ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 15 สาเหตุ... 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 15 สาเหตุ... 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.9k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2560 17:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 15 สาเหตุ... 100% รีไรท์
แบบอักษร

#

HATE EFFECTS: 15

หลังจากที่ถูกวาณิชาเล่นงานจนบอบช้ำ ซ้ำร้ายยังถูกภาคิณเมินเฉยเสียอีก...นั้นทำให้ญาดาผูกใจเจ็บกับวาณิริณมากยิ่งขึ้น ระหว่างที่เดินลงมาจากตึกก็เห็นวิวัฒน์และการันต์กำลังพูดคุยกับชลธิชาเกี่ยวกับแผนการบางอย่างที่พวกเขากำลังจะกระทำ ญาดาที่แอบฟังอยู่ได้ยินทุกอย่างก็นึกถึงวิถีทางที่จะกำจัดวาณิริณไปให้พ้นทางและอีกอย่าง...เธอต้องการให้ภาคิณได้รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดแบบที่เธอเป็นอยู่

#####

"สวัสดีค่ะ ขอสายคุณวาณิริณหน่อยค่ะ"

"พอดีว่าอยากจะขอสปอนด์เซอร์ให้ทางรายการน่ะค่ะ...ไม่ทราบว่าคุณณิริณจะว่างออกมาคุยรายละเอียดไหมคะ?"

"อ่อ! พอดีว่าตอนนี้อยู่ที่กองถ่ายน่ะค่ะ...มาได้หรอคะ? ได้ค่ะๆ เดี๋ยวจะแชร์โลเคชั่นไปให้นะคะ!!" ใบหน้างดงามระบายยิ้มร้ายกาจ อย่างไรก็ตาม...ความคับแค้นในใจจะได้ถูกปลดปล่อยทั้งหมดในครั้งนี้แน่นอน

ภาคิณจะต้องเจ็บปวดเป็นร้อยเท่าพันเท่า !!!


ญาดาเดินช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าพร้อมกับทาร่าเพื่อนสาวอย่างสบายอารมณ์ หญิงสาวที่คิดว่าตอนนี้ได้กำจีดเสี้ยนหนามไปให้พ้นทางเธอแล้วก็หวังว่าภาคิณจะกลับมาสนใจในตัวเธออีกครั้ง


"นี่แกแน่ใจหรอญาดา ว่าตอนนี้นังณิริณอะไรนั่นน่ะอาจจะตายไปแล้วจริงๆ ฉันยังไม่เห็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์เลยนะ" ทาร่าทักท้วงขึ้น เพราะท่าทางที่มั่นใจของญาดานั้นไม่มีอะไรรับประกันได้เลน


"หึ! ถึงไม่ตายก็คงได้ผัวเพิ่มมาสี่ห้าคนแล้วล่ะ เฮ่อ...ป่านนี้คงโดนพี่คิณเฉดหัวทิ้ง ผู้หญิงชั้นต่ำแบบนั้นน่ะชูคออยู่ได้ไม่นานจริงๆ"


"มั่นไปเถอะย่ะ โน่น!!!" ทาร่าชี้ไปบริเวณทางช็อปเครื่องสำอางค์ของคนที่เธอกำลังที่อยู่ไม่ไกล ภาคิณและวาณิริณยืนเคียงกันอยู่ตรงนั้นทำเอาญาดาหน้าชาลงไป "แกก็เคยเจอฤทธิ์น้องสาวมันแล้วก็ไม่น่าประเมินพี่สาวต่ำไปนะ โอ้ยย"


ตุบ !!


"กรี๊ดดดด ตายยากตายเย็นนักนะอีมารผจญ!!" ทั้งๆที่คิดว่าแผนการแยบยลแล้วแท้ๆ ทำไม!! ทำไมศัตรูหัวใจของเธอยังมาลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่ทีอะไรเกิดขึ้น มิหนำซ้ำ...ภาคิณยังคอยติดตามหวงแหนราวกับไข่ในหินเสียนี่ "กรี๊ดดดด"


ญาดาแผดเสียงออกมาดังลั่นห้างอย่างระคนแค้นใจ เธอเดินชนไหล่ทาร่าจนนางแบบสาวถึงกับเซไปเล็กน้อย "นังบ้านี่!!" ทาร่าสบถออกมาด้วยความไม่พอใจก่อนจะเดินตามออกไป ด้านวาณิริณและภาคิณที่ได้ยินเสียงก็หันไปทางต้นตอแต่ก็ไม่เห็นเสียแล้ว 


"ผีที่ไหนมาขอส่วนบุญ" ภาคิณพูดออกมาเบาๆ มือหนายกขึ้นโอบเอวภรรยาคนสวยเอาไว้ "มีอะไรหรือเปล่าณิริณ!?"


"เปล่าค่ะ" เธอตอบ "แค่คิดว่าเคยได้ยินเสียงนี้ที่ไหน"


"ช่างมันเถอะ เรากลับกันดีกว่าป่านนี้แม่คงรอทานข้าวเย็นแล้ว" ภาคิณรั้งร่างบางที่ยังยืนนิ่งอยู่ข้างๆ ไม่นานนักเขาก็ต้องเอามือออกจากเอวบางเมื่อได้เห็นสายตาของเธอ ตอนนี้รู้ซึ้งถึงบาปที่ได้เคยก่อไว้เลยจริงๆ...


"ค่ะ เราเดินห่างๆกันดีกว่า...ณิริณอึดอัด" แม้จะติดใจอยู่บ้างแต่เธอก็ใส่ใจได้ไม่นาน หลังจากสั่งงานพนักงานในช็อปเสร็จเรียบร้อยก็เดินทางกลับบ้านพร้อมกับสามีของตนเอง


บ้านรัตนโยธิน...


แม้จะผ่านไปหลายวันแล้วแต่ภาคิณก็ยังคงก็ระเห็ดออกมานอนหน้าห้องนอนของตัวเองอยู่ดี นาตยาแม้จะเห็นใจลูกชายมากเพียงใดแต่ก็ต้องขอเลือกที่จะอยู่ในทีมของลูกสะใภ้เพื่อดัดนิสัยเจ้าอารมณ์ของเขาดูเสียบ้าง ในห้องครัวที่แม่ผัวและลูกสะใภ้กำลังช่วยกันเตรียมอาหารกันอย่างแข็งขันพร้อมกับลูกมืออีกสองสามคน 


"คุณแม่คะ ณิริณมีเรื่องอยากจะถามหน่อยค่ะ"


"ว่ามาสิจ้ะ" นาตยายิ้มพร้อมกับหั่นผักไปด้วย


วาณิริณวางอุปกรณ์ของเธอลงบนชั้นวางของก่อนจะหันไปทางแม่สามี "เรื่องคุณญาดาน่ะค่ะ ณิริณอยากรู้ว่า...ทำไมพี่คิณถึงเลิกกับเธอ"


นาตยาได้ยินก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย หญิงวัยกลางคนหยิบผักใส่ตะกร้าเพื่อเตรียมล้างทำความสะอาด "จริงๆ สองคนนั้นไม่ได้คบกันหรอกจ้ะ พ่อกับแม่แค่ เอ่อ แค่ทาบทามญาดาไว้ให้คิณเขาเฉยๆ ณิริณไม่ต้องคิดมากนะจ้ะ"


"ไม่เลยค่ะ ณิริณแค่อยากรู้เฉยๆว่าทำไมพี่คิณถึง..."


"ผลักไสญาดา"หญิงสาวพยักหน้ารับ "ญาดาเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งหน้าตา ฐานะ ชาติตระกูลและการศึกษาก็จริง แต่มีสิ่งหนึ่งที่คิณเขาได้รับรู้ก่อนที่จะเผลอไผลไปกับรูปโฉมของผู้หญิงคนนั้น ซึ่งถือว่าโชคดีมาก...และยิ่งเป็นโชคอีกชั้นที่คิณเขาได้ไปเจอหนูในวันนั้นด้วย แม่ล่ะต้องขอบคุณหนูมากจริงๆ..."


"..."


"เลิกใส่ใจผู็หญิงไร้ค่าคนนั้นเสียเถิด ถือซะว่าเขาเป็นฝุ่นละอองที่เข้ามาทำให้หนูรำคาญใจ แป๊บๆเดี๋ยวก็ผ่านพ้นไป เรามาช่วยกันทำมื้อเย็นให้เสร็จกันก่อนดีกว่า...เดี๋ยวหนุ่มๆจะบ่นเอา"


"ค่ะ...ณิริณจะพยายามไม่ใส่ใจ"


นาตยายิ้มพิมพ์ใจก่อนทั้งสองจะช่วยกันปรุงอาหารอย่างสุดฝีมือ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้วาณิริณคิดได้ว่าการันต์กับวิวัฒน์จะต้องคิดทำอะไรไม่ดีให้กับภาคิณอย่างแน่นอน...ซึ่งนั่นอาจจะเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนก็เป็นได้ 


แล้วเธอจะทำประโยชน์อะไรให้เขาได้บ้างไหมนะ?


หลายวันมานี้วาณิริณเองก็มีเรื่องที่ต้องคิดอยู่หลายเรื่อง วันนี้เองก็เช่นกัน... ในห้องทำงานของเธอที่มีอุปกรณ์ตัวอย่างของเครื่องสำอางค์ที่ฝ่ายผลิตส่งมาให้ตรวจสอบ ช่วงที่กำลังใช้สมาธิทำงานอยู่นั่นเอง


"ฉันบอกว่าเข้าไม่ได้ไงเล่า !!!" เสียงของปยาพัชร์ดังลอดเข้ามาจนเธอเองก็แปลกใจ ปึง!!! ไม่นานนักประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของผู้ชายที่เธอไม่ต้องการที่จะพบ


"การันต์" แม้จะตกใจอยู่มากแต่ก็ทำเป็นนิ่งเข้าข่ม


"ฉันพยายามห้ามแล้วนะณิริณ ให้ฉันเรียก รปภ.ดีกว่า" ปิยาพัชร์เองก็จนปัญญาที่จะขวางทางไอ้คนดื้อด้านพรรค์นี้


"ไม่ต้องหรอก ปิดประตูก่อนแล้วแกก็อยู่ด้วยกันในนี้นี่แหละ" วาณิริณพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหันไปทางแขกที่มาเยือน "มาที่นี่ทำไม?"


หลังจากที่ประตูปิดสนิทแล้ว เลขาสาวก็เดินมานั่งข้างๆเพื่อนของเธอที่เป็นทั้งเจ้านายด้วย การันต์เอามือล้วงกระเป๋าพร้อมกับผิวปากอย่างสบายอารมณ์ "แหม! เราก็แค่อยากจะมาขอโทษเรื่องวันนั้นแล้วก็ขอบคุณที่ณิริณยังไม่บอกสามีว่าเรา..." มุมปากยกยิ้มร้าย "ที่ทำแบบนี้ก็เพราะ...ณิริณยังมีใจให้เราอยู่สินะ"


"ไอ้ทุเรศ!!! คนอย่างนายนี่มัน...." ปิยาพัชร์ขึ้นเสียงเดือดดาลจนหน้าแดงร้อนไปด้วยโทสะ วาณิริณยกมือแตะไหล่เพื่อนของเธอจึงสงบลงได้


"ฉันไม่รู้ว่านายเอาความมั่นใจนั้นมาจากไหน แต่ก็ขอยืนยันคำเดิมเหมือนเมื่อหลายปีก่อนหน้าว่า...ฉันไม่เคยมีใจให้นายและไม่เคยคิดที่จะมองเลยเสียด้วยซ้ำ การที่ฉันยังไม่บอกพี่คิณก็เพราะฉันไม่อยากจะเอาปัญหาไปให้เขาเพิ่ม อีกอย่างนะ...ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่านายไปทำอะไรที่โรงงานของ 'สามี' ของฉันและก็ไม่รู้ว่าทำไมนายถึงทำเรื่องเลวๆกับฉันอีกซ้ำซาก หึ! หวังว่าหลังจากนี้นายคงจะลดความมั่นใจของตัวเองลงบ้างนะ" หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบและเย็นชา ที่เธอเน้นคำว่าสามีนั้นทำให้การันต์หน้าชาไปอยู่ไม่น้อย


"อ่า เราก็แค่ล้อเล่นนิดเดียวเอง ที่มานี่ก็มีความลับบางอย่างของสามีณิริณจะบอกต่างหาก เห็นว่าเป็นเพื่อนหรอกนะถึงไม่อยากให้ถูกหลอก..." แขกที่ไม่ได้รับเชิญนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม "ณิริณไม่รู้จริงๆหรอว่าตอนนี้บริษัทของไอ้ภาคิณมันกำลังแย่ ติดลบหลายร้อยล้านมาสามสี่เดือนแล้ว ที่มันแต่งงานด้วยก็เพื่อที่จะหาผลประโยน์จากตัวณิริณก็เท่านั้นแหละ...เรื่องเงินมันไม่เข้าใครออกใครหรอก นี่เราหวังดีจริงๆนะ"


"หวังดีประสงค์ร้ายล่ะสิ!"ปิยาพชร์กระแทกเสียงใส่ 


วาณิริณถอนหายใจเหนื่อยหน่ายออกมา "ถ้าเป็นคนอื่นมาพูดฉันก็อาจจะเชื่อบ้าง แต่นี่คือนาย...ต่อให้อมทั้งโบสถ์มาก็หาความจริงไม่ได้อยู่ดี ฉันกับปิงปอยไม่เหมือนยัยปลาที่นายพ่นน้ำลายออกมากี่ครั้งก็เชื่อตลอด กลับไปซะ! แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก" น้ำเสียงและท่าทางนั้นบ่งบอกชัดเจนว่าอยากจะไล่อีกฝ่ายกลับไปโดยไว


การันต์ได้ยินเช่นนั้นก็โกรธจัดขึ้นมาทันที "เหอะ! พูดถึงเพื่อนโง่ๆของเธอก็ดีแล้วล่ะ ถือว่าฉันเตือนเธอแล้วนะณิริณ...คอยดูความพินาศของสามีเธอไว้ให้ดีๆก็แล้วกัน ฉันเองนี่แหละที่จะขยี้ให้มันแหลกคามือ...ส่วนเธอ!!! ถ้าวันไหนที่เธอต้องมาขอความช่วยเหลือจากฉันล่ะก็ รู้ใช่ไหมว่าต้องแลกด้วยอะไร!! ฮะ ฮ่าๆ ฮ่าๆๆ"


พูดจบก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนออกจากห้องนี้ไปก็หันมาส่งจูบให้วาณิริณหนึ่งทีทำเอาหญิงสาวยิ่งนึกรังเกียจผู้ชายคนนี้มากกว่าเดิมไปอีก จังหวะนั้นเองก็เกิดความคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้...มือเล็กคว้าโทรศัพท์แล้วกดโทรออกทันที


"พี่คิณว่างไหมคะ? ณิริณมีเรื่องอยากจะคุยด้วย"


หลังจากวางสายของภรรยาคนสวยของเขาแล้ว ภาคิณก็รีบตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของพี่ชายที่อยู่อีกฝั่งของสำนักงานพร้อมกับเทวินทร์ เมื่อมาถึง...ทั้งสามคนก็นั่งไล่ดูรายชื่อหุ้นส่วนคนใหม่ที่เข้ามามีส่วนได้ส่วนเสียกับผลกำไรของพวกเขา


"สองคนที่เข้ามาใหม่ซื้อหุ้นจากอาภูชิตไปคนละสิบเปอร์เซ็นต์ เท่ากับว่าตอนนี้ก็เหลือแค่สิบ...แต่ได้ปันผลเท่ากับของเดิม" ภากรตั้งข้อสงสัย


"มันมีมากกว่านั้น วันนี้ไอ้การันต์มันไปหาณิริณถึงที่บริษัท ท่าทางไอ้นี่มันจะเป็นโรคจิตอ่อนๆคอยตอแยเมียผมไม่เลิกเลย แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนมันเกลียดผมนักหนา" ภาคิณถอนหายใจด้วยความหนักหน่วง "ผมจะขอยืมคนของพี่กรไปตามสืบเรื่องไอ้การันต์สักระยะ เพราะถ้าเป็นคนของผมไปอาภูชิตอาจจะสงสัยได้ ยิ่งตอนนี้เรากำลังให้ตำรวจรื้อคดีของพ่อขึ้นมาใหม่ด้วย"


"อืม ไม่มีปัญหา! แต่ถ้าจะให้ฉันเดานะ...ไอ้การันต์มันคงจะเป็นแนวอิจฉาแกมากกว่าว่ะ อิจฉาที่แกได้ณิริณแต่มันไม่ได้" ภาคิณฟังแล้วก็ครุ่นคิดตาม "แต่เรื่องที่มันเข้ามาร่วมโกงกับอาภูชิตและวิวัฒน์ทั้งๆที่เป็นคนนอก ถือว่ามันกล้ามากที่จะหาผลประโยชน์จากทางนี้" คนเป็นพี่เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ เขามีข้อสงสัยหลายๆอย่างที่มันยังคลุมเคลือและไม่ได้ข้อสรุป


 "ผมว่าคุณกรกับคุณคิณอย่าเพิ่งบุ่มบ่ามไปจะดีกว่าครับ ค่อยๆจัดการไปทีละคนเหมือนอย่างที่เคยทำแบบที่พวกนั้นไม่ทันตั้งตัว" เทวินทร์ที่ยืนนิ่งอยู่นานก็เอ่ยปากออกความคิดเห็นบ้าง "พยายามทำเป็นว่ารู้ไม่ทันเหมือนเคย คงง่ายต่อการสืบเรื่องต่างอีกเยอะครับ"


สองหนุ่มพี่น้องพยักหน้ารับว่าเห็นด้วยกับความคิดนี้ "ฉันรับของเสนอของแกเลยก็แล้วกันนะ" ภากรลุกขึ้นหยิบเสื้อสูทมาสวมพร้อมกับกุญแจรถและกระเป๋าสตางค์ "ไปล่ะ ฉันต้องไปรับยัยณิชา ถ้าช้าคงโดนวีนอีกแน่"


"เดี๋ยวก่อนนะ!! ผมจำได้ว่าให้รถน้องเมียไปแล้วหนึ่งคันแถมตอนนี้ก็ขับเป็นแล้วด้วย พี่กรไม่มีความจำเป็นต้องไปรับเลยนะ"


พอถูกน้องชายจี้จุดภากรก็นิ่งไปสักพัก "แกไม่รู้อะไรเว้ยไอ้คิณ ตอนนี้ยัยนั่นจู่ๆก็มีแต่ผู้ชายมารุมล้อม ฉันคอยช่วยเป็นหูเป็นตาให้เมียแกอยู่นะหัดสำนึกเสียบ้าง ไปละ...เสียเวลาจริงๆ"


ภาคิณได้แต่หัวเราะในลำคอแล้วส่ายหัวไปมาที่ได้เห็นท่าทีของพี่ชาย 


"ผมว่าคุณกรคงไปไหนไม่รอดแล้วล่ะครับ" เทวินทร์เองก็คิดเช่นนั้น


"ก็นั่นแหละ เรากลับกันดีกว่า" แม้จะมีเรื่องวุ่นวายมากมายในชีวิตก็ยังมีเรื่องที่ให้ยิ้มได้อยู่บ้าง ภาคิณได้แต่หวังว่าเขาจะสามารถจบเรื่องวุ่นวายทั้งหมดให้ได้ในเร็ววัน


คืนวันนั้น...


บ้านรัตนโยธิน...


วาณิริณมองร่างของสามีที่กำลังเตรียมข้าวของเพื่อออกไปนอนหน้าห้องอย่างที่เคยด้วยท่าทีที่อิดโรย อาจจะเป็นเพราะคนที่อยู่กับความสุขสบายจนเคยชินอย่างภาคิณเมื่อต้องไปนอนบนพื้นแข็งๆก็ต้องมีอาการปวดบ้างไปตามประสา หญิงสาวลงจากเตียงนอนแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ


"ไม่ต้องแล้วล่ะค่ะ กลับมานอนที่เดิมเถอะ"


ได้ยินเช่นนั้นก็แอบดีใจอยู่ไม่น้อย ร่างสูงทำสีหน้านิ่งๆเพื่อไม่ให้อีกคนได้เห็น "ณิริณ...หายโกรธพี่แล้วหรอ?"


"ก็ไม่ได้โกรธนี่คะ! แล้วรู้สึกอย่างไรบ้างกับการที่ถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ"


"อึดอัด" เขาตอบสั้นๆ


"ณิริณก็เหมือนกันค่ะ" เธอคว้าสิ่งของในมือเขากลับไปเก็บไว้ยังที่เดิม "ตั้งแต่ที่ถูกพี่คิณลักพาตัวตอนนั้นจนกระทั่งแต่งงาน ณิริณอึดอัดมากค่ะแล้วก็เหนื่อยมากด้วย ยิ่งไม่รู้ว่าทำไม! เพราะอะไร? ก็ยิ่งเหนื่อยค่ะ ไหนจะบรรดาผู้หญิงคนอื่นๆที่เข้ามาวุ่นวายอีก"


ภาคิณเริ่มที่จะเข้าใจว่าที่ผ่านมาเขานั้นเห็นแก่ตัวมากแค่ไหนที่ชอบบงการให้เธอทำตามใจเขา ร่างเล็กหันหน้ามาทำให้ได้เห็นแววตาที่แสนจะอ่อนไหวของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขา ร่างสูงถึงกับใจสั่นเลยทีเดียว


"พี่...ขอโทษที่ทำให้ณิริณรู้สึกไม่ดี พี่คงจะเอาแต่ใจมากเกินไป..."


"ช่างมันเถอะค่ะ ตอนนี้ณิริณรู้แล้วว่าสาเหตุที่แท้จริงมันคืออะไร" ใบหน้าสวยหวานระบายยิ้มอบอุ่น "เรามาพบกันคนละครึ่งทางดีไหมคะ? ศึกษากันใหม่ อื้ออ ปล่อยก่อนเถอะค่ะ กอดแน่นไปแล้ว"


ชายหนุ่มใช้อ้อมแขนตวัดรัดร่างของภรรยาคนสวนไว้แนบกาย เขารู้สึกเหมือนได้โชครางวัลใหญ่ "ยังไงก็ได้ ขอแค่...ณิริณไม่เกลียดพี่ก็พอ" คลายอ้อมกอดออกแล้วยกมือลูบแก้มเนียนไปมา "เรื่องลูกน่ะพี่จะรอให้ณิริณพร้อมจริงๆก่อนก็ได้ แต่ตอนนี้...ขอฟังเรื่องไอ้การันต์มันก่อนก็แล้วกัน"


                                                                              #####

สามปีที่แล้ว...

วาณิริณในชุดพนักงานพาร์ทไทม์ของร้านอาหารกำลังเดินกลับเข้ามายังที่พักของตนซึ่งอยู่ใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่ หญิงสาวเดินดุ่มๆจากป้ายรถเมล์โดยตามปกติชีวิตประจำวันของเธอ...แม้ว่าวันนี้จะรู้สึกไม่ค่อยดีอยู่บ้าง ไม่นานก็ก็มีกลุ่มชายสวมชุดนักศึกษาสามคนมารุมล้อมตัวเธอเอาไว้

"จะทำอะไรของพวกนายน่ะ ถอยไปนะ!!" ร่างเล็กร่นถอยหลังไปสองสามก้าว "การันต์ !!!"

"ไม่ถอยเว้ย เธอกล้าดียังไงมาปฏิเสธฉันแถมยังฉีกหน้าฉันต่อคนอื่นๆหะ! เป็นแค่ลูกชาวนากระจอกๆก็อุตส่าห์เสนองานสบายๆให้.... เพียะ !!! นังณิริณ !!!!" การันต์แผดเสียงด้วยความโกรธที่ถูกอีกฝ่ายตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง

วาณิริณหายใจถี่ๆ ใบหน้าแดงไปทั่วทั้งใบและร้อนผ่าวไปหมด "เก็บเงินของนายไว้ไปใช้กับคนอื่นเถอะ ฉันมีศักดิ์ศรีและไม่ได้พิการ...ฉันหาเงินเองได้ แล้วช่วยเก็บความคิดต่ำๆของนายเอาไว้ด้วย อย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก"

"เหอะ!! อวดเก่งให้มันได้ตลอดก็แล้วกัน...เห้ย! พวกมึงมาเอาตัวนังนี่ไปได้แล้ว กูอยากจะรู้นักว่าถ้าได้เป็นดาราหนังโป๊แล้วยังจะกล้าหักหน้ากูอยู่ไหม ฮะ ฮ่าๆๆ"

กรี๊ดดดดด

ผลัก! ตุบ!!

หญิงสาวหวีดร้องด้วยความตกใจพร้อมกับพยายามป้องกันตัวเอง ทั้งมือและเท้าถูกใช้งานจนครบ...แต่ก็อย่างว่า ผูหญิงตัวเล็กๆแค่คนเดียวจะไปสู้แรงผู้ชายทั้งสามคนได้อย่างไร วาณิริณถูกชกเข้าที่ท้องน้อยจนล้มตัวงอด้วยความจุกเสียดที่วิ่งพล่านในร่างกาย การันต์เหยียดยิ้มพร้อมกับจิกผมเธอให้เงยหน้าขึ้นมา

"ไม่มีใครมาช่วยเธอได้หรอกนะ ฮ่าๆ ฮ่าๆ"

"เลว !!"

น้ำเสียงสั่นเคลือได้แต่สบถคำนั้นออกไป การันต์นั้นไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใดซ้ำร้ายกลับชอบใจเสียอีก ร่างเล็กถูกจับมัดมือมัดเท้าแล้วถูกอุ้มไปไว้ที่หลังรถ ยังไม่ทันจะได้สตาร์ทรถออกไปก็มีหญิงสาวในชุดนักศึกษาวิ่งตรงเข้ามาทุบที่กระจกรถของเขา

กึก กึก !!!

"ไอ้ชั่ว แกมีฉันอยู่แล้วทั้งคนยังไม่พออีกหรือไง!! ปล่อยเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้นะ" หญิงสาวคนนั้นจ้องเข้ามาด้านในด้วยสายตาชิงชัง พลันมองมาที่วาณิริณที่ดูอิดโรยนั้นก็นึกสงสารและพยายามจะช่วยให้ได้ "ไอ้การันต์ !!! โอ้ยยย"

"ปละ ปลาาา" วาณิริณเรื่องชื่อเพื่อนที่ถูกเฉี่ยวจนล้มไปกองกับพื้นหลังจากที่การัตน์เร่งเครื่องรถแล้วกระแทกเข้าที่ตัวของคนที่อยู่ด้านนอก "จะฆ่าคนได้ลงคอเลยหรือไง !!!?"

"โธ่เว้ย หาอะไรมาอุดปากอีนี่ทีสิวะ น่ารำคาญจริงๆ" ตัวการของแผนร้ายเริ่มหงุดหงิดก่อนจะเหยียบคันเร่งออกจากบริเวณนั้น ชายที่นั่งด้านหลังยกมือขึ้นปิดปากวาณิริณเอาไว้ "ถ้ายังพูดมากอีกจะเล่นสดแม่งตรงนี้นี่แหละ"

"มึงจะเปิดก็รีบเปิดดิวะ กูก็จะได้ต่อเร็วๆ" เพื่อนคนที่เอามือปิดปากหญิงสาวที่พาตัวมาเป็นผู้กล่าว

"อื้ออออ" ความหวาดกลัวถาโถมเข้ามาในจิตใจ วาณิริณหวังเพียงปาฏิหาริย์และจังหวะที่จะช่วยเหลือเธอให้รอดพ้นจากเรื่องเลวร้ายพวกนี้ "อ่อย อ่อยอั้นนน"

"เห้ย มีคนขับรถตามว่ะ" ชายคนที่นั่งข้างคนขับบอก "อีนี่แม่งเกาะเป็นปลิงเลยเว้ย"

บรื้น บรื้นนน

การันต์มองกระจกหลังแล้วเร่งเครื่องด้วยความเร็วสูง เขาไม่สนว่าข้างหน้าจะมีอะไรกีดขวางไว้บ้างก็สามารถหักหลบได้หมด ด้านปาลิตาเองก็พยายามที่จะตีตื้นให้ตามทันก่อนที่เพื่อนที่เธอเคยเผลอคิดร้ายด้วยความอิจฉาชั่ววูบจะเป็นอันตราย เพราะความโง่เง่าและหลงมัวเมาไปกับความรักจอมปลอมที่การันต์มอบให้จึงทำให้เกือบเสียเพื่อนที่ดีคนนี้ไป จังหวะที่กำลังขึ้นขนาบข้าง...การันต์หักพวงมาลัยเข้ากระแทกรถของปาลิตาจนเกิดประกายไฟ

เอี้ยดดดด ปรี้นนน

ปึง !! ปึง !!

โครมมมม !!!

รถทั้งสองคนกระแทกกระทั้นจนเสียหลักพลิกคว่ำทั้งคู่ ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที...รถของการันต์ที่ค่อนข้างมีราคาสูงและมีระบบป้องกันผู้ขับขี่อย่างดีเยี่ยมทำให้คนในรถไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด เมื่อชายสามคนออกมาจากด้านในได้ก็เห็นสภาพของอีกฝั่งที่ดูสยดสยองยิ่งนักก็ตัดสินใจหนีไปทันทีก่อนที่ตำรวจจะมา เพราะนอกจากอุบัติเหตุครั้งนี้ยังอาจจะโดนคดีพยายามกระทำชำเราอีกด้วย

วาณิริณสะลืมสะลือคลานออกจากตัวรถ นัยน์ตากลมเริ่มมีน้ำตาเอ่อล้นออกมาเมื่อเห็นสภาพของเพื่อที่เปียกโชกไปด้วยเลือดแล้วถูกอัดก็อปปี้อยู่ในรถคันที่อยู่ตรงหน้า ปาลิตาพยายามเอื้อมมือออกมาพร้อมรอยยิ้ม

"ขอ...ขอโทษ"

น้ำเสียงแผ่วเบาพูดบอกและนี่เป็นคำพูดสุดท้ายของเธอ วาณิริณเองก็รู้สึกผิดที่มีส่วนทำให้ปาลิตาต้องมาจบชีวิตลงเพียงเท่านี้ แต่ตัวการที่สำคัญก็คือผู้ชายที่ชื่อการันต์ เพราะต่อให้ตำรวจก็เถอะ...พอเห็นนามสกุลของคนเลวพวกนั้นแล้วก็จบคดีแบบรวดเร็วเสียอย่างนั้น ทำให้วาณิริณมุ่งมั่นที่จะทำทุกทางเพื่อหาความยุติธรรมให้ปาลิตา...แม้ว่าครั้งนั้นจะสูญเปล่าก็ตา


"เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ สาเหตุหลักๆก็มาจากการันต์" วาณิริณถอนหายใจ "พี่คิณคิดจะทำอะไรหรอคะ?"


ภาคิณยิ้มบางๆ "ก็แค่อยากรู้ว่ามันทำเลวอะไรกับเมียพี่บ้าง อย่างน้อยๆ...จะได้หาทางป้องกัน"


"เอาเป็นว่าณิริณก็จะระวังให้มากค่ะ" ใบหน้าคมคายเคลื่อนเข้าไปใกล้ หญิงสาวเบี่ยงหลบอย่างรู้สึกเขินอาย "ไหนว่าจะไม่ขืนใจกันแล้วไงคะ อะ อื้อ พี่คิณ"


"ขอแค่อย่างเดียว ฟอด!! แค่เรื่องเดียว...ที่พี่ขอขัดใจณิริณ อื้มมม"


ร่างสูงก้มลงมอบรสจูบอันแสนอ่อนหวานให้กับภรรยาของเขา วาณิริณไม่ได้ขัดขืนอะไรแต่กลับตอบสนองให้เขารู้สึกวาบหวามในทรวง ด้วยความคิดถึงและถวิลร่างกายอันแสนเย้ายวนของเธออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เมื่อมีโอกาสภาคิณจึงไม่สามารถปล่อยมันไปได้


"อ้าาา ที่รัก...คืนนี้พี่ขอนะครับ"

__________100%___________

มาแล้วๆ จ้า

สอบเสร็จแล้ว เคลียร์งานครบแล้ววว มาครบแล้ว เย่ๆๆๆๆๆ

เจอกันตอนต่อไปนะคะ จุ๊บๆ

<span></span>

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น