ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โซ่รักสีเทา 14

ชื่อตอน : โซ่รักสีเทา 14

คำค้น : พระเอกใจร้าย เย็นชา ร้ายลึก

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2560 00:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โซ่รักสีเทา 14
แบบอักษร
 
 

 

 

อากาศเย็นชื้นจากเครื่องปรับอากาศที่ครางหึ่งอวลในห้องทำงานขนาดใหญ่ของคิมหันต์  อภิโชควัชรกุล สภาพแวดล้อมในบริเวณยังคงเย็นเยียบ ซึ่งแตกต่างจากอุณหภูมิในร่างกายของธนากรในตอนนี้ร้อนระงม เพราะต้องเดินไปหาเจ้านายที่พิงพนักจับด้ามปากกาควงเล่นอย่างรอคำตอบ  ซึ่งเป็นตนที่มีหน้าที่ต้องรายงาน
ข้อมูลนั้น

 

คุณปริมไม่ได้ไปทำงาน  เธอไปพบคุณไอศูรย์ครับ” 

 

ดิ๊!.. ดิ๊!. ดิ๊  เสียงหัวปากการาคาแพงที่ถูกกดอย่างแรงด้วยหัวแม่มือแกร่ง มิหนำนิ้วนั้นกลับงอเหยียดออกแรงกดตอกหัวเจ้าแท่งในอุ้งมือ ราวกับให้มันมุดจมหายไปก็ว่าได้  

 

แล้วคนของเรารายงานเพิ่มมาว่า คุณปริมมาศซื้อบ้านที่ต่างจังหวัดไว้แล้วครับ” 
ธนากรพูดเสร็จก็ว่างเอกสารซองสีน้ำตาลไว้บนโต๊ะ ส่งให้คนตรงหน้าแต่คิมหันต์ทำเเค่ปรายตามองเท่านั้น

 

อืม..ตามดูต่อไป เสียงขรึมสั่งการ แล้วจัดการเซ็นเอกสารการประชุมเมื่อเช้าต่อ
จนเสร็จ  
เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ขับไล่เมื่อยขบที่รู้สึกว่าช่วงนี้จะยัดเยียดมาหาเขาซะเหลือเกิน ก่อนจะหมุนเก้าอี้ไปทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ สายตาคู่คมทอดมองดู

ทิวทันศ์โดยรวมของตัวเมืองอย่างพินิจ

 

“เอ่อนายครับ ถ้าคุณปริมรู้ แล้วพาคุณหนูหนีไปที่อื่นก่อนล่ะครับ”  เพราะธนากรรู้ดีว่าปริมมาศไม่น่าจะไปอยู่บ้านที่ซื้อเอาไว้ ยิ่งถ้ารู้ว่าเเผนเธอที่ได้ว่างไว้ถูกคิมหันต์จับได้ รับรองยังไงหญิงสาวผู้จนตรอกก็คงจะหนีไปไกลๆ  แม้เเต่อำนาจเงินตราของคิมหันต์ก็คงหาไม่เจอ

ถึงบอก ให้จับตาดู.. สุ่มเสียงทุ้มต่ำเปร่งขึ้น โดยที่สายตานั้นจับจ้องไปที่แม่น้ำขนาดกว้างใหญ่ ซึ่งจนสิ้นสุดของมันก็คงจะเป็นมหาสมุทร 

          แล้วจุดสิ้นสุดของเขากับเธอล่ะ..จะจบแบบไหน ลูกสาวจะเป็นยังไงถ้าวันหนึ่งต้องรับรู้ว่าครอบครัวไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้ากันเช่นเคย


“นายมีอะไร ก็ไปทำเถอะ” 

 

ครับคุณคิมหันต์” 

สินีถ้าปริมมาศมาถึง ให้เข้ามาเลย” พอลูกน้องคนสนิทเดินออกจากห้องไป   คิมหันต์ก็ฝากข้อความเสียงสั่งการเลขาหน้าห้องทันที  มือหนาปลดเน็กไทออกจากคอเล็กน้อยแล้วหยิบซองเอกสารที่ธนากรว่างไว้เมื่อครู่ขึ้นมาเปิดดู 

 

คิมหันต์คิดเสมอว่า ลูกไม่ได้เป็นผลลัพธ์ที่เลวร้าย จากการกระทำแย่ๆ ของผู้เป็นเเม่
ต้องขอบคุณ
สวรรค์ด้วยซ้ำที่ส่งนางฟ้าตัวน้อยมาให้เขาได้เลี้ยงดู แต่กับผู้หญิงที่ใช้หน้าที่การงานทำเรื่องผิดๆ วางยาเพื่อที่จับผู้ชาย แล้วตอนนี้เธอคิดจะพรากลูกหนีไปอยู่กับชายชู้อีก  ความผิดซ้ำซากให้เขายอมรับมาเป็นเมีย เป็นแม่ของลูกไม่ได้จริงๆ

            ชายหนุ่มเดาทางหญิงสาวไว้เลยว่า เธอจะต้องปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาอย่างเคย 
จะโทษกันโดยไม่มีหลักฐานคงจะไม่ยอมรับผิดง่ายๆ เพราะฉนั้นก็ต้องมีมูล  
ต้องสืบนานๆ สืบเงียบๆ แน่ใจได้ว่ามันไม่มีปม ไม่มีอะไรให้รู้สึกผิดที่หลัง ถ้าเขาต้องทำร้ายใครสักคนให้ตายทั้งเป็น..

 

ปุบ!.. เสียงเปิดประตูดังเข้ามากระทบโสตประสาท ทำให้คิมหันต์เปิดเปลือกตามามองต้นเสียง 

ปริมมาศหยุดนิ่งหน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม แล้วกวาดตาเรียวมองไปทั่วบริเวณห้อง เห็นว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม นานมากเเล้วที่ไม่ได้เข้ามาห้องนี้

 

เที่ยง..? ” เสียงแบบห้วนๆ ถามขึ้น เมื่อหน้าปัดนาฬิกาข้อมือราคาแพงของเขา          ได้บอกเวลาเป็นเที่ยงสี่สิบ คนตรงหน้าสายไปสี่สิบนาที  ไหนใครบอกลูกของเขาว่าจะมารับตอนเที่ยง  

ขอโทษค่ะ ทีพอดีงานยุ่งๆ แล้วฟากฟ้าละคะอยู่ไหน” เสียงแผ่วเบาเอ่ยขอโทษ เมื่อเห็นว่าร่างสูงนั้นเดินมาหาอย่างอารมณ์เสีย คงจะโมโหเธอที่มารับลูกช้า อยากอยู่สองต่อสองกับผู้หญิงคนนั้นสินะ 

 

เมื่อเห็นว่าตาคู่คมเบนสายตาเป็นคำตอบ ปริมมาศรีทอดน่องเดินไปที่ประตูเพื่อจะเข้าหาลูกในห้องนอนทันที 

 

ทำไมคะ..”  ปริมมาศสะดุ้งเฮือก เพราะตอนนี้อุ้งมือคิมหันต์ทาบหลังมือเธอที่กำลังจับลูกบิดประตูอยู่  แล้วก็เริ่มสัมผัสได้ว่าร่างสูงเพิ่มแรงบีบขึ้นเรื่อยๆ  

 

กำบีบเหมือนโกรธอะไรเธอสักอย่าง แต่ทว่าพอมองไปที่นัยน์ตาดำสนิทใต้คิ้วเข้มกลับเยียบเย็นว่างเปล่า ซึ่งมันต่างจากการกระทำในตอนนี้โดยสิ้นเชิง จะว่าเขามีอะไรแฝงอยู่ก็ไม่ใช่ ว่าว่างเปล่าเลยก็ไม่เชิง แต่ที่แน่ๆ สมองรับรู้ร่างกายบอกไม่ไหว..

 

เจ็บ..กรุณาเอามือของคุณออกด้วยค่ะ

 

"...." 

 

"ฉันจะรีบพายายฟากกลับบ้าน" 

 

“ลูกนอนอยู่” 

ฉันอุ้มฟากฟ้าไปนอนในรถก็ได้ค่ะ” ร่างบางพูดพร้อมกับพยาพยามแกะอุ้งมือของคิมหันต์ออก  เพราะไอ้ที่เธอเพิ่งพูดให้เอามือออก เขากลับเพิกเฉยไม่ทำตามอาจจะลดแรงบีบลงบ้าง แต่ก็ยังกำมือกันแช่ไว้อยู่ดี


หวานไม่ได้มา” ปากหยักเอ่ยเสียงเรียบ เขาคิดว่ามันคงจะเป็นเหตุผลของเธอไม่มากก็น้อย

 

รีบกลับบ้านเพราะกลัวรถติดค่ะ ไม่เกี่ยวกับน้ำหวานอะไรนั้นเลย..!” ปริมมาศเสียงดังหน้าเรียวเชิดขึ้นอย่างวางท่า ที่ชอบทำในเวลาถูกคิมหันต์จี้ใจดำหรือต้อนให้จนมุม 

               แต่คำพูดของเขาเหมือนมีบางสิ่งสะกิดให้ความรู้สึกเธอที่ซ่อนอยู่ภายในมันค่อยๆ แสดงตัวออกมา จากมือที่พยายามแกะก็ปล่อยออกอย่างง่ายดาย  
แต่ก็ไม่เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างของคนตรงหน้าอยู่ดี


คุณคิมหันต์ต้องการอะไร จะเอาอะไรจากฉันก็พูดมาตรงๆ เลยค่ะ 

ไม่ได้จะเอา ” 

“….” ปริมมาศจ้องเขม็งมองที่ร่างสูงทันที หลังได้ยินเสียงเรียบที่ค่อนข้าง
จะเย้ยหยันกันพอสมควร

"แค่จะคุยด้วย" คิมหันต์บอกในสิ่งที่ต้องการ แล้วกวาดตามองคนตรงหน้า ตั้งแต่หัวจรดเท้าหยุดสายตาลงที่ใบหน้าคมเฉียวของปริมมาศ 

“คงเพลียกับงานมาก”  สุ่มเสียงปร่าเปล่งพึมพำเบาๆ และไหนจะใบหน้าหล่อเหลาของเขาเหยียดยิ้มเวลามองมานี้อีก มันแทบจะไม่รู้เลยว่าคนพูดมีเจตนาต้องการอะไร
 
 
 
ยืสับสนอยู่ไม่นานปริมมาศก็ต้องหดตัวหนี เมื่อเขาเอื้อมมือข้างหนึ่งมาใกล้หน้าอกเธอ จับกระตุกสาบเสื้ออย่างแรงประกบเข้าหาอีกด้าน นิ้วแกร่งจัดการติดกระดุมเข้ารังด้วยมือเดียวทันที ด้านปริมมาศมองการกระทำของคนตรงหน้าอย่างฉงนสั่นพร่าไปหมด และมือขวาที่ถูกเขากุมไว้กับลูกบิดนั้นก็ด้วย อย่างกับกำลังถูกกระแสไฟวิ่งผ่านร่างกายก็ไม่ป่าน  สิ่งที่เขาปฏิบัติต่อเธอ เหมือนกำลังจะฆ่ากันด้วยความเฉยชาที่ไม่เต็มร้อย ทำดีด้วยแต่ไม่เต็มที มันเป็นวิธีเฉือนเเบบนิ่มๆ แต่ทรมานกันได้ดีเหมือนกัน 
 

ไม่มีเวลาทำเนียน ตอนจะขึ้นมาสินะ.. เขาหยุดอยู่ครู่หนึ่ง               ก่อนจะปล่อยมือจากที่พันธการเธอไว้ แล้วต่อประโยคเรียบเย็น 
"ที่หลังไม่ต้องรีบ ลูกไม่ได้หนีไปไหนหรอก"  นัยน์ตาคมเข้มกลับซ่อนบางอย่างไว้  ต้องการลดความตึงเครียดของปริมมาศให้เธอหายใจสะดวกได้บ้าง  อยากให้หญิงสาวอยู่แทะเล็มความวิตกจากเขาที่ละนิดๆ จนสุดท้ายการร้อนตัวจะเผยธุาตเเท้ออกมาเองว่าชู้น่ะ มีจริงไหม..
 
"จะคุยเรื่องอะไรคะ" ปริมมาศยืนถามคิมหันต์อยู่ที่เดิม ในขณะที่เขานั่งไข่วห้างรออยู่ที่เก้าอี้เรียบร้อยแล้ว ในคำพูดของเขาและนัยน์คู่คมจ้องมองมา ดูเหมือนขัดเเย้งกันเนื่องๆ  แต่ก็ต้องทิ้งความสับสนไว้ในใจเดินไปหาร่างสูงเมื่อเขานั่นได้ผายมือเชิญให้เธอไปนั่งที่เก้าอี้
 
 
"เธอ มีใครใหม่ยัง" เมื่อเห็นปริมมาศนั่งก้นถึงพื้น เขาไม่รอช้าที่ยิงคำถาม
 
"....." 

"ถามเผื่อมี ว่าไง.." เสี้ยวหน้าคมเครียดกร้าวขึ้นเล็กน้อย เมื่อเธอเอาเเต่นั่งเงียบ ดวงตาเรียวที่หลุบมุมต่ำไม่กล้าสบตากับเขา มันจะคืออะไรได้ นอกจากกำลังปกปิดความจริง

"ดูเหมือนคุณจะพลักฉันให้ใครต่อใคร คราวนี้จะยกฉันให้ใครอีกคะ"  เรื่องของชายชื่อหมอกเขาก็ไล่ให้ไปทีเเล้ว ความเจ็บปวดในวันนั้นยังไม่คลานหนีไปไหนเลย เธอต้องรับมือกับเขาอีกระลอกแล้วเหรอ

"ไม่ได้พลักให้ใคร"

"แล้วที่พูดมา ต่างอะไรคะ"

"แค่ถาม"

"แค่ถาม" ปากอิ่มทวนคำอย่างแผ่วเบา ใช่สินะเขาเเค่ถาม เป็นถ้อยคำธรรมดาไม่จำเป็นต้องใช้อารมณ์ แต่กลับทำให้เธอรู้สึกหัวใจฝาดเฝื่อนตีบตันอย่างบอกไม่ถูก 
 ร่างบางจึงหลุบตาทบทวนตนเอง 'สงสัยเธอคงคิดมากไป' อาจจะเป็นความคิดปลอบใจตนเอง แต่ดีกว่าไม่จัดการทำอะไรเลย เเล้วปล่อยความอ่อนแอมาครอบนำ
 
"ไม่มี..ฉันไม่เคยมี" ส่ายปฏิเสธ เอื้อนเอ่ยเสียงเบากระท่อนกระแท่น เมื่อเงยมามองใบหน้าคมกลับมีแต่ความเย็นชาแผ่ออกมาให้ได้สัมผัส สองมือเผลอจิกเล็บลงบนผิวขาวจนแดงปื้น เจ็บปวดร้าวสมองชาวูบ เธอพยายามหลับตาแน่น ข่มความรู้สึกปวดร้าวในก้อนใจที่ถูกรามเลียไปด้วยยาพิษ   
 
"ที่พูดมา ให้มันจริงปริม" คิมหันต์เหยียดตัวออกจากเก้าอี้ หันหลังไปมองท้องฟ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา เมื่อทนมองคนโกหกตีหน้าเศร้า สองมือหนาลวงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงกำหมัดแน่น เก็บความรู้สึกขัดเคืองให้อยู่ในก้อนแกร่ง 

 
"ทีคุณยังมีได้ ถ้าฉันมีบ้างก็" สั่งเสียงที่คิดว่าดูเข้มเเข็งพอแล้วยันตัวลุกขึ้น เดินหาชายหนุ่มตรงหน้าเพื่อจะต่อประโยคให้จบ แต่เขาก็ชิงถามก่อน
 
"ก็เลยจะเอาให้เท่า?.."

"คงไม่เท่าหรอกค่ะ เพราะทำอย่างนั้นได้ ต้องเป็นคนจิตใจสกปรกพอควร"

"...."

"เหมือนคุณกับน้ำหวาน" ร่างบางถอยหนี เมื่อเขาขยับกายเข้ามาใกล้                        จนรู้สึกได้ว่าแผ่นหลังเธอชิดกับหน้าต่างกระจกบานใหญ่เข้าให้เเล้ว

"พูดดี"  ฝีปีปากหยักลึกโน้มกระซิบข้างใบหู ในขณะที่ยืนทาบร่างเข้าหากันอย่างแนบชิด มือหนาก็ช้อนขาเรียวสวยของหญิงสาวขึ้นให้เกาะเกี่ยวเอวสอบไว้ ก่อนจะดึงเอวกิ้วมาปะทะกับหน้าท้องแกร่ง

"หะ เห้ย.." เสียงสบถอย่างสั่นเครือ เมื่อชายหนุ่มใช้นิ้วเเกร่งอีกข้าง ค่อยๆ ปลดกระดุมของเธอออกเหลือเม็ดสุดท้ายให้มีทางเลือก ตาคมช้อนมองหญิงสาวอย่างข่มขู่
 
"อยากพูดใหม่ ไหม?.."  คิมหันต์ยืนของเสนอด้วยน้ำเสียงเข้มรอดไรฟัน  บ่งบอกได้ว่าเขาก็ไม่นิ่งให้ใครมาพูดกระทบกระเทียบ แล้วก็คงไม่มีหมาตัวไหนโดนด่าแล้วยืนยิ้มได้ 
 
ฟันกรามขบกันจนเป็นสันนูน ทุกอย่างที่เขาทำกับเธอถือว่าควบคุมอารมณ์ทำดีที่สุดเเล้ว  ถามเมียเรื่องชู้ด้วยน้ำเสียงที่ไม่คิดว่า คนอย่างเขาจะพยามทำได้                    พอทำเเล้วไง..สิ่งที่เห็น คืออีกฝ่ายเกิดความเหลิงแล้วปีนเกลียว 
 
"อึก ไม่" หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็ง มือบางพลักอกแกร่งที่กำลังดันมาหาเธอ
 
"นึกว่า อยาก.." คำลงท้ายเน้นเสียงสูง จงใจให้ร่างบางคิดไปอีกในรูปแบบหนึ่ง ก่อนจะโน้มมาเล็มริมฝีปากอิ่ม ที่ตอนนี้เม้มเเน่นสนิทกันไม่ให้ใบลิ้นร้อนลวงล้ำเข้าหา 
 
คนใจดำนึกนึกเยาะหยันตนเอง เมื่อร่างกายเขากำลังจะกบฎความคิด ที่ไม่ชอบอะไรเเล้วเอาตัวใกล้  ซึ่งออกจะไร้เหตุผลเกินไปหน่อย กับตอนแรกกะแค่ปลดกระดุมอย่างเดียว
 
"หยุดเดี๋ยวนี้ ยะ หยุด"

"..." มุมปากร้ายกาจกระตุกยิ้มเชิงปฏิเสธที่จะไม่ทำตาม แล้วพันธนาการปริมมาศด้วยเข่าแข็งเเรงกั้นให้เธอชิดกระจก กักร่างคนพยามดิ้นเอาไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อน               มือหนาถอดเสื้อของตนออกเผยให้เห็นร่างกายแข็งแกรงที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม         เเล้วไม่ลืมที่จะดึงเสื้อหญิงสาวออกด้วย
 
"ถึงฉันจะเป็นเมีย แต่ที่คุณทำมันไม่ต่างอะไรกับการขืนใจ " 
 
"ขืนใจเมียยั่ว"

 
"ฉันไปยั่วคุณตอนไหน บอกให้หยุดไงเหล่า!!" เบ่งเสียงฉุน เมื่อชายหนุ่มตรงหน้าพูดมั่ว    ร่างบางนุ่มนิ่มดิ้นพล่านขัดขืนสุดกำลัง เมื่อหน้าท้องเขาแนบชิดกับช่วงล่างของเธอ
 
"ตอนยั่ว"  เสียงทุ้มกระซิบแหบพร่าข้างใบหู  หมายจะสั่งสอนคนยั่วโมโหให้หลาบจำ 
ไม่คิดจะหลวมตัว แต่ในเมื่อเลือดในกายได้ร้อน
แล้ว ให้เขาถอนตัวตอนนี้คงอยาก 
 
"ฮื้อ " เธอกัดปากคราง เบือนหน้าหนีใบหน้าคมคลอเคลียสูดดม แขนเเกร่งจับกอดหญิงสาวเอาไว้แน่นดันร่างทั้งร่างของเธอให้ชิดกับกระจก ก่อนเงยหน้ามองคนดิ้นพร่า        ที่ไม่มีท่าว่าจะหยุดหรือยอม เเต่กลับทุบทั้งข่วนแผ่นหลังเขา

"จะพิสูทธ์ สาบชู้ติดมาไหม"  ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเสียงเรียบ แต่มันกลับทำให้คนใต้ร่างรู้สึกเหมือนโดนน้ำเย็นสาดเข้าใบหน้าจนมันรู้สึกชาไปหมด  
 
จากที่มือกำเป็นก้อนกำทุบหลังเขา แต่ตอนนี้ทรุดฮอบลงทันที  ใบหน้าเรียวซบกับอกเเกร่งอย่างหมดกำลังเจ็บจนไร้แรงหยัดยืน 
 
ปล่อยให้สันจมูกของคิมหันต์เล็มซุกไซร์ดอมดมร่างกายเธอตามใจชอบ  แขนแกร่งโอบเอวบางไว้มั่น มือหนาเอื้อมค่อยๆ เลื่อนลงไปด้านล่างบีบเค้นสะโพกนิ่ม รั้งน้ำหนักอีกฝ่ายไว้ไม่ให้ทรุดลง  
 
"ทำไม ถึงต้องอยากให้มีด้วย" 
 
"......"
 
 "ถ้ามีจริงๆ จะทำไมคะ จะทำไม อื้อ!.."  เอื้อนเอ่ยเสียงสั่นเครือ สะอื้นจนตัวโยน 
ร่างทั้งร่างนั้นสั่นเทา ก่อนจะกระเเทกหน้าผากมนเข้ากับอกแกร่งอย่างแรงอีกครั้ง    แล้วปล่อยน้ำตาเม็ดโตร่วงซับลงเรือนร่างสูงของชายหนุ่ม 
 
"ความเหลืออด มันจะไม่มีให้"  

"งะ..งั้นอยากให้อด อึก.. ยันฉันมีลูกกับผัวใหม่" เรียวปากแดงโต้กลับทันที ถึงแม้เสียงสะอึกจะเล็ดลอดมาบ้าง แต่ก็พยายามกระเเทกเน้นคำหลังให้ชัดเจน     ในเมื่อคนใจดำอยากเข้าใจแบบนี้ ต่อให้เธอพูดอะไรไปมันไม่มีค่าอะไรเลยด้วยซ้ำ
 
 
"อืม..!" เนื้อเสียงกดต่ำคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ฉายอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจน เมื่อยินปฏิกิริยาโต้ตอบของอีกฝ่าย ซึ่งทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง 
 
มือหนาเอื้อมไปใต้วงแขนทั้งสองข้างของร่างบาง ดึงคนกำลังจะทรุดฮวบให้อยู่ในท่ายืน แขนแกร่งโอบกอดหญิงสาวไว้แน่น ใบหน้าหล่อซุกไซร้ซอกคอระหงปากก็ขบกัดผิวขาวอย่างไม่ออมเเรง  เพื่อระบายความร้อนคุกรุ่นที่ตนมี
เขาเพิ่งจะรู้การคิดจะรักใครว่าอยากเเล้ว แต่กอดทั้งที่อยากกระทืบ 
ยากกว่าอีก!....................................................
..................................nc18+....................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
 
 
น้ำตาไหลรื้อเมื่อชายหนุ่มละเลงบทรักอย่างไม่ยั้งมือ หญิงสาวกอดเข่าขดตัวพิงผ้าม่านผืนใหญ่ แขนบางทาบพาดปิดตาเอาไว้ ปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆ หยดเเล้วหยดเล่าจนเปียกชุ่มไปทั้งหน้า 
 
ส่วนด้านคิมหันต์ยืนติดกระดุมเสื้อตัวเองอยู่ แต่สายตาคมก็หลุบมองร่างบางที่ตอนนี้ท่อนบนขาวสะพรั่งมีเพียงบราสีครามกอบกุมอกอิ่มไว้ ไล้ลงล่างมีแค่กระโปรงแคบรัดคุมไว้เท่านั้น
 
"ทีหลังก็พูดให้คิด" 
 
"......."

"ใส่เสื้อ ก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้า" 
 
"......"
 
"นั้น ฉันจะเรียกลูกน้องนะ?" เมื่อไม่มีความคืบหน้าของปริมมาศ ปากหยักก็พูดขู่      คาดคนที่เอาแต่กอดเข่าซุกหน้า ให้ลุกมาจัดการกับตัวเองให้เรียบร้อย เพราะถ้าเกิดลูกตื่นมาเจอจะทำยังไง
 
มือหนาจับดึงข้อเท้าหญิงสาว แล้วยื่นแขนไปหยิบอันเดอร์แวร์ตัวเบาบนพื้น หมายจะสวมมันให้กับเธอ เเต่ก็โดนปฏิเสธความหวังดี เท้าขาวต้านเเรงชักเก็บไว้อย่างไว
 
 
"เลว! อื้อ.."

"หยาบคาย ปริม" เสียงเข้มดังขึ้น เมื่อคนร่ำไห้ฉกอันเดอร์แวร์จากมือแล้วปาใส่เขา 

"...."

"เอาจริงไหม?.." เอาจริงไหม ที่จะลองดีกับเขา ร่างสูงเหยียดตัวลุกขึ้นเต็มความสูง เท้าหนักก้าวไปที่โต๊ะ นิ้วเเกร่งเเสร้งกดปุ่มต่อสายหาเลขาตน

"สินีเรียก" เพล้ง!!... เสียงโทรศัพท์แตกกระจาย ด้วยฝีมือปริมมาศที่ลุกพรวดมาจับทุบอย่างแรง  นัยน์ตาสั่นระริกไหวตัดพ้อคนตรงหน้า เขาคิดจะทำจริงๆ ใช่ไหม..
เขาทำกับเธอได้ขนาดนี้เลยเหรอ.. 
 
 
ร่างสูงส่ายหน้าพรางถอดหายใจเฮือกใหญ่ เอื้อมกับความเจ้าอารมณ์ของปริมมาศ 
ที่ปกติก็อ่อนโยนไม่เป็นอยู่เเล้วกลับมีแบบนี้เพิ่มขึ้นอีก และยิ่งเวลาชายหนุ่มมองหญิงสาว เหมือนเจอตัวเองที่สะท้อนกลับมา  ความ'พอกัน' จึงทำให้เขารู้สึกหน่ายเต็มทน

"อารมณ์ดีเมื่อไหร่ ใส่มันเเล้วกัน" ปากหยักเปร่งสุ่มเสียงเย็นชาได้อย่างเยือกเเข็ง ก่อนจะกระทบไหล่มนที่สั่นเทา แล้วก้าวผ่านไป โดยไม่คิดจะต่อว่ากับสิ่งของที่เเตกไป
 
                                            ***************************
 
ปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ  ผิดพลาดประการใด ไรท์ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย
 
 

 
คุณคิมคนใจหยาบ
 
     
 
 
 
 
ความคิดเห็น