June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

76. ไม่มี​ประโยชน์​หรอก​! (เสกต่อ)

ชื่อตอน : 76. ไม่มี​ประโยชน์​หรอก​! (เสกต่อ)

คำค้น : เสก​ต่อ​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.4k

ความคิดเห็น : 70

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2562 06:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,600
× 0
× 0
แชร์ :
76. ไม่มี​ประโยชน์​หรอก​! (เสกต่อ)
แบบอักษร

22.

ต่อ Part

" พี่กรครับ ทำไมถึงจำได้ล่ะครับทั้งที่เอ่อ.. " 

ผมถามพี่กรด้วยอาการอยากรู้ช่วงรออาหารที่สั่งไปเหตุการณ์เมื่อกี้ทำให้ใจผมเต้นเเรงไม่หยุดเลยด้วยความที่กลัวไอ้พี่เสกจำได้  

 " แรกๆก็คุ้นแต่พอมองตามสายตาของต่อถึงได้รู้ "

พี่กรตอบยิ้มสดใสสายตาที่ผมมองไอ้พี่เสกสินะสมกับเป็นพี่กรจริงๆที่ดูออกทันที

 " น่าอายจังนะครับ " ผมบอกหมายถึงเรื่องที่ตัวเองทำ 

 " ไม่หรอกสวยดีออกหนุ่มๆแถวนี้มองตาค้างเลยนะ " พี่กรบอกแล้วมองไปรอบๆ 

 " และอีกอย่าง คนเรามีวิธีการแสดงออกไม่เหมือนกัน " 

พี่กรบอกแล้วยิ้มเหมือนอารมณ์ดีสุดๆส่วนผมก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆรับคำชม  

แล้วอาหารเช้า3อย่างที่พี่กรสั่งก็ถูกนำมาวางตรงหน้าผม 

" กินสิผอมลงนะเรา  " ก็จริงอย่างพี่กรบอกน้ำหนักผมลดลง3กิโล

จากนั้นผมกับพี่กรก็ลงมือจัดการอาหารตรงหน้าจนรู้สึกอิ่มแปล้เลยเป็นครั้งแรกในรอบ3เดือนที่รู้สึกอิ่มอร่อยกับอาหารเช้าแบบนี้ 

 " พี่กรจะไม่ถามหรือครับเรื่องของผมกับคุณเสก  " ผมเอ่ยถามเมื่อพี่กรว่าอิ่มแล้วเพราะความรู้สึกอึดอัดมันมีอยู่ในใจ 

 " แล้วเราล่ะอยากเล่ามั้ย " พี่กรถาม

 " เอ่อ.. ผมทำผิดต่อคุณเสก "  ผมทำท่าอึดอัดที่จะบอกออกไป

 " ถ้าอึดอัดก็ไม่ต้องเล่าหรอก "  พี่กรบอก 

 " ขอบคุณนะครับ " 

 " เราเป็นครอบครัวเดียวกันนี่ " พี่กรบอกแล้วยิ้มออกมาจนผมรู้สึกเหมือนกำลังจะร้องไห้เพราะว่ารอยยิ้มที่จริงใจกับคำพูดที่ว่าครอบครัวเดียวกัน 

" แต่ผมทำร้ายจิตใจของคุณเสก " ผมบอกเสียงสั่นๆ  

แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อเสียงผู้ชายที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังน้ำเสียงนั่นผมจำได้ดีทำให้ร่างกายผมแข็งทื่อเหมือนโดนคำสาป แต่เสียงหัวใจเต้นเเรงขึ้น ดีใจเหมือนจะร้องไห้เสียงที่ผมคิดถึงมาตลอด 3เดือนผมรีบหยิบเมนูขึ้นมาปิดหน้าทันทีมือไม้ก็สั่นๆเป็นเจ้าเข้า 

 " กรทำอะไรของมึงวะ " ไอ้พี่เสกโวยพี่กรแล้วเหลือบมามองที่ผมที่นั่งอยู่เราสองคนสบตากันแวบหนึ่งแล้วผมรีบก้มหน้าลงทันที  

ไอ้พี่เสกจำผมได้หรือเปล่า? ทำไมทำหน้าตกใจเหมือนเห็นผีแบบนั้น   

 " กูมีลูกค้าด่วน " พี่กรตอบแล้วลุกขึ้นยืนลากไอ้พี่เสกไปคุยด้านนอกแต่ไอ้พี่เสกทำท่าไม่อยากไป 

แล้วสักพักพี่กรก็เดินกลับมาส่วนไอ้พี่เสกก็แยกไปอีกทางก่อนไปยังหันกลับมามองที่ผมอีกจนผมต้องรีบก้มหน้าลงเอาเมนูมาปิดหน้า

 " เอ่อ คุณเสกว่าไงบ้างครับ " ผมรีบถาม

 " มีงานด่วนนิดหน่อยน่ะ " พี่กรตอบแต่สีหน้าผมยังกังวล 

" ไม่ต้องห่วงหรอก หมอนั่นมันห่วยเรื่องจำใบหน้าคน " 

พี่กรตอบอีกครั้งทั้งที่ผมยังไม่ได้ถามอะไรออกไปแต่ได้ยินคำตอบก็ทำให้ผมยิ้มออกมาก็คงงั้นมั่งปกติก็ไม่ค่อยจะใส่ใจอะไรกับใครอยู่แล้ว ถ้าเป็นไอ้พี่เสกคนเดิมผมคิด

" ขอบคุณนะครับที่ช่วยผมเมื่อกี้ " ผมบอกถ้าพี่กรไม่ดึงไอ้พี่เสกไปก่อนผมคงทำอะไรไม่ถูก คงจะเป็นเรื่องน่าอายมากที่สุดในโลกเท่าที่ผมเคยทำมา

 "  เห้!! มีแต่คำขอบคุณๆน่าเบื่อเปลี่ยนเป็นเบอร์โทรได้มั้ย " พี่กรบอกแล้วยื่นมือถือมาให้ผมก็เลยกดเบอร์ใหม่ให้พี่กรอย่างเลี่ยงไม่ได้

 " เอ่อ..พี่กรครับผมขอตัวครับพอดีผมมีงานช่วงบ่ายขอบคุณนะครับสำหรับอาหารมื้อนี้ " ผมรีบบอก 

 " เดี๋ยวไปส่ง " พี่กรบอกห้ามผมไว้แล้วหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออกผมทำท่ากระอักกระอ่วนกลัวพี่กรโทรหาไอ้พี่เสก

 " อยู่ไหนครับ " พี่กรถามคนปลายสาย

 " ผมอยู่ที่ร้านzzแถวโรงแรมQ "  พี่กรพูดกับคนปลายสาย

" ผมไม่มีรถนี่ครับ.. นะครับ "  พี่กรบอกแกมขอร้องแล้วก็วางสายไป  

 " รอ10นาที " พี่กรบอกผมยิ้มออกมาคนปลายสายใช่พี่เนียร์หรือป่าวนะ รึว่าพี่กรกับพี่เนียร์คบกันแล้วผมคิดสงสัย

ผ่านไปสักพักร่างสูงของพี่เนียร์ก็เปิดประตูร้านเข้ามา พี่เนียร์มองผมทำหน้างงๆคงเพราะผมอยู่ในชุดผู้หญิงเมื่อพี่เนียร์มาถึงผมก็ยกมือไหว้ทันที ในขณะที่ที่พี่เนียร์รับไหว้ผมทั้งที่งงอยู่

 " สวัสดีครับ " ผมพูดแล้วพี่กรก็กระซิบเสียงเบาบอกพี่เนียร์ว่า เป็นต่อไงครับ แล้วพี่เนียร์ก็ส่งยิ้มแหยมาให้ผมและก็ไม่พูดอะไรออกมาคงถามพี่กรทีหลังแน่ๆน่าอายชะมัดเลย 

 เป็นต่อเอ้ย! ทำเพื่ออะไรวะอยากเห็นหน้าแต่พอเห็นแล้วกลับอยากจะวิ่งหนี.. 

จากนั้นผมก็ให้พี่กรมาส่งแค่ห้างใกล้ที่พักผมเพราะว่าที่อยู่ใหม่ของผมมันอยู่ในซอยลึก 

ร้านอาหาร sss

1 อาทิตย์ต่อมา

" ต่อวันนี้มีลูกค้าคนสำคัญที่ห้องVIPนะนายดูแลกับพงษ์ล่ะกัน " 

เสียงผู้จัดการร้านสั่งและผมมองไปที่นาฬิกาจะ6โมงเย็นแล้วจวนจะถึงเวลาเข้างานผมลืมกินข้าวหลังจากช่วงบ่ายผมไปช่วยบีมแต่งห้องใหม่ของบีมเป็นคอนโดหรูใจกลางเมืองที่แฟนหนุ่มใหญ่นักธุรกิจของบีมซื้อให้ บีมชวนผมไปอยู่ด้วยแต่ผมไม่ไปถึงบีมจะบอกว่านานๆเค้าถึงจะมาค้างด้วยแต่ผมก็ไม่สนิทใจอยู่ดีผมชอบห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆที่ผมอยู่มันแคบๆทำให้ไม่เหงาดี

และแล้วก็ถึงเวลาเริ่มงานผมมองป้ายสีทองหน้าประตูVIPคนรวยเท่านั้นที่จะมานั่งในห้องอาหารหรูๆนี้ได้

แล้วผมก็เปิดประตูเข้าไปผู้หญิงสวยที่นั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมามองผมก็เลยวางเมนูลงแล้วเสียงเปิดประตูเข้ามาของผู้มาใหม่พร้อมกับเสียงขอโทษเบาๆ 

 " ขอโทษครับที่มาช้า "   สะ........สะ......เสียงนี้ผมที่ยืนก้มหน้าอยู่เงยหน้าขึ้นมอง

ไอ้พี่เสก!  ผมพึมพำชื่อนั้นออกมาเเต่เสียงเบาๆเหมือนร่างสูงที่ยืนอยู่จะได้ยินหันมามอง

ไอ้พี่เสกทำท่าตกใจเล็กน้อยนัยน์ตาคมไหววูบนิดนึงแล้วก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติและนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับผู้หญิงคนนั้นต่างจากผมที่ยืนนิ่งเหมือนจะเป็นลมแขนขาไม่มีเรี่ยวแรง 

ไอ้พี่เสกที่ผมคิดถึงตอนนี้นั่งอยู่ด้านหน้าผมร้านอาหารในเมืองมีเป็นสิบ ยี่สิบร้านทำไมต้องเป็นร้านนี้ 

โชคชะตากำลังเล่นตลกกับผมงั้นหรอ 

 " อ้าวรู้จักกันหรือคะ " เสียงผู้หญิงคนนั้นถามไอ้พี่เสกเบาๆแต่ผมที่ยืนอยู่ข้างๆร่างสูงหันมามองที่ผมนิดนึงแล้วรีบเบือนหน้าหนีทำท่าทีปกติ

" เปล่าครับแค่คล้ายกับคนรู้จัก " ไอ้พี่เสกบอกทั้งน้ำเสียงท่าทางสายตามันฟ้องมันฟ้องว่ามันไม่เหมือนเดิมไอ้พี่เสกไม่เหมือนเดิมผมอยากออกไปจากตรงนี้ แต่ผมก็ทำได้แค่ยืนนิ่งฟังบทสนทนาของบุคคลทั้งสอง

" นั่นสินะคะคุณเสกจะไปรู้จักกับเด็กเสริฟได้ไง " 

เสียงผู้หญิงคนนั้นก้มลงพูดกระซิบกระซาบ 

 " สั่งอาหารเถอะครับ " ไอ้พี่เสกบอกเสียงนิ่งแล้วผมก็ยื่นเมนูให้พยายามควบคุมมือตัวเองไม่ให้สั่น 

 " ข้าวผัดปูมั้ยค่ะน่าอร่อย " เสียงผู้หญิงคนนั้นบอกขณะที่ตายังจ้องเมนูอยู่ 

 " ผมไม่ชอบข้าวผัดครับ " เสียงเเข็งๆของไอ้พี่เสกพูดทำให้ร่างกายผมชาเจ็บจี๊ดๆในใจ 

ไม่ชอบกินทั้งที่เคยชอบแล้วผมล่ะ ผมที่ไอ้พี่เสกเคยบอกว่าชอบ แล้วตอนนี้ล่ะ.... ผมเริ่มคิดเยอะ

นัดดินเนอร์กับผู้หญิงทั้งที่ปกติไม่ชอบสถานที่แบบนี้ หรือว่าจะมีคนใหม่แล้วไอ้พี่เสกไม่เหมือนเดิมแล้วและเป็นผู้หญิงงั้นหรือ? 

ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกปวดหัวอย่างหนักม่วนคลื่นในท้องกำลังปั่นป่วนเหมือนจะอ้วกออกมาลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของไอ้พี่เสกหนวดเคราเริ่มขึ้นจางๆเหมือนไอ้พี่เสกจะผอมลงด้วยมั่ง ร่องรอยใต้ตาคล้ำเหมือนคนอดนอนคงทำงานหนักเพราะว่าตอนที่ผมไปเฝ้ามองไอ้พี่เสกมาทำงานทุกวันตรงเวลาเป๊ะๆ 

แล้วผู้หญิงคนนั้นก็สั่งอาหาร 4 อย่างก่อนที่ผมจะออกจากห้องอาหารvip นั่นด้วยใจที่เหม่อลอย 

" คุยเรื่องของเราเถอะครับ " เสียงไอ้พี่เสกบอกผู้หญิงคนนั้น 

เรื่องของเราคำนั้นทำให้ผมเอามือปาดน้ำตาที่ซึมเดินสวนทางกับเด็กเสริฟอีกคนแล้วบอกว่าฝากด้วยผมยื่นเมนูให้  

" พี่ต่อเป็นอะไร " เด็กหนุ่มถามผม 

" พี่ปวดหัวนิดหน่อยลางานให้พี่ด้วยนะ " เด็กหนุ่มคนนั้นพยักหน้าแล้วผมก็เดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือ 

แล้วกดโทรหาบีมผมรู้ว่าบีมไม่ได้ทำงานแล้วตอนนี้ผมต้องการเพื่อนสักคนที่คุยรับฟังความเจ็บปวดของผม 

21.00  น

 " กูเจอเค้าแล้วบีม กูเจอเค้ามากับผู้หญิงมันเจ็บบีมฮือๆ " ผมโผเข้ากอดบีมทันทีที่บีมเปิดประตูห้องผมเข้ามา  

" มึงเล่าใหม่ดิตั้งสติ " บีมบอกแล้วผมก็เล่าให้บีมฟังทั้งหมด  

" เห้อ.. ตัดใจเถอะต่อถ้ามันเป็นแบบนี้ " บีมบอกผม

 " ไม่ๆตัดใจแค่อยากให้เป็นแบบนี้ เวลากูมองเค้าในใจกูมันคิดถึงเค้าคิดถึงตอนรักกันกูจะตัดใจได้ยังไง " 

ผมบอกบีมทั้งน้ำตา

 " เอางี้ไปถามเค้าตรงๆเลยมั้ย บอกความรู้สึกมึงไปถึงตอนนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับเค้าแล้วว่าจะเอายังไง " บีมบอกผม  

" ถามตรงๆงั้นหรอแล้วถ้าคำตอบมัน...ไม่เหลือความรักแล้ว ฮือ... ถ้าเค้าไม่ให้อภัยกูล่ะ " ผมถามบีม 

" กูนอนกับคนอื่นนะบีม กู กูมีอะไรกับคนอื่นเป็นใครก็รับไม่ได้หรอกแม้แต่ตัวกูเอง " ผมบอกคร่ำครวญทั้งน้ำตา 

" คิดแล้วเคืองก็ไอ้โจ้ซิปหาย " บีมพาลถึงโจ้แต่ผมก็พยายามลืมมันแล้วทั้งที่จำอะไรไม่ได้เลย แต่คงเพราะฤทธิ์ยาทำให้ผมเคลิ้มหรือเพราะอะไรก็ช่างมัน

" กูไม่ได้มีอะไรกับมึงคืนนั้น " เสียงของผู้ชายดังขึ้นจากทางด้านหลังผมกับบีมหันไปมอง

 " โจ้  มะมึงพูดว่าอะไรนะ " บีมถามโจ้แต่ผมยังนิ่งซ็อคอยู่   

แล้วโจ้ก็เล่าว่าโจ้จัดฉากให้เหมือนส่วนอาการปวดเมื่อยโจ้ก็แค่จับให้ผมนอนผิดท่าและใช้ตัวช่วยของเล่น sextoy นิดหน่อยเพื่อให้รู้สึกสมจริง

ไม่ได้มีอะไรกันแสดงว่าผมเข้าใจผิดงั้นหรอ แล้วผมก็ปล่อยหมัดไปที่หน้าของโจ้รัวๆจนบีมต้องจับผมแยกออก 

 " เลว เลว ทะ ทำไมถึงพึ่งมาบอก อึก ฮือ!! " 

ผมทรุดตัวลงนั่งกับพื้นร้องไห้ออกมาทั้งดีใจทั้งเสียใจที่รู้ทีหลังว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นคืนนั้น ผมหลงเข้าใจผิดมาตลอด 

" ขอโทษกูแค่อยากให้แน่ใจว่ายัยแม่มดนั่นจะเลิกยุ่งกับมึง " 

โจ้บอกเสียงเศร้าแล้วเอามือขึ้นลูบที่มุมปากตัวเองเลือดเริ่มซึมออกมา 

" พอๆเถอะทั้งคู่ตอนนี้รู้แบบนี้ก็ดีแล้ว " บีมบอกผมและโจ้ 

" แต่คุณเสกไม่รู้ " 

ผมบอกเสียงสั่นๆทำท่าดีใจถ้าคุณเสกรู้เค้าอาจจะ......... อาจจะ... ไม่เป็นแบบนี้

 " เค้ารู้กูบอกเค้าแล้ว "  โจ้ตอบและลุกขึ้นเดินไปหยิบทิชชู่มาเช็คเลือดที่มุมปากตัวเอง

 " เมื่อไหร่ "  บีมถาม

 " เดือนที่แล้ว " โจ้บอกแล้วเดินออกไปไม่ฟังเสียงร้องตามของบีมที่บอกให้กลับมาทำแผลก่อน 

ไอ้พี่เสกรู้เรื่องทั้งหมดมาเป็นเดือนๆแล้วแต่ทำไมถึงไม่มีท่าทีอะไรเลยแววตาเฉยชาพวกนั้นมันทำให้ผมรู้สึกว่าไอ้พี่เสกเปลี่ยนไปแล้ว 

" ทำไมล่ะบีมทำไมรึว่าเค้าลืมกูแล้วเค้ามีคนใหม่  " ผมได้เเต่เพ้อออกมา  

 " ไม่รู้สิเค้าอาจจะกำลังตามหามึงอยู่ก็ได้เอาน่าอย่าคิดมากดิวะ ! " 

บีมปลอบใจผมแล้วก็บังคับให้ผมกินข้าวก่อนจะกินยา 

ต่อจากนั้นก็ลากผมแกมบังคับให้ไปนอนพักผมแกล้งหลับตาลงเพื่อให้บีมสบายใจแต่ใจผมกลับไม่สบายเลย  

ตลอดเวลาผมรอให้ไอ้พี่เสกให้อภัยผมคิดว่า เวลาจะช่วยผมได้แต่ผมก็ลืมไปว่า 

เวลามันก็เปลี่ยนใจคนได้เหมือนกันถ้าหากว่าไอ้พี่เสกหมดรักผมแล้วจริงๆผมจะทำยังไง  แล้วน้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลออกมาโดยไม่อาจกลั้นไว้ได้นอนตะแคงนิ่งร้องไห้ให้กับทุกความรู้สึกที่หลากล้นในหัวใจร้องไห้ให้กับบางอย่างที่ ไม่อาจจะหวนคืน....... 

เสก  Part

 " นายครับนี่รายละเอียดที่นายให้ผมตามคุณพิมครับ  " 

ลูกน้องคนสนิทผมวางเอกสารลงผมหยิบขึ้นมาอ่านหลังจากที่โจ้บอกเรื่องพี่พิมในวันนั้น

ผมก็ให้ลูกน้องตามสืบเรื่องของพี่พิมและผมเองก็กำลังยุ่งค้นเรื่องความไม่ชอบมาพากลของการใช้จ่ายงบของโรงแรมอยู่และผมคุยกับพ่อผมท่านบอกว่าท่านรู้และกำลังตามเรื่องอยู่ และเหตุผลที่เป็นต่อถูกเลื่อนตำแหน่งก็เพราะว่าเหตุนี้และนั่นทำให้ผมเข้าใจพ่อกับแม่มากขึ้นผมวางเอกสารลงสองมือกำแน่น 

" เอาไงดีครับนาย " ลูกน้องคนสนิทผมถาม

ผมมองหลักฐานการโอนเงินในมือผมและหลักฐานคลิปเสียงของพี่พิมที่สั่งการให้โจ้ทำ โจ้เป็นคนส่งให้ลูกน้องผม กระโตกกระตากไปก็คงไม่ได้ไม่งั้นผมจะไม่รู้และเข้าถึงระบบเส้นสายของพี่พิมในบริษัท 

" ใจเย็นๆคนอย่างพี่พิมหนามยอกเอาหนามบ่ง " 

( ตอบโต้หรือแก้ด้วยวิธีการทำนองเดียวกัน ) 

แล้วผมก็เริ่มวางแผนคร่าวๆให้ลูกน้องผมฟังและจัดการให้สาสมกับที่ทำกับเป็นต่อและโจ้ 

" เอ่อ. แล้วแฟน เอ่อ.. คุณต่อนายจะให้ผมตามหามั้ยครับ " ลูกน้องผมถามผมนั่งนิ่ง 

หลายวันมานี่ผมนึกคิดถึงคำพูดของโจ้ตลอดเวลา 

ย้อนไปเมื่อ2วันก่อนตอนที่ผมตามเรื่องของพี่พิม

โจ้เอาคลิปเสียงที่คุยกันทางโทรศัพท์มาให้ผมเพื่อเป็นหลักฐานเพื่อมัดตัวพี่พิม 

" คุณรู้เรื่องของต่อแล้วทำไมยังไม่ทำอะไร " โจ้ถามเสียงขุ่นๆ 

" ไม่ใช่เรื่องของนาย " ผมบอกด้วยท่าทีหงุดหงิด

" อย่าใจแคบยึดติดสิครับ " โจ้บอก

" หมายถึงอะไร " ผมถามงงๆ

" คุณรับไม่ได้ที่เป็นต่อนอนกับคนอื่นถึงมันจะเรื่องจริงหรือไม่ก็ตามคุณลังเลที่จะกอดกับเป็นต่ออีกครั้ง " 

" หึ! คุณรักเป็นต่อแบบไหนกันแน่ รักแบบรักมากหวงมากยึดติดกับร่างกายมากกว่าจิตใจรึเปล่า หรือว่ารักจริงที่มั่นคงรักที่ตัวตนรักที่จิตใจของเป็นต่อคุณกลับไปคิดดู "

 โจ้บอกพยายามสอนผม

" อย่ามาทำเป็นรู้ดี! " ผมว่าเสียงดังเริ่มโมโห 

" คุณน่ะขี้ขลาดมากกว่าเป็นต่ออีกคุณเสก และสุดท้ายความขี้ขลาดของคุณมันจะทำให้คุณเสียเป็นต่อไปอย่าลืมนะครับว่าเวลามันเปลี่ยนคนที่คุ้นเคยให้เป็นคนแปลกหน้าได้  " 

โจ้บอกแล้วหมุนตัวเดินไปแต่ผมดึงแขนโจ้ไว้แล้วชกไปที่ปลายคางของโจ้ด้วยความโมโหที่โจ้นั่นพูดถูกทุกคำผมแย้งอะไรไม่ได้เลย 

 ผมเป็นแบบนั้นโจ้พูดแทงใจดำผมทุกคำ 

 พลั่ก!!  

" ไปซะ!! หมัดนี้สำหรับที่นายทำกับเป็นต่อ " 

ผมออกปากไล่เสียงสั่นๆพยายามข่มอารมณ์โกรธไว้ 

 " ผมจะยอมให้คุณทำร้ายผมครั้งนี้ เป็นครั้งสุดท้ายนั่นไม่ใช่เพื่อคุณแต่เพื่อเป็นต่อเพื่อนของผม! " 

โจ้บอกแล้วเดินหนีผมไป...... 

ผมคิดนานถึงเหตุการณ์วันนั้น

" เอ่อ นายครับจะให้ผมตามเรื่องคุณต่อมั้ยครับ " ลูกน้องผมเรียกถามคงเห็นผมเหม่อคิดนานไป

" อืม ให้เร็วที่สุดตามโจ้น่าจะรู้เร็วขึ้น " 

ผมสั่งลูกน้องเพราะว่าโจ้ยังไม่ตัดขาดกับเป็นต่อผมรู้ดี 

และผมก็กำชับเรื่องแผนลวงอีกครั้งให้ทุกอย่างมันลงตัวก่อนแล้วลูกน้องก็กลับออกไปเป็นพี่พิมเองที่เดินเข้ามามองหน้าลูกน้องผมนิดนึง 

" เย็นนี้คุณเสกมีนัดทานข้าวกับคุณกานดาหุ้นส่วนใหญ่ค่ะ " กานดาสาวสวยสมองหมอคนนั้นสินะขนลุกเลยแค่คิดก็อิ่มเอิบผมคิดในใจ พร้อมกับทำหน้ายุ่งๆ 

" ทำใจค่ะ คนนี้เลี่ยงไม่ได้ " พี่พิมบอกแล้วเดินออกไป  

คนเราทั้งที่ไว้ใจและให้ความสำคัญขนาดนี้ทำไมถึงทรยศกันได้นะแล้วก็นึกถึงพ่อผมพี่พิมทำงานกับท่านมาเกือบ 20ปี  

20ปียังทรยศ ได้.... แล้วผมยังจะยึดติดกับหลักเกณฑ์หลักการบ้าบอนั่นอยู่อีกหรือถ้าเวลาเปลี่ยนใจเป็นต่อได้จริงๆอย่างที่โจ้พูดผมคงๆ........

คิดได้แล้วผมก็กดโทรหาลูกน้องคนสนิทให้ไปตามเพื่อนต่ออีกคนคือบีม.. 

ร้านอาหารsss 

ช่วงเย็นผมมีนัดทานข้าวกับคุณดาที่ร้านอาหารหรูย่านชานเมืองผมก็แปลกใจที่พี่พิมนัดหมายที่นั่นให้

และลูกน้องผมก็ส่งข้อมูลมาบอกว่ากานดากับพี่พิมกำลังจะพยายามแบล็คเมล์ผมเรื่องสิ่งที่ผมเป็น (เกย์) และเหมือนคุณกานดาจะพยายามรวบหุ้นของโรงแรมผมหลายที่ทุกอย่างมีที่มาที่ไปนั้นทำให้ผมเลี่ยงนัดนี้ไม่ได้ ถึงแม้ผู้หญิงคนนี้จะพยายามกลืนกินผมก็ตาม 

ตั้งแต่มีเมียเป็นผู้ชายผมรู้สึกถึงความสนใจในผู้หญิงของผมมันเปลี่ยนมันลดลงไม่ใช่ดูถูกเพศตรงข้ามนะครับแต่จิตใจผมมันเป็นแบบนั้นจริงๆมันพิสูจน์ได้ช่วงที่ผมห่างกับเป็นต่อ 

ผมเที่ยวผมพยายามที่จะลืมโดยใช้ผู้หญิงเข้ามาสุดท้ายก็โดนฝ่ามือสองสามครั้งแถมยังส่งท้ายด้วยคำว่า  ไปตายซะ! เหตุเพราะน้องชายส่วนล่างผมอ่อนแอเกินไปช่างเป็นเรื่องน่าขายหน้ามากๆผมจะให้ใครรู้ไม่ได้ 

 " เอ่อ ขอโทษครับที่มาช้า " ผมรีบเปิดประตูห้องอาหารเข้าไปพลางพูดขอโทษกานดาทันที 

ไอ้พี่เสก  น้ำเสียงพึมพำชื่อผมเบาๆนั้นทำให้ผมหันไปมอง  ต่อ!

เราสองคนสบตาดวงตาเรียวไหววูบรู้สึกถึงความเศร้าหมองในดวงตานั่นผมทำท่าตกใจ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้ดูนิ่งเฉยเหมือนเดิมเมื่อกานดาถามว่ารู้จักมั้ย ผมก็บอกไปว่าเลี่ยงไปว่าเหมือนคนเคยรู้จัก 

และผมก็รู้ว่าผมโดนจ้องตลอดเวลาแต่ผมก็ยังทำหน้าเฉยๆนิ่งๆพูดคุยกับกานดาแล้วกานดาก็ถามเรื่องอาหารผมก็บอกไปว่าไม่ชอบข้าวผัดผมตอบแบบนั้นแค่ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้รู้ว่าผมชอบอะไรแบบไหนจนเป็นต่อเดินออกจากห้องไปผมเริ่มคิดยาว

หลังจากที่เด็กเสิร์ฟคนใหม่เข้ามาไร้เงาของเป็นต่อ ผมก็เริ่มกระวนกระวายใจแต่ผมก็ยังเลี่ยงออกจากกานดาไม่ได้ ถ้ากานดารู้ว่าเป็นต่อเป็นใครงานใหญ่แผนการของผมพังแน่

ใจเย็นๆเสกสรรผมบอกตัวเองแล้วผมก็ได้โอกาสขอตัวไปห้องน้ำ  

ผมไปถามหาที่อยู่และเบอร์โทรของเป็นต่อกับผู้จัดการร้าน แต่ผู้จัดการบอกว่ามีแต่ที่อยู่เค้าก็เลยจดให้ผมและถามผมว่าผมกับเป็นต่อเป็นเพื่อนกันหรอผมเลยตอบว่า .. 

 " ไม่ใช่เพื่อนครับแต่เป็นผัว " ผมบอกยิ้มๆและผมก็หยิบเงินออกมาปึกหนึ่งจับยื่นใส่มือผู้จัดการ 

 " บอกผู้หญิงในห้องvipทีครับว่าผมไปตามเมีย " 

แล้วผมก็บึ่งรถไปตามที่อยู่ที่ในกระดาษผมมองตึกอาคารพาณิชย์4ชั้นที่ประตูถูกปิดตายอยู่เหมือนไม่มีคนอยู่หรือที่อยู่จะผิดแต่ยังไงก็เบาะแสเดียวที่มี เป็นต่ออาจจะยังไม่กลับมาก็ได้ผมคิด พลางนึกถึงเป็นต่อผอมลงมากๆขอบตาคล้ำหน้าซีดๆเหมือนคนกำลังป่วย  ดวงตาเศร้าหม่นที่มองมาอย่างตัดพ้อต่อว่านั้นทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดในใจ  

ผมมองนาฬิกาจะเที่ยงคืนแล้วคงไม่ใช่ที่นี่มั่งผมคิดและหมุนตัวกลับ 

 " คุณมาทำอะไร " ผมหันไปมองบีมนั่นเองที่ถามผมบีมอยู่แถวนี้แสดงว่า เป็นต่อ.... 

 " เป็นต่ออยู่ที่ไหน " ผมรีบถามบีมด้วยความดีใจ 

 " คุณบอกมาก่อนว่าคุณมาทำอะไร " 

 " ฉันมาหาต่อ " ผมบอก

 " คุณบอกเหตุผลที่คุณมาสิ  " บีมยังตื้อเอาคำตอบ

 " ฉันรักเป็นต่อ " ผมบอกสารภาพออกไปพิสูจน์ความจริงใจและคงไม่มีคำไหนชัดเจนเท่ากับคำว่ารัก

" ถ้าคุณสนิทใจที่จะกอดเพื่อนผมอีกครั้งนี่กุญแจ " บีมยื่นกุญแจให้ผม 

" ขอบใจ " ผมบอกแล้วทำท่าจะเดินไปที่ประตูด้านหน้าของตึก 

" ไม่ใช่ทางนั้นโน่น ทางโน้น  "  บีมบอกและชี้ไปทางด้านหลังของตึกผมทำหน้างงๆ 

 " ชอบเข้าไม่ใช่รึไงประตูหลัง "  บีมพูดแล้วก็ดันตัวผมให้เดินหน้าไป 

อะไรของมันวะประตูหลัง ? ผมงง 

" โน่นห้องเป็นต่อชั้นบนดาดฟ้าและก็อย่าพยายามควักน้องชายคุณออกมาในคืนนี้ล่ะกัน ต่อมันป่วยอยู่ "  

บีมพูดซะผมหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเมื่อนึกถึงน้องชายตัวเองแล้วบีมก็เดินออกไปทางด้านหน้าปากซอย  

ผมเดินไขกุญแจประตูเหล็กดัดที่กั้นตรงบันไดวนขึ้นไปดาดฟ้าของตึก เมื่อถึงดาดฟ้ามีห้องเล็กๆที่มีประตูอยู่ห้องนี้หรอ? ผมคิดและมองรอบๆมีกระถางต้นไม้วางเรียงรายเป็นแถวๆและฝั่งตรงข้ามก็ไม่มีตึกหรืออาคารสูงมาบังทำให้ลมโชยพัดมาเย็นเอื่อยๆและผมก็เดินไปไขประตูผมเปิดและปิดประตูห้องอย่างเบามือมองรอบห้องที่มีเพียงเเสงจันทร์ส่องสลัวๆเข้ามา ทางหน้าต่างบานเล็กที่มีไว้ระบายอากาศ  

ร่างเพรียวนอนนิ่งอยู่บนฟูกขนาดเล็กที่กินพื้นที่เกือบจะครึ่งห้องในห้องไมมีอะไรเลยนอกจากพัดลมเครื่องเล็กอันเดียวและมีราวเหล็กเล็กไว้แขวนเสื้อผ้าไม่มีอะไรเลย  

นายใช้ชีวิตแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ต่อ

ผมผิดเองผมปล่อยให้ทิฐิเรื่องนอกกายนอกใจนั้นครอบงำเป็นเดือนๆจนเกือบจะทำลายความรักของตัวเองรวมทั้งคนที่ผมรัก

เมี๊ยว ๆๆ แมวตัวอ้วนกลมเดินมาเอาหน้ามาถูที่ขาผมไปมา 

" โบ้ "  ผมอุทานเสียงเบาแล้วนั่งลงอุ้มขึ้นมา เจ้าแมวอ้วนกลมเอาหน้าซบลงที่มือผมเหมือนอ้อนๆมันจำผมได้และผมก็วางแมวลงขยับตัวไปมองเสี้ยวหน้าของเป็นต่อที่นอนหลับสนิทอยู่ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเท่านั้นผมเอามือไล้เบาจับเขี่ยปอยผมออกจากใบหน้าเรียวแขนซ้ายมีพลาสเตอร์ยาแปะอยู่สองอันซึ่งผมมองเห็นตอนที่อยู่ในห้องอาหาร 

เหมือนกับรอยโดนของร้อน 

" ขอโทษ ขอโทษ "  ผมพึมพำเสียงสะอื้นออกมารู้สึกเหมือนจะร้องไห้ผมนั่งอยู่อย่างนั้นนานสักพักก็เลยลุกขึ้นยืนเพื่อจะออกไปสูดอากาศข้างนอก เดินไปก่อนจะถึงประตู 

" อย่า อย่าไปได้มั้ย " 

" ต่อ "  ตื่นอยู่งั้นหรอ?ผมคิด  ผมหันกลับมาเป็นต่อกำลังพยุงตัวเองลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลแต่ขาผมยังยืนนิ่งไม่ขยับ

" อย่าหนีผมไป " ต่อพูดแล้วร้องไห้ออกมาทันทีผมใจหายวาบ 

" นายต่างหากล่ะที่หนี  "  ผมพยายามบอกกลั้นเสียงไว้ไม่ให้สั่นไหวผมทนมองสภาพของเป็นต่อไม่ได้ผมรู้สึกเจ็บปวดในใจ

" ผมจะไม่หนีอีกแล้วผมคิดถึงคุณผมอยากเจอคุณ ฮือๆ " 

เป็นต่อพูดแล้วก็ทรุดตัวลงร้องไห้สะอื้นเอามือทั้งสองปิดหน้าตัวเองไว้  

ผมรู้สึกเจ็บปวดกับภาพตรงหน้าเลยเดินไปนั่งทรุดลงข้างๆกางแขนทั้งสองออกกว้างปรับเปลี่ยนอารมณ์ทันที

" มา กอดหน่อยมา "  ผมบอกเสียงนุ่มเป็นต่อยังทำหน้างงๆกับท่าทีของผม 

" ไหนบอกว่าคิดถึงไง มา.... อัก... " ผมพูดไม่ทันจบเป็นต่อก็โผเข้ามากอดผมเต็มแรงจนผมรู้สึกเจ็บที่หน้าอกเพราะแรงกระแทกเมื่อกี้ และผมก็กอดกระชับเหมือนร่างเราสองคนจะหลอมรวมกัน

"  ฮือๆ ผมขอโทษที่บอกเลิกคุณ ผมคิดถึงคุณผมกลัวคุณจะทิ้งผมไป .... อึก.... ผมเจ็บปวด อึก....ผมเห็นคุณอยู่กับผู้หญิงผมเจ็บที่คุณบอกว่าไม่ชอบกินข้าวผัด ! " 

เป็นต่อพึมพำอยู่กับอ้อมกอดผม

" พอแล้วๆต่อปล่อยก่อนนะ " ผมรู้สึกถึงแรงกอดรัดที่แน่นจากเป็นต่อจนผมรู้สึกเจ็บ

" ไม่ไหวแล้วไม่เอาแล้วชีวิตที่ไม่มีไอ้พี่เสก " เป็นต่อยังพูดไม่หยุด 

" ต่อฟังนะ " ผมจับหัวไหล่ทั้งสองของเป็นต่อไว้ ดวงตาประสานกันในความมืด

" พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่างทุกเรื่องที่ผ่านมาต่อไปนี้เราสองคนมาเริ่มต้นใหม่เรียนรู้กันใหม่ " ผมบอก

เป็นต่อก็พยักหน้าหงึกๆรับ 

" ผมก็ขอโทษเรามาเริ่มต้นกันใหม่ " เป็นต่อพูดแล้วเอื้อมมือเรียวขึ้นมาไล้เบาๆที่แก้มผม 

แล้วผมกับเป็นต่อก็นั่งคุยกันถึงเรื่องราวที่ไม่มีกันและกันในช่วง3เดือนที่ผ่านมารวมทั้งเรื่องพี่พิมเรื่องโจ้แล้วก็มาหยุดที่การเริ่มต้นใหม่ ถกเถียงกันเล็กน้อย

 " เดี๋ยวไอ้พี่เสกคนนี้จะเริ่มจีบน้องต่อเองดีมั้ย " ผมบอก

 " ไม่เอาไม่ดีไม่มีประโยชน์หรอก " เป็นต่อบอกส่ายหน้าไปมา 

 " ทำไมล่ะ หือ " ผมถามเสียงทุ้มๆและยิ้มอ่อนให้

 " ก็ผมรักพี่อยู่แล้วอะ " เป็นต่อบอกแล้วผมก็ยิ้มออกมา  เออจริงแฮะ  

" และอีกอย่างถ้าเริ่มจีบกันใหม่ ถ้ามัวแต่ไล่ตามสเต็ป จีบ จับมือ จูบ จับไม่เอาๆไม่ดีกว่า  กว่าจะมีอะไรกันได้นานไป "  เป็นต่อบอกแล้วโผเข้ามากอดผมแน่นอีกครั้ง  

ว่าไงนะกว่าจะมีอะไรกันได้ เป็นต่อคิดไปถึงไหนเนี่ย ผมคิดขำๆ 

 " อะไรอายรึไงทีเมื่อกี้ร่ายยาวเลย " ผมบอกกับร่างเพรียวที่ส่ายหน้าไปมาอยู่กับหน้าอกผม

" กอดผมหน่อยไอ้พี่เสกกอดแน่น ๆ " เป็นต่อพูดออดอ้อน จนผมต้องออกแรงกอดกระชับขึ้นอีก

การกอดกันหลังจากที่คืนดีกันแล้วผมรู้สึกว่ามันอบอุ่นใจและเหมือนมันแน่นขึ้นมากกว่าเดิม  

 เห้อ!  พรุ่งนี้ผมจะถามเรื่องชุดผู้หญิงที่แขวนอยู่ดีมั้ยนะ

 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาแล้วๆจร้า ตอนนี้ไอ้พี่เสก กับน้องต่อก็คืนดีกันแล้ว เรื่องราวต่างๆกำลังคลี่คลาย ตอนหน้า ตามเรื่องที่ไอ้พี่เสกเอาคืนยัยแม่มดพิมและสวีทโมเม้นท์เดทคู่กันส่วนจะเป็นคู่ไหนติดตามจร้า... 

 1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม  

  ❤️   ขอบคุณคร้า  ❤️

แอบแปะอิมเมจเป็นต่อแต่งหญิงนิดนึง แน่นอนอ่ะว่าeditor Cr. จากรีดผู้น่ารักคนนึง Thanks ♡

#

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}