MurasakiHana

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนนะค่ะ ยังไงก็ขอฝากผลงานไว้ด้วยค่า

ชื่อตอน : Cupid 21

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23k

ความคิดเห็น : 109

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มี.ค. 2560 16:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Cupid 21
แบบอักษร

-ต้นน้ำ-

 

            ผมรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันไม่ถูกต้อง การที่จะกีดกันพ่อกับลูกแบบนี้แต่ผมเองก็ขอเวลาสำหรับเรื่องต่างด้วยเหมือนกัน เรื่องแรกคือความจริงใจของพ่อเลี้ยงที่จะไม่พรากลูกไปจากผม เขาอาจจะไม่ได้มีเจตนาที่จะทำแบบนั้นแต่ในบางครั้งผมเองก็อดคิดไม่ได้ ส่วนเรื่องต่อมาคือเรื่องของตัวผมกับพ่อเลี้ยงเราไม่ได้รักกัน ผมไม่รู้ว่าพ่อเลี้ยงเขาจะมองผมในมุมมองแบบไหนแต่ส่วนตัวของผมคือเขาเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายเกินไป ซึ่งอาจจะเหมือนกับที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้แต่ผมก็เพิ่งมาเป็นตอนที่มีลูกนี้แหละครับ เขาไม่เคยพูดดีกับผมจนมาเจอกับต้นรัก

 

“น้ำแกจะทำยังไงหลังจากเวลา 3 เดือนที่ตกลงกับเขาไว้” ผมนั่งคุยกับพี่ไม้ในห้องรับแขก

 

“น้ำอาจจะไปอยู่กับเขายังไงต้นรักก็เป็นลูกเขา” ผมตอบไปตามความจริงเวลา 3 เดือนมันอาจจะช่วยให้ผมมองอะไรใหม่ๆได้บ้าง

 

“แน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะทำแบบนี้ แกจะไปอยู่ที่นั้นในฐานะไหนกันแน่ต้นน้ำ” ฐานะหรอ มันก็มีอยู่แค่ฐานะเดียวเท่นั้นแหละ

 

“ก็แม่ของลูกไงพี่ไม้”

 

“แล้วฐานะเมียแกเอาไปไว้ที่ไหนต้นน้ำ”

 

“น้ำคงเป็นได้แค่ฐานะนั้นแหละ เพราะน้ำกับเขาเราไม่ใช่คนรักกันพี่ไม้อย่าคิดมากเลย” ก็อย่างที่ผมบอกเราไม่ใช่คนรักกันจะให้มาอยู่ในฐานะนั้นคงไม่ได้

 

“พี่ล่ะยอมใจแกเลยน้ำ หาพ่อให้ลูกได้แต่ก็ให้เป็นแค่ฐานะนั้นอย่างเดียว เชื่อแกเลย”

 

            มันเป็นช่วงเวลาที่เราห่างกันไปอีกครั้งผมใช้เวลาในการเลี้ยงลูก ดูแลร้านและครอบครัว ผมไม่รู้ว่าเขาทำอะไรบ้าง มีเพียงบางครั้งที่น้าพิมจะพูดถึงเขาให้ฟังว่าไปทำงานหรือประชุมที่ไหนหรือแม้แต่ลงมากรุงเทพฯแล้วแต่มาหาลูกไม่ได้ ผมอดขำกับอาการนี้ของเขาไม่ได้น้าพิมเล่าว่าเขาทำตัวเหมือนเด็กที่มีคนขัดใจเลยละครับ อยากมาแต่ก็มาไม่ได้เพราะเงื่อนไขที่ผมตั้งไว้ ส่วนผมเองก็คอยส่งรูปแล้วก็พัฒนาการของต้นรักให้น้าพิมเสมอ เชื่อเถอะครับว่าพ่อเลี้ยงรายนั้นเองก็ต้องรู้เรื่องของลูกผ่านน้าพิม

 

            เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกเลยเพราะพรุ่งนี้ก็จะครบเวลาตามเงื่อนไขที่ผมตั้งให้พ่อเลี้ยงแล้ว ตอนนี้ผมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความจริงและยอมรับเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้แล้ว ใจผมแข็งแรงพอที่จะเปิดใจกับเรื่องหลังจากนี้แล้วล่ะ

 

“ป๊าครับ แม่ครับผมเข้าไปนะ” ผมมาเคาะห้องนอนของป๊ากับแม่หลังจากที่พาลูกเข้านอนแล้ว

 

“เข้ามาสิน้ำ” เป็นแม่ที่เอ่ยอนุญาตให้ผมเข้าไป

 

“มีอะไรล่ะเรา” ป๊าถามผมขณะที่ลดหนังสือในมือลง

 

“ผมแค่อยากคุยด้วย อยากอยู่ด้วย อยากกอดป๊ากับแม่” ป๊ากับแม่มองหน้ากันก่อนที่จะหันมาทางผมและอ้าแขนออกกว้างเพื่อให้ผมเข้าไปกอดพวกท่าน

 

“เป็นอะไรเจ้าลูกคนนี้ โตจนมีลูกแล้วยังอ้อนเป็นเด็กๆไปได้” ป๊าว่าไปอย่างนั้นแหละเพราะมือของป๊าก็ลูบหัวของผม ส่วนแม่ก็ลูบหลังผมเบาๆแต่มันทำให้ผมอบอุ่นไปทั้งหัวใจเลย

 

“ถ้าน้ำไม่อยู่บ้านป๊ากับแม่จะคิดถึงน้ำหรือเปล่า” ผมถามออกไปซึ่งผมคิดว่าพวกท่านรู้ว่าผมพูดถึงเรื่องอะไร

 

“คิดถึงสิ แต่น้ำกำลังจะมีครอบครัวที่อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องยินดีด้วยสิ”

 

“แล้วแม่จะไม่คิดถึงหลานหรอ ต้นรักอาจจะเข้ากับใครไม่ได้ก็ได้นะ”

 

“แกคิดว่าหลานป๊าจะเข้ากับคนอื่นไม่ได้นี้แกคิดผิดแล้วแหละ ป๊าเห็นเจอใครก็ให้เขาอุ้มตลอดจะแปลกหน้าหรือหน้าแปลกก็ยอมหมด” ป๊าพูดติดตลกซึ่งผมเองก็คิดว่าจริงต้นรักเป็นเด้กที่เข้ากับคนอื่นได้ง่ายจริงๆนั่นแหละครับ

 

“รู้หรือเปล่าน้ำว่าน้องรักกับเราเหมือนกันนะ” แม่ของผมพูดขึ้นมาบ้าง

 

“ผมรู้ตรงตาใช่ไหมล่ะ นอกนั้นก็เหมือนพ่อเขาไปซะหมด” ผมว่าไปก็นึกโมโหเหมือนกันนะที่ลูกเหมือนผมแค่ตาอย่างเดียวเอง

 

“ไม่ใช่หรอก น้องรักยังมีอะไรที่เหมือนน้ำอีกนะ อย่างนิสัยที่เข้ากับคนได้ง่ายน้ำเองก็เป็นตั้งแต่เด็กๆแล้ว”

 

“แม่ก็ เขาเรียกว่าเป็นคนเฟรนลี่ต่างหาก” ผมนั่งคุยกับป๊ากับแม่อีกสักพักก็ขอตัวกลับห้องเพื่อให้พวกท่านได้พักผ่อน พอกลับเข้ามาในห้องก็เห็นลูกนอนหลับตาพริ้มดูมีความสุขเชียว คนเป็นแม่อย่างผมก็พลอยยิ้มออกมาด้วย

 

“น้องรักของปะป๋า พรุ่งนี้คุณพ่อจะมาหาแล้วนะครับ” ผมพูดกับลูกก่อนที่จะหอมแก้มลูกเบาๆและเข้านอน

 

            เช้าวันรุ่งขึ้นผมตื่นนอนมาอาบน้ำแต่งตัวทั้งตัวเองและลูกก่อนที่จะลงมาทานอาหารเช้า ผมจัดการเรื่องนมให้ลูกก่อนที่จะให้แม่บ้านช่วยดูแลต่อและตัวเองมาทานข้าวบ้าง หลังจากที่เราทุกคนทานข้าวเรียบร้อยก็มานั่งเล่นกันที่ห้องนั่งเล่น เหมือนทุกคนพร้อมใจกันอยู่บ้านไม่มีใครออกไปทำงานหรือออกไปข้างนอกเลย ไม่นานนักรถคันคุ้นตาก็มาจอดที่หน้าบ้านพ่อเลี้ยงและน้าพิมพร้อมด้วยป้าสาก็ลงมาจากรถ

 

“สวัสดีค่ะคุณวัฒน์ คุณทิพย์” น้าพิมเอ่ยทักป๊ากับแม่ของผมก่อน

 

“สวัสดีครับ/ค่ะ” ป๊ากับแม่เองก็ทักทายกลับไป

 

“สวัสดีครับ” คราวนี้เป็นพ่อเลี้ยงที่ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทางผมบ้างก่อนที่จะมองเลยมาทางผมกับลูก

 

“สวัสดีครับคุณแม่ ป้าสา” ผมเองก็ทักทายพวกเขาก่อนที่เราทั้งหมดจะเข้ามาในบ้านกัน

 

“ผมคิดว่าเราน่าจะมาตกลงเรื่องของพ่อเลี้ยงกับต้นน้ำได้แล้วนะครับ คุณพิมคิดว่าอย่างไร”

 

“ดิฉันยินดีและพร้อมที่จะตกลงกับคุณค่ะ”

 

“ดีครับ คุณคงรู้อยู่แล้วว่าผมมีลูกชายสองคนโดยเฉพาะต้นน้ำลูกคนเล็กของเรา พวกเรารักเขามาก” ผมรู้สึกเหมือนขอบตาของผมมันเริ่มร้อนขึ้นมา

 

“ทราบค่ะ และคิดว่าคุณเองก็คงทราบว่าดิฉันก็มีลูกชายคนเดียว”

 

“คุณพิมคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดีครับถึงจะเหมาะสมเพราะทั้งผมและคุณก็มีหน้าตาทางสังคมกันอยู่บ้าง”

 

“ถ้าดิฉันขอเสนอให้หมั้นกันไว้ก่อนคุณคิดว่ายังไงคะ” ผมหันไปมองทางพ่อเลี้ยงที่ยังไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา

 

“ส่วนตัวผมกับคุณทิพย์ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ คงต้องถามเจ้าตัวเองแล้ว” และคำถามนี้ก็ถูกส่งต่อมาให้ผม

 

“ว่ายังไงหนูน้ำ แม่อยากให้หมั้นกันไว้ก่อนหนูเห็นว่ายังไงจ๊ะ” ผมเม้มปากแน่นก่อนที่จะเอ่ยตอบไป

 

“ผมเองก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ” ผมเห็นแววตาของพ่อเลี้ยงที่แสดงความดีใจออกมามันเต็มไปด้วยความสุขจริงๆ

 

“คุณพ่อ คุณแม่ครับถ้าผมอยากจะขอพาต้นน้ำกับลูกไปอยู่กับผมที่ไร่จะได้ไหมครับ” เสียงของพ่อเลี้ยงดังขึ้นเรียกความสนใจของทุกคนไม่เว้นแม้แต่ตัวผมเอง

 

“แม่กับป๊าตัดสินใจเองไม่ได้หรอกนะ ถามต้นน้ำเองเถอะจ่ะ”

 

“ตกลงครับผมจะไปอยู่กับคุณ ทั้งผมและลูก”

 

ต่อตรงนี้

 

 

-พิภพ-

 

            เมื่อวานผมตัดสินใจขอพาต้นน้ำและลูกมาอยู่ด้วยกันที่ไร่ อย่างน้อยๆเวลา 3 เดือนที่ผ่านมาก็ทำให้ต้นน้ำยอมตกลงที่จะพาลูกลูกมาอยู่กับผม วันพรุ่งนี้เราจะกลับบ้านกันเพราะว่าทางบ้านของต้นน้ำเองก็ต้องการเวลาอยู่กับต้นน้ำและลูกชายอมอีกวันหนึ่ง แน่นอนครับว่าผมไม่ปฏิเสธที่จะให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกันเพิ่มอีกหน่อย ส่วนตอนนี้ผมก็มานั่งอยู่ที่บ้านของต้นน้ำซึ่งเหมือนวันรวมญาติมากกว่านะเพราะว่าคนเยอะซะเหลือเกิน ไหนจะพ่อแม่พี่น้องและเพื่อนๆอีก ส่วนผมที่ไม่สนิทกับใครก็นั่งฟังบทสนทนาของคนกลุ่มนี้อย่างเงียบๆ

 

“น้ำจะไปอยู่ที่นั้นจริงๆหรอวะ”

 

“จริงสิทำไมวา กลัวคิดถึงกูหรอ”

 

“ใครว่าละ กลัวไม่ได้กินขนมฟรีต่างหากแล้วแบบนี้ที่ร้านจะทำยังไง”

 

“ก็เปิดอยู่แบบนั้นแหละ ฝากพี่ๆช่วยกันดูยังมีแม่อีกคนแค่นี้ก็หายห่วงแล้ว”

 

“ไว้เราจะเข้าไปช่วยดูอีกแรงดีไหม”

 

“ขอบใจมากนะพะแพงเธอนี่น่ารักที่สุดเลย”

 

“ดีงามมากเพื่อน นึกว่าจะปิดร้านหนีซะอีก” ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนสมาคมแม่บ้านกำลังนั่งคุยกันยังไงก็ไม่รู้สิ ผมละสายตาไปอีกมุมหนึ่งของห้องก็เป็นภาพของพนักงานในร้านของต้นน้ำที่มารวมตัวกันอยู่กับลูกชายผม ที่สำคัญคือเพิ่มป๊ากับแม่ของต้นน้ำและแม่ของผมเข้าไปด้วย

 

“น้องต้นรักจะไม่อยู่ที่นี่แล้วหรอคะ แบบนี้ป้าปรินคิดถึงแย่เลย”

 

“ให้มันน้อยๆหน่อยไอ้ปราบ เจอหน้าทีไรน้องรักอารมณ์เสียทุกที”

 

“ว๊าย ตามแล้วทำไมเรียกปรินอย่างนั้นละเนยแล้วอย่ามามั่วน้องรักออกจะชอบฉัน”

 

“มดว่าน้องชอบทุกคนแหละค่ะ ดูทำหน้าเข้าสิน่ารักจังเลย”

 

“ถ้าคุณวัฒน์กับคุณทิพย์จะขึ้นไปหาหนูน้ำกับหลานตอนไหนแจ้งดิฉันได้เลยนะคะ ดิฉันจะเตรียมห้องและต้อนรับอย่างดี”

 

“ขอบคุณคุณพิมมากนะคะ ถ้ามีเวลาพวกเราจะขึ้นไปอย่างแน่นอนยังไงต้องฝากทางคุณพิมช่วยดูแลทั้งคู่ด้วยนะคะ”

 

“แน่นอนค่ะ ดิฉันจะดูแลทั้งสองคนเป็นอย่างดี” มีบทสนทนามากมายที่เข้าหูผมแต่ผมเองก็ไม่คิดจะเข้าไปร่วมวงแน่นอน

 

“นี่คุณพ่อเลี้ยง” ไม้ที่นั่งอยู่ด้านขวามือของผมเอ่ยขึ้นมาเฉยๆ

 

“ว่าไงครับ”

 

“คุณต้องดูแลน้องชายกับหลานชายผมดีๆนะ ถ้าผมรู้ว่าคุณดูแลพวกเขาได้ไม่ดีพอผมจะเป็นคนไปรับพวกเขากลับมาเอง”

 

“แต่ผมคิดว่าคุณน่าจะไม่มีโอกาสนั่นนะครับ เพราะผมจะไม่มีวันให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นแน่นอน”

 

“ดูมั่นใจดีนะครับ แล้วผมจะรอดู” จบบทสนทนาของผมสองคน ไฟก็เดินมานั่งรวมกับพวกผมอีกคน

 

“พ่อเลี้ยงนี่บทจะหายโง่ก็ต้องใช้เวลาเหมือนกันนะครับ ช้ากว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก” เปิดประโยคมาผมก็แทบจะเอาเท้ายันหน้าให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

 

“ผมก็คงไม่ปล่อยให้คุณชกผมฟรีๆหรอกนะครับ ถึงผมจะรู้ช้าแต่วันนี้ผมก็มารับพวกเขาแล้ว”

 

“หึ แต่ก็เกือบเสียพวกเขาไปไม่ใช่หรือครับ”

 

“ผมคงต้องขอบคุณพวกคุณสินะที่ทำให้ผมได้พวกเขาคืนมา”

 

“ถ้าไม่ได้ผมพูดให้คุณ จ้างให้ตายยังไงต้นน้ำก็ไม่มีวันให้โอกาสคุณหรอก” ทับถมกันเข้าไปทั้งสองคน

 

“ผมเห็นด้วยกับพี่ไม้นะ ส่วนคุณถ้าไม่ได้หมัดของผมวันนั้นก็คงไม่รู้ความจริงสักที ความดีความชอบครั้งนี้ต้องยกให้ผมกับพี่ไม้นะครับ”

 

“ยอมพวกคุณเลยให้ตายสิ ไว้ผมจะตอบแทนพวกคุณอย่างแน่นอน”

 

“ต้องแบบนี้สิน้องเขย คิดจะดองกับบ้านนี้ต้องใจใหญ่พอนะครับคุณ” แล้วพวกเราก็นั่งพูดคุยกันเรื่องธุรกิจต่อ เวลาสำหรับพวกผมเป็นเงินเป็นทองนะครับไม่ปล่อยให้มันหลุดไปได้ง่ายๆหรอก

 

-ต้นน้ำ-

 

            วันนี้ทุกคนมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเพราะว่าพรุ่งนี้ผมจะไปอยู่ที่ไร่กับพ่อเลี้ยงแล้ว เหมือนปาร์ตี้เลี้ยงส่งผมกับลูกเลยละ คืนนี้เราจะจัดปาร์ตี้ที่สวนหน้าบ้านกันด้วย ผมว่าผมคิดถูกที่จะไปอยู่กับเขาเพราะดูเหมือนว่าทุกอย่างจะลงตัวหมดแล้วจะเหลือก็แค่ใจของผมที่ยังไม่ลงตัวสักทีแม้มันจะยอมรับเรื่องต่างๆได้แล้วก็ตาม

 

“ต้นน้ำ” ตายยากจังแค่นึกถึงก็โผล่มาเลย

 

“ครับ” ผมหันหลังไปเผชิญหน้ากับเขา

 

“เรื่องที่จะไปอยู่กับฉันนายโอเคใช่ไหม” มาถึงขนาดนี้แล้วผมจะไม่โอเคได้ยังไงกันล่ะ

 

“ผมเองก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธคุณอยู่แล้วนี่ครับ อีกอย่างผมก็ไม่อยากผิดคำพูดด้วยและที่สำคัญเพราะลูกต้องการพ่อ” ผมพูดแค่นั้นก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้นทันที แต่เพราะแบบนี้ทำให้ต้นน้ำไม่ได้เห็นรอยยิ้มของพ่อเลี้ยง ยิ้มที่มีความสุขมากจริงๆสำหรับบทบาทของคะเป็นพ่อ

 

“น้ำน้องต้นรักหิวซะแล้วล่ะ งอแงไม่หยุดเลย” ถึงเวลากินนมแล้วนี่เองถึงได้งอแงแบบนี้

 

“มาครับ เดี๋ยวผมพาลูกไปกินนมก่อน” ผมอุ้มลูกเข้าไปในบ้านเพื่อหานมให้ลูกกิน เจ้าตัวเล็กกินเก่งอย่าบอกใครเชียวตัวถึงได้จ้ำม่ำแบบนี้ยังไงล่ะ

 

“แอ๊ แอ๊”

 

“ครับๆปะป๋ากำลังเตรียมนมให้หนูอยู่ไงลูก” ผมหันมาพูดกับลูกก่อนที่จะหันไปเตรียมนมให้เจ้าตัวเล็ก โดยที่ไม่รู้ว่าร่างสูงเดินเข้ามาอุ้มลูกแล้ว และแจจะเพราะว่าเจ้าตัวเล็กเงียบผิดปกติต้นน้ำจึงหันมาดู

 

“คุณ...เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” ผมจะรับลูกมากินนมแต่พ่อเลี้ยงก็ไม่ยอมส่งลูกมาให้

 

“เมื่อกี้นะ ฉันขอเป็นคนป้อนนมลูกได้ไหม” เขาอาสาที่จะทำซึ่งผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไรก่อนจะส่งขวดนมให้เขา พ่อเลี้ยงรับขวดนมไปก่อนจะนั่งลงที่โซฟาตัวยาว และเริ่มป้อนนมลูกต้นรักเองก็ชอบใจไม่น้อยหน้าเพราะขนาดกินนมอยู่ยังส่งเสียงอ้อแอ้มาเป็นระยะจนกินนมเสร็จ

 

“มาครับเดี๋ยวผมเอาขวดนมไปล้างเองคุณดูลูกเถอะ นี่ผ้าอ้อมนะครับเผื่อแกจะแหวะ” ผมรับขวดนมและส่งผ้าอ้อมที่ก่อนหน้านี้เคยอยู่ที่ไหล่ของผมไปให้พ่อเลี้ยงแทน อย่างน้อยๆเวลาที่เขาอยู่กับลูกก็ดูอบอุ่นกว่าปกติล่ะนะ แต่ผมไม่พูดหรอกเดี๋ยวจะหาว่าผมชม

 

 

“น้องต้นรักอยู่ไหนเอ่ย ไหนพ่อขอหอมแก้มหน่อยสิ” ผมมองภาพพ่อลูกเล่นกันอยู่ใกล้ๆ บางทีผมก็คิดนะว่าถ้าไม่ใช่ผู้ชายคนนี้เขาจะรับผมในแบบที่ผมเป็นได้หรือเปล่า จะอดทนทำตามเงื่อนไขที่ผมตั้งได้ไหม และที่สำคัญจะรักลูกเหมือนกับที่ผมรักได้หรือเปล่า แต่คงเป็นเพราะคนคนนั้นเป็นเขาล่ะมั่งทุกอย่างมันถึงได้ออกมาแบบนี้ อาจจะไม่เหมือนกับสิ่งที่ผมคิดแต่ผมก็พูดได้ว่ามันดีกว่ามาก

 

_____________________________

โอ๊ยยยยยยย จบไปอีกตอนล่ะนะ

บอกเลยว่าพอทำงานส่วนของตัวเองเสร็จปุ๊บพิมพ์นิยายต่อปั๊บ

ให้เขาได้มีเวลาอยู่ด้วยกันบ้างมองเห็นมุมดีๆกันบ้าง เวลารักกันมันจะได้ง่ายขึ้น

เอ๊ะ!แล้วไรท์จะบอกทำไม บ้าบอจริงเลยไรท์เนี้ย มาหลงรักตาหนูต้นรักไปด้วยกันนะ

ตามกันไปเรื่อยๆนะคะ พ่อกับแม่ของลูกจะได้ไปอยู่ด้วยกันแล้ววววว

พ่อ แม่ ลูก พร้อมหน้าพร้อมตาละงานนี้

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/940275056.gif

 

 

#

[email protected]

#

[email protected]

 

 

 อย่าลืม

Comments

กดถูกใจ

กดติดตาม

เป็นกำลังใจให้เค้านะ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนค่า

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น