น้ำมิ้ม

นิยายอิงประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่เข้มข้นทุกอารมณ์และทุกรส เรื่องนี้จะมีทั้งสืบสวนสอบสวน ดราม่า และรักซึ้งกินใจ และเป็นนิยายที่อ่านได้ทุกเพศทุกวัย จรรโลงใจและสังคมสุดๆ และที่สำคัญ ไม่มีฉาก NC ใดๆทั้งสิ้น ฮ่าๆๆๆๆ แต่รับรองว่าอ่านได้สนุกอย่างแน่นอนค่ะ ^^ อย่าลืมติดตามผลงานของเค้านะ

ตอนที่ 6 : เรื่องเดียวที่ให้ไม่ได้ (2/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 : เรื่องเดียวที่ให้ไม่ได้ (2/3)

คำค้น : คุณหลวง , แม่พุดแก้ว , ข้ามภพ , สายลับ , พีเรียด , ย้อนยุค , ย้อนอดีต , รัชกาลที่ ๔ , สัญญาเบาริ่ง

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 666

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2560 22:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 : เรื่องเดียวที่ให้ไม่ได้ (2/3)
แบบอักษร

ทิวัตถ์ตื่นแต่เช้าตรู่เนื่องจากนอนไม่หลับทั้งคืน ชายหนุ่มต้องยอมรับกับตัวเองแบบไม่อายเลยว่ามันไม่ง่ายเลยจริงๆกับการที่จะต้องนอนนิ่งราวกับหมอนข้างทั้งๆที่ข้างตัวมีร่างนุ่มนิ่มนอนหลับสบายอย่างเป็นสุข หากทิวัตถ์บอกกับตัวเอง เขายังไม่อยากเสียความไว้วางใจที่หญิงสาวมอบให้เขาด้วยใจบริสุทธิ์ ชายหนุ่มจึงปล่อยให้แม่หญิงพุดแก้วครอบครองที่นอนได้อย่างเต็มที่ ส่วนตัวเขานั้นเลี่ยงออกมาด้านนอกตั้งแต่ยังไม่รุ่งสาง

ร่างโปร่งแสงที่เห็นเป็นเงาตะคุ่มอยู่ที่พุ่มไม้ใกล้เรือนแพทำให้ทิวัตถ์ไม่คิดเป็นอื่นนอกจากหลวงทวี ดังนั้นชายหนุ่มจึงเดินตรงเข้าไปอย่างไม่ลังเล หากเงาร่างที่แลดูจะเตี้ยลงไปทำให้ทิวัตถ์ชะงักฝีเท้า ก่อนที่จะแอบสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกขานเขาด้วยน้ำเสียงหวานที่เขาคุ้นหู

“หลวงทวี อิฉันมาดักรอท่านตั้งแต่ดึก โชคดีเหลือเกินที่ได้เจอท่านมิใช่คนอื่น”

“เหมยฮวา นี่เธอมาที่นี่ได้อย่างไร”

ทิวัตถ์เอ่ยพลางเหลียวซ้ายแลขวา ครั้นเห็นเงาร่างสูงๆของหลวงทวีเดินเข้ามาใกล้ก็อดใจชื้นขึ้นมาหน่อยมิได้ ก่อนที่เขาจะหันไปเอ่ยกับสาวหมวยที่ลักลอบมาหาเขาถึงเรือน

“เราไปที่เรือนแพก่อนเถิด ก่อนที่จักมีผู้ใดมาเห็นเข้า”

“หล่อนมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว หากข้าไม่สามารถไปบอกท่านได้”

หลวงทวีกระซิบกระซาบกับทิวัตถ์ข้ามหัวหญิงสาวก่อนจะเดินอ้อมไปขนาบอีกข้างของเหมยฮวา ในขณะที่หญิงสาวเกาะแขนอีกฝ่ายแจระหว่างที่เดินเข้าไปในเรือนแพริมน้ำ

ร่างโปร่งแสงของหลวงทวีเพ่งมองร่างอรชรที่เกาะติดทิวัตถ์พลางทอดถอนใจ เขาจักหาทางบอกหล่อนอย่างไรว่าผู้ชายคนที่หล่อนเห็นอยู่นี้มิใช่เขา และมันคงจะไม่ดีแน่ถ้าหากให้เหมยฮวาเข้าใจผิดคิดว่าหลวงทวียังมีชีวิตอยู่ เพราะระหว่างเขากับหญิงสาวนั้นมันไปไกลเกินกว่าคำว่าคนรักธรรมดาๆไปแล้ว

“หล่อนมาที่นี่มีเรื่องอันใดหรือ”

ทิวัตถ์เอ่ยถามทีเดียวแบบเข้าใจทั้งสองคน ก่อนที่จะเดินไปทรุดตัวนั่งบนตั่งไม้ตัวยาวโดยที่พยายามอย่างมากที่จะขยับเว้นระยะให้ห่างจากหญิงสาว หากเหมยฮวาดูจะไม่ค่อยพอใจและทำท่าว่าจะขยับตามติด แต่จู่ๆหญิงสาวก็รู้สึกขยับเข้าไปชิดไม่ได้ราวกับมีอะไรขวางกลางอยู่

ทิวัตถ์รู้สึกขนลุกไปทั้งร่างเมื่อรู้สึกได้ทั้งทางสัมผัสและสายตาว่าร่างโปรงแสงที่นั่งแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างเขากับเหมยฮวานั้นหน้าตาบูดบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์ หากชายหนุ่มก็ยังคงทำใจดีสู้เสือต่อไป

“เหมยมาหาพี่ถึงที่นี่กลางดึกคงมีเรื่องด่วนใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ คุณหลวงทราบเรื่องที่อังกฤษจักส่งราชทูตมาแล้วรึไม่เจ้าคะ”

“เพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง ทำไมหรือ?”

ทิวัตถ์ชำเลืองมองคุณหลวงตัวจริงที่นั่งเบียดแทรกเขาอยู่อย่างสงสัยในใจ ทำไมผู้หญิงชาวบ้านธรรมดาๆอย่างเหมยฮวาถึงรู้เรื่องที่อังกฤษกำลังจะเดินทางมาเยือนสยามกัน

“การมาของอังกฤษในครานี้อาจมิใช่เรื่องดี คุณหลวงโปรดระวังให้จงหนัก ญาติของเหมยฮวาส่งข่าวจากแผ่นดินใหญ่มา เขาว่าท่านเซอร์จอห์นผู้นี้แลที่ทำให้เกิดสงครามจนแผ่นดินจีนลุกเป็นไฟ”

“เรื่องสำคัญเช่นนี้เหมยอย่าได้เพิ่งแพร่งพรายออกไป หากผู้อื่นรู้เข้าจักเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเป็นแน่ เจ้าได้บอกใครไปหรือยัง?”

ทิวัตถ์เอ่ยถามขึ้นเสียงเครียด พลางเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง หากเรื่องนี้เขาคงต้องขอคำยืนยันจากปากของหลวงทวีเองเสียก่อนจึงจะมั่นใจได้

“เหมยยังมิได้บอกใครเจ้าค่ะ พอเหมยรู้ข่าวก็รีบมาหาคุณหลวงเลยตั้งแต่เมื่อคืน”

“เช่นนั้นเหมยกลับไปก่อนเถิด แล้วระวังตัวให้ดี อย่าให้ใครเห็นได้ว่าลักลอบมาพบพี่ที่นี่”

“แต่เหมยเป็นห่วงคุณหลวง คุณหลวงอย่าได้เอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกอังกฤษพวกนี้เด็ดขาดนะเจ้าคะ”

“วางใจเถิด พี่จักระวังตัวตามที่เหมยบอก แต่ตอนนี้ใกล้สว่างเต็มที่ เหมยรีบกลับไปก่อนเถิด ก่อนที่บ่าวไพร่จักมาเห็นเข้า”

ทิวัตถ์เอ่ยพลางลุกขึ้นจูงมือน้อยของอีกฝ่ายนำออกไป พลางเยี่ยมหน้าออกไปมองต้นทางก่อนจะหันมากำชับอีกครั้งกับร่างอรชรที่จู่ๆก็ยืนเงียบไป

“อย่าลืมที่พี่บอก ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้กับใคร เข้าใจรึไม่?”

“คุณหลวงจักไปหาเหมยอีกเมื่อใดเจ้าคะ เหมยคิดถึงคุณหลวงเหลือเกิน”

คราวนี้ทิวัตถ์เงยหน้าขึ้นไปสบตากับหลวงทวีที่ยืนทอดสายตาเศร้าสร้อยมายังคนรัก ก่อนที่ร่างโปร่งแสงนั้นจะก้มลงมาจนชิดพวงแก้มนวลพลางเอ่ยกระซิบที่ข้างหูหญิงสาวอย่างอ่อนหวาน

“ข้าก็คิดถึงเจ้าเหมยฮวา หากข้าคงมิมีโอกาสได้พบเจ้าอีกแล้ว”

“ช่วงนี้พี่ต้องเข้าไปที่กรมทุกวัน หากพี่ว่างเมื่อใดพี่จักไปหาเจ้าอย่างแน่นอน”

ทิวัตถ์ตัดสินใจเอ่ยปดหญิงสาวไปด้วยไม่กล้าเอ่ยในสิ่งที่หลวงทวีพร่ำรำพันออกมา อีกทั้งชายหนุ่มยังต้องการให้อีกฝ่ายยอมกลับไปแต่โดยดีและเร็วที่สุดก่อนที่จะมีใครมาเห็นเข้า

เหมยฮวาหันมากอดร่างล่ำสันของทิวัตถ์ก่อนจะรีบเอามาผ้าคลุมหัวแล้วเร่งลงเรือพายหายไปกับความมืด ครั้นพอเห็นว่าอีกฝ่ายไปลับตาแล้วชายหนุ่มก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักใจก่อนจะหันมาเอ่ยกับเงาร่างของหลวงทวีเสียงเข้ม

“เรื่องมันล่วงเลยมาถึงป่านนี้แล้ว ท่านบอกกระผมมาเถิดคุณหลวง เพราะถึงท่านไม่บอกกระผมวันนี้ วันข้างหน้าเหมยฮวาก็จักต้องบอกกระผมจนหมดสิ้น....ท่านกำลังวางแผนทำสิ่งใดอยู่กันแน่หลวงทวี”

ทิวัตถ์เอ่ยถามพลางจ้องมองดวงตาสีนิลเข้มอย่างคาดคั้น หากสายตาของหลวงทวีนั้นมิได้มองสบตากับเขา หากชายหนุ่มมองไปยังแผ่นน้ำกว้างที่เรือของหญิงสาวคนรักเพิ่งพายหายลับไปเมื่อครู่

“ข้าจักยอมบอก ถ้าหากท่านทิวัตถ์รับปากข้าข้อหนึ่ง...”

“ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรง กระผมยินดีรับปากคุณหลวงเสมอ”

หลวงทวีจ้องมองชายหนุ่มอย่างชั่งใจ ก่อนที่จะตัดสินใจลงไปอย่างเด็ดขาด

“ท่านต้องช่วยคุ้มครองเหมยฮวา ถ้าหากท่านรับปากเรื่องนี้กับข้าได้ ข้าจักบอกท่านทุกเรื่องที่ข้ารู้”

 

..........................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น