Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 2 ชาวนากับงูเห่า (50%)

ชื่อตอน : บทที่ 2 ชาวนากับงูเห่า (50%)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2561 20:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ชาวนากับงูเห่า (50%)
แบบอักษร

บทที่สอง

แสงแดดจากเช้าวันใหม่ส่องผ่านหน้าต่างใสกระทบถึงตัวของชายหนุ่ม ร่างหนาพลิกตัวไปมาเพื่อหลบแสงแสบตาอยู่หลายครั้งจนเริ่มรู้สึกถึง ‘เตียงนอน’ ของตนในวันนี้ว่ามันแคบและเล็กกว่าที่เคยนอนอยู่เป็นประจำ แม้แต่ขาก็ยังไม่สามารถเหยียดออกไปได้ดั่งใจ

อาการปวดระบมตามเนื้อตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แขนทั้งสองข้างทำให้ชายหนุ่มคำรามเสียงต่ำหลายครั้ง สติที่เคยพร่าเลือนค่อยๆแจ่มชัดขึ้นทุกขณะ แขนบอบช้ำถูกผู้เป็นเจ้าของเรียกใช้งานเพื่อบังแสงแดด นัยน์ตาสีครามหรี่มองบรรยากาศรอบตัวจนแทบจะเป็นเส้นตรง เขาใช้เวลาชั่วครู่ในการปรับสายตาให้เข้าที่ สิ่งแรกที่เห็นคือชั้นหนังสือที่กินบริเวณไปกว่าครึ่งของห้องนี้ ภายในห้องแคบๆหรือบ้านหลังเล็กๆนี้ตกแต่งเรียบง่ายสะอาดสะอ้าน แม้จะเทียบไม่ได้ซักเศษหนึ่งส่วนพันกับความหรูหราของห้องรับรองแขกจากท่านชีคที่เขาพึ่ง ‘หลบ’ ออกมาเมื่อวาน แต่ก็ยังดีกว่าลังเหม็นอับชื้นที่เคยใช้ซ่อนตัวอยู่มากโข 

‘ที่นี่ที่ไหน’ คำถามแรกผุดขึ้นเมื่อร่างหนายืนขึ้นมองรอบบริเวณโดยรอบ เขาพยายามไล่เหตุการณ์ดูทีละเรื่อง จำได้ว่าเกิดการปะทะกับพวกลอบกัดที่ทะเลทราย สองผู้ติดตามให้ล่วงหน้าออกมาก่อน หลังจากหลบผู้คนในเมืองได้ก็เข้าไปนั่งรอเจ้าพวกนั้นอยู่ที่ในตรอก แล้วก็ผู้หญิงสาระแนที่คิดว่าเขาเป็นขอทาน หลังจากนั้นก็เป็นภาพเลือนๆไม่ชัดเจน

แก็ก!

ชายหนุ่มยกเท้าขึ้นเพื่อดูว่าตนเผลอเหยียบอะไรไป เมื่อเห็นชัดถนัดสองตาถึงกับสบถคำหยาบออกมาลั่น

ระยำเอ๊ย! มันคือเครื่องติดตาม!

เหมือนจิ๊กซอว์สมองต่อกลับเข้าที่ ภาพเลือนๆแจ่มชัดขึ้นมาแทบจะทันที ใช่! ผู้หญิงคนนั้นแบกเขาออกมาจากตรอกนั่น แล้วหล่อนก็พยายามที่จะช่วยทำแผล เขาเป็นคนหยิบเครื่องนี้กำชับหล่อนด้วยตัวเองว่าให้นำไปวางในที่ที่มีสัญญาณ แต่ทำไมมันมานอนแอ้งแม้งเป็นของไม่มีค่าเช่นนี้!

ชายหนุ่มหยิบเจ้าเครื่องเล็กพลิกไปมาก็พลันได้คำตอบ ว่าแล้วเชียวว่าทำไมพวกนั้นถึงหาเขาไม่เจอสักที ไม่ต้องพูดเรื่องสัญญาณ ใจกลางเมืองแบบนี้จะไม่มีได้อย่างไร ไม่รู้ว่าเขาหรือผู้หญิงคนนั้นกันแน่ที่เป็นคนไปทับโดนปุ่มปิดเจ้าเครื่องนี้

นัยน์ตาสีครามฉายแววไม่สบอารมณ์ โชคดีแค่ไหนที่ไม่ตายแต่ต้องมาโชคร้ายเจอคนโง่ เขาเกลียดพวกขัดคำสั่งเป็นที่หนึ่ง วุ่นวายเป็นที่สอง โง่แบบไม่เข้าใจอะไรเลยเป็นที่สาม ซึ่งดูเหมือนว่าหญิงสาวคนนี้จะมีครบทุกข้อเลยทีเดียว!

ผู้บาดเจ็บกดปุ่มเปิดเครื่องและนำไปวางไว้ยังขอบหน้าต่างเพื่อให้สัญญาณที่ส่งออกไปแรงที่สุด ความปวดจากแผลที่เริ่มอักเสบแล่นขึ้นมาทำให้เขากัดฟันจนกรามขึ้นเป็นรอยนูน เขาเริ่มนับถอยหลังกับตัวเองว่าพวกนั้นคงมาโผล่ภายในครึ่งชั่วโมงเป็นแน่ 

แต่ก่อนที่จะไป…เขาควรจะ ‘ขอบคุณ’ ผู้มีพระคุณอย่างจริงจังสักหน่อย

ครืน…ครืน…ครืน

มือบางคลำสะเปะสะปะไปตามผ้านุ่มของเตียง ผู้ถูกปลุกครางเสียงอู้อี้อย่างขัดใจ เสียงสั่นไหวนั้นดังอยู่นานพอสมควรซึ่งเรียกความรำคาญให้ผู้หลับใหลได้ไม่น้อย แม้สิ่งรบกวนจะอยู่ใกล้ตัวก็จริงแต่วินาทีนี้หญิงสาวไม่มีสติคิดถึงเรื่องทิศทางมากเท่าใดนัก ในที่สุดดวงตาสีน้ำตาลเข้มก็ลืมขึ้นตั้งสติกรอกเสียงลงไป

“สวัสดีค่ะคุณน้า” พิมพ์นารารับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงงัวเงีย 

เนื่องด้วยอาชีพทำให้พักผ่อนไม่เป็นเวลา วันๆจดจ้องอยู่แต่กับตัวหนังสือ เมื่อล้าและปวดตาจึงอยากพักผ่อนมากกว่าปกติเพื่อเติมพลังฟื้นฟู ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อคืนเธอรู้สึกเหนื่อยมากกว่าวันธรรมดาซักสามเท่าตัวได้ การไปออกแรงแบกหามชายเร่ร่อนร่างยักษ์นั่นมันใช่งานง่ายที่ไหนกัน ทั้งปฐมพยาบาล เช็ดหน้าเช็ดตา กว่าจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยอาบน้ำเข้านอนก็กินเวลาไปดึกโข

‘น้าจะกลับไทยไปก่อนนะนารา ทางผู้อำนวยการพึ่งอนุมัติพักร้อนของน้ามาพอดี อีกอย่างน้าก็มีธุระต้องไปจัดการเสียด้วย’ เสียงอันคุ้นเคยส่งมาตามสาย

“งั้นหนูไม่เข้าออฟฟิศนะคะ ถ้ามีรายละเอียดคืบหน้าของงานอะไรยังไงหนูจะส่งอีเมลให้เช็คอีกทีค่ะ”

เธอกับผู้เป็นน้าสาวทำงานอยู่กับสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งมีสาขากระจายไปทั่วโลก คุณน้าของเธอผู้ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานอันยอดเยี่ยมมีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งไปประจำสาขาตามแต่ที่จะเลือก และคุณน้าของเธอก็เลือกที่จะมาอยู่กับสามีและลูกซึ่งเป็นนักโบราณคดีอยู่ที่นี่ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอจะตามญาติเพียงคนเดียวมาอยู่ ณ ที่ไกลแสนไกลจากบ้านเกิดเช่นนี้

เธอกับน้าสาวคุยกันอีกสองสามนาทีก่อนจะแยกย้ายวางสายไป 

หญิงสาวนอนนิ่งอยู่ซักพักก่อนจะลืมตาขึ้นมองเพดานโล่ง เสียงเครื่องปรับอากาศเย็นสบายเหมือนเพลงกล่อมชวนนอนต่ออีกรอบ แต่คิดไปคิดมาเธอควรออกไปดูคนเจ็บข้างนอกนั่นก่อนดีกว่า หนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าคนที่เธอเสียกำลังแขนแบกมานั้นยังไม่ตาย และสองเผื่อว่าเขาต้องการอะไรเพิ่มเติมอย่างเช่นโทรศัพท์ติดต่อสถานทูต

พิมพ์นาราคลานลงจากเตียงนุ่มอย่างอาลัยอาวรณ์ เธอหยิบเสื้อผ้าที่ดูสุภาพมาเปลี่ยนแทนเสื้อบางๆของตนก่อนจะส่องกระจกดูความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง ผมยาวถูกสางลวกๆเพื่อไม่ให้ดูเป็นผีญี่ปุ่นมากเกินไป ร่างบางเดินไปเปิดประตูชะโงกซ้ายขวามองหาผู้บาดเจ็บคนเมื่อคืน น่าแปลกร่างชุดดำของชายเรร่อนหายไปไหนไม่รู้ เหลือแต่โซฟาสีเลือดหมูตัวโปรดที่ว่างเปล่าเท่านั้น

หญิงสาวเดินไปดูที่ห้องน้ำก็ไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิต หรือว่าเขาจะไปแล้ว?

เธอแอบบ่นชายเร่ร่อนในใจ เล่นหายตัวไปดื้อๆแบบนี้มันใช่ซะที่ไหน เรื่องขอบคุณน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ไม่คิดจะบอกกล่าวล่ำลาซักคำ เขาไม่คิดบ้างหรือว่าการที่เธอต้องมาแบกร่างยักษ์หนักกว่ากระสอบข้าวสารนั่นมันไม่ใช่งานง่าย หนักก็หนักแถมเดินก็ไกล ช่างเป็นคนใจร้ายเสียจริง

หญิงสาวบ่นขมุบขมิบเป็นภาษาบ้านเกิดพร้อมกับสาวเท้ายาวๆจ้ำอ้าวไปที่ห้องครัว…

หมับ!

“ว้าย”

แรงกระชากอย่างแรงและปล่อยกะทันหันทำให้ร่างบางของเธอล้มคว่ำตึงเข่ากระแทกพื้น สาบานว่าเธอเห็นแวบๆว่าเจ้าของมือผีนี่ถอยหลังหลบไป โชคดีเหลือเกินที่เธอใช้มือค้ำกันไม่ให้หน้าฟาดแหมะลงไปจูบพื้น เธอเงยหน้ามองผู้กระทำการแทบจะทันที แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรเสียงทุ้มก็ชิงขัดขึ้นมาก่อน

“อรุณสวัสดิ์” ผู้กระทำการเอ่ยเสียงแข็ง

“ไปอรุณสวัสดิ์ในนรกเถอะ!”

หญิงสาวลุกขึ้นมาแทบจะทันทีที่จบประโยค ฝ่ามือบางเหวี่ยงฟาดไปยังผ้ากอซปิดแผลของอีกฝ่ายเต็มแรง เธอไม่แน่ใจว่าเสียง ‘เปรี๊ย!’ ตะกี้เกิดจากเนื้อฝ่ามือกระทบเนื้อแขน หรือว่าแผลของอีกฝ่ายมันระเบิดตัวเองกันแน่

“นังบ้า!!”

คนบาดเจ็บคำรามลั่นพร้อมกับดันร่างบางของเธอไปชิดริมกำแพงอย่างแรง ถ้ามันไม่ได้ทำมาจากปูน สาบานด้วยวิญญาณฟาโรห์อียิปต์เลยว่าร่างของเธอคงทะลุกระเด็นออกไปแล้ว แต่ด้วยความที่มันเป็นปูนนี่สิเลยทำให้เธอสะเทือนไปยันกระดูก เธอใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกอีกฝ่ายให้ออกห่างจากตัว แต่ก็ไม่เป็นผลเท่าใดนักเมื่ออีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉยไม่รับรู้การต่อต้านจากเธอ

“นี่คุณ!” เสียงหวานกรี๊ดลั่น

“เธอทำแผลฉันปริ!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงกร้าวพร้อมกับส่งสายตาราวกับจะกินเลือดให้หญิงสาว

“แต่คุณทำฉันเจ็บก่อน!”

หญิงสาวจ้องคนเลี้ยงไม่เชื่องโดยไม่หลบตาเช่นกัน ไม่ผิดคาด…ชายเร่ร่อนนั่นเอง 

“ถ้าคุณไม่ปล่อยฉัน จากสถานทูตได้กลายเป็นสถานีตำรวจแน่” เธอพูดรัวเป็นภาษาอังกฤษ

“ลองดูว่าเธอจะมีโอกาสได้แจ้งมั้ย!”

หญิงสาวดิ้นไปมาอย่างไม่ยอมจำนน แขนและขาของเธอเตะต่อยอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่งจนชายหนุ่มต้องรวบกรงเล็บนั่นเอาไว้ เสียงหวานหวีดร้องลั่นเมื่อมือแข็งเหมือนคีมเหล็กรวบข้อมือเธอแน่นจนรู้สึกชา ชายหนุ่มยิ้มเยาะมุมปากเมื่อคิดว่าตัวแค่นี้จะแผลงฤทธิ์ได้ซักแค่ไหนเชียว และเขาคำนวณพลาดไปเป็นอย่างมากเพราะฤทธิ์ร้ายของเธอยังไม่หมดแค่นั้น หญิงสาวใช้ศีรษะโขกเข้าไปที่ปลายคางของชายหนุ่มเต็มแรงจนเขาเซออกไปสองสามก้าว การยิ้มเยาะแปรเปลี่ยนเป็นโดนเสยคางกัดลิ้นตัวเอง ชายหนุ่มร้องลั่นและคลายมือออกจากหญิงสาว เมื่อได้จังหวะเหมาะร่างบางจึงสลัดกำแพงขนาดย่อม ยกเท้าถีบอีกฝ่ายเต็มรักก่อนจะวิ่งเต็มฝีเท้าออกมาจากห้องครัว

“ช่วยด้วยยยย!” เธอกรีดร้องลั่นเผื่อว่าคนที่ผ่านไปมาข้างนอกจะได้ยิน

เสียงฝีเท้าหนักวิ่งตามมาจากด้านหลัง หญิงสาวไม่แม้แต่จะเสียเวลาหันไปมองเพราะรู้ว่าสิ่งที่ตามมาคืออะไร แม้ไม่เคยเห็นผีแต่เธอเดาว่าผีหลอกคงไม่น่ากลัวเท่านี้ ข้างหน้าอีกไม่กี่ก้าวก็จะเป็นประตูห้องนอนที่มีโทรศัพท์อยู่ ใช่! ไปสถานีตำรวจเหอะไอ้บ้าเอ๊ย

ก่อนที่มือเล็กจะคว้าไปยังลูกบิดประตู ร่างบางก็ลอยวูบจากพื้นโดยการรวบเอวจากชายนิรนามข้างหลัง! 

“กรี๊ดดด!” 

ความตกใจระคนความกลัวทำให้หญิงสาวดิ้นสุดแรงเกิด ชายหนุ่มขมวดคิ้วพร้อมกับกัดฟันแน่นต้านแรงของหญิงร่างบางในวงแขน แต่เพียงไม่นานหลังจากนั้นแรงดิ้นของคนร่างบางก็ชนะ ร่างของคนทั้งคู่หงายหลังล้มตึงกลิ้งไปพร้อมกัน

ความแรงจากการกระแทกทำให้หญิงสาวนอนมึนไปชั่วครู่ เธอไม่อาจจะรู้เลยว่าเพียงไม่กี่วินาทีที่เสียไปนั่นคือการปล่อยโอกาสให้คนบางคนกระโดดขึ้นมาขึ้นคร่อมเธอเหมือนหมาป่าล่าเหยื่อ!

“แสบนักนะ!” ชายหนุ่มรวบแขนของหญิงสาวไว้เหนือศีรษะ เสียงทุ้มตะโกนอย่างกราดเกรี้ยว

นอกจากใบหน้าบิดเบี้ยวถมึงตึงนั่นแล้ว ของเหลวสีแดงที่ไหลเป็นทางยาวจากบาดแผลของชายหนุ่มอันเกิดจากฝ่ามือของเธอก็น่ากลัวไม่แพ้กัน!

“ปล่อย!” เธอพยายามขัดขืนด้วยการดิ้นไปมาใต้ร่างเขา แต่เมื่อยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งตรึงเธอไว้แน่นจนรู้สึกชาที่ข้อมือ แรงกดนั่นเยอะเสียจนเธอรู้สึกเจ็บ จนสุดท้ายเมื่อทำอะไรไม่ได้เธอจึงหยุดและจ้องอีกฝ่ายด้วยแววตาเอาเรื่อง 

“ฉันไม่น่าช่วยคุณเอาไว้เลย!” หญิงสาวตวาดลั่น

“ฉันก็ไม่ได้ขอให้เธอมาช่วย! มันใช่ธุระกงการอะไรของเธอรึไง” ชายหนุ่มตวาดกลับ

“ขนาดหมาฉันยังช่วยเลย” เธอเน้นคำว่า ‘หมา’ พร้อมกับกระตุกยิ้มเล็กๆ

“ไม่งั้นคุณก็บอกว่าอยากตายสิ คุณอาจจะได้ตายไร้ญาติอยู่ตรงนั้นแน่!”

“อาจจะมีคนแถวนี้ได้ตายก่อนก็ได้!” ชายหนุ่มบีบหน้าเล็กของคนใต้ร่างอย่างแรงก่อนจะสะบัดออก

การกระทำป่าเถื่อนทำให้เธอร้อนผ่าวขึ้นมาที่ดวงตากะทันหัน นี่มันเวรกรรมอะไรกันแน่ เธอไปช่วยงูเห่ามาหรือไรมันถึงได้ชูคอแว้งกัดเช่นนี้

“คุณต้องโตมาแบบไหนถึงได้ทำมารยาททรามๆกับคนที่ช่วยชีวิตคุณแบบนี้” หญิงสาวเอ่ยถาม

ชายหนุ่มชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะกัดฟันดังกร็อด นี่เป็นคำถามที่หยาบคายที่สุดในชีวิตที่คนถามยังมีชีวิตอยู่! คนอื่นๆแค่พูดจาไม่เข้าหูก็ไปนอนคุยกับดินในหลุมแล้ว!

“อวดดีจังเลยนะ” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น