MurasakiHana

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนนะค่ะ ยังไงก็ขอฝากผลงานไว้ด้วยค่า

ชื่อตอน : Cupid 20

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.3k

ความคิดเห็น : 76

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.พ. 2560 15:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Cupid 20
แบบอักษร

-ต้นน้ำ-

 

“แล้วคุณแม่มากันยังไงครับนี่ วันนี้ไม่มีใครว่างไปรับนี่ครับ” ผมถามคุณแม่เพราะปกติแล้วไม่เป็นพี่ไม้ก็เป็นไฟที่ไปรับท่านมาที่นี่ แต่วันนี้ไม่มีใครว่างไปรับเพราะพี่ไม้ก็พาผมไปโรงพยาบาลส่วนไฟก็ติดประชุมแล้วท่านมาได้ยังไงละ

 

“ฉันเป็นคนพามาเองแหละ” เสียงนั้นทำให้ใจผมกระตุกไปทั้งใจ ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาหาผม

 

“ผมขอตัวนะครับคุณแม่” ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมจะเจอเขาจริงๆ ไม่ว่าเขาจะมาเพราะสาเหตุอะไรแต่ใจผมยังรับไม่ไหวหรอกนะ

 

            ผมเดินขึ้นมาบนห้องนอนแต่ก็เพิ่งนึกได้ว่าทิ้งลูกไว้กับคุณแม่จะลงไปเอาลูกขึ้นมาก็ไม่อยากลงไปเจอหน้าเขา คงต้องปล่อยไว้อย่างนี้ก่อนละมั่ง ผมยอมรับว่าตัวเองก็ผิดไม่น้อยที่ปิดบังเรื่องนี้กับเขาแต่จะให้ไปโวยวายเรียกร้องสิทธิของตัวเองแบบผู้หญิงมันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าทำอะไร อีกอย่างเรื่องแบบนี้มันเกิดกับผู้ชายซะที่ไหนกัน คนอื่นจะได้มองว่าผมประหลาดเสียเปล่าๆ ผมนั่งคิดเรื่องต่างๆที่ผ่านมาพักใหญ่ก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตู

 

“ใครครับ” ผมถามขึ้นเพราะกลัวว่าจะเป็นคนที่ผมไม่อยากเจอ

 

“พี่เอง พี่เข้าไปนะ” พี่ไม้เปิดประตูเข้ามา และเดินมานั่งบนเตียงกับผม ไม่รู้ว่าพี่ไม้จะรู้หรือยังว่าเขาเป็นพ่อของต้นรัก

 

“มีอะไรหรอพี่ไม้”

 

“พี่รู้เรื่องแล้วนะ” รู้แล้วสินะถึงได้ขึ้นมาหาผม

 

“ถ้าอย่างนั้นพี่ไม้ช่วยไล่เขากลับไปทีได้ไหม ส่วนคุณแม่ไว้ค่อยให้พี่ไปส่งก็ได้น้ำยังไม่อยากเจอเขา” ผมขอให้พี่ไม้ไล่เขาไปเชื่อเถอะว่าถ้าเป็นพี่ไม้แล้วละก็ต้องยอมช่วยผมอย่างแน่นอน

 

“น้ำฟังพี่นะ เรื่องนี้พี่ยอมรับว่าโกรธเขาไม่น้อยที่ทำกับน้องชายพี่แบบนี้แต่ตัวน้ำเองก็ผิด” นอกจากพี่ไม้จะไม่ช่วยผมแล้วยังว่าผมอีกต่างหาก

 

“นะ น้ำแค่...” ผมไม่รู้จะตอบอะไรพี่ไม้ดีเพราะที่พี่ไม้พูดผมเองก็รู้อยู่เต็มอกว่าผมก็มีส่วนผิด

 

“พี่ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมน้องของพี่ถึงได้ตัดสินใจแบบนี้ พี่เชื่อว่าน้ำก็มีเหตุผลของน้ำแต่ที่เขามาหาน้ำพี่ก็เชื่อว่าเขาก็มีเหตุผลของเขา พี่อยากให้น้ำลองฟังเขาบ้าง”

 

“น้ำกลัว กลัวว่าเขาจะมาเอาลูกไป ต้นรักเป็นลูกของน้ำนะ” ผมไม่อยากเสียลูกไป

 

“ต้นรักเป็นลูกของน้ำแต่ก็เป็นลูกของเขาเหมือนกัน ยังไงต้นรักก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาน้ำจะพรากลูกจากเขามันก็ไม่ถูก เชื่อพี่ให้โอกาสเขาบ้างอย่างน้อยๆก็ฟังเหตุผลของเขาแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้ว่าจะให้เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของน้ำกับลูกหรือเปล่า พี่เองก็พูดได้แค่นี้เพราะยังไงพี่ก็ไม่ใช่คนตัดสินใจ ตัวน้ำเองที่ต้องตัดสินใจเรื่องนี้ ลองเอาที่พี่บอกไปคิดดูนะ” พี่ไม้พูดจบก็ลุกออกไปทิ้งให้ผมทบทวนในสิ่งที่พี่ไม้ได้บอกผมมา

 

“หรือเราควรจะให้โอกาสเขาได้อธิบายนะ” ผมพูดกับตัวเองก่อนจะตัดสินใจเดินตามพี่ไม้ลงไปด้านล่าง

 

“อ้าวน้ำลงมาช้าไปนิดเดียว คุณน้าเขาเพิ่งจะกลับไปเอง” ผมลงมาช้าไปหรือนี่

 

“แล้วต้นรักอยู่ไหนแล้วล่ะ เราจะพาลูกไปกินนมป่านนี้คงหิวแย่” ผมถามพะแพงเพราะตอนนี้มีเธอที่อยู่โซฟาคนเดียว

 

“คุณแม่พาไปส่งคุณน้ากับคุณภพหน้าบ้าน น้ำเราถามจริงๆนะน้ำไม่คิดจะให้โอกาสเขาหน่อยหรอ” พี่ไม้กับพะแพงเหมือนกันจริงๆเลยนะ

 

“ถ้าเราไม่ให้โอกาสเขาเราคงไม่ลงมาหรอก” ผมว่าแค่นั้นก่อนจะเดินออกไปที่หน้าบ้านเพื่อรับเจ้าตัวเล็กเข้ามาดื่มนม

 

“ต้องขอบคุณพี่ไม้ที่ขึ้นไปพูดกับน้ำสินะ” พะแพงพูดจบก็เดินไปหาพี่ไม้ทันที ผมพาลูกเข้ามาในห้องนอนของเราก่อนที่จะจัดแจงหานมให้ลูกและกล่อมให้นอน ผมมองหน้าลูกตอนที่ให้กินนมแค่หน้าก็บอกแล้วว่าลูกใคร จะเหมือนผมก็ตรงตาล่ะนะ

 

“ลูกอยากให้ปะป๋าคุยกับพ่อหรือเปล่าครับตัวเล็ก” ผมถามลูกชายที่มองหน้าผมอยู่ก่อนแล้ว แววตาสดใสของลูกทำให้ผมอมยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัวตลอดเลย ผมเปิดเพลงกล่อมเด็กพวกดนตรีเบาๆสร้างบรรยากาศให้เจ้าหนูน้อย เมื่อเห็นว่าลูกหลับคาขวดนมผมก็เอาขวดนมออกจัดผ้าห่มให้ลูกดีๆก่อนจะหลับตามไป

 

            ผมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงลูกร้อง สาเหตุมาจากความไม่สบายตัวของเขาเพราะเจ้าตัวฉี่ออกมานั้นเอง เด็กๆก็แบบนี้แหละครับกิน นอน ขับถ่ายเป็นเรื่องปกติมาก ยิ่งพอได้เลี้ยงลูกเองผมก็ยิ่งรับรู้ความเป็นแม่ได้เลยว่าเลี้ยงลูกเหนื่อยแค่ไหนแต่มันก็มีความสุขมากเหมือนกัน พัฒนาการของเจ้าตัวเล็กนี้แหละครับคือกำลังใจที่ทำให้ผมสู้เพื่อเขา

 

“แอ๊ะ แอ๊” ต้นรักกำลังชูไม้ชูมือเพื่อให้ผมอุ้มหลังจากที่จัดการเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เรียบร้อยแล้ว

 

“ปะป๋ามาแล้วครับลูก เดี๋ยวปะป๋าพาไปเดินเล่นเนอะ” เวลานี้ผมชอบพาลูกไปเดินเล่นนั่งเล่นในสวนเล็กๆหน้าบ้าน อากาศตรงนั้นเย็นสบายแม้ว่าจะเป็นช่วงหน้าร้อนเพราะต้นไม้บริเวณนั้นนั่นเอง กลายเป็นที่ประจำของเราสองคนไปแล้ว

 

“แอ๊ะ แอ๊” เสียงเจ้าลูกชายทำให้ผมก้มลงไปมองเขาที่อยู่ในอ้อมกอดของผม สีหน้า แววตาที่ส่งมาให้น่าเอ็นดูจริงๆไม่แปลกที่ใครๆต่างก็หลงรักเด็กน้อยคนนี้

 

“ต้นรักลูกอยากให้คุณพ่อมาหาบ่อยๆหรือเปล่าครับ” ผมถามแกออกไปทั้งๆที่ก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเด็กน้อยยังฟังไม่ออก อยากฟังเห็นของลูกจังเลยนะ เราสองคนนั่งอยู่ตรงนั้นจนถึงเวลาที่ต้องเข้าบ้านเพื่อให้ลูกได้พักผ่อน เด็กเล็กต้องนอนเยอะๆนะ

 

            เช้านี้ผมตั้งใจที่จะไปที่ร้านและพาลูกไปด้วย แน่นอนว่าเมื่อคืนนี้ผมได้ตัดสินใจแล้วว่าจะลองพูดกับพ่อเลี้ยงดูอย่างน้อยก็เพื่อลูก ผมไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองขาดพ่อแม้ว่าจะเรียกผมว่าปะป๋าแต่ยังไงผมก็คือแม่ของเขาไม่ใช่พ่อ เชื่อว่านี่จะเป็นโอกาสครั้งเดียวของเขาที่ผมจะหยิบยื่นให้ ผมโทรไปบอกคุณแม่แล้วว่าจะเข้าไปที่ร้านถ้าหากท่านจะมาหาต้นรักให้ไปหาที่นั่น แน่นอนว่าเมื่อท่านรู้ลูกชายของท่านก็ต้องรู้เช่นกัน ผมเพิ่งได้รู้มาจากไฟว่าเขาขอยืมรถจากบ้านมันเพื่อเอาไว้ใช้ขับมาหาผมกับลูกเรื่องนี้ก็แล้วแต่เขาละนะ

 

“วันนี้เดี๋ยวพี่มีแขกนะมด ยังไงฝากไปบอกพี่เนยกับพี่ปรินด้วยว่าอย่าเข้ามากวนนะ” ผมเข้ามาถึงร้านก็สั่งมดไว้ก่อนเลยไม่อย่างนั้นงานการคงไม่ต้องทำกันพอดี

 

“ได้ค่ะพี่น้ำ แล้วพี่น้ำจะดื่มอะไรไหมคะ”

 

“พี่ขอเป็นนมอุ่นๆกับคุกกี้แล้วกัน”

 

“ได้เลยค่ะ” ว่าจบน้องมดก็เดินไปที่เคาท์เตอร์ทันทีเพื่อแจ้งเรื่องที่ผมบอกให้พี่ๆคนอื่นได้ทราบ

 

“ต้นน้ำ” เสียงของคนที่ผมรู้ดีว่าใครดังเข้ามาก่อนผมจะเห็นเจ้าตัวซะอีก ร่างสูงก้าวเข้ามาหาผมไวๆก่อนที่จะนั่งลงตรงข้ามกับผม

“...” ผมไม่ได้ตอบอะไรเขาไปเพียงแค่มองหน้าเขาเท่านั้น

 

“เอ่อคือ ขอบคุณนะที่ให้โอกาสฉัน”

 

“ผมให้โอกาสคุณแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นขึ้นอยู่กับคุณเองว่าจะรับมันไว้หรือเปล่า” ผมก้มลงมองหน้าลูกที่ตอนนี้สวยตาไปอยู่ที่ร่างสูงแทนที่ผมไปเรียบร้อยแล้ว

 

“จะให้ทำอะไรก็ได้ขอให้ได้เจอลูก คุยกับลูกและนายต้นน้ำ ฉันขอแค่นั้นจริงๆ”

 

“บังเอิญว่าข้อตกลงของผมอาจจะทำให้คุณผิดหวังไปเสียหน่อยนะครับ” คนตรงหน้านิ่งไปทันทีที่ผมพูดจบ

 

“ยังไง”

 

“ผมจะยอมรับคุณในฐานะพ่อของต้นรักก็ต่อเมื่อคุณจะสามารถทำตามข้อตกลงของผม”

 

“ได้ ว่าข้อตกลงของนายมาสิ”

 

 ต่อตรงนี้

 

-พิภพ-

 

“ผมต้องการให้คุณทำให้ผมเชื่อว่าคุณไม่ได้คิดจะแย่งลูกไปจากผม” คำพูดของคนร่างบางตรงหน้าทำให้ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน

 

“ทำไมถึงต้องเป็นเรื่องนี้”

 

“เพราะผมอยากมั่นใจว่าคุณจะไม่แย่งเขาไปจากผม เขาเป็นทุกอย่างของผม หวังว่าคุณจะเข้าใจ” ผมเข้าใจต้นน้ำนะที่จะกลัวก็คงไม่ผิดแต่ผมเองก็ไม่ได้อยากได้แค่ลูกผมอยากรับผิดชอบต้นน้ำด้วย

 

“ฉันเข้าใจ แล้วต้องทำยังไงถึงจะเชื่อว่าฉันต้องการทั้งนายและลูก” ต้นน้ำเม้มปากแน่น หวังว่าเรื่องที่จะให้ผมทำจะไม่ทำให้ผมลำบากใจหรอกนะ

 

“คุณช่วยอย่ามาเจอพวกเราสักระยะได้ไหม”

 

“ไม่! นายจะให้ฉันทิ้งนายกับลูกไว้อย่างนั้นหรอ ฉันทำไม่ได้หรอกนะ” เรื่องนี้มันไร้สาระเกินไปแล้ว ทำไมต้องกีดกันผมกับลูกขนาดนั้นด้วย

 

“ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น เพียงแค่อยากขอเวลาให้ผมบ้าง”

 

“เวลาของนาย แล้วเวลาของฉันกับลูกล่ะนายไม่คิดถึงลูกบ้างหรือไง”

 

“เพราะผมคิดถึงลูกแล้วนะสิผมถึงได้ให้โอกาสคุณอยู่แบบนี้ แต่ถ้าคุณไม่เต็มใจที่จะทำผมก็ไม่ว่าอะไร” ต้นน้ำมีทางเลือกให้ผมน้อยเกินไป ยิ่งไม่ให้มาเจอพวกเขามันก็ไม่ต่างจากการที่ให้ผมปล่อยเขาไปเลยนะ

 

“นานเท่าไหร่สำหรับเงื่อนไขบ้าๆนี่” ผมก็ต้องเลือกข้อนี้อยู่แล้วแม้ว่าผมจะไม่ได้ต้องการตัวเลือกแบบนี้ก็ตาม

 

“3 เดือนผมขอเวลา 3 เดือนกับการที่คุณจะทำให้ผมเชื่อ”

 

“มันไม่นานไปหน่อยหรือ เดือนเดียวก็นานพอแล้วนะต้นน้ำ” ใครบ้าอยากอยู่ห่างลูกห่างเมียนานขนาดนั้นกันล่ะ

 

“ผมสัญญาว่าจะคอยบอกเรื่องลูกเป็นระยะ แต่ขอแค่คุณอย่าเพิ่งมาวุ่นวานกับพวกเรานะ ถือว่าผมขอเถอะ”

 

“พูดมาขนาดนี้แล้วนี่ยังไงฉันก็คงต้องยอม แต่ตอนนี้ฉันขออุ้มลูกได้ไหม”

 

“ขอบคุณที่คุณตกลง” ต้นน้ำพูดก่อนจะส่งลูกมาให้ผมอุ้ม ผมค่อยๆประคองลูกไว้ในอ้อมกอดของผม ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าครอบครัวของผมจะสมบูรณ์ ผมคิดมาเสมอว่าถ้าอนาคตผมไม่เจอใครที่รักผมจริงๆ รักผมแบบที่ผมเป็นไม่ใช่เงินทองหรือชื่อเสียง ผมจะไปรับเด็กมาอุปการะเป็นลูกบุญธรรมแต่ตอนนี้ผมมีแล้ว ลูกที่เป็นเลือดเนื้อเชื่อไขของผมเอง ที่สำคัญผมยังได้แม่ของลูกที่รักลูกยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เชื่อผมเถอะว่าคงไม่มีใครที่จะโชคดีแบบผมอีกแล้ว ( ไรท์ : ได้ข่าวว่าให้เป็นพ่อของลูกอย่างเดียวนะแกอย่าเพิ่งมโน )

 

“ตาของต้นรักเหมือนนายนะ” ผมว่าพลางมองตาของต้นน้ำไปด้วย อีกฝ่ายเมื่อเห็นผมมองอยู่ก็หลบตาก่อนจะมองลูกแทน

 

“ให้เขามีอะไรเหมือนผมบางเถอะ” เจ้าตัวพูดแล้วก็ทำแก้มพองลมเหมือนเด็กเอาแต่ใจ

 

“ทำหน้าเป็นเด็กไปได้”

 

“ยังไงผมก็เด็กกว่าคุณนะ คุณนั่นแหละที่แก่เอง” ได้ทีก็แขวะกันซะอย่างนั้น

 

“โอเคๆ เรื่องนี้ฉันยอมรับ ไหนต้นรักของพ่อมองหน้ากันหน่อยเร็ว” ผมอุ้มลูกขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตาก่อนจะจ้องหน้ากันไปมา เจ้าลูกชายก็ยิ้มหวานตาหยีเชียวแถมหัวเราะซะยกใหญ่น่ารักจริงๆ

 

“ต้นรักเหมือนคุณมากเลยนะ” ผมหันไปมองต้นน้ำที่มองผมอยู่ก่อนแล้ว

 

“ใช่ หน้าเหมือนฉันมากยกเว้นที่ตา” แล้วระหว่างเราสองคนก็เกิดความเงียบขึ้น ผมจึงหันมาเล่นกับลูกตักตวงช่วงเวลาที่จะไม่ได้อยู่กับเขาไว้ให้ได้มากที่สุด ก่อนที่ผมจะต้องทำตามเงื่อนไขเพื่อให้ต้นน้ำเชื่อใจและยอมรับผมจริงๆ

 

            ผมใช้เวลาอยู่กับต้นน้ำและลูกทั้งวันโดยไม่มีใครมากวนพวกเราสามคนเลย ผมรู้ว่าพนักงานในร้านของต้นน้ำอยากจะเข้ามาหาต้นน้ำอยู่เหมือนกันแต่ผมก็มารู้ทีหลังว่าต้นน้ำเป็นคนห้ามพวกนั่นไว้เอง เย็นนี้ผมตั้งใจว่าจะพาต้นน้ำไปทานมื้อเย็นด้วยกันแต่ไม่รู้เจ้าตัวจะยอมไปไหม อย่างน้อยก่อนที่จะต้องห่างกันไป ขอให้วันนี้เป็นวันที่เราใช้เวลาร่วมกันจริงๆสักวันเถอะ

 

“ต้นน้ำเย็นนี้ไปทานข้าวกับฉันนะ”

 

“ผม ผมจะต้องดูลูกคงไปกับคุณไม่ได้หรอก” ว่าแล้วล่ะว่าต้องปฏิเสธ

 

“ฝากคุณแม่ให้ช่วยดูไว้ก่อนก็ได้เดี๋ยวกลับมาฉันจะพาไปส่งที่บ้านเอง” จริงๆผมแอบบอกคุณแม่ไปแล้วซึ่งท่านก็ไม่ได้ขัดอะไร ยังบอกอีกว่าเป็นความคิดที่ดี

 

“แต่จะไม่เป็นการรบกวนท่านหรือครับ” ต้นน้ำยังคงเป็นคนเกรงใจคนอื่นเสมอ

 

“ฉันกลับไม่คิดว่ามันเป็นการรบกวนนะเพราะท่านน่าจะชอบใจซะมากกว่าที่ได้อยู่กับหลาน”

 

“อย่างนั้นก็ได้ครับ”

 

            ผมพาต้นน้ำไปที่คอนโดก่อนเพื่อพาต้นรักไปฝากคุณแม่ก่อน หลังจากนั้นผมจึงพาต้นน้ำออกมาทานอาหาร ผมเลือกร้านบรรยากาศดีร้านหนึ่งและเลือกที่นั่งที่มีความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่ง เรานั่งทานอาหารกันเงียบๆแทบไม่ได้คุยกันด้วยซ้ำซึ่งแน่นอนว่าผมเองมีเรื่องอยากจะถามมากมายแต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะยังไม่พร้อมตอบแต่ให้ผมพามาทานข้าวก็ดีมากแล้ว หลังจากที่เราทานข้าวกันเสร็จแล้วผมจึงพาต้นน้ำไปรับลูกแล้วไปส่งที่บ้าน

 

“ต้นน้ำ” ผมเรียกเขาไว้ก่อนที่จะเดินเข้าบ้าน

 

“มีอะไรครับ”

 

“พรุ่งนี้ ขอมาหาลูกก่อนกลับจะได้ไหม”

 

“ได้ครับ แต่อย่าลืมสัญญาของเราด้วย” เขาพูดแค่นั้นก่อนจะเข้าบ้านไป ผมขับรถกลับมาที่คอนโดก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้คุรแม่ฟัง

 

“หนูน้ำเขาคงกลัวว่าเราจะเอาลูกเขาไปนะสิถึงได้ตั้งเงื่อนไขแบบนี้มา”

 

“ผมก็คิดว่าเขาคงคิดแบบนั้น แต่ผมไม่ได้คิดที่จะเอาแค่ลูกเลยนะครับ”

 

“เพราะลูกก็อยากได้คนแม่ด้วยใช่ไหมล่ะ แม่บอกแล้วว่าหนูน้ำน่ารักและเป็นคนดีทีนี้เชื่อแม่หรือยัง”

 

“ครับๆ ผมเชื่อคุณแม่แล้วครับต้นน้ำเป็นคนดีและก็ยังเป็นแม่ที่ดีด้วย”

 

            เช้าวันรุ่งขึ้นผมไปที่บ้านของต้นน้ำพร้อมกับคุณแม่ ที่สำคัญคือผมจะเข้ามาพบป๊าของต้นน้ำด้วย เพราะเมื่อวานพวกผมกลับกันไปก่อนจึงยังไม่ได้พบท่าน ตอนนี้ผมขับรถมาถึงแล้วและมีคุณแม่ของต้นน้ำออกมาต้อนรับเหมือนเคย

 

“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้ทักทายท่าน

 

“สวัสดีจ่ะ เข้ามาด้านในก่อนป๊าเขากำลังรออยู่เลย” ท่านเดินนำผมกับแม่เข้าไปในบ้านคราวนี้ที่โซฟารับแขกตัวสวยมีผู้ชายที่อายุน่าจะพอๆกับคุณพ่อของคนซึ่งผมคิดว่าคงเป็นป๊าของต้นน้ำนั่งอยู่ ข้างๆกันก็มีต้นไม้และต้นน้ำที่อุ้มลูกอยู่

 

“อยู่กันพร้อมหน้าเลยนะคะ” เป็นคุณแม่ของผมเองที่เอ่ยแซวขึ้นมาเพื่อให้บรรยากาศสดใสขึ้นมาเล็กน้อย

 

“ครับ คุณพิมเองก็น่าจะทราบนะครับว่าเพราะอะไร”

 

“ค่ะ ดิฉันทราบดีและวันนี้ดิฉันก็อยากจะมาจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยด้วยเหมือนกันค่ะ”

 

“ดีครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอเข้าเรื่องเลย นายคือพิภพสินะจะเอายังไงกับเรื่องของลูกชายฉัน” ป๊าของต้นน้ำไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าจริงๆ

 

“ผมพร้อมที่จะรับผิดชอบทั้งต้นน้ำและลูกครับ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพราะผมมั่นใจในเรื่องนี้ดีแล้ว

 

“ดี! ฉันชอบผู้ชายที่มีความรับผิดชอบถ้าอย่างนั้นคนมีหน้ามีตาทางสังคมอย่างนายคงพร้อมที่จะแต่งงานกับลูกชายของฉันแล้วใช่ไหม” ทั้งผมและต้นน้ำต่างมองหน้ากันทันที ส่วนตัวผมไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้วติดก็แม่ของลูกนี่แหละครับ

 

“ป๊า น้ำยังไม่พร้อม”

 

“เรื่องมันก็มาขนาดนี้แล้วนะน้ำ ป๊าอยากให้มันถูกต้องเสียที”

 

“ดิฉันเองก็เห็นด้วยกับคุณวัฒน์นะคะ ทางดิฉันไม่มีอะไรขัดข้องอยู่แล้วค่ะ” คุณแม่เองก็ช่วยพูดให้อีกแรง

 

“ผมเองก็พร้อมครับ ส่วนเรื่องหน้าตาทางสังคมผมไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว” ผมเองก็ไม่ใช่คนที่จะสนใจเรื่องพวกนี้มากมายนักหนอกครับ แม้ว่าจะเป็นที่รู้จักของคนในหลายๆสังคมก็ตามแต่ถ้าเรื่องที่ผมทำแล้วมีความสุขผมก็ไม่สนใจสายตาของคนอื่นเหมือนกัน

 

“แต่ผมไม่พร้อมจริงๆ ขอร้องนะครับอย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้เลยนะอีกอย่างผมเองก็ตกลงกับพ่อเลี้ยงเขาไว้อยู่แล้วจริงไหมครับ”

 

“จริงครับ เราตกลงกันแล้ว เอาเป็นว่าหลังจากข้อตกลงของเราสิ้นสุดลงผมจะกลับมาคุยเรื่องนี้ใหม่อีกครั้งดีไหมครับ” ผมเองก็อยากให้ต้นน้ำมีเวลาคิดอะไรมากกว่านี้ อย่างน้อยๆก็ให้เวลาช่วยเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อผมให้มันดีขึ้นเสียก่อน

 

“ฉันหวังว่าคำพูดของพ่อเลี้ยงแห่งไร่ลมเหนือจะเชื่อถือได้นะ”

 

“ครับ” หลังจากที่เราตกลงคุยเรื่องต่างๆเสร็จแล้วก็ถึงเวลาที่ผมต้องกลับไร่เสียที

 

“ต้นน้ำขออุ้มลูกก่อนกลับได้ไหม” ผมถามต้นน้ำในขณะที่ผู้ใหญ่และคนอื่นๆเริ่มให้ความเป็นส่วนตัวกับเรา

 

“ก็ได้ครับ” ผมรับลูกชายมาอุ้มไว้ก่อนจะฟัดแก้มยุ้ยๆทั้งสองข้างของเจ้าตัวเล็ก เรียกเสียงหัวเราะสดใสของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี

“แก้มลูกช้ำหมดแล้วมั่งครับ”

 

“ขอฟัดหน่อยเถอะ เวลาในข้อตกลงเราไม่ใช่น้อยๆเลยนะต้นน้ำ” ผมเองก็อยากจะลดเวลาลงเหมือนกันแต่ก็อย่างที่บอกไปผมต้องให้เวลาเขา

 

“ผมอาจจะทำไม่ถูกที่ขอให้คุณทำแบบนี้แต่ผมเองก็คิดว่าคุณน่าจะเข้าใจผมนะครับ”

 

“อืม ฉันเข้าใจหลังจากข้อตกลงแล้วฉันจะกลับมาที่นี่อีก พ่อจะกลับมารับลูกนะครับต้นรักของพ่อ” ผมพูดกับเจ้าลูกชายที่ตอนนี้อ้าปากหาวซะกว้างสงสัยจะง่วงแล้ว ผมจึงส่งลูกกลับไปให้ต้นน้ำเพื่อให้พาลูกไปนอน ผมเอ่ยลาป๊าและแม่ของต้นน้ำก่อนที่จะมุ่งหน้ากลับไปที่ไร่ แน่นอนว่ากลับไปคราวนี้ผมก็คงต้องเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างที่ไร่เหมือนกันเพราะอีกไม่นานสมาชิกใหม่คงจะได้ไปอยู่ด้วยกันแล้ว

 

_____________________________

ครบแล้วนะคะมาช้าไปหน่อย พยายามมาต่อให้แล้วเน้อ

ช่วงนี้เหมือนมีใครมาดับไฟมากเลยอะ สมองตันสุดแต่เราจะต้องมาต่อให้แน่นอนไม่ต้องห่วงนะ

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/940275056.gif

มีหลายคนถามกันมาว่าอิมเมจแต่ละคนเป็นใครบ้างวันนี้เราก็จะมาชี้แจงให้ครบเลยทีเดียว

พิภพ - Godfrey Gao

ต้นน้ำ - Takuya Kitagata

ต้นรัก - Rayden [ IG : @biorkpink ]

ไฟ - Ahn Jae Hyun

นาวา - Park Hyung Seok

ต้นไม้ - Hyun Bin

 

พะแพง - Park Bo Young

เชื่อว่าส่วนใหญ่อิมเมจแต่ละคนที่เอามาพอจะเป็นที่รู้จักกันอยู่แล้วบ้าง

แต่อย่างต้นน้ำและต้นรักหลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก (ไรท์เองก็เพิ่งรู้ตอนหามาให้นี้แหละ)

ต้นน้ำ : เป็นนายแบบทรงผม นิตยสาร Men's Non no ค่ะ

ต้นรัก : เป็นเด็กสิงคโปร์ พ่อแม่จับแต่งแนวฮิปฮอปน่ารักสุดๆ

(ต้นรักไรท์แปะ IG ให้แล้วไปตามเอาเองนะ เชื่อว่ารีดจะตกหลุมรักเด็กคนนี้)

 

 

อย่าลืม

Comments

กดถูกใจ

กดติดตาม

เป็นกำลังใจให้เค้านะ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนค่า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น