jackxy wu

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 8 Keep Calm and Just Relax

ชื่อตอน : บทที่ 8 Keep Calm and Just Relax

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.6k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มี.ค. 2560 01:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 Keep Calm and Just Relax
แบบอักษร

บทที่ 8

Keep Calm and Just Relax

 

[Hactor’s Part]

“นายอยากรุกนี่” ธชายิ้มหวาน “ฉันก็ให้นายรุกแล้วไง แต่เป็น ลุกลงไปรับนะ”

“ไม่ใช่แล้วโว้ย!

ผมถลึงตาจ้องหน้าธชาอย่างเคืองๆ พยายามบิดข้อมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของไอ้หน้ายิ้มโรคจิตจนหลุดออกมาได้หนึ่งข้าง ผมผลักอกเขาแรงๆ เป็นเชิงเตือน แต่ธชาก็คือธชา นอกจากจะไม่สนใจแล้วยังก้มหน้าซุกไซ้ซอกคอผมต่อ ริมฝีปากร้อนๆ ไล่เม้มตามผิว ปลุกเร้าอารมณ์ให้หวนคืนมาอีกครั้ง ผมคำรามในลำคอเมื่อธชาเลื่อนใบหน้ามาที่แผ่นอก เขาเหลือบตามองผมแวบหนึ่งแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนขบเม้มเบาๆ คล้ายจะแกล้งกัน ผมหายใจหอบ รู้สึกได้ว่าหัวใจตัวเองเต้นถี่ ธชาจูบแผ่นอกผมวนไปมาแต่ไม่แตะต้องจุดที่อ่อนไหวที่สุด ผมกัดฟันกรอด รู้สึกอึดอัดกับการกระทำของเขาเจียนจะคลั่ง

“ดูนายอึดอัดนะ” เขากระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากยังซุกซนอยู่ที่เดิม “อยากให้ฉันทำอะไรเหรอ นายบอกได้นะ”

“ธชา อย่าแกล้ง!” ผมคำรามเสียงหนัก

“แกล้งอะไร” แต่อีกฝ่ายกลับตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เขาเหลือบตามองผมอีกครั้งแล้วยิ้มหวาน “ฉันแกล้งนายตรงไหนบอกมาสิแฮกเตอร์”

“นายไม่ยอม...!” ผมชะงักแล้วเม้มปากแน่น เกือบไปแล้ว เมื่อกี้ผมเกือบหลุดปากขอร้องให้เขาทำอะไรน่าอายลงไปแล้ว บ้าเอ๊ย!

“ฉันไม่ยอมอะไร?” ธชาทวนคำ ใบหน้าคมเข้มประดับรอยยิ้มร้ายกาจ ดวงตาเรียวรีพราวระยับจนผมอยากซัดหน้าเขาสักหมัด “อ๋อ หรือนายหมายถึงอันนี้...?”

“ธชา นายมัน...อึก! อืม...ไอ้เวร!

ธชาตวัดลิ้นเลียยอดอกผม ลิ้นอุ่นๆ ทำให้คำด่าแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางด้วยความวาบหวาม มือที่ว่างตะโบมเคล้นคลึงอกผมอีกข้าง ผมกัดฟันกรอด ไม่อยากหลุดเสียงที่ทำให้เขาได้ใจ แต่ธชาก็ขี้แกล้งเกินกว่าผมจะรับมือไหว โพลงปากอุ่นครอบครองยอดอกผมไว้ ปลายลิ้นร้อนละเลงรัวสลับกับดูดเม้มราวกับมันเป็นขนมหวาน เมื่อฟันคมไล่ครูดผิวเนื้ออ่อนแต่ละครั้งผมก็อดคำรามเสียงต่ำในลำคอไม่ได้ ธชาปล่อยมือผมแล้ว ผมเลยยกมือเข้าแทรกกลุ่มผมสีดำสนิทของเขาแล้วดึงทึ้งระบายอารมณ์

“ดีไหม?” เขากระซิบเบาๆ ผมไม่ตอบ ได้แต่หอบหายใจแรงๆ จนธชาถามซ้ำ “ดีไหมแฮกเตอร์”

“อึก...ไม่ นายมันไอ้ไก่อ่อน”

“ปากแข็ง” เขาหัวเราะเบาๆ แล้วกดส่วนล่างแนบสนิทลงมา ผมสัมผัสได้ถึงส่วนแข็งขืนร้อนผ่าวที่อยู่ใต้กางเกงเขา ธชาขยับตัวเบาๆ เสียดสีส่วนของไหวของพวกเราทั้งคู่เข้าด้วยกัน ผมกัดฟันกรอด ทึ้งเส้นผมสีดำสนิทของธชาจนยุ่งเหยิงกว่าเก่า “ถ้าฉันมันไก่อ่อน แล้วนายมีอารมณ์กับไก่อ่อนอย่างฉันทำไมล่ะ”

“เป็นเพราะ อึก! ไวน์นั่น ไม่ใช่เพราะนาย”

“งั้นมาดูกันว่าเป็นเพราะไวน์นั่น...” ธชากัดแรงๆ จนผมสะดุ้ง อ้าปากด่าเขาแทบไม่ทัน ดวงตาเรียวรีสีดำสนิทมองสบผม มันอัดแน่นไปด้วยอารมณ์ที่กรุ่นอยู่ภายในรอการระบาย “...หรือเป็นฉัน ที่จะทำให้นายครางออกมากันแน่!

“เฮ้ เดี๋ยว ธชา ฉันบอกว่าเดี๋ยว!

ธชาเหมือนถูกผีสิง เขาไม่ฟังที่ผมห้ามสักนิด มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ขอบกางเกงผม กระตุกทีเดียวมันก็หลุดติดมือเขาไปอย่างง่ายดาย ผมสบถเสียงดังเมื่อโดนเนื้อผ้าครูดผิวจากแรงกระชากเมื่อครู่จนแสบไปหมด ตอนนี้กางเกงผมคาอยู่บริเวณหน้าขา และธชากำลังจะจัดการกับบ็อกเซอร์ผมเป็นรายถัดไป

ไอ้เวรนี่ คิดว่าตัวเองถอดคนอื่นได้อยู่ฝ่ายเดียวหรือไงวะ!

ผมกัดฟันกรอด ช่างหัวมันแล้ว ถ้าธชาอยากเปลื้องผ้าผมนักงั้นก็ทำไป แต่อย่าหวังว่าผมจะยอมเป็นฝ่ายโดนถอดอยู่คนเดียว ผมยกเท้าออกแรงยันอกธชาที่คร่อมอยู่ให้ถอยออกไป แล้วผุดลุกขึ้นนั่ง มือคว้าหมับที่ขอบกางเกงเขา จัดการปลดกระดุมและทึ้งมันออกจนได้ยินเสียงซิปขาดออกจากเนื้อผ้าดังแควก ธชาสบตาผมด้วยแววตาที่ดูจะตกใจเล็กน้อย แต่ไม่นานมันก็หายไป กลายเป็นว่าตอนนี้พวกเราต่างคนต่างตั้งใจถอดปราการด่านสุดท้ายของอีกฝ่ายเต็มที่

เสียงหอบหายใจเป็นเสียงเดียวในห้องตอนนี้ ผมเบียดตัวเข้าชิดธชา ผิวเนื้อเปล่าเปลือยของพวกเราแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของอีกฝ่าย ธชาดึงกางเกงผมออกแล้วปาทิ้งไปที่ไหนสักที่ในห้อง บ็อกเซอร์ผมถูกรั้งลงเปิดเผยความต้องการที่ผงาดอยู่ตรงหน้า ผมตัวสั่นเมื่อฝ่ามืออุ่นเข้ามากอบกุมมันไว้ ธชาสบตาผม ดวงตาสีดำสนิทดูล้ำลึกสะกดผมเอาไว้ เขายิ้มน้อยๆ แล้วค่อยๆ ขยับมือรูดรั้งส่วนอ่อนไหวของผมจนความรู้สึกเสียวซ่านแล่นไปทั่วร่าง

“นาย...อา...เดี๋ยว อย่าเพิ่งทำ”

ผมพูดไม่เป็นภาษา สมองขาวโพลนไปหมดจนลืมว่าตัวเองก็กอบกุมความต้องการแข็งขืนของธชาเอาไว้ มันร้อนผ่าวและแน่นตึง กระทั่งธชาออกปาก ผมถึงได้รู้ตัวว่ากำลังทรมานเขาอยู่

“แฮกเตอร์...ขยับมือนายสิ” ดวงตาสีดำสนิทฉายแววอดกลั้น ผมได้ยินเสียงครางแหบพร่า “นายคงไม่ได้จงใจทรมานฉันหรอกใช่ไหม”

“อา...ไอ้เวร!

ผมด่าเขา ไม่รู้ว่าด่าทำไม รู้แค่ว่าต้องด่า หลังด่าเสร็จผมก็ขยับมือ เริ่มจากช้าๆ ก่อนเร่งระดับความเร็วขึ้น พวกเราเป็นผู้ชายเหมือนกัน ผมเลยรู้ดีว่าควรทำยังไงธชาถึงจะพอใจ ว่าแต่ทำไมผมต้องทำให้มันพอใจด้วยวะ หงุดหงิดตัวเองชะมัด!

“แฮกเตอร์...” ธชายื่นหน้ามากระซิบข้างหูผม เสียงเขาสั่นพร่าจนผมรู้สึกวูบวาบ “ขยับตัวนายเข้ามาอีก”

“จะทำอะไร” ผมกัดฟันถาม พยายามไม่หลุดเสียงครางออกมา

“ทำกับนาย...” เขาหอบหายใจเสียงหนัก แล้วซุกหน้าลงกับลำคอผม ริมฝีปากร้อนจูบประทับลงบนผิวเนื้อต้นคอแล้วเกลี่ยไปมา มืออีกข้างวางแนบสีข้างผม ปลายเล็บจิกลงบนผิวเนื้อ ผมเจ็บจี๊ดจนต้องระบายลมหายใจเสียงดัง แถมความเจ็บนั้นยังทำให้ผมเผลอเอียงคอให้เขาสัมผัสได้ถนัดมากยิ่งขึ้น “...ทำพร้อมกันกับนาย”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้ถามว่าทำพร้อมกันของเขาคืออะไร ธชาก็แสดงให้เห็นด้วยการกระทำซะก่อน ในเมื่อผมไม่ยอมขยับเข้าหาเขา เขาเลยเป็นฝ่ายขยับเข้าหาผมแทน ธชาปัดมือผมที่กอบกุมส่วนอ่อนไหวของเขาทิ้งแล้วจัดการรวบของพวกเราเข้าด้วยกัน ผมหลุดเสียงครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อส่วนนั้นของพวกเราสัมผัสกันตรงๆ มันเป็นความรู้สึกที่ทำเอาผมสับสนไปหมด ใจหนึ่งรู้สึกตื่นเต้น แต่ในขณะเดียวกันก็เกลียดตัวเองที่เผลอไผลไปกับเขา ธชาจับมือผมมากุมความต้องการของพวกเราไว้ แล้วเป็นฝ่ายชักนำให้รูดรั้งไปพร้อมๆ กัน

“แฮกเตอร์...แฮกเตอร์”

ธชาเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาสติผมกระเจิงไปหมด ดวงตาสีดำขลับจ้องผมไม่ละไปไหน แววตาเขาฉายชัดถึงความสุขสม แถมยังมีประกายบางอย่างที่ทำให้ผมหน้าร้อนวูบ ผมหลบตาเขาโดยการยื่นหน้าเข้าประกบปากจูบอีกฝ่าย ดูดเม้มเคล้าคลอจนแถบขาดอากาศหายใจในขณะที่มือก็ไม่หยุดขยับ ธชาแทรกปลายลิ้นเข้ามาในปากผม ถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่เขาจูบเก่งเป็นบ้า

ผมครางฮือในลำคอแล้วบดจูบตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนผละออกมาซุกไซ้เข้าที่ซอกคอขาว กลิ่นตัวหอมเย็นๆ ผสมปนเปไปกับกลิ่นเหงื่อกระตุ้นอารมณ์ดิบผมให้พุ่งทะยานมากขึ้นเรื่อยๆ ผมเม้มปากแรงๆ สร้างรอยตีตราความเป็นเจ้าของไว้บนผิวกายเขา ธชาส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ เขาเอียงคอให้ผมจัดการได้ถนัดกว่าเดิม ปลายจมูกผมไซ้ไปทั่วลำคอเขาจนมาถึงไหล่กว้าง เสียงหายใจหอบผสานกันจนไม่รู้ว่าของใครเป็นของใคร ผมอ้าปากแล้วฝังเขี้ยวตัวเองลงบนผิวเนื้อตรงหน้า ธชาสะดุ้งเฮือกเมื่อโดนผมงับ เขาออกแรงบีบส่วนนั้นของผมเป็นการแก้แค้น

“ฮึ่ม!!!” ผมคำรามเสียงต่ำ แล้วกัดเขาแรงกว่าเดิม ได้ยินเสียงหัวเราะปนเสียงหอบตอบกลับมา

“แฮ่ก...ไม่ยักรู้ว่านายอยากกินฉันมากขนาดนี้”

“กินนายก่อนที่นายจะกินฉันไง”

“งั้นผลัดกันกินไหม” เขาหัวเราะ ฝ่ามือเลื่อนไปที่บั้นท้ายผมแล้วแกล้งบีบแรงๆ “แฟร์เกมไง”

“หุบปากไปเลย”

ผมคำรามใส่เขา ธชาหัวเราะร่วน ก่อนเปลี่ยนเป็นหอบหายใจหนักเมื่อผมเร่งจังหวะการขยับโดยเน้นที่ส่วนของเขามากกว่าของตัวเอง แต่ธชาก็แก้เกมด้วยการผลักผมล้มลงไปนอนราบอีกครั้งแล้วขึ้นคร่อม ผมหอบหายใจจนอกกระเพื่อม พวกเราสบตากันนิ่ง ก่อนธชาจะยิ้มแล้วจัดการแทรกตัวลงหว่างขาผม เป็นบังคับให้ผมแยกขาออกโดยปริยาย

เดี๋ยวก่อน! ที่เคลิ้มตอนแรกนี่ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้ทำอะไรๆ มากกว่านั้นได้นะเว้ย!

“จะทำบ้าอะไรธชา!

ผมถามเสียงเข้ม ดวงตาวาวโรจน์จ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง แต่คำตอบของธชากลับทำให้ผมแทบสำลักน้ำลาย เจ้าตัวมองผมหน้าตายแล้วคลี่ยิ้มหวาน

“เอานายไง  :)

“ไอ้เวร ปล่อยเว้ย!

ผมดิ้นอย่างแรง มือคว้าหมอนได้ก็จับมันฟาดหน้าไอ้บ้ากามที่คร่อมอยู่บนตัวแบบไม่ออมแรง ธชายกมือปัดป้องเป็นพัลวัน ก่อนเขาจะดึงหมอนในมือผมแล้วปาทิ้ง ดวงตาสีดำสนิทพราวระยับ เขาก้มตัวลงจูบหนักๆ ที่ปากผม ก่อนผละออกมาสบตา

Keep Calm...” เขาว่าเสียงระรื่น ท่อนร่างกดแนบมาจนส่วนอ่อนไหวสัมผัสกัน ธชาขยับสะโพก จุดไฟปรารถนาในตัวผมให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง “...And Just Relax

เวลานี้ใครมันจะไปรีแลกซ์ได้วะ F*CK YOU!!!

ผมได้แต่สบถในใจ เพราะเสียงที่เปล่งออกไปตอนนี้มีแต่เสียงคำรามหนักๆ และเสียงครางกระเส่า ธชาไม่ปล่อยให้ผมมีจังหวะคิดเลยแม้แต่น้อย เขาขยับตัวเสียดสีส่วนนั้นเข้าด้วยกันจนผมแทบคลั่งและจวนเจียนจะบ้า! อากาศในห้องทั้งที่เย็นแต่ผมกลับร้อน ร้อนจนเหงื่อออกพราวทั่วตัว ธชาเองก็ไม่ต่างกัน ผมอยากบอกว่านี่คือผลข้างเคียงของยาปลุกในไวน์ แต่ลึกๆ ในใจรู้ดีว่าที่ตัวเองมีสภาพเป็นอย่างนี้มันเพราะใคร

รู้ตัวอีกทีผมก็ขยับสะโพกตอบรับอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง ได้ยินเสียงธชาหอบหนักอยู่ด้านบน ผมสบตาเขา อีกฝ่ายเองก็มองผมไม่วางตา ในตอนที่ผมเกือบแตะถึงขอบเส้นชัย ธชาก็ทำให้ผมสะดุ้งเฮือกด้วยการเลื่อนปลายนิ้วมาแตะบริเวณช่องทางด้านหลัง ผมเบิกตากว้าง แล้วเกร็งตัวขืนไว้ทันที

“ธชา ไม่เอา!

“ไม่ต้องกลัวน่า ฉันไม่รุนแรงหรอก” เขาปลอบผม แล้วยิ้มจนตาหยี “ถึงจะอยากรุนแรงก็เถอะ...”

“ไม่! นี่ฉันจริงจังนะ” ผมพยายามจะหุบขาตัวเอง พอมาถึงตรงนี้ชักรู้สึกอายขึ้นมาตงิดๆ ทำไมคนอย่างผมต้องมานอนอ้าขาให้ไอ้บ้านี่มันสีไปสีมาด้วยวะ!? “ถ้านายเอาอะไรก็ตามยัดเข้ามาในตัวฉัน ฉันฆ่านายแน่!

SHIT!” ธชาสบถ สีหน้าของดูอึดอัดแต่ก็ยอมละมือออกจากช่องทางด้านหลังของผม “ถ้านายจะห้ามฉันอย่างนี้ ชกฉันให้สลบไปเลยยังจะดีซะกว่า”

“นายอย่ามาตัดพ้อ” ผมว่าพลางชันตัวลุกขึ้น รู้สึกปวดหนึบตรงจุดนั้นเมื่อไม่ได้รับการปลดปล่อยสักที “ฉันไม่รู้สึกผิดหรอกนะ”

“แล้วไงต่อ นายจะจบมันแบบค้างๆ คาๆ อย่างนี้หรือไง”

ธชาหอบหายใจหนัก ดูท่าทางลำบากไม่ต่างกัน ผมเม้มปากแน่น สบตาเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนกลั้นใจขยับเข้าชิดแล้วโอบรอบคอเขาไว้ ผมจูบธชาเบาๆ ที่ริมฝีปากในขณะที่ช่วงล่างเริ่มขยับเสียดสีอีกฝ่ายอีกครั้ง

“ไม่ให้ทำถึงขั้นนั้น...” ผมพูดเสียงเบา รู้สึกอายจนหน้าร้อนผ่าวไปหมด “แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามทำต่อให้เสร็จนี่...แค่สัมผัสข้างนอกเท่านั้น ห้ามนายเรียกร้องมากกว่านี้ โอเคไหม?”

“...บางทีฉันก็คิดว่านายนี่มันร้ายกาจชะมัดแฮกเตอร์”

ธชาตอบผมเสียงพร่า เขาโอบเอวผมไว้แล้วขยับตัวให้พวกเราแนบชิดกันกว่าเดิม ธชาเริ่มขยับตัว เสียงหอบหายใจปนเสียงครางในลำคอทำให้ผมเผลอซบใบหน้าลงกับไหล่กว้าง ความรู้สึกหวามไหวแล่นพล่านไปทั่วร่าง ผมตัวสั่นเหมือนกับคนไม่เคยผ่านการมีเซ็กส์มาก่อนทั้งที่ในความจริงแล้วไม่ใช่ หรือเพราะเซ็กส์ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมทำกับผู้ชายด้วยกัน ผมคิด แต่ไม่สามารถหาคำตอบให้ตัวเองและได้แต่ปล่อยตัวไหลไปตามอารมณ์ จังหวะรุกเร้าถี่รัวขึ้นเรื่อยๆ จนผมไม่อาจกลั้นเสียงร้องเอาไว้ได้อีกต่อไป

“อึก อ๊า...เร็วไป ช้า ช้าหน่อย”

“เรียกชื่อฉัน...” ธชากระซิบเสียงพร่า เขากอดผมแน่นขึ้น “ชื่อของฉัน แฮกเตอร์...เรียกชื่อฉัน”

“อึก...ธชา ธชา...” ผมเรียกชื่อเขาตามที่ธชาต้องการ ความปรารถนาที่ใกล้จะถึงฝั่งฝันทำให้ผมจิกแขนเขาแน่นแล้วเชิดหน้าคำรามไม่เป็นภาษา “ธชา อา...ฉันจะ...อึก!!!

“แฮกเตอร์ อื้ม!!!

เสียงหอบหายใจหนักๆ ของพวกเราสองคนดังก้อง ผมรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวมากขึ้นเมื่อได้ปลดปล่อยความต้องการออกมา ผมซบหน้าลงกับไหล่ธชา สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายตัวชื้นเหงื่อไปหมดแถมเขายังหอบหายใจแรงจนผมกลัวว่าหมอนี่จะช็อกตายคาอกผม พวกเราค้างอยู่ท่านั้นชั่วครู่หนึ่งเพื่อปรับระดับลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติ ก่อนธชาจะดึงตัวผมออกมาแล้วประกบจูบแบบไม่พูดพล่ามทำเพลง

“อื้ม!

ผมส่งเสียงประท้วงแล้วผลักอกเขาออกแรงๆ ธชาส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างไม่พอใจ เขาหรี่ตามองหน้าผมแล้วทำท่าจะพุ่งเข้ามาจูบอีกจนผมต้องยกมือ(ข้างที่ไม่เลอะน้ำตัวเอง)ขึ้นดันหน้าเขาไว้

“ธชา!

“อยากจูบ จูบไม่ได้หรือไง” เขางอแงใส่ ผมกลอกตาแล้วถอนหายใจเสียงดัง

“หยุดวอแวได้แล้วธชา ฉันเหนียวตัว จะไปอาบน้ำ!

“เฮ้! ไม่โรแมนติกเลยนะนายนี่” ธชาเสยผมตัวเองที่ยุ่งเหยิงจากการโดนทึ้งตอนอารมณ์ผมกำลังขึ้น เขามองผมด้วยสายตาตัดพ้อ...หรือไม่ก็เสแสร้งตัดพ้อ “พอเสร็จปุ๊บนายก็จะทิ้งฉันไปอาบน้ำเนี่ยนะ นี่ฉันเป็นเครื่องระบายอารมณ์ให้นายหรือไงที่ใช้เสร็จแล้วทิ้งน่ะ”

“อย่ามาทำเป็นพูดดี” ผมชี้หน้าเขาแล้วลุกไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอว ธชามองตามทุกการกระทำของผมตลอด คงคิดว่าผมจะอาย แต่ขอโทษที่ไม่ใช่ ถ้าไปกันถึงขั้นนั้นแล้วผมคงไม่มีอะไรให้ต้องอายแล้วล่ะ “เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จฉันจะไปจัดการกับตาแก่สองคนนั่น หน็อย! บังอาจมาวางยางั้นเหรอ คิดว่าตัวเองเป็นถึงจ้าวนรกแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือไง...เฮ้ ทำอะไรน่ะธชา!?”

ผมร้องออกมาเมื่อจู่ๆ ก็โดนสวมกอดจากทางด้านหลัง ธชาส่งเสียงหึขึ้นจมูกแล้วประทับจูบลงบนไหล่ผม เขาจูบซ้ำๆ วนไปวนมา ขบเม้มและกัดบ้างตามโอกาสจะเอื้ออำนวย ส่วนมือก็ไม่อยู่นิ่งลูบไล้หน้าท้องผมจนขนลุกซู่

“แฮกเตอร์...นายจะไม่ใส่ใจคู่นอนหลังเสร็จแล้วก็ได้หรอกนะ” ธชาบ่นงึมงำ “แต่นายจะไม่สนใจคู่หมั้นตัวเองไม่ได้”

“อะไรวะ...”

“น้ำน่ะไม่ต้องอาบหรอก” เขาว่าพลางกระตุกปมผ้าเช็ดตัวจนมันหลุดออกจากตัวผม ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมากอบกุมสวนที่สงบลงแล้วปลุกปั่นมันขึ้นมาอีกครั้ง “เรื่องพวกพ่อๆ ก็เอาไว้ก่อน ตอนนี้สนใจแค่เรื่องฉันกับนายพอ...นะ”

คำสุดท้ายดูออดอ้อนจนผมเผลอปล่อยตัวให้ธชาทำตามใจชอบ เวรเอ๊ย! ผมไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้เลย ธชาพอเห็นผมไม่ขัดอะไรก็ซุกไซ้ซอกคอผมแล้วจับหน้าผมให้หันไปรับจูบจากเขา จูบเบาๆ ก่อนเพิ่มระดับความร้อนแรงขึ้นอีกขั้น ทั้งยังแฝงการเรียกร้องจนผมต้องจูบตอบ รู้ตัวอีกทีก็ถูกธชาผลักลงบนโซฟา

ดวงตาเรียวรีสีดำสนิทจ้องผมด้วยแววตาพราวระยับ ธชากระตุกยิ้มมุมปาก ดูร้ายกาจจนผมอยากยันหน้าเขาให้สักที ผมไล่สายตามองเรือนร่างของคนตรงหน้า ธชาเป็นคนที่ถึงจะยืนเปลือยไม่ใส่อะไรก็สามารถทำหน้าตาเฉยกับสภาพตัวเองได้ แถมยังดูจะภูมิใจกับหุ่นแน่นๆ ของตัวเองซะอีก ต้องยอมรับว่าเขาเป็นผู้ชายเอเชียที่หุ่นดีไปจนถึงขั้นดีมากคนหนึ่ง ธชาสูง แถมแผงอกยังกว้าง หน้าอกแน่นตึง กล้ามเนื้อซิกแพ็คเป็นลอนสวยไร้ไขมัน เอวสอบแบบวีเชฟ และพอผมไล่สายตาลงมาถึงช่วงล่างถึงเห็นว่าธชาน้อยที่ควรจะสงบไปแล้วกลับคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง ผมหรี่ตา รู้สึกคันปาก อยากด่าเขาหน้าด้านจนแทบขาดใจ แต่อีกฝ่ายโน้มตัวลงมาใกล้แล้วพูดแทรกซะก่อน

“รู้ไหม ว่าคืนนี้ยังอีกยาวไกล”

ธชาไม่ให้ผมปฏิเสธ เขาปิดปากผมด้วยจูบหวานๆ ที่มอมเมาจนสติหลุดลอย หลังจากนั้นพวกเราก็เริ่มต้นกันใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าจนขี้เกียจนับว่าเวลาผ่านไปมากน้อยแค่ไหน

 

แกร๊ก...ตึง...

ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเมื่อหูได้ยินเสียงแปลกๆ หน้าประตูห้อง แต่เมื่อตั้งใจจะขยับตัวลุกกลับลุกไม่ขึ้นซะอย่างนั้น เดี๋ยว...ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งคิดว่าช่วงล่างผมผ่านศึกมาแบบหนักหน่วงจนเจ็บขนาดลุกไม่ได้ ฝันไปเถอะ ที่ลุกไม่ขึ้นนี่เพราะมีไอ้เวรที่ไหนไม่รู้มานอนซบอกผมอยู่ต่างหาก!

ผมก้มหน้ามองตัวปัญหา ธชาหลับสนิทอยู่บนอกผม หน้าตาแลดูมีความสุขสมใจจนผมเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ ตอนหลับล่ะดูหน้าซื่อไร้พิษภัย ใครมันจะไปรู้ว่าเมื่อคืนหมอนี่มันปีศาจบ้ากามชัดๆ ถึงไม่ได้ใส่เข้าไปในตัวผมแล้วทำกันจนถึงขั้นสุดท้าย ทำได้แค่สัมผัสภายนอก แต่ธชาก็รีดเอาเรี่ยวแรงผมไปจนเกือบหมด

สักวันผมจะแก้แค้น คอยดู!

“แกร๊ก...แกร๊ก...”

เสียงประหลาดดึงความสนใจผมจากธชากลับมาที่มันอีกครั้ง ผมชันตัวลุกขึ้นนั่ง ธชาส่งเสียงงึมงำเบาๆ แต่ก็ยังซบผมไม่หนีไปไหน ผมบิดจมูกเขาทีนึงด้วยความหมั่นไส้แล้วหรี่ตาจ้องบานประตูห้องเขม็ง ในขณะที่คิดว่าจะลุกไปเปิดดูให้รู้แล้วรู้รอดดีไหม มันก็แง้มเข้ามาซะก่อน เดี๋ยวนะ...เหมือนเมื่อคืนธชามันล็อกประตูไว้แล้วไม่ใช่หรือไง แล้วไอ้เวรที่ไหนมันกล้างัดห้องผม!

“อ้าวลูกข้า...เจ้าตื่นอยู่เหรอ”

“สวัสดีแฮกเตอร์  :)

โอเค ผมได้คำตอบแล้วว่าไอ้เวรที่ไหนมันกล้างัดห้องผม จริงๆ แล้วมันก็แค่ไอ้เวรสองคนที่มีตำแหน่งเป็นจ้าวนรก และหนึ่งในสองนั่นก็คือพ่อผมที่เพิ่งได้มาแบบสดๆ ร้อนๆ

เฮดีสมองผมสลับกับธชาแล้วทำหน้าเหมือนกับส่งคูปองไปชิงโชคแล้วได้รางวัลใหญ่ ดวงตาสีแดงสดตวัดมองผม ในดวงตาคู่นั้นฉายแววปลื้มปริ่มยังไงชอบกล

“พวกเจ้าได้เสียกันแล้วสินะ” พ่อฉีกยิ้มหวาน “ดูทรงแล้วเจ้าได้เป็นฝ่ายคร่อมใช่ไหมแฮกเตอร์ ไหนบอกพ่อเจ้ามาซิว่าเจ้าได้เสียบเด็กธชานั่น”

“หยาบคาย!” พญายมราชหันไปตวาดเสียงดุใส่พ่อ ดวงตาคมกริบสีดำสนิทวาวโรจน์ “ลูกเจ้าต่างหากที่เป็นฝ่ายโดนเสียบ ข้ารู้จักธชาลูกข้าดี เจ้าเด็กคนนี้ไม่มีทางยอมให้ใครเอาแน่!

“อ๋อเหรอ แต่ลูกเจ้ากำลังนอนซบอกลูกชายข้าอยู่นะ” พ่อยืดตัวแล้วทำหน้าประมาณว่า ข้าเหนือกว่าเจ้านะเว้ยใส่พญายมราช “ตำแหน่งแบบนี้ดูยังไงๆ ลูกข้าก็เป็นฝ่ายเอาลูกเจ้า!

“สามหาว!

“จะสี่หาวห้าหาวเป็นดาวเป็นเดือนข้าก็เหนือกว่าเจ้า!

“นั่นมันหนุมาน!” พญายมราชถลึงตาใส่พ่อ “บัดซบ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าลูกข้าจะเป็นฝ่ายเสียที!

“เจ้านี่มันยังไงกันนะ เป็นพวกแพ้แล้วพาลหรือไง”

“แล้วเจ้าน่ะมันยังไง ติดนิสัยขี้มโนมาจากไหนฮะ”

“มโนอะไรของเจ้า ศัพท์แบบนี้ข้าไม่รู้จักเว้ย!

และอีกสารพัดคำด่าที่สองจ้าวนรกสาดใส่กันไปมา ผมมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเรียบนิ่ง แต่ในใจกำลังปะทุและใกล้ระเบิดเต็มทน แต่ก่อนจะระเบิด ผมต้องปลุกไอ้ตัวปัญหาอีกตัวให้มันมาเคลียร์กับพ่อตัวเองด้วย

“ธชา...ฉันรู้ว่านายตื่นนานแล้ว” ผมว่าเสียงเรียบ พยายามควบคุมตัวเองให้หยุดสั่นด้วยความโกรธปนหงุดหงิด “รีบไสหัวนายออกจากอกฉันแล้วจัดการกับพ่อนายซะก่อนที่ฉันจะบีบคอนาย!

“...โธ่ กำลังสนุกเลย”

ธชาลืมตาจ้องผมตาแป๋ว ก่อนเจ้าตัวจะคลี่ยิ้มหวานแล้วยกหัวขึ้นจุ๊บเบาๆ ที่ริมฝีปากผม จากนั้นก็บิดขี้เกียจด้วยท่าทีที่ผมเห็นแล้วได้แต่คันอวัยวะเบื้องล่างอยากยกเท้ายันมันตกเตียงเต็มแก่

“ธชา”

ผมกดเสียงหนัก ส่วนเจ้าตัวยุ่งทำแค่หัวเราะเบาๆ แล้วหันไปทางจ้าวนรกทั้งสองที่เถียงกันเอาเป็นเอาตาย

“ป๊า เสียงดังในห้องคนอื่นแบบนี้มันเสียมารยาทนะ”

“ธชา ไอ้ลูกเวร ไหนบอกมาซิว่าเมื่อคืนแกเป็นฝ่ายคร่อมเจ้าเด็กแฮกเตอร์นี่” พญายมราชผละจากพ่อผมแล้วหันมาไล่บี้ลูกชายตัวเองแทน

“ก็ตอนแรกแฮกเตอร์คร่อมผมก่อน...” ธชาตอบด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน เขาแสร้งทำเป็นยกนิ้วขึ้นแตะปลายคางตัวเองแล้วว่าต่อ “หลังจากนั้นผมก็เป็นฝ่ายคร่อมเขาบ้าง”

“สรุปใครคร่อมใครกันแน่ฮะ!

“ก็ผลัดกันคร่อม  :)” ธชายิ้ม ผมมองปราดเดียวก็รู้ว่าเขากำลังสนุกกับการปั่นหัวพ่อตัวเองอยู่ แต่เรื่องนี้ผมจะไม่ยุ่ง ผมล่ะเกลียดการเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวายสุดๆ ให้ตายสิ!

“โอ๊ย!” คราวนี้พ่อเป็นฝ่ายโวยขึ้นมาบ้าง เขาหันมองธชาแล้วถามออกไปตรงๆ “สรุปว่าได้กันหรือยัง แล้วใครเป็นฝ่ายเสียบฮะ!?”

“ท่านเฮดีสถามตรงๆ แบบนี้ผมก็เขินแย่สิ”

“ธชา รีบๆ จบเรื่องได้ไหม ฉันปวดหัว!” ผมบ่นเขา อดยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองไม่ได้ ธชาหัวเราะร่วนแต่ก็ยอมจบเรื่องนี้ตามที่ผมขอสักที

“อันที่จริง...ยังไม่ได้ได้กันหรอกครับ  :)

“ฮะ ยังไม่ได้กันทั้งที่พวกข้าอุตส่าห์กรุยทางให้ขนาดนี้เนี่ยนะ?!” พ่อตะโกนลั่นห้อง พอผมได้ยินอีกฝ่ายเผลอสารภาพออกมาแบบนั้นเลยอดยิ้มเหี้ยมไม่ได้

“โดยการวางยาพวกผมใช่ไหมพ่อ”

“เอ่อ...”

“ผมถามว่าใช่ไหม” ผมกดเสียงต่ำ ดวงตาจ้องหน้าเฮดีสพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเองสลับกับพญายมราชเขม็งอย่างไม่เกรงกลัว เจฟเพื่อนรักเคยบอกผมว่าเวลาผมโกรธจะเหมือนหมาบ้า และตอนนี้ผมคิดว่าตัวเองกำลังมองพวกเขาด้วยสายตาหมาบ้าที่ยังไม่ฉีดวัคซีนอยู่

“เอ่อ นึกได้ว่ายังมีงานที่ไม่ได้สะสาง...” พ่อว่าแล้วรีบสาวเท้าถอยหลัง “ขอตัวก่อนแล้วกันนะ”

“เฮ้ย รอข้าด้วยเฮดีส! เจ้าเพื่อนบ้า รอข้าก่อน!” พญายมราชร้องเสียงหลงเมื่อถูกพ่อชิ่งหนีไปก่อน

“จะรีบไปไหนล่ะป๊า ไม่อยู่คุยกับพวกผมก่อนเหรอ  :)

“ข้า...มีงานต้องสะสาง” เขาแก้ตัวจนลิ้นพันกัน “อีกอย่างคงไม่ดีเท่าไหรถ้าข้าจะรบกวนพวกเจ้าในเวลาเช้าๆ แบบนี้ เอาเป็นว่าขอตัวแล้วกัน มีอะไรค่อยคุยกันวันหลัง แต่ข้าอยากให้เจ้ารู้ไว้นะแฮกเตอร์ ว่าข้าไม่ใช่คนต้นคิดเรื่องนี้”

พญายมราชรัวใส่ผมเสร็จก็เผ่นแน่บไปอีกคน พอประตูปิดลงทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ผมจ้องประตูนิ่ง ในหัวคิดสารพัดวิธีเอาคืนแบบเจ็บแสบถึงทรวง หึ! คู่กรณีเป็นจ้าวนรกแล้วไงวะ คิดว่าคนอย่างแฮกเตอร์เป็นนักบวชใจบุญขนาดปล่อยผ่านไม่ถือสาหาความได้หรือไง

“ไม่เอาน่า...” ธชาพูดขึ้นมาเหมือนรู้ความคิดผม ผมหันมองเขา เจ้าตัวคลี่ยิ้มหวานแล้วยื่นหน้ามาจูบผมเบาๆ แล้วเนียนนัวเนียจูบแก้มจูบคอผมต่อ “นายอย่าไปถือสาพวกเขาเลย”

“รู้หรือไงว่าฉันจะทำอะไร”

“อืม...” ธชาทำท่าคิด ก่อนจะกระตุกยิ้มร้ายกาจ “นายคงไม่คิดจะวางยาปลุกคืนแล้วจับพวกเขาอยู่ห้องเดียวกันหรอกใช่ไหม”

“อันที่จริงฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น” ผมว่าเสียงเรียบก่อนคลี่ยิ้ม “แต่พอนายพูดขึ้นมาถึงคิดได้ว่าไอเดียนี้ก็ไม่เลวเท่าไหร่”

“แน่นอนสิ  :)

“ความจริงแล้วนายก็คิดจะแก้แค้นอยู่เหมือนกันล่ะสิ” ผมว่าอย่างรู้ทัน “ทำมาห้ามฉันแต่ก็แกล้งพูดให้ฉันคิดวางยาพวกเขา”

“หืม...ฉันทำแบบนั้นเหรอ” ธชาเอียงคอตีหน้าซื่อ ผมเห็นแล้วมันเขี้ยวจนเผลอยื่นมือไปบีบจมูกเขา

“ไอ้ตัวร้ายเอ๊ย”

“ฉันชอบเวลานายชมฉันแบบนี้จัง”

ผมหัวเราะหึหึในลำคอแล้วผลักหน้าธชาที่ทำท่าจะจูบผมไปอีกทางจนเจ้าตัวหน้ามุ่ยแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป เรื่องธชากับตำแหน่งของพวกเราที่ยังตกลงกันไม่ลงตัวเอาไว้ก่อน นาทีนี้ผมขอโฟกัสเรื่องแก้แค้นบรรดาคุณพ่อที่รักยิ่งเป็นอันดับแรกแล้วกัน

จะเอาให้สาสมเลย  :)

 

...บ้าเอ๊ย! แล้วทำไมผมต้องยิ้มโรคจิตแบบธชาด้วยวะ!?

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น