jackxy wu

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6 What’s wrong with you?

ชื่อตอน : บทที่ 6 What’s wrong with you?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.พ. 2560 00:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 What’s wrong with you?
แบบอักษร

บทที่ 6

What’s wrong with you?

 

[Hactor’s Part]

วันนี้วันสุดท้าย นายอยากไปที่ไหนล่ะ ฉันให้นายเลือก

ธชาบอกผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตอนผมถามเขาว่าวันนี้อยากไปไหน ผมกลอกตา คิดไม่ออกว่าจะไปไหนดี แต่ก็ไม่อยากอุดอู้อยู่ในห้องทั้งที่วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้อยู่บนโลกมนุษย์ สุดท้ายแล้วผมเลยตัดสินใจพาเขามาที่มหาวิทยาลัยที่ผมจบการศึกษาไปเมื่อหลายปีก่อน

ผมวกรถเข้าจอดในลานของชมรมฟุตบอล ทุกอย่างที่นี่ส่วนใหญ่ยังดูเหมือนเดิม จะมีเปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อยเท่านั้น ผมปิดประตูรถ ควงกุญแจด้วยปลายนิ้วแล้วเดินนำธชาไปยังสนามฟุตบอล เสียงกลองและเสียงร้องเพลงดังมาจากกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์สาวกระโปรงสั้นที่กำลังซ้อมเต้นอยู่ข้างสนาม สงสัยใกล้ถึงฤดูกาลแข่งขันแล้ว หนึ่งในนั้นเหลือบเห็นผม เธอเป็นหญิงสาวร่างสูงโปร่ง เจ้าหล่อนยิ้มกว้างแล้วโบกไม้โบกมือให้ทันที

“แฮกเตอร์!

“ไฮ ลิลลี่” ผมยิ้มโปรยเสน่ห์แล้วโบกมือตอบในขณะเดินเข้าไปหาพวกเธอ “ซ้อมกันอยู่เหรอสาวๆ”

“ใช่ ใกล้ถึงฤดูกาลแข่งขันแล้วนายก็รู้” ลิลลี่หัวเราะคิก ดวงตาสีเขียวมรกตพราวเสน่ห์จ้องผมยิ้มๆ ปลายเล็บยาวเคลือบสีชมพูสดสะกิดหน้าอกผมผ่านเนื้อผ้าเบาๆ ด้วยท่าทีซุกซน “แต่ถ้านายอยากหาเพื่อนคุย พวกฉันจะหยุดซ้อมสักพักก็ได้นะ”

ผมหัวเราะเมื่อได้ยินเธอเอ่ยหยอกแบบนั้น คงยังไม่ได้บอกสินะว่าลิลลี่เป็นรุ่นน้องผม อันที่จริงผมจบจากที่นี่ก่อนเธอจะเข้ามาเรียนซะอีก เรารู้จักกันได้เพราะผมชอบกลับมาเล่นกีฬาที่สนามของมหาวิทยาลัยบ่อยๆ ส่วนเธอเองก็เป็นหัวหน้าเชียร์ลีดเดอร์คนสวยเจ้าของใบหน้ารูปไข่ เส้นผมสีบรูเน็ตยาวสลวย ดวงตาคมเฉี่ยวสีมรกต จมูกโด่งรั้นน่าบีบและริมฝีปากสีชมพูสดน่าสัมผัส

...อันที่จริงก็เคยสัมผัสมาแล้วน่ะนะ

อะแฮ่ม! ก็เธอสวยออกขนาดนี้แถมยังมีท่าทีสนใจผม พอมองกันไปมองกันมาหลายรอบเข้าก็สปาร์กกันเป็นธรรมดา ผมเองก็เป็นผู้ชายคนนึงอยากสานสัมพันธ์กับเธอก็ไม่แปลกใช่ไหมล่ะ?

“ฉันไม่รบกวนเธอกับเพื่อนๆ หรอกน่า” ผมปฏิเสธแล้วโคลงหัวมาทางธชาที่ยืนยิ้มเงียบๆ “พอดีวันนี้ฉันโดนจองคิวไว้แล้วน่ะสิ”

“แย่จังเลยนะครับ :)” ธชาส่งยิ้มให้ลิลลี่ เธอหรี่ตามองเขา ดวงตาสีมรกตเป็นประกาย ดูท่าคงถูกใจธชาอยู่พอสมควร

“ฉันลิลลี่ค่ะ คุณ...?”

“ธชาครับ” ธชาว่ายิ้มๆ แล้วยื่นมือออกไปจับกับลิลลี่ ดวงตาเรียวรีสีดำสนิทพราวระยับจนผมนึกหมั่นไส้ “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคนสวย”

“เคยได้ยินว่าหนุ่มเอเชียปากหวาน” ลิลลี่ยิ้มรับ “ท่าทางจะจริงสินะ”

“ชมแบบนี้ผมก็เขินแย่ :)

เฮ้ๆๆๆ ยิ้มหวานใส่กันแบบนี้ไม่ลากกันไปที่ล็อกเกอร์ด้านในตึกเลยล่ะ ผมกลอกตาอย่างหมั่นไส้ อ้อ...อย่ามาเข้าใจผิดว่าผมหึงธชาหรืออะไรหรอกนะ ก็แค่ไม่ชอบที่เขาดึงความสนใจจากสาวๆ ไปจากผมต่างหากล่ะ

“แฮกเตอร์!

“เฮ้ จอร์จ!” ผมขานรับเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนเรียก เขาเป็นชายหนุ่มผิวสีร่างสูง ใบหน้าประดับรอยยิ้มกว้าง แถมตอนนี้ยังพ่วงตำแหน่งประธานชมรมฟุตบอลคนปัจจุบัน “คิดถึงชะมัด สักนัดหน่อยไหม”

“เอาสิ” จอร์จหัวเราะร่า “ช่วงนี้นายไม่ค่อยกลับมาเลย ฉันนึกว่านายจะลาสนามไปแล้วซะอีก”

“มีเรื่องยุ่งๆ ให้จัดการน่ะ” ผมแค่นเสียงในลำคอ พยายามไม่นึกถึงเรื่องที่พ่อสูบผมลงนรกโดยไม่ถามความสมัครใจสักคำ

“ไม่ใช่ว่ามือตกจนไม่กล้ามาเร้อ?”

“ตกไม่ตกก็ลองหน่อยไหมล่ะ”

ผมสะบัดคอทำท่าวอร์มร่างกาย ก่อนนึกขึ้นได้ว่าลืมใครบางคน ผมหันมองธชา อีกฝ่ายยังยิ้มแย้มพูดคุยกับลิลลี่และสาวๆ เชียร์ลีดเดอร์คนอื่นไม่สนใจผมสักนิด ผมมองเขาอยู่พักหนึ่งแล้วตัดสินใจปล่อยไว้แบบนั้น ก่อนเดินไปตบไหล่แล้วดันจอร์จให้เข้าสนาม ส่วนผมแยกตัวไปเปลี่ยนเป็นชุดกีฬาในห้องล็อกเกอร์

ธชาไม่สนใจผมแล้วไง ผมเองก็ไม่ได้สนใจเขาเหมือนกันน่ะแหละ :(

 

“แฮ่กๆๆ”

ผมหอบหายใจในขณะวิ่งเข้าแย่งลูกบอลจากสมาชิกทีมของจอร์จ เจ้าเด็กนี่ชื่อไมเคิล ดาวเด่นประจำทีมมหาวิทยาลัยในตอนนี้ นั่นทำให้ผมเริ่มหืดขึ้นคอขึ้นมาหน่อยๆ คงเพราะช่วงที่โดนพ่อสูบลงนรกไม่ได้ออกกำลังกายเลย พอกลับมาเล่นกีฬาหนักๆ เลยปรับตัวไม่ทัน ไม่ได้การล่ะ ผมต้องบอกให้พ่อสร้างสนามบอลไว้ในนรกบ้างซะแล้ว

“เฮ้ แฮกเตอร์ ไม่เอาน่า...” ไมเคิลเอ่ยเสียงหอบ “...นี่คุณรักผมมากจนต้องตามติดขนาดนี้เลยหรือไง?”

“ใช่ ฉันรักนายมาก” ผมตอบกลับกลั้วเสียงหัวเราะ แม้จะรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาเมื่อทำอย่างนั้นก็ตาม ปลายเท้าผมสะกิดลูกบอลที่ไมเคิลเลี้ยงไว้แล้วเขี่ยมันมาครองแทน ถ้าจะบอกว่าไมเคิลคือดาวเด่นประจำทีมตอนนี้ ผมเองก็เป็นดาวเด่นประจำทีมเมื่อครั้งที่ยังเรียนอยู่นี่เหมือนกันแหละน่า! “เพราะงั้นลูกนี้ฉันขอแล้วกันนะ”

“เฮ้!

ผมแสร้งเมินเสียงโวยวายของไมเคิลแล้วกัดฟันเลี้ยงลูกบอลหลบหลีกสมาชิกทีมอีกฝ่ายไปหน้าประตูก่อนเตะเต็มแรงจนลูกบอลพุ่งเข้าประตูด้วยความเร็วสูงแม้กระทั่งผู้รักษาประตูก็ยังโดดมารับไม่ทัน

ปิ๊ด ปิ๊ด ปี๊ดดดดดด!

เสียงเป่านกหวีดหมดเวลาดังพร้อมกับที่ผมทำคะแนนนำให้ทีมตัวเองได้อย่างเฉียดฉิว เสียงเฮดังลั่น เจ้าพวกนักฟุตบอลคนอื่นๆ ในทีมวิ่งเข้ามากอดผมแน่น กลิ่นเหงื่อเจ้าพวกนี้ทำเอาผมหน้าเบ้ แต่ก็หัวเราะไปกับพวกเขา ให้ตายสิ คิดถึงบรรยากาศแบบนี้ชะมัด!

“เลิกกอดได้แล้วไอ้พวกหมีป่านี่” ผมโวยเบาๆ แล้วดันตัวพวกมันออก ก่อนหน้านี้เสื้อผมชื้นเหงื่อตัวเองอยู่แล้ว พอมาโดนเจ้าพวกนี้กอดอีกเลยได้เหงื่อจากพวกมันเพิ่มจนเปียกยิ่งกว่าเดิม ผมถอนหายใจ ถกเสื้อตัวเองออกจนท่อนบนเปลือยเปล่า แดดตอนนี้กำลังดี ทำให้ผมนึกอยากอาบแดดขึ้นมาซะงั้น

หมับ!

มือหนึ่งพาดลงบนไหล่ผม พอหันไปก็เจอใบหน้าบูดบึ้งของไมเคิล เจ้าตัวทำหน้ายู่ยี่ ดวงตาสีฟ้าจ้องผมเขม็ง ผมหัวเราะร่าเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร

“รอบนี้ฉันชนะนาย คะแนนนำเพิ่มเป็น 17-14 นะไอ้น้อง”

“รอบหน้าไม่พลาดแน่”

“คราวก่อนก็พูดงี้ปะวะ” ผมตบหัวมันทีนึง ไมเคิลแยกเขี้ยวใส่แล้วทำท่าจะอ้าปากงับผมเข้าให้ แต่ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะฝังเขี้ยวไว้บนเนื้อผม มือหนึ่งก็กระชากแขนจนผมเซออกจากไมเคิล ผมหันมอง และพบว่าเป็นธชาที่กำลังยิ้มหวานแต่ดวงตาเรียวรีกลับฉายประกายวาวโรจน์

เป็นบ้าอะไรของเขาอีก?

“แข่งเสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่าไหม?” ธชาหันมาพูดกับผมหลังมองหน้าไมเคิลอยู่พักใหญ่

“เออ รู้แล้วน่า คุยกับไมเคิลอยู่ไม่เห็นหรือไง”

“เห็น” ธชาตอบเสียงเรียบ ซึ่งมันไม่เข้ากับรอยยิ้มบนหน้าเขาเลยสักนิด ดวงตาสีดำสนิทหรี่จ้องหน้าผม “เพราะเห็นเลยต้องเข้ามานี่ไง”

“ช่วยพูดภาษาคนให้เข้าใจหน่อยจะได้ไหมเนี่ย” ผมขมวดคิ้วแล้วปัดมือเขาออก “เออๆ รอแป๊บแล้วกัน เดี๋ยวไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดกลับก่อน”

ผมว่าพลางเดินตรงไปยังห้องล็อกเกอร์ที่อยู่ในตัวตึกชมรม แต่ธชากลับสาวเท้าตามมาติดๆ

“ฉันไปด้วย”

“ไปนั่งรอฉันอาบน้ำเนี่ยนะ?” ผมเหลือบตามองเขา ยังไม่หยุดฝีเท้า “ไม่เบื่อหรือไง ไปนั่งคุยกับสาวๆ เชียร์ลีดเดอร์ไม่ดีกว่าเหรอ”

“พูดแบบนี้หึงหรือไง” ธชาถามผมยิ้มๆ หน้าตาดูระริกระรี้น่าหมั่นไส้

“ฝันไปเถอะ”

“ไม่ยุติธรรมเลย” เขาโอดครวญ ดวงตาเรียวรีจ้องผมนิ่ง ผมแสร้งทำเป็นไม่สนใจ มือผลักห้องล็อกเกอร์เข้าไปแล้วไขกุญแจเปิดช่องล็อกเกอร์ตัวเอง “ทำไมมีแค่ฉันที่หึงนายล่ะ?”

กึก...

ผมชะงักการกระทำทุกอย่างแล้วหันมองเขา ธชายังมีรอยยิ้มประดับใบหน้าเหมือนกับทุกครั้งที่เขาพูดจาหยอกผมเล่น แต่ครั้งนี้ดวงตาสีดำสนิทกลับฉายประกายจริงจังจนผมเริ่มสับสนว่าแท้จริงแล้วเขารู้สึกยังไงกันแน่ อีกฝ่ายเท้าแขนกับล็อกเกอร์แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมสบกับดวงตาสีดำได้ชัดเจน นอกจากประกายจริงจังแล้วผมยังเห็นว่าสายตาธชายังแฝงอารมณ์กรุ่นโกรธไม่พอใจเอาไว้ด้วย

"ยืนคุยหน้าระรื่นกับสาวๆ แบบนั้นน่ะเหรอที่เรียกว่าหึงฉัน?” ผมเลิกคิ้วถามเขา “เป็นการหึงที่แปลกดีนะ”

“ถ้านั่นทำให้นายไม่ต้องไปคุยจ๊ะจ๋ากับพวกเธอ” ธชายักไหล่ ดวงตายังไม่ละไปจากใบหน้าผม “ถึงจะไม่อยากคุย ฉันก็ต้องคุย”

ผมอึ้งไป ไม่คิดเลยว่าที่ธชาทำแบบนั้นเพราะต้องการกันผมออกจากลิลลี่ ผมหรี่ตาลง พยายามจับพิรุธจากสีหน้าและสายตาของเขา แต่ไม่พบเลยสักนิด ยังไม่ทันจะได้โต้ตอบอะไร ธชาก็พูดขึ้นมาอีก

“เคยคบกับเธอใช่ไหม”

“ฮะ?”

“กับลิลลี่...” เขาหรี่ตาจ้องหน้าจนผมรู้สึกกดดัน ให้ตาย! ไม่เคยมีใครบอกเขาหรือไงว่าอย่ากดดันคนด้วยเสียงนิ่งๆ กับรอยยิ้มเหี้ยมๆ แบบนั้นน่ะ “...นายเคยคบกับเธอใช่ไหม”

“เฮ้ เดี๋ยวก่อนนะ” ผมยกมือห้ามแล้วหรี่ตาจ้องหน้าธชา “นายมีสิทธิ์มาซักไซ้ชีวิตส่วนตัวฉันตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบฮะ?”

“แฮกเตอร์ นายกำลังทำให้ฉันหงุดหงิดมากๆ เลยนะ” ธชาว่าเสียงเรียบแม้จะยังยิ้มอยู่ก็ตาม ผมรู้สึกขนลุกนิดๆ

“ก็แค่ช่วงนึงเท่านั้นแหละ” สุดท้ายก็ได้แต่ยอมรับออกไปตรงๆ ผมมองหน้าเขา ถอนหายใจเบาๆ “ลิลลี่สวยขนาดนั้น แถมเธอยังสนใจฉัน นายคิดว่าฉันจะปล่อยให้สาวสวยที่สนใจตัวเองหลุดมือไปหรือไง”

“ถึงขั้นไหน”

“ฮะ?”

“คบกันถึงขั้นไหน”

“ก็ลึกซึ้งอยู่”

ผมยักไหล่ ยังไงซะมันก็เป็นเรื่องปกติของคนคบกัน จะมีอะไรกันลึกซึ้งบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ธชาจ้องหน้าผมนิ่ง มุมปากประดับรอยยิ้มหวาน เกิดความเงียบขึ้นชั่วระยะหนึ่งก่อนที่เขาจะทำลายมันลง...

“ปัง!!!

...ด้วยการเงื้อหมัดชกตู้ล็อกเกอร์ด้านหลังผมจนมันบุบเป็นหลุมขนาดเท่ากำปั้นเขา ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับปฏิกิริยาที่ได้รับ

“เฮ้...นายไม่ควรทำลายข้าวของแบบนี้นะ”

“ฉันจะทำยังไงกับนายดี” ธชาพึมพำกับตัวเอง แต่ผมกลับได้ยินชัดเจนเพราะอยู่ใกล้เขาแค่นี้

“ฉันสิจะทำยังไงกับนายดี นายเพิ่งพังสมบัติชมรมนะเว้ย!

“นายไม่เข้าใจ!” ธชาขึ้นเสียงใส่จนผมนิ่งไป ดวงตาเรียวรีสีดำสนิทจ้องผมนิ่ง ประกายความหงุดหงิดไม่พอใจส่งตรงมาจนรู้สึกได้ เขายกมือแตะแก้มผม แล้วเปลี่ยนเป็นบีบคางหนักๆ จนผมหน้าเบ้ “นายเห็นฉันยิ้มอยู่ตลอดเลยคิดว่าฉันไม่รู้สึกหงุดหงิดเลยใช่ไหมแฮกเตอร์? แต่ให้ตายสิ! ตอนนี้ฉันโคตรหงุดหงิดเลยว่ะ ฉันไม่น่าบอกให้นายเลือกเลยว่าวันนี้อยากมาที่ไหน”

“เป็นบ้าอะไรของของนายวะธชา?!

ผมปัดมือเขาออกแล้วนวดคางตัวเอง เจ็บชิบ บีบมาซะแรง

“ตั้งแต่ที่นายเอาแต่ยิ้มให้ลิลลี่ ทำตัวสนิทสนมกับไมเคิลนั่น แถมยังถอดเสื้อกลางสนาม เวร! ไม่คิดเหรอว่าฉันหวงนายน่ะ หวงมากจนไม่อยากให้ใครมองเข้าใจไหม!?”

ผมอึ้งไปหลังจากได้ยินสิ่งที่เขาพูด ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าคำพูดธชาทำให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะไปเล็กน้อย เขาหวงผมงั้นเหรอ? หวงผมกับลิลลี่ หวงผมกับไมเคิล หวงที่ผมถอดเสื้อกลางสนามบอลทั้งที่ผมเป็นผู้ชายเนี่ยนะ ผมจ้องหน้าเขานิ่ง ธชาสบตาผมไม่หลบไปไหน แม้ว่าใบหน้าจะดูดุดันแต่ข้างแก้มเขากลับปรากฏริ้วแดงเรื่อลามไปถึงใบหู ทำให้ไม่รู้สึกน่ากลัวเลยสักนิด

ธชาหน้าแดง...เพราะผม?

“นาย...ชอบฉันหรือไง?” ผมถามออกไปตรงๆ ธชาชะงัก เขาเม้มปากแน่น ใบหน้าแดงกว่าเดิมจนผมหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทีนั้น “ไหนบอกว่าใครรู้สึกก่อนจะแพ้ก่อนไง กลืนน้ำลายตัวเอง?”

“ฉันไม่สน”

“อย่ามาพูดจาปัดความรับผิดชอบ” คราวนี้ผมเป็นฝ่ายจับหน้าเขาให้มองผมบ้าง “นายชอบฉันใช่ไหมธชา”

“คิดว่าไงล่ะ” ธชายิ้มยียวน เขาเลิกคิ้วใส่ผมแล้ววางท่าทางน่าหมั่นไส้เหมือนเดิม

“คิดว่านายปากแข็งเป็นบ้าเลยว่ะ”

“งั้นก็ลงโทษฉันสิ”

ธชายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมรู้ความนัยที่เขาจะสื่อ ผมหรี่ตาลง มองใบหน้าเจ้าเล่ห์และดวงตาเรียวรีสีดำสนิทที่ดูจะคาดหวังกับบทลงโทษซะเหลือเกินแล้วตัดสินใจคล้องคออีกฝ่ายรั้งลงมาใกล้จนริมฝีปากเราเกือบสัมผัสกัน ผมสบตาเขาในระยะประชิดแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก

“ถ้าลงโทษแล้วจะเชื่องไหมล่ะ?”

“ขึ้นอยู่กับว่านายลงโทษได้เด็ดขาดหรือเปล่า”

ธชากระซิบชิดริมฝีปาก ฝ่ามืออุ่นสองข้างเลื่อนลงแตะเอวผม แล้วคลอเคลียปลายนิ้วตัวเองบนผิวเนื้อเปล่าเปลือยชื้นเหงื่อของผม จากนั้นก็รั้งเอวผมเข้าแนบชิดกับเขา ริมฝีปากบางกดลงเบาๆ บนเรียวปากผมคล้ายจะหยอกเย้าและรอให้ผมตอบสนอง ผมส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วบดริมฝีปากกลับคืน

ผมไม่ได้บอกว่าชอบเขา แต่แค่จูบพวกเราเข้ากันได้ก็แค่นั้น

สัมผัสเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปลายลิ้นพวกเราเกี่ยวพันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ธชาเริ่มมือซุกซนเลื้อยไปทั่วตัวผม น่าแปลกที่ผมไม่ได้ปัดมันทิ้งแล้วปล่อยให้เขาทำตามใจอยาก ผมคำรามเสียงต่ำในลำคอ กดจูบหนักๆ แล้วขบริมฝีปากธชาแรงๆ แต่คราวนี้ไม่ได้แรงมากจนถึงขั้นเลือดตกยางออก ผมออกแรงผลักเขาจนธชาเสียหลักลงไปนั่งบนเบาะนั่งตัวกลมที่อยู่ใกล้กับตู้ล็อกเกอร์แล้วขึ้นทับเขาไว้

“เครื่องติดแล้วหรือไง” ธชายิ้ม เขาจ้องผมแล้วชันแขนไว้ไม่ยอมนอนราบลงไป “รู้ตัวไหมว่าตอนนี้นายโคตรเซ็กซี่เลยตอนคร่อมอยู่บนตัวฉันเนี่ย”

“พูดมาก” ผมหรี่ตา ยื่นมือถกชายเสื้อธชาขึ้นจนเจ้าตัวตาโตรีบตะครุบเอาไว้ “เฮ้ นายจะให้ฉันถอดอยู่คนเดียวหรือไง ไม่แฟร์นะเว้ย!

“ฉันว่านายเข้าใจอะไรผิดไปนะแฮกเตอร์” ธชาว่าพลางหรี่ตาลง เขาคว้าข้อมือผมไว้แล้วฉุดลงมาก่อนพลิกตัวผมลงไปนอนราบแล้วเป็นฝ่ายขึ้นทาบทับแทน ใบหน้าคมเข้มประดับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาเรียวรีฉายประกายแพรวพราว เขายื่นหน้ามามาชิดซอกคอผมแล้วกระซิบเสียงพร่า “อันที่จริงฉันก็ชอบให้นาย On Top นะ แต่ตำแหน่งนายน่ะอยู่ตรงนี้มากกว่า”

“เฮ้!

ผมส่งเสียงประท้วง แต่ธชาไม่ฟัง เขากดจูบลงบนซอกคอผมแล้วเม้มแรงๆ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าไอ้เวรนี่ฝากรอยคิสมาร์กเอาไว้ ผมขมวดคิ้วมุ่น อดชกสีข้างเขาแรงๆ ด้วยความหงุดหงิดไม่ได้ มือธชาป่ายไปทั่วร่างกายผม ในขณะที่มือผมสาละวนอยู่กับการกระชากขอบกางเกงเขา ให้ตายผมก็จะไม่ยอมโดนถอดอยู่คนเดียวแน่!

แอ๊ดดด...

“เอ่อ...”

เสียงประตูเปิดเข้ามาพร้อมกับเสียงทุ้มที่ฟังดูกระอักกระอ่วนใจ ผมกับธชาชะงักสิ่งที่กำลังทำอยู่แล้วหันไปทางต้นเสียงเป็นตาเดียว ไมเคิลจ้องพวกเราด้วยดวงตาเบิกกว้าง แถมยังอ้าปากหวอน่าเกลียด เขามองสลับไปมาระหว่างผมที่ใส่แค่กางเกงตัวเดียวกับธชาที่คร่อมผมอยู่โดยมีมือผมเกี่ยวอยู่กับขอบกางเกงเขาทำท่าจะถอดออกให้ได้

เวรเอ๊ย งานเข้าเต็มๆ เลย!

“ทำหน้าที่นายซิธชา” ผมผลักอกเขาให้ออกจากตัวเองแล้วลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางปกติโดยเมินสีหน้าของไมเคิลไป ธชาหัวเราะเบาๆ เขาโคลงหัวใส่ผมแล้วหันไปทางไมเคิล

“ไง เข้ามาขัดจังหวะแบบนี้ไม่ขอโทษกันหน่อยเหรอ”

“คุณกับแฮกเตอร์...” ไมเคิลดูสับสนจนพูดติดขัด “คบกันเหรอ?”

“อันที่จริงก็...” ธชาทำท่าจะตอบ แต่ผมขัดขึ้นก่อน

“ธชา เลิกเล่นสนุกได้แล้ว”

เขาเหล่มองผมแวบนึงแล้วถอนหายใจเฮือก

“ก็ได้ๆ” ว่าพลางยกสองมือขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ ก่อนหันไปสบตาไมเคิลอีกครั้งแล้วเริ่มทำหน้าที่ของตัวเอง “เฮ้ ไมเคิล ที่นายกำลังเห็นนี่ลืมไปซะเข้าใจไหม?”

“ลืม...?”

“นายเข้ามาในห้องนี้แล้วเห็นแค่ฉันกำลังนั่งรอแฮกเตอร์อาบน้ำอยู่” ธชายิ้มระรื่น ส่วนผมได้แต่นั่งเท้าแขนมองเขาใช้ความสามารถพิเศษตัวเองบิดเบือนความทรงจำของไมเคิล “พวกเราไม่ได้กำลังนัวเนียจนเกือบได้เสียกัน”

ให้ตาย ผมโคตรเกลียดประโยคนี้ชะมัด!

“คุณแค่นั่งรอแฮกเตอร์อาบน้ำ...” ไมเคิลทวนคำด้วยสีหน้าเลื่อนลอย

“อ่าฮะ แล้วก็...” ธชาว่าพลางโคลงหัวไปทางล็อกเกอร์ที่บุบเป็นหลุมใหญ่ “รอยบุบนั่นมีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว พวกฉันไม่ได้ทำ เก็ตนะ”

“รอยบุบมีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว...”

“เข้าใจแล้วนายก็ไปได้”

ธชาผายมือไปยังประตูทางออก ใบหน้าประดับรอยยิ้มกวนอารมณ์จนผมเท้ากระตุก ส่วนไมเคิลที่น่าสงสารได้แต่กะพริบตาปริบหมุนตัวเดินออกไปแต่โดยดีจนทั้งห้องเหลือเพียงแค่พวกเราสองคน ผมถอนหายใจ เอื้อมมือคว้าผ้าขนหนูมาพาดบ่าแล้วเดินดุ่มไปทางห้องน้ำ แต่ธชากลับรั้งแขนผมไว้ ผมมองเขา เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“ให้ช่วยอาบไหม?”

“อย่ามาได้ใจ” ผมตบหน้าอกเขาด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่น้อยนัก ธชาหน้าเบ้ ไม่รู้ว่าเพราะจุกหรือขัดใจที่ผมไม่ยอมให้เขาตามเข้าห้องอาบน้ำด้วย “เห็นฉันยอมเข้าหน่อยคิดว่าจะขออะไรก็ได้หรือไง”

“ก็นึกว่าจะได้”

เขาบ่นงึมงำกับตัวเองจนผมหลุดหัวเราะออกมา แล้วคว้าต้นคอเขารั้งมาจูบหนักๆ บนริมฝีปาก ธชาดูตกใจที่เห็นผมเริ่มก่อน แต่ต่อมาเจ้าตัวก็ตอบรับผมแต่โดยดี แถมมือไม้ยังนัวเนียผมไปทั่ว ผมพลักเขาออกก่อนทุกอย่างจะเกินเลยไปมากกว่านี้แล้วทิ้งท้ายไว้ก่อนเดินเข้าห้องอาบน้ำ

 

“เรื่องเมื่อกี้ไว้ต่อให้เสร็จในวันหมั้นแล้วกัน จำไว้ว่าฉันไม่ยอมนายง่ายๆ หรอกนะธชา”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น