June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

80. ไม่ได้​ฝัน​ไป​ใช่มั้ย​? (เสกต่อ)

ชื่อตอน : 80. ไม่ได้​ฝัน​ไป​ใช่มั้ย​? (เสกต่อ)

คำค้น : เสก​ต่อ​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.1k

ความคิดเห็น : 88

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2562 12:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,500
× 0
× 0
แชร์ :
80. ไม่ได้​ฝัน​ไป​ใช่มั้ย​? (เสกต่อ)
แบบอักษร

ต่อ Part

ผมเดินไปหยุดตรงหน้าของผู้หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่เก้าอี้ยาว ท่านเงยหน้าขึ้นมามองผม แววตายังเต็มไปด้วยความกังวลใจแล้วท่านก็ลุกขึ้นยืน

" ตามมา " ท่านสั่งด้วยน้ำเสียงปกติและเดินนำหน้าผมไป

นานเกือบ30นาที ที่รถตู้คันใหญ่วิ่งออกจาก

โรงพยาบาลมาในรถไม่มีการพูดคุยใดๆเกิดขึ้นจนกระทั่งมาถึงบ้านไม้ทรงไทยหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางสวน รถตู้เลี้ยวเข้าไปจอดภายในบ้าน

เด็กรับใช้ในบ้านเดินออกมาเเล้วก็พาท่านรองกับผมเดินลัดเลาะตามเเนวทางเดินที่ตกแต่งอย่างสวยงามกลางสวน บ้านใคร? และท่านพาผมมาที่นี่ทำไม? เกิดคำถามขึ้นมากมายในหัว แต่ผมก็ไม่ได้เอ่ยถามออกไป

" ท่านบอกว่าให้รอ20นาทีค่ะ " เสียงเด็กรับใช้บอกแล้วท่านรองก็พยักหน้ารับและก็นั่งลงที่เก้าอี้รับแขกและผายมือให้ผมนั่งลงตรงข้าม เหมือนพาผมมาพบใครสักคน ผมนั่งนิ่ง พลางคิดไปล่วงหน้า ต่างๆนานา

" นายคิดยังไงกับเจ้าเสก " อยู่ๆท่านรองก็ถามขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดช่วงที่รอ

" ผมรักคุณเสกครับ " ผมตอบเร็วโดยไม่ลังเลใจ

" ทุกวันนี้แค่ความรักมันไม่ช่วยให้ชีวิตคู่มีความสุขและอยู่รอดหรอกนะ "  ท่านรองเอ่ยและมองมาที่ผม สายตานิ่งๆคาดเดาไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่

" ก็จริงครับแต่ถ้ามีครบทุกอย่างไม่มีความรักชีวิตคู่ก็ไปไม่รอดเหมือนกันนะครับ " ผมตอบ

" แล้วถ้าฉันไม่ยอมรับเรื่องของนายกับเจ้าเสกล่ะ " 

ท่านรองถาม ผมอึ้งไปเหงื่อเริ่มซึมตามไรผม เป็นอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ คิดว่าท่านต้องเอ่ยคำนี้ขึ้นมา

" ผมกับคุณเสกก็จะพิสูจน์ให้ท่านยอมรับให้ได้ " ผมตอบด้วยท่าทีมั่นใจ

" แล้วถ้าฉันจับแยกนายสองคนล่ะ "  ท่านรองยังส่งคำถามจี้มาที่ผมเรื่อยๆ

" ท่านไม่กล้าหรอกครับ ถึงท่านจะไม่รู้จักผมแต่ท่านรู้จักคุณเสกดี "  

ผมบอกและนั่งลงคุกเข่าตรงหน้าท่านรอง ท่านทำหน้าตกใจเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับสีหน้าทันที

" ได้โปรดยอมรับความรักของพวกผมเถอะครับ "

" ผมไม่มีอะไรที่เท่าเทียมกับคุณเสกนอกจากความรักที่ผมมี และผมมั่นใจว่าชีวิตที่ไม่มีผมคุณเสกเองก็ไม่ต้องการเหมือนกัน​ " 

ผมบอกพร้อมกับก้มหน้าลงสองมือกำแน่นเหมือนเป็นการให้กำลังใจตัวเอง

" ฮ่าๆ ดูเด็ดเดี่ยวมาก "  

เสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากทางด้านหลังผมหันไปมองผู้ชายสูงวัยร่างสูงแต่งตัวด้วยชุดจีนกี่เพ้าผู้ชายสีดำเข้มอายุราว70ปี เหมือนหลุดมาจากหนังจีนโบราณ

" กงหม่า" เสียงของท่านรองเรียก กง หรอเเสดงว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ซึ่งผมก็พอรู้ว่าท่านประธานมีเสี้ยวเชื้อสายจีนแล้วชายสูงวัยผู้นั้นก็เดินมานั่งลงข้างๆท่านรองตามองมาที่ผมไม่กระพริบ ผมเงยหน้าสบตารู้สึกขนลุกไปทั่วร่าง

" คนนี้หรอ แฟนเจ้าเสก " เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นแฟนงั้นหรอแสดงว่าชายผู้นี้รู้ว่าผมเป็นใครแล้วท่านรองก็พยักหน้า

" คนนี้แหละกง ว่าที่หลานสะใภ้กง แรกๆว่าจะพาแนะนำกับกงเดือนหน้าแต่เกิดเรื่องกับเจ้าเสกก่อน ตอนนี้ดิฉันเลยร้อนใจ เลยพามาแนะนำ " 

ท่านรองพูดอธิบายแต่ผมยังนั่งนิ่ง อะไรคือ แนะนำ? หลานสะใภ้? ผมกำลังงงส่วนชายสูงวัยพยักหน้าอืมๆพลางจ้องมองที่ผมตาไม่กระพริบ

" เกิดวันที่อะไรเดือนอะไรชอบสีไหน " ชายสูงวัย ถามผม แล้วผมก็บอกตอบออกไป แล้วเรื่องราวชวนอึ้งก็ถูกเอ่ยออกมาจากปากผู้ชายสูงวัยคนนั้น

" อายุห่างกัน 4 ปี แต่งงานกันแล้วดีเพราะดวงฮะกัน ส่งเสริมให้ร่ำรวยและมีความสุขดวงเด็กหนุ่มคนนี้จะนำความสุขและร่ำรวยมายังครอบครัวเรา เจ้าเสกมันเกิดปีขาล จะเป็นผู้นำที่เข้มแข็งถ้า มีดวงเด็กหนุ่มนี้ค้ำจุนหรือที่เรียกว่าดวงคู่แท้ "

ชายสูงวัยพูดเอ่ยออกมา มองหน้าผมส่งสายตายิ้มที่อบอุ่นมาให้ ส่วนผมนั้นยังอึ้งอยู่ กับคำว่าแต่งงาน หมายถึงผมกับคุณเสก?  ผมมองไปที่ท่านรองด้วยสายตางุนงงและเหมือนท่านรู้

" กงเห็นด้วยฉันเองก็สบายใจค่ะ  เป็นห่วงเจ้าเสกมันปีนี้ชงหนักเหลือเกิน " ท่านรองพูดขึ้น

" แล้วชื่ออะไรล่ะ หลานสะใภ้ " ชายสูงวัยหันมาถามผม

" เป็นต่อครับ "

" นายคงจะตกใจที่มาเจอฉันในวันนี้ ฉันเดาว่า แม่เจ้าเสกก็คงไม่ได้บอกอะไร และที่ฉันบอกออกไป ความเชื่อเหล่านี้มันมีมาตั้งแต่บรรพบุรุษครอบครัวเจ้าเสก เรื่องดวงนี่เป็นเรื่องที่พูดยากยิ่งสำหรับคนรุ่นใหม่บางคนเชื่อบางคนไม่เชื่อคนเชื่อก็บอกว่าส่งเสริมอย่างนั้นอย่างนี้ คนไม่เชื่อก็บอกว่างมงายไร้สาระ สรุปแล้วจะไปทางไหนดี? จริงมั้ย? " 

ชายสูงวัยพูดขึ้นและหันมาถามผม

" จริงครับ " ผมตอบรับ

" ที่ฉันบอกก็แค่อยากจะให้ได้เห็นอีกมุมมองหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องคู่รักคู่แต่งงานความเชื่อของคนจีนโบราณจะชื่อเรื่องธรรมเนียม เรื่องหาคู่ครอง ดวงชง แต่ก็อย่างที่ฉันบอกนั่นแหละ ว่าถ้าเป็นอย่างนี้จริงทั่วทั้งโลกจะต้องมีความสุขกันถ้วนหน้าแล้ว แต่ในความเป็นจริงก็คือ สาเหตุที่คนสองคนจะอยู่ร่วมกันได้หรือไม่ได้นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวงแต่เพียงอย่างเดียวแต่ยังขึ้นกับองค์ประกอบหลายๆอย่างเป็นตัวแปร  ส่วนมันยั่งยืนมั้ยมันขึ้นอยู่กับนายและเจ้าเสกนั่นแหละ คือตัวแปรสำคัญ " 

ชายสูงวัยบอกแล้วก็หันมาถามผมอีกครั้ง

" นายคิดว่าการแต่งงานคืออะไร " ชายผู้สูงวัยถามผม

" ถ้าสำหรับชายหญิงการแต่งงานก็แค่การสร้างครอบครัวมีพ่อแม่และมีลูก " 

ผมตอบตามที่คิดแล้วผู้ชายสูงวัยก็หัวเราะออกมา

" เออ... ฉันชอบหลานสะใถ้คนนี้จังแม่รัต "  

แล้วท่านรองก็ยิ้มออกมาส่วนผมนั้นยังนั่งเกร็งอยู่รู้สึกซ็อคกับเรื่องที่ได้ยิน มันไม่ใช่ความฝันใช่มั้ย แล้วหลังจากนั้นก็คุยเรื่องราวทั่วไป ส่วนมากท่านทั้งสองจะเป็นคนถามและผมเป็นคำตอบและสิ่งที่ผมยังข้องใจคาใจผมอยู่ก็คือ

" ท่านไม่รังเกียจหรือครับที่ผมเป็นผู้ชายและท่านจะได้หลานสะใถ้เป็นผู้ชาย " 

ผมถามตรงๆออกไป ท่านทั้งสองมองหน้าผมเหมือนกำลังอึ้งๆ

" นั่นเพราะว่าฉันรักเจ้าเสกไงล่ะ​ " ผู้ชายสูงวัยตอบสั้นๆแต่ความหมายมันทำให้ผมรู้สึกดีใจจนน้ำตาซึมออกมา

" ขอบคุณนะครับขอบคุณมาก " 

ผมกล่าวพร้อมกับเอามือปาดน้ำตา

หลังจากบอกลากงของไอ้พี่เสกแล้วกับท่านรองก็มานั่งคุยกันด้านหน้าโรงพยาบาลอีกครั้ง รู้จากเกดว่าคุณเสกยังไม่รู้สึกตัว และท่านรองก็เล่าเรื่องความเป็นมาของครอบครัวไอ้พี่เสกให้ผมฟัง อากงหม่าคนนี้คือคนที่สร้าง ทุกสิ่งทุกอย่างมาร่วมกับปู่ของไอ้พี่เสก และเป็นคนสำคัญที่ครอบครัวไอ้พี่เสกเคารพนับถือ และทุกคนยอมรับผมในฐานะแฟนไอ้พี่เสกแล้วก็จะให้พวกผมแต่งงานกันภายใน4เดือนนี้

" เพราะว่าเดือนนั้นเป็นฤกษ์ดีเหมาะสำหรับการออกเรือนเเต่งงาน " เสียงของชายสูงวัยยังก้องอยู่ในหัวผม  การแต่งงานเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยคิดเคยฝันเลยเพราะว่าความรักระหว่างผมกับไอ้พี่เสก มันไม่มีทางเป็นไปได้

" ผมคิดว่า..เอ่อ...ท่านรังเกียจผมท่านไม่ชอบผม  " 

ผมเอ่ยเรื่องที่ยังคาใจอยู่ออกมาในเมื่อพูดคุยกัน เปิดอกแล้วยังไงผมก็ยังอยากรู้

" ฉันเคยบอกงั้นหรอว่าไม่ชอบหรือ​รังเกียจ​ "

ท่านรองถามกลับ

" ไม่เคยครับ "

" ที่ผ่านมาฉันยอมรับว่าซ็อคที่ลูกชายคนเดียวของบ้านรักกับผู้ชายด้วยกัน และฉันก็ไม่เชื่อในความรัก จนกระทั่งฉันเห็นแววตาของเจ้าเสกที่มองนาย และแววตาของเจ้าเสกตอนที่นายหายไป ฉันถึงได้รู้ว่า สิ่งที่ทำให้ลูกมีความสุขได้อาจจะไม่ใช่เงินทองที่มี หรือหน้าตาทางสังคมที่ฉันมี " 

ท่านรองบอกและยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็น

" ขอบคุณมากครับที่ยอมรับผมขอบคุณทุกเรื่อง " 

ผมเอ่ยขอบคุณออกมาทั้งน้ำตา

" และผมขอโทษที่คุณเสกถูกทำร้าย ก็เพราะผม "

" นายเป็นคนส่งมีดให้คนพวกนั้นหรอ? " 

ท่านรองถามจนผมสะอึก​ ผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที

" นั่นไง  คิดเสียว่ามันเป็นคราวเคราะห์ของเจ้าเสก อย่าโทษตัวเอง " 

ท่านรองบอกแล้วผมก็คลี่ยิ้ม ออกมาทั้งน้ำตา

" ขอบคุณมากครับ "

" อ๋อเรื่องสำคัญ ยังไงเรื่องที่เราคุยกันวันนี้ก็ยังไม่ต้องบอกเจ้าเสกนะ " ท่านรองบอกเสียงเรียบ

" ทำไมหรือครับ "  ผมถามปนแปลกใจ

" แค่อยากให้เจ้าเสกมันกระตือรือร้นเรื่องหน้าที่การงานขึ้นมาอีกหน่อย ยังไงก็ขอให้นายนิ่งๆไปก่อน " 

ผมก็พยักหน้ารับคงมีเหตุผลหรือเงื่อนไขบททดสอบสำคัญมาทดสอบอีกแน่ๆ

" บทสดสอบ หรือครับ "  ผมถาม

" แค่อยากดัดนิสัยเจ้าเสกที่มันชอบทำตามอำเภอใจเราทุกคนก็แค่เล่นละครนิดหน่อย " 

ท่านรองตอบเเล้วยกยิ้มร้ายออกมานาทีที่ผมเห็นทำให้ผมนึกถึงไอ้พี่เสกทันที

" ผมคิดผิดเรื่องที่ว่าคุณเสกเหมือนท่านประธาน​ "  ผมบอกยิ้มๆ

" ถ้าเจ้าเสกเหมือนท่านประธาน นายก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้หรอก " 

ท่านรองบอกพร้อมกับหัวเราะเบาออกมา แล้วผมก็ยิ้มออกมาเมื่อแปลความหมายออก

" แย่จังนะครับที่คุณเสกเหมือนท่านรองมากเกินไป "

ผมพูดเสียงเศร้าและท่านรองก็หัวเราะดัง ออกมา ถึงความหมายจะแปลไปในทางไหนแต่ผมก็รู้สึกว่าเรื่องดีๆ กำลังจะเกิดขึ้นกับชีวิตผมและไอ้พี่เสก 

หลังจากนั้นท่านรองก็ไล่ให้ผมไปพักผ่อนกว่าไอ้พี่เสกจะตื่นก็หลายชั่วโมง ทางนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่เกด

พลางคิดเรื่องบทสดสอบนั้น ผมคงผ่านแล้วเหลือแต่ไอ้พี่เสกที่ยังไม่รู้ แล้วไอ้พี่เสกก็ไม่ใช่คนที่จะรู้หรือสังเกตอะไรได้ง่ายๆด้วยสิ ผมต้องทำไงดีนะ

เสก Part

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบวกกับกลิ่นยากลิ่นโรงพยาบาลโชยเข้าจมูกผมค่อยๆเปิดเปลือกตามองไปรอบๆห้องสีขาว อ่า... โรงพยาบาลจริงๆด้วย นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนยังเจ็บใจไม่หาย พลางลุกขึ้นขยับตัวรู้สึกเจ็บปวดที่แผลช่วงท้อง ใช่เมื่อคืนผมถูกแทงจากไอ้นักเลงพวกอันธพาลพวกนั้น ที่เล่นทีเผลอตอนผมเดินมาที่ลานจอดรถ ดีนะที่เพื่อนตำรวจผมเดินตามมาทันไม่งั้นผมอาจจะนอนจมกองเลือดอยู่ที่นั่นเลย

แล้วหลังจากเหตุการณ์ชุมนุมนั่นผมก็ไม่รู้ตัวเองอีกเลย

" เป็นต่อ!! เป็นต่อล่ะ! "   

ผมเรียกชื่อเป็นต่อเสียงแผ่วๆมองนาฬิกาตอนนี้จะเที่ยงของอีกวันแล้วเเสดงว่าผมหลับไปนานมาก

" โอ้ย "  ผมร้องออกมาเมื่อผมขยับตัวลุกนั่ง

" พี่เสก อย่าขยับเดี๋ยวแผลฉีก " 

เกดที่อยู่ในห้องน้ำรีบเดินออกมาขยับจัดให้ผมนั่งท่าใหม่ ผมมองรอบๆยังไม่เห็นร่างของเป็นต่อ

" เป็นต่อล่ะ เกด "

" ไม่รู้  พี่ต่อออกไปคุยกับแม่ยังไม่กลับมาเลย "

เกดตอบพลางทำหน้าตากังวลใจ

" ว่าไงนะแม่งั้นหรอแม่คุยอะไรกับต่อเกด " 

ผมถามเสียงดัง

" เกดไม่รู้ พี่เสกอย่าลุกเดี๋ยวแผลฉีกหมอห้ามเคลื่อนไหวมาก " 

เกดร้องห้ามเมื่อเห็นผมทำท่าจะลุกขึ้น

" บ้าเอ้ย!  " 

ผมสบถออกมาแล้วก็ถามหาไอ้กร เกดบอกว่าพี่กรกลับกรุงเทพฯไปแล้วบ่ายๆจะมาใหม่ และเกดก็เล่าเรื่องคดีตอนนี้ตำรวจจับคนร้ายที่แทงได้เเล้วเพียงชั่วข้ามคืน

แล้วแม่ผมก็เปิดประตูห้องเข้ามา แม่มองผมนิดนึงตอนนี้ผมพยายามใจเย็นที่จะไม่โวยวายแม่ เรื่องเป็นต่อ

" อาการเป็นไงบ้าง​ " แม่ผมถาม

" ยังปวดๆอยู่ครับ " ผมตอบเสียงนิ่ง

" งั้นก็พักซะ เดี๋ยวแม่เฝ้าเอง เกดก็ไปพักซะ เดี๋ยวเย็นๆแม่คุยกับหมอแล้วเราจะย้ายแกเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ " 

ผมนั้นนั่งนิ่งฟังบ้างไม่ฟังบ้าง

" แม่ครับเป็นต่อล่ะ " ผมถามเสียงนิ่งแม่ผมชงักนิดนึง

" แม่พูดอะไรกับเป็นต่อครับทำไมเป็นต่อถึงไม่มาเฝ้าผมไม่มาเยี่ยมผม " 

แม่ผมก็ยังนิ่ง

" พี่เสก พี่ต่อมาช่วงที่พี่หลับ​ " เกดพูด

" แม่พูดอะไรทำร้ายจิตใจต่อใช่มั้ยครับ ผมเคยบอกแล้วว่าผมรักต่อรักมากด้วยถ้าแม่คัดค้านผมก็จะหนีไปด้วยกัน ผมไม่สนใจอะไรแล้ว ในเมื่อแม่เองยังไม่สนใจผมเลย " 

ผมพูดตัดพ้อแม่ออกมาด้วยความน้อยใจ

" ใช่เเม่พูด " แม่ผมตอบ

" แม่ ครับ ผมเป็นลูกแม่นะแม่ทำแบบนี้ เหมือนแม่เอามืดมากรีดใจผมเลยนะ แม่ทำได้ยังไง "

ผมพึมพาออกมา

" ทำอะไรครับ " เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นหน้าประตู

" ต่อ " ผมเรียกด้วยความดีใจที่เห็นคนรักยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับถุงกับข้าวและผลไม้ ส่วนแม่ผมกับเกดก็นั่งทำหน้าตาเฉยๆอยู่ แล้วเป็นต่อก็เดินมาเอาถุงกับข้าววางไว้บนโต๊ะแล้วเดินมาอีกฝั่งของเตียง ผมมองตามร่างเพรียว ของเป็นต่อไม่ละสายตา

" ต่อแม่พูดอะไรกับนายบ้าง "  ผมถามต่อหน้าแม่

เป็นต่อมองหน้าแม่ผมนิดนึง

" ท่านให้ผมไปพักและก็ให้ซื้อของกินอาหารโปรดของคุณเสกมาให้ครับ " 

ผมพยักหน้ารับเป็นต่อไม่น่าจะโกหก

" แม่ครับผมกับต่อรักกันมากนะครับเรื่องที่ผ่านมาเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้นต่อเป็นคนดีแม่ก็รู้ก็เห็น ไม่รู้ล่ะต่อเป็นเมียผมแล้วยังไงผมก็จะรับผิดชอบ ลูกผู้ชายกล้าทำก็ต้องกล้ารับแม่สอนผมมอง " 

ผมคร่ำครวญยาวทั้งที่ปกติผมไม่ใช่คนพูดเก่งอะไร

" แกฟังแม่แกนะเสก แม่รักแกฉะนั้นไม่มีทางที่แม่จะร้ายหัวใจแกและก็เลิกพร่ำเพ้อพวกแกสองคนรักกันมากเถอะ วันนี้ฉันได้ยินมาเยอะล่ะเอาเป็นว่าแม่ยอมรับความรักของพวกแกสองคน​ " 

แม่ผมพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน

" แม่ครับ ขอบคุณนะครับขอกอดหน่อยสิครับ​ " 

ผมบอกด้วยความดีใจแล้วอ้าแขนออกจนสุด แม่ผมทำหน้าตกใจนิดนึงแล้วก็โน้มตัวลงมากอดผมไว้

" เด็กโง่ แกอย่าพูดอะไรโง่ๆออกมาอีกนะว่าจะหนีไปด้วยกัน " 

แม่ผมพึมพำอยู่อกผมทำให้ผมน้ำตาซึมออกมาด้วยความปลื้มใจและดีใจ​ นานแล้วที่ผมไม่ได้กอดแม่แบบนี้กอดด้วยความรู้สึกตื้นตันใจแบบนี้

" ขอบคุณครับ แม่ขอบคุณผมรักแม่ครับ " 

แล้วแม่ผมก็ผละออกมองไปที่เป็นต่อและยิ้มออกมา

แล้วพ่อผมก็เปิดประตูเข้ามามองที่ผมแล้วยิ้มออกมา

" ไงเสือ ดีขึ้นยัง " 

พ่อผมถามผมยิ้มคงเดาสถานการณ์ออกว่าอะไรเป็นอะไรเลยไม่ถามอะไรมาก

" เพิ่งดีขึ้นเมื่อกี้ครับ ขอบคุณนะครับพ่อ " 

ผมบอกขอบคุณออกไปและผมคิดว่าพ่อรู้ว่าผมหมายถึงอะไร ถ้าแม่ยอมรับผมกับต่อแสดงว่าพ่อต้องมีส่วนช่วยเกลี้ยกล่อมแม่อีกแรง

" ครอบครัวเดียวกันรักกันไว้ดีแล้ว จริงมั้ยต่อ "

พ่อผมพูดแล้วหันไปถามต่อที่นั่งเงียบอยู่

" จริงครับ ครอบครัวเดียวกัน " 

เป็นต่อพูดแต่คำว่าครอบครัวนั้นเสียงจะแผ่วๆ แล้วพ่อก็ชวนแม่บอกว่าจะพาไปกินอะไรอร่อยๆ และบอกว่าปล่อยให้ผมกับเป็นต่ออยู่ด้วยกันสองคนแถมยังบ่นแม่ผมอีกว่าลูกโตแล้วมีเมียเเล้วดูเเลตัวเองได้

" ถ้าลูกชายฉลาดได้คุณสักครึ่งหนึ่งก็คงดี " 

แม่ผมบ่นกับพ่อผมที่หน้าประตู แต่ผมได้ยินชัดเจน

" ผมกับคุณก็ฉลาด แล้วลูกได้ใครมาล่ะ " 

พ่อผมพูดยิ้มๆแล้วพากันเปิดประตูออกไป ผมเลยหันมามอง สองคนที่นั่งอยู่ข้างๆผม ทั้งสองได้แต่อมยิ้ม

" ถ้าผมฉลาดน้อยกว่าพ่อก็คงเหมือนแม่นั่นล่ะ​ "  ผมคิดและยิ้มออกมา

แล้วผมก็ส่งสัญญานทางสายตาไปให้เกด ทำนองว่า ออกไปสิ!!  เหมือนเกดจะรู้ก็เลย พูดออกมาว่า

" มัลดีฟส์ นะ " แล้วเดินยิ้มออกไปผมรู้ว่าเกดหมายถึงอะไร เกดเคยขอไปเที่ยวมัลดีฟส์กับเพื่อนแต่ติดที่ราคา มันแพงเกินจ่ายทำให้ผมคัดค้านมาตลอดแต่วันนี้คงต้องยอม เห้อ.. เสียไปเท่าไหร่ก็คุ้มถ้ามีคนๆนี้อยู่ข้างๆ  ผมหันไปกวักมือเรียกเป็นต่อที่กำลังวุ่นอยู่กับอาหารที่ซื้อมา ให้มานั่งใกล้ๆ

" เจ็บปวดตรงไหน หรือป่าวครับหรือว่าหิว " 

เป็นต่อถาม ด้วยความเป็นห่วง

" เจ็บตรงนี้ เจ็บตรงนี้ เเละก็เจ็บตรงนี้ "  

ผมบอกพลางชี้ลงตามจุดที่ปวด แน่นอนว่าโกหกไปหลายจุดครับ เพราะว่าผมเจ็บที่เดียวคือ แผลผ่าตัด

" อย่าทำแบบนี้อีกนะครับผมเป็นห่วงผมกลัวๆว่า....จะเหมือนพ่อ " 

เป็นต่อพูดเสียงสั่นกลัว

" จุ๊ๆไม่เอาไม่พูดนะไอ้พี่เสกของต่ออยู่ตรงนี้แล้วไม่ได้เป็นอะไร " ผมบอกห้ามพลางเอานิ้วปิดที่ริมฝีปากบางที่กำลังสั่นๆอยู่ แล้วร่างเพรียว ก็โผเข้ามากอดที่ช่วงเอวผม สะอื้นเบาๆ

" ขอบคุณนะครับที่ไม่เป็นไรมาก "

" เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้มั้ยอ่ะ " 

ผมยื่นข้อเสนอเป็นต่อขยับตัวขึ้นมามอง ผมเอียงแก้มให้

แล้วเป็นต่อก็กดริมฝีปากลงที่แก้มผม และจุมพิตแตะเบาเลื่อนมาที่ริมฝีปากผม และกดจูบลงมอบ ความหอมหวานและความอบอุ่นซาบซ่านแผ่ไปทั่วร่าง และเป็นต่อค่อยๆ ถอนริมฝีปากช้าๆ มาประทับจูบที่หน้าผากผมและแก้มทั้งสองข้างของผม เหมือนจะปลอบขวัญให้หายเจ็บก่อนจะประทับบนริมฝีปากหนาของผมนั้นอีกครั้ง คราวนี้เนิ่นนานจนผมลืมเวลาผมจะขยับตัวจะนั่งให้ถนัดหน่อย ก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่แผลจนเผลอร้องออกมาเบาๆ ทำให้เป็นต่อรีบถอนจูบออกผมสังเกตเห็นหน้าแดงๆของเป็นต่อ น่ารักๆมากๆ

" ขอโทษครับ เจ็บตรงไหน " 

เป็นต่อเอ่ยเสียงเบาผมส่ายหน้าแล้วส่งยิ้มอบอุ่นให้

ต่อจากนั้นหมอก็เข้ามาตรวจ และสิ่งที่ผมซ็อคมากกว่าที่เป็นต่อจูบผมเมื่อกี้คือ

2 อาทิตย์ ผมต้องรักษาพักฟื้น2 อาทิตย์ งั้นหรอ บ้าๆไปแล้ว ผมคิดทำท่าซีเรียส

" แค่ 2 อาทิตย์เองครับ " เป็นต่อบอกปลอบใจผม

" ตั้ง 2 อาทิตย์ต่างหาก " ผมตอบทำหน้าเครียดๆ

" เบื่อหรอครับนั่งๆนอนๆแล้วมีผมอยู่ข้างๆกายตลอดเวลา " 

เป็นต่อถามพร้อมกับช้อนสายตาขึ้นมามองผม เอาอีกแล้วสายตาแบบนี้ แล้วผมก็ระบายรอยยิ้มอยู่ที่มุมปาก  แค่เพียงการกระทำและคำพูดเพียงเล็กน้อยของเป็นต่อก็ทำให้ผมรู้สึกเป็นสุข ลืมเรื่องที่กิจกรรมบนเตียงที่หมอห้ามไปเลย

" ไม่เบื่อหรอก แค่........"  ผมพูดเว้นเป็นนัยๆไว้

" แค่อด งดกิจกรรมบันเทิงบนเตียง " 

เป็นต่อพูดแทนผมแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

ผมอุตส่าห์จะไม่คิดๆ 2 อาทิตย์ 14วัน ลงแดงๆตายแน่ เสกสรรเอ๋ย!!

โรงพยาบาลww กรุงเทพ

23.00น.

หลังจากที่ผมถูกย้ายมาพักรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพแล้วห้องพิเศษถูกจัดมาเฉพาะผม  

โดยผมเน้นที่เตียงขนาดกว้างกว่าเตียงปกติ ผมมองเป็นต่อที่นั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ข้างๆแล้วผมก็หยิบมือถือขึ้นมา เข้าเฟสบุ๊คนานเเล้วที่ไม่ได้เข้ามา ไล่ๆดูโพสต์เก่าของเพื่อนๆ

" ต่อ นายเล่นเฟสบุ๊คมั้ย " ผมถามเป็นต่อเงยหน้าขึ้นมองผมทำหน้างงๆ

" เล่นครับ นานจะเล่นทีผมเห็นเฟสบุ๊คไอ้พี่เสกด้วย  "

" หืม รู้ได้ไงว่าใช่ " ผมถามแล้วเป็นต่อก็หยิบมือถือตัวเองมาเลื่อนไปกดเข้าแอปพลิเคชั่นตัวเอฟทันทีและชูให้ผมดูใช่จริงๆด้วย

" ทำไมถึงใช้ชื่อนั้นล่ะครับ แถมยังเอาโบ้ไปขึ้นเป็นรูปโปรไฟล์อีก " 

เป็นต่อถามด้วยความสงสัย

" S2 ย่อมาจากเสกสรรส่วนTOก็ชื่อนู๋ไงและMagicก็ตรงตัวเวทมนตร์อำนาจวิเศษ "  

ผมตอบมองเป็นต่อที่ทำหน้าอึ้งๆอยู่

" ทำไมลึกซึ้งขนาดนั้นล่ะครับ ไม่คิดว่าไอ้พี่เสกจะเป็นคนที่คิดอะไรได้ลึกซึ้งขนาดนี้ " 

เป็นต่อบอก

" อ้าว! อะไรวะ " ผมเอ่ยเสียงเข้ม

" สุภาพหน่อยไอ้พี่เสก....พูดกับนู๋ต่อแบบนี้ได้ไง " เป็นต่อพูดยิ้มๆแล้วลุกขึ้นขยับตัวมานอนลงข้างๆผมที่นอนหงายอยู่จากที่คิดจะเคืองจะโกรธก็โกรธไม่ลงยิ่งมานอนทำตาแป๋วๆแถมเอามือมากอดเกาะหน้าอกผมไว้อีกผมหัวเราะเบากับคำเรียก นู๋ต่อ

" ขอนอนด้วยคนนะครับ " เป็นต่อบอกแล้วปิดเปลือกตาลง

" กลัวผี? "

" ไม่กลัวครับ แม่ผมเคยสอนไว้ว่า อย่ากลัวสิ่งที่ไม่มีตัวตนสิ่งที่มีตัวตนน่ากลัวมากกว่า "  

เป็นต่อพูดทั้งที่ตายังปิดอยู่ก็จริงๆนะมนุษย์เราบางคนกลัวกับสิ่งที่ไม่มีตัวตนมากไปจนลืมความน่ากลัวของสิ่งที่มีตัวตน นั่นคือมนุษย์ด้วยกันเอง

" แต่ตอนนี้ผมเริ่มกลัวผีที่มีตัวตนแล้วล่ะ " เป็นต่อบอกเเละลืมตามามองผม

" โอ๊ะ  ผีอะไรมีตัวตน "

" ผีทะเลที่มือมันยาว ๆกำลังล้วงเข้าไปในขอบกางเกงผมอยู่ตอนนี้ไงครับ " 

เป็นต่อพูดจบผมก็ถอยมือออกมาทันที แล้วก็หัวเราะออกมากับคำว่าผีทะเล คิดได้ไงวะ  น่ารักๆซิบหาย  ผมคิดพลางกระชับโอบร่างเพรียวมากอดก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปากที่ข้างแก้มเนียนนั้นอย่างอดใจไม่อยู่

" ห้ามนอนตะแคงข้างนะ " 

เสียงคำสั่งพึมพำออกมาจากปากเล็กๆนั่นสื่อถึงความห่วงใยใส่ใจผมเลยเอามือลูบที่เส้นผมนุ่มนิ่มอย่างเบามือ

" หลับยัง "

" หลับแล้ว " เสียงเล็กๆพึมพำออกมา ทำให้ผมหัวเราะเบาๆออกมา

" รักมากรู้มั้ย " ผมบอกพร้อมกับกระชับแขนโอบร่างเพรียวให้แบบชิด

" อือ.. ไม่รู้หรอกหลับแล้ว " เป็นต่อยกมือขึ้นมาลูบปิดเปลือกตาผมให้ปิดลง ความสุขที่ผมมีตอนนี้มันทำให้ลืมความเจ็บปวดของบาดแผลเล็กๆที่อยู่แถวช่องท้องไปเลย นี้ผมคงไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย ผมคิดพลางเอามือหยิกตัวเองเบา ๆ

คอนโด MM

4วันผ่านไปอย่างช้าๆ ผมออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นรักษาตัวอยู่ที่คอนโดเป็นต่อก็ทำหน้าที่ได้ดีเกินคาด ทุกครั้งที่ผมคอยออดอ้อน ผมก็จะได้รับความห่วงใยเอาใจใส่ คุ้มแบบเกินคุ้ม ส่วนแม่ก็มาทุกวันช่วงบ่าย เอายาจีนต้มมาให้ผมกิน เพื่อสมานแผลให้เร็วขึ้นและเมื่อวานแม่มาพร้อมกับอากงหม่า คนที่ผมพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเจออยู่ตอนนี้เพราะผมยังไม่ได้พาเป็นต่อไปแนะนำกับท่าน  ความที่อากงเป็นคนหัวโบราณ คงจะรับเรื่องความรักของผมยาก ถึงแม้อากงจะไม่พูดอะไรออกมาตอนที่เจอกับเป็นต่อ แต่ผมก็ยังไม่หยุดคิดมากภายใต้ดวงตาคมนั้นต้องมีอะไรสักอย่าง ที่เกี่ยวกับผมและเป็นต่อ ส่วนแม่ผมนั้นก็ถึงขั้นให้เป็นต่อเรียกตัวเองว่าแม่แล้ว

นั่นเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับความรักของผมกับเป็นต่อ

และเพื่อนๆต่างแวะเวียนมาเยี่ยมผมสลับสับเปลี่ยนกัน และวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อนผมต่างก็นัดกันมา

เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นผมมองไปที่เป็นต่อกำลังวุ่นอยู่กับโบ้แมวตัวอ้วน ผมจึงค่อยๆเดินไปเปิดประตู

ร่างสูงของไอ้กรยืนยิ้มอยู่หน้าประตูด้านหลังมีโจ้เด็กหนุ่มหน้าใสยืนอยู่แล้วไอ้กรก็เดินเข้าไปในห้องเหลือแต่โจ้ที่ยังอยู่ ผมมองโจ้ด้วยสายตาแปลกๆทำไมสองคนนี่มาด้วยกัน

" ผมมาเยี่ยมโบ้ " โจ้ตอบกวนแล้วเดินเฉียดผ่านผมไป อะไรวะคนป่วยยืนอยู่ตรงนี้แท้ๆ

" ไปไงมาไงกับเด็กนั่น " ผมถามไอ้กรหลังจากที่ถามเรื่องอาการปวดของผมแล้ว ผมมองไอ้กรกำลังแกะถุงขนมที่ชื้อมา มองไปที่โจ้กำลังเล่นอยู่กับโบ้

" โจ้มาทำงานด้วยน่ะ " 

ไอ้กรตอบ ทำงานด้วยงั้นหรอ รู้สึกแปลกใจนิดนึงที่ปกติไอ้กรไม่ใช่คนที่จะสนิทสนมกับใครง่ายๆ ถ้าถึงขั้นไปไหนมาไหนด้วยกันคงเป็นเรื่องที่เซอร์ไพร์สสุดๆ

" ไอ้พี่เสกอย่าใช้มือหยิบสิ " 

เป็นต่อเดินมาตำหนิผมที่กำลังใช้มือเปล่าหยิบกินขนมที่ไอ้กรซื้อมา

" ไม่มีช้อนอะ " ผมตอบง่ายๆ พลางกำลังจะหยิบอีกชิ้นก็ถูกตีที่มือด้วยมือเล็กของเป็นต่อแล้วเป็นต่อก็หยิบส้อมมาจิ้มขนมแล้วส่งป้อนผม

" ขนมอะไรวะ อร่อยดี " ผมถามเพราะในชีวิตผมรู้จักขนมไทยแค่ไม่กี่ชื่อ

" ลูกชุบ " ไอ้กรตอบ

" ถ้าแม่ชุบคงอร่อยมากกว่านี้ " ผมตอบกวนแล้วยิ้มออกมาไอ้กรมองหน้าแล้วส่ายหัวไปมาเอือมระอาผมกับมุขแป้กๆของผม

" กวนTT.. " ไอ้กรบอกแล้วเป็นต่อก็ขยับปากพูด โดยไม่มีเสียงว่า "สมน้ำหน้า" แล้วยิ้มออกมา

จากนั้นมันก็วางจานขนมไว้แล้วเดินไปเล่นกับเเมวโบ้ ผมมองแมวอ้วนกลมที่กำลังคลอเคลียไอ้กรอยู่อย่างน่าหมั่นไส้

" น้อยๆหน่อยโบ้ สำรวมๆ เห็นผู้ชายเป็นไม่ได้เลยนะ " 

ผมเอ่ยว่าโบ้ที่เอาหน้าแนบอยู่กับมือไอ้กร

" ออร่ามึงนี่​ก็เกินไปแล้ว กับแมวตัวผู้ก็ยังไม่เว้น " 

ผมพูดว่าไอ้กรพลางหยิบขนมกินไม่หยุดปาก ส่วนเป็นต่อส่งสายตาดุมาที่ผมทำนองบอกว่า พูดมากไปแล้ว

แล้วเสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้นอีกเป็นต่อเดินไปเปิดประตู คราวนี้ไอ้นนนัทและไอ้เก่ง และคนที่ยืนอยู่ด้านหลังทำให้ผมแปลกใจนิดๆ คนนั้นคือหมอปิติพี่ชายไอ้นัท ผมยกมือไหว้ทักทายหมอปิติ แล้วก็เชิญทุกคนเข้ามาในห้อง ตอนนี้ห้องผมเต็มไปด้วยผู้ชาย7คนและต่างคนก็ต่างทักทายกันเพราะอาทิตย์ที่ผ่านมาต่างคนต่างยุ่งอยู่กับงานนานๆถึงจะว่างรวมตัวกันสักที

" โอ้.. เด็กหนุ่มหน้าหล่อนี่​ใครอะ " 

ไอ้เก่งถามขึ้นเมื่อเห็นโจ้ที่อุ้มแมวโบ้เดินออกมาจากระเบียงส่วนตัวที่ด้านหลังห้อง

" โจ้นี่ เพื่อนๆพี่  " ผมบอกแนะนำเพื่อนผมทุกคน ให้โจ้รู้จักโดนไล่ไปทีละคน และโจ้ก็ยกมือไหว้ ทุกคน และผมเห็นโจ้เบิกตากว้างนิดนึงเมื่อไหว้หมอปิติ แต่โจ้เหมือนรู้ว่าผมมองอยู่เลยรีบหลบตา

" ทุกคน นี่โจ้ชู้รักเป็นต่อ " 

ผมบอกยิ้มแล้วโจ้ก็ยิ้มเจื่อนๆออกมาพร้อมกับกับเป็นต่อที่เอามือมาตีเเขนผม ส่วนไอ้กรกับไอ้นนนัทรู้ว่าผมพูดเล่น ถึงยิ้มขำๆออกมา แต่มันก็ยังมีคนที่ยังไม่รู้ อะไรเลย

" เห้!!  เรื่องจริง " ไอ้เก่งถามทำหน้าไม่เชื่อ

" ห่าน ... กูพูดเล่นมึงก็เชื่อกูจังนะ ทีกูพูดเรื่องจริงแทบจะต้องไหว้ต้องกราบให้เชื่อ " 

ผมบ่นเพื่อนรักอย่างไม่จริงจังนัก แล้วทุกคนก็หัวเราะออกมา

จากนั้นผมก็ถูกเป็นต่อลากให้ไปนอนให้หมอปิติตรวจดูแผลนิดนึง ผมกลัวเป็นรอยแผลเป็นยาว แต่หมอก็บอกว่าศัลยกรรมตัดแปะนิดหน่อยก็เรียบเนียนแล้ว ต่อจากนั้นโจ้ก็บอกว่ามีธุระด่วนจะกลับ ไอ้กรก็เลยถามว่าจะกลับยังไง แล้วหมอปิติก็บอกว่าเค้าก็กำลังจะกลับเดี๋ยวจะไปส่งให้

นั้นทำให้โจ้หน้าบึ้งทันทีผมรู้สึกไปเองรึเปล่าว่าโจ้กับหมอปิติเหมือนเคยรู้จักกันมาก่อนแถมยังเหมือนคนไม่ชอบขี้หน้ากันมาก่อน

" ไอ้พี่เสกจะกินอะไรเที่ยงแล้ว​ " เป็นต่อเดินมาถามผม

" น้ำตกหมู​ " 

ผมตอบออกไปเพื่อนๆทุกคนที่นั่งอยู่

หันมามองผมทำหน้าแปลกใจ เพราะปกติผมไม่ค่อยกินอะไรแบบนี้

" ถ้ากินแต่ข้าวผัดจะรู้ได้ไงว่าน้ำตกหมูก็อร่อยเหมือนกัน " 

ผมตอบยิ้มๆเพื่อนผมทุกคนทำหน้าเหวอ ส่วนเป็นต่อคนรักของผมยิ้มอ่อนออกมา

สรุปคือทุกคนจะกินมื้อเที่ยงกับผม คือน้ำตกหมูไก่ย่าง ข้าวเหนียวเมนูมื้อเที่ยงวันนี้ แล้วเป็นต่อกับไอ้นัทก็อาสาไปซื้อ เมื่อเป็นต่อเดินออกไปและปิดประตูลง

" กูโคตรอิจฉามึงตอนนี้เลยว่ะ อะไรๆดูดีไปหมด " ไอ้เก่งรีบกุลีกุจอมานั่งลงข้างๆเตียงผม

" มึงควรอิจฉาชีวิตกูต่อจากนี้ไปต่างหาก กูจะหวานให้นนท์นัทอายเลยอ่ะ " 

ผมบอกและหันไปมองที่ไอ้นนนัทที่นั่งยิ้มๆอยู่

" เอาเถอะ อย่าโม้มากรีบลงมือทำ " 

ไอ้นนบอกทำหน้านิ่งตามสไตล์ของมัน

" ทำเรื่องที่ไม่ใช่บ่อยๆต่อให้เป็นคนที่ใช่ยังไงก็เปลี่ยนได้นะ  ระวังตัวเองหน่อย " 

ไอ้กรเอ่ยเตือนผม

ผมก็พยักหน้ารับ พร้อมกับคำว่าคร้าบๆ  แล้วก็ส่งยิ้มให้กับเพื่อนๆทุกคน

" ขอบคุณนะพวกมึง ขอบคุณที่อยู่ข้างๆกันตลอดถ้าไม่มีพวกมึงกูกับเป็นต่อคงไม่มีวันนี้หรอก "

ผมบอกและทุกคนก็​ยิ้​มรับ แล้วก็พูดขึ้นพร้อมกันว่า

" เรามันครอบครัวเดียวกันนี่ " 

แล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ผมโชคดีจริงๆที่มีเพื่อนแบบนี้และพวกเค้าก็ทำให้ผมรู้จักความหมาย คำว่าเพื่อนแท้

เพื่อนที่แท้จริงเปรียบเหมือน กับการมีเสื้อผ้าสวยๆเต็มตู้ แต่คุณคงจะใส่เลือกใส่แต่ตัวที่รู้ว่าใส่สบายและเหมาะกับคุณและในเรื่องการคบเพื่อนก็เหมือนกัน...

ผ่านไป30นาที เป็นต่อก็เปิดประตูรีบเดินกระหืดกระหอบมาหาผมที่เตียง แล้วก็โผเข้ามากอดเอวผมไว้

" ไอ้พี่เสก "  เรียกชื่อผมเบาๆแต่ก็ไม่พูดอะไรผมมองไอ้กิจกับไอ้ต้นที่เดินเข้ามาพร้อมกับไอ้นัท เหมือนจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไอ้ต้นยกมือถือขึ้น

" รูปในเฟสบุ๊ค ๆ ผมชอบๆมากๆ " เป็นต่อบอก

แล้วผมก็ถึงบางอ้อร้องอ๋อออกมาแล้วยิ้มกริ่ม

ส่วนไอ้ต้นก็ส่งมือถือให้ไอ้นัทดู เป็นรูปที่ผมโพสต์ไว้เมื่อคืน และผมก็ไม่ได้บอกเป็นต่อ

" จะอ้วกเลยหวานเลี่ยน "  ไอ้เก่งบอก

" น่ารักอะนน เอามั่งโมเม้นท์แบบนี้ " 

ไอ้นัทพูดกับไอ้นน แล้วมันก็ส่งมือถือให้ไอ้กรกับไอ้นนดูพร้อมกับถามว่าเห็นยัง ทั้งสองส่ายหน้าทันที

" เข้าไปกดไลค์รูปให้กูเลยพวกมึงสองคน​ " 

ผมบอกไอ้กรกับไอ้นนที่มีบัญชีเฟสบุ๊ค แต่ไม่เคยเล่นเลย

" ลืมรหัส "  ไอ้กรกับไอ้นนบอกพร้อมกัน

แล้วเป็นต่อก็ขยับตัวขึ้นมามองหน้าผม ทำหน้าตาเหมือนกำลังสงสัย

" ว่าแต่ไอ้พี่เสกเล่นเฟสบุ๊ค ทำไมถึงยังไม่ลบรูปกับแฟนเก่าล่ะ "  เป็นต่อถาม

" เออ..ใช่ๆ นี้ตั้งแต่ปี2010สวีทหวานซะด้วย สาวคนนี้ใครวะ " 

ไอ้กิจพูดเสริม พร้อมกับหันไปถามทุกคนๆ ว่าคนนี้ใคร คงเป็นเเฟนเก่าผมสมัยเรียนที่แท็กมาแล้วผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร

" ส้ม " ไอ้กิจบอก

" เห้ย แอปเปิล " ไอ้ต้นบอก

" ไหนๆ นั่นเชอรี่ " ไอ้เก่งบอก

" มั่วล่ะ นั่นชมพู่ " ไอ้นนบอกไอ้นนก็เป็นไปกับเค้าด้วย

" ไอ้พี่เสก! "  เป็นต่อเรียกผมเสียงห้วน ๆทำตาขวาง ส่วนเพื่อนคนอื่นๆนั่งอมยิ้มอยู่ เหมือนกำลังสนุกที่ได้เเกล้งผม

" พอๆเลยพวกมึง คนนี้ชื่อแตงโม " 

ผมบอกแล้วเสียงหัวเราะทุกคนก็ดังขึ้น ยกเว้นเป็นต่อที่นั่งหน้างออยู่

" ไม่โกรธนะครับ เดี๋ยวไอ้พี่เสกให้เพื่อนทรยศสักคนในนี้ลบออกให้ " 

ผมพยายามง้อเป็นต่อเสียงอ่อนเสียงหวานแล้วยื่นมือถือไปให้ไอ้ต้น

ไอ้ต้นรับไปพร้อมกับพึมพำว่า กูไม่ใช่คนทรยศนะ

" แค่อยากบอกว่าตอนนี้ผมเป็นแฟนใหม่พี่ ในเฟสบุ้คพี่ก็ไม่ควรมีรูปแฟนเก่า​ " 

เป็นต่อบอกเสียงอ้อนๆ

" เห้อ! แต่มึงก็จำแม่นนะ 7ปีแล้วนี่ น่าแปลก " 

ไอ้กิจบอกแล้วเดินหนีไปแต่ยังไม่วายแอบเหน็บแนมผม

" ไอ้ ไอ้เพื่อน...... "  

ผมได้แต่อ้าปากค้างนึกคำด่าไม่ออก ท่ามกลางเสียงหัวเราะ หึหึ ของไอ้กรกับไอ้นน

" แฟนใหม่ของแฟนเก่า หรือแฟนเก่าของแฟนใหม่ เป็นใครๆก็ไม่ชอบหรอกนะ " 

ไอ้กรบอกยิ้มๆ

" ฮ่าๆๆ ชอบว่ะ " 

ไอ้เก่งบอกพร้อมกับยกมือขึ้นปะไฮไฟว์กับไอ้กร ส่วนผมนั้นหันมาสนใจเป็นต่อที่นั่งทำหน้ายิ้มอยู่ ไม่ได้โกรธเคืองอย่างที่ผมกลัว

เห้อ ! โล่งใจจัง

" เดี๋ยวไอ้พี่เสกจะโพสต์รูปคู่ทุกวันเลยดีมั้ย " 

ผมบอกกับเป็นต่อพร้อมกับเอามือยกขึ้นไล่เพื่อนที่ยังนั่งอยู่

" ชีวิตมึงนี้เขียนเป็นนิยายได้เลยนะ " 

ไอ้นัทบอกผมพร้อมกับยิ้มออกมา

" เรื่องอะไรวะ "  ไอ้เก่งถาม

" คราเมื่อรักห่าลง " 

ไอ้ต้นพูดพร้อมกับยื่นโผล่หน้าเข้ามาแล้วก็หัวเราะร่าออกมาเสียงดังจนน่าเกลียด และเสียงหัวเราะอีกหลายเสียงก็ตามมารวมทั้งคนรักของผมที่นั่งอยู่

" ผมชอบชื่อเรื่องจังครับ  " 

เป็นต่อบอกยิ้มๆ แล้วยื่นจมูกมาแตะที่แก้มผมเบาๆ

" ไปกินข้าวดีกว่าครับ "

ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้พวกเพื่อนแท้ เดี๋ยวจะเอาคืนให้หนัก

_______________________________________________________1 ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม

❤️ ขอบคุณคร้า  ❤️

แอบแปะภาพโพสต์เฟสบุ๊ค ของคุณพี่เสกนิดนึง แอบเขินอะ (แน่นอนว่ามโนอีกแล้ว)

#

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}