสูงรีบเข้าไปชกทันทีโดยไม่คิดที่จะยั้งมือด้วยความโมโห

“ไอ้ซันมึงมายุ่งอะไรกับกูวะ มึงไม่มีปัญญาก็อย่าเสือก!”  ชายหนุ่มเซตั้งหลักและหันไปสู้หวังจะต่อยคืนแต่ก็พลาดจึงหันไปเหวี่ยงกำปั่นอีกครั้งอย่างเจ็บใจ เชี้ยมาได้ไงวะขัดจังหวะฉิบ

“เออ! กูไม่มีปัญญาคิดเรื่องชั่วๆแบบนี้โว๊ย! เก่งนักเหรอมึงอ่ะ แน่จริงมึงอย่าเก่งแต่กับคนไม่มีทางสู้ดิวะไอ้หน้าตัวเมีย!”  ซันหลบกำปั้นไร้ชั้นเชิงได้อีกครั้งและสวนกลับไปหนักๆอย่างมีทักษะ ตามด้วยหัวเข่ากระทุ้งเข้าเต็มแรงกลางหน้าท้องจนชายหนุ่มล่วงลงไปกองที่พื้นด้วยความจุก 

“พวกแกเอามันออกไปกระทืบแล้วเรียกตำรวจมา”  สาวหล่อหันไปสั่งลูกน้องที่เริ่มจะตามเข้ามาดูอีกสองสามคน

“ครับเฮีย”

“ยะ...อย่านะครับพี่ผมผิดไปแล้วอย่าทำผมเลย ผมไม่อยากเข้าคุก...” เสียงชายหนุ่มร้องขอยกมือไหว้ขณะที่ถูกลากตัวออกไป

“มิ้นท์เป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”  ซันเข้าไปนั่งข้างๆสาวน้อยที่นั่งกุมเสื้อกอดเข่าสะอึกสะอื้นเบาๆอยู่ชิดหัวเตียง

“ฮือๆๆพี่ซันช่วยมิ้นท์ด้วย!”  เสียงเล็กเอ่ยออกมาอย่างอ่อนแรงและโผกอดสาวหล่อผู้เป็นที่พึ่งก่อนจะวูบน็อคหมดสติไปด้วยฤทธิ์ยา



หลายชั่วโมงผ่านไป  มีนาเรศเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งพร้อมสัมผัสของอะไรบางอย่างแตะๆบนใบหน้า

“ฮืออย่านะ”  ร่างเล็กมีอาการตื่นตกใจ ผวาลุกขึ้นปัดป้องมือของคนข้างๆอย่างเสียขวัญ 

“มิ้นท์ๆนี่เราเองนะ มิ้นท์! นิชาเอง”  นิชาพยายามเรียกสติเพื่อน 

“นิชา? นี่ฉันอยู่ที่ไหน?” ใบหน้าหวานหายใจแรงเหลือบมองไปรอบๆก็เห็นตัวเองนั่งอยู่บนโซฟาในบ้านหลังหนึ่ง

“บ้านยัยซินดี้ไงจำไม่ได้เหรอ เธอปลอดภัยแล้วนะ”  นิชาวางผ้าชุบน้ำลงและหันไปจับมือปลอบใจเพื่อน

“มิ้นท์ มันทำอะไรแกไปบ้าง? แกไม่เป็นไรใช่ไหม? พวกฉันไม่น่าปล่อยให้แกกลับไปกับไอ้หมอนั้นเลย เวรแท้ๆรู้หน้าไม่รู้ใจ  นี่ดีนะที่พี่ซันอยู่คุมงานเลยจำโทรศัพท์แกได้ พอรู้ ฉันกับนิชาก็รีบมาเลยนะ ฉันนี่อยากจะกระทืบมันจริงๆเลย”  ซินดี้ถามด้วยความเป็นห่วงและบ่นไปเรื่อยอย่างนึกเจ็บใจ เข้าไปนั่งลงข้างๆเพื่อนตัวเล็กและลูบหลังปลอบใจ

“พาเรากลับบ้านหน่อยนะ เราอยากกลับบ้านแล้ว”   เสียงเล็กเอ่ยออกมาอย่างกระสับกระส่ายพร้อมเขย่าแขนเพื่อน

“แกใจเย็นๆนะเดี๋ยวรอพี่ซันเคลียเรื่องให้เสร็จก่อน ฉันยังขับรถไม่แข็งอ่ะ คอยให้พี่ซันไปส่งนะ เดี๋ยวเอารถเก๋งไปส่งก็ได้ ไปกันหมดนี่เลย”  ซินดี้พยายามต่อรอง

มีนาเรศพยักหน้าเบาๆ ในใจนึกขอบคุณที่มีคนดีๆเข้ามาช่วยไว้ได้ทันเวลา  และที่เคยยอมกลับบ้านกับสาวหล่อเป็นประจำก็เป็นเพราะมีเพื่อนสนิทอย่างซินดี้รับประกันความปลอดภัยให้เสมอ 

“เออนี่...พี่เมษ์โทรหาหลายรอบแล้วนะแต่พวกฉันไม่กล้ารับสายอ่ะ คือ...ไม่กล้าบอกน่ะแต่ก็เขียนข้อความตอบไปแล้วนะว่าเธออยู่บ้านซินดี้ พี่เธอเลยเลิกโทร” นิชาเปล่งเสียงกระอ้อมกระแอ้มพร้อมส่งมือถือให้เพื่อนด้วยสีหน้าจืดจางรู้สึกผิด ถ้าหากยื้อเอาไว้ตอนนั้นเพื่อนตัวเล็กก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้ 

“ไม่เป็นไร ขอบใจนะ”  มีนาเรศคว้าโทรศัพท์มากดดูก็เห็น missed calls เป็นสิบๆสาย ใบหน้าหวานหงอยลงด้วยความผิดหวังกับตัวเองที่ดูคนผิดไป อีกทั้งยังดื้อรั้นไม่เชื่อฟังคำตักเตือนจากพี่สาวและมารดา มันยิ่งทำให้เธอไม่อยากบอกใครทั้งนั้นถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพราะไม่อยากได้ยินคำซ้ำเติมที่อาจจะตามมา

เวลาเกือบ 5 ทุ่ม รถเก๋งสี่ประตูแล่นมาจอดหน้าบ้านหลังสีเขียว ร่างเล็กก้าวลงจากรถมองบ้านที่มีไฟเปิดแล้วแต่ไม่มีรถจอดอยู่ บ่งบอกว่าใครบางคนนั้นเข้าบ้านแล้วแต่กลับออกไป  ใบหน้าหวานแอบโล่งใจอยู่ไม่น้อยเพราะเธอไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้าในตอนนี้ 

“แน่ใจนะว่าจะไม่ให้ฉันอยู่เป็นเพื่อน” ซินดี้เลื่อนกระจกลงถามย้ำอีกครั้งอย่างเป็นห่วง 

“อืม ฉันไม่เป็นไรแล้วขอบใจนะที่มาส่ง ขอบคุณนะคะพี่ซัน”  มีนาเรศเผยยิ้มแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรและชะโงกหน้าเข้าไปขอบคุณด้วยน้ำเสียงจริงใจ 

“ไม่เป็นไร คราวหลังก็อย่าหัดไว้ใจใครง่ายๆล่ะ ถ้าโอเคแล้วงั้นพี่ไปก่อนนะ ต้องไปส่งนิชาอีก”  ซันกล่าวตักเตือนเสร็จก็โบกมือลาและขับรถออกไป 

“ค่ะ บ๊ายบาย”  มีนาเรศยิ้มโบกมือลากลับไปแล้วเปิดประตูรั้วเข้าบ้าน เดินขึ้นบันไดตรงไปทางห้องนอนและคว้าผ้าเช็ดตัวเตรียมจะอาบน้ำ 

ดวงตากลมมองสภาพตัวเองในเงากระจกก็เห็นร่องรอยตามซอกคอจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงรีบก้าวเท้าไปเปิดฝักบัว ขัดถูเนื้อตัวของตัวเองด้วยความรู้สึกสกปรกและขยะแขยง  มือบางคว้าสบู่มาถูแล้วถูอีก ไม่อยากให้หลงเหลือแม้แต่กลิ่นสาบของมนุษย์เหลือเดนผู้นั้น ก่อนจะปล่อยโฮออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจและนั่งลงกอดเข่าที่พื้น  สะอึกสะอื้นทั้งเสียใจ เสียความรู้สึก ผิดหวังเจ็บใจและโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน หากย้อนเวลากลับไปได้จะไม่เข้าใกล้ ไม่ให้คนน่ารังเกียจคนนั้นถูกเนื้อต้องตัวเลยแม้แต่นิดเดียว 

“ฮึก..ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ฮือๆๆ” ใบหน้าหวานปล่อยน้ำตาให้ไหลรินปะปนกับสายน้ำที่กระทบลงบนผิว ปลดปล่อยอารมณ์ความอ่อนแอที่ไม่อยากแสดงให้ใครเห็น ปลอบโยนตัวเองจนน้ำตาแห้งเหือดไม่มีออกมาให้ไหลในที่สุด 


ผ่านไปนานสักพัก  มือบางปิดน้ำฝักบัวและคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันกาย ส่องตัวเองในเงากระจกก็ต้องพ่นลมด้วยความขัดตาขัดใจ เพราะยังคงเห็นร่องรอยน่ารังเกียจที่ขัดเท่าไหร่ก็ลบไม่ออก  จึงคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมทับอีกที ดึงกระชับให้แน่นมิดชิดปกปิดร่องรอยที่ไม่อยากเห็น แล้วจึงนำไดร์เป่าผมมาจัดการเป่าผมให้แห้งตามปรกติ 

ร่างเล็กก้าวเท้าออกจากห้องน้ำเมื่อผมแห้ง หายใจฟุดฟิดรู้สึกมึนหัวเวียนศีรษะเหมือนจะไม่สบาย จึงตัดสินใจจะเดินลงไปหยิบยาด้านล่างโดยที่ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยเพราะคิดว่าไม่มีใครอยู่บ้าน  แต่ทันทีที่เปิดประตูก็เห็นร่างสูงยื่นตาแดงก่ำอยู่หน้าห้อง พร้อมกลิ่นของแอลกอฮอล์ฟุ้งกระจายราวกับไปอาบมา

“กลับมาได้แล้วเหรอ ไปไหนกับมันมาล่ะ คงจะสนุกมากสินะถึงไม่กลับบ้านกลับช่อง” เมษาธิดาขับรถกลับมาถึงบ้านได้ก็ขึ้นบันไดมาดูว่าน้องสาวกลับบ้านหรือยัง แต่ประตูก็เปิดออกพอดี

“พี่เมษ์ดื่มมาเหรอ อย่าหาเรื่องได้ไหม เมาแล้วก็ไปนอนสิ”  ร่างเล็กก้าวถอยหลังทันทีที่อีกคนเดินเข้ามาใกล้ 

“ทำไม พูดความจริงทำเป็นรับไม่ได้? เที่ยวไปกับคนนู้นทีคนนี้ที คงจะเร้าใจมากสินะ เปิดกันไปถึงไหนแล้วล่ะ?”  ใบหน้าคมนิ่งขรึมสบตาร่างเล็กโดยไม่กะพริบ

“พูดเรื่องอะไรอย่ามาหยาบคายแบบนี้นะ ออกไป!” มีนาเรศชักสีหน้าไม่พอใจเมื่อได้ยินคำกล่าวหา รู้สึกผิดหวังน้อยใจที่โดนดูถูกทั้งๆที่เธอเพิ่งจะผ่านอะไรมา จึงยกมือขึ้นผลักดันร่างสูงให้ออกไปด้วยเรี่ยวแรงที่มีอยู่  เพราะตอนนี้จิตใจเธอไม่พร้อมจริงๆที่จะรับฟังคำพูดพวกนั้น

“ฮึ ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแล้วรู้ได้ไงว่าหยาบคายห๊ะ? คงจะเพลินมากเลยสินะแค่รับโทรศัพท์ยัง…” มือเรียวจับข้อมือเล็กไม่ให้ผลักไส สายตาก็เหลือบเห็นร่องรอยสวาทบนซอกคอขาวใสเมื่อเสื้อคลุมขยับเขยื้อน ใบหน้าคมสวยชะงักอึ้งเพ่งมองเครื่องหมายตอกย้ำหัวใจว่าร่างเล็กกลายเป็นอื่นไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป 

“มิ้นท์ไม่ได้ทำอย่างที่พี่เมษ์กล่าวหา ที่ไม่ได้รับโทรศัพท์ก็เพราะ…”  มีนาเรศอยากจะอธิบายแต่ก็น้ำเสียงกลืนหายพูดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะยังสะเทือนใจอยู่ไม่น้อย

“จะแก้ตัวว่าไงก็พูดมาสิหรือว่ายังคิดไม่ออก? ทำเป็นไร้เดียงสาคิดว่าพี่คงโง่มากสินะ บอกอะไรก็เชื่อก็ทำตามจนกลายเป็นของตาย  จะทิ้งจะขว้างเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วตัวเองก็ไปร่านกับคนอื่น กลางวันไปกับคนนึง กลางคืนอยู่กับอีกคนนึง…” น้ำเสียงประชดประชันตามด้วยคำดูถูกเปล่งออกมา  เมษาธิดากำมือแน่นจนเริ่มสั่นเมื่อความอดทนถึงขีดจำกัดและกำลังจะระเบิดออกมาในไม่ช้า  ฮึ! หลักฐานก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าไปทำอะไรมา 

“เจ็บนะ! พี่เมษ์ไม่รู้อะไรก็อย่าพูด มิ้นท์บอกให้ออก...อื้อ!...มิ้นท์บอกให้หยุด!” ใบหน้าหวานเหยเกพยายามสะบัดมือให้หลุดพ้น ตวาดเสียงไล่ยังไม่ทันจบริมฝีปากสวยก็เข้ามาประกบอย่างดุดัน จึงออกแรงดันไหล่ของคนตรงหน้าทันที

“ทำไม? ไอ้ไก่อ่อนมันไม่ถึงใจหรือไงถึงได้วิ่งแจ้นไปหาไอ้ซันจนถึงบ้าน”  เมษาธิดาขบฟันแน่นทั้งโกรธทั้งหึงหวงและเจ็บช้ำอุราในเวลาเดียวกัน จับร่างเล็กเหวี่ยงลงบนเตียงนุ่มในห้องนอนสีฟ้าแล้วตามประกบ แหวกเสื้อคลุมให้แน่ชัดว่ามีรอยตีตรามากน้อยเพียงใด 

“พี่เมษ์! จะทำอะไรปล่อยนะ!” ร่างเล็กผวาจับเสื้อคลุมเข้าหากันพร้อมเอ่ยเสียงตวาดลั่น 

“จะดูให้เห็นกับตาไงว่าไปมั่วกับใครมาบ้าง จะหวงทำไม ทีกับคนอื่นยังไม่เห็นอาย” มือเรียวกระตุกเชือกมัดเอวและกระชากปมผ้าขนหนูด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ถอดออกให้หมดโดยไม่สนใจกิริยาต่อต้านขัดขืนหรือเสียงร้องห้ามประท้วงใดๆ  สายตาคมร่ายมองเรือนร่างอรชรซ่อนรูปก็เกิดอารมณ์พิศวาส เม้มริมฝีปากกลืนน้ำลายลงคอคล้ายได้เห็นของหวานล่อตาล่อใจ

ผิวขาวใสอมชมพูเอวบางร่างน้อยหน้าอกหน้าใจขนาดพอดี ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ช่างยั่วยวนจิตใจให้กระเจิดกระเจิงจนแทบไม่อยากให้หลุดมือไป  ฝ่ามือเรียวย้ายมาสัมผัสแก้มใสแผ่วเบาด้วยสายตาหยาดเยิ้มเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนา

“ฮือๆ พี่เมษ์อย่านะมิ้นท์กลัว”  ร่างเล็กร้องห้ามเสียงสั่นเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไป ภาพที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้แล่นกลับเข้ามาในสมอง ยกมือขึ้นปิดบังความสาวอย่างแสนอายกับเนื้อตัวเปล่าเปลือยของตัวเอง แต่ก็ไม่พ้นสายตาเพ่งเล็ง 

เมษาธิดาไม่รอช้าส่งริมฝีปากเข้าประกบกลีบปากบาง คลายปลายลิ้นเร่าร้อนเข้าฉกชิมความหอมหวานในโพรงปากของคนด้านล่างทันที กวาดต้อนเกี่ยวพันลิ้นเล็กอย่างคุ้นเคยชำนาญ 

“ฮา!~...หยุดนะ!...งือ~”  ริมฝีปากบางหายใจแรงหันหน้าหนีพยายามประท้วงร้องห้ามแต่ริมฝีปากสวยก็ตามมาประกบโดยไม่เว้นช่องว่างให้หายใจ 

เมษาธิดาหยุดตัวเองไม่ได้แล้ว เมื่ออารมณ์ความต้องการเก็บกดสะสมทั้งหลายทั้งมวล กำลังจะระเบิดออกมาอย่างไร้สติยับยั้งห้ามใจด้วยฤทธิ์ของน้ำมึนเมาในร่างกาย  สอดแทรกปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากบางหอมหวานซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉกชิมความหวานผสมผสานด้วยความกระหายจนคนตัวเล็กเริ่มอ่อนปวกเปียก จึงย้ายปลายลิ้นขบเม้มใบหูแดงก่ำเบาๆซึ่งรู้ดีว่าเป็นจุดอ่อน  ปลุกไฟสวาทให้ยอมจำนนคล้อยตามบทรักที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า 

“ฮือ~อย่า…” ใบหน้าหวานร้อนวูบวาบเกร็งตัวหลับตาปี๋ ขนลุกเป็นเกรียวซู่ซ่าจนต้องเอียงคอหลบหนีริมฝีปากสวย แต่มันกลับเป็นการเปิดโอกาสให้อีกคนได้ซุกไซ้ลำคออีกข้าง ถึงแม้ไม่ชอบไม่พอใจ 

แต่ก็แปลก...

ที่ไม่ได้รู้สึกรังเกียจขยะแขยงอย่างที่ควรจะเป็น

ริมฝีปากสวยจูบลงไปตามลำคอโลมเลียจนรับรู้ถึงอาการสะท้านเกร็งพร้อมเสียงกระเส่าอื้ออึงเล็กๆน้อยๆ  ซึ่งมันเป็นสิ่งกระตุ้นอารมณ์ความต้องการให้เพิ่มมากขึ้นได้เป็นอย่างดี 

“ฮือ~พี่เมษ์...พอแล้วเลิกเล่นนะ มิ้นท์ยอมแล้วปล่อยมิ้นท์นะ...ฮือๆ” มีนาเรศเริ่มเสียขวัญหวาดผวาจนหดตัว ปัดป้องฝ่ามือที่กำลังจะคุกคามสิ่งหวงห้าม เกร็งแขนปิดกั้นไม่ให้ฝ่ามือร้อนระอุได้สัมผัสแตะต้อง   น้ำตาเริ่มหลั่งไหลหวาดกลัวแต่ในใจก็หวังว่ามันเป็นเพียงการแกล้งการหยอกเล่นที่สั่งให้หยุดได้ อยากให้พี่สาวใจดีและใจเย็นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

มือเรียวจับข้อมือเล็กแยกออกและกดลงบนฟูกนุ่มๆของเตียงนอนโดยไม่สนใจการขัดขืน ขณะที่จูบต่ำลงไปเรื่อยๆจนถึงเนินหน้าอกขาวใส จึงอดไม่ได้ที่จะฝากรอยรักไว้บนเนินอกนุ่มหอมละมุนน่าทะนุถนอม   ก่อนจะลากปลายลิ้นจนไปสะดุดกับยอดอกสีชมพู่น่ารักจิ้มลิ้ม ช่างดูน่ากินจนต้องหยุดมองและกลืนน้ำลายลงคอ แล้วส่งเรียวปากเข้าครอบครองความน่ารักอ่อนไหว  ขยับลิ้นวนไปวนมาผสมดูดดึงจนกลายไปสีแดงระเรื่อแสนเพลิดเพลินสุขใจ จึงเปลี่ยนไปให้ความสนใจกับอีกข้างพร้อมย้ายมือมาขยำบีบนวดทั้งสองเต้าอย่างมันเขี้ยวจนเผลอหนักมือไปหน่อย

“อืมม…~พิ พี่เมษ์...เจ็บ”  ร่างเล็กผวากอดกุมศีรษะของพี่สาวเอาไว้ซะงั้นขณะที่แอ่นอกรับสัมผัสแปลกใหม่ที่อีกคนกำลังมอบให้ สอดมือขยำเส้นผมหนานุ่มลื่นมือที่มีกลิ่นหอมลอยฟุ้งมาแตะจมูก   ใบหน้าหวานเม้มริมฝีปากเก็บเสียงน่าอายที่หลุดออกมาเป็นระยะๆ ทั้งๆที่สมองสั่งให้ต่อต้านขัดขืนแต่ร่างกายก็โอนอ่อนผ่อนตาม ไม่เป็นอย่างที่ใจต้องการเลยแม้แต่นิด 

“ฮืมม…~” เมษาธิดาฮึมฮัมพอใจกับปฏิกิริยาโต้ตอบ เมื่อทักทายทรวงอกขาวใสน่ารักพอดีมือจนพอใจแล้ว จึงค่อยๆเคลื่อนย้ายริมฝีปากต่ำลงเรื่อยๆท่ามกลางอาการหดเกร็งสั่นไหวของหน้าท้องเนียนราบ  จนถึงสะดือหลุมเล็กน่ารัก ริมฝีปากสวยกระตุกยิ้มมันเขี้ยว แหย่ปลายลิ้นเป็นการทักทายหยอกล้อโดยไม่รังเกียจ ส่งผลให้ร่างเล็กสั่นสะท้านหนักกว่าเดิม

“ฮื้อ!” ร่างเล็กกระตุกเฮือกออกแรงดิ้นพลิกตัวหวังจะหนีตามสัญชาตญาณ เมื่ออีกคนคุกคามเข้าใกล้พื้นที่สงวนมากจนเกินไป

“หึหึ” เมษาธิดาหัวเราะในลำคอตามตะครุบไว้ทันทีและจับร่างเล็กกดแนบลงบนเตียงนุ่ม บีบเคล้นก้นเนียนตามอารมณ์อย่างชอบอกชอบใจและสุดแสนจะมันเขี้ยวในเนื้อตัวล่อนจ้อนเปล่าเปลือยของคนตรงหน้า

“พี่เมษ์...ปล่อยมิ้นท์เดี๋ยวนี้นะ! มิ้นท์จะฟ้องคุณแม่!”  มีนาเรศแผดเสียงเรียกสติคนข้างหลังพร้อมออกแรงดิ้นจนเริ่มเหนื่อย  เนื้อตัวผวาเกร็งไปหมดเมื่ออีกคนสัมผัสตรงนู้นตรงนี้ไม่จบไม่สิ้น 

เมษาธิดาแทบไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ความรู้สึกผิดถูกชั่วดีปลิวหายไปจากสามัญสำนึก เหลือเพียงความเก็บกดต้องการที่สะสมมาเป็นปี  อยากจะเชยชมเรือนร่างบอบบางแต่ซ่อนรูป มือเรียวลูบไล้ผิวขาวสะอาดสดใส เนื้อนุ่มหอมละมุนละไมยั่วยวนน่ากิน ยิ่งเห็นยิ่งสัมผัสมากเท่าไหร่ก็ยิ่งอยากจะจูบให้ทั่วทุกซอกทุกมุมมากเท่านั้น

ริมฝีปากสวยค่อยๆโน้มลงไปชโลมจูบโลมเลียฝากรอยรักไปทั่วแผ่นหลังขาวใส ลากปลายลิ้นขึ้นมาเรื่อยๆตามร่องสันหลังจนไปถึงลำคอ  สูดดมกลิ่นหอมละมุนจากเส้นผมและงับใบหูแดงก่ำอีกครั้ง หยอกเย้าตามที่ใจต้องการมานานนม

“อ๋า~..พี่เมษ์...มิ้นท์บอกให้หยุด…งือ~” มีนาเรศงอแงเอ่ยเสียงห้ามออกมาอย่างแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน ขนลุกซู่ซ่าไปทั่วแผ่นหลังลามไปถึงเส้นผมบนหนังศีรษะ จนต้องห่อไหล่เกร็งตัวแข็งทื่อกับความรู้สึกจั๊กกะจี๋แปลกๆ  เนื้อตัวอ่อนยวบปวกเปียกวาบหวิวขึ้นมาอีกครั้ง 

เมษาธิดาจับร่างเล็กพลิกตัวแล้วตามประกบริมฝีปากบาง ฉกชิมความหวานละมุนปานน้ำผึ้งหายากจนพอใจจึงถอนริมฝีปาก จ้องมองใบหน้าหวานแดงระเรื่อน่ารักพลางลูบแก้มใสบางเบาอย่างเอ็นดู 

“ฮ่า!..ฮา..ฮา..” ริมฝีปากบางผ่อนลมหายใจหอบเหนื่อยสั่นระริกจากบทจูบที่แสนเนิ่นนาน ดวงตาเลื่อนลอยหวานเยิ้มยอมจำนนเหมือนโดนสะกดให้เคลิบเคลิ้มเผลอไผล สองมือจับไหล่คนบนตัว  ใจคิดอยากจะผลักไสแต่ก็เคลิ้มจนมือไม้อ่อนหมดเรี่ยวหมดแรง 

ร่างสูงดันตัวเองลุกขึ้นเมื่อเห็นอาการสิ้นฤทธิ์ของคนตัวเล็กเพราะต้องการจะทักทายจุดเป้าหมายใหม่ มือเรียวจับงัดเรียวขาขาวใสแยกออกจากกันทันที!

“พี่เมษ์! จะทำอะไร หยุดนะ!”  มีนาเรศสะดุ้งตัวหลุดจากภวังค์ รีบถอยตัวดิ้นหนีหนีบขาและเอามือปิดด้วยความอาย

“ทำไม? กลัวพี่ไม่ถึงใจหรือไงห๊ะ!?  กิริยาแบบนี้เลิกใช้สักทีได้ไหม กับพี่ทำเป็นหวงเนื้อหวงตัวทีกับคนอื่นคงจะอ้าให้มันเอาง่ายๆ!” ดาราสาวตวาดเสียงขัดใจ จับขาร่างเล็กแล้วดึงกลับมา

“เพี๊ยะ! หยุดหยาบคายเดี๋ยวนี้นะ!” มีนาเรศเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา เจ็บลึกไปถึงหัวใจเมื่อได้ยินคำพูดพวกนั้นจากปากของคนที่รักและไว้ใจ

ใบหน้าคมสวยหันไปตามแรงตบ ยกมือขึ้นลูบใบหน้าชาๆที่ยังเจ็บน้อยกว่าหัวใจที่ถูกย่ำยีทำลายเป็นหลายเท่า  คนที่ตนเฝ้าทะนุถนอมมาโดยตลอด ไม่เคยให้ต้องแปดเปื้อนหรือมัวหมองแม้แต่อย่างใด จะกลับกลายเป็นของคนอื่นไปง่ายๆ

“ฮึ งั้นชอบแบบไหน? แบบนี้ดีไหม?” ดวงตาคมแข็งกร้าว คงไม่ต้องนุ่มนวลแล้วให้เสียงเวลา มือเรียวคว้าเชือกมัดเอวจากเสื้อคลุมที่อยู่ใกล้ๆ รวบข้อมือเล็กและใช้เชือกมัดติดกันแน่น  แล้วจับงัดเรียวขาขาวใสแยกออกอีกครั้งก่อนจะแทรกตัวเองเข้าระหว่างกลางไม่ให้หนีบหรือหุบลงได้

“พี่เมษ์...ฮือๆๆอย่านะคะ...มิ้นท์ไม่เอา...อือ..!” 

มีนาเรศขวัญเสียตกใจ ยกมือจะปิดความอายแต่ก็ไม่ถนัดนัก 

มือเรียวจับข้อมือเล็กที่ถูกมัดติดกันขึงไว้เหนือหัวและจูบริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วงเร่าร้อนตามความต้องการ เลื่อนริมฝีปากดูดเม้มขบกัดซอกคอขาวเพื่อลบรอยคนอื่นที่ฝากไว้

“พี่เมษ์... เจ็บ..ฮือๆๆ..โอ๊ย!” ใบหน้าหวานเหยเกน้ำตานองด้วยความเจ็บปวดเมื่อเขี้ยวแหลมๆฝังลงบนผิวตรงซอกคอ และกำลังเลื่อนรอยจูบลงเรื่อยๆจนน่าหวาดเสียวจึงขยับถอยหนี ย้ายมือมาผลักดันใบหน้าคมสวยทันทีที่ถูกปล่อย  ทั้งดิ้นทั้งถีบตั้งท่าขัดขวางไม่ให้ร่างสูงได้คุกคามไปมากกว่านี้แต่ก็เหมือนจะไม่เป็นผลใดๆ

ดาราสาวจับคู่ขาเรียวขาวเอาไว้จนอยู่หมัด ช้อนแขนใต้ข้อพับขาแล้วดึงร่างเล็กเข้ามาใกล้และยกขึ้นให้พอเหมาะ สายตาคมกริบเพ่งมองกลีบกุหลาบเนียนสีชมพูระเรื่อน่ารัก ซึ่งมีน้ำหวานหล่อเลี้ยงออกมาให้เห็นอย่างพอใจ 

“ฮือๆอย่ามองนะ...”  มีนาเรศหลับตาหันหน้าไปทางอื่นแสนอายเมื่อถูกเพ่งเล็งพื้นที่สงวน อยากจะยกมือปิดบังก็ไม่ถนัดนัก ทำได้เพียงปล่อยน้ำตาให้ไหล  ครั้งแรกต้องไม่ใช่เพราะอารมณ์ชั่ววูบแบบนี้ สภาพจิตใจเธอยังไม่พร้อมจริงๆ 

ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มบางๆและจูบเบาๆบนเนินสวาทที่มีเส้นไหมอ่อนนุ่มบางๆปกคลุมอยู่เพียงนิด  แล้วค่อยๆคลายปลายลิ้นลากไปตามกลีบกุหลาบสีสวยจนไปถึงเกสร ฉกชิมรสชาติของน้ำหวานที่ดอกไม้ได้ผลิตออกมาอย่างพึงพอใจ

“อ๊า~พี่เมษ์ยะ..อือ~อย่าเลีย”  เสียงเล็กร้องประท้วงร่างกายบิดเร้าอย่างห้ามไม่ได้เมื่อถูกความอุ่นลื่นชุ่มชื้นเสียดสีกลางใจพื้นที่สงวน 

“ฮืมม..หวานจัง”  เมษาธิดาฮึมฮัมพอใจพ่นลมหายใจร้อนผ่าวรดรินจุดอ่อนไหวไวต่อความรู้สึก  แหวกว่ายปลายลิ้นไปทั่วดอกกุหลาบงามบานสะพรั่งราวกับดอกไม้แรกแย้ม   ยิ่งจูบหอมโลมเลียมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเปล่งปลั่งอวบอูมและผลิตน้ำหวานออกมาให้ชิมไม่ขาดสาย 

ดาราสาวผงะริมฝีปากจ้องมองผลงานของตัวเองอย่างพออกพอใจ กุหลาบสวยตอนนี้บานเต็มที่จนเห็นเกสรโผล่ออกมาให้เห็นท่ามกลางกลีบดอกไม้ที่บานเปล่งแนบชิดกัน ช่างดูละอ่อนเสียจริง ริมฝีปากสวยเกร็งปลายลิ้นและกดเข้าหาโพรงสวาทที่ยังปิดแน่นราวกับไม่เคยมีใครแทรกผ่านจนน่าตื่นเต้น

“อ๊ะ~อือ~เจ็บ...พิ..พี่เมษ์~” มีนาเรศปล่อยเสียงครางอื้ออึงออกมาโดยไม่ตั้งใจ ใบหน้าหวานกระสับกระส่ายไปมา ความรู้สึกแปลกใหม่ผสมเจ็บแปลบๆกำลังแผ่ซ่านไปทั่วอณูเนื้อ

ดวงตาคมสวยยิ้มผ่านดวงตา มองอาการบิดเร้าของร่างกายที่สั่นสะท้านจากสัมผัสเพียงแค่ปลายลิ้น บวกกับเสียงครางน่ารักที่เรียกชื่อเธออยู่ในตอนนี้ ช่างเรียกรอยยิ้มให้กับผู้คุมเกมส์อยู่ไม่น้อย 

ช่องทางสวาทอันคับแน่นที่กระตุกตอดรัดปลายลิ้นอย่างเป็นจังหวะ สร้างความตื่นเต้นและกระตุ้นให้ดาราสาวได้หลงละเลิงฮึกเหิมใจ ออกแรงยกสะโพกสวยขึ้นมาอีกนิดให้ถนัดกว่าเดิม  ดูดดื่มความหวานของดอกไม้ฉ่ำนองอย่างเพลิดเพลินสุขใจ ตวัดเรียวลิ้นขึ้นลงโลมเลียผสมดูดเม้มเกสรพลางบีบขยำบั้นท้ายกลมมนอย่างเมามัน

“ฮือ..อือ~พี่เมษ์...อ้า~พอ...อืมฮ์~” ร่างเล็กส่ายหน้าไปมาเมื่อความรู้สึกบางอย่างกำลังจะถึงขีดจำกัด อยากจะห้ามการกระทำแต่ก็พูดไม่เป็นศัพท์ ร่างกายร้อนระอุจนเหงื่อซึม เกร็งหน้าท้องและจิกปลายเท้าราวกับจะขาดใจ

“หึหึ” ดวงตาคมหวานเยิ้มมองทุกอิริยาบถที่ร่างเล็กแสดงออกมา ช่างถูกอกถูกใจ  ขยับเรียวลิ้นร้อนเร่งจังหวะเสียดสีเมื่อเห็นอาการอัดอั้นกำลังจะถูกปลดปล่อยในอีกไม่ช้า 

“อื้อ~..ฮา~อ๋า~อ๊ะ!..อ๊าาา~...!!!”  เสียงเล็กขาดห้วงแหบพร่าพร้อมร่างกายที่กระตุกเกร็งอย่างห้ามไม่ได้ ริมฝีปากบางหอบหายใจสั่นระริกสูดอากาศออกซิเจนเข้าปอดถี่ๆ  หัวสมองขาวโพลนฟ่าฟางเบาหวิวอย่างบอกไม่ถูกจากประสบการณ์ใหม่ที่อีกคนมอบให้ 


ดาราสาวกวาดชิมสายธารรักที่ร่างเล็กได้ปลดปล่อยออกมาอย่างหื่นกระหายได้ใจจนหมดเกลี้ยง ก่อนจะรีบถอดช่วงล่างของตัวเองอย่างรวดเร็วสมกับเป็นนางแบบบน catwalk 

นำพาตัวเองแทรกเข้าระหว่างกลางและจัดท่วงท่าให้พอเหมาะ 

มีนาเรศสะดุ้งหันไปมองด้วยสีหน้างุนงงว่าพี่สาวจะทำอะไรอีก หดขาขยับตัวถอยอยากจะหนีแต่ก็ถูกอีกคนดึงรั้งสะโพกกลับไป จนรู้สึกถึงอะไรบางอย่างแตะต้องกันเพียงผิวเผิน  ทำให้ใจเต้นสั่นไหววาบหวามขึ้นมาอีกครั้ง

“ฮืมม~/ฮือ..~”  เมษาธิดาขยับกายเข้าอีกนิดให้ดอกไม้ได้สัมผัสแนบชิดกันกว่าเดิม ดวงตาคมแสนยั่วยวน กระตุกยิ้มมุมปากสบตาร่างเล็กที่ดูไร้เดียวสาเหมือนไม่รู้ว่าเธอกำลังทำอะไร  จัดการแก้มัดข้อมือเล็กให้เป็นอิสระแล้วโน้มลงประกบริมฝีปากบางอย่างดูดดื่มเมามัน ขยับสะโพกบ้างเล็กน้อยเพื่อเรียกสีสันให้อีกคนได้สะท้านกายและหลุดเสียงหวานๆน่ารักออกมาอีกครั้ง 

“อ๊ะ~อย่า...พอนะคะพี่เมษ์ ฮือ~”  เสียงเล็กอ้อนขอเมื่อริมฝีปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระ สัมผัสชุ่มฉ่ำของเบื้องล่างมันกำลังจะทำให้เธอกระสับกระส่ายวางตัวไม่ถูกขึ้นมาอีกครั้ง ยกมือขึ้นผลักดันเนื้อตัวคนเบื้องบน  พลางปัดป้องฝ่ามือร้ายกาจที่กำลังจับลูบตรงนั้นตรงนี้โดยไม่คิดที่จะเกรงใจ 

“ฮืมม...พี่ยังไม่เสร็จเลย” เสียงหวานแหบพร่าพึมพำกระซิบข้างหู ปลายจมูกโด่งซุกเส้นผมนุ่มหอมละมุนด้วยความเคลิ้มใจ สองมือบีบนวดหน้าอกเด้งพอดีมือและย้ายใบหน้าเลื่อนลงจูบลำคอหอมละมุน  คลายปลายลิ้นร้อนไหลลื่นลากผ่านซอกคอลงไปถึงยอดอกสีชมพูน่ารัก จูบเม้มหยอกเย้าเบาๆก่อนจะดูดเลียสลับกันทั้งสองข้าง ฟังเสียงครางที่หลุดออกมาเป็นห้วงๆอย่างพึงพอใจ

ร่างสูงค่อยๆเริ่มขยับสะโพกช้าๆและพยุงตัวเองขึ้นนั่งให้ถนัด เพื่อต่อสานบทรักที่ยังไม่ถึงฝั่ง มือเรียวจับดึงเรียวขาที่เอาแต่จะขยับหนีมาแนบชิดลำตัว นำดอกไม้ที่ฉ่ำนองไม่แพ้กันเสียดสีใกล้กันอีกนิดจึงเพิ่มจังหวะให้เร็วขึ้น 

“อ๊ะ~อ๊ะ~อือ...~พี่เมษ์…~”  มีนาเรศพยายามเก็บเสียง ส่งมือดันหน้าท้องเซ็กซี่ผ่านเสื้อตัวสวยเพื่อให้หยุดกิจกรรมเบื้องล่างที่กำลังทำให้เธอคลั่งในตอนนี้

“ซี๊ดดส์…~อ่า..~...มิ้นท์..ร้องดังๆสิคะ”  ริมฝีปากสวยสูดปากครางครวญด้วยความซ่านสยิว คว้ามือบางที่ผลักดันขึ้นมาจุ๊บหลังมือไปหนึ่งที และสัมผัสลูบไล้เนื้อตัวขาวใสไปทั่วโดยไม่เจาะจงพื้นที่

“พิ..อ๊า~..พี่เมษ์...ฮือ~มัน อ๊ะ~...มิ้นท์…” เสียงเล็กเริ่มจะพูดไม่เป็นศัพท์เมื่อสะโพกแน่นดีกรีระดับนางแบบขยับเร็วอย่างต่อเนื่อง จนต้องจิกเล็บลงบนหน้าขาขาวสวยเพื่อระบายความอัดอั้น 

สัมผัสเสียดสีไหลลื่นจากน้ำหวานของดอกไม้ที่ผสมผสานปะปนกันเป็นหนึ่งเดียว สร้างความปั่นป่วนให้กับร่างกายและหัวใจดวงน้อยในเวลาเดียวกัน  ยิ่งเหลือบเห็นใบหน้าคมสวยพราวเสน่ห์หอบหายใจสั่นพร่าพร้อมเสียงหวานกระเส่าเซ็กซี่ ประดับไปด้วยแววตายั่วยวนก็ยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ให้หลงใหลในกามารมณ์ทั้งหลาย

“อ่า..ซี๊ดดส์!~..อืมม..ม~../ อื๊อ~อ๊า~...อ๋า..~”  เมษาธิดาประสานมือกับนิ้วมือบางที่จิกอยู่บนหน้าขาจนผิวแทบถลอก ยกมันขึ้นมาช่วยทรงตัวตนเองเบาๆ เม้มริมฝีปากกัดฟันเก็บเสียงของตัวเอง เพื่อฟังเสียงครางน่ารักที่แสนจะยุยั่วอารมณ์ให้เตลิดเปิดเปิงอยู่ร่ำไป 

ดวงตาคมหวานเยิ้มจ้องริมฝีปากบางเป็นกระจับเผยหอบหายใจสั่นพร่าดูเซ็กซี่ไม่น้อย จึงอดไม่ได้และก้มลงไปประกบดูดดื่มฉกชิมความหวานที่ชิมเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเบื่อ จนได้ยินเสียงเล็กหอบครางอื้ออึงในลำคอเหมือนจะขาดใจ ใบหน้าคมสวยถอนริมฝีปากมองอีกคนที่ช่างดูกระสับกระส่ายหายใจแรงด้วยความอัดอั้นทรมานกาย เสียวซ่านไม่ต่างกันกับเธอในตอนนี้  จึงดันตัวเองขึ้นอีกครั้งเพิ่มจังหวะเสียดสีให้เร็วขึ้นจนเริ่มเห็นอาการหดเกร็งของหน้าท้องเนียนราบ เป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าคนเบื้องล่างนั้น กำลังจะไปแตะขอบสวรรค์ในอีกไม่ช้า

“ฮืม~ฮ่า~..พี่เมษ์..พี่เมษ์...อื้มม~...อ๊าา~..อะฮะ~..อ๊าาา~...!!!”  ร่างเล็กเกร็งตัวกำมือที่ประสานกันไว้แน่นเหมือนหาที่ยึดเหนี่ยว เรียกชื่ออีกคนอย่างเต็มปากเต็มคำเมื่อในสมองคิดอะไรไม่ได้  ก่อนสมองจะขาวโพลนพร้อมร่างกายที่กระตุกเกร็ง เปล่งเสียงบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ได้ถูกปลดปล่อยไปอย่างสุขสม 

ดาราสาวกระตุกยิ้มชอบใจ เร่งสะโพกผ่ายมนให้เร็วขึ้นจนถี่ยิบ นำพาความต้องการที่แสนจะอัดอั้นมานานวันไปแตะขอบสวรรค์และนิ่งค้างสูดอากาศเข้าเต็มปอด  ซึมซับความสุขที่รอคอย ก่อนจะทิ้งน้ำหนักซบลงบนตัวร่างเล็กอย่างเหนื่อยหอบ  หายใจรดรินลำคอขาวใสหอมละมุนชวนให้หิวโหยไม่รู้จบ 


ไม่นานใบหน้าคมสวยก็เงยขึ้นหอมแก้มขาวใสที่ยังมีสีแดงระเรื่อประดับอยู่อย่างชื่นใจ 

“ออกไปได้แล้ว”  มีนาเรศเอ่ยเสียงเรียบเย็นชาพร้อมหันหน้าไปทางอื่นไม่ยอมสบตาด้วย เมื่อเขาได้ไปทุกอย่างแล้วก็ควรจะไปให้พ้นหน้า ให้เธอได้มีเวลาอยู่เพียงลำพังเพื่อปลอบใจตัวเอง  เพราะเธอไม่เหลืออะไรให้ภูมิใจอีกแล้ว

“.....” 

ใบหน้าคมสวยขมวดคิ้วพ่นลมหายใจแรงด้วยความไม่พอใจที่ถูกขับไล่ ดันตัวเองลุกขึ้นนั่งและขยับสะโพกอีกครั้ง

“ฮือ~..จะทำอะไรอีก ออกไปนะ!” ร่างเล็กตวาดเสียง ยกมือผลักดันร่างสูงอย่างโรยรินให้เลิกทำกิจกรรมเบื้องล่าง ใจคอร่างสูงจะไม่ให้เธอพักบ้างเลยหรือ

“หึหึ จะทำให้ขาดใจไปเลยไง ดูซิจะทนได้สักกี่น้ำ”  เมษาธิดาแสยะยิ้ม จับร่างเล็กตะแคงข้างเล็กน้อยแล้วยกเรียวขาขาวขึ้นพาดบ่าหนึ่งข้าง จัดท่วงท่าให้เหมาะสม และขยับสะโพกเสียดสีเมื่อดอกไม้แนบชิดกันมากขึ้น 

“อ๊ะ~พิ พี่เมษ์..พอเถอะ ฮา~”  มีนาเรศกุมผ้าปุที่นอนจนยับยู่ยี่ ลมหายใจโรยรินร่างกายสั่นสะท้านเมื่อบทรักเริ่มขึ้นอีกครั้ง 

“อืมม~เหนื่อยแล้วเหรอ ยังไม่ถึงไหนเลย” ริมฝีปากสวยหันมาพรมจูบให้ความสนใจกับเรียวขาขาวเนียนใสที่พาดบ่า ลากปลายลิ้นขบเม้มเบาๆอย่างมันเขี้ยว  สายตาคมยั่วยวนหรี่มองอาการของร่างเล็กที่ช่างดูอ่อนเพลียมีเหงื่อชโลมชุ่มกาย ฟังเสียงเล็กหอบผสมครางบางเบาเหมือนจะรับไม่ไหว แต่เธอก็หยุดตัวเองไม่ได้แล้ว  ขยับสะโพกแน่นตามจังหวะอารมณ์ที่พาไปอย่างรื่นเริงสำราญใจและเอาแต่ใจตัวเอง 

“ฮา~ฮา~อ๊ะ…” มีนาเรศหายใจหนัก หัวใจเต้นรัวราวกับวิ่งมาราธอน ดวงตาเลื่อนลอยเริ่มมึนหัวจนบ้านหมุนจึงหลับตาลง ปล่อยเสียงลมหายใจครางครวญแผ่วเบาอย่างอ่อนแรง  ภาวนาว่าทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้เป็นเพียงแค่ความฝัน เมื่อตื่นมาทุกสิ่งทุกอย่างก็จะอยู่ในสภาพเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนไป 

เมษาธิดาเลื่อนมือบีบเคล้นเนื้อนุ่มขาวใสไปทั่วด้วยความลุ่มหลงคลั่งไคล้  ช่างเนียนใสละเอียดอ่อนและหอมหวานจนแทบอยากจะกลืนกินให้หมดทั้งตัว แตะตรงนู้นบ้างบีบตรงนี้บ้างตามความพอใจ แม้มือบางจะคอยปัดป้องอยู่ตลอดเวลาก็ตาม

“ฮื้อ~..ฮ่า~ฮา..อา~อืมม…~” ร่างเล็กอ่อนระทวยโรยรินวาบหวามไปทั่วเรือนร่าง ปลายนิ้วมือรู้สึกร้อนๆอุ่นๆชุ่มชื้นจึงเหลือบมองร่างสูง ที่ดึงมือของตนไปจูบดูดเลียตามนิ้วมือราวกับเป็นขนมหวาน  พลางส่งสายตาแสนเซ็กซี่ยั่วยวนใจมาให้ สร้างความปั่นป่วนเสียวซ่านไปถึงหัวใจให้กับเธอในตอนนี้เหลือเกิน 

“พิ..พี่เมษ์..ฮ่า~..ฮา~..ฮืมม~..อ่า~อ๊ะ!!!” ฟันซี่คมกัดเม้มเบาๆบวกกับลมหายใจเร่าร้อนที่ปลายนิ้วมือส่งผลให้ความรู้สึกกระสันซู่ซ่าแผ่กระจายไปตามแขน แล่นไปถึงหนังศีรษะแล้วลามไปทั่วทั้งเรือนร่าง สั่นสะท้านถึงเบื้องล่างที่ถูกเสียดสีโจมตีไม่หยุดหย่อน  ร่างเล็กกระตุกเกร็งล่องลอยไปแตะขอบสวรรค์อย่างโรยริน 

“ซี๊ดดส์~...อ้า~..อ่า~อื้ม!~อ๊ะ!~อ๊ายยย!!!~”  เมษาธิดาเร่งจังหวะสะโพกแน่นให้ถี่ยิบเมื่อเห็นอาการของร่างเล็กที่กำลังจะถึงจุดหมายเพื่อที่จะไปถึงพร้อมๆกัน 

มีนาเรศตาลายฟ่าฟางด้วยความเหนื่อยและมึนหัวไปหมด  เนื้อตัวอ่อนเพลียสั่นเท่าเงยหน้าสูดอากาศถี่ๆเมื่ออีกคนโน้มลงมาซบบนตัวและนอนหายใจแข่งกัน

ไม่นานนักฝ่ามือเรียวก็เริ่มวกวนซุกซนไปทั่วเรือนร่างน้อยด้วยความหลงจนโงหัวไม่ขึ้น

“ต่อไปนี้ห้ามมั่วกับใครอีกเข้าใจไหม หืม?” ดาราสาวหยัดกายเงยหน้าจูบหน้าผากเนียนใสที่มีเม็ดเหงื่อผุดอยู่ตามไรของเส้นผม แล้วหอมแก้มใสอย่างมันเขี้ยว 

มีนาเรศเม้มริมฝีปากไม่พูดอะไรเพราะความน้อยอกน้อยใจจากคำพูดทิ่มแทงจนต้องกลั้นน้ำตา  มันช่างเจ็บปวดในใจที่เขายังดูหมิ่นเธอทั้งๆที่เขาเป็นคนแรก ดวงตากลมเหม่อลอยค่อยๆหรี่ตาลงและเหลือบมองไปทางอื่น เหมือนจะยอมรับโชคชะตาของตัวเองที่ต้องกลายเป็นที่รองรับตัณหา ปล่อยให้อีกคนทำตามใจชอบเพราะถึงห้ามก็คงไม่หยุดและอยากให้มันผ่านไปเร็วๆ  เธอจะต้องทนอีกนานแค่ไหนกัน ร่างสูงถึงจะพอใจ 

เมษาธิดายังคงวนเวียนอยู่บนใบหน้าหวานสวยใส หอมแล้วหอมอีก หยอกยั่วใบหูราวกับหิวโหยไม่อิ่มไม่พอ  ริมฝีปากสวยไม่หยุดนิ่งพรมจูบไปตามลำคอหอมละมุน ขบเม้มและกัดลงซ้ำรอยเดิมที่เคยเป็นของคนอื่นอย่างฉุนเฉียวใจ  สองมือกอบกุมหน้าอกขาวใสที่เด้งสู้มือเป็นอย่างดี ออกแรงบีบเคล้นคลึงตามแรงอารมณ์อย่างสนุกมือ ก่อนจะย้ายเรียวปากเข้าครอบครองดูดเม้มผสมโลมเลียไปทั่วทุกซอกทุกมุมจนเกิดรอยผุดแดง

“อือ..เจ็บ” เสียงเล็กเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาเมื่อร่างสูงไร้ซึ่งความบันยะบันยัง ยกมืออยากจะปกป้องทรวงอกที่ช้ำระบมจากฝีมือของคนตรงหน้า แต่ก็ถูกจับข้อมือกดไว้อีกเช่นเคย

“ฮืมม...น่ารักที่สุดเลย”  ดาราสาวหลงระเริงเมามันกับเรือนร่างอรชร จูบต่ำลงไปเล่นหลุมสะดือน่ารักจนหน้าท้องเนียนราบหดเกร็งสั้นไหว พลางส่งนิ้วมือเรียวกรีดไปตามใจกลางกลีบกุหลาบที่ฉ่ำนอง 

“ฮือ...อย่า”  ร่างเล็กผวาสะดุ้งเมื่อนิ้วมือร้ายกาจวนเวียนอยู่กับพื้นที่สงวน จึงเอามือปิดปัดป้องขณะที่ขยับตัวหนีอย่างเชื่องช้าอ่อนแรง

เมษาธิดาจิ๊จ๊ะขัดใจอยู่เล็กน้อย รั้งเรียวขาขาวเอาไว้แล้วดึงเข้ามาใกล้ จับมือบางออกและเพ่งมองกุหลาบสวยน่ารักอยากจะลิ้มลองมันอีกครั้ง 

“ฮืมม…~”  ดาราสาวไม่รอช้าส่งเรียวปากเข้าประกบครอบครองฉกชิมน้ำหวานทันที 

“ฮือ...พี่เมษ์ มิ้นท์ไม่ไหวแล้ว อ๊ะ~”  เสียงเล็กงอแงบิดกายอย่างห้ามไม่ได้เมื่อความอุ่นลื่นชุ่มชื้นกำลังเสียดสีขึ้นลงอย่างช้าๆ หัวใจยังเต้นรัวหายใจหนักจากบทรักที่ผ่านมา  ร่างกายรู้สึกว่าคงไม่ไหวหากต้องรับศึกอีกครั้ง

“ฮืมม~..อีกนิดเดียวนะคะ” เมษาธิดางึมงำเสียง เกร็งลิ้นแหย่เล่นปากทางสวาทอันคับแคบที่ขมิบตามจังหวะลิ้นจนน่าเข้าไปสำรวจดูภายในว่าจะแน่นสักแค่ไหน ใครๆถึงติดใจ...

ดวงตาคมเพ่งมองร่องรอยสวาทของคนอื่นบนซอกคอขาวใสใจก็เริ่มหุนหันพลันแล่นหึงหวงขึ้นมาเสียเดี๋ยวนั้น ดัชนีเรียวยาวเลื่อนมาจ่อที่ปากทางของโพรงสวาทแล้วกดเข้าไปจนสุดทั้งสองนิ้วทันที!

“ฮึก!! กรี๊ด!!!...เจ็บ!! ฮือๆ พี่เมษ์..มิ้นท์เจ็บ!”  ร่างเล็กสะดุ้งเกร็งตัวกรีดร้องเสียงหลง ดิ้นรนขยับหนีความเจ็บแสบเบื้องล่าง ความรู้สึกวาบหวามแทนที่ด้วยความเจ็บจี๊ดปวดร้าวในร่างกาย   ราวกับเนื้อฉีกขาดอย่างไร้ความปรานีนุ่มนวลอ่อนโยน นี่น่ะหรือที่เขาเรียกว่าถูกพรากพรหมจรรย์ คิดว่ามันเป็นเพียงบทรักแบบหญิงชายเท่านั้น

เมษาธิดาผงะริมฝีปากจ้องมองกุหลาบสวยแปดเปื้อนไปด้วยเลือดแดงสด ไหลหยดลงบนผ้าปูที่นอนลายการ์ตูนและใบหน้าเหยเกน้ำตาท้วมของน้องสาว  กล้ามเนื้ออ่อนนุ่มภายในโอบอุ้มบีบรัดนิ้วมือแน่นจนไม่กล้าขยับกลัวคนตัวเล็กจะเจ็บไปมากกว่านี้ 

“อย่าดิ้นสิคะ เจ็บแป๊บเดียวนะ”  ใบหน้าคมสวยอึ้งตึงซีดเผือด รั้งสะโพกกลมมนและโน้มตัวลงไปพยายามจูบประโลมปลอบโยนไปทั่วใบหน้าหวาน

“ฮึก...ไม่เอา~ฮือๆๆ เจ็บ!”  มีนาเรศเปล่งเสียงร้องไห้งอแงสะอึกสะอื้น  น้ำตาหลั่งไหลพรั่งพรูราวกับเขื่อนแตก ใบหน้าหวานเหยเกแดงก่ำกระสับกระส่ายไปมาไม่เชื่อคำพูด  พยายามดิ้นรนหลีกหนีความเจ็บแสบที่อยู่เบื้องล่าง แต่ยิ่งขยับก็ยิ่งเจ็บจึงนิ่งเกร็งสั่นเท่าอยากให้เอาออกไป

“อย่าเกร็งสิคะ แล้วจะไม่เจ็บนะ”  นิ้วมือเรียวยาวยังค้างอยู่ภายใน มืออีกข้างย้ายไปเช็ดน้ำตาบนแก้มใสอย่างเอ็นดูทะนุถนอม ความรู้สึกดีใจโลดแล่นกระโดดกระเต้นเข้ามาทักทายหัวใจเมื่อร่างเล็กไม่เคยเป็นของคนอื่น  ตามด้วยความภูมิใจที่ได้เป็นคนแรก ปลายจมูกโด่งสวยหอมลงบนแก้มใสที่เปื้อนน้ำตาอย่างชื่นใจ แล้วค่อยๆขยับนิ้วมือเบื้องล่างเมื่อแรงบีบรัดผ่อนคลายลง

“ฮึก เจ็บ! ฮือๆๆ..เอาออกไปนะ”  ใบหน้าหวานสะอื้นไห้หนักหนาสะบัดหน้าหนี กำมือขยำคอเสื้ออีกคนไว้แน่นเหมือนหาที่ยึดเหนี่ยว เกร็งตัวขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเจ็บปวด  ร่างกายรู้สึกเหมือนจะปริแตกเป็นเสี่ยงๆและไม่พร้อมที่จะรองรับอารมณ์ตัณหาในรูปแบบนี้

“ฮือๆพี่เมษ์..มิ้นท์บอกว่าเจ...อื้อ!” ใบหน้าหวานยังไม่ทันจะได้บอกว่าเจ็บก็ถูกริมฝีปากสวยสอดลิ้นเข้ามาประกบ เรียวลิ้นนุ่มลื่นแสนหวานตวัดเกี่ยวพันผสมผสานเหมือนอยากเบี่ยงเบนความสนใจ  แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากเลย

“อ๊ะ~..เจ็บ..มิ้นท์เจ็บ ฮือๆๆอย่าขยับ” มีนาเรศโผกอดร่างสูงไว้แน่นเมื่อริมฝีปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระ จิกนิ้วมือบนแผ่นหลังเพื่อระบายความเจ็บปวดที่เริ่มมีความวาบหวามเข้ามาแทรกแซงขึ้นเรื่อยๆ

“ฮืมม~...มิ้นท์จ๋า ทนอีกนิดนะคะ” เสียงกระซิบหวานแหบพร่าเซ็กซี่ เมษาธิดาคลายปลายลิ้นโลมเลียใบหูซึ่งเป็นจุดอ่อนเพื่อกระตุ้นความกระสันให้ลืมความเจ็บปวดไป พร้อมขยับนิ้วมือเพิ่มจังหวะให้เร็วขึ้นตามลำดับ

“อ๊ะ~อ๊า~พิ..พี่เมษ์..ฮือๆฮึก! มัน..อ๋า~เจ็บนะ”  มีนาเรศหลับตาปี๋ขนลุกซู่ซ่าเป็นเกรียว ปล่อยเสียงครางกระเส่าปนสะอื้นไห้งอแงอยากให้หยุดการกระทำ คำพูดของเธอมันไม่มีความหมายอะไรเลยหรือ

เมษาธิดาฟังเสียงกรีดร้องงอแงแต่น่ารักหวานหู เลื่อนริมฝีปากพรมจูบโลมเลียลำคอหอมละมุนแผ่วเบา ย้ายมือไปกอบกุมนวดคลึงลูบไล้ทรวงอกเด้งอย่างอ่อนโยนเบามือทะนุถนอม  มืออีกข้างเร่งจังหวะเข้าออกให้เร็วขึ้นจนร่างเล็กเริ่มจะดิ้นพล่านด้วยความกระสัน จึงฮึกเหิมได้ใจ ขยับนิ้วมือให้เร็วขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งความอัดอั้นให้ถึงจุดหมายจนจังหวะสุดท้าย 

“อ๋า~อืออ~ฮือฮึก~..อ๊ะ!~อ๊ะ!~..พี่เมษ์!..ฮืออ..~อ๊าาา..~!!!”  ร่างเล็กสั่นระริก รู้สึกปวดแสบแน่นหนึบไปถึงหัวใจบวกกับความเสียวซ่านที่เริ่มแผ่กระจายไปทั่วอณูเนื้อ ร่างกายสะท้านเกร็งกระตุกไปในที่สุด เมื่ออีกคนขยับนิ้วมือเข้าออกเร็วขึ้นจนแทบจะถี่ยิบ  หัวสมองขาวโพลนเบาหวิวล่องลอยไปแตะขอบสวรรค์อย่างโรยรินพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย หัวใจเต้นแรงจนเหนื่อยหนักริมฝีปากหอบใจแผ่วเบา สายตาฟ่าฟางด้วยหยดน้ำตาค่อยๆหรี่ลงเรื่อยๆ  ก่อนจะน็อคหมดสติไปอย่างหมดแรงคาอ้อมอกของคนใจร้าย

“มิ้นท์..?”  เมษาธิดาผงะใบหน้าตกใจเมื่อจู่ๆร่างเล็กก็นิ่งไป  ค่อยๆคลายนิ้วมืออาบเลือดและมองดูความโหดร้ายของตัวเองราวกับสร่างเมาและได้สติ  เนื้อตัวขาวใสดูบอบช้ำมีรอยจ้ำแดงไปทั่วเรือนร่าง  นิ้วมือเรียวเลื่อนไปซับน้ำตาบนแก้มใสที่ยังอุ่นอยู่อย่างแผ่วเบา และประทับริมฝีปากบนหน้าผากเนียนใสด้วยความอ่อนโยนเหมือนอยากขอโทษ 

ร่างสูงดึงผ้าห่มที่ปลายเตียงมาห่มร่างเล็กอย่างเป็นห่วงกลัวจะหนาว จ้องใบหน้าหวานดวงตาปิดสนิทอยู่เพียงครู่ ก็ตัดสินใจหาผ้าชุบน้ำมาค่อยๆเช็ดคราบน้ำตาและเหงื่อที่ชุ่มกายเพื่อให้สบายตัว  ดวงตาคมเพ่งมองกุหลาบบวมช้ำเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดอย่างรู้สึกผิดและโกรธตัวเอง ที่เผลอรุนแรงเกินไปสำหรับสาวครั้งแรก  ค่อยๆเช็ดทำความสะอาดอย่างเบามือเพราะกลัวจะเจ็บช้ำระบมไปกว่านี้

ก่อนจะรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชำระกายตัวเองอย่างรวดเร็วและกลับเข้าไปนอนกอดให้ความอบอุ่นคนตัวเล็ก ยื่นใบหน้าประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนใส  แล้วหลับตาลงอย่างอุ่นใจและมีความสุขจนลืมนึกถึงวันพรุ่งนี้ว่าจะเป็นยังไง...

=====

100% ค่ะ

ความคิดเห็น