กำลังง่วงนอน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หยุดรักยังไง

ชื่อตอน : หยุดรักยังไง

คำค้น : ญ-ญ, หญิงรักหญิง, ยูริ, Yuri, หัวใจพาไป, ลีลาไม่ดี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มี.ค. 2560 13:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หยุดรักยังไง
แบบอักษร

 

 

หลายเดือนผ่านไป

 

ในยามสายของวันอาทิตย์ ภายในห้องนอนสะอาดเรียบร้อยเป็นระเบียบ  ดาราสาวนอนหลับตาคุณโทรศัพท์กับบิดาด้วยความง่วงอยู่บนเตียงนอน

 

“เมษ์ลืมน่ะค่ะคุณพ่อเลยยังไม่ได้ไปดู”

 

[“ไปดูสักหน่อยเถอะนะ ไหนๆพ่อก็ซื้อให้เป็นชื่อน้องเมษ์แล้ว ถึงยังไงก็เป็นของหนูอยู่ดี”]

มาวินพูดน้ำเสียงตัดพ้อที่ลูกสาวไม่คิดจะสนใจของขวัญวันเกิดที่มอบให้ ป่านนี้ยังไม่เคยเข้าไปดูบ้างเลย ไม่ชอบโลเคชั่นหรือเปล่า

 

“ค่ะ แล้วว่างจะไปนะคะ”

ดาราสาวตอบเสียงเรียบขณะที่ยังหลับตาอยู่

 

[“ว่างๆก็อย่าลืมมาทานข้าวกับพ่อบ้างนะ ช่วงนี้พ่อไม่ได้เห็นหน้าเราเลย พ่อไม่รบกวนแล้วพักผ่อนเถอะครับลูก”]

 

“ค่ะ สวัสดีค่ะคุณพ่อ”

เมษาธิดาวางสายและนอนหลับต่ออย่างง่ายดายด้วยความอ่อนล้าจากงานที่รุมเร้า ตอนรับงานไม่คิดว่ามันจะเหนื่อยอย่างนี้เลย

 

สักพัก

ร่างเล็กเปิดประตูก้าวเท้าเข้ามาในห้องมุ่งหน้าไปทางเตียงนอนของพี่สาวด้วยรอยยิ้มระรื่น

 

“พี่เมษ์จะ 11 โมงแล้วนะคะ ตื่นๆๆๆ”

มีนาเรศกระโดดขึ้นเตียงนั่งคร่อมบนหน้าท้องแบนราบแล้วก้มหน้าหอมซ้ายหอมขวาถูไถนัวเนียเหมือนลูกแมวขี้อ้อน

วันนี้พี่เมษ์หยุดไม่มีนัดไปไหนดีใจจัง

 

“ฮือ...ยังง่วงอยู่เลย”

เมษาธิดาเปล่งเสียงงัวเงียพร้อมคว้าหมอนมาปิดหน้า

 

“นอนตั้ง 9 ชั่วโมงแล้วนะคะ ตื่นนะๆๆๆ ไหนบอกถ้าว่างจะพามิ้นท์ไปดูหนังไง”

มือบางดึงหมอนออกและตบพวงแก้มเบาๆพลางก้มลงจูบหอมไปทั่วใบหน้าคมสวยแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าพี่สาวจะตื่น

 

ดวงตากลมจ้องมองริมฝีปากสวยที่อยากครอบครองก่อนจะกระตุกยิ้ม แล้วค่อยๆก้มลงจูบกลีบปากนุ่มสีชมพูอย่างเนิ่นนานอ้อยอิ่ง

 

“แผล็บ..”

 

“ฮื้อ!”

มีนาเรศผงะใบหน้าด้วยความตกใจเมื่อรู้สึกถึงความนุ่มชื้นเลียผ่านริมฝีปากเหมือนแค่แกล้งเล่นแต่กลับทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ

ใบหน้าหวานมองคนเบื้องล่างที่ยังหลับตาพริ้มอยู่อย่างตื่นเต้นแปลกใหม่ อยากสัมผัสเรียวลิ้นนั้นอีกครั้ง  

 

“อยู่เฉยๆซิ”

มือเรียวจับคนตัวเล็กพลิกลงนอนข้างๆด้วยความรำคาญเล็กน้อย ตามด้วยแขนขากอดกระชับร่างเล็กเอาไว้แน่นราวกับกำลังกอดหมอนข้าง ใบหน้าคมสวยยื่นจมูกหอมหน้าผากเนียนใสแล้วพยายามจะหลับต่อ  

วันนี้กะจะนอนให้เต็มอิ่มซะหน่อยอุตส่าห์ได้หยุดรีบมาปลุกทำไม

 

มีนาเรศขยับตัวด้วยความอึดอัดพยายามดันตัวออกพอได้หายใจ  ใบหน้าหวานเงยขึ้นจ้องกลีบปากสีชมพูนั้นอย่างใจเต้นและขยับหน้าเข้าไปใกล้ด้วยความอยากรู้อยากลอง ลิ้นจะนุ่มๆหวานๆเหมือนคืนนั้นไหมนะ

 

ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นอย่างชั่งใจก่อนจะจูบริมฝีปากสวย ค่อยๆคลายปลายลิ้นแตะแต้มลิ้มลองสัมผัสความอ่อนนุ่มนั้นเพียงครู่และถอนออกรวดเร็วเป็นการลองเชิง

 

“เดี๋ยวเหอะ!”

เมษาธิดาเอ่ยเสียงดุลืมตามองคนในอ้อมกอดที่เริ่มจะซุกซนมากขึ้นทุกวันอย่างไม่เกรงกลัว เดี๋ยวก็ฟัดให้หายซนซะเลย

 

“พี่เมษ์แกล้งมิ้นท์ก่อนนะ มิ้นท์ก็แค่เอาคืน”

เสียงเล็กพูดปนหัวเราะและยื่นจมูกไปถูปลายจมูกโด่งสวยไปมาอย่างมันเขี้ยว อยากกัดจมูกจังเลย

 

ดาราสาวผงะใบหน้าผ่อนลมหายใจยาวควบคุมอารมณ์และหลับตาลงอีกครั้ง ไม่นานก็รู้สึกถึงปลายลิ้นน้อยลื่นๆเลื้อยผ่านริมฝีปากตนอีกครั้งและอีกครั้งเหมือนกำลังจงใจยั่วให้ตบะแตก

 

“มิ้นท์! ทำอะไรเดี๋ยวก็ปล้ำซะเลยไม่กลัวหรือไง หึ?”

เมษาธิดาผ่อนลมหายใจแรงแทบจะหมดความอดทน ร่างสูงพลิกกายขึ้นคร่อมประกบบนตัวของร่างเล็ก จับข้อมือเล็กกดไว้ข้างๆศีรษะ สบแววตาเชิญชวนแต่ไร้เดียงสานั้นอย่างยับยั้งชั่งใจ

ยุบหนอ พองหนอ ยุบหนอพองหนอ ยุบหนอๆๆ

 

“ฮะๆ ไม่ กลัว พี่เมษ์จะทำอย่างนั้นทำไม ทีนี้ตื่นได้ยังคะ จุ๊บๆๆ”

เสียงเล็กพูดท้าทายเหมือนเห็นเป็นเรื่องตลกและยื่นใบหน้าขยับปากจู๋เข้าไปจูบอีกครั้งอย่างชอบอกชอบใจ

 

“ไม่กลัวงั้นเหรอ”

ใบหน้าคมเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงมันเขี้ยวคนตัวเล็ก ขู่ไปก็เท่านั้นไม่เพราะเคยกลัวเลยสักครั้ง  คงต้องให้บทเรียนดูบ้างจะได้ไม่เหิมเกริมเห็นเป็นเรื่องเล่นๆแบบนี้

 

“ไม่กลัว พี่เมษ์ไปอาบ…อื้อ!”

มีนาเรศเบิกตากว้างเมื่อพี่สาวสอดแทรกปลายลิ้นเข้ามาในโพรงปากอย่างไม่ทันตั้งตัว หัวใจเต้นรัวแทบไม่เป็นจังหวะ ร่างกายชะงักนิ่งตะลึงงันค่อยๆอ่อนปวกเปียกเหมือนดั่งครั้งแรกอย่างน่าประหลาดใจ ทำไมหมดแรงแบบนี้นะ

 

“ฮืม~”

เสียงเล็กเผลอครางเบาๆเมื่อเรียวลิ้นนุ่มลื่นแสนหวานน่าติดใจ รุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพันดูดดุนปลายลิ้นของตนอย่างนุ่มนวลอ่อนโยนจนแทบหลอมละลายสั่นไหวไปทั้งกายใจ

ดวงตาหวานหรี่ลงและเริ่มออกแรงขัดขืนเล็กน้อยเมื่อริมฝีปากสวยไม่ยอมถอดถอนถอยออกให้ได้หายใจเข้าเต็มปอด

 

เมษาธิดาถอนริมฝีปากมองใบหน้าหวานขึ้นสีน่ารัก ริมฝีปากบางผ่อนลมหายใจสั่นพร่าดูเซ็กซี่น่าฟัด  ดวงตาหวานเยิ้มจำนน มือน้อยๆเลื่อนมากุมคอเสื้อของตนทันทีที่ถูกปล่อยเหมือนอยากจะต้านทานการจู่โจมแต่ก็ไร้เรียวแรง

หึหึ หมดฤทธิ์แล้วสินะ

 

“ชอบเหรอ…”

ดาราสาวเอ่ยเสียงหวานเพื่อแหย่เล่น ทีนี้จะกลัวไหม

 

“งือ...พี่เมษ์บ้า”

ร่างเล็กงอแงเสียงเบาดึงเสื้อพี่สาวมาปกปิดใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายไม่กล้ามองหน้า

 

เมษาธิดามองการกระทำน่ารักไร้เดียงสาอย่างใจเต้นเมื่ออีกคนไม่ได้ลุกหนีตามคาดหมาย ยิ่งมองก็ยิ่งอยากรังแกให้สาสมกับการที่ต้องฝืนต้องทนเก็บกดอารมณ์มานานวัน

ฝ่ามือเรียวประคองใบหน้าหวานให้เงยขึ้นมามองพร้อมประทับริมฝีปากป้อนจูบแสนหวานให้อีกครั้งอย่างเชื่องช้า คลายปลายลิ้นโลมเลียกลีบปากบางที่เผยออก ยอมให้ตนได้แทรกผ่านฉกชิมความหวานอย่างว่าง่ายโดยไม่ต้องบอก

 

“หึหึ”

ดาราสาวหัวเราะในลำคอถูกอกถูกใจกับปฏิกิริยาโต้ตอบ  เรียวลิ้นนุ่มชื้นหยอกล้อเกี่ยวเล่นลิ้นน้อยที่ขยับต่อต้านเหมือนจะสู้แต่ยังไม่ประสีประสาเพราะยังขาดประสบการณ์นั้นอย่างเพลิดเพลินชอบใจ

 

ร่างสูงถอนริมฝีปากให้ร่างเล็กได้สูดอากาศและประกบกลีบปากแดงระเรื่ออีกครั้งอย่างรวดเร็วเร่าร้อนตามอารมณ์  ส่งเรียวลิ้นร้อนสำรวจทุกซอกทุกมุมดื่มด่ำรสชาติหอมหวานละมุนละไมไม่รู้เบื่อ

ยิ่งได้ยินเสียงเล็กครางอื้ออึงกระเส่าเสียงหวานก็ยิ่งกระตุ้นความกระหายจนแทบจะขาดการควบคุม อยากจะขย้ำให้แหลกคามือเสียเดี๋ยวนั้น

 

“งือ~”

เสียงเล็กเริ่มประท้วงงอแงเมื่อพี่สาวจูบแล้วจูบอีกจนแทบขาดใจ ครั้นจะหันหน้าหลบหนีแต่ก็ถูกริมฝีปากสวยตามประกบอยู่ทุกครั้งจนหายใจไม่ทั่วท้อง ได้แต่ร้องห้ามในลำคอและขยำดึงคอเสื้ออีกคนไว้แน่นเพราะวางตัวไม่ถูกคิดอะไรไม่ออก

 

“ฮา!..ฮา..ฮา…”

ริมฝีปากบางเผยหอบหายใจสั่นระริก สูดลมหายใจเข้าออกอย่างเหนื่อยหอบเมื่อริมฝีปากสวยยอมให้หายใจมากกว่าหนึ่งเฮือก

 

“แผล็บ”

ใบหน้าคมสวยเลื่อนริมฝีปากลากปลายลิ้นไปตามใบหูแดงก่ำ  สูดดมกลิ่นหอมละมุนของเส้นผมอย่างหลงระเริง ยิ่งร่างเล็กหลุดเสียงครางน่ารักออกมามากเท่าไหร่ก็ยิ่งฮึกเหิมใจอยากจะจูบให้ทั่วทุกมุมมากเท่านั้น

 

“อื๊อ~...พิ..พี่เมษ์ มิ้นท์จั๊กจี๋”

ใบหน้าหวานเอียงคอหนีความสยิวที่ใบหู ขนลุกเป็นเกรียวเนื้อตัวสั่นเทาอ่อนระทวยหมดเรี่ยวหมดแรง กลิ่นหอมหวานจากผิวกายลอยโชยมาแตะจมูกก็ยิ่งทำให้เคลิบเคลิ้มเผลอไผล ยอมจำนนไปอย่างง่ายดายเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง

 

“ไปแต่งตัวนะคะ เดี๋ยวพี่อาบน้ำแล้วพาไปดูหนัง”

เมษาธิดากระซิบเสียงแหบพร่าและรีบลุกลงจากตัวร่างเล็กเดินเข้าห้องน้ำก่อนที่จะควบคุมตัวเองไว้ไม่อยู่ มือเรียวล็อคประตูห้องน้ำแล้วนั่งลงที่พื้นผ่อนลมหายใจยาว เลื่อนมือมากุมขมับตัวเองด้วยความเครียด  

ทำบ้าอะไรของเราเนี่ย นั่นน้องร่วมท้องคลานตามกันมานะ น้องอ่ะท่องไว้สิ



 

 

เวลาบ่ายวันสองพี่น้องเดินเล่นฆ่าเวลาขณะที่รอให้ถึงเวลารอบหนัง

มีนาเรศยืนเลียไอศกรีมโคนรสมิ้นท์วานิลามองพี่สาวที่กำลังถ่ายรูปกับแฟนละครอย่างเคยชิน ร่างเล็กกระตุกยิ้มแล้วเข้าไปจับมือเกาะแขนพี่สาวเมื่อการถ่ายรูปเสร็จสิ้นลง

 

“กินยังไงเลอะปาก อ่ะเช็ดซะ”

เมษาธิดาบอกเสียงเรียบพร้อมส่งทิชชู่ให้ กลับมาทำตัวเฉยเมยเป็นปรกติเช่นเคยทั้งที่ใจอยากจะเช็ดให้เสียเอง

 

“พี่เมษ์ เราเดินกลับกันเถอะเดี๋ยวก็ได้เวลาแล้ว เราต้องซื้อน้ำกับป๊อบคอนอีก”

มีนาเรศบอกเสียงใสจูงมือพี่สาวเดินกลับไปทางโรงภาพยนตร์อย่างตื่นเต้นอารมณ์ดี เรื่องนี้มีแก้วน้ำสะสมเป็นตัวการ์ตูนด้วย น่ารักอ่ะอยากได้

 

ร่างสูงเดินตามอย่างว่าง่ายแอบแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ร่างเล็กไม่มีท่าทีบึ้งตึงหรืองอนเลยแม้แต่นิด  ขู่ขนาดนี้ยังเฉยแถมยังมานั่งยิ้มคอยเราแต่งตัวก่อนจะออกมาอีก คิดยังไงของเขานะ

หรืออยากมาดูหนังก่อน? กลับบ้านแล้วค่อยงอนไม่พูดกับเรา?? เฮ้อ อยากทำตัวน่ารังแกเองนี่ ดีนะที่เรายังมีสติไม่ล่วงเกินไปมากกว่านั้น

 

ภายในห้องมืดปิดไฟแล้วของโรงภาพยนต์ มีแสงสว่างจากจอหนังขนาดใหญ่ฉายภาพวิบวับพอได้มองเห็นหนทาง  ทั้งสองเข้ามานั่งประจำที่ตามหมายเลขที่จองไว้ มีเก้าอี้นุ่มนั่งสบายเป็นคู่ๆและผนังกั้นโดยรอบเก้าอี้ให้ความเป็นส่วนตัวเล็กน้อย

มีนาเรศปรับเอนเก้าอี้นั่งกึ่งนอนตามสบายหยิบป๊อบคอนรสนู้นรสนี้มาชิมขณะที่ดูโฆษณาภาพยนตร์เรื่องต่างๆก่อนที่หนังจะฉาย

 

เมษาธิดาเดินถือน้ำตามมาเสียบแก้วไว้ที่ร่องวางและนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ จัดการเอนเก้าอี้เหยียดขายาวบิดขี้เกียจเล็กน้อย แอร์เย็นฉ่ำเลยรู้สึกง่วงขึ้นมาแล้วนะเนี่ย

 

“พี่เมษ์ลองอันนี้สิอร่อยมีเม็ดแอลม่อนด้วย”

ร่างเล็กยิ้มหวานหยิบชิ้นป๊อบคอนที่มีเม็ดแอลม่อนเกาะติดส่งให้ถึงปากเป็นการป้อนตามนิสัย

 

ใบหน้าคมสวยมองมือตรงหน้าและอ้าปากงาบชิ้นขนมตามปรกติ ในใจแอบยิ้มพอใจเพราะชอบในความเอาอกเอาใจที่ได้รับเสมอแบบไม่เคยขาดตกบกพร่องจนเคยชิน

 

พอหนังเล่นไปได้สักพัก  ร่างเล็กก็เริ่มหดขาขดตัวด้วยความหนาวเย็นของแอร์ ขยับไปใกล้พี่สาวแล้วดึงแขนมากอดหาไออุ่น

ใบหน้าหวานแหงนมองพี่สาวก็เห็นดวงตาคมสวยปิดสนิท ริมฝีปากบางอมยิ้มแล้วยื่นมือไปบีบปลายจมูกโด่งอย่างมันเขี้ยว

อื้อหือมานั่งหลับอีกละ เดี๋ยวก็ตื่นมาถามนู้นถามนี่ตอนหนังใกล้จะจบแล้วก็บ่นว่าดูไม่รู้เรื่อง แต่ก็น่ารักอ่ะฮะๆ

หญิงสาวซบใบหน้ากับต้นแขนอุ่นๆดูภาพยนตร์การ์ตูนแอนนิเมชั่นต่ออย่างเพลิดเพลินสุขใจ ชอบทุกอย่างที่เขาเป็นแม้แต่ข้อเสียก็ตาม

 

 

เวลาผ่านไป

 

“แล้วพระเอกมันไปขี่มังกรได้ไงอ่ะ หนังอะไรเปิดมาสู้กันแล้วก็จบเลย เผลองีบไปแป๊บเดียวเอง”

เมษาธิดาเดินถามไปบ่นไปออกมาจากโรงหนังและพาร่างเล็กไปเข้าห้องน้ำ

 

“ฮะๆๆก็พี่เมษ์อ่ะหลับทั้งเรื่อง มันก็สู้กันตอนเปิดเรื่องกับตอนจบแค่นั้นแหละ เดี๋ยวเราไปนั่งทานข้าวแล้วจะเล่าให้ฟัง มิ้นท์ฝากก่อนนะคะ”

มีนาเรศฝากแก้วน้ำแล้วรีบเดินฉับๆไปทางห้องน้ำอย่างว่องไว

 

ร่างสูงมองตามหลังร่างเล็กและก้าวถอยหลังหมุนตัวจะหาที่นั่งคอยแต่ก็ชนเข้ากับใครบางคนจนได้ยินเสียงอะไรตก

 

“อุ๊ย ขอโทษด้วยนะคะ เดี๋ยวฉันเก็บให้”

ร่างสูงมองพื้นและก้มลงเก็บสมาร์ทโฟนส่งให้หญิงร่างสูงแต่เตี้ยกว่าตนหน่อย  แต่งตัวสวยเนี๊ยบเซ็กซี่แบบเท่ๆมีความเป็นผู้ใหญ่ในตัว เอ๊ะ ทำไมหน้าคุ้นๆนะ

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็ไม่ระวังเหมือน...กันย์??”

หญิงร่างสูงจ้องใบหน้าคมสวยอย่างตกตะลึงและเลื่อนมือไปดึงพวงแก้มร่างสูงอย่างทึ่งๆ ต๊าย กินอะไรหน้ายังตึงเป๊ะเด้งเป็นผิวเด็กอยู่เลย ไม่เจอกัน 3-4 ปีกลายเป็นเบบี๋หน้าเด็กกว่าเดิมอีกแน่ะ อย่างกับแตกสาวมาใหม่

 

“เอ่อ...คุณคะ? เราเคยรู้จักกันหรือเปล่า?”

เมษาธิดาผงะใบหน้าออกมาเล็กน้อย มองใบหน้าเรียวสวยเก๋มีเสน่ห์ ทรงผมสั้นประบ่าสีน้ำตาลประกาย แซกข้างเข้ากับรูปหน้า ใบหน้าคมสวยกระตุกคิ้วพยายามนึกคิดเหมือนเคยรู้จักแต่ก็ยังจำไม่ได้

 

“น้องเมษ์!? อุ๊ย โตเป็นสาวแล้วสูงกว่าพี่อีกนะเนี่ย เห็นครั้งที่แล้วก่อนไปเรียนนอกยังตัวแค่นี้อยู่เลย ไปยืดมาตอนไหน จำพี่แสงดาวได้ไหมคะ ที่เคยแอบพาเรากับปีใหม่ไปจีบสาวไง ฮ่าๆๆๆ”

หญิงร่างสูงกะพริบตาถี่ๆก่อนจะเผยยิ้มสวยพูดปนหัวเราะและลูบใบหน้าคมสวยไปมาอย่างมันเขี้ยวเอ็นดู  เคยเห็นในปกแมกกาซีนว่าเหมือนแล้วมาเห็นตัวเป็นๆ เหมือนกันย์ตอนสาวๆเลย

 

“อ๋อออ..พี่ดาวนี้เอง! โอ้โหยังไม่ยอมแก่เลยนะคะ ทำผมทรงนี้เมษ์เลยจำไม่ได้ เปรี้ยวซะเหลือเกินนะคะเนี่ย พี่ดาวกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

เมษาธิดายิ้มหวานกลับไปเมื่อนึกได้พลางเอาปัดผมแอบเขินตัวเองนิดๆที่เคยทำอะไรน่าอาย หลอกให้เราใช้มุขฝืดๆแล้วก็พากันแอบขำ คิกคักกันอยู่สองคน ร้ายมากทำกับเราได้ ฮ่าๆ

 

“คุยกับใครเหรอคะพี่เมษ์?”

มีนาเรศเดินออกมาเห็นพี่สาวยืนยิ้มระรื่นกับสาวไม่คุ้นหน้าจึงเข้ามาควงแขนและกระตุกให้ถอยห่างเล็กน้อยด้วยความหวง ใครกันมาทำท่าทางสนิทสนม แฟนคลับก็ไม่น่าใช่

 

“พี่ดาวไงมิ้นท์ เพื่อนคุณแม่ที่พี่ใหม่เรียกว่าป๊าอ่ะ”

เมษาธิดาหันไปตอบน้องสาว มิ้นท์คงจำไม่ค่อยได้เพราะเด็กอยู่

 

มีนาเรศจ้องหน้าอีกคนอย่างนึกคิดและร้องอ๋อออกมาพร้อมส่งยิ้มยกมือไหว้ตามมารยาท ไม่ได้เห็นตั้งนานเกือบลืมไป

 

“เอ้อ...ทานอะไรกันหรือยังหิวไหม เดี๋ยวพี่พาไปเลี้ยงอยากกินอะไรบอกมาได้เลย”

แสงดาวยิ้มเอ่ยปากชวน แววตาเอ็นดูเหลือบมองร่างเล็กด้วยความอึ้งทึ่ง รูปร่างหน้าตาสวยหวานน่ารักดูสดใส

ผิวพรรณสะอาดสะอ้านขาวใสอมชมพูเปล่งปลั่งบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดีและสมบูรณ์  เสื้อผ้าทรงผมน่ารักตามยุคตามสมัยสมวัยไม่ได้ดูด้อยไปกว่าร่างสูงเลยแม้แต่นิด

พากันโตเป็นสาวหมดแล้วสินะ กันย์นี่เลี้ยงลูกแต่ละคนมารยาทดี๊ดีได้คุณภาพ น่าชื่นใจจริงๆ

 

 

3 สาวมานั่งในร้านซูชิที่มีผู้คนไม่มากนัก สั่งอาหารตามต้องการและนั่งพูดคุยกันตามประสา

ร่างเล็กนั่งข้างๆพี่สาวฟังบทสนทนาอยู่เงียบๆเพราะไม่ค่อยสนิทจึงไม่รู้จะคุยอะไร

 

“สวยเหมือนแม่เลยนะเรา มาขึ้นปกให้พี่หน่อยสิ พี่กำลังจะติดต่ออยู่พอดี”

แสงดาวยิ้มด้วยแววตาเป็นประกายเอ็นดู  ยื่นมือจับปลายคางดาราสาวให้หันซ้ายหันขวาพิจารณาด้วยความพอใจ

ฮึ่ม..กันย์จะคมกว่าหน่อย ดีนะที่ไม่เหมือนพ่อ

 

“ขึ้นปก? ปกอะไรคะปฏิทินโป๊เมษ์ไม่เอานะ”

เมษาธิดายิ้มพูดอย่างขำๆ จำได้ว่าพี่ดาวเป็นช่างภาพฝีมือดีทำงานเกี่ยวกับแมกกาซีนอยู่ไต้หวันและอีกหลายประเทศในแถบเอเชีย

 

“นี่จะบ้าเหรอ พี่ไม่ได้ถ่ายรูปแบบนั้นสักหน่อย พี่จะให้มาขึ้นปก Starlight นิตยสารของพี่เองแหละ”

 

“จริงเหรอคะ เมษ์เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าพี่เป็นเจ้าของ Starlight  แสดงว่าแอบซุ่มอยู่เมืองไทยตั้งนานแล้วสิคะ”

ดาราสาวพูดน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อนึกถึงหนังสือแมกกาซีนขายดียอดนิยม เอาเวลาไหนไปทำนะ

 

“ก็ไปๆมาๆนะแต่ตอนนี้ย้ายมาอยู่เมืองไทยถาวรแล้วล่ะ  กะว่าจะชวนกันย์มาทำด้วยนะแต่ติดต่อไม่ได้เลย เขาเปลี่ยนเบอร์หรือเปล่า”

แสงดาวยื่นโทรศัพท์ให้ร่างสูงพลางยิ้มมองร่างเล็กที่เอาแต่นั่งเงียบ ว่าจะโทรไปแฮปปี้เบิร์ธเดย์อาทิตย์ที่แล้วแต่ก็ดันโทรไม่ติดซะงั้น เฮ้อ

 

“มือถือคุณแม่หายช่วงสงกรานต์พอดีน่ะคะเลยเปลี่ยนเบอร์ พี่ดาวรู้จักคุณแม่มานานแล้วเหรอคะ”

เมษาธิดาเม้มเบอร์ให้และชวนคุยขณะที่คีบชิ้นซูชิเข้าปาก

 

“ก็ตั้งแต่ม. ต้นแล้วนะ เรียนจบมหาลัยพี่ก็ชวนเขาไปทำงานอยู่ไต้หวันด้วยกัน  ปีใหม่พี่ยังเคยอุ้มเล่นอยู่บ่อยๆเลย แอบจับใส่ชุดกระต่ายแล้วขโมยเอาไปจีบสาวด้วยนะ ฮ่าๆๆ”

หญิงผมสั้นตอบไปตามความจริงด้วยรอยยิ้มขำขัน

 

“ฮะๆ พี่ใหม่น่ะเหรอคะใส่ชุดกระต่าย เมษ์นึกภาพไม่ออกเลยนะคะเนี่ย แล้วเป็นยังไงคะ”

 

“อุ๊ยสาวๆในมหาลัยกรี๊ดกร๊าดรุมกันเพียบ ปีใหม่ตอนเป็นเบบี๋นางน่ารักเหมือนตุ๊กตาเลย เลี้ยงง่ายฉลาดเสียงพูดก็เพราะๆ ใครเห็นก็หลงรักอยากอุ้มอยากหอมกันทั้งนั้นแหละ พี่ยังมีรูปถ่ายเก็บไว้อยู่เลย  

ส่วนคุณแม่เธอก็ห๊วงหวงนะ กลัวจะเฉามือ  พอจับได้ก็ไม่ยอมให้พี่เข้าใกล้หลานเป็นอาทิตย์เลย เฮอะๆ”

แสงดาวพูดไปยิ้มไป  แววตาฉายความอ่อนโยนรักใคร่เมื่อกล่าวถึงอีกคน พูดถึงแล้วก็อยากเห็นจังเลย ป่านนี้โตขนาดไหนแล้วนะ เจ้าปีใหม่ของป่าป๊า

 

“เมื่อก่อนพี่ดาวกับคุณแม่คงสนิทกันมากเลยนะคะ”

ดาราสาวยิ้มถามคนเสียงใสกังวานฉะฉานฟังง่าย ดูลักษณะเป็นคนขี้เล่นอารมณ์ดี

 

“อืม ก็สนิทจนจวนจะสารภาพรักอยู่แล้วนะแต่ไอ้หมาวินมันคาบไปเสียก่อน ไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้มานั่งคุยกันแบบนี้หรอกเน๊อะ เพราะปีใหม่คงกลายเป็นลูกคนเดียว”

แสงดาวพูดเสียงขรึมสีหน้าเรียบนิ่งจริงจัง สายตาเชือดเฉือนหรี่มองทั้งสองสาวอย่างประเมินค่า

 

สองพี่น้องนั่งอึ้ง หน้าซีดถอดสีขึ้นมาพร้อมกันเสียเดียวนั้นเมื่อบรรยากาศเริ่มจะเปลี่ยน

โดยเฉพาะดาราสาวที่กำลังจะคีบอาหารเข้าปาก ถึงกับชะงักเผยริมฝีปากค้างเหมือนช็อค มือไม้อ่อนจนชิ้นซูชิหล่นจากตะเกียบลงใส่จาน เรียกพ่อเราแบบนี้เลยเหรอ

 

“ฟุ๊ฟฟ...ฮ่าๆๆๆๆ พี่อำเล่น! อุ๊ยดูพากันทำหน้าสิ ฮ่าๆ ล้อเล่นน้าเชื่อด้วยเหรอ โฮะๆขวัญเอ๊ยขวัญมา”

แสงดาวหลุดขำหัวเราะคิกคักแล้วยื่นมือแตะปลายคางดาราสาวหุบลง โอ้โหหน้านี่เหวอกันมากอ่ะ ตล๊กตลก

 

“อะฮ้า แหมอำแรงจังเลยนะคะ ก็เห็นพี่ใหม่เขาเรียกป๊าก็เลยคิดว่าพูดจริง”

เมษาธิดากลืนน้ำลายลงคอแล้วฉีกยิ้มหัวเราะแห้งๆ หันมองน้องสาวที่มีอาการเงิบไม่แพ้กัน

 

“หึหึ จริงๆแล้วกันย์เขาสอนให้ปีใหม่เรียกพี่ว่าป้า ก็อำกันเล่นๆนี่แหละ  แต่ตอนหัดพูดปีใหม่เขาออกเสียงเป็นป๊าๆ พี่ก็เลยสอนให้เรียกป่าป๊าซะเลย บังอาจมาสอนให้เรียกป้าดีนัก ฮ่าๆ”

แสงดาวยิ้มพูดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงขี้เล่นพลางหยิบลูกอมรสมิ้นท์จากกระเป๋าเมื่อทานเสร็จ

 

“คุยเรื่องอื่นซะเพลินเลย ตกลงจะมาขึ้นปกให้พี่ไหมคะ คุณซุปสตาร์”

 

“ยินดีค่ะ แต่อย่าเรียกว่าซุปสตาร์เลย เมษ์ก็แค่ดาราหน้าใหม่ อาจจะดับก่อนถึงปกพี่ก็ได้นะ ฮะๆๆ”

เมษาธิดายิ้มเขินนิดๆกับคำยอ แค่เล่นละครไป 4 เกือบ 5 เรื่องเอง ยังไม่ดังขนาดเป็นซุปเปอร์สตาร์หรอก

 

“หึหึ ไม่ต้องมาถ่อมตัวพี่รู้ว่าแรทติ้งเรามาแรงอย่างกับจรวด ไว้จะติดต่อเรื่องคอนเซปต์อีกทีนะ พี่คงต้องขอตัวก่อนมีนัดต้องไปต่อ  อยากสั่งอะไรเพิ่มก็สั่งได้เลยตามสบายนะ เรื่องบิลไม่ต้องเป็นห่วง ไปก่อนนะจ๊ะสาวๆ”

หญิงร่างสูงยิ้มโบกมือลาและเดินจากไปอย่างคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง

 

เมษาธิดามองตามหลังอย่างแอบทึ่งชื่นชม ถ้าไม่รู้ว่ารุ่นคุณแม่ก็คงคิดว่าไม่เกิน 30 นะเนี่ย สมัยนี้อายุเป็นแค่ตัวเลขจริงๆ

 

 

 

เวลาตกเย็น เมษาธิดาขับรถมาจอด ณ คอนโดหรูแห่งหนึ่ง

ร่างสูงมายืนอยู่หน้าประตูตามหมายเลขที่ระบุไว้ในกล่องของขวัญชิ้นเล็ก เสียบคีย์การ์ดและเปิดเข้าไปสำรวจดูพื้นที่

มีห้องครัว ห้องนั่งเล่นและ 1 ห้องนอนกว้างใหญ่ดูโล่งโปร่งสบายตา เครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์หรูหราครบถ้วนจัดเรียงอย่างสวยงาม โทนสีสว่างดูสะอาดสะอ้านเรียบง่ายตามความชอบของบุคคลผู้เป็นเจ้าของ

โอ้ว...ห้องแต่งตัวกว้างมาก ขนเสื้อผ้าเรามายัดไว้ในนี้ดีกว่า เฮอะๆ

 

“พี่เมษ์โชคดีจัง มีคุณพ่อซื้อนู้นซื้อนี่ให้”

มีนาเรศยิ้มพูดเสียงใสเดินสำรวจดูรอบๆอย่างตื่นตาตื่นใจ มีทุกอย่างเหมือนบ้านเลย

 

“ไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย ลำบากใจจะตาย ถ้ารับก็โดนบ้านนู้นหาว่าอยากได้สมบัติ ถ้าไม่รับคุณพ่อก็เสียใจหาว่ารังเกียจอีก เฮ้อ...”

เมษาธิดาแอบทำหน้าเซ็งอย่างเหนื่อยใจ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากไปยุ่งกับบ้านนู้นหรอก แต่ละคนมองหน้าเรายังกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 

“พี่เมษ์ ห้องนอนมีระเบียงด้วย โอ้โหวิวสวยจัง”

ร่างเล็กเลื่อนประตูกระจกเดินออกไปชมวิวภายนอกอย่างตื่นเต้น อยู่ตั้งชั้น 20 ถ้าลิฟต์เสียทำไงเนี่ย

 

เมษาธิดาเดินตามไปเงียบๆมายื่นอยู่ด้านหลังของร่างเล็ก สองมือจับขอบระเบียงและชะโงกหน้ามองลงไปข้างล่างโดยมีร่างเล็กอยู่ระหว่างแขน เอิ่ม...เสียวไส้เหมือนกันนะเนี่ย

 

“แล้วแบบนี้...คุณราตรีอะไรนั้นไม่มาอาละวาดอีกเหรอคะ ครั้งที่แล้วแค่รถยังยกโขยงมาตบถึงบ้านเลย อย่างกับแม่ค้าตลาด”

มีนาเรศขมวดคิ้วและหันไปถามด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของพี่สาว เลื่อนมือขึ้นไปลูบแก้มขาวเนียนเบาๆอย่างหวงแหน ตบทีเป็นรอยนิ้วมือขึ้นเต็มแก้มเลย น่าโมโหจริงๆ

 

“คงไม่หรอก ได้ข่าวว่าปีนี้ส่งมาร์ตินไปเรียนอยู่เมืองนอก แล้วคุณราตรีก็เลยตามไปอยู่ด้วย”

ริมฝีปากสวยกระตุกยิ้มบางๆแล้วกล่าวถึงน้องชายต่างมารดาที่แทบจะไม่เคยพูดคุยรู้จัก เพราะเขาก็มีอคติกับตนมากพอสมควร ใบหน้าคมยื่นจมูกหอมหน้าผากเนียนใสตรงหน้านั้นอย่างชื่นใจ เป็นห่วงเราด้วยเหรอ

 

“มาร์ติน...น้องชายพี่เมษ์น่ะเหรอคะ? หล่อไหม?”

มีนาเรศยิ้มระรื่นถามเสียงใสอยากรู้อยากเห็นไปอย่างนั้น  พ่อพี่เมษ์หล่อสมาร์ทดูดี  น้องชายพี่เมษ์ก็ต้องหน้าตาหล่อเหมือนกันแน่ๆเลย

 

“ถามทำไม ถ้าหล่อจะชอบเขาหรือไง”

เมษาธิดาขมวดคิ้วชักสีหน้าไม่พอใจและเดินหนีกลับเข้าไปข้างใน  ร่างสูงก้าวเท้าออกมาจากห้องนอนและนั่งลงที่โซฟาในห้องนั่งเล่นอย่างเซ็งๆ  หยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าขึ้นมาเช็คพยายามระงับอาร์ฉุนเฉียว  

พูดถึงผู้ชายทำไมต้องยิ้มหน้าบานขนาดนั้น

 

“เปล่าสักหน่อย ก็มิ้นท์ไม่เคยเห็นเลยแค่ถามเฉยๆ ทำไมต้องหงุดหงิดด้วย”

มีนาเรศเดินตามมายื่นอยู่ตรงหน้าพี่สาว  เราพูดอะไรผิด?

 

“พี่เมษ์…เป็นอะไรไปคะ อย่าอารมณ์เสียแบบนี้สิ มิ้นท์ไม่พูดถึงบ้านนู้นแล้วก็ได้ พี่เมษ์หายโกรธนะ”

ร่างเล็กพูดเสียงอ่อนออดอ้อน  ขยับตัวนั่งคร่อมบนตักของคนที่เอาแต่สนใจโทรศัพท์ ย้ายมือมาประคองใบหน้าคมสวยให้เงยขึ้นเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ  

ดวงตากลมหวานฉ่ำเป็นประกายจ้องริมฝีปากสวยที่อยากได้มาครอบครองนั้นอย่างใจเต้น  ใบหน้าหวานค่อยๆโน้มลงไปจูบตามใจตัวเองเหมือนทุกครั้ง ค่อยๆคลายปลายลิ้นแตะกลีบปากนุ่มสวยเพื่อลิ้มรสความหวานที่แสนจะติดใจ

 

เมษาธิดาหรี่ตาเลื่อนมือขึ้นจับกระชับเอวบาง เผยริมฝีปากส่งปลายลิ้นต้อนรับทักทายเรียวลิ้นเล็กเพียงครู่ ก่อนจะรุกล้ำเข้าไปในโพรงปากหอมหวานของคนบนตัก ตวัดเรียวลิ้นเกี่ยวพันดูดดื่มความหวานละมุนปานน้ำผึ้งหายาก

 

“อืม~”

มีนาเรศเผลอครางเบาๆพลางเลื่อนมือขยำเล่นเส้นผมหอมนุ่มลื่นอย่างเมามัน  พยายามขยับลิ้นตามจังหวะของเรียวลิ้นนุ่มชุ่มชื้นหวานฉ่ำ แต่ก็ไปไม่ค่อยเป็นจึงถอนริมฝีปากออกมาตั้งหลักหายใจ  

น้ำลายใสๆยืดตามออกมาจากปลายลิ้นนุ่มสร้างความตื่นเต้นปั่นป่วนให้กับหัวใจดวงน้อยแปลกๆ

 

ริมฝีปากบางหอบหายใจร้อนผ่าวมองใบหน้าเรียวสวยคมพราวเสน่ห์ด้วยความลุ่มหลงคลั่งไคล้ สายตาคมเซ็กซี่แสนยั่วยวนให้ใจสั่นอยู่เสมอ สันจมูกโด่งได้รูปสวยงามพอดีโดยธรรมชาติ

ริมฝีปากก็ช่างน่าจูบจนอยากจะยึดครองเป็นเจ้าของไว้คนเดียว ไม่แบ่งให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น

 

หญิงสาวกลืนน้ำลายก่อนจะโน้มใบหน้าประกบกลีบปากสีชมพูสวยอีกครั้ง คลายปลายลิ้นพยายามรุกล้ำเข้าไปภายในแต่ก็ถูกลิ้นนุ่มดันมันกลับเข้ามาในโพรงปากตัวเอง

 

“หึหึ”

เมษาธิดาหัวเราะในลำคอชอบอกชอบใจ รอตั้งรับการจู่โจมว่าจะมาด้วยวิธีไหน ริมฝีปากสวยยิ้มเยาะได้ใจเมื่อริมฝีปากบางถอนออกไปแต่ก็กลับเข้ามาใหม่อยู่หลายรอบด้วยวิธีต่างๆ

พยายามที่จะแทรกซึมเข้ามาแต่ด้วยชั้นเชิงที่ยังอ่อนหัดประสบการณ์ จึงไม่ยากที่จะสวนกลับไป

 

สายตาคมยียวนมองร่างเล็กที่เริ่มจะออกอาการงอแงเหมือนเด็กโดนขัดใจ

 

ใบหน้าหวานกระตุกคิ้วเปล่งเสียงฮึดฮัดเล็กน้อย  ย้ายมือไปประคองใบหน้าของอีกคนให้อยู่นิ่งๆ แล้วก้มลงจูบพร้อมส่งเรียวลิ้นที่พุ่งพรวดเข้าไปอย่างรวดเร็ว

 

ริมฝีปากสวยแกล้งดูดลิ้นน้อยแรงๆทันทีเพื่อเป็นบทเรียนโต้ตอบ หึหึ คิดว่าแบบนี้จะได้ผลเหรอ

 

“ฮื้อ!”

ร่างเล็กรู้สึกเจ็บจี๊ดๆที่ปลายลิ้นจึงผงะริมฝีปากและพ่นลมเหมือนขัดใจ มือบางกดไหล่พี่สาวให้เอนพิงโซฟาและตามประกบริมฝีปากสวยอีกครั้ง บดเบียดแนบชิดกายกับลำตัวของร่างสูงอย่างลืมอายเมื่อต้องการเอาชนะ

 

ดาราสาวยิ้มบางๆโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน เผยริมฝีปากยอมให้เรียวลิ้นน้อยได้เข้ามาเล่นซุกซนในโพรงปาก ขยับลิ้นตามลีลาแสนเงอะงะเนิบนาบของมือใหม่หัดจูบ

ซึ่งไม่ได้ทำให้ตนรู้สึกรำคาญหรือขัดใจเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งรู้สึกรักใคร่เอ็นดูอยากสอนให้หมดทุกอย่างแต่ก็รู้ดีว่าทำไม่ได้ เหมือนอ้อยเข้าปากแต่ห้ามเคี้ยวห้ามกลืน

ทำได้เพียงดมกลิ่นและลิ้มรสหวานๆที่ซึมออกมาให้พอประทังความกระหายต้องการ  มันช่างทรมานใจอย่างบอกไม่ถูก

 

“ฮืม~...”

เสียงเล็กครางฮึมฮัมพอใจ ค่อยๆลองตวัดปลายลิ้นสำรวจตรงนั้นตรงนี้ไปทั่วโดยไม่เจอะจงพื้นที่อย่างเพลิดเพลินติดใจ จนเริ่มจะจับจังหวะหายใจเข้าออกได้อย่างคงที่และจูบได้เนินนานขึ้นกว่าเดิม

ดื่มด่ำในความหวานล้ำอย่างหลงระเริงไม่รู้เบื่อ

 

ร่างสูงเลื่อนกายลงนอนตามแนวยาวของโซฟา พิงศีรษะกับหมอนนุ่มสบายแล้วหลับตาทำสมาธิ ตามด้วยร่างเล็กที่ตามมาลงประกบหอมบ้างจูบบ้างนัวเนียเหมือนแมวน้อยจอมยั่ว

....ยุบหนอ ยุบหนอ ยุบหนอๆๆๆ

 

“พี่เมษ์…”

 

“หืม??”

เมษาธิดาลืมตามองด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่ในใจอัดอั้นเก็บกดอารมณ์ให้นิ่งเฉย ไม่โอนอ่อนไปตามความต้องการที่มากล้นไร้การปลดปล่อย มันแตกต่างจากการรอให้อีกฝ่ายพร้อมเพราะถึงยังไงก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่อย่างใด

....น้องสาว น้องสาว น้องสาวๆๆๆ...

 

“กอดมิ้นท์หน่อย…”

มีนาเรศเปล่งเสียงอ้อนนัวเนียคนเบื้องล่างไม่เลิก หัวใจผองโตเปี่ยมล้นด้วยความรู้สึกหลากหลายยากต่อการแยกแยะ แววตาหวานฉ่ำกรุ้มกริ่มคลั่งไคล้ปลาบปลื้มไปหมดทุกอย่างจนไม่เคยนึกถึงขอบเขต

 

“กอดแล้ว”

 

“กอดอีก กอดแน่นๆนะๆๆๆ”

ใบหน้าหวานซบลงบนหมอนใบเดียวกับพี่สาว สอดแขนกอดคอร่างสูงด้วยความมันเขี้ยว

 

“แน่นกว่านี้เดี๋ยวหัก ตัวยิ่งมีแค่นี้อยู่”

ดาราสาวหันไปบอกโอบกอดกระชับเอวบางเล็กน้อย ปลายจมูกเผลอสูดดมเส้นผมหอมละมุนเข้าเต็มปอด ผ่อนลมหายใจรดรินใบหูแดงระเรื่อเข้าพอดีโดยไม่ตั้งใจ

 

“ฮือ...จั๊กจี๋”

ใบหน้าหวานขยับหนีเลื่อนศีรษะขึ้นไปเล็กน้อยให้พอพ้นลมหายใจและริมฝีปาก ซุกปลายจมูกกับเส้นผมหอมนุ่มใกล้ๆขมับของใบหน้าคมสวย ฮืมหอมทั้งตัวเลยหรือเปล่านะ

 

“หึหึ..แล้วตรงนี้จั๊กกะจี๋ไหม”

เมษาธิดาเอ่ยเสียงหวานลากปลายจมูกพร้อมพรมจูบเบาๆตามลำคอขาวเนียนใส เลื่อนลงไปเรื่อยๆจนถึงหัวไหล่มนอย่างอดใจไม่ไหว

 

“อื๊อ~...อย่ามันจั๊กกะจี๋”

ร่างเล็กเกร็งตัวสยิวกายจนขนลุกเป็นเกลียว  จะขยับตัวหนีแต่ถูกคนเบื้องล่างกอดรัดจนแน่นอึดอัดขึ้นมาซะงั้น

 

“แผล็บ”

 

“อ๋าา~...พิ..พี่เมษ์…”

มีนาเรศห่อไหล่หลับตาปี๋กับความรู้สึกจั๊กกะจี๋แปลกๆเมื่อปลายลิ้นอุ่นๆ บวกกับลมหายใจร้อนๆเลื้อยลากไปตามลำคอขึ้นมาจนถึงใบหู ใบหน้าร้อนวูบวาบ เนื้อตัวอ่อนยวบสั่นสะท้านปั่นป่วนไปทั่วเรือนร่าง

 

 

“...♪มาเล่นให้ใจฉันเต้นแบบนี้ ฉันว่าเธอก็มีอาการใช่ไหม ใจมันเต้น มันเต้นเป็นจังหวะรัก แล้วเธอ…”

 

 

เสียงริงโทนโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้ทั้งสองสะดุ้งเล็กน้อย เมษาธิดาหลุดจากภวังค์รีบคว้าโทรศัพท์กดรับสายด้วยมือไม้ที่แอบสั่นนิดๆ หวั่นอยู่ไม่น้อยว่าคนปลายสายจะล่วงรู้พฤติกรรมของตน

ไม่อยากจะคิดว่าผลตามมาจะเป็นยังไงถ้าหากรู้ว่าลับหลังรังแกน้องแบบนี้

 

“สวัสดีค่ะคุณแม่”

 

[“อยู่ไหนกันคะ? ทำอะไรอยู่”]

 

“ทำ...อยู่เอ่อ...มาดูคอนโดที่คุณพ่อซื้อให้วันเกิดน่ะค่ะคุณแม่”

ดาราสาวตอบด้วยความกระอึกกระอักเมื่อร่างเล็กซุกใบหน้าเข้าหาซอกคอทำลายสมาธิในการพูดคุย

 

มีนาเรศสูดกลิ่นหอมยั่วยวนใจอย่างหลงใหล คลายปลายลิ้นแตะเนื้อผิวหอมหวานอยากจะฝังเขี้ยวลงอีกแต่ก็รู้ว่าไม่ควรเพราะมารดาเคยสั่งห้ามเอาไว้  จึงลากปลายลิ้นไปตามซอกคอขาวเป็นการแกล้งคืนที่ทำกับตนเมื่อครู่นี้

พี่เมษ์จะจั๊กกะจี๋เหมือนเราไหมนะ

 

[“3 ทุ่มกว่าแล้วนะ พาน้องกลับบ้านได้แล้ว พรุ่งนี้น้องต้องไปโรงเรียน”]

 

“ค่ะ จะพากลับเดี๋ยวนี้เลยค่ะคุณแม่”

เมษาธิดากัดฟันแน่นหลับตาพยายามควบคุมสติเต็มที่เมื่ออีกคนกำลังจงใจยั่ว ปลายลิ้นน้อยเลื้อยขึ้นมาเรื่อยๆจนเกือบถึงใบหู!

 

[“งั้นขับรถดีๆนะคะ เดี๋ยวแม่ไปรับยายก่อน”]

 

“ค่ะ สวัสดีค่ะคุณแม่”

มือเรียวกดวางสายและพลิกตัวจับร่างเล็กกดลงทันที

 

“นี่! ทำอะไรเดี๋ยวจับปล้ำจริงๆซะเลย หึ๊!”

ร่างสูงพูดเสียงรอดไรฟันอย่างอดกลั้น รวบข้อมือเล็กไว้ด้วยมือเดียว มืออีกข้างลูบผิวแก้มเนียนนุ่มเลื่อนลงไปตามลำคอจนถึงคอเสื้อแขนกุดของชุดกระโปรงน่ารัก เพียงออกแรงดึงนิดเดียวก็ไหลลงตามนิ้วมือเผยให้เห็นแผงไหล่บางขาวเนียนใส

ดวงตาคมจ้องร่างเล็กเหมือนอยากจะเขมือบเสียเดี๋ยวนั้น  จะยั่วให้พี่ตบะแตกให้ได้เลยใช่ไหมยัยเตี้ย ต้องให้จับแก้ผ้าก่อนใช่ไหมถึงจะรู้สึก

 

“ฮะๆๆ หน้าแดงก็เป็นด้วย จั๊กกะจี๋เหรอคะ”

 

เมษาธิดาหยุดชะงักตั้งสติไตร่ตรองชั่งใจ  ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวเบาๆเก็บกดกล้ำกลืนความอัดอั้นไว้เมื่อเห็นแววตาใสแจ๋วไร้ความหวาดระแวง

….มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ เราจะทำลายความไว้ใจนั้นไปทำไมกัน

 

“เดี๋ยวเหอะ! ดื้อนักใช่ไหม ต้องโดนแบบนี้”

ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันแน่น มือข้างเดิมเลื่อนลงมาจี้เอวบางจนร่างเล็กชักดิ้นไปมาไม่หยุด

 

“อ้าฮ่าฮ่าฮ่า...พี่เมษ์! คุณแม่บอกให้กลับบ้านแล้วนะ ฮ่าๆๆๆ ปล่อย พอแล้วมิ้นท์จั๊กจี๋ ฮ้าฮ่าๆๆ…ฮาาา..”

มีนาเรศเกร็งตัวดิ้นหัวเราะจนเหนื่อย ขยับตัวอยากจะหนีแต่ก็สู้แรงของอีกคนไม่เคยได้

 

“ฮืออ..ฮืมม…~”

ร่างเล็กเปล่งเสียงหอบปนครางในลำคออย่างติดขัด เมื่อริมฝีปากที่เผยหอบหายใจแรงถูกประกบด้วยกลีบปากนุ่มสวยโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

เรียวลิ้นนุ่มลื่นแสนหวานรุกล้ำเข้ามาตวัดเกี่ยวพันกันอย่างนิ่มนวลอ่อนโยนจนเคลิ้มตามบทจูบที่น่าหลงใหลติดใจ อยากจูบอยากหอมแบบนี้ทุกๆวัน รู้สึกดีจัง

 

“ไปหวีผมไป หัวยุ่งหมดแล้ว จะได้รีบกลับ”

เมษาธิดาถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง เลื่อนมือปัดผมยุ่งๆของน้องสาวอย่างรักใคร่ทะนุถนอมแล้วก้มลงจูบหน้าผากเนียนใสแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นจากตัวร่างเล็กและหยิบกระเป๋าหากุญแจรถเตรียมตัวจะกลับ

 

มีนาเรศลุกขึ้นทำตามอย่างว่าง่าย ก้าวเท้าเข้าห้องน้ำหวีผมที่ยุ่งเหยิงจากการดิ้นไปมาเมื่อครู่ให้เรียบร้อย หันซ้ายหันขวาตรวจเช็คตัวเองในกระจกแล้วก้าวเท้าออกไปควงแขนร่างสูงอย่างจับจองเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

 

“อ่ะ ขับด้วย”

ร่างสูงพูดเสียงเรียบพร้อมยื่นกุญแจรถให้

 

ใบหน้าหวานยิ้มระรื่นรับกุญแจโดยไม่ปริปากคัดค้านเพราะเริ่มชินกับการขับรถแล้ว อยากสอบเอาใบขับขี่เร็วๆจัง จะได้พายายไปซิ่งหาเลขเด็ด วะฮ่าๆๆ



 

 

2 อาทิตย์ผ่านไป

 

มีนาเรศนั่งรวมกลุ่มเพื่อนๆที่โต๊ะหินอ่อนใต้ร่มไม้ตามปรกติในเวลาพักเที่ยง แกะถุงขนมปังไส้ครีมชาเขียวพลางจ้องตัวหนังสือภาษาอังกฤษในสมุดโน้ต  จะสอบเทอมแรกอยู่แล้วยังจำศัพท์ไม่ได้เลย อ่านออกแต่แปลไม่ได้ กรรม

 

“เธอๆๆ ข่าวพี่เมษ์เมื่อวานนี้จริงอ่ะเปล่า”

นิชาวิ่งเข้ามานั่งข้างๆเพื่อนพร้อมอาหารเที่ยงที่เพิ่งซื้อมา

 

“ข่าวอะไร?”

มีนาเรศเลิกคิ้วสงสัยเพราะเริ่มขี้เกียจติดตามข่าวของพี่สาว ข่าวควงกับคนนู้นคนนี้อีกหรือเปล่า ทำไมถึงชอบเขียนข่าวสาวเจ้าชู้ให้อื้อฉาวก็ไม่รู้  พี่เมษ์ไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย เฮ้อ...

 

“ก็ข่าวที่ชาวเน็ตแชร์กันว่อนในขณะนี้ ว่าสาวฮอตติดอันดับจริงๆแล้วชีเป็นเลสสส…  

และกำลังคบหาดูใจอยู่กับทายาทธุรกิจพันล้าน เจ้าของแบรนด์เนม uStylist ถึงกับพากันไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่กรุงลอนดอน

ไม่ต้องสงสัยค่ะว่าเป็นใครเพราะเรามีภาพมาเฉลยให้ดูกันจะๆ ทั้งหวานทั้งกุ๊กกิ๊กน่ารักจนงานนี้ทำเอาหนุ่มๆอกหักทั้งประเทศกันเลยทีเดียวจ้า”

นิชาอ่านข่าวจากเว็บไซต์ยอดฮิตในมือถือพร้อมแอ็บท่าทางและน้ำเสียงราวกับสวมวิญญาณนักข่าวบันเทิง แล้วหันจอโทรศัพท์ให้เพื่อนดูด้วยรอยยิ้ม อ๊าย แค่เห็นภาพก็ฟินแล้วอ่ะ น่ารักจุงเบย

 

“ห๊ะ? พี่ลูกกวางเนี่ยนะ??”

มีนาเรศขมวดคิ้วแทบไม่อยากเชื่อ  คว้าโทรศัพท์เพื่อนมาเลื่อนดูรูปก็เห็นภาพทานข้าวกันสองต่อสองซึ่งก็ดูปรกติสำหรับตน  

ภาพร่างสูงยืนกอดลูบหัวร่างบางในวันไปส่งพี่สาวที่สนามบิน ภาพเล่นน้ำสงกรานต์ที่ร่างสูงยืนยิ้มหวานกำลังลูบแก้มร่างบางเหมือนประแป้งให้ แต่จริงๆแล้วแกล้งเอาน้ำแข็งลูบหน้า

ใบหน้าหวานเลิกคิ้วอย่างโล่งใจ ก็แค่ภาพที่ถ่ายถูกจังหวะไม่เห็นมีอะไร

 

“ลูกกวาง?? พี่คนนั้นที่เจอในงานวันเกิดเธอใช่ไหม หือ..ว่าแล้วเชียวหน้าคุ้นๆเหมือนเคยเห็น”

นิชาดีดนิ้วดังแป๊ะขึ้นมาทันที

 

“นี่...ตกลงคู่นี้เขาชอบกันจริงป่ะ”

อ้อมที่ชะเง้อคอดูรูปอยู่ข้างๆเอ่ยถามด้วยความสงสัยอยากรู้

 

“ไม่มีทางอ่ะ ทะเลาะกันบ่อยจะตาย”

มีนาเรศตอบเสียงเรียบแต่ในใจแอบหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย ชอบกัน...คิดได้ไง

 

“แหม ก็เขาอาจจะเป็นคู่กัดแบบลิ้นกับฟัน แต่จริงๆแล้วแอบมีใจให้กันเหมือนคู่กัดในละครก็ได้ ไม่งั้นคงไปเดทกันไกลถึงอังกฤษหรอก”

คิมที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพูดขึ้นมาบ้าง  

 

“พี่เมษ์เขาไปทำงานถ่ายโฆษณาย่ะ ไม่ ได้ ไป เดท! แล้วก็ไม่มีวันชอบกันด้วย พี่ลูกกวางเขาเรียนอยู่ที่นั้นก็เลยนัดเจอกัน แค่นั้น! ไม่มีอะไร”

เสียงเล็กพูดเน้นถ้อยคำอย่างมั่นอกมั่นใจ

 

“แต่ในงานวันเกิดฉันก็เห็นเขาแหย่กันเล่นแบบมุ้งมิ้งน่ารัก ดูเหมาะสมกันดีออก”

นิชายิ้มอวยไม่เลิก

 

“ใครน่ารัก? พูดถึงฉันอยู่เหรอ?”

ซินดี้อมยิ้มหอบน้ำหอบนมมาวางที่โต๊ะและนั่งลงฝั่งตรงข้าม หยิบน้ำหยิบนมให้เพื่อนๆตามที่ฝากซื้อ

 

“หือ อย่างเธอนี่เรียกว่าน่าถีบมากกว่า พูดถึงข่าวพี่เมษ์อยู่ย่ะ แล้วน้ำฉันล่ะ?”

นิชาเอ่ยทวงเมื่อไม่เห็นน้ำปั่นของตน

 

“ข่าวดาราอีกละ ในหัวนี่มีอย่างอื่นบ้างไหมเนี่ย เงินก็ไม่ให้แล้วจะมาทวงอะไร ห๊ะ ยัยแว่น!”

ซินดี้แอบถอนหายใจผิดหวัง บ้าแต่ดารา เฮ้อ…

 

มีนาเรศถอนลมหายใจขี้เกียจจะอธิบายความสัมพันธ์สนิทสนม   นิ้วแม่มือเลื่อนอ่านคอมเม้นท์ต่างๆไปเรื่อยๆก็เจอสิ่งที่ทำให้โลกแทบเปลี่ยนสีขึ้นมาในพริบตา

ดวงตากลมมองรูปในคืนวันเกิดของพี่สาวที่ตนไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นมาก่อน  มีรูปที่ทั้งสองยืนกอดซบกันกลมราวกับจะสิงร่าง เลื่อนไปอีกนิดก็เห็นคลิปวีดีโอสั้นๆจึงกดดู

 

ใบหน้าหวานกระตุกคิ้วผ่อนลมหายใจหนักขึ้น เมื่อเห็นร่างบางกำลังกอดฟัดหอมแก้มพี่สาวจนเห็นรอยลิปสติกเด่นชัดบนใบหน้าแม้ภาพจะออกมืดๆก็ตาม  

มือบางกำโทรศัพท์แน่นหัวใจดวงน้อยเต้นรัวปั่นป่วนเต็มไปด้วยคำถามและเริ่มหวาดหวั่นขาดความมั่นใจ

 

ดวงตากลมวาวโรจน์เบะริมฝีปากไม่พอใจด้วยความหวงจนใจสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นี่มันอะไรกัน จูบแก้มพี่เมษ์ทำไม!



 

ในวันถัดมา

มีนาเรศกลับจากโรงเรียนตามปรกติ เห็นรถคันหรูของพี่สาวจอดอยู่ประจำที่ก็รู้ทันทีว่ากลับจากอังกฤษแล้ว

ใบหน้าหวานเผยยิ้มดีใจรีบเข้าไปในบ้าน

ก้าวเท้าขึ้นบันไดมุ่งหน้าไปทางห้องนอนของพี่สาวและสวมกอดร่างสูงทันทีที่พบเห็น

 

เมษาธิดาสะดุ้งเล็กน้อยเพราะกำลังจะก้าวเท้าเข้าห้องแต่งตัว จู่ๆก็พุ่งพรวดเข้ามา ดีนะไม่จับทุ่มลงพื้น

 

“พี่เมษ์! มาถึงนานหรือยังคะ?”

ร่างเล็กเอ่ยถามเสียงหวานซบใบหน้ากับแผ่นหลังของร่างสูงอย่างคิดถึง

 

“อืม ถึงตั้งแต่เที่ยงแล้ว”

ร่างสูงยิ้มหันไปตอบ มองร่างเล็กในชุดนักเรียนน่ารักชินตาและยื่นจมูกหอมหน้าผากเนียนใสอย่างชื่นใจ

ปีหน้าใส่ชุดนักศึกษาจะน่ารักขนาดไหนนะ

 

“พี่เมษ์กับ…”

ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมสวย อยากจะถามข้อสงสัยแต่ก็เกิดอารมณ์แทรกซ้อนบางอย่างขึ้นมาจนพูดไม่ออก เพียงแค่นึกถึงสิ่งที่เห็นในคลิปก็ทำจิตใจปั่นป่วนฉุนเฉียวขึ้นมาเสียดื้อๆ

ดวงตาหวานหรี่ลงผ่อนลมหายใจแรงออกอาการขุ่นเคือง  มือบางคล้องคอร่างสูงและยืดปลายเท้าจูบแก้มขาวซ้ายขวาทันทีเหมือนอยากลบรอยของใครบางคน แล้วประกบกลีบปากนุ่มสวยส่งปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหอมหวานอย่างยึดครองเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

 

“หึหึ”

ร่างสูงก้าวถอยหลังนั่งลงบนเตียงนุ่ม นึกแปลกใจที่ได้รับการจู่โจมกะทันหันแต่ก็ชอบ ฝ่ามือเรียวยกขึ้นโอบกอดกระชับร่างเล็กที่ตามมานั่งคร่อมบนตักและประกบริมฝีปากตนตามเคย

ริมฝีปากสวยขยับปลายลิ้นต้อนรับจังหวะลีลาของเรียวลิ้นน้อยที่ฝึกฝนจนเริ่มเก่งขึ้นมานิด  ก่อนจะดันเรียวลิ้นรุกล้ำเข้าไปในโพรงปากหวานละมุนละไม  สำรวจตรวจชิมความหอมหวานอย่างหลงระเริงได้ใจ  

 

เสียงริมฝีปากกระทบกันเป็นจังหวะบวกกับลมหายใจรดรินพร้อมเพรียงกันและเสียงครางน่ารักของร่างเล็ก สร้างอารมณ์คึกคักให้กับดาราสาวอยู่ไม่น้อย จึงเผลอเลื่อนมือลงบีบบั้นท้ายกลมมนเข้าเต็มสองมืออย่างมันเขี้ยว

 

“ฮื้อ!”

มีนาเรศสะดุ้งเฮือก ผงะริมฝีปากและปัดมือเรียวออกทันทีตามสัญชาตญาณ มุ่ยหน้าขมวดคิ้วมองพี่สาวตาเขม็ง

 

“พี่...พี่ขอโทษ”

เมษาธิดารีบชักมือกลับมาว่างไว้ข้างๆตัวเองแทบไม่ทันเมื่อรู้ตัวว่าล้ำเส้น กลืนน้ำลายลงคอด้วยสีหน้าจ๋อยที่ลงมานิด

 

“พี่ลูกกวางหอมแก้มพี่เมษ์ทำไม!?”

เสียงเล็กเอ่ยคำถามข้องใจด้วยแววตาและน้ำเสียงแข็งกร้าว  พร้อมเลื่อนมือบีบพวงแก้มขาวแต่ไม่แรงนักเหมือนอยากทำโทษ

 

“หอมแก้ม?”

ใบหน้าคมสวยเลิกคิ้วนึกคิดสงสัย มาหอมแก้มเราตอนไหนนะ วันนี้ลงจากเครื่องก็โดนนักข่าวสัมภาษณ์เรื่องความสัมพันธ์กับพี่ลูกกวาง เล่นเอาซะงงเลย

 

“ก็พี่เมษ์เป็นข่าวกับพี่ลูกกวาง  แล้วก็มีคนเอาคลิปมาลง เนี่ย! เห็นไหม?”

ใบหน้าหวานพ่นลมหายใจหงุดหงิด เอามือล้วงโทรศัพท์จากกระโปรงนักเรียนแล้วเปิดข่าวให้ดูด้วยสีหน้าบูดบึ้ง  แกล้งทำเป็นจำไม่ได้หรือไง ทั้งกอดทั้งหอมขนาดนี้

 

ดาราสาวขมวดคิ้วจับโทรศัพท์มาอ่านข่าวดูคลิปแบบลวกๆก็พอจับใจความได้

 

“อ๋อ...ก็เอ่อ…เมา...”

ร่างสูงทำหน้าเลิกลั่กพยายามนึกคำอธิบายที่ดีแต่ก็นึกอะไรไม่ออกนอกจากความจริง จะให้บอกว่าไงอ่า พี่ลูกกวางแอบปิ๊งคุณแม่เลยมาหอมแก้มเรา???

เอิ่ม...ฟังดูแย่กว่าเก่าอีก มิ้นท์คงรับได้อ่ะเน๊อะ เห็นแผงฤทธิ์หวงคุณแม่ตั้งแต่เด็กจนใครต่อใครก็กระเด็นหลุดไปจากโคจรมานับไม่ถ้วน ถึงโตแล้วจะดีขึ้นมาหน่อยก็เถอะ

 

“เมา!?”

 

“อืม..”

 

“...พี่เมษ์กับพี่ลูกกวางไม่ได้แอบคบกัน?”

เสียงเล็กคาดคั้น สบตาร่างสูงอย่างจับผิด

 

“โอย...จะให้คบกันได้ไง เจอกันทานข้าวยังจะฆ่าพี่หมกส้วมในร้านอาหารเลย ดีนะพี่ใหม่มาถึงพอดี ไม่งั้นคงกลายเป็นข่าวฆาตกรรมขึ้นหน้าหนึ่งแทนไปแล้วล่ะ ฮะๆๆ”

ดาราสาวส่ายหน้าพูดติดตลก แค่เล่าให้ฟังว่าบังเอิญเจอพี่ดาว แล้วเขาอยากชวนคุณแม่ไปทำงานด้วยเลยให้เบอร์ไปเท่านั้นแหละ แยกเขี้ยวใส่เราอย่างกับจะกินหัว เฮอะๆ

 

“งั้น...ไม่ได้มีอะไรจริงๆใช่ไหมคะ?”

มีนาเรศถามเสียงอ่อนลง สอดแขนคล้องคอร่างสูงและสบตาด้วยความโล่งอกโล่งใจขึ้นมานิด

 

“ฮะๆไม่มีอะไรจริงๆพี่ลูกกวางเขาเมาแล้วเละเทะอ่ะ พี่ใหม่ยังจะโดนดูดปากเลย โทรไปถามก็ได้”

ดาราสาวพูดปนหัวเราะ สบตาร่างเล็กด้วยแววตาเป็นประกายแอบนึกเข้าข้างตัวเอง หึงเราอยู่หรือเปล่านะ

 

“งั้นพี่เมษ์ห้ามเมาอีกนะคะ  แล้วก็ห้ามให้พี่ลูกกวางหอมแก้มอีกด้วย”

เสียงเล็กเอ่ยปากสั่งห้ามพลางยื่นจมูกหอมแก้มขาวอย่างชื่นใจ เลื่อนปลายจมูกลงหาซอกคอหอมนัวเนียออดอ้อนก่อนจะเหลือบเห็นร่องเนื้อขาวอวบโผล่จากเสื้อเรียกความสนใจ

 

“ฮะๆ โอเค”

ใบหน้าคมสวยหันไปหอมหน้าผากเนียนใสด้วยรอยยิ้มพอใจที่อีกคนเข้าใจง่าย ทำไมน่ารักอย่างนี้นะ

 

มีนาเรศผงะใบหน้าเผยริมฝีปากค้าง ดวงตากลมลุกวาวระยิบระยับแทบไม่ได้ยินคำตอบ เพราะเพิ่งจะสังเกตว่าพี่สาวใส่ชุดคลุมอาบน้ำและอยู่ในสภาพที่ไม่เรียบร้อยนัก

คอเสื้อแสกกลางลงลึกจนถึงระดับซี่โครงเผยให้เห็นทรวงอกเต่งตึงล่อตาล่อใจไร้สิ่งอื่นปกปิดขวางกั้น เพียงขยับอีกนิดเดียวก็เกือบเห็นสีสันความงามที่เคยฝันถึงอยู่รำไร

 

ใบหน้าหวานร้อนผ่าวหรี่ตาเพ่งมองเนินเนื้ออวบแน่นอย่างไม่กระพริบ อยากจะกระตุกดึงเชือกมัดเอวออกให้พ้นๆเสียเดี๋ยวนั้น ข้างล่างก็ไม่ใส่อะไรเลยด้วยหรือเปล่า?

 

ดาราสาวเลิกคิ้วมองลงตามสายตามันวาวก็เห็นเสื้อคลุมของตัวเองแหวกหลวมด้วยฝีมือจู่โจมจากคนบนตัก จึงเลื่อนมือมากระชับเสื้อให้มิดชิดเข้าที่ ดูทำหน้าเข้า เดี๋ยวเหอะ

 

“มองอะไร ทะลึ่งเหรอ…?”

เมษาธิดาลากเสียงยียวนมันเขี้ยว ยกมือจับปลายคางร่างเล็กให้เงยหน้าขึ้นมาสบตา ชอบทำหน้าหื่นรู้ตัวบ้างไหม ยัยเตี้ย

 

“เปล่าซะหน่อย”

มีนาเรศหลุดจากภวังค์เสมองไปทางอื่นไม่ยอมสบตา เม้มริมฝีปากแน่นอย่างนึกเสียดาย สีอะไรนะ

 

“ลงไปได้แล้วพี่จะไปใส่เสื้อผ้า แล้วก็ไม่ต้องมายืนแอบดูด้วย เข้าใจไหม???”

ฝ่ามือเรียวบีบแก้มใสจนปากจู๋อย่างมันเขี้ยว ชอบมายืนดูโรคจิตหรือไง

 

“พี่เมษ์บ้า!”

มีนาเรศมุ่ยหน้าฮึดฮัดไม่พอใจและขยับลงจากตัก ก้าวเท้าออกจากห้องลงไปด้านล่าง ชิ ไปทำการบ้านดีกว่า



 

 

2 วันก่อนเปิดเทอมที่ 2 ของภาคเรียน

ดาราสาวกำลังขับรถกลับบ้านในยามค่ำคืนบนท้องถนนที่มีรถไม่ติดมากอย่างใจเย็น สักพักก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจึงกดรับสายตามปรกติ

 

“ฮัลโหล...โทรมาคิดถึงเค้าเหรอ”

เมษาธิดาเอ่ยถามเสียงหวานแบบยียวน หึหึ พอปิดเทอมก็รีบบินกลับมาเชียวนะ กลัวคุณแม่เปลี่ยนงานล่ะสิ

 

[“หึ๋ยไอ้บ้า! ว่างหรือเปล่าออกมาเจอหน่อย”]

 

“อืมก็ว่างอยู่นะ จะให้ไปเจอที่ไหน?”

ใบหน้าคมเลิกคิ้วฟังสถานที่และตอบตกลงก่อนจะกลับรถไปยังจุดหมายใหม่ ฮัมเพลงตามวิทยุอย่างอารมณ์ดี

 

ณ สถานที่บันเทิงแห่งหนึ่ง

ร่างสูงยืนกวาดตามองหาใครบางคนก็เจอร่างบางนั่งอยู่ที่บาร์จึงเดินเข้าไปหา

 

“จ๊ะเอ๋ เป็นไรหน้าบูด?”

ดาราสาวยิ้มทักและนั่งลงข้างๆ โอ้โห...ตาแดงฉ่ำเชียว นั่งดื่มมานานหรือยังเนี่ย

 

“เฮ้อ...เครียด ไปร้องเกะกันเถอะ”

ร่างบางหันไปมองตามเสียงก่อนจะคว้าข้อมือร่างสูงและพาเข้าไปในห้องคาราโอเกะที่จองไว้ หาคนพากลับบ้านได้ละดีจัง ฮะๆ

 

 

หลายชั่วโมงผ่านไป

 

“♪กะกะกะกลัวที่ไหน เกรงใจหรอกหนา  ไหนใครว่าไม่กล้าเข้าไป จะให้ลุยตอนนี้ เลยก็ยังไหว แต่อยากถอยมาดูเชิงก่อน…”

 

ดาราสาวนั่งจิบน้ำส้มฟังร่างบางแหกปากร้องเพลงพร้อมเต้นสนุกสนาน ใบหน้าคมสวยกระตุกยิ้มขำขันกับท่าเต้นเพี้ยนๆไม่เหมือนใน MV

พลางจ้องมือถือเขียนข้อความคุยกับร่างเล็กไปเรื่อยๆ หึหึ บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวก็กลับ ถามอยู่นั้นแหละ

 

“เมษ์...ดื่มๆๆๆ”

กรวิกายกแก้วน้ำสีสวยยื่นให้

 

“ดื่มได้ไงเมษ์ต้องขับรถ พรุ่งนี้มีนัดด้วย”  

 

“โอ๊ย แก้วสองแก้วไม่เป็นไรหรอกน่าาา...เอาให้หมดแก้วนะ ชนๆๆๆ”

ร่างบางเข้ามานั่งแหมะบนหน้าขาของร่างสูง ยัดเยียดเครื่องดื่มมึนเมาให้ตามอารมณ์ที่เริ่มสนุกสนาน

 

“หือ...ครั้งที่แล้วก็พูดแบบนี้ ตื่นมานี่ปวดหัวทั้งวัน”

มือเรียวรับแก้วมาถือไว้เฉยๆไม่ยอมดื่ม

 

“อาววน่าแก้วเดียวเอง...นะ ดื่มเป็นเพื่อนหน่อย ชน?”

กรวิกาเลิกคิ้วยกแก้วของตนขึ้นรอชน

 

ดาราสาวชั่งใจเพียงครู่ก่อนจะยอมยกแก้วขึ้นชนและดื่มรวดเดียวจนหมดเพื่อให้อีกคนเลิกเซ้าซี้

อื้อหือ...ทำไมมันแรงจัง ดื่มแบบนี้ได้ไงเนี่ย

 

“อ่ะ...อีกแก้ว”

 

“ไหนบอกว่าแก้วเดียว?”

ใบหน้าคมเลิกคิ้วมองคนบนตัก แก้วเมื่อกี้ก็แทบจะเห็นดาวแล้วนะ

 

“พี่บอกว่าแก้วสองแก้ว...นี่ก็แก้วที่สองงายย…หึๆ”

ใบหน้าทะเล้นเผยยิ้มเจ้าเล่ห์คะยั้นคะยอยกแก้วน้ำสีสวยส่งให้ถึงปากแทบจะป้อนให้

 

“หวายไม่ต้องเลย เมาแล้วจะมามอมเหล้ากันหรือไง”

เมษาธิดาหันหน้าหนียกมือขึ้นดันแก้วน้ำสีสวยออกห่าง

 

“ฮะๆๆอีกแก้วเดียวเร็วๆ!”

ร่างบางยิ้มหัวเราะคิกคักเหมือนเห็นเป็นเรื่องสนุก ยื้อยักกับร่างสูงเพียงครู่น้ำในแก้วก็หกใส่หน้าอกสวยเข้าเต็มๆ

 

“อ้า...เปียก! ลุกเลย”

ร่างสูงกระเด้งขึ้นยืนรีบคว้าทิชชู่มาเช็ดทันที อึ๋ย กลิ่นเหล้าฟุ้งเลยจะกลับบ้านได้ไงเนี่ย ยัยเตี้ยยิ่งจมูกไวอยู่

 

“โอ๊ย”

ร่างบางปลิวกระเด็นหล่นไปกองที่พื้น พยายามลุกขึ้นแต่ด้วยความมึนเมาบวกกับสั้นสูงที่ใส่จึงทำให้พลาดล้มจนข้อเท้าพลิกแพลง

 

“เอ๊า ระวังหน่อยสิพี่เดี๋ยวก็หัวทิ่ม”

ร่างสูงหันขวับไปมองตามเสียงร้องและเข้าไปพยุงร่างบางขึ้นมานั่งอย่างเป็นห่วง จะไหวไหมเนี่ย อย่าบอกนะว่าต้องให้แบกกลับบ้าน

 

 

เวลาผ่านไป

ร่างสูงแล่นรถมาจอด ณ คอนโดหรูเพราะอยากจะอาบน้ำก่อนกลับบ้าน ก้าวเท้าไปเปิดประตูรถอีกข้างก็เห็นร่างบางนอนหลับตาพริ้มแลดูน่ารักไร้พิษภัย

ริมฝีปากสวยกระตุกยิ้มบางๆและเอื้อมมือเขย่าไหล่บางพยายามปลุก

 

“พี่ลูกกวาง ตื่น!”

 

“ฮือ...ยัยแสงดับอย่ามายุ่ง!”

กรวิกาฮึดฮัดพึมพำปัดมือที่รบกวนด้วยความรำคาญใจ

 

“เฮ้อ…”

ดาราสาวส่ายหน้าและพยุงร่างบางออกจากรถพาขึ้นห้อง  กว่าจะลากออกมาจากห้องคาราโอเกะได้ยังจะต้องลากขึ้นห้องอีก เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย

 

“ปีหม่ายยย...เธอนี่...โชคดีจังมีน้องๆช่วยแบ่งเบา ไม่ต้องแบกรับภาระความหวังไว้คนเดียว...”

ร่างบางเกาะแขนซบใบหน้ากับต้นแขนของร่างสูงตามความเคยชินพลางละเมอถึงความเครียดกดดันไปเรื่อย

 

“ปีใหม่ที่ไหนเล่าเบิกตาดูซะบ้าง ถอดรองเท้าก่อน”

เมษาธิดาเปิดประตูห้องพาร่างบางมานั่งที่โซฟาด้วยความทุลักทุเล  และก้มลงพยายามถอดรองเท้าให้ร่างบางอย่างยากลำบากเพราะไม่เคยต้องดูแลใครแบบนี้ รู้งี้เอาทิ้งไว้ในรถดีกว่า

 

“ฮืมหึหึ...ฟอด! ฟอด! ฟอด! สวยที่สุดเลย...”

กรวิกาหรี่ตามองใบหน้าเลือนลางก่อนจะเผยยิ้มหวาน ย้ายมือประคองใบหน้าคมสวยและหอมแก้มซ้ายขวาสลับกันไปมาฟอดใหญ่

 

“อยู่เฉยๆได้ไหมเนี่ย นอนไปเลยนะ เดี๋ยวไปอาบน้ำก่อนจะพาไปส่งบ้าน”

ดาราสาวผงะใบหน้ารีบลุกขึ้นยืนเมื่อถอดรองเท้าเสร็จ ไม่ให้ร่างบางได้คลอเคลียไปมากกว่านี้ หมุนตัวเดินหนีแต่อีกคนก็ตามมากอด

 

“ฮือ...จาปายหนาย...มาให้กอดซะดีๆ”

กรวิกาสวมกอดร่างสูงสอดมือเข้าไปใต้เสื้อลูบไล้หน้าท้องเซ็กซี่อย่างหลงใหล

 

“พี่...อะไรเนี่ยเดี๋ยวก็…”

ร่างสูงสะดุ้งเฮือก แกะมือบางออกและหันไปมองก็ถึงกับต้องชะงักอึ้งเมื่อเห็นเนื้อตัวขาวใสหมดจดไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ เหลือเพียงชั้นในและแพนตี้ตัวจิ๋วปกปิด ถอดชุดทำไมเนี่ย!

 

ร่างบางกระชับอ้อมแขนซุกใบหน้าเข้าหาลำคอขาวนัวเนียอย่างมันเขี้ยว ฮืมน้ากันย์…

 

“พี่ลูกกวาง...พี่เมาแล้วนะคะ”

เมษาธิดาเอ่ยเสียงสั่นพยายามระงับอารมณ์เก็บกด ใบหน้าคมกัดฟันแน่นผลักดันเนื้อตัวนุ่มนิ่มหอมกรุ่นยั่วยวนจิตใจอย่างยากลำบากเพราะอีกคนไม่อยู่เฉย ยิ่งผลักใสก็ยิ่งถูกเนื้อต้องตัวขาวนิ่มราวกับสำลี  

ริมฝีปากสวยผ่อนลมหายใจแรงขึ้นก่อนจะตัดสินใจอุ้มร่างบางเข้าไปในห้องนอนและโยนลงบนเตียงนุ่มทันที!



 

 

รุ่งเช้าวันใหม่

มีนาเรศตื่นขึ้นมาในความว่างเปล่าไร้ร่องรอยของคนเคียงข้าง ใบหน้าหวานกระตุกคิ้วควานหาโทรศัพท์มาเปิดดูก็ไม่เห็นข้อความใหม่ใดๆ

ไหนบอกเดี๋ยวก็กลับไงหรือนอนสลบอยู่ข้างล่าง? เมาอีกแน่ๆเลย   

ร่างเล็กรีบลุกลงจากเตียงก้าวเท้าลงไปด้านล่างก็ไม่เห็นวี่แววของพี่สาว มีเพียงมารดาที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โซฟา

 

“พี่เมษ์ล่ะคะคุณแม่”

ร่างเล็กเข้าไปนั่งลงข้างๆหอมแก้มสวมกอดมารดาแอบอ้อนนิดๆ วันนี้สวยจังเลย

 

“นอนอยู่คอนโด เห็นเมื่อคืนโทรมาบอกกลับบ้านไม่ไหว”

กันยารัฐต์ตอบเสียงเรียบอย่างไม่เป็นกังวลนัก หันมองลูกสาวคนเล็กและจูบหน้าผากเนียนใสด้วยรอยยิ้ม

หึหึ เป็นสาวแล้วยังอ้อนเหมือนเด็กอยู่เลย ยัยลูกแหง่

 

“...งั้น มิ้นท์ไปหาพี่เมษ์นะคะ เดี๋ยวทำเอาอาหารเช้าไปให้ด้วย ตื่นมาคงหิว”

ใบหน้าหวานนึกคิดทำเซอร์ไพร์สก่อนจะเผยยิ้มขออนุญาตมารดา

 

“ก็ไปสิคะ แม่จะออกไปซื้อกะหรี่ปั๊บให้ยายอยู่พอดีเห็นบ่นว่าอยากกิน เดี๋ยวแม่แวะไปส่ง”

ใบหน้าคมยิ้มบางๆ เลื่อนมือปัดเส้นผมปกปิดใบหน้าหวานเหน็บกับใบหู

 

“งั้นมิ้นท์ไปอาบน้ำก่อนนะคะ ขอบคุณค่ะคุณแม่”

มีนาเรศยิ้มพูดเสียงใส ยื่นจมูกหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่ก่อนจะวิ่งขึ้นบันไดไปอาบน้ำแต่งตัว และจัดเตรียมอาหารใส่กล่องข้าวอย่างคล่องแคล่วว่องไว

 

 

เวลาต่อมา

ร่างเล็กเดินอมยิ้มระรื่นออกจากลิฟต์มุ่งหน้าไปยังจุดหมายอย่างไม่รีบร้อน เสียบคีย์การ์ดเปิดเข้าไปในห้องคอนโดหรูของพี่สาวและวางกล่องข้าวไว้ที่โต๊ะอาหาร ริมฝีปากบางเผยยิ้มร้ายเมื่อนึกอะไรสนุกๆเพื่อแกล้งอีกคน

 

“อิอิ ยังไม่ตื่นแน่ๆเลย อย่างนี้ต้องเจอน้ำแข็งโทษฐานที่ปล่อยให้เรานอนอยู่คนเดี๋ยว”

ร่างเล็กเปิดตู้เย็นหยิบน้ำแข็งมา 2-3 ก้อน ก้าวเท้าไปทางห้องนอนบิดประตูเปิดเข้าไปก็แทบจะหยุดหายใจเมื่อเห็นภาพบาดตา กำน้ำแข็งในมือจนแน่นเหลวละลายกลายเป็นน้ำหยดลงพื้น

 

น้ำตาเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาเสียดื้อๆ มองสองร่างนอนกอดกันกลมในสภาพที่ล่อแหลมด้วยหัวใจที่แตกสลายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ร่างบางในเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางที่ดูหลวมจนเห็นแผงไหล่ปกปิดไปถึงแค่ขาอ่อนราวกับใส่อยู่แค่นั้น นอนหลับพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของร่างสูง

บวกกับพี่สาวในชุดนอนเสื้อเชิ้ตตัวยาวดูสภาพไม่ต่างกันกำลังขยับใบหน้าหอมหน้าผากอีกคนอย่างเป็นสุข เพียงเท่านี้ก็ไม่ยากที่จะคาดเดาว่าอะไรเป็นอะไร

 

“คนโกหก…”

น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาปวดใจ เบะริมฝีปากกลั้นน้ำตาที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน

 

ร่างเล็กก้าวเท้าออกไปเงียบๆไม่อยากรู้ไม่อยากเห็นอะไรอีกทั้งนั้น หัวใจดวงน้อยบีบแน่นจนจุกอกเต็มไปด้วยคำถามมากมายว่าทำไมต้องรู้สึกแบบนี้

 

 

เวลาเกือบเที่ยง

กันยารัฐต์กลับมาถึงบ้านพร้อมขนม 3 กล่องมาวางที่โต๊ะอาหาร สายตาก็เหลือบเห็นลูกสาวคนเล็กนั่งหันหลังอยู่ที่โต๊ะไม้สักหลังบ้านจึงเข้าไปหา

 

“พี่เขาไม่ว่างเหรอถึงได้กลับมาเร็ว”

กันยารัฐต์ยืนสวมกอดร่างเล็กจากด้านหลัง เกยคางบนศีรษะลูกแบบหยอกเล่น ซึมมาเชียว ติดน้องเมษ์จริงๆนะลูกคนนี้

 

มีนาเรศสะดุ้งเล็กรีบน้อยปาดน้ำตาบนแก้มก่อนที่มารดาจะเห็นและหันไปกอดมารดาแน่น

 

“คุณแม่คะ มิ้นท์อยากจะถาม”

ร่างเล็กกดน้ำเสียงให้เป็นปรกติมากที่สุด ไม่อยากแสดงความอ่อนแอ

 

“ว่ามาสิคะ”

กันยารัฐต์นั่งลงข้างๆมองหน้าลูกสาวก่อนจะกระตุกคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าไม่สดใส  เอ๊ะ ทำไมตาแดงๆ เป็นอะไรร้องไห้มาหรือเปล่า?

 

“ความรักมันเป็นยังไงเหรอคะคุณแม่ มันแตกต่างจากความรักของครอบครัวไหมคะ”

มีนาเรศถามออกไปเสียงค่อย เอนตัวลงกอดเอวซบตักมารดาเพื่อหลบหน้า

 

“ความรักก็...เป็นความรู้สึกคิดถึงห่วงใย อยากปกป้องดูแล อยากเจอหน้าพูดคุย ส่วนอีกแบบหนึ่งมันจะแตกต่างก็ตรงที่ว่า

เราอยากให้เขาสนใจเรา อยากมีเขาเคียงข้าง อยากอยู่ใกล้ๆ อยู่ด้วยแล้วมีความสุข อยากให้เขารักและเป็นของเราคนเดียว ก็ทำนองนี้นะคะลูก”

ใบหน้าคมก้มมองร่างเล็กด้วยความอึ้งตึง ไม่คิดว่าจู่ๆจะเจอคำถามแบบนี้จากลูกสาวคนเล็กแต่ก็พยายามอธิบายให้ดีที่สุด นี่รักใครเป็นแล้วเหรอเนี่ยถึงได้ถาม

 

“แล้วถ้าคนๆนั้นเป็นคนที่เราไม่ควรจะรักล่ะคะ”

มีนาเรศถามออกไปเสียงเศร้าเมื่อรู้ตัวและมั่นใจว่าความเจ็บปวดนี้คืออะไร เรานี่มันงี่เง่าที่สุด ทำไมถึงไม่เคยคิดว่าการกระทำที่ผ่านมามันมากกว่าคำว่าพี่น้อง

 

“งั้นเราก็ควรถอนตัวออกมา ถ้าคนๆนั้นเขามีเจ้าของแล้วเราก็ไม่ควรเป็นมือที่สามและควรจะอยู่ห่างๆตัวปัญหาให้มากที่สุด แม้เขาจะขอคืนดีก็ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด

ความรักเกิดขึ้นได้ใหม่นะลูกไม่ต้องไปเสียใจ แม่ไม่รู้ว่าน้องมิ้นท์กำลังเจอกับอะไรแต่มันจะผ่านไปนะคะ มีอะไรก็บอกแม่ได้นะ แม่พร้อมที่จะฟังเสมอ”

กันยารัฐต์ตอบไปตามประสบการณ์พลางลูบหัวลูกสาวอย่างปลอบใจ แอบใจหายอยู่ไม่น้อยที่ลูกยัยแหง่โตจนเริ่มมีความรัก

ทำไมมาถามตอนนี้นะ แอบไปที่อื่นมาหรือเปล่า ใครกันนะที่ทำให้ลูกเราซึมได้ขนาดนี้

 

“ค่ะ มิ้นท์จะทำตามที่คุณแม่บอกทุกอย่าง จะไม่ให้คุณแม่ผิดหวัง มิ้นท์รักคุณแม่ที่สุดเลย”

 

ดวงตากลมฉายแววมุ่งมั่นตั้งใจ ลุกขึ้นนั่งตัวตรงและหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่ด้วยรอยยิ้ม ต่อไปนี้เราจะต้องตัดใจจากพี่เมษ์ให้ได้

 

 

 

 

 

 

=====

100% ค่ะ

ความคิดเห็น