Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 4 ชำระหนี้ (30%) (NC+)

ชื่อตอน : บทที่ 4 ชำระหนี้ (30%) (NC+)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2561 20:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ชำระหนี้ (30%) (NC+)
แบบอักษร

บทที่สี่

“ขอโทษนะคะ รบกวนพาฉันลงไปข้างล่างที พอดีฉันมีธุระต้องรีบไปจัดการ” พิมพ์นาราแสร้งหูทวนลม สายตาฝ้าฟางขึ้นมากะทันหัน  

“นี่เธอเมินฉันเหรอ!” มิเกลขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายตั้งแต่เท้าจรดหัว

“ฉันต้องไปเก็บของขึ้นเครื่องแต่เช้า รบกวนด้วยนะคะ” หญิงสาวปั้นเรื่องโกหกพูดกับพนักงาน เธอปั้นหน้านิ่งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงโหยหวนตรงหน้า

“ส่งผู้หญิงคนนี้ให้ฉัน ฉันมีธุระกับหล่อน” ชายหนุ่มกล่าวกับพนักงานเป็นภาษาฝรั่งเศส เมื่อเห็นว่า ‘เจ้าหนี้’ เผยสีหน้าฉงนออกมา เขาจึงหันไปพูดกับนางแบบสาวข้างตัว

“ส่วนเธอกลับไปก่อน ไว้ว่างแล้วฉันจะให้คนติดต่อไป” 

แม้ว่าฝ่ายหญิงจะอดหงุดหงิดไม่ได้แต่ก็ไม่กล้าโต้แย้ง ‘ลูกค้า’ คนสำคัญ นานๆทีจะได้รับทรัพย์จากหนุ่มหล่อและรวย ดังนั้นการขัดใจเขา จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสิ้นคิด

“ฉันจะรอคุณว่างนะคะ” นางแบบสาวกล่าวพร้อมยื่นหน้าไปจูบอีกฝ่าย

เสียงลิ้นกระหวัดลิ้นสร้างความกระอักกระอ่วนให้เธอไม่น้อย ถึงแม้นี่จะเป็นโรงแรม แต่หน้าลิฟต์มันก็ถือว่าเป็นสถานที่สาธารณะรึเปล่า คนที่ทำอะไรในที่แบบนี้ได้ ผิวหน้าต้องทำมาจากอะไร

“อืม…”

เสียงรัญจวนของนางแบบสาวดังขึ้นเป็นระยะ เธอได้แต่ข่มใจแล้วทำเป็นไม่ได้ยิน แม้อีกสองเก้าจะเข้าไปในลิฟต์ได้แต่หนทางมันดูยาวไกลกว่าที่เห็นนัก พนักงานสาวข้างๆไม่ยอมให้ความร่วมมือในการพาเธอหลบหนี ปฏิกิริยาจากคนช่วยพยุงแปรเปลี่ยนเป็นเจ้าหน้าที่คุมตัวในชั่วพริบตา

อยู่ๆเธอก็พึ่งนึกขึ้นมาได้ว่าชายตรงหน้าพูดอะไรซักอย่างกับพนักงานซึ่งเธอฟังไม่เข้าใจ เธอไม่คิดจะพาตัวเองมาเสี่ยงกับอะไรแบบนี้เป็นรอบที่สองแน่ 

ความปลอดภัยลดลงอยู่ในระดับต่ำสุดส่งสัญญาณเตือนในสมองว่าควรต้องทำอะไรซักอย่าง ระหว่างที่สองคนนั้นยังวุ่นวายกันอยู่ เธอจึงตัดสินใจผลักพนักงานออกแล้วพุ่งตัวหนีเข้าลิฟต์ทันที!

‘แย่แล้ว!’ ความเจ็บแปลบแล่นขึ้นมาในจังหวะที่เท้าสัมผัสพื้น

โครม!

ร่างบางล้มคว่ำอยู่ระหว่างประตูลิฟต์ โอกาสหนีของเธอจบสิ้นแล้ว! คู่อนาจารด้านหลังหยุดนัวเนียกันระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง ชั่วครู่ขาเรียวสวยของใครบางคนก็เดินข้ามผ่านไปเหมือนมองไม่เห็นมนุษย์ที่นั่งขวางทางอยู่ตรงนี้ พนักงานสาวที่เธอเคยคิดว่าเป็นมิตรก็ตามเข้าไปติดๆ 

“แล้วเจอกันนะคะมิเกล” นางแบบสาวล่ำลาคู่ค้าต่างเพศก่อนจะกดปุ่มปิดประตูหนีสถานการณ์ตรงหน้า

“ให้ฉันลงไปด้วยเถอะค่ะ!” เธอส่งสายตาวิงวอนเพื่อนเพศเดียวกัน

“…”

สองสาวส่งความเงียบเป็นคำตอบให้เธอ หญิงสาวตัดสินใจนั่งคั่นกลางตรงนี้นี่แหละ ถ้าเธอไม่ได้ลงคนอื่นก็ห้ามลง! 

“ว๊าย!” 

พิมพ์นาราหวีดร้องเมื่อมือสากหยาบร้อนจับเข้าที่ข้อเท้าลากเธอออกมาข้างนอก สองสาวนั่นทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่อยากยุ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูเหล็กทั้งคู่ก็ปิดตัวหากัน

“นี่!! คุณจะจองเวรจองกรรมฉันไปถึงไหน ฉันไปทำอะไรให้คุณ!” หญิงสาวหันมากรี๊ดใส่ชายหนุ่มซึ่งนั่งยองๆตรงหน้าพร้อมกับพยายามสะบัดข้อเท้าให้หลุดออกจากพันธนาการ ขณะที่มือทั้งคู่ก็จับชายกระโปรงไม่ให้ร่นขึ้นไปสูงกว่านี้ 

“เห็นฉันแล้วเหรอ” ชายหนุ่มออกแรงกระตุกลากร่างบางเข้ามาใกล้อีกครั้ง

ด้วยความตกใจ หญิงสาวจึงปล่อยมือจากชายกระโปรงสั้นเปลี่ยนเป็นมายันพื้นไม่ให้หงายหลังแทน แววตาคู่สวยวาวโรจน์จ้องกลับเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

“ฉันมีอะไรจะคุยด้วย” ชายหนุ่มใช้น้ำเสียงสั่งการ ไม่สนใจสายตาทิ่มแทงจากคนตรงหน้า

“แต่ฉันไม่มี!”

“ฉันให้เธอเลือกระหว่างอยู่เฉยๆให้ฉันอุ้ม หรือจะให้ฉันเตะเธอกลิ้งเป็นลูกบอลเข้าไปในห้องแทน” 

แน่นอนว่าหุบปากสนิท เธอเชื่อว่าอีกฝ่ายกล้าเตะเธอจริงแน่ๆ

ไม่ต้องรอคำตอบชายหนุ่มก็เขยิบไปช้อนร่างบางขึ้นมาพาดไหล่ทันที เขาแบกหล่อนเหมือนจับกังแบกกระสอบข้าวสารไม่มีผิด โชคดีที่รอบนี้เขาสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ออกกำลังกายต่อยตีทั้งนอกและในเตียงไม่มีขาด ต่อให้หญิงสาวตรงหน้าดิ้นพล่านเป็นปลาไหลไฟฟ้าก็ไม่มีทางหลุดรอดออกไปได้แน่ 

หญิงสาวพยายามใช้แข็งขืนไม่ให้ตัวไปเสียดสีกับอกแกร่งนั่นมากเกินไป กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นกายดิบเข้าจมูกมาเป็นระยะ อยู่ๆเธอก็รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาทั้งตัว

‘สงสัยดื่มเยอะเกินไปแน่ๆ’ เธอคิดในใจ

ชายหนุ่มหยุดที่ประตูห้องริมสุด สอดมือหาคีย์การ์ดในสูทซักครู่ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป 

โครม!

มิเกลโยนหญิงสาวลงโซฟาเหมือนเด็กโยนตุ๊กตายังไงยังงั้น จังหวะที่เธอเด้งตัวขึ้นและชุดรัดๆนั่นร่นขึ้นไปจนเกือบจะปิดอะไรต่อมิอะไรไม่มิดทำให้นัยน์ตาสีครามเข้มจัดขึ้นชั่วพริบตา ชายหนุ่มกอดอกมองต้นขาและปลีน่องเรียวด้วยสายตาโลมเลีย

ดวงตาคมกริบคู่นั้นทำให้เธอร้อนฉ่าไปทั้งตัว หญิงสาวคว้าหมอนอิงมาปิดต้นขาและเขยิบหนีถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ

เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็น ‘ชายเร่ร่อน’ ชัดๆเต็มตา วันนี้เขาอยู่ในสูทตัวนอกสีน้ำเงินสวมเสื้อเชิ้ตข้างในสีขาว ผมสีน้ำตาลเข้มเซตเป็นทรงเหมือนนายแบบตามปกหนังสือ เคราเขียวเห็นชัดว่าพึ่งโกน ใบหน้าเหลี่ยมมุมและจมูกโด่งสันตรงนั่นดูแข็งกร้าว คิ้วเข้มรับกับนัยน์ตาสีครามดุดันเหมือนสัตว์ป่า ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มน้อยๆแสดงถึงความเจ้าอารมณ์ 

ถ้าวันนั้นเขานอนพะงาบในสภาพนี้เธอต้องนึกว่ากำลังถ่ายภาพยนตร์อยู่แน่ๆ 

“ทำไมไม่เอาเช็คไปขึ้นเงิน” ชายหนุ่มเอ่ยถามพร้อมย้ายร่างกายกำยำไปนั่งฝั่งตรงข้าม

“ก็…ก็ฉันยังไม่ได้รีบใช้เงิน!” หญิงสาวปั้นน้ำเป็นตัว ใครจะกล้าบอกว่าเธอฉีกกระดาษแผ่นนั้นเป็นร้อยแปดสิบแปดชิ้นแล้วโปรยทิ้งไปแล้ว

“โกหกหน้าด้านๆ” เสียงทุ้มกดต่ำ

“ฉันไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร สำหรับเธอล้านเดียวมันคงไม่พอสินะ เลยเสนอหน้าตามฉันมาถึงที่นี่ ใช้เวลาสืบนานไหม หึ! เห็นดูโง่ๆ แต่แอบร้ายไม่เบาเลยนะ”  

เมื่อหลายเดือนก่อนเขาไม่เห็นอีกฝ่ายไปขึ้นเงินเสียที เลยส่งผู้ติดตามไปสืบเกี่ยวกับหล่อน แม่นี่มันเจ้ามารยาสุดๆ ทำเป็นไม่สนใจหนีออกจากประเทศไป แต่การกระทำมันตรงกันข้ามชัดๆ

“คุณดูหนังมากไปแล้วนะ!” หญิงสาวเค้นเสียงขึ้นจมูก

“ฉันบอกแล้วไงว่าเอาเงินคุณมาแล้วก็ออกจากบ้านฉันไป แต่ฉันไม่ได้บอกนี่ว่าจะต้องใช้เงินก้อนนั้น ต่อให้ฉันเอาไปใช้หรือเอาไปพับนกพับดาวมันก็เรื่องของฉัน เราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว” 

“เธอเป็นสายของใคร ถ้ายอมตอบดีๆ ฉันจะจ่ายให้สองเท่า” ชายหนุ่มคาดคั้น มีคนปกติธรรมดาที่ไหนไม่อยากได้เงิน ต้องเป็นแบบที่เขาคิดแน่ๆ พวกศัตรูทางธุรกิจหาทางส่งคนมาใกล้ชิดแล้วบ่อนทำลายจากภายใน 

‘ไอ้พวกโง่เอ๊ย! คิดว่าฉันจะหลงกลรึไง’ เขากระหยิ่มยิ้มย่องในใจ

“ถ้าไม่มีอะไรสำคัญ ฉันขอตัวนะคะ ฉันมีอย่างอื่นสำคัญต้องทำอีกเยอะ!” หญิงสาวตัดบทข่มอาการหวาดกลัวเอาไว้ภายใน ภาวนาให้เขาไม่บ้าคลั่งขึ้นมาอีก

สายตาคมกริบที่จ้องมาทำให้ผิวเนื้อทุกส่วนนอกร่มผ้าร้อนผ่าวเหมือนอังเตาผิง มันน่าแปลกที่ว่ามือไม้ ริมฝีปากกลับสั่นระริก ขนทั่วสรรพร่างลุกซู่เหมือนคนเจอความหนาวเย็น

แน่นอนว่าอาการของเธอคือ ‘กลัว’ แต่ชายหนุ่มหาได้คิดเช่นนั้นไม่ ริมฝีปากแดงฉ่ำอวบอิ่มนั่นทำให้เขานึกถึงสัมผัสเมื่อหกเจ็ดเดือนก่อน ฟันและเล็บคมๆที่เคยประทับบนผิวเนื้อของเขายังมีรอยจางๆอยู่หลังคออยู่เลย หล่อนแต่งตัวดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากโข ดูเป็น ‘นังตัวร้าย’ ขึ้นมาหลายระดับ

“ฉันเดาทางเธอออก…” เขากล่าวเสียงเรียบ

“จริงๆเธอไม่อยากได้เงิน แต่เธออยากได้อย่างอื่นที่…สุขสบาย” ดวงตาคู่นั้นยังจาบจ้วงทั่วร่างหญิงสาวไม่หยุด

“คุณพูดบ้าอะไรของคุณ”

“อุตส่าห์ตามมาถึงที่นี่ แต่ขอโทษที ฉันไม่นิยมเลี้ยงระยะยาว ถ้าซักเดือนสองเดือนเราก็พอมาตกลงกันได้” ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอ

“ฉันไม่เข้าใจว่าคุณกำลังจะสื่ออะไร แต่ไม่ว่าจะอะไร ฉันก็ไม่เอา” หญิงสาวตอกกลับเสียงแข็ง พยายามรักษากิริยาให้ดูสงบทั้งๆที่ใจอยากจะลุกขึ้นแล้ววิ่งสี่คูณร้อยออกไปใจแทบขาด ให้ตายเถอะ! ทำไมขาเลวต้องมาทรยศเธอตอนนี้ด้วย 

“ฉันมีเงิน เธอก็ไม่เอา อำนาจ ฉันก็ให้ไม่ได้ ก็เหลือแต่อย่างสุดท้ายนี่แหละที่พอจะเอามาใช้หนี้ตอบแทนได้” 

“จริงๆฉันอยากได้เงินที่สุด เอาเป็นว่าคุณรีบเซ็นเช็คให้ฉัน แล้วรบกวนโทรเรียกพนักงานให้มารับฉันลงไปข้างล่างที แล้วเราก็หายกัน ต่างคนต่างอยู่ เป็นวิธีที่ดีมากสำหรับเราสองคน” หญิงสาวอธิบายเป็นพัลวัน สายตาของชายตรงหน้ามันให้คำตอบแบบโจ่งแจ้งว่าอย่างสุดท้ายที่เขากล่าวมันคืออะไร

“ไหนๆคืนนี้ฉันก็ว่างพอดี อย่าเสียเวลาพูดมากเลย!”

“คุณบ้าไปแล้วเหรอ! กรี๊ด!!”

หญิงสาวพยายามปัดป้องหลบหลีกร่างทะมึนซึ่งลุกกระโจนพรวดเข้ามาเหมือนเงาปีศาจ แต่แรงลูกแกะมีหรือจะสู้เสือผู้หิวโหยได้ ชายหนุ่มรวบแขนหญิงสาวเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว อีกข้างที่ว่างก็กดร่างบางลงจนแทบจะกลืนไปกับโซฟา

“ฉันลืมไปว่าเธอชอบแบบนี้!” 

พิมพ์นาราดิ้นพล่านเหมือนปลาโดนทุบ พยายามบิดหนีหลบใบหน้าดุดันซึ่งฝังที่ซอกคอ เสียงกรีดร้องไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสนใจแม้แต่น้อย นอกจากไม่ได้หยุด แต่กลับเพิ่มทั้งกัดและดูดเม้มเหมือนกำลังสวาปามของหวานเลิศรส 

“ช่วยด้วยยย!” ถึงแม้จะรู้ดีว่าผนังโรงแรมห้าดาวทำหน้าที่ของมันในการเก็บเสียงได้ดีมาก แต่หญิงสาวก็ภาวนาให้ใครซักคนได้ยินและมาช่วยเธอจากสัตว์ร้ายที่กำลังทึ้งร่างเธอในขณะนี้ 

“ขอให้ร้องดังๆแบบนี้ทั้งคืนนะ!"

แคว๊ก!

ชายหนุ่มฉีกชุดเดรสส่วนหน้าออกจากกันง่ายดายเหมือนฉีกกระดาษ หญิงสาวตกใจลืมตาโพล่งพร้อมรวมพลังเฮือกสุดท้ายดิ้นสุดแรงเกิดอีกครั้ง เขาไม่ควรประมาทหมาจนตรอก! ผลลัพธ์ที่ได้คือกลิ้งตกโซฟากระแทกพื้นเจ็บตัวทั้งสองฝ่าย 

เมื่อหลุดจากพันธนาการ หญิงสาวแข็งใจลุกขึ้นวิ่งตรงไปยังประตูซึ่งเป็นแสงริบหรี่สุดท้าย 

“ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย!” 

ยังไม่ทันพ้นสามก้าวแขนแข็งแกร่งก็รัดเข้ามาจากด้านหลังยกร่างบางลอยหวือเหนือพื้น หญิงสาวพยายามทั้งดิ้น จิก ทุบ แต่ท่อนแขนนี้กลับไม่สะทกสะท้านเหมือนเป็นอวัยวะไร้ความรู้สึก เขาอุ้มหล่อนเดินตรงไปยังห้องนอนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากส่วนรับแขกมากนัก เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เรี่ยวแรงที่พอจะมีเหลืออยู่น้อยนิดก็สลายวับไปเหมือนลูกโป่งโดนปล่อยลม

พลั่ก!

ชายหนุ่มโยน ‘ของ’ ในมือลงเตียงอย่างไร้ซึ่งถนอม ขณะที่มอง ‘ร่างกึ่งเปลือย’ พยายามหนี มือทั้งคู่ก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเองไปด้วย

“ฉันกลัวแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะนะ!” หญิงสาวร้องไห้โฮยกมือไหว้อีกฝ่ายปลกๆ เธอรู้ว่าเขาคงไม่เข้าใจความหมายวิงวอนที่เธอกำลังสื่ออยู่นี้ แต่สติกระเจิงของเธอก็ไม่รู้จะสรรหาวิธีอะไรที่ดีกว่านี้ออกมาได้

“ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ! ฉันไม่ได้ตามคุณมาจริงๆนะ ปล่อยฉันไปเถอะ!”

“ทำการค้าครั้งนี้ฉันรับรองได้ว่าเธอไม่ขาดทุนแน่นอน”

ร่างหนาแข็งแรงด้วยกล้ามเนื้อพุ่งเข้าคร่อมโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้พักหายใจ มือหยาบกระชากสิ่งกีดขวางจากคนใต้ร่างออกจนเหลือแต่กางเกงในตัวจิ๋วซึ่งแทบจะปิดความนูนของเนินเนื้อไม่มิด ริมฝีปากร้อนๆเข้าครอบครองทรวงอกเต่งตึง ทั้งขบกัดสลับดูดเม้ม ไม่สนจนเจ้าของซึ่งพยายามป่ายปัดออก

“ชั่วช้า! สารเลว! คนอย่างคุณมันหน้าตัวเมีย รังแกคนไม่มีทางสู้!” หญิงสาวด่ากราดอีกฝ่ายทั้งน้ำตานองหน้า

“จะตัวผู้ตัวเมีย เธอได้รู้เร็วๆนี้แน่!”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น