Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 2 ชาวนากับงูเห่า (จบตอน)

ชื่อตอน : บทที่ 2 ชาวนากับงูเห่า (จบตอน)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2561 20:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ชาวนากับงูเห่า (จบตอน)
แบบอักษร

“อวดดีจังเลยนะ” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม 

นังบ้านี่ตบเข้าที่แผลจนปริ แถมยังเสยคางเขาอีก! เจ้าหล่อนคิดว่าจะลูบหัวเสือแบบไม่ยอมให้มันกัดได้หรือ จากที่กำลังคุกกรุ่นอยู่แล้วพลันรู้สึกเหมือนลาวากำลังปะทุ

ตอนนั้นเขาเพียงแค่จะดึงแขนของหล่อนเพื่อเข้ามาคุยแต่เจ้าตัวกลับทำเซเหมือนจะล้มใส่ยังไงยังงั้น แผลก็ยังระบบอยู่ จะให้ไปเป็นเบาะให้หล่อนกระแทกรึไง! มันเป็นเรื่องปกติที่คนจะหลบเพื่อป้องกันตัวเอง!

ทั้งสองฟาดฟันสายตาอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่เพียงไม่นานหญิงสาวก็เริ่มตระหนักกับความล่อแหลมของ ‘ท่วงท่า’ ในขณะนี้ หากไม่มีใครยอมลดราวาศอก เธอไม่อยากจะคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เมื่อคิดได้ดังนั้นเสียงสั่นเครือจึงเอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบ

“คุณต้องการอะไร” 

“ก่อนหน้านี้ฉันแค่อยากจะคุยกับเรื่องที่เธอไม่ทำตามคำสั่งของฉันเมื่อคืน หลังจากนั้นเธอก็ทำแผลฉันปริ แล้วก็ทำฉันเลือดกลบปาก” ชายหนุ่มชี้ที่ริมฝีปากหยักบางของตน

“ฉันขอโทษ” หญิงสาวเอ่ยขอโทษเมื่อเห็นว่าแผลของอีกฝ่ายคงจะปริดังว่า 

“ถ้าอย่างนั้นคุณควรจะรีบทำแผลนะ” เธอพยายามขยับร่างออกจากพันธนาการของชายหนุ่ม มีเพียงนัยน์ตาสีครามของเขาเท่านั้นที่กลอกไปมาแต่ร่างสูงใหญ่กลับยังคงตระหง่านไม่ขยับเขยื้อน  

“ตอนนี้คำขอโทษอย่างเดียวมันคงจะไม่พอแล้วล่ะมั้ง” เขากล่าว

“แล้วฉันทำอะไรผิด” เธอเอ่ยถาม

“คุณลองคิดดู ฉันเป็นผู้หญิงที่ช่วยผู้ชายคนหนึ่งมาแล้วอยู่ๆเขาคนนั้นก็ดึงฉันล้มคว่ำเกือบจูบพื้น มันไม่แปลกใช่ไหมถ้าฉันจะลุกขึ้นป้องกันตัว นี่ไม่นับรวมที่คุณผลักฉันใส่ผนัง ฉันก็กลัวเป็นนะ”

“ถ้าไม่คว่ำเกือบจูบพื้น เธอจะไม่ตบแผลฉัน?”

“ใช่ เพราะฉันตกใจเลยอาจจะทำอะไรรุนแรงไปหน่อย เอาเป็นว่าเราควรจะหายกัน” เธออธิบายพร้อมกับพยายามดันอีกฝ่ายให้ลุกออกไป

“หายกัน? ง่ายไปหน่อยมั้ง อีกอย่างการทำธุรกิจไม่มีเสมอ” เขากล่าวเสียงราบเรียบ

“ค่าแรงที่เธอแบกฉันมา ค่ายาที่ทำแผล แล้วยังมีค่าอะไรอีกนะ อ้อ...ค่านอนค้างที่นี่หนึ่งคืน ทั้งๆที่ที่นี่เทียบไม่ได้แม้แต่กับม่านรูดถูกๆด้วยซ้ำ อีกอย่างฉันคงไม่ต้องมาอยู่ที่นี่ คนติดตามของฉันคงโผล่มาแล้วถ้าเธอทำตามคำสั่งฉัน”

“เหอะ! คุณว่าอะไรนะ” เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่อีกฝ่ายพ่นออกมา

“เธอคิดว่ามันจะเสมอกัน หายๆกันไปได้งั้นเหรอ เธอมีปัญญาชดใช้กับค่าเสียเวลาที่ฉันต้องมาอยู่ที่นี่ ค่าความเสี่ยงต่อชีวิตที่คนอย่างฉันต้องมาให้คนไม่มีความรู้อย่างเธอช่วย ถ้าเกิดแผลฉันติดเชื้อขึ้นมาเธอจะรับผิดชอบไหวเหรอ แล้วยังค่าบาดเจ็บที่เธอทำแผลฉันปริ ฉันไม่อยากจะพูดมากหรอก แต่เลือดฉันหนึ่งหยดมีค่ามากกว่าเงินเดือนเธอทั้งเดือนซะอีก คนอย่างเธอไม่มีปัญญาชดใช้แน่” เขากล่าวพลางกลอกตามองโดยรอบ ก็แค่ผู้หญิงจนๆคนหนึ่ง

หญิงสาวอ้าปากค้าง เธอไม่อยากจะเชื่อหูเชื่อตาตัวเองว่ามีคนแบบนี้ในโลก! ปากคอคำพูดจาก็ว่าเลวร้ายแล้ว แต่ความคิดและทัศนคตินี่เข้าขั้นเลวทรามเลย!

“ขอโทษนะ คุณต้องล้อฉันเล่นแน่ๆ” เธอกล่าว 

“คุณต่างหากที่ควรจะทั้งขอบคุณและขอโทษฉัน ฉันช่วยคุณมาแต่คุณกลับตอบแทนฉันด้วยนิสัยหยาบคายและทำฉันเจ็บ แล้วคุณจะให้ฉันชดใช้อะไรให้คุณมิทราบ เรื่องที่ช่วยคุณมาเหรอ!” น้ำเสียงที่ใช้เต็มไปด้วยกราดเกรี้ยว

“ฉันกับคุณถึงเราจะมาจากคนละที่ คนละชาติคนละภาษา แต่เราก็เป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ฉันแค่คนที่บังเอิญผ่านไปแล้วเจอคนกำลังนอนเจ็บ ต่อให้เป็นคุณหรือไม่เป็นคุณฉันก็จะช่วย นี่เป็นน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ที่แสดงออกต่อกัน!”

“นี่เธออยากได้ผลประโยชน์?” คำพูดของหล่อนทำให้เขาต้องคิดอะไรบางอย่าง แน่นอน…เขาไม่มีวันช่วยคนที่ไม่มีผลประโยชน์แน่ ทุกคนที่เข้ามาในชีวิตล้วนมีแต่จุดประสงค์เดิมๆ ดังนั้นเขาจึงไม่เคยขอความช่วยเหลือจากใคร และไม่เคยให้ใครมาดูดผลประโยชน์จากเขาแบบฟรีๆ

และแน่นอน…เขาไม่ยอมให้หล่อนมาทวงบุญคุณยิกๆแบบนี้แน่!

“แล้วมันราคาเท่าไหร่”

“ราคาเท่าไหร่?! น้ำใจบ้านคุณสิเอามาตีราคาได้! ถ้าคุณเก่งขนาดนั้นทำไมไม่บวกลบคูณหารมาให้ฉันเลยล่ะ!” หญิงสาวพยายามข่มคำด่าไว้ในใจ ให้ตายเถอะ!

“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ให้เธอช่วยฉันฟรีๆแน่” เขายักไหล่ตอบอย่างไม่หยี่ระ

“ฉันจะให้เงินเธอไปตั้งตัวแล้วกัน ฉันแน่ใจว่ามันจะมากกว่าที่เธอทำงานทั้งชีวิตแน่ๆ”

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเบิกโพลงด้วยความตกใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นการดูถูก ตอนแรกชายหนุ่มเดาว่าหล่อนอาจจะดีใจจนเก็บอาการไม่มิด แต่ไม่นานเขาก็ได้คำตอบ แววตานั่นไม่ได้มีความดีใจซักกระผีก กลับเต็มไปด้วยความเหยียดหยามสมเพชเวทนาซึ่งส่งมาจากคนใต้ร่าง

มันเป็นแววตาที่เขาไม่เคยได้จากใครมาตลอดชีวิต!!

“หนึ่งล้านเหรียญ มันน้อยไปเหรอ!” 

สิ่งที่เขาต้องการจะเห็นคือแววตาลุกวาวด้วยความดีใจ ความตะกละโลภมาก หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้รู้สึกเป็นฝ่ายควบคุมมากกว่านี้ แต่ท่าทีของอีกฝ่ายช่างตรงกันข้าม แววตาคู่นั้นเหยียดหยาม นิ่งเฉย และแสยะยิ้มออกมาเล็กๆ

“ตอบสิ หรือว่าเธออยากได้เท่าไหร่ก็ว่าราคามาเลย!” 

“เก็บเงินของคุณไว้ดูแลตัวเองเถอะ ฉันไม่ได้อยากได้อะไรจากคุณ”

หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองได้จุดอารมณ์บางอย่างของชายหนุ่มให้ลุกฮือขึ้น เธอเพียงแค่คิดสมเพชเขาในหัวว่าเขาช่างเก่งกาจเสียจริง ตีราคาทุกอย่างออกมาเป็นตัวเงินได้หมด ดังนั้นคำว่าน้ำใจหรือขอบคุณคงไม่ต้องหวังว่าจะมีในคนแบบนี้ คนซึ่งไม่สมควรต่อล้อต่อเถียงเอามาเป็นอารมณ์

“ไม่อยากได้เงิน หรือว่าเธออยากได้อย่างอื่น…” นัยน์ตาสีครามหรี่จ้องอย่างเจ้าเล่ห์

“ฉันไม่อยากได้อะไรจากคุณทั้งนั้น นอกจากให้คุณออกไปจากบ้านฉันซะ!”

“เล่นตัวไปก็ไม่ทำให้ฉันอัพราคาให้หรอก!”

“ฉะ…” ยังไม่ทันที่คำพูดจะเล็ดลอดออกมา ริมฝีปากร้อนผ่าวของคนตรงหน้าก็ประทับเข้ามาอย่างหนักหน่วง

หญิงสาวเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ หลังจากนั้นมือบางก็ทั้งทุบและต่อยไปที่แผงอกกำยำของคนสารเลวด้านบนทันที แรงของเขาที่มีมากกว่าทำให้เธอไม่อาจสู้ ร่างบางจึงได้แต่ดิ้นขลุกขลักพยายามเบี่ยงหน้าหลบความป่าเถื่อนจากผู้รุกราน

ชายหนุ่มคำรามในลำคอเมื่อรู้สึกถึงฟันคมกัดเข้าที่ริมฝีปากเพื่อสร้างแผลใหม่ เขาถอนจูบออกจากคนตรงหน้าและตวาดเสียงกร้าว

“ชอบแบบซาดิสต์เหรอ!” 

ไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้หายใจอีกรอบ มือแข็งแรงประดุจคีมเหล็กก็บีบเข้าที่แก้มนิ่มของเธออย่างไม่ปรานี ครั้งนี้ริมฝีปากที่เปิดอ้าออกรับเปิดรับสัมผัสป่าเถื่อนได้อย่างถนัดถนี่ เขาใช้ฟันกัดริมฝีปากของเธอคืนจนรู้สึกถึงรสเลือดที่คละคลุ้งทั่วโพรงปาก ลิ้นสากรุกล้ำเข้ามาเหมือนสัตว์ป่าซึ่งหิวกระหาย แม้จะเจ็บ อับอาย และโมโหแค่ไหน แต่เธอไม่สามารถหลีกหนีจากการรุกรานในครั้งนี้ได้เลย! 

และหล่อนก็ทำในสิ่งที่ชายหนุ่มไม่คาดคิด เล็บทั้งห้าจิกเข้าที่หลังคอของเขาอย่างแรง รู้สึกเหมือนเนื้อจะหลุดติดมือเล็กนั่นออกมาด้วยก็ไม่ปาน ความเจ็บปวดทำให้เขากุมหลังคอผงะถอยหลัง โมโหจนแทบจะฉีกคนใต้ร่างให้ตายคามือ

เสี้ยววินาทีที่หญิงสาวเป็นอิสระ ฝ่ามือร้อนก็ฟาดเปรี้ยงเข้าหน้าสากของอีกฝ่ายแทบจะทันที ช่วงจังหวะที่เขาหงายตัวออกไป เธอใช้กำลังทั้งหมดพลิกตัวคลานหนีออกมาจากเงามัจจุราช แต่ยังไม่ทันที่จะได้ลุกขึ้น มือหยาบกระด้างก็คว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าลากเธอกลับมาเหมือนเด็กเล่นของเล่น 

หญิงสาวกรีดร้องเมื่ออีกฝ่ายทึ้งกระดุมเสื้อคลุมของเธอออก ตามด้วยฝ่ามือหยาบหนาปิดปากปิดจมูกของเธอจนได้ยินแค่เสียงอู้อี้ ร่างบางดิ้นขลุกขลักขยะแขยงจนแทบอ้วกเมื่อความคาวเลือดเข้ามาจนเต็มปากและจมูก เธอไม่แน่ใจว่าเป็นเลือดของเธอเองหรือว่าเป็นเลือดที่ไหลมาจากแผลของเขา แต่ไม่ว่าจะข้อไหนมันก็ชวนให้น่ารังเกียจอยู่ดี!

“แบบนี้ฉันก็ถนัดนะ”

ชายหนุ่มกัดไปที่ซอกคอขาวของหญิงสาวจนขึ้นเป็นรอยฟันแดงๆ มือที่ว่างจากการปิดปากบีบเคล้นทรวงอกเต่งตึงอย่างรุนแรง ทั้งซอกคอ เนินอก ต่างมีรอยเขี้ยวและรอยมือของเขาประดับอยู่

พละกำลังของหญิงสาวแผลงฤทธิ์แผลงเดชอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายสงบลงเขาจึงหยุดการกระทำและจ้องมองอย่างผู้กุมชัยชนะ

ร่างบางหยุดการต่อต้านนอนนิ่งเหมือนท่อนไม้ ผมยาวสีดำพันกันยุ่งเหยิงอยู่บนพื้น ใบหน้าเรียวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดซึ่งไม่แน่ใจว่าของใครทำให้สภาพของหล่อนดูไม่จืดเลยทีเดียว แม้ดวงตาคู่สวยแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาพรั่งพรู แต่ริมฝีปากอวบอิ่มซึ่งสั่นระริกกลับไร้เสียงสะอื้น 

ชายเร่ร่อนถอยออกไปเพื่อให้อิสระแต่ดวงตาดุดันคู่นั้นกลับยังคงจ้องไม่วางตา เธอได้แต่ข่มร้อยแปดสรรพสิ่งความหวาดกลัวไว้ในใจก่อนจะชันตัวขึ้นและเขยิบถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ

“เอาเงินของคุณมาแล้วออกไปจากที่นี่ซะ!” หญิงสาวพยายามข่มน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว ถึงแม้จะขัดกับหยาดน้ำตาที่กำลังเอ่อนองเต็มใบหน้าก็เถอะ

เมื่อเห็นสภาพของหล่อนชัดๆกลับเป็นเขาเองที่พูดไม่ออก ความเดือดดาลเมื่อครู่ค่อยๆสลายหายไป ใบหน้าเรียวมีรอยแดงจากนิ้วมือของเขาครบทั้งห้าเลยทีเดียว เขาแทบไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองเผลอใช้กำลังมากขนาดนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ คู่ขาคู่ควงที่ผ่านมาก็ล้วนแต่พึงพอใจในความบ้าคลั่งดิบเถื่อนแบบนี้ แม้เริ่มต้นจะร้องวีดว๊ายแต่สุดท้ายก็จบลงด้วยเสียงครวญคราง แต่สภาพของหญิงสาวดูเหมือนจะต่างออกไป หล่อนแทบไม่มีอะไรต่างไปจากโสเภณีราคาถูกโดนรุมโทรม

“เธอได้เงินที่เธอต้องการแน่” ชายหนุ่มใช้มืออีกข้างกดปากบาดแผลที่แขนของตน ความเจ็บค่อยๆปลุกสติให้แจ่มใส คนอย่างเขาโดนฟันไม่ตายแต่จะมาเลือดหมดตัวตายนี่นะ!?

เวลาผ่านไปเชื่องช้ายิ่งกว่าครั้งไหนๆ เขามั่นใจว่าได้ยินกระทั่งเสียงเข็มวินาทีเลยทีเดียว ในใจได้แต่สบถและก่นด่าผู้ติดตามทั้งสองว่าทำไมป่านนี้แล้วถึงยังไม่เสนอหน้ามาอีก 

หญิงสาวกุมสาบเสื้อนั่งกอดเข่าจองเขม็งไปยังประตู ภาวนาต่อฟ้าดินให้ใครก็ได้เอา ‘สัตว์’ ตัวนี้ออกไปจากบ้านของเธอที ถึงแม้จะไม่ได้มองหน้าคนสาวเลวแต่เธอรู้สึกถึงสายตาที่กำลังจ้องอย่างไม่เป็นมิตร เหมือนความดันอากาศลดลงทำให้เธอหายใจไม่ถนัด ร่างบางได้แต่กระชับวงแขนกอดตัวเองแน่นขึ้นอีก ข่มความกลัวไม่ได้และกลั้นน้ำตาก็ไม่ได้

‘ทำบุญให้สัตว์โลก’ หญิงสาวคิดในใจ อยากจะวิ่งไปล้วงคออ้วกเอาความขยะแขยงออกจากปากให้หมดแล้วใช้แอลกอฮอล์บ้วนซ้ำซักร้อยรอบ

‘แต่ฉันเกือบจะโดนข่มขืน!’ ความหวาดกลัวทำให้เธอแทบจะลุกขึ้นไปเอามีดมาสัตว์เดรัจฉานผู้นี้

เวลาชั่วกัปวสานได้ถูกทำลายลงเมื่อเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น มันเป็นเวลาไม่ถึงครึ่งวินาทีที่เธอมองเฉียดเขาไป แน่นอนว่าสายตานั้นยังคงจ้องอยู่ที่เธอ

หญิงสาวข่มความอับอายลุกขึ้นไปส่องตาแมวมองผู้มาใหม่ แม้ไม่มีกระจกแต่ก็พอจะรู้ตัวว่าสภาพตนเองตอนนี้มันบัดซบแค่ไหน แต่เธอไม่เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ ขอแค่ให้สัตว์ตัวนี้ไสหัวออกไปจากชีวิตก็พอ

ประตูไม้ถูกเปิดต้อนรับผู้มาเยือน ชายหนุ่มสองคนในชุดสูทสีดำยืนรออย่างสงบ ด้านหลังของพวกเขามีรถหรูจอดอยู่ห้าคันและชายชุดสูทดำอีกนับสิบยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ ลางสังหรณ์เธอคิดว่าว่าสิ่งที่คนเร่ร่อนพูดน่าจะเป็นความจริง พวกนี้น่าจะเป็นคนติดตามที่ว่า

เมื่อเห็นเจ้าบ้านรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของฝาแฝดผู้ติดตามก็หุบลงทันควัน ทั้งสองมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนคนหนึ่งอาสาพูดขึ้นมา

“เอ่อ…ไม่ทราบว่ามี เอ่อ…คนบาดเจ็บ” ฮาฟิซหุบปากแทบไม่ทันเมื่อโดนพี่ชายฝาแฝดหยิกให้ที่กลางหลัง เขาพึ่งจะนึกได้ หากถามถึงคนบาดเจ็บเจ้าของบ้านควรไปโรงพยาบาลก่อนคนแรกเลย 

“เอ่อไม่ใช่ครับ พวกผม…” เขาพยายามเอ่ยแก้

“ถ้ามาหาคนก็รีบเอา ‘มัน’ กลับไป” หญิงสาวเบี่ยงตัวให้ฝาแฝดคู่นี้เข้ามาในบ้าน ทั้งใบหน้า รูปร่าง หรือรอยยิ้ม ทั้งสองเหมือนกันทุกระเบียดนิ้ว

“กว่าจะเสนอหน้ามาได้นะ” เสียงทุ้มดังมาจากข้างหลังก่อนที่มือหนาของผู้พูดจะดึงร่างของเธอให้ถอยห่างจากประตูอย่างแรง

“ผมดีใจที่นายท่านปลอดภัย” แฝดผู้พี่กล่าว

“แต่ฉันคิดว่าพวกแกอาจจะเป็นผีเฝ้าทะเลทรายแล้ว”

“น่าจะเป็นทีหลังนายท่านนะครับ” แฝดอีกคนกล่าวเมื่อเห็นสภาพของผู้เป็นเจ้านาย

“ฉันเป็นเพื่อนเล่นแกตั้งแต่เมื่อไหร่!”

ทั้งสองแย้มยิ้มเมื่อเห็นว่าผู้เป็นเจ้านายไม่เพียงแค่ปลอดภัยแต่ยังมีแรงพูดจาแดกดัน ฮาฟิซลอบมองไปทางหญิงสาวเจ้าของบ้านด้วยสายตาฉงนเป็นพักๆ

‘หรือจะเป็นพวกนักฆ่าที่โดนนายท่านจัดการแต่ดันไม่ตาย’ เขาคิดในใจเพราะสภาพอีกฝ่ายดูยังไงก็ไม่เหมือนคนปกติจริงๆ

“ฉันจะจ่าย ‘ค่ารักษาพยาบาล’ ไปเอาเช็คมา” เสียงทุ้มออกคำสั่ง

ยะตีมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะหยิบบางสิ่งออกมาจากข้างในเสื้อ สายตาของเขาเหลือบมองไปยังหญิงสาวชั่วครู่ เขาก็มีความสงสัยอย่างเดียวกับผู้เป็นน้องชายฝาแฝดเช่นกัน

“หนึ่งล้านน่าจะพอนะ!” ชายหนุ่มเขียนและเซ็นเช็คอย่างรวดเร็วตามความเคยชินก่อนจะฉีกกระดาษใบน้อยซึ่งมีมูลค่าพอสมควรปาใส่หน้าหญิงสาวอย่างหยาบคาย

กระดาษสีขาวค่อยๆตกลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก คล้ายกับความอดทนของเธอที่สุดท้ายก็มาถึงจุดสิ้นสุด มือบางกำหมัดแน่นจนตัวสั่นเทิ้ม

เหมือนผู้ติดตามทั้งคู่จะคาดเดาอะไรออก แฝดผู้น้องจึงพูดขึ้นทำลายบรรยากาศอึมครึ้ม

“ขอบคุณที่ช่วยเหลือเจ้านายของพวกผมครับคุณผู้หญิง”

หญิงสาวไม่แม้แต่จะปรายตามอง สายตาของเธอมองทะลุพวกเขาออกไปเสมือนเป็นธาตุอากาศ

“เชิญพวกคุณไปเถอะค่ะ”

“หึ! คนเขาจะรีบไปใช้เงิน พวกแกอย่าไปขวางเลย” ชายหนุ่มเดินปลิวออกจากบ้านตรงไปที่ตัวรถ

“ชักช้าทำไม รีบมากันสิ!”

ผู้ติดตามทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่คนหนึ่งจะล้วงนามบัตรออกมาส่งให้กับเธอ

“ถ้ามีปัญหาอะไรติดต่อมาที่ผมได้เลยนะครับ เจ้านายพวกเราคงทำให้คุณตกที่นั่งลำบากไม่น้อย” ยะตีมกล่าวด้วยความสุภาพยิ่งเพราะรู้จักนิสัยผู้เป็นเจ้านายดี

ปัง!

ไม่มีคำตอบใดทั้งสิ้น หญิงสาวปิดประตูใส่คนทั้งสองแบบไม่ต้องรักษาคำว่ามารยาท ทั้งสองมองหน้ากันโดยไม่พูดอะไรให้มากความ คนที่น่าสงสารที่สุดหรือคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่หาใช่เจ้านายของพวกเขาไม่

พิมพ์นาราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าการกระทำของตนตกอยู่ในสายตาของมิเกลทั้งหมด ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัย เขาไม่เชื่อว่าจะมีอะไรในโลกนี้ที่เงินซื้อไม่ได้!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น