June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

75. ไม่มี​เหตุผล​ แค่​อยาก​เจอ! (เสกต่อ)

ชื่อตอน : 75. ไม่มี​เหตุผล​ แค่​อยาก​เจอ! (เสกต่อ)

คำค้น : เสก​ต่อ​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.6k

ความคิดเห็น : 64

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2562 12:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,400
× 0
× 0
แชร์ :
75. ไม่มี​เหตุผล​ แค่​อยาก​เจอ! (เสกต่อ)
แบบอักษร

เสก Part

ต่อจากนั้นฉันก็ล้มทั้งยืนไม่มีเหลือเรี่ยวแรงที่จะเดิน  🎵🎵

อ้างว้างเหมือนว่าเธอฆ่าฉันไปแล้วทั้งเป็น  จบลงแล้วชีวิตของคนหนึ่ง 🎵🎵

ไม่มีรักให้ซึ้ง ทิ้งไว้แค่เพียงร่างกายอ่อนล้า   น้ำตามันไหลออกมา จากแผลใจ 🎵🎵

เพราะถูกทำร้ายจากความไว้ใจ ที่มันฆ่าฉันจนตาย... 🎵🎵

@ คดีฆาตกรรม - Link Corner

เสียงเพลงเศร้าดังมาจากจากร้าน ขายของที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา  เนื้อหาของเพลงนั้นเหมือนกับตอกย้ำความเจ็บปวดในใจผมให้มันหน่วงหนักกว่าเดิม รู้สึกเหมือนน้ำตาไหลออกมา  เพราะว่ารักไม่เคยเผื่อใจ อ่อนแอ เสียใจ ก็ร้องไห้ออกมา

ใครว่าผู้ชายร้องไห้ ไม่เป็น ผมคนนึงล่ะที่ขอแย้ง

หลังจากที่ผมออกจากโรงเเรมผมก็ขับรถมาเรื่อยๆ ทุกอย่างมันว่างเปล่า จนมาหยุด ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านชานเมือง แล้วผมก็โทรหากร เพื่อนคนแรกที่ผมคิดถึง

" ทำไมนัดสถานที่ เหมือนคนกำลังอกหัก "

กรเดินมาถึงเอามือตบที่บ่าผมเบาๆ ขณะที่ผมยืนมองแม่น้ำอยู่ด้วยอาการเหม่อลอย

" เป็นต่อบอกเลิก กู ! "

ผมบอกสายตายังจ้องมองที่ด้านหน้านิ่งไม่สบตากับไอ้กร  ผมกลัวกลัวความอ่อนแอที่ผมมีอยู่ตอนนี้มันหลุดออกมา

"  เกิดอะไรขึ้น ! " ไอ้กรถามเสียงเรียบไม่มีท่าทีตกใจอะไร แล้วผมก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ไอ้กรฟัง

" แล้วมึงจะเอายังไง? " กรถาม

"  กูไม่รู้กร​ กูเจ็บกูรู้สึกโกรธทุกอย่างที่มันเกิดขึ้น​ "  ผมเอามือลูบหน้าตัวเองไปมารู้สึกเหนื่อยล้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากหลุดออกจากอาการแบบนี้

" จังหวะที่เป็นต่อทำท่าจะจูบกู แต่กูผละตัวเองออกและสายตาของเป็นต่อที่มองมานั้น มันทำให้กู ๆ รู้สึกแย่กับการกระทำของตัวเอง "

ผมบอกเล่าความรู้สึกให้กรฟัง

" ไม่สนิทใจ ใช่มั้ย​ "

กรถามตรงจุดจนผมนิ่งเงียบไป จะว่าแบบนั้นมันก็ใช่แต่เพราะผมรัก

ผมหลง ผมหวงทั้งที่แต่ก่อนผมก็เคยนอนกับผู้หญิงมาหลายคน กลับไม่รู้หวงแหนอะไร แต่กับเป็นต่อทำไมผมถึงรู้ไม่สนิทใจ เพราะว่ารักมากงั้นหรอ? หรือเพราะอะไรผมก็ไม่สามารถบอกได้

" กูไม่รู้ กร!ไม่รู้ว่าจะเดินหน้าต่อหรือหยุดอยู่กับที่​ ​"

"  มึงบอกกูที  "  ผมยังคร่ำครวญเพ้อออกมา แล้วไอ้กรก็เอามือหนาของมันมาโอบไหล่ผมไว้

"  กลับไปสำรวจหัวใจของมึงเอง​

ว่ายังต้องการเป็นต่อมั้ย ให้อภัยได้มั้ย คนเรามันผิดพลาดกันได้เสกมันขึ้นอยู่กับมึงแล้วว่าจะรับความผิดพลาดนั้นได้แค่ไหน "

"  กู ไม่รู้! "   ผมตอบ

" ถ้าตอนนี้มึงตอบไม่ได้ให้เวลาช่วยตัดสินใจ

ห่างกันสักพักหยุดอารมณ์โกรธมึงได้ด้วย ความโกรธแค้นไม่ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นมีแต่จะทำให้มันแย่ลง "  กรบอก ผมก็ยังนิ่ง

" ส่วนความรู้สึกของมึงตอนนี้ มึงต้องพยายามแล้วล่ะ ผ่านมันไปให้ได้ "

กรพูดพร้อมกับลูบที่ไหล่ผมไปมา

" ขอบใจมึงมากนะ กร  " ผมบอก

" กู  กูเจ็บ ! กูอ่อนแอ "

ผมพูดเหมือนร่ำไห้แล้วไอ้กรก็ดึงร่างผมไปกอดไว้หลวมๆแล้วผมก็สะอื้นออกมา ผมไม่อายอะไรแล้ว ผมไม่คิดว่ามันจะเจ็บปวดถึงขนาดนี้

" ไม่มีความเข้มแข็งในสถานการณ์แบบนี้หรอก " ไอ้กรปลอบ

เรื่องมันเกิดขึ้นเร็ว ผมซ็อค  ที่ผมไม่โต้ตอบกับเป็นต่อเพราะว่าผมซ็อค ไม่ใช่ผมไม่โกรธไม่รู้สึกอะไร แต่ทุกอย่างมันเจ็บจุกจนผมทำอะไรถูก

" กูรักต่อมาก ชีวิตกูไม่เคยมีแผนสำรองอะไรเลย

กูไม่เคยคิดว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรถ้าไม่มีเป็นต่อ  "

" คนเรานะเสก ล้วนต่างเคยสร้างบาดแผลให้กับคนอื่น เป็นต่อเองก็เหมือนกัน "  ไอ้กรบอกแล้ว ลูบแผ่นหลังผมเบาๆ

"  ขอบคุณนะกร ขอบคุณเพื่อน! "  ผมบอก

"  หน้าที่ของเพื่อนอยู่แล้ว  "  ไอ้กรบอกยิ้มๆ

หลังจากนั้นผมก็แยกกับกร และขอร้องให้กรปิดเรื่องของเป็นต่อไว้ ผมจะเป็นคนบอกเพื่อน ๆเองเมื่อพร้อม  แล้วเลขาผมก็โทรมาบอกว่ามีลูกค้า คนสำคัญมารอพบ

ถ้าสมัยก่อน เกิดเหตุแบบนี้ผมคงขังตัวเองไว้ไม่พูดไม่จากับใคร แต่ ตอนนี้ถึงอยากจะทำแบบนั้นผมก็ทำไม่ได้ เพราะภาระหน้าที่ ที่ค้ำคออยู่

ทำให้ผมต้องฝืนยิ้มทั้งที่แอบร้องไห้อยู่ในใจ

โรงแรมQ

1เดือน ผ่านไปแล้ว หลังจากเหตุการณ์วันนั้น เป็นต่อหายเงียบไปเลย  ผมรู้จากลูกน้องคนสนิทของผมว่า เป็นต่อย้ายห้องแล้วและมีเพื่อนผู้ชายมาช่วย2คน  1ในนั้น ก็คือ โจ้ สองคนนั่นยังไม่ตัดขาดจากกันแต่ย้ายไปอยู่ที่ไหนผมไม่รู้

การกลับสู่ชีวิตปกติมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หลังจากที่โดนคนรักหักหลังนอกใจ แต่มันก็คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะนำพาตัวเองออกจากสถานการณ์เลวร้าย นั่น มันคงต้องอาศัยเวลาจริงๆ อย่างที่ไอ้กรแนะนำ

" เอกสารของคุณเสก ค่ะ "   พี่พิมเดินมาเเล้ววางเอกสารลง ผมกลับมาทำงานที่กรุงเทพแล้ว แต่ก็บินไปที่ภูเก็ตบ้าง สลับกัน  ผมยอมรับว่าเหนื่อยแต่มันรู้สึกดีที่ ได้ลืมเลือนเรื่องของเป็นต่อไปบ้าง

แล้วพี่พิมก็เล่าว่า โจ้เอาเงินมาคืนเเล้ว ทุกอย่างก็จบ  รวมทั้งเรื่องของผมกับเป็นต่อ  มันจบลงแล้วจริงๆหรือ?

พี่พิมยังเสริมตอนท้ายอีกว่า โจ้กับต่อย้าย ไปอยู่ด้วยกัน นั้นทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดในใจ ผมมองหน้าพี่พิมนิดนึง และเหมือนพี่พิมรู้ เลยขอโทษผมเบาๆ แล้วเดินออกไป  ผมหยิบซองเอกสารมาพลิกไปมา แล้วแกะออก

เป็นใบโฉนดที่ดินของบ้านเป็นต่อที่ชลบุรี  และมีจดหมายสีขาวแนบติดมาด้วย

ของสิ่งนี้ มันเป็นของคุณผมมีเงินเมื่อไหร่ ผมจะมาไถ่คืน

ผมขอโทษ ! ที่ทำให้ทุกอย่างมันพังลง ขอโทษที่ทำร้ายความรู้สึกของคุณ

ผมไม่หวังให้คุณมายกโทษให้ และให้อภัยผม

เพราะว่า  มันไม่มีประโยชน์อะไรถ้าคุณให้อภัยแต่ปาก แต่ใจยังคิดระแวงระวังรังเกียจผม ตลอดเวลา

และมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่ผมขอโทษแต่ปาก แต่การกระทำยังเหมือนเดิม

สิ่งเดียวที่ผมหวังคือให้คุณใช้ชีวิตต่อไป และให้ทุกอย่างมันลืมเลือนไปตามกาลเวลา

ที่ผมใช้จดหมาย แทนการเผชิญหน้า นั่นเพราะผมมันขี้ขลาดเกินไป  ขอโทษด้วยครับ

เป็นต่อ...

ขอโทษ ขอโทษ  ขอโทษ งั้นหรอ? มันคงไม่มีคำอื่นเเล้วสินะ ผมคิด

และขยำกระดาษจดหมายนั่นแน่นจนรู้สึกเจ็บที่มือ

ไม่ใช่แค่เป็นต่อหรอกที่ขี้ขลาด ผมเองก็ไม่ต่างกัน ผมไม่กล้าแม้แต่จะเผชิญกับความจริง เผชิญหน้ากับเป็นต่อ ผมกลัว กลัวใจตัวเอง หลายครั้งที่ผมถามตัวเองว่า  รับได้แค่ไหน การที่คนรักมีอะไรกับคนอื่น อภัยให้ได้เเค่ไหน ถ้าเค้ากลับมาขอคืนดี แต่ผมก็ยังไม่ได้คำตอบ

แต่คำว่า ลืมเลือน นายอยากให้ฉันลืม ฉันก็จะลืม

ได้สิ! ต่อ ทุกอย่างมันง่ายไปหมดอยู่แล้วสำหรับไอ้พี่เสกของมึง

3เดือนผ่านไป

ชีวิตประจำวันของผมกลับมาเกือบจะปกติทุกอย่าง

เช้าทำงาน ตกดึกก็กินเที่ยวตามประสาคนโสด

ผมพยายามทำทุกอย่างให้มันปกติ แต่ในใจผมแล้ว  เหมือนว่าเพิ่งเมื่อวาน ที่ผมกับเป็นต่อเลิกกัน อาจจะมีลืมเลือนไปบางอย่าง

แต่บางอย่างก็ ยังอยู่ในความทรงจำ แต่จะทำไงได้ล่ะ มันจบไปแล้วนี่

และวันนี้หลังจากเลิกงาน ไอ้นัทก็โทรมาบอกว่าให้ผมไปหาที่ร้าน มีเรื่องสำคัญ ถ้าไม่มา พวกมันจะตัดผมออก จากกลุ่ม  เพราะ2เดือนมานี่ตั้งแต่เกิดเรื่องผมพยายามเลี่ยงไปที่ร้านไอ้นัท เพราะว่าความทรงจำบางอย่างของผมกับเป็นต่ออยู่ที่นั่น

แถมยังคู่รักนนท์นัท ที่สวีทหวานกันอยู่ตลอดเวลา

นั่นทำให้ผมรู้สึกอิจฉาลึกๆ

" ว่าไงอ่ะ ท่านประธาน "  ไอ้นนแซวๆผมเมื่อผมเดินไปนั่งลงข้างๆไอ้กร ด้านหน้ามีไอ้เก่งนั่งอยู่ ซึ่งช่วงนี้ไอ้เก่งเองก็เมียเพิ่งคลอดลูกชาย เห่ออย่างรักใคร่ เพื่อนผมทุกคนกำลังประสบความสำเร็จในขณะที่ผม นั้นกำลังล้มเหลว นั้นก็ทำให้ผมตีตัวออกห่างเพื่อนๆ

" ถ้าไม่ขู่ก็ไม่มานะ "  ไอ้นัทบ่นผมพร้อมกับทำตาเขียว ใส่

" งานยุ่ง "  ผมตอบเลี่ยงๆ

" เพลาๆบ้างเหล้าเบียร์ผู้หญิง อะเสก "

ไอ้นนเตือนผมเพราะช่วงนี้ผมดื่มหนัก และผมกลับมาใช้ชีวิตเสเพลอีกแล้ว ส่วนผู้หญิงก็มีบ้างแต่แค่

บางเวลาแค่ sexจริงๆเพราะมันคือการปลดเปลื้องอารมณ์ที่ดี จากความเครียดทั้งหลายก็แค่นั้น

ผมก็รับปากอืมๆ

" ไม่เห็นจะต้องเป็นผู้หญิงเลย​นี่​ การทำแบบนี้มันเหมือนมึงเองก็ไม่ต่างจากคนผิดหรอก  "

ไอ้นัทบ่นแล้วพยายามเว้นชื่อของต่อ

ผมรู้ว่ามันไม่ชอบที่ผมไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิง ผมรู้ความหมายที่มันพูดคืออะไร มันคิดว่าผมแก้แค้นเป็นต่อโดยการควงเล่นกับผู้หญิง

"  เอาเถอะ มึงโตแล้วนี่ แค่มึงรู้จักเซฟตัวเองก็พอ " ไอ้กรเอ่ยขัดแต่เรื่องจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้นซะหน่อย แต่ผมก็ไม่ได้แย้งออกไป

" กูเป็นห่วงมึงนะเสก มึงไม่ควรประชดตัวเองแบบนี้​ "

ไอ้เก่งบอก  ประชดตัวเองงั้นหรอ?

" กูแค่พยายามลืม กูพยายามจะเป็นคนใหม่เป็นnewเสก  "

ผมบอกเพื่อนที่นั่งอยู่นิ่งไปนาน

" มึงเจอต่อบ้างมั้ย "

ไอ้นัทถามคงเป็นห่วงต่อเพราะเงียบหายไปเลยไอ้นัทเองก็ตามหา

" ไม่อะ " ผมตอบเสียงเรียบ

" มึงไม่คิดจะตามหาหรอวะ " ไอ้เก่งถามผม

" ไม่​ ตามหาคนที่เค้าเลือกที่จะหนีนี่นะ "

ผมบอกยิ้มหยันๆส่ายหน้าไปมา

" กูเข้าใจความรู้สึกต่อนะคนที่ทำผิดอะ ยังไงก็ยังรอการให้อภัยจากคนที่เรารักและรักเรา​ "

ไอ้นนเอ่ยเสริมคงเพราะมันเคยเจอกับเหตุการณ์นี้มาก่อน

" บางทีคนที่ไปอาจจะ เจอเรื่องโหดร้ายกว่าคนที่อยู่ ก็ได้ใครจะรู้  "

ไอ้เก่งพูดขึ้นลอยๆพวกผมทุกคนหันไปมอง เพราะปกติไอ้เก่งไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรแบบนี้มีสาระแบบนี้ถ้าเป็นไอ้กรที่นั่งเงียบอยู่ก็ว่าไปอย่าง

" อะไรๆ  กูก็ new เก่งอะ "

เเล้วพวกผมก็หัวเราะยิ้มออกมาความสุขเล็กๆแบบนี้เหตุการณ์แบบนี้ ยิ่งทำให้ผมคิดถึงเป็นต่อนายจะทำอะไรอยู่นะ

แล้วเสียงเพลงเศร้าจากหน้าร้าน ไอ้นัทก็แว่วมา

ไม่ต้องการจะฟังว่าเธอรักเขาเท่าไหร่🎵🎵

ไม่อยากรู้ว่าทั้งหัวใจทำไมให้เขา🎵🎵

แค่อยากถามวันที่ล่วงเลยเธอเคยรักฉันหรือเปล่า🎵🎵

ที่ทิ้งกันลงบอกกันสักนิด ทั้งที่ฉันไม่ผิดอะไร🎵🎵

@แค่อยากถาม_ ไอน้ำ

" เห้!  ชินถ้ามึงไม่ปิดเพลงนั้นเดี๋ยวนี้ กูจะเดินไปทุบลำโพงให้แตกเลย  "

ผมตะโกนใส่ชินเสียงดังทุกครั้งที่ได้ยินเพลงเศร้าอารมณ์ผมจะพุ่งสูงทันทีทั้งที่แต่ก่อนผมเฉยๆกับเพลงพวกนั้น

" อ้าว ไอ้นี่พาลนั่นมันสมบัติกู "

ไอ้นนว่าผมแล้วไอ้เก่งก็หัวเราะเสียงดัง

" กูดีใจนะที่ เสกคนเก่าจอมโวยวายกลับมา "

ไอ้นัทบอกผมและยิ้มหวานออกมาให้ผม

" ไหนว่าnewเสกไงโม้นี่หว่า " ไอ้เก่งเหน็บแนมผมทันที

"  กูก็ปากดีไปงั้นล่ะจริงๆแล้วความทรงจำทุกอย่างเกี่ยวกับเป็นต่อมันยังอยู่ในหัวกูเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเวลาเดินนั่งนอนหรือหายใจ  "

ผมสารภาพแล้วยิ้ม ฝืนๆ  ผมไม่อายที่จะบอกเพื่อนๆหรอกครับแต่ที่ผมพยายามปิดบังความเจ็บปวดไว้ เพราะว่าผมกลัวพวกเค้าเป็นห่วงผม

" เวลาคงช่วยมึงได้  "  ไอ้นัทปลอบใจ

แล้วผมก็ลาเพื่อนๆทุกคนเดินออกมาก่อนจะถึงลานจอดรถของร้านชินก็เรียกผมไว้

"  มันไม่ได้ผลหรือครับคำแนะนำผม " ชินถาม

" เออ สิ​ " ผมตอบเพราะก่อนหน้านี้ชินให้คำแนะนำผม ว่าสำหรับคนที่มีประสบการณ์ความรักที่น้อยนิด อย่างผมจำเป็นต้องใช้ ตัวช่วยในการลืม

ทำตัวเองให้ยุ่งเข้าไว้   ทำแล้ว

ห้ามพบเจอ ห้ามไปแอบดูชีวิตใหม่เค้า ทำแล้ว

เลี่ยงสถานที่แห่งความทรงจำ  ทำแล้ว

เล่าให้ฟังใครสักคนฟัง ทำไปแล้ว

ยอมรับทุกอย่าง ว่ามันจบลงแล้ว อันนี้ทำแล้ว

มันไม่เห็นได้ผล ซักอย่าง

ผมสาธยายหัวข้อที่ชินแนะนำออกมา

" เหลืออีกข้อหนึ่ง พี่ยังไม่ได้ทำ " ชินบอกทำหน้ายิ้มๆ

" อะไรอีก " ผมถาม

" มีคนใหม่ไงมาคบกับผมมั้ยล่ะ​ "

ชินพูดแล้วชินก็ยิ้มแฉ่งให้ผมอย่างน่าหมั่นไส้

" แล้วไอ้หน้าหล่อรวยหัวทึบลูก1คนนั้นล่ะนายไม่ชอบแล้วหรอ "

ผมถามยิ้มๆ ชินอ้าปากค้างเลยเมื่อผมพูดจบ

" พี่เสกรู้หรอ "  ชินถามก็หน้าบานเป็นจานดาวเทียมขนาดนั้นใครจะดูไม่ออกวะ เวลาอยู่กับคนรวยหัวทึบคนนั้น ผมคิดขำๆ

" ไม่ได้หัวทึบ ทึ่มเหมือนคนคนๆ นั้นนี่ "

ผมบอกแล้วเอามือตบบ่าของชินที่ยืนอึ้งกิมกี่อยู่

" ขอบใจนะแต่พี่ว่าวิธีพวกนั้นตอนนี้มันไม่จำเป็นต้องใช้แล้วล่ะ " แล้วผมก็เดินไปขึ้นรถ

" พี่เสก สู้ๆนะครับ " เสียงชินตะโกนจากด้านหลังผมยิ้มออกมาผมโชคดีที่มีเพื่อน พี่น้อง คอยให้คำแนะนำกำลังใจขอบใจนะทุกคนๆ

จากที่ว่าจะไปตามนัดกับสาวๆ ผมก็เปลี่ยนเส้นทางไปที่บ้านตัวเองทันที นอนบ้านบ้างก็ดี ให้แม่ผมบ่นหน่อยชีวิตจะได้มีเเรงกระตุ้น แล้วผมก็ยิ้มออกมา

เช้าวันใหม่ ก่อนที่ผมจะเดินเข้ามาไปในโรงเเรม

" เดี๋ยวครับคุณเสก " เสียงผู้ชายเรียกผมหันไป

"  มีอะไร  " ผมถามเสียงห้วนเมื่อเห็นหน้าของโจ้ ภาพเมื่อวันนั้นก็ย้อนมา

" ผมไม่ได้มีอะไรกับต่อเรื่องทั้งหมดเลขาส่วนตัวท่านประธานรู้ดี  "

โจ้บอกคำว่าไม่มีอะไรทำให้ผมใจชื้นขึ้นมารู้สึกดีใจแปลกๆ แต่ผมก็ยังนิ่ง

" และหวังว่าคุณจะมีวิธี หาเอาคำตอบเองนะครับ​ "  โจ้บอกแล้วเดินไป

" เดี๋ยว​ ทำไมถึงเพิ่งมาบอก " ผมถามโจ้หยุดเดินและ หันมามองผม

" เพิ่งคิดได้ ว่าผมเป็นห่วงคุณ "

โจ้ตอบแล้วเดินหนีหายไป ปล่อยให้ผม ยืนนิ่ง กัดฟันกรอดๆด้วยอารมณ์โมโหแล้วผมจะเชื่อมันได้แค่ไหน

เลขาส่วนตัวท่านประธาน  พี่พิมงั้นหรอ?

แล้วก็กดโทรออกหาลูกน้องคนสนิทให้ตามสืบเรื่องที่รู้มา

ต่อ Part

3เดือน 2 วัน แล้วผมมองปฏิทินที่เเขวนอยู่ในห้อง สี่เหลี่ยมเล็กๆบนชั้นดาดฟ้าของตึกอาคารพาณิชย์สี่ชั้น ที่เจ้าของเค้าแบ่งให้ผมพักฟรีๆ พร้อมกับดูแลบ้านให้เค้า ด้วยความช่วยเหลือจากโจ้เพื่อนใหม่ของผม  ผมจึงย้าย มาอยู่ที่นี่พร้อมกับ โบ้แมวตัวอ้วนของผม เหตุผลที่ย้ายไม่มีอะไรเลย

นอกจากคำว่า หนี หนีจากความทรงจำเก่าๆ

ความผิดพลาดที่ผมทำนั้นมันยากที่จะได้รับการให้อภัย  และสำหรับคนที่ทำผิดแล้ว ย่อมไม่มีสิทธิ์ร้องขออะไร  เวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น สำหรับไอ้พี่เสกกับผม

มีช่วงหนึ่ง ผมเคยคิดจะไปขอโทษ และขอคืนดีแต่นึกถึงแววตาท่าทางของไอ้พี่เสกวันนั้นแล้ว ทำให้ผมหยุดความคิดของตัวเองไว้แค่นั้น

หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้น วันต่อมาผมก็เอาเงินที่อยู่ในบัญชีผม ไปคืนและขอพบท่านประธาน ผมอยากขอโทษที่ทำลายความไว้ใจของท่าน แต่พี่พิมบอกว่าท่านไม่อยากจะพบผม  แล้วผมก็ไปเก็บของที่ออฟฟิศ เพื่อนร่วมงานพี่ๆต่างก็มาถามว่าทำไมถึงลาออกผมเเค่บอกทุกคนว่า ได้งานใหม่

1เดือนแรกผ่านไป

หลังจากที่ผมเลิกกันกับไอ้พี่เสก

ชีวิตผมเปลี่ยนไปทุกอย่าง ตกงาน ซึมเศร้า ป่วยจนต้องไปหาหมอบ่อยๆ เงินที่มีเหลือก็เริ่มหมดลง และเพื่อนๆคนรู้จัก ผมไม่ได้ติดต่อใครเลย

นอกจากบีม และโจ้  และวันนั้น ผมก็ส่งโฉนดไปคืนไอ้พี่เสก พร้อมกับเขียนจดหมายแนบไปด้วย อาจจะดูขี้ขลาด แต่มันก็ดีกว่าการเผชิญหน้าตรงๆ เพราะผมยังไม่พร้อม.....

วันต่อมา โจ้ก็พาผม ไปเจอใครบางคน และความจริงเกี่ยวกับเงินนั่น

มิกิ น้องสาว6ขวบของโจ้ ที่ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจใหม่และยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล วินาทีที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กนั่น ยกมือไหว้แล้วขอบคุณผม ทำให้ผมน้ำตาไหลออกมา โจ้บอกว่า ผมคือผู้มีพระคุณของมิกิ เงินค่ารักษาพยาบาลนั่นคือเงินที่โจ้เอาไป และตอนนี้โจ้ก็ใช้คืนแล้ว เพราะโจ้ตามหาพ่อแท้ๆของมิกิเจอ

" พี่โจ้บอกว่า พี่กับคุณลุง ให้ยืมเงิน ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่ให้หนูได้กลับมาอยู่กับพี่โจ้ และได้เจอกับคุณพ่อ "

เด็กสาวพูดแล้วเอื้อมมือมาจับมือผมไว้ผมมองมือเล็กนั่นแล้วรู้สึกน้ำตาซึมหันไปมองโจ้ที่ยืนหันหลังให้ผมอยู่

หลังจากที่ผมรับรู้เรื่องครอบครัวของโจ้ ชีวิตของพวกเค้าสองพี่น้องผ่านอะไรบ้างนะผมคิดและนึกสงสารขึ้นมา

หลังจากที่ผมกับโจ้บอกลามิกิแล้ว มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คาใจผมอยู่ผมจึงขอให้โจ้เล่าความจริงทั้งหมดให้ผมฟัง

พี่พิมคือคนต้นเรื่องทั้งหมด โจ้เป็นหมากที่พี่พิมใช้กำจัดผมให้พ้นทาง ด้วยเหตุผลที่ว่าพี่พิมเกลียดผม พี่พิมเกลียดเกย์

" ขอโทษ ที่ทำลายชีวิตมึงแต่กูไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้จะชกต่อยตีกูก็ได้ แต่กูจะไม่ยอมไปจากชีวิตมึงหรอก จนกว่า.... ชีวิตมึงจะดีขึ้นกูสัญญา  "

" มึงคือผู้มีพระคุณของกูกับ มิกิ​ "

" ช่างเถอะ​ มันผ่านไปแล้ว​ คงเป็นเวรกรรมของกูเอง ล่ะที่ต้องมาชดใช้ให้กับมึงและผู้หญิงคนนั้น "

ผมบอกแล้วหันหน้าหนี ยังไงผมโกรธเกลียดไปก็ไม่มีประโยชน์ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นเเล้ว ในเมื่อทุกคนเชื่อในสิ่งที่เห็น ผมเองก็ไม่อยากอธิบายหรือแก้ตัวอะไรอีก

" ขอบคุณต่อ ขอบคุณ "  โจ้บอก

" กูไม่ใช่ผู้มีพระคุณหรอก เจ้าของเงินนั่นต่างหากที่มึงควรไปขอบคุณ " ผมบอกโจ้เสียงสั่นๆ

" ท่านมาแล้วท่านรู้หมดแล้วรวมทั้งเรื่องของมึงด้วย "

โจ้บอกว่าท่านมาเยี่ยมหลังจากที่โจ้เอาเงินไปคืน  ส่วนเรื่องของผมมันไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะ ผมคิด

" แต่ยัยแม่มดสแกนดิเนเวียนั่นจะลอยนวลไม่ได้หรอก "   โจ้บอกด้วยท่าทีเครียดแค้น

ถึงอยากจะห้ามโจ้เรื่องแก้เผ็ดจองเวรกับพี่พิมในใจก็อดจะห่วง ไอ้พี่เสกไม่ได้ ถ้ามีคนแบบนั้นอยู่ข้างๆ สักวันเรื่องไม่ดีก็เกิดขึ้นอีกแน่ๆ และผมเองก็ไม่ใช่คนที่ดีมีศีลธรรมอะไร การเอาคืนเล็กน้อยๆบ้างก็คงจะ ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมา

และเป็นไปได้อยากจับมานั่งจับเข่าคุยกันนักว่า ทำไมถึงเกลียดเกย์  เกลียดผม ผมไปทำอะไรให้

" อยากทำอะไรก็ทำแต่ก็ระวังตัวเองด้วย "

ผมบอกแล้วเดินหนีโจ้ไปแล้วโจ้ก็รีบเดินมาโอบไหล่ผม แล้วผมก็ปัดมือโจ้ออก

" อย่ามาแตะ " แล้วรีบเดินหน้าไป

ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีใช่มั้ย

2เดือนผ่านไป

"  มึงให้อภัยโจ้ แล้วมึงจะเอายังไงต่อกับความรู้สึกมึงตอนนี้ "

บีมถามหลังจากที่พาผมไปสมัครงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง

ผมเล่าให้บีมฟังทุกเรื่องอย่างน้อยมีคนรับฟังบ้างก็ยังดีที่ถามบีมถามเพราะช่วงนี้บีมสนิทสนมกันมากขึ้นกับโจ้พวกเค้าทำงานที่เดียวกัน คือร้านพี่ตั้ม และสองคนนั้นก็ชวนผมไปทำด้วยกัน แต่ผมปฏิเสธไป ผมไม่อยากไปเจอ สถานที่เก่าๆ คนเก่าๆ และคำถามก็ต้องเกิดตามอีกมากมาย รวมทั้งกลุ่มพี่นัท ด้วยผมรู้สึกระอายใจที่ทำแบบนั้นกับเพื่อนของพี่นัท พี่ๆทุกคนดีกับผม

" กูคงไม่มีสิทธิ์อะไรเเล้วล่ะ ถึงเรื่องมันคลี่คลาย แต่เรื่องจริงที่กูกับโจ้มีอะไรกันมันก็ยังคงอยู่ อยู่ในใจกูมาตลอด "

ผมบอกบีมทำหน้าสงสัย

" แต่กูว่ามันแปลกๆนะต่อ ไอ้โจ้มันไม่มีท่าทีอะไรกับมึงเลย มันเป็นเกย์รุกก็จริงนะโว๊ยแต่เกย์รับอย่างกูทำไมดูมันไม่ออกเลย "

บีมบอกก็จริงอย่างที่บีมบอกโจ้ไม่เคยแตะต้องผมอีกเลยหรือเพราะว่าผมขู่ไว้  แต่ก็ไม่น่าจะใช่

" แล้วมึงก็แม่งจำอะไรไม่ได้อีกอะไรจะเบลอขนาดนั้นวะ​ ใครเอาอะไรมาทิ่มข้างหลังตัวเองก็ยังไม่รู้ตัว​ "

บีมพูดตรงไปตรงมาจนผมสะอึกทำหน้าซีด ก็ผมจำอะไรไม่ได้จริงๆนี่และมันเหมือนความฝันมากกว่า ผมฝันอะไรสักอย่าง

" เอาเถอะๆยังไงพี่เสกมึงก็ ไม่กลับมาเเล้วสิ่งที่มึงต้องทำคือ ทำใจอย่างเดียวก้มหน้ารับชะตากรรมของตัวเองไป "

บีมบอกผมก็พยักหน้าๆ

" คนนอกใจแบบกูมีสิทธิ์อะไรมั่งมั้ย บีมมึงบอกกูซิ กูยังเหลือสิทธิ์อะไร "

ผมบอกแล้วร้องไห้โฮออกมาจนบีมตกใจที่อยู่ดีๆผมก็ร้องไห้ออกมา

" กูเคยถามตัวเองว่า กูเหลืออะไร เมื่อกูไม่มีเค้ากูถามตัวเองมาเป็นเดือนๆแล้ว ก็ยังไม่ได้คำตอบ ฮือๆกูคิดถึงเค้า อยากเจออยากเห็นหน้าเค้า "

ผมคร่ำครวญเหมือนคนสติแตก บีมก็คงทำอะไรไม่ถูก

" พอแล้วๆ ร้องไห้เป็นผู้หญิงไปได้ " บีมว่าเหน็บ

" อ้าวโจ้ มาตั้งแต่เมื่อไหร่ "

บีมพูดผมหันไปมองโจ้นิดนึงแล้วก็หันหน้าหนี โจ้ไม่ตอบเดินเอาข้าวกล่องวางให้และขนมเค้กอีก2ชิ้น

" มิกิฝากมา " แล้วก็เดินออกไป

" เป็นอะไรของมัน "  บีมบ่นพึมพำผมรู้ว่าโจ้เองก็มีเรื่องราวในใจ ถึงให้ผมโกรธเคืองกันไปก็เท่านั้น

" ว่าแต่หิ้วอะไรมา "  ผมถามบีมเมื่อเห็นถุงใหญ่ 2ใบแล้วบีมก็หยิบเสื้อผ้าชุดผู้หญิงออกมา

" กูมีวิธีทำให้มึงเห็นหน้า ไอ้พี่เสกของมึงแล้วช่วงที่มึงว่างๆ ช่วงกลางวัน​ "

บีมบอกแล้วผมก็ยังงงเพราะช่วงกลางคืนผมทำงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง

" แต่งหญิง!! "  ผมร้องออกมาแล้วส่ายหน้าไปมา ถึงผมเคยทำมาแล้วก็เถอะ แต่ไม่เอาดีกว่า

" มันเป็นวิธีเดียวที่มึงจะได้เจอเค้าและคนอื่นๆจะจำมึงไม่ได้! "  บีมบอก

" ไม่เอา อาย​ "  ผมบอกปัด

" ตามใจคิดเองว่าจะอายหรือจะอด อดเห็นหน้าไอ้คุณพี่เสกของมึง​  "

บีมบอกและทำให้ผมไม่ลังเล

" เออ ก็ได้...."

ไม่อยากจะคิดเรื่องอื่นแล้วแค่อยากเห็นหน้า อยากเจอ

โรงแรม  Q

08.34 น.

ยังไม่มาอีก วันนี้เป็นอะไรรึเปล่านะ?  ผมคิดเมื่อมองนาฬิกาเลยเวลาที่ร่างสูงจะเข้ามาทำงานแล้ว

ทุกวันทำงาน ไอ้พี่เสกจะเข้ามาที่โรงแรมประมาณ

8.30น. ผมรู้ดีเพราะว่าผมทำแบบนี้มาเกือบ1เดือนแล้วหลังจากที่บีมแนะนำผมแต่งชุดผู้หญิงมาไม่มีใครจำผมได้จริงๆด้วย เพราะว่าร้านกาแฟสดมุมเล็กๆ ในโรงแรม ตอนเช้าจะไม่ค่อยมีพนักงานมาดื่ม เพราะว่าราคาแพงมากๆ ส่วนมากที่มานั่งจะมีแต่แขกของโรงแรมและมุมที่ผมเลือกนั่งก็มองเห็นประตูทางเข้าได้ชัด ทุกเช้าร่างสูงของไอ้พี่เสกจะหยุดทักทายทุกคนตามมารยาทและจะทักทายนานหน่อยคือจุดประชาสัมพันธ์

ทุกวันๆความสุขเล็กๆของผมจะมีแค่นี้อย่าถามถึงเรื่องงาน เพราะว่าผมยังหาไม่ได้เลยตอนนี้มีงานก็แค่งานเสริฟสองที่ ก็เหนื่อยแล้วครับทำๆไปก่อนเพราะว่าร่างกายผมยังไม่แข็งแรงดี เงินที่มีก็เริ่มเหลือน้อยแต่ก็ไหวครับ

และเมื่อเช้าก่อนออกมาผมเจอโจ้

" ทำไมถึงทำแบบ​นี้​ " นั่นสิ ทำไม!

" ไม่มีเหตุผลหรอกแค่อยากเจอ​ "   ผมบอก

" อยากเห็นหน้าก็แค่เป็นตัวมึงไปเจอ ไม่ใช่คนอื่นแบบนี้ "

โจ้บอกไล่สายตายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ยิ้มแหยๆ

"  ไม่ได้หรอกเพราะว่ากูไม่รู้จะพูดบอกอะไรกับเค้า เผลอๆถ้ากูไป เจอเค้ามันอาจจะทำให้เค้าเป็นทุกข์มากกว่าเดิมอีกแบบนี้ดีแล้วมันทำให้กูรู้ว่าความรักความสุขบางทีมันก็ไม่ใช่การครอบครอง  แค่เห็นเค้ามีความสุขก็พอแล้ว "

ผมบอกแล้วส่งยิ้มหวานให้โจ้ จนโจ้เบือนหน้าหนีเพราะว่าผมอยู่ในชุดผู้หญิง

"  หัวอ่อน แถมปัญญายังอ่อนตามอีก  "

โจ้บ่น แล้วผมก็หัวเราะออกมาหลังจากที่ไม่ได้หัวเราะมานาน

ความรักมันทำให้คนตาบอด คงยังใช้ได้อยู่มั้ง ตรรกะนี้

มาแล้ว เมื่อผมเหลือบไปเห็นร่างสูงของไอ้พี่เสก เดินเข้ามาจากทางด้านหลังลานจอดรถ?  แสดงว่าวันนี้มาเอง เพราะปกติจะมีคนขับรถรับส่ง

ร่างสูงอยู่ในชุดเสื้อสูทเสื้อขาวสลับสูทสีกรมชุดผู้บริหารเต็มยศ ผมเผ้าวันนี้ยุ่งเหยิง ผมเหลือบมองเสี้ยวหน้าที่เห็นไกลๆ ทำหน้ายุ่งๆ เหมือนกับอารมณ์ไม่ดี.... แล้วร่างสูงก็เดินเข้าลิฟต์ไปวันนี้ไม่ทักทายใครเลย  อารมณ์ไม่ดีจริงๆด้วย

เกิดอะไรขึ้นรึป่าวนะ?   เห้อ ผมถอนหายใจเสียงดังออกมา

" นั่งด้วยคน นะครับ  "

เสียงผู้ชายพูดพร้อมกับนั่งลงข้างๆผมหันไป

ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายนิ่งเหมือนคำพูดนั้นเป็นคำสาป เสียงทุ้มนี้ หน้าตาแบบนี้ ผมลุกลี้ลุกลนมองหน้ามองหลังหาคนอื่นที่มาด้วยกับผู้ชายคนนี้แต่ก็ไม่มีใคร

" ทำตัวปกติเถอะครับ ผมจำคุณไม่ได้หรอก "

ร่างสูงตรงหน้าผมพูดแล้วยิ้มออกมายิ้มสดใสที่ผมเคยนึกถึง​ ยิ่งคำว่าจำไม่ได้นั้น

ทำให้ผมอายแทบจะมุดแทรกแผ่นดินหนี ยกเอาเมนูปิดหน้าครึ่งหนึ่ง

ผมควรทำอย่างไร?

เดินหนีดีมั้ย? หรือว่า จะเฉยๆทำทีว่าจำคนผิด

"  พี่กร  "  เผชิญหน้าดีกว่ากับผู้ชายคนนี้ผมไม่ควรโกหกไม่ควรเดินหนี

" หิวข้าว ปะ กินข้าวกัน "

พี่กรพูดท่าทีปกติแล้วลุกขึ้นยืนดึงข้อมือผมให้ลุกตามแล้วพาผมเดินออกทางด้านหน้าโรงแรม

" เห้!  ไอ้กร มึงจะไปไหนวะ "

เสียงของผู้ชายเรียกชื่อพี่กรตามหลังผมไม่หันไปมองเพราะผมรู้ดีว่าเป็นเสียงของใครตัวผมแข็งทื่อหายใจไม่ทั่วท้อง​   ผมยังไม่พร้อมที่จะเจอกับไอ้พี่เสกเวลานี้ ตอนนี้ที่ผมอยู่ในชุดของผู้หญิง

_______________________________________________________

มาเเล้วๆจร้า เสกต่อตอนนี้ต่างคนยังต่างคิด เอื่อยๆไปก่อนส่วนตอนหน้าเผชิญหน้ากันแล้วมาดูว่าใครจะโผเข้าหากันก่อน และยัยแม่มดพิม จะถูกเอาคืนแบบไหน ติดตามจร้า...

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม

❤️   ขอบคุณคร้า  ❤️

แอบแปะอิมเมจเป็นต่อ หน่อย เเววตาเศร้าๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น