Finland (ช้อย)

อัพทุกวันตอนเช้า ๆ เหมือนเดิมจ้า.....!!! กราบขอบพระคุณที่กรุณาติดตามมาตลอด ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ ^^

Chapter 52 : กระตุกหนวดเสือ...!!

ชื่อตอน : Chapter 52 : กระตุกหนวดเสือ...!!

คำค้น : ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,คนคุก,เด็กแว้นที่รัก,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,กุมหัวใจมังกร,แสงสว่างแห่งรัก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,finland,ช้อย,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.6k

ความคิดเห็น : 143

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.พ. 2560 07:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 600
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 52 : กระตุกหนวดเสือ...!!
แบบอักษร

 

ปลื้ม.........................

 

และแล้ววันนี้ผมกับครอบครัวก็จะได้ไปพักผ่อนที่ชะอำกันสักที ลูก ๆ ตื่นกันตั้งแต่เช้า เคาะประตูปลุกผมตั้งแต่ก่อนไก่โห่

 

ปัง ปัง ปัง...!!! “ป่าปี๊ หม่ามี๊ เช้าแล้วค่า ตื่นได้แล้ว”  เสียงของบรรดาลูกสาวผมตะโกนเรียกซะลั่นบ้าน ผมรีบลุกแล้วไปเปิดประตู

 

“ตื่นแล้วๆ ถามจริงเมื่อคืนได้นอนกันบ้างมั้ยเนี่ย...?”  ผมหาวหวอดถามกับลูก ๆ ไป

 

“ไม่ได้นอนค่ะ คุยกันทั้งคืน”  แพรยิ้มแป้นบอกกับผม ส่วนปานกับปูนก็วิ่งเข้ามาในห้องกระโดดขึ้นเตียงไปกอดพ่อมันนู่น

 

“ป่าปี๊ตื่นได้แล้วค่ะ เช้าแล้วน๊า”  ปูนดึงแก้มพ่อมันเล่น ไม่ตื่นให้มันรู้ไป

 

“ยังเช้าอยู่เลยครับลูก ปี๊ขอนอนต่ออีกซักหน่อยนะ ทะเลมันไม่หนีไปไหนหรอก”  ไอ้บ้าติณทำตาปรือบอกกับลูกไป พร้อมกับนอนขดต่อ

 

“สมน้ำหน้าเมื่อคืนบอกไม่ให้ทำก็ไม่เชื่อ”  ผมพูดขึ้นมาเบา ๆ กว่าจะได้นอนเกือบตีหนึ่ง

 

“ป่าปี๊ตื่นได้แล้ว”  แพร ปาน ปูน ทั้งดึงทั้งฉุดพ่อมันให้ลุกจากที่นอนให้ได้

 

“ดูดิ๊ว่าจะหลับต่อได้อีกหรือเปล่า”  ผมอมยิ้มยืนมองลูก ๆ กวนมันให้ตื่น ไม่นานมันก็ลุกนั่งพรวด ลืมตาปรือ

 

“ตื่นแล้วครับลูก ยอมแพ้”  แล้วมันก็ยกมือบอกกับลูกมันไป

 

“หม่ามี๊พาป่าปี๊ไปอาบน้ำแปรงฟันสิคะ”  แล้วแพรก็หันมาบอกกับผม

 

“อะไรจะตื่นเต้นกันขนาดน้าน”  ผมได้แต่เกาหัวตัวเองแกรก ๆ

 

“มี๊ขอเวลาสิบนาที พวกลูก ๆ ออกไปดูการ์ตูนข้างนอกรอก่อน เดี๋ยวปี๊กับมี๊ตามไป”  ผมบอกกับลูก ๆ ไป แล้วลูก ๆ ก็พากันออกไปดูการ์ตูนรอผมกับไอ้บ้าติณ

 

ผมกับไอ้บาติณอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ผมก็คว้ากระเป๋าเสื้อผ้าเดินออกไปหาลูก ๆ 

 

“กระเป๋าเสื้อผ้าพร้อมรึยัง...?”  ผมถามกับลูก ๆ ไป

 

“ของแพรอยู่นี่ค่ะ นี่ก็ของพี่ปาน ส่วนนี่ก็ของปูน”  ลูก ๆ บอกกับผม หลังจากที่เตรียมพร้อมกันเสร็จ ผมกับครอบครัวก็ได้เวลาออกเดินทางไปพักผ่อนที่ชะอำกันเสียที ลูก ๆ ต่างดีใจชวนกันร้องเพลงกันครึกครื้นอยู่ที่นั่งเบาะหลัง

 

“แล้วคุณณพกับนาซ่าล่ะ...?”  ผมหันไปถามไอ้บ้าติณ

 

“กำลังออกเดินทางเหมือนกัน คงไปเจอกันที่โน่นแหล่ะ ณพจัดการเรื่องที่พักโรงแรมไว้ให้หมดแล้ว”  ไอ้บ้าติณหันมาบอกกับผม

 

“หม่ามี๊ เจ้าหมูตอนนาซ่าไปด้วยเหรอคะ แพรไม่ชอบทำไมต้องไปกับเราด้วย...?”  แพรวาได้ยินก็ทำหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันทีรู้ ๆ กันอยู่ว่าแพรไม่ค่อยลงรอยกับนาซ่าลูกของคุณณพเท่าไหร่

 

“แพร นาซ่าเป็นเพื่อนในห้องลูกไม่ใช่เหรอ...? ไปเที่ยวกันหลายคนสนุกดีออก”  ผมหันไปบอกกับแพร

 

“แต่แพรไม่ชอบหน้าเจ้าหมูตอนนี่ค่ะหม่ามี๊ ชอบมาวุ่นวายกับปูน”  แพรยังทำหน้างอไม่ยอมง่าย ๆ

 

“ถ้าหวงน้องก็ดูแลน้องดี ๆ สิ แพรอยู่กับน้องดูแลน้องนาซ่าก็มาวุ่นวายด้วยไม่ได้หรอก”  ผมบอกไป

 

“จริงด้วยค่ะหม่ามี๊ แพรจะดูน้องไม่ให้คลาดสายตาเลย”  แพรวาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

เฮ้อออออออออออ “ขนาดยังไม่ถึงนะนี่ พาราอยู่ไหนวะ...?”  ผมควานหากระปุกยาพาราก่อนเลย

 

ไอ้บ้าติณขับพาผมกับลูก ๆ มาได้ซักพักก็มาถึงชะอำ คุณณพเพิ่งโทรมาบอกว่าถึงที่โรงแรมแล้ว กำลังรออยู่ที่ล็อบบี้ พอมาถึงโรงแรม ผมกับลูก ๆ ก็ลงจากรถ

 

“พี่ปาน พี่แพร โน่นไงทะเลเราไปเล่นน้ำทะเลกันเถอะ”  แล้วปูนก็รีบเอ่ยชวนพี่ ๆ

 

“ปูนอย่างเพิ่ง เอาของขึ้นไปเก็บที่ห้องพักก่อนแล้วค่อยลงมาเล่น เจ้าลูกคนนี้นี่”  ผมบอกกับปูนไป

 

ผมหันไปมองสำรวจรอบ ๆ  ที่นี่คงเป็นโรงแรมระดับห้าดาว เพราะดูจากสภาพแล้วหรูหรา มีทั้งบาร์ทั้งเลานจ์ ห้องอาหาร มีสระว่ายน้ำ และก็มีชายหาดส่วนตัว นักท่องเที่ยวที่มาพักส่วนมากจะเป็นคนมีตังค์หรือไม่ก็นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดนี้คุณณพเป็นคนจัดการให้

 

“ป่ะ เข้าไปเช็คอินกัน”  ไอ้บ้าติณหาที่จอดรถเสร็จก็เดินเข้ามาสมทบผมกับลูก ๆ  ผมสังเกตเห็นแพรจับมือปูนไม่ยอมห่าง พอผมกับลูก ๆ เดินเข้ามาในล็อบบี้โรงแรม

 

“สวัสดีครับนาย สวัสดีครับคุณปลื้ม คุณหนู”  คุณณพรีบเข้ามากล่าวทักทายพวกผมก่อนเลย

 

“สวัสดีครับ”  ผมยิ้มตอบกลับไป

 

“สวัสดีครับคุณติณ สวัสดีครับปลื้ม”  ไอ้คุณกรเดินตามเมียมันมากล่าวทักทายด้วย

 

“สวัสดีครับ”  ผมก็กล่าวทักทายไปตามมารยาท

 

“ปูน”  แล้วนาซ่าก็ถลาวิ่งจะเข้ามาหาปูน

 

“ไม่ต้องเลยนะเจ้าหมูตอน ห้ามมาใกล้ปูนเด็ดขาด”  แล้วแพรก็เข้ามายืนจังก้ากางแขนกางขากันปูนเอาไว้

 

“ลูกเราเจอศึกหนักทั้งนั้น ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ”  แล้วไอ้คุณกรหันไปบอกกับคุณณพพร้อมกับหัวเราะร่วนออกมา ผมก็ได้แต่ทำหน้างง พูดอะไรของมันวะ...? แต่ช่างแม่งเหอะ...

 

“ผมจองห้องพักให้นายกับคุณหนูแล้วนะครับ เป็นห้องสวีทกับห้องสูทชั้นหนึ่งอย่างละห้องประตูเชื่อมต่อห้องหากันได้ครับ”  คุณณพบอกรายละเอียดเกี่ยวกับห้องพักให้ไอ้บ้าติณทราบ

 

“ขอบใจนะณพ”  ไอ้บ้าติณบอกไป

 

“เมียผมสุดยอดอยู่แล้ว”  แล้วไอ้คุณกรมันโพล่งออกมา คุณณพรีบหันขวับทำตาดุใส่

 

“คุณติณพาลูก ๆ ขึ้นห้องพักก่อนสิครับ เดี๋ยวเราค่อยไปรับประทานอาหารพร้อมกัน”  ไอ้คุณกรมันบอกกับไอ้บ้าติณ

 

“ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”  ไอ้บ้าติณบอกไป

 

พนักงานเบลบอยรีบเข้ามารับกระเป๋าจากพวกผมแล้วนำผมขึ้นลิฟท์ไปยังห้องพัก คุณณพกับครอบครัวรออยู่ที่ล็อบบี้ข้างล่าง

 

“ค่อยโล่งใจหน่อย ไอ้คุณกรถูกณพกำราบซะอยู่หมัด คิดว่าจะมาทำตาเล็กตาน้อยใส่มึงซะอีก กูได้ฆ่ามันแน่”  ไอ้บ้าติณกระซิบบอกกับผม

 

“สัส...!! จะติดใจอะไรเบอร์นั้นบอกแล้วว่าไม่มีอะไร กูเห็นมันมองคุณณพอย่างกับจะกลืนกิน”  ผมกระซิบตอบมันกลับ

 

พอเข้ามาในห้องพักเบลบอยก็เปิดไฟเปิดแอร์พร้อมกับเอากระเป๋าไปเก็บ

 

“ห้องนี้เป็นห้องพักสุดหรูมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ระเบียงติดกับชายหาดส่วนตัวของทางโรงแรม ท่านสามารถดื่มดำกับธรรมชาติสวย ๆ ได้จากระเบียงโดยตรง”  แล้วเบลบอยก็เปิดผ้าม่านที่กั้นระเบียงออก มองเห็นทะเลสีครามไกลสุดลูกหูลูกตา

 

“ถ้าท่านต้องการเรียกใช้กระผมรบกวนโทรไปที่หน้าฟร้อนท์ได้เลยครับ ขอบพระคุณที่ไว้ใจให้ทางโรงแรมเราได้ดูแลท่านกับครอบครัว ขอให้มีความสุขกับทริปวันหยุดยาวนี้นะครับ”  แล้วพนักงานเบลบอยก็ยกมือไหว้ผมกับไอ้บ้าติณ แม่ง มารยาทงามเหลือเกิน ผมได้แต่แอบคิดในใจ ไอ้บ้าติณควักตังค์จากระเป๋าแล้วยื่นส่งให้เป็นค่าทิป

 

“ขอบพระคุณครับ”  พนักงานเบลบอยยกมือไหว้แล้วก็เดินออกจากห้องไป

 

“คุณณพกะจะให้เราย้ายมาอยู่ที่นี่เลยเหรอวะ...? ห้องแม่งโคตรหรู”  ผมหันไปมองรอบ ๆ ห้อง เป็นห้องสุดหรูอย่างว่าจริง ๆ มีทั้งมุมรับแขก มุมอ่านหนังสือ โต๊ะทำงาน เครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน แม้กระทั่งห้องน้ำก็ยังมีอ่างจากุซซี่ เตียงนอนใหญ่กว้างขวางน่านอน ผมเปิดประตูเข้าไปหาพวกเด็ก ๆ ที่อยู่ห้องติดกัน เห็น ปาน แพร ปูน กำลังกระโดดโลดเต้นอยู่บนเตียงหัวเราะกันดังลั่น

 

“เก็บเสื้อผ้าเข้าตู้กันเสร็จรึยังลูก...?”  ผมถามพร้อมกับเดินไปล็อคกระจกบานเลื่อนที่จะออกไปนอกระเบียง ผมกลัวลูก ๆ จะเดินออกไปนอกระเบียงถึงแม้ขอบระเบียงจะกั้นสูงยังไงก็ตาม

 

“หนูเก็บเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าน้อง ๆ เสร็จแล้วค่ะหม่ามี๊”  แล้วปานก็บอกกับผม

 

“ป่ะ งั้นเราลงไปทานข้าวกัน” ผมชวนพวกเด็ก ๆ แพรรีบเปิดประตูเข้าไปหาป่าปี๊

 

“ป่าปี๊ขาเราลงไปทานข้าวกันเถอะค่า”  แพรเอ่ยชวน  แล้วพวกเราทั้งหมดก็ออกจากห้องลงไปหาคุณณพกับครอบครัวที่รออยู่ข้างล่าง

 

“ผมจองโต๊ะเอาไว้แล้วครับ ติดกับสระว่ายน้ำ” คุณณพเดินเข้ามาบอกกับไอ้บ้าติณ

 

“ปูน เดี๋ยวเราไปเล่นน้ำทะเลกันมั้ย...?”  แล้วนาซ่าก็เข้ามาคุยกับปูน ปูนได้แต่พยักหน้ารับ

 

“ปูนจะเล่นกับแพรกับพี่ปาน ไม่เล่นกับนาซ่าหรอก”  แล้วแพรก็รีบเข้ามากันเอาไว้เหมือนเดิม พนักงานพาพวกผมมานั่งที่ห้องอาหาร outdoor ของทางโรงแรมที่อยู่ติดกับสระว่ายน้ำ บรรยากาศดีมากต้นไม้ร่มรื่น ลมทะเลพัดเย็นสบาย คุณณพจัดการให้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารทั้งของพวกผมและของพวกเด็ก ๆ รวมถึงเครื่องดื่มด้วย

 

“วันนี้มีโอกาสได้ชนแก้วกับคุณติณและครอบครัว ถือเป็นเกียรติอย่างมากครับ”  แล้วไอ้คุณกรก็ยกแก้วขอชนกับไอ้บ้าติณ

 

“ผมก็เช่นกันครับ”  ไอ้บ้าติณตอบไป

 

“ปูน เราตักกุ้งให้นะ”  แล้วนาซ่าก็เริ่มบริการปูนทันที

 

“ไม่ต้องเลย ปูนเดี๋ยวพี่ทำให้”  แล้วแพรก็รีบยกจานของปูนหนี

 

“รู้สึกว่าเจ้าลูกชายผมจะติดใจหนูปูนเข้าแล้วนะครับ”  แล้วไอ้คุณกรก็เริ่มเปิดประเด็นขึ้นมาก่อนเลย ไอ้บ้าติณได้ยินก็รีบหันขวับไปมองทันที

 

“อีกหน่อยเราคงได้เป็นดองกัน”  ไอ้คุณกรยังจี้ไม่เลิก ผมเห็นหนวดไอ้บ้าติณกระตุกยิก ๆ

 

“คุณกรชอบพูดหยอกผมอยู่เรื่อยเลยนะครับ ลูกผมยังเล็กยังไม่รู้ประสีประสาอะไร”  ไอ้บ้าติณรีบตอบกลับไปทันควัน

 

“จะให้จับจองไว้ก่อนก็ได้เลยนะครับ ผมไม่ขัดข้อง”  ไอ้คุณกรเดินหน้าไม่ยอมถอย

 

“คุณ...!!”  คุณณพรีบกระดุกเสื้อห้ามไอ้คุณกรไว้

 

“เราอย่ามาพูดเรื่องนี้กันเลยครับยังอีกนาน โน่นแหล่ะรอให้คุณกรแก่เมื่อไหร่แล้วค่อยมาพูดกัน”  ไอ้บ้าติณมันก็ไม่ยอมเหมือนกัน

 

“ลูกผมจริงใจ รักใครรักจริง เพราะได้เชื้อพ่อมันมาครับ”  ไอ้คุณกรพูดแล้วก็หันไปส่งสายตาหวานฉ่ำใส่คุณณพ  โอ้ยยยยย กุอยากจะอ๊วก ผมได้แต่คิดในใจ

 

“คุณ...!! พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย...?”  น่าน... โดนคุณณพเอ็ดเอาจนได้ สมน้ำหน้า อิอิอิ  ผมได้แต่แอบขำ

 

“โธ่คุณ เรามีลูกชายคนเดียว ลูกเราชอบใครเราก็ต้องสนับสนุนสิ จริงมั้ยครับลูก...?”  แล้วไอ้คุณกรก็หันไปคุยกับเจ้าหนูนาซ่า

 

“ค้าบ” เจ้าหนูนาซ่ารีบยิ้มแป้นรับทันที

 

“เอ่อคือ นายครับอย่าไปฟังคุณกรพูดไร้สาระเลยนะครับ ทานต่อเถอะครับ”  คุณณพเห็นท่าไม่ดี เพราะไอ้บ้าติณเริ่มแยกเขี้ยวใส่ไอ้คุณกร แฮ่ๆ

 

พวกเรานั่งดื่มนั่งทานกันได้ซักพัก พวกเด็ก ๆ ก็ขอไปเล่นน้ำทะเลซึ่งชายหาดของทางโรงแรมก็อยู่ข้างหน้านี่เอง

 

“หม่ามี๊ หนูอยากไปเล่นน้ำแล้วค่ะ”  ปูนเงยหน้าอ้อนบอกกับผม

 

“หนูด้วยค่ะ”  แพร ปาน พูดเสริมน้องขึ้นมา

 

“ป่ะ ขึ้นไปเปลี่ยนชุดกันก่อน”  ผมบอกกับลูก ๆ ไป

 

“คุณพ่อค้าบผมจะไปเล่นน้ำกับปูนด้วยค้าบ” ผมได้ยินเจ้าหนูนาซ่าบอกกับพ่อมันเหมือนกัน

 

“เอาสิครับลูก ดูแลหนูปูนให้ดี ๆ นะ”  แน่ะ.....มันนี่ก็ช่างสงเสริมลูกมันซะจริง ๆ  ไอ้บ้าติณเริ่มแยกเขี้ยวขึ้นมาอีกรอบ

 

ผมพาลูก ๆ ขึ้นไปเปลี่ยนชุดว่ายเสร็จก็กลับลงมาข้างล่าง ปาน แพร ปูน รีบวิ่งลงชายหาดทันที

 

“ปานดูน้องด้วยนะ อย่าออกไปเล่นไกล” ผมตะโกนบอกปานไป

 

“ค่า”  ปานหันมายิ้มตอบกับผม

 

พวกผมก็นั่งจิบเบียร์เย็นๆ มองดูเด็ก ๆ เล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะแพรกับปานหัวเราะหยอกล้อกันจนลืมปูนไปเลย ปูนไม่ได้ไปเล่นกับพี่ ๆ ได้แต่นั่งก่อกองทรายอยู่ที่ริมชายหาดกับเจ้าหนูนาซ่า

 

“หนูปูนน่ารักมากเลยนะครับ เหมาะสมกับลูกผมที่สุด”  แล้วไอ้บ้ากรก็เอ่ยขึ้นพร้อมกับจิบเบียร์

 

“คุณกรนี่ยังไง ดูก็รู้ว่าเป็นแค่เพื่อนกัน ลูกผมไม่คิดอะไรไปไกลขนาดนั้นหรอกครับ”  ไอ้บ้าติณรีบคัดค้านขึ้นมาทันที

 

“ตอนนี้ยังเป็นแค่เพื่อน โตอีกหน่อยอาจจะได้เป็นแฟน คุณติณก็เพลา ๆ เรื่องสินสอดให้ผมด้วยนะครับ”  ไอ้บ้ากรมันยิ้มกริ่มกวนตีนไม่เลิก 

 

“ผมจะทำให้คุณหมดตัวเลยแหล่ะ”  แล้วไอ้บ้าติณก็พูดขึ้น พร้อมกับกัดฟันกรอด ๆ แล้วกระดกเบียร์ดื่มจนหมดแก้ว

 

“มึงไปดูลูกที ปล่อยให้อยู่ด้วยกันไม่ได้ พ่อแม่งกะล่อนออกปานนี้ลูกมันต้องได้เชื้อมาบ้างแหล่ะ กูไม่ไว้ใจ”  ไอ้บ้าติณกระซิบบอกกับผมผมได้แต่พยักหน้ารับ

 

“ขอตัวก่อนนะครับ จะออกไปเดินรับลมซักหน่อย”   ผมบอกพร้อมกับเดินเลี่ยงออกไปหาพวกเด็ก  ๆ

 

“ไงลูก เล่นอะไรกันอยู่...?”  ผมเดินเข้าไปหาปูนที่กำลังนั่งเล่นก่อกองทรายอยู่กับนาซ่า

 

“นาซ่าช่วยหนูก่อปราสาททรายค่ะหม่ามี๊”  ปูนหันมายิ้มแป้นบอกกับผม

 

“ใช่ค้าบ ผมเป็นเจ้าชายส่วนปูนเป็นเจ้าหญิง เราอยู่ที่ปราสาทนี้ค้าบ”  แล้วเจ้าหนูนาซ่าบอกกับผมสำหรับผมลูกยังเด็กนักผมเลยไม่ได้หวงอะไรมากมายเหมือนกับไอ้บ้าติณ ก็แค่เด็กเล่นด้วยกันและก็อยู่ในสายตาตลอด

 

“นี่ถ้าไอ้บ้าติณมันมาได้ยิน เส้นเลือดในสมองมันไม่แตกเหรอวะเนี่ย...?”  ผมได้แต่คิดแล้วก็ปล่อยให้ปูนกับนาซ่าเล่นด้วยกันต่อ ส่วนผมเดินออกไปหาแพรกับปาน

 

“ปานดูน้องด้วย อย่าลงไปลึกนะ”  ผมบอกกับปานไป

 

“ค่าหม่ามี๊”  ปานบอกกับผม

 

“หม่ามี๊ แพรจะเอาห่วงยางได้มั้ยคะ...?”  แพรรีบวิ่งมาบอกกับผม

 

“เอาสิ”  แล้วแพรก็วิ่งไปเอาห่วงยางของทางโรงแรมแล้วกลับไปเล่นกับพี่ปานต่อ ผมยืนรับลมเย็น ๆ อยู่ซักพัก บรรยากาศสดชื่นทำให้ผ่อนคลาย มองดูน้ำทะเลสีครามที่ไกลสุดลูกหูลูกตาแล้วรู้สึกสบายใจ

 

“ขอยืนด้วยคนนะครับคุณปลื้ม”  แล้วเสียงคุณณพก็ทำให้ผมออกจากภวังค์

 

“ยินดีครับ”  ผมยิ้มตอบกลับไป

 

ผมต้องขอโทษคุณปลื้มแทนคุณกรด้วยนะครับ ที่เอาแต่พูดเรื่องไร้สาระอะไรก็ไม่รู้  คุณณพรีบบอกกับผม คงกลัวว่าผมจะเคือง

 

ไม่เป็นไรครับ ลูก ๆ ยังเด็กกันอยู่เลย ยังไม่ประสา  ผมยิ้มบอกไป

 

ผมกับคุณณพพูดคุยกันเรื่องสัพเพเหระ ส่วนมากจะเป็นเรื่องลูก ๆ มากกว่า คุณณพเป็นคนอ่อนโยนพูดเพราะสมแล้วที่เป็นเลขา ไอ้บ้าติณมันเคยบอกว่าจะหาเลขาดี ๆ อย่างคุณณพไม่ได้อีกแล้ว มันกลัวว่าคุณณพจะลาออกไปอยู่บริษัทไอ้บ้ากรจะตาย

 

.......................................................................

 

ติณ......................................

 

ผมรู้สึกตงิด ๆ ใจตั้งแต่เมื่อคืนเหมือนว่าจะมีคนมากระตุกหนวดเสือ แล้วก็เป็นอย่างที่คิดเอาไม่มีผิด ผมมาถึงชะอำได้ไม่นาน ไอ้คุณกรก็เอาแต่เชียร์เจ้าหนูนาซ่าจะให้มาเป็นเขยผมซะให้ได้ ผมนี่แม่งได้แต่กัดฟันกรอด ๆ แยกเขี้ยวใส่ไปหลายครั้ง แต่ดูเหมือนไอ้คุณกรจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร ยังคงเดินหน้าจีบลูกสาวผมแทนลูกตัวเองไม่หยุด

 

“มึงไปดูลูกที กูไม่ไว้ใจแม่งทั้งพ่อทั้งลูกแหล่ะ”  ผมกระซิบบอกไอ้ปลื้มให้ไปดูปูน เพราะผมเห็นปูนกับเจ้าหนูนาซ่านั่งก่อกองทรายหัวแทบจะชนกัน ไอ้ปลื้มมันก็ขอตัวเดินเลี่ยงออกไป ไม่นานนักณพก็เดินออกไปสมทบกับมัน

 

“คุณติณผมพูดจริง ๆ นะครับ สะใภ้ผมต้องเป็นหนูปูนเท่านั้น ผมอยากจะขอหมายหมั้นหนูปูนเอาไว้ซะตอนนี้เลยจะได้หรือเปล่าครับ”  ไอ้คุณกรพอเห็นว่าอยู่กับผมสองคนมันยิ่งรุกหนัก

 

“เฮ้ย คุณกรก็พูดไปเรื่อย เรื่องแบบนี้ยังอีกนานเก็บเงินคุณเอาไว้ในธนาคารกินดอกเถอะครับ”  ผมรีบปฏิเสธกลับไปทันควันเหมือนกัน กูไม่ยอมมึงหรอก กูหวงลูก ผมได้แต่คิดในใจ

 

“เอาน่าคุณติณ ยังไงอีกหน่อยเราก็จะได้เป็นดองกัน หยวน ๆ ผมบ้างก็แล้วกันนะครับ”  แน่ะ....ยังกวนตีนไม่เลิก

 

“ผมกลัวลูกผมจะเสียใจ คุณกรก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันกลัวว่านาซ่าจะเชื้อไม่ทิ้งแถว”  ผมเลยกวนตีนกลับไปบ้าง

 

“โธ่ คุณติณผมหน่ะรักเดียวใจเดียว ที่ผ่านมาก็แค่สนุกไปวัน ๆ  ตอนนี้หยุดอยู่ที่ณพคนเดียวแล้วครับ”  แล้วไอ้คุณกรก็บอกกับผม

 

“เดี๋ยวๆๆ ตอนนี้เราเลิกคุยเรื่องลูกดีกว่า โน่นคุณดูอะไรโน่น เมียเราตอนอยู่ด้วยกัน เคมีเข้ากั๊นเข้ากัน เห็นแล้วผมหวั่นใจยังไงชอบกล”  ไอ้บ้ากรมันมุ่ยปากบอกกับผม

 

“หืมมมมมมมมม”  ผมเห็นไอ้ปลื้มกับณพคุยกันท่าทางมีความสุข หยอกล้อกันไปมา

 

“คุณดูเมียคุณ ผมดูเมียผม แยกย้าย ๆ”  ผมรีบบอกกับไอ้คุณกรไป แล้วผมกับไอ้คุณกรต่างเดินจ้ำอ้าวไปหาเมียใครเมียมัน

 

“ปลื้มมานี่หน่อย”  ผมลากแขนไอ้ปลื้มให้เดินตามมา

 

“จะไปไหน..?”  ไอ้ปลื้มมันรีบถาม

 

“ณพคุณก็มาทางนี้”  ส่วนไอ้คุณกรก็ลากณพออกไปอีกทาง

 

“เดี๋ยวๆ ๆ จะลากไปไหนเนี่ย...?”  ไอ้ปลื้มมันทำหน้าเหวอถามกับผม

 

“กูอยากเดินเล่นกับมึงสองคน เราไปเดินเล่นด้วยกันเถอะนะ”  ผมรีบอ้อนบอกมันไป กลัวว่ามันจะจับได้

 

“ไม่ได้คิดอะไรบ้า ๆ แน่นะ”  น่าน.....!! เมียผมมันฉลาด

 

“เปล๊า ไม่ได้คิดอะไรเลยจริงจริ๊ง”  ผมรีบปฏิเสธไป ไอ้ปลื้มมันเหล่ตามองเหมือนกับไม่ค่อยเชื่อ

 

“น่า มาทะเลทั้งทีกูก็อยากมาพักผ่อนกับเมียให้มีความสุข”  ว่าแล้วผมก็ดึงมันให้นั่งลงข้าง ๆ ผมกับไอ้ปลื้มนั่งมองดูทะเลด้วยกันผมจับมือมันเอาไว้แน่น ไม่บ่อยนักที่ผมกับมันจะได้มาพักผ่อนด้วยกันแบบนี้ เพราะผมงานยุ่งผมรู้สึกผิดเหมือนกันที่ไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัว

 

“ขอโทษนะเว้ยที่ไม่ค่อยมีเวลาให้ ต่อไปกูจะพามึงกับลูกมาเที่ยวบ่อย ๆ”  ผมหันไปบอกกับมัน

 

“ไม่เป็นไร กูรู้มึงงานยุ่ง ว่างแล้วค่อยมาก็ได้”  มันบอกกับผม

 

“ไม่เอา งานหน่ะทำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ความสุขกับครอบครัวต้องมาก่อน กูไม่อยากมานั่งเสียใจภายหลัง”  ผมบอกกับมันไป มันหันมายิ้มให้กับผม

 

“ถามจริง มึงคิดอะไรกับณพหรือเปล่าวะ...?”  แล้วผมก็โพล่งออกไปผมแม่งก็ปากไว

 

“สัส...!! กูกำลังซึ้งอยู่เชียว”  มันรีบหันขวับหน้าบึ่งใส่ผมทันที

 

“โทษๆๆๆ กูแค่ล้อเล่น”  ผมรีบกระเถิบเข้าไปนั่งติดมัน

 

“อย่าโกรธผัวเลยนะเมียสุดที่รัก”  ผมอ้อนเอาหน้าซบเข้าที่ไหลบอกกับมัน

 

“แม่งทำอะไรไม่รู้จักอายซะมั่ง”  มันหันมาดุผม

 

“อายอะไร โน่นมึงดูไอ้คุณกรแทบจะสิงณพอยู่แล้ว”  ผมมุ่ยปากบอกกับมัน

 

“สัส...!! พวกมึงนี่จริง ๆ เลย”  มันได้แต่ยิ้มอาย ๆ

 

“จะอีกกี่ปีข้างหน้ากูก็จะมานั่งดูพระอาทิตย์ตกกับมึงแบบนี้ กูสัญญา” 

 

“กูรักมึงนะปลื้ม”  ผมบอกกับมันพร้อมกับจับมือมันเอาไว้แน่น

 

 

 

.................................................................................

To be continue......................

.................................................................................

พรุ่งนี้แซ่บแน่ค่า โปรดคอยติดตาม  http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/900168017.gif

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอดนะคะ

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่ะ

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น