ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โซ่รักสีเทา 17

ชื่อตอน : โซ่รักสีเทา 17

คำค้น : องศา ดราม่า ปริมมาศ

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มี.ค. 2560 00:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โซ่รักสีเทา 17
แบบอักษร
:: ฉลามได้กลิ่นเลือด ::
 
#
 
....
 
บ่ายเเก่ๆ ของวัน หลังจากที่พาสาวใช้ไปโรงบาล ปริมมาศก็เเวะมาหาเพื่อนสนิท โดยให้สาวใช้เกตกลับบ้านไปก่อน
"คนสวยมาหา คุณไอศูรย์ไม่คิดจะเอ่ยต้อนรับมั่งเหรอคะ" มือบางถือถุงพะรุงพะรังเดินทอดน่องมาหาคนในครัว 
 

"เดี๋ยวนี้มาบ่อย " เสียงทุ้มต่ำเปร่งทัก ตามคำขอ มือก็ทำการขอดเกล็ดปลากระพงไปด้วย พรางพลิกตัวปลาไปมาเฉือนข้างละ สามบั้งๆ แล้วพักปลาว่างไว้ในจานรอสะเด็ดน้ำ ทำตัวไม่หยุดเว้นว่างหยิบพริกขี้หนูมา สับๆ ต่อโดยไม่หันไปสนใจคนเพิ่งมาแม้แต่นิด 
"ศูรย์" 
 

หยิบน้ำส้มสายชูให้ที” เอ่ยปากใช้ปริมมาศ ยื่นมือรอรับของ ส่วนคนถูกใช้รีบวุ่นหาน้ำส้มสายชูส่งให้มือหนาเร็วไว พอได้ของพ่อครัวศูรย์ใช้น้ำส้มสายชูกับผสมกันเกลือ แล้วนำไปทาตัวปลาให้ทั่ว เสร็จวางใส่จาน ทุกกิริยาบทเหมือนไม่ว่าง เเต่หูเขาก็รอฟังเสียงจากหญิงสาวอยู่ว่าจะพูดอะไรต่อ

 "พอดีแวะผ่านมาทางนี้ เลยซื้อของมาฝากน่ะ" ปริมมาศว่างของฝากที่มีอาหารสด ผลไม้ต่างๆ มากมายยื่นให้ตรงหน้าไอศูรย์ แต่ก็ถูกมองแบบผ่านๆ แล้วตั้งหน้าตั้งตาหันมาทำน้ำปรุงรสต่อ จับวัถุดิบใส่ชามผสม คนๆ ให้เข้ากัน

"ตั้งใจมา ก็พูดไป" 

"ไม่ได้ตั้งใจ ผ่านมาพอดีค่ะคุณไอศูรย์" 
"แถไปเรื่อย" เสียงเรียบนิ่ง ไม่บ่งบอกว่าตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกอะไร 

"เปล่าเเถนะ" 

"เอาความจริง?.." ไอศูรย์หน้าตึงหันจ้องถามปริมมาศ 

"พูด ดีๆ ก็ได้ จะมีน้ำโหทำไมห๊ะสัมผัสว่าชายหนุ่มตรงหน้าดูเหมือนจะจับพิรุธกันได้คนโกหกเข้าสู้โหมดปกป้องตัวเองทันที โดยการโมโหกลับไปบ้าง  ห้วนเป็นนิสัยเธอเข้าใจแต่หน้าตึงขึงขังไม่ค่อยได้เจอ

ถามดีแล้ว” 
“...” 

"ไปรอที่โต๊ะก่อนไป" ร่างโตเอ่ยปากไล่ ที่อ่อนข้อให้ เพราะเขาไม่อยากเสียบรรยาศในการทำอาหาร ไม่ชอบอารมณ์เสียตอนเข้าครัว รสชาตข้าวปลาอาจจะเพี้ยนได้ เเต่พอหันมาอีกที ก็เห็นคนตัวยุ่งยืนอยู่ที่เดิม  "ไปรอ มีเรื่องจะถาม"
"คะเรื่อง..ถามว่า"
"ไม่ว่างคุย" 
ชายหนุ่มนำปลากระพงเข้าเครื่องอุ่นไอน้ำเพื่อที่จะนึ่ง เมนูที่ทำคือปลากระพงนึ่งมะนาว อาหารคาวถ้าถึงมือเขาอร่อยอย่าบอกใคร เชฟก็เชฟเถอะ ง่ายไอศูรย์เลย

"คุยตรงนี้ เดี๋ยวนี้ก็ได้นะ" คนเสียงอ่อน ใจคอหวิวเป็นห้วงๆ กลัวเรื่องที่ชายหนุ่มจะคุยด้วยเป็นเรื่องของสาวใช้ชื่อเกต ตอนคนมาบอกว่า มีเรื่องจะคุยด้วย เเน่นอนเปอร์เซ็นเรื่องเเย่ ความผิดที่เคยทำ เหมือนมันกำลังตีพุ่งเข้ามาในหัว 
"ไอศูรย์ ฉันรอคะ"

ด้านไอ้ศูรย์พอโดนคนมาเร่งวุ่นวายตอนต้องการสมาธิ ก็ชักจะหงุดหงิดบ้างแล้ว  ก่อนจะหมุนตัวนั่งบนเคาเตอร์แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาอัดสูบ เป็นการไล่กันอ้อมๆ รู้ดีหญิงสาวไม่ชอบมัน ที่ทำไม่ใช่ว่าไม่อยากคุยกับเพื่อน แต่ตอนนี้เขางอลอยู่ไง ให้คุยตอนงอลอาจไม่ได้เรื่องสักเท่าไหร่นัก
"ว่าไงศูรย์ พูดมาได้เลย"­­­­ ปริมไม่ลดละความพยายามเอาคำตอบจากคนตีหน้าตึง "รอฟังอยู่" เสียงย้ำอีกที

 

แอบใช้งานลูกน้องฉัน ตอนนี้ฝั่งนั้นรู้นานแล้วนะ” 

วะ.. ว่าไงนะรู้แล้ว” ปริมมาศตกใจจนมือไม้สั่นกับคำตอบใหม่ที่คาดไม่ถึง  

เออ.. รู้ 
"...." ปริมมาศข่มตาแน่น 
ความกลัวเข้ามาเเทรกซึ่ม ในหัวสมองน้อยๆ มีเเต่คำว่า 'เขารู้เเล้ว' เต็มไปหมด 

          ที่ผ่านมาคิมหันต์ไม่อยากจะพูดคุยหรือเหยียบเงากันด้วยซ้ำ โอกาสที่จะเปิดประเด็ดจริงจัง ให้เห็นรอยปริ รอยเเยก และความบาดหมางนั้นแทบไม่มีให้เห็น ไม่แปลกเลยที่หญิงสาวนึกเดาทางสามีตนไม่ได้

"ที่หลังอย่าทำอะไร โง่ๆ " เสียงทุ้มต่ำหันมากดตะคอก 

“ฉันขอโทษ” ปริมมาศได้เเต่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ผิดเองที่แอบใช้งานคนของไอศูรย์ หาหลักฐานฟ้องหย่า ส่วนลึกในใจคาดหวังกฏหมายจะเป็นสิ่งที่ช่วยเธอ ไม่ให้สูญเสียลูกสาวไป 

          ในบางครั้งตนอยากหนีใจแทบขาด ไม่อยากเจอคนใจดำต่อไป เเต่ชีวิตต้องใช้เงินการงานทุกสิ่งทุกอย่างของเธอเป็นหลักเป็นเเหล่งอยู่นี้ ต่อให้ไปเริ่มใหม่ที่ไกลๆ ใจนึกผวากลัวชายหนุ่มจะตามรังควานเอาสิ่งที่เป็นดวงใจของเขากลับคืน ถ้ามีวันนั้นจริงคำว่า 'แม่' เธออาจไม่มีสิทธิได้ใช่อีกต่อไป  ดั่งที่เขาเคยพูดขู่ไว้เมื่อหลาปีก่อน

"เอายังไงต่อไป"

สุดท้ายก็ล่มเหลวขนาดชายหนุ่มเอาน้ำหวานมาให้รู้ถึงที่ ไม่จำเป็นต้องสืบหา แต่กลับไม่กล้าพอ ที่จะลงมือทำอะไรสักอย่างตามใจต้องการได้เลย  อ่อนแอหรือโง่อันนี้เธอไม่แน่ใจตนเองเหมือนกัน... 
"ตอบ.."

"ไม่รู้" 
"..."
"ไม่รู้เลย" โพล่งคำตอบอีกครั้ง อย่างเหนื่อยล้ากับสิ่งที่ต้องเผชิญบ้างครั้งเรื่องคราวมันบีบคั้นยากที่จะตัดสิ้นใจให้เด็ดขาด 

"ใจไม่ถึง สะเออะเปรี้ยวตีน" ตาคมมองคนช้ำที่ยืนไม่ไหวติง มองหน้าเรียวยิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายเจ็บ เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าเเผลใจถูกกินลึกแค่ไหน 

          ไอศูรย์พูดไปเพราะใจนึกห่วงคนไม่เก่งสนาม ทำเรื่องไว้เเบบนี้  โอกาสที่จะถูกตามบด ตามขยี้โดยอีกฝ่าย เหมือนฉลามได้กลิ่นเลือดมันมีความเป็นไปได้สูง เกิดสามีเจ้าหล่อนเล่นหนัก เอาถึงตายขึ้นมาจะว่ายังไง อย่าลืม..โลกนี้มีปริมมาศแค่คนเดียว  เสียไปหาจากไหนได้อีก..

"ศูรย์"
"หืม ว่า.." คนพ้นควันเทาครางตอบรับ 

"ช่วยตามหาเชษให้เจอได้ไหม เขาทำงานให้ฉันแต่กลับหายไปเเบบนี้ ไม่สบายใจเลย" 

"ไม่" สุ่มเสียงหนักแน่น สำหรับชายหนุ่มกฎคือกฎ เตือนลูกน้องทุกคนห้ามรับงานนอก ไอ้ไหนผิดกฏ พวกเลี้ยงไม่เชื่องตัดหางทิ้งทันที เเต่ก็มีมาจนได้ 

ปากหยักอัดควันเทาเข้าปอดเต็มที เเล้วบี้มันโยนทิ้งขยะ ขืนสูบต่อปริมมาศได้จามออกมาเเน่ สังเกตได้จากการที่จมูกรั้นแดงเทือกอย่างกับลูกเชอร์รี่ เขาเซงจิตกับเธอเหมือนกันนะบ้างที รู้ทั้งรู้ว่าควันมือสองอันตรายก็ยังสู้ดื้อไม่ยอมเดินหนีไปไกลๆ 

"เชษทำงานนี้ เพราะถูกขอร้อง เขายอมผิดเพราะฉันเลยนะศูรย์"

"พวกจูงง่ายด้วยเงิน ต้องช่วย?.." 

"งั้นฉันต้องรับกฎ  ต้องตัดขาดด้วยหรือเปล่า "

"ตัดได้ ทำนานแล้ว" 

"ถ้าตัดไม่ได้ ที่หลังไม่ต้องด่าให้เยอะ" ปากอิ่มเม้มแน่นอย่างสำนึกผิด แค่นี้เธอก็สำนึกผิดไม่ทันแล้ว 

"ให้ด่าบ้างปริม เกิดเธอกินลูกตะกั่วมาอีกคน

"อีกคน หมายความว่าไง" ตาเรียวหงส์เบิกว้างตกใจ ริมฝีปากสั่นหาที่หยุดไม่เจอ  "ชะ เชษโดนยิงเหรอศูรย์"

"เออ..ต่อไปคงเธอ" สุ่มเสียงห้วนเครียด นัยน์ตาปรากฏเค้าความเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

แล้วตอนนี้เชษเป็นไงบ้าง

“ไม่เท่าไหร่
"..."

"จะไปไหน" มือสากรั้งไหล่มนไว้ กดยึดตัวเธอตามเเรงกำลัง เมื่อเห็นคนตาพริ้มคลอหน่วย กำสายกระเป๋าผงะพรึบเตรียมตัวออกตัว
"ฉันอยากกลับบ้านแล้ว" คนใจเสียครางตอบเสียงเบาไม่ต่างจากกระซิบ 

          สถานการณ์อึมครึมตึงเครียด สร้างความอึดอัดให้ชายหนุ่ม เขาไม่รู้ว่าเพื่อนสาวเป็นอะไร ถึงขั้นอยากจะหย่าคงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ตอนนี้ก็สงสารมากด้วย 

"กินข้าวด้วยกันก่อน"
"อยากกลับบ้านศูรย์ จะไปหาฟากฟ้า" ปริมมาศเอี้ยวชำเลืองหาไอศูรย์ เจ้าของมือสากนี้ 
เป็นเพื่อนที่ดีมากคนหนึ่งของเธอเลยก็ว่าได้  แต่ตรงกันข้ามถ้าใครได้เป็นเเฟนกลับเเย่เข้าเรื่องอยู่เหมือนกัน 

          ฉนั้นไม่ว่าเวลาผ่านไปนานเเค่ไหน ความสัมพันธ์ไม่เคยกล้าที่จะพัฒนาเป็นอย่างอื่น ยังคงเป็นเพื่อนและเป็นพ่อเธอได้ในขณะเดียวกัน..

"ยิ้มเพื่อ?.." 
"ให้รู้ว่าฉันไม่เป็นไร " ปริมมาศปั้นยิ้ม
 เพื่อที่จะคลายความกังวลบนหน้าใครบ้างคน

"บ้า"
"อ้าว ไม่ได้เป็นห่วงกันหรอกเหรอ" 
"เลอะเทอะ"
"จริงอ่ะ?.."
"เออ..ไม่ห่วงเพื่อนให้ห่วงหมาที่ไหน"

"ก็เเค่นั้น ทำฟอร์มเนอะ" 
"...."

"คุณคิมหันต์ใจดีนะศูรย์ ฉันง้อแป๊ปเดียวเขาใจอ่อนให้เเล้ว" 

"เชื่อก็ได้"  มือสากตบเบาที่ไหล่มนเชิงให้กำลังใจ คนโกหกมีไม่กี่อาการหรอกที่จะเเสดง แต่จะให้เขาต่อความยาวสาวความยืดเพื่ออะไร ในเมื่ออีกคนคิดจะไม่บอกความจริง ก็ต้องหันมาบอกตัวเองหักห้ามใจดีกว่า ทำได้เเค่มองไว้ รู้เท่าที่บอก เข้าเสือกไม่ดีเกินเพื่อน ประมาณนั้น.. 

 

....

 
 
อย่าตกใจปริมไม่ได้ไปง้อ ใครจะง้อลง 555+

 

#

  
ปริมอยู่กับศูรย์ดูมีจริต มุ้งมิ้งๆ
ถ้าไอศูรย์มีใจให้ปริมหน่อย คิมหันต์มีขยับบ้างแหละ
แต่มีหมอกก็พอแล้วไรท์สงสารปริม
*******
 
 
 
เพจไรท์เอง เปลี่ยนนามปากเยอะ อันนี้ถูกใจสุด ยังไงก็กดเข้าไปทักทายกันได้  คุณคิมรออยู่ในนั่น คลิกไปที่ตัวหนังสือเล็กๆ นี้ ทำให้ใหญ่ไม่ได้ ไม่เป็นนะคะ คลิกๆ>> องศา
        
 
 
  
ส่วน E-Book ไรท์ขออภัยจริงๆ นะคะ ไม่เเน่ใจวันเลย ไรท์พยายามให้งานออกมาดีที่สุด รักคนอ่านจ้า ^^ 
 
 
 
 
 
 
ความคิดเห็น