Finland (ช้อย)

อัพทุกวันตอนเช้า ๆ เหมือนเดิมจ้า.....!!! กราบขอบพระคุณที่กรุณาติดตามมาตลอด ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ ^^
เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา NC20+ (ไม่ติดเหรียญ)

ชื่อตอน : Chapter 57 : [END] บทสรุปของความรัก 100%

คำค้น : ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,คนคุก,เด็กแว้นที่รัก,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,กุมหัวใจมังกร,แสงสว่างแห่งรัก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,finland,ช้อย,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.5k

ความคิดเห็น : 536

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มี.ค. 2560 07:16 น.

Chapter 57 : [END] บทสรุปของความรัก 100%

แบบอักษร

 

ดิว..........................

 

วันนี้ผมได้ตัดสินใจแล้วว่าผมจะมาให้คำตอบกับแม่ หลังจากที่ผมไปส่งไอ้เปรมกลับบ้าน ผมก็บึ่งรถมายังโรงแรมที่พักของแม่ทันที

 

ก๊อก.. ก๊อก.. ก๊อก..  ผมเคาะห้องไม่นานประตูก็เปิดออก

 

“ดิว”  แม่ยิ้มกว้างเมื่อเห็นผม

 

“ผมมาให้คำตอบกับแม่ครับ”  ผมยิ้มบอกกับแม่ไป

 

“เข้ามาก่อนสิลูก”  แม่บอกกับผม ผมเลยเดินเข้าไปในห้อง

 

“มานั่งนี่มา”  แม่บอกให้ผมเข้าไปนั่งที่โซฟาใกล้ ๆ กับแม่ ผมค่อย ๆ เดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ แม่

 

“แม่ครับ ผมขอโทษที่ผมไปกับแม่ไม่ได้”  ผมตัดสินใจบอกกับแม่ไปอย่างแน่วแน่

 

“ทำไมล่ะลูก...?”  แม่มีสีหน้าที่เศร้าปนผิดหวังถามกับผม

 

“ไม่ใช่ว่าที่ผมไม่ไปกับแม่เป็นเพราะแม่ไม่ได้เลี้ยงดูผมหรือผมไม่รักแม่หรอกนะครับ  แม่ยังไงก็เป็นแม่ของผมวันยังค่ำ ผมอยู่ที่เมืองไทยผมก็มีความสุขดี ได้รับความอบอุ่นจากป๊าม๊าไม่เคยขาด ที่ผมพูดผมไม่ได้หมายความว่าความอบอุ่นจากแม่น้อยกว่าเลยนะครับ ถึงแม้ว่าผมจะไม่เคยได้รับความอบอุ่นนั้นมาก่อนก็ตาม แต่ผมก็สัมผัสได้ ผมแค่อยากให้แม่รู้ว่าลูกแม่ไม่เคยขาดความอบอุ่นเลย”  ผมบอกกับแม่ไปเพื่อให้แม่สบายใจ แม่ได้ยินก็น้ำตาคลอ

 

“ผมอยู่ทางนี้เราก็ยังติดต่อกันได้ตลอดนี่ครับแม่ ถึงเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่ผมก็ยังรักแม่และเคารพแม่เสมอ และผมก็ยังไปเยี่ยมแม่ได้ทุกเมื่อ แม่รอผมได้มั้ยครับอีกไม่กี่ปีผมจะเอาใบปริญญาไปฝากแม่ถึงที่ แม่รอดูความสำเร็จของผมด้วยนะครับ”  ผมน้ำตาคลอบอกกับแม่ไป

 

“ดิว”  แม่น้ำตานองหน้าคว้าตัวผมเอาไปกอดไว้แน่น

 

นี่คืออ้อมกอดจากแม่แท้ ๆ ครั้งแรกในชีวิตของผม มันอบอุ่นอย่างที่หลายคนบอกเอาไว้ไม่มีผิด ความอบอุ่นจากอกแม่หาใดเปรียบได้

 

“แม่ขอโทษนะลูกที่ทำให้ลูกต้องลำบากใจ”  แม่น้ำตาไหลพรากสะอื้นไห้บอกกับผม

 

“ผมขอโทษนะครับแม่”  ผมบอกกับแม่ไป แม่ค่อย ๆ เอามือปาดน้ำตาให้กับผม มันอบอุ่นในหัวใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

“ไม่เป็นไร แม่รู้ว่าลูกไม่โกรธไม่เกลียดแม่ แม่ก็ดีใจมากแล้ว แม่กลับมาเมืองไทยด้วยความหวั่นใจ กลัวว่าลูกจะไม่ยอมรับแม่เพราะแม่ไม่ได้เลี้ยงดูลูกมาเลย”  แม่บอกกับผม

 

“ยังไงแม่ก็เป็นผู้ให้กำเนิดผมจะอกตัญญูได้ยังไงครับ”  ผมยิ้มบอกกับแม่ไป

 

“ดิวลูกแม่”  ฮือออออออ แม่กอดผมร้องไห้โฮออกมา ผมกอดแม่เอาไว้แน่นอ้อมกอดนี้ผมจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต

 

“ลูกต้องไปเยี่ยมแม่บ่อย ๆ นะรู้มั้ย...?”  แม่ยิ้มบอกกับผม

 

“ครับแม่ ปิดเทอมผมจะไปหาแม่ทันที”  ผมตอบกับแม่ไป

 

“วันนี้ทานข้าวที่นี่กับแม่ได้มั้ยลูก...?”  แม่ถามกับผม

 

“ผมกะจะมาทานกับแม่อยู่แล้วครับ”  ผมยิ้มบอกกับแม่ไป แม่ยิ้มทั้งน้ำตามองผมด้วยสายตาที่อ่อนโยน

 

ข้าวเย็นมื้อนี้เป็นมื้อแรกที่ผมได้นั่งทานกับแม่บังเกิดเกล้า ผมมีความสุขมาก แม่ก็เหมือนกันแม่ยิ้มอยู่ตลอดใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เราคุยกันเรื่องสัพเพเหระ ผมเล่าเรื่องของผมให้แม่ฟังรวมถึงเรื่องไอ้เปรมด้วย ส่วนแม่ก็เล่าเรื่องของแม่ตอนที่อยู่ต่างประเทศให้ผมฟัง ผมอยู่กับแม่เรานั่งคุยกันจนดึก ผมจึงขอตัวกลับ

 

ผมขับรถกลับคอนโดด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข มันอิ่มอกอิ่มใจความรักความอบอุ่นของแม่แท้ ๆ ที่ให้กับผม ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันเป็นยังไง

 

พอกลับมาถึงห้อง

 

“ม๊าคิดว่าแกจะนอนที่บ้านโน้นซะอีก”  ม๊าเปิดประตูให้กับผม

 

“เปล่าครับม๊า ม๊ายังไม่นอนเหรอครับ”  ผมถามม๊าไป สองสามวันมานี้ม๊าคงเครียดเรื่องของผมมาก ผมเห็นม๊านอนดึกทุกคืน

 

“ผมไปหาแม่ที่โรงแรมมาครับ”  ผมบอกกับม๊าไป ม๊ามีสีหน้าที่สลดลงทันที

 

“ผมบอกกับแม่ว่าผมไปกับแม่ด้วยไม่ได้”   ม๊ารีบหันมามองผม

 

“ผมตัดสินใจแล้วครับม๊า ผมจะอยู่ที่เมืองไทย ผมคุยกับแม่เข้าใจกันแล้ว ปิดเทอมผมค่อยไปเยี่ยมแม่ก็ได้ สมัยนี้การติดต่อสื่อสารไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรเลย ผมอยู่ที่นี่ผมจะทำให้แม่เห็น ให้แม่ภูมิใจในตัวผมให้ได้”  ผมบอกกับม๊าไป  ม๊ามองผมน้ำตาคลอ

 

“ไอ้ลูกหมา แกนี่มันจริง ๆ เลย”  ม๊ายิ้มทั้งน้ำตาแล้วเดินเข้ามาขยี้หัวผมเบา ๆ  ม๊าคงโล่งอกเมื่อได้ยินที่ผมพูด ใบหน้าผ่อนคลายขึ้นมาก

 

“ปิดเทอมเราไปเที่ยวต่างประเทศกันนะครับม๊า”  ผมบอกกับม๊าไป

 

“ได้อยู่แล้ว อยากไปเมื่อไหร่ก็บอกเดี๋ยวม๊าพาแกไปเอง”  ม๊าบอกกับผม

 

“ทานข้าวมารึยัง...?”  ม๊าถามกับผม

 

“ผมทานกับแม่มาแล้วครับ”  ผมยิ้มตอบกับม๊าไป

 

“ช่วงนี้ผมคงต้องไปหาแม่บ่อย ๆ นะครับม๊าจนกว่าแม่จะกลับต่างประเทศ” ผมบอกกับม๊าไป

 

“ดีแล้วไอ้ลูกหมา ม๊าดีใจที่แกยังรักและเคารพพี่นางถึงแม้ว่าพี่นางจะไม่ได้ดูแลแกมาก็ตาม ยังไงเขาก็เป็นแม่ผู้ให้กำเนิด ม๊าภูมิใจในตัวแกนะ”  ม๊ายิ้มบอกกับผม

 

...............................................

 

เปรม.............................

 

ค่ำแล้วอากาศเริ่มเย็นลง ความมืดเข้าปกคลุม แต่แสงไฟตามอาคารบ้านเรือนยังคงสว่างไสว ผมยืนมองผู้คนอยู่ที่ระเบียงชั้นสามของตัวบ้าน ต่างก็เดินขวักไขว่จับจ่ายซื้อของ บ้างก็เพิ่งกลับจากที่ทำงาน บ้างก็เพิ่งกลับจากตลาดหิ้วของพะลุงพะลัง เด็ก ๆต่างวิ่งเล่นกันอยู่ที่หน้าบ้านหัวเราะกันสนุกสนาน แต่ทำไมผมกลับรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง เหมือนกับว่าไอ้ดิวมันกำลังห่างผมออกไปทุกที

 

ตอนนี้ไอ้ดิวมันทำอะไรอยู่..? มันจะกินข้าวหรือยัง..? มันจะคิดถึงผมบ้างหรือเปล่า..? ในหัวผมมีแต่เรื่องของไอ้ดิวเต็มไปหมด ผมไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าวันใดวันหนึ่งผมไม่มีไอ้ดิวมันอยู่เคียงข้าง ผมจะเป็นยังไง พอคิดแบบนั้นขึ้นมามันเหมือนมีก้อนอะไรซักอย่างมาจุกอยู่ที่อกน้ำตาเริ่มคลอ

 

“ไงวะ ยืนอยู่คนเดียวคิดอะไรอยู่..?”   แล้วเสียงไอ้ปลื้มก็ดังขึ้น ผมรีบปาดน้ำออก มันเดินเข้ามายืนอยู่ข้าง ๆ ผม

 

“ยังไงมึงก็ยังมีแม่ มีกู มีน้อง มึงไม่ได้ตัวคนเดียวนะไอ้เปรม”  ไอ้ปลื้มมันบอกกับผม ผมหันไปมองน้ำตาคลอ

 

“ขอบใจโว้ย” ผมบอกกับมันไป  ไอ้ปลื้มยืนที่ระเบียงเป็นเพื่อนผมอยู่นานสองนาน เราสองคนไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลย พี่น้องย่อมรู้ใจกันดี

 

เช้าวันใหม่ของวันอาทิตย์ ผมพยายามทำตัวให้เป็นปกติ ตื่นเช้าก็ลงมาช่วยแม่เปิดร้านขายของเหมือนกับเช่นเคย ไอ้ปลื้มมันก็ลงมาช่วยด้วย

 

“ไอ้เปรมเดี๋ยวมึงไปเอาพวกเบียร์กับน้ำอัดลมเข้าแช่ตู้ที”  ไอ้ปลื้มมันบอกกับ ผมพยักหน้ารับแล้วรีบช่วยงานทันที ผมก้มหน้าก้มตาเอาพวกเบียร์กับน้ำอัดลมเข้าใส่ตู้แช่

 

“โค้กขวดนึงครับ”  แล้วก็มีเสียงพูดขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นมองเห็นไอ้ดิวยืนยิ้มแป้นให้กับผม

 

“ทำไมมาแต่เช้า...?”  ผมถามมันไป

 

“กูอยากมาหามึงตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่กูอยู่กับแม่”  มันบอกกับผม

 

“เรียนจบเราแต่งงานกันนะ”  ผมมองหน้ามันแปลกใจทำไมมันถึงมาย้ำกับผมอีก

 

“กูตัดสินใจแล้วว่ะ กูจะไม่ไปต่างประเทศกับแม่ กูคุยกับแม่เมื่อคืนแม่เข้าใจดี ถ้ากูไปแล้วใครจะช่วยมึงเปิดร้านล่ะ”  แล้วไอ้ดิวมันก็บอกกับผม ผมคลี่ยิ้มกว้างน้ำตาคลอ มันโล่งเหมือนกับยกภูเขาออกจากอก

 

“มึงนี่แม่ง......”  ผมโผเข้ากอดมันเอาไว้แน่น

 

“เมื่อวานตอนเราอยู่ด้วยกันกูมีความสุขมาก กูไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงถ้าไม่มีมึงอยู่เคียงข้าง กูไม่อยากจากมึงไปไหนนะไอ้เปรม”  มันกระชับอ้อมกอดบอกกับผม

 

“กูก็เหมือนกัน”  ผมน้ำตาไหลอาบแก้มบอกกับมันไป

 

“ปิดเทอมเราไปเที่ยวหาแม่กันนะ”  แล้วมันก็บอกกับผม

 

“อืม”   ผมตอบมันไปสั้น ๆ ผมดีใจที่สุด

 

“เฮ้ยๆๆ ทำอะไรเกรงใจแม่กับกูบ้าง”  แล้วเสียงไอ้ปลื้มก็พูดแซวขึ้น ผมรีบผละกอดพร้อมกับปาดน้ำออก

 

“มาเดี๋ยวกูช่วย”  ว่าแล้วไอ้ดิวก็รีบไปยกลังเบียร์เอามาให้ผม ผมหันไปมองไอ้ปลื้ม เห็นมันเอาแต่อมยิ้มมันก็คงพลอยโล่งใจไปกับผมด้วย

 

ค่ำนี้ผมยืนอยู่นอกระเบียงห้องเหมือนกับวันวาน แต่ที่แตกต่างคือผมไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้วเพราะผมมีไอ้ดิวคอยยืนอยู่เคียงข้าง ผู้คนยังคงเดินกันขวักไขว่ เด็ก ๆ พากันวิ่งเล่นกันอยู่ที่หน้าบ้าน มองไปทางไหนก็ดูคึกคัก

 

“ยิ้มอะไรอยู่คนเดียว”  ไอ้ดิวมันถามกับผม

 

“กูมีความสุข”  ผมยิ้มบอกกับมันไป

 

“กูก็มีความสุขที่มีมึงยืนอยู่เคียงข้าง กูรักมึงนะเปรม” 

 

“กูก็รักมึง”   ผมยิ้มตอบกลับไป  แล้วมันก็ค่อย ๆ เคลื่อนใบหน้าเข้ามาสัมผัสริมฝีปากผมเบา ๆ ผมหลับตาพริ้มตอบรับจูบมันอย่างเต็มใจ

.

.

.

.

.

.............................................................................

 

ชีวิตของพวกเขาก็ยังคงดำเนินต่อไป

 

ติณเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีตั้งหน้าตั้งตาทำงานสร้างครอบครัวให้เข้มแข็ง ปลื้มผู้เปรียบเสมือนเป็นแม่ของพวกเด็ก ๆ ยังคงต้องคอยรับมือกับความป่วนของเหล่าบรรดาลูกสาวทั้งสาม แต่ปลื้มก็ไม่เคยรู้สึกเหนื่อยแต่กลับมีความสุขที่ได้ดูแลลูก ๆ

 

ส่วนดำถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองทำเพื่อขวัญขนาดไหนแต่ความหึงความหวงก็ยังคงเส้นคงวา แต่แทนที่ขวัญจะโกรธหรือรำคาญ เขาเองกลับมองในแง่บวกพยายามเข้าใจดำมากขึ้น ทั้งคู่ยังคงต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหากันอยู่

 

คุณกรกับณพรักใคร่กันดีเป็นความรักในแบบผู้ใหญ่ มักใช้เหตุและผลคุยกันเสมอทั้งคู่เลยไม่ค่อยมีปากเสียงกัน พวกเขาสร้างครอบครัวเล็ก ๆ ที่อบอุ่นซึ่งแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ ทำให้จิตใจแจ่มใสเบิกบาน นาซ่ายังคงเป็นหลานที่น่ารักของคุณตาคุณยายเสมอ

 

ดิวกับเปรมตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือ เพื่อที่จะได้ทำให้ความฝันของตัวเองให้เป็นจริงขึ้นมา แต่งงานสร้างครอบครัวที่อบอุ่น พอช่วงปิดเทอมทั้งคู่ก็พากันไปเยี่ยมแม่ที่ต่างประเทศ ถึงแม้ดิวกับแม่จะอยู่ห่างไกลแต่ด้วยสายใยระยะทางจึงไม่ได้เป็นอุสรรคต่อความรักของแม่และลูกเลย

 

ชีวิตคู่ย่อมมีสุขบ้างทุกข์บ้างตามประสา แต่ที่พวกเขายังคงยืนหยัดอยู่ได้ก็เพราะมีคนที่รักคอยอยู่เคียงข้าง คอยเป็นกำลังใจร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ  ไม่ว่าหนทานข้างหน้าจะเป็นอย่างไร พวกเขาก็พร้อมที่จะจับมือและก้าวเดินไปด้วยกัน

 

ชีวิตคู่มากมายได้เรียนรู้

การกินอยู่ด้วยกันสัมพันธ์หวัง

จะยากจนรวยไหมไม่จีรัง

ไปถึงฝั่งปลอดภัยไม่แยกทาง

ทำงานสร้างครอบครัวผัวเมียช่วย

เลี้ยงลูกด้วยหัวใจไม่บาดหมาง

ปัญหามีทุกคู่สู้ทุกทาง

ไม่อ้างว้างเดินหน้าอย่าทิ้งกัน

แค่เข้าใจอภัยในแตกต่าง

ผิดมีบ้างเป็นครูรู้เปลี่ยนผัน

ปรับปรุงใหม่ให้ดีมีทุกวัน

ใจตนนั้นตั้งสติเลิกติเตียน

คิดบวกไว้ใจเย็นเห็นปัญหา

พัฒนาอาชีพรีบอ่านเขียน

ทำงานให้ได้ดีมีความเพียร

ศีลธรรมเรียนปฏิบัติให้ชัดเจน

 

 

 

 

 

THE END

 

 

 

 

........................................................................

 

 

 

จบไปแล้วนะคะสำหรับ “เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา” 

ช้อยต้องกราบขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณาติดตามมาตลอด

คอยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยดีเสมอมา ช้อยไม่มีอะไรจะตอบแทน

ได้แต่กล่าวคำว่า “ขอบพระคุณจากใจค่ะ”

ถ้าผิดพลาดประการใดช้อยต้องกราบขอประทานอภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ

แล้วเราจะกลับมาพบกันใหม่ ช้อยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านคงจะยังไม่ลืมช้อย

1 ปีเต็มกับนิยายทั้งหมด 8 เรื่อง ช้อยได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างทั้งการติการชม

ช้อยจะได้นำไปพัฒนาฝีมือตัวเองให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อที่นักอ่านที่รักทุกท่านจะได้ไม่ผิดหวังในตัวช้อย

ขอบพระคุณจากใจอีกครั้งค่ะ

Finland (ช้อย)

2/03/17

 

 

 

#

ชื่อ
ความคิดเห็น