ITALO

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 ตอน ยัยโง่

ชื่อตอน : บทที่ 2 ตอน ยัยโง่

คำค้น : แค้นแทบตายสุดท้ายก็รัก

หมวดหมู่ : นิยาย เรื่องสั้น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2560 10:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ตอน ยัยโง่
แบบอักษร

แค้นแทบตายสุดท้ายก็รัก

 

บทที่ 2

ตอน ยัยโง่

“คุณหนูขา เป็นยังไงบ้าง?”
“นานะ ไม่เป็นไรแล้วค่ะแม่นม แต่นานะ ”
“ทำไมคะ??”
“นานะกลัวผู้ชายคนนั้นค่ะแม่นม เขาน่ากลัวมากจริงๆ ทำไมเขาต้องใจร้ายกับนานะด้วย”
“โธ่ คุณหนู ” แม่นมนั่งมองสาวน้อยที่ไม่รู้อะไร เธอเปรียบเหมือนผ้าขาวที่ไร้สีแต่งแต้ม
“เขาบอกว่าจะกลับมา เราจะทำยังไงกันดีคะ นานะกลัวเขา นานะไม่อยากเจอเขาอีก”
“โธ๋ คุณหนู เราหนีกันดีไหมคะ? หนีไปในที่ที่เขาหาเราไม่เจอ”
“เขาสั่งว่าห้ามหนีเด็ดขาด เขาบอกไว้แบบนั้นนี่คะ”
“ใช่ค่ะ แต่เราต้องหนีแล้ว เขาอาจจะกลับมาทำร้ายคุณหนูอีกก็ได้”
“เขาบอกว่า แม้นานะจะหนี เขาก็จะตามหานานะจนเจอ นานะกลัวค่ะ เขาบอกว่าจะฆ่านานะด้วย..”
“แล้วจะทำยังไงละคะ?”
“นานะไม่รู้ แต่แม่นมคะ? เรื่องที่เขาพูดมันคืออะไรกันแน่ เขาบอกว่าพี่เรนเป็นคนไม่ดี เขาบอกว่าพี่เรนหลอกน้องสาวเขา มันไม่จริงใช่มั๊ยคะ?”
“ค่ะ ไม่จริงหรอกค่ะคุณเรนเธอไม่ทำแบบนั้นแน่ๆ” แม่นมบอกเพื่อปลอบใจนานะ ทั้งที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เซกิพูดเป็นเรื่องจริงรึเปล่า แต่เพื่อให้นานะสบายใจจึงจำต้องเออ ออ ไปตามนั้น
“ใช่ไหมคะ? เขาต่างหากที่เป็นคนไม่ดี เขาโกหกเรา ”
“ค่ะ คุณหนู”
นานะยิ้มให้แม่นมที่เอื้อมมือไปกุมมือเธอเอาไว้ แม่นมได้แต่มองนานะตาละห้อยในความไร้เดียงสาที่ไม่ว่าจะพูดอะไรเธอก็เชื่อไปหมดทุกอย่าง แม่นมเริ่มนึกโทษตัวเองที่เลี้ยงคุณหนูมาแบบนี้ ปิดกั้นเธอจากโลกภายนอก ปิดหูปิดตาเธอในเรื่องที่ไม่ดี ที่มันเกิดขึ้นจริงอยู่ทุกวัน นานะจึงไม่รู้ว่าโลกที่แท้จริงแล้วมันเป็นยังไงกันแน่
เธอมักจะเข้าใจว่า คนที่พูดดี และอ่อนหวานก็คือคนดี คนที่พูดเพราะกับเธอและยิ้มให้เธอก็เป็นคนดี นานะไม่รู้เลยว่าโลกนี้ต่างมีทั้งคนที่ดีจริงๆและเสแสร้ง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนดีคนเลวเป็นยังไง?
“นมขอโทษนะคะ คุณหนู” แม่นมที่นึกโกรธตัวเองร้องไห้แล้วจับมือนานะเอาไว้อีก
“แม่นม ปะ เป็นอะไรไปคะ? เจ็บตรงไหนหรอคะ?เป็นอะไรรึเปล่า ”
“เปล่าค่ะ นมไม่ได้เจ็บตรงไหน แต่นมขอโทษที่ไม่ได้สั่งสอนในสิ่งที่ควรจะสอน ขอโทษที่เลี้ยงคุณหนูมาแบบนี้”
“เลี้ยงมาแบบนี้ หมายความว่าไงคะ? นานะทำตัวไม่น่ารักหรอคะ?แม่นมถึงได้เสียใจแบบนี้ นานะขอโทษนะคะ”
“เปล่าหรอกค่ะ คุณหนูของนมน่ารักเสมอ ”
“งั้นก็อย่าร้องสิคะ นมรู้มั๊ยนานะรักนมเท่ากับคุณแม่เลยนะ ถึงแม่ไม่อยู่แล้วนานะก็ยังมีแม่นมที่ค่อยดูแล นานะอุ่นใจที่มีพี่เรนและแม่นมอยู่ข้างๆนานะมีความสุขแล้วค่ะ ”
“โธ๋ คุณหนนนนนู ฮือออออๆๆ” หญิงแก่ร้องไห้ออกมาแล้วโผเข้ากอดนานะเอาไว้
แม่นมได้แต่นึกอยู่ในใจ ความใสซื่อของเธอ ความไม่รู้ของเธอ จะทำให้เธออยู่ในสังคมทุกวันนี้ได้ยังไง แม่นมนึกห่วงคุณหนูของเธอมากเหลือเกิน
--------------------------------------------------------------------------------------------------
อีกมุมหนึ่งในห้องนั่งเล่นในคฤหานส์ของซินเซกิ
เซกิที่กำลังอ่านแฟ้มประวัติ ของนานะและแม่นมของเธอ ก่อนจะขมวดคิ้วมองแฟ้มที่กำลังอ่าน โดนมีซาโต้มือขวาผู้รู้ใจ ยืนอยู่ข้างๆ
“เธอเป็นลูกสาวของ อิโรชิ ที่เคยเป็นอดีตประธานของโรงแรม โรงแรม วีลา ฟงแตน โตเกียว คุดันชิตะ (Hotel Villa Fontaine Tokyo-Kudanshita) ที่อยู่ในโตเกียวอยู่ใกล้ๆกับย่านขายหนังสือเก่า และจุดชมดอกซากุระครับ” ซาโต้รายงาน
“อืม แล้วยังไงอีก”
“แต่ท่านประธาน อิโรชิ เสียชีวิตจากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ครับ พร้อมภรรยาของท่านด้วย”
“แสดงว่า ยัยเด็กนั้นอยู่กับแม่นมและพี่ชายของเธอสินะ”
“ใช่ครับ ”
“แล้วทำไม ลูกเจ้าของโรงแรมใหญ่ถึงได้มาอยู่ที่ร้านขายเกี๊ยวได้หละ? ทั้งที่รวยขนาดนั้น”
“พ่อของเธอ โดนฟ้องล้มละลาย ฐานยักยอกเงินจากหุ้นส่วนใหญ่ที่กำลังจะขยายสาขาโรงแรมร่วมกัน เงิน บ้าน ที่ดิน และทรัยพ์สินทั้งหมดถูกยึดครับ และหลังจากโดนฟ้องได้ไม่นานท่าน อิโรชิ ก็เสียชีวิตครับ”
“หึ อย่างนี้นี่เอง โกงมาตั้งแต่รุ่นพ่อ! ฉันไม่แปลกใจแล้วว่าทำไม ลูกชายของเขาถึงได้เลวขนาดนี้...”
เซกิพูด แล้วหัวเราะในลำคอ ก่อนจะลุกจากโซฟาตัวใหญ่ที่นั่งอยู่
“เอารถออก ฉันจะไปหายูริ ” เซกิบอกแล้วเดินออกไปขึ้นรถ พร้อมลูกน้องอีกห้าคนที่ค่อยติดตาม
รถของเซกิ แล่นตรงไปทางโรงพยายบาลที่ยูริน้องสาวของเขารักษาตัวอยู่ก่อนจะจอดอยู่ที่หน้าตึก
เมื่อมาถึงเหล่าหมอและพยาบาลต่างก็มายืนเรียงแถมต้อนรับ เพราะเซกิเป็นผู้สนับสนุนการก่อตั้งโรงพยาบาลแห่งนี้ เป็นผู้อำนวยการสร้างทุกอย่าง และเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่และดีในอันดับต้นๆของญี่ปุ่น แม้แต่ผู้อำนวยการของโรงพยาบาลยังต้องลงมาต้อนรับด้วยตัวเอง
“สวัสดีครับท่านประธาน จะมาทำไมไม่แจ้งมาก่อนทางเราจะได้เตรียมต้อนรับให้ดีกว่านี้” ผอ.ที่พึ่งเดินมาถึงพูดแล้วโค้งเป็นการทักทาย
 
“ไม่เป็นไร ผมแค่แวะมาดูน้องสาวเท่านั้น ไม่ต้องมากพิธี พวกคุณแยกย้ายกันไปทำหน้าที่เถอะ” เซกิบอก
“ครับ” ว่าแล้ว ผอ.ก็สั่งทุกคนให้กลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง
“แล้วน้องสาวของผมเป็นยังไงบ้าง ” เซกิ หันไปถาม ผอ.
“อาการยังคงที่ครับ และยังคงไม่ตอบสนองการรักษาใดๆ แต่ทางเราจะให้การดูแลและรักษาอย่างสุดกำลังเลยครับท่านประธานไม่ต้องห่วง” ผอ.ตอบ
“ครับ ขอบคุณที่ทำงานอย่างหนัก คุณเองก็ไม่ทำงานของคุณเถอะ ผมจะขึ้นไปเยี่ยมยูริแล้วก็จะกลับ ไม่ต้องลำบากลงมาส่งนะ ”
เซกิบอกแล้วก็เดินขึ้นบรรไดเลื่อนไปก่อนจะเข้าลิฟท์ขึ้นไปที่ชั้น 9 ที่เป็นชั้นพิเศษ ที่มีไว้รักษาแค่คนมีระดับเท่านั้น
“ฉันจะเข้าไปหาน้องสาวฉัน พวกนายรออยู่ที่หน้าห้องไม่ต้องตามเข้ามา” เซกิสั่งลูกน้อง
“ครับ ”
ลูกน้องน้อบรับคำสั่ง แล้วเซกิก็เดินเข้าไปในห้องที่ยูริรักษาตัวอยู่ เขาเดินเข้ามาแล้วไปนั่งที่เตียงข้างๆน้องสาว ก่อนเอามือลูบผมยูริเบาๆ มองด้วยสายตาที่อ่อนโยน
“ยัยเด็กขี้เซา เมื่อไหร่จะตื่นมาเถียงพี่สักที”
“.....................” น้องสาวที่นอนแน่นิ่ง จมอยู่ในนิทราไม่มีการตอบรับใดๆ
“ลุกขึ้นมาทำให้พี่เป็นห่วง ลุกขึ้นมาทำให้พี่โมโห อย่าเอาแต่นอนอยู่แบบนี้สิ พี่ไม่อยากเห็นเธอเป็นแบบนี้เลย”
“.......................”
“ทำไมต้องคิดสั้นแบบนี้ ทำไมต้องทำเพราะผู้ชายเลวๆคนนั้น!!!”
“......................”
“อย่าห่วงนะยูริ ไม่ว่าจะยังไงพี่จะตามตัวมันมาให้ได้ มันต้องได้รับผลที่มันทำเอาไว้ พี่จะทำให้มันเสียใจที่มันกล้าทำกับเธอแบบนี้”
ความโกรธที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เซกินึกถึงหน้าของเรน เซกิลุกจากเตียงแล้วเดินออกมาจากห้องของยูริ
ก่อนจะเดินนำลงไปที่ชั้นล่างตรงไปยังรถ ซาโต้ วิ่งมาเปฺิดประตูให้แล้ววิ่งอ้อมไปอีกข้างฝั่งคนขับ
“ไปร้านเกี๊ยว” เซกิสั่ง
“ครับ”
เวลา 17:00 น.
รถของเซกิที่วิ่งมาจอดอยู่หน้าร้านขายเกี๊ยว เขาเดินลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในร้าน ทุกอย่างเงียบจนผิดสังเกต
“ซาโต้ ขึ้นไปดูข้างบน”
“ครับ”
ซาโต้และลูกน้องอีกสองคนวิ่งขึ้นไปดูชั้นบน ก่อนจะวิ่งลงมา
“ไม่มีใครครับท่านประธาน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะหนีไปแล้ว” ซาโต้บอก
“ฉันสั่งไว้ว่าให้เฝ้าดีๆ ไม่ให้หนีไปได้ทำไมยังปล่อยให้พวกนั้นหนีไป!!!!”
“ขอโทษครับท่านประธาน” ลูกน้องทั้งหมดก้มหัวลงอย่างหวั่นๆ
“ออกตามหา! และต้องหาให้เจอด้วย ไม่งั้นฉันจะเอาเรื่องพวกนายทั้งหมด!”
“ครับ”
เมื่อรับคำสั่งทุกคนก็รีบออกตามหาทันที
ผ่านไปสองชั่วโมง เซกิก็ยังหาตัวนานะและแม่นมของเธอไม่เจอเลย
และตอนนี้พวกของเซกิก็มาอยู่ตรงทางขึ้นรถไฟใต้ดิน ที่เป็นเส้นทางเพื่อออกนอกเมือง
คนของเซกิกระจายกำลังกันออกตามหา และไม่ช้าซาโต้ก็เจอตัวแม่นมของนานะ
“ท่านประธานครับ เจอตัวแม่นมแล้วครับ ”
“แล้วยัยเด็กนั่นหละ”
“ยังหาไม่เจอครับ เรากำลังเร่งตามหาอยู่”
 
“พวกคุณห้ามทำอะไรคุณหนูนะ!!!” แม่นมของนานะที่ถูกลูกน้องของเซกิจับตัวเอาไว้พูดกับเซกิ
“แล้วคุณหนูของป้าไปไหน!!” เซกิถาม
“คุณคะ ปล่อยเราไปเถอะ เราไม่รู้จริงๆว่าคุณเรนอยู่ที่ไหน นะคะ ดิฉันข้องร้อง” แม่นมพูดแล้วจะคุกเข่าลงเพื่ออ้อนวอน
“ไม่ได้!! ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรฉันก็ปล่อยป้า กับน้องสาวของไอ้เรนไปไม่ได้ รีบบอกมาซะว่าคุณหนูของป้าอยู่ที่ไหน!!” เซกิบอกเสียงแข็ง
“คุณหนู!! เธอยังยืนรอฉันอยู่ที่ทางขึ้นรถไฟอยู่เลย ฉันบอกเธอให้ยืนรออยู่ที่นั่น ป่านนี้คงจะรอแย่แล้ว ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ คุณหนูเธอไม่รู้จักใครเลย ฉันกลัวว่าเธอจะโดนหลอก นะคะคุณ ปล่อยให้ฉันไปหาคุณหนูเถอะ ”
“โดนหลอกงั้นหรอ? หึ! ป้าต่างหากที่กำลังฉันอยู่ ยัยนั่นไม่ใช้เด็กแล้วนะ ป้าเอาเธอไปซ่อนไว้ที่ไหนรีบๆบอกมาจะดีกว่า”
“จริงๆนะคะคุณ คุณหนูเธอยังยืนรออยู่ที่นั่นจริงๆ! งั้นคุณก็พาฉันไปเถอะ ฉันเป็นห่วงคุณหนูจะแย่แล้ว นะคะคุณ”
ท่าทีที่ดูห่วงใย แล้วร้อนใจมากๆของแม่นมทำให้เซกิเชื่อและยอมพาแม่นมไปที่นั่น แต่ก็ยังแคล้งใจว่าอาจจะโดนหลอกอยู่ดี แม่นมขึ้นรถมาพร้อมเซกิ แล้วบอกทางที่แม่นมบอกให้คุณหนูยืนรออยู่
เมื่อรถแล่นมาถึง ทางเข้ารถไปใต้ดิน ก็เจอนานะยืนรออยู่ตรงนั้นจริงๆ มันทำให้เซกิ ยิ่งแปลกใจเข้าไปอีก
“คุณหนู!!!! อุ๊บ!” แม่นมที่กำลังจะร้องเรียนนานะที่ยืนอยู่ตรงนั้นแต่คนของเซกิเอามือปิดปากเอาไว้
“อย่าพึ่งลงไป ฉันอยากรอดูก่อน” เซกิบอกเสียงเรียบแล้วเอนหลังพิงไปที่เบาะนั่งและสายตาก็จับจ้องนานะอยู่ตลอด
“คุณจะทำอะไร จะปล่อยคุณหนูไว้แบบนั้นไม่ได้นะ!! เธอไม่ประสีประสาอะไรเลยนะ!!!”
“หึ! ฉันก็อยากจะรู้ว่ายัยนี้จะซื่ออย่างที่เห็นจริงๆรึเปล่า ฉันไม่เชื่อหรอกว่าโลกนี้จะมีคนแบบนั้นอยู่!”
“แต่คุณหนูเธอซื่อจริงๆนะคะ ฉันเป็นคนเลี้ยงเธอมากับมือฉันรู้ดี”
“.......................” เซกิเงียบ เพ็งมองนานะอย่างเคย
“ตั้งแต่สิบขวบที่พ่อแม่เธอเสีย ฉันก็เป็นคนเลี้ยงเธอมา ตลอดแปดปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้ก้าวออกจากร้านขายเกี๊ยวสักครั้ง ” แม่นมบอก
“พูดเป็นเล่นป้า เธออยู่ได้ยังไงในบ้านตั้งแปดปีโดยไม่ออกมาข้างนอกเลย” ซาโต้ที่นั่งฟังอยู่ค้านขึ้นไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“.....................” เซกิยังคงเงียบและยังคงมองนานะอย่างเคย
“จริงๆนะคะ เธออ่อนต่อโลกมากนัก ฉันผิดเองที่เลี้ยงเธอมาแบบนั้น ให้ฉันไปหาเธอเถอะนะคะ ฉันขอร้อง”
แม่นมหันมาพูดกับเซกิ แต่เซกิก็ยังเงียบไม่ตอบอะไร ยังคงมองนานะที่ยืนชะเง้อซ้ายขวามองหาแม่นมของเธอ แล้วทำหน้าหงอยๆเมื่อแม่นมไม่ยอมมาสักที...
“ปล่อยในฉันไปหาเธอเถอะนะคะ เธอคงกลัวแย่แล้ว ที่ฉันหายไปนานขนาดนี้ ” แม่นมเริ่มพูดเสียงสั่นเหมือนจะร้องไห้อ้อนวอนเซกิ
“ป้า คุณหนูของป้ารู้จักผู้ชายคนนั้นรึเปล่า?” เซกิหันมาถามแม่นมหลังจากที่เงียบอยู่นานเมื่อเห็นผู้ชายท่าทางแปลกๆเดินเข้ามาคุยกับนานะ
“ไม่ค่ะ!!!! คุณหนูไม่รู้จักใครทั้งนั้น !!! ไปช่วยเธอด้วยนะคะ เธออาจจะโดนหลอกก็ได้!! เธออาจจะคิดว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนดีก็ได้!!!”
“ทำไม? ทั้งที่ไม่รู้จักกัน เธอจะคิดว่าเขาเป็นคนดีได้ยังไง” เซกิถามอย่างสงสัยเเละแสยิ้มออกมาอย่างนึกขำ
“ก็เธอมักคิดว่าคนที่พูดจาดี อ่อนหวานแล้วยิ้มให้เธอ ทุกคนจะเป็นคนดี เธอจะเชื่อและคุยกับคนคนนั้น ฉันเอง ฉันผิดเอง!! ฉันเป็นคนบอกเธอแบบนั้นเอง ฮืออออๆๆๆ ฉันผิดเอง ฮือออออๆๆ ไปช่วยเธอด้วยนะคะ”
แม่นมร้องไห้ออกมาเพราะโทษตัวเองอ้อนวอนเซกิให้ไปช่วยนานะ
เซกินิ่งเงียบไปเมื่อได้ฟังแบบนั้นก่อนจะเปิดประตูรถแล้วเดินลงไป....
เขาเดินเข้าไปหานานะที่กำลังยืนคุยกับผู้ชายคนนั้น เธอยิ้มเหมือนดีใจเรื่องอะไรสักอย่างพอเดินเข้าไปใกล้เซกิจึงได้ยิน
“คุณรู้จักแม่นมของฉันมั๊ยค่ะ แม่นมบอกว่าจะไปซื้อตั๋วรถไฟให้ฉันรออยู่ที่นี่ ” นานะพูดกับผู้ชายคนนั้น
“รู้จักสิครับเธอยืนรอคุณอยู่ตรงโน้นแหนะ เดี๋ยวจะพาไปนะ” ผู้ชายคนนั้นบอกหน้าตายทั้งที่โกหก
“จริงหรอคะ? ช่วยพาฉันไปทีนะคะ” นานะยิ้มอย่างดีใจและจะยอมเดินไปกับผู้ชายคนนั้น
หมับ!!!!
นานะสะดุ้งเฮือกเมื่อเซกิ คว้าที่ข้อมือของเธอเอาไว้ เธอหันขวับกลับมาเห็นหน้าเซกิ หน้าเธอซีดลงทันทีบ่งบอกความกลัวได้อย่างชัดเจน
“คะ คุณ........” เสียงเรียกที่สั่นๆเอ่ยขึ้น พร้อมตัวของนานะที่เริ่มแข็งทื่อ
“ยัยโง่! ” เสียงที่เรียบเฉย พร้อมสายตาที่ดุดัน จ้องนานะ ก่อนจะเลื่อนไปจ้องผู้ชายคนนั้นที่กำลังตกใจเมื่อเห็นเซกิเดินเข้ามา
 
---------------------------------------------------------------------------------------------
 
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}