F.GC

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : อุ้มรัก } บท 35

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 72.1k

ความคิดเห็น : 155

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.พ. 2560 22:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อุ้มรัก } บท 35
แบบอักษร

“ผมรักพี่ควอตซ์นะครับ”
 

ติดแฮชแท็ก #พี่ควอตซ์น้องเหนือ ในทวิตเตอร์

 

 

 

 

บท35

 

“แอ้... งืมม...” เสียงร้องอ้อแอ้ของเจ้าตัวน้อยทั้งสองที่นอนคว่ำ ทั้งมือทั้งขาถีบปัดไปมา ใบหน้ากลมๆ น่ารักขยับขึ้นลงพร้อมกับรอยยิ้มหวานจนน้ำใสๆ เริ่มไหลเยิ้มเรียกรอยยิ้มขำจากคนเป็นแม่ได้เป็นอย่างดี

 

น้ำเหนือหยิบผ้าอ้อมผืนนุ่มมาจัดการเช็ดปากให้ลูกทั้งสองคน ก้มลงจุ๊บเหม่งอีกคนละที ก่อนจะขยับลงนอนคว่ำตามลูกบ้าง

 

หยิบของเล่นชิ้นเล็กมายื่นไปตรงหน้าแฝด เจ้าตัวน้อยก็ขยับมือไปมาเหมือนอยากจะเอื้อมมาหยิบจับเล่น แต่ก็ทำไม่ได้ดั่งใจ น้ำเหนือเลยขยับมือไปใกล้มาขึ้นพร้อมกับหยอกเอินไม่หยุดเพื่อเรียกความสนใจของทั้งสองคน

 

จนในที่สุดมือน้อยๆ ก็คว้าของเล่นในมือของน้ำเหนือได้ “เก่งมากครับเด็กดีของมัมมี๊” ขยับไปหอมแก้มทั้งสองคนอย่างรักใคร่ หยอกล้อกับคนพี่สลับกับคนน้องไปเรื่อยๆ

 

สามคนแม่ลูกนอนเล่นอยู่ในห้องนั่งเล่นที่กว้างขวางกว่าเดิมเพราะคุณหญิงมรกตสั่งย้ายชุดโซฟาแล้วเอาเบาะเด็กมาวางปูเอาไว้แทนจนแทบจะเต็มพื้นที่ ส่วนหนึ่งมีที่กั้นเด็กที่ทำมาจากวัสดุที่คล้ายเบาะยางตั้งกั้นเอาไว้

 

วันนี้น้ำเหนืออยู่กับฮาร์ทและเดียร์ กับพวกเมด ส่วนแด๊ดดี๊ควอตซ์มีประชุมที่บริษัทเลยออกจากบ้านไปตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว แม้เจ้าตัวจะไม่ค่อยอยากออกไปเท่าไหร่เพราะเมื่อเช้าฝาแฝดงอแงยกใหญ่จนควอตซ์กลัวว่าน้ำเหนือจะรับมือคนเดียวไม่ไหว แต่การประชุมก็สำคัญน้ำเหนือเลยบอกให้อีกฝ่ายรีบไปก่อนที่แฝดจะงอแงหนักกว่าเดิมแล้วจะกลายเป็นเสียงานกันไปหมด

 

น้ำเหนือต้องโอ๋ปลอบแฝดอยู่นานเจ้าตัวน้อยถึงจะหยุดร้องแล้วก็เปลี่ยนมายิ้มหวานใส่อย่างอารมณ์ดี ซึ่งกว่าจะปลอบแฝดได้ก็ทำเอาน้ำเหนือแทบจะหมดแรง พออุ้มคนพี่มาปลอบจนหยุดร้อง คนน้องก็ร้องต่อ แล้วพอพี่ฮาร์ทเห็นน้องร้องก็ร้องออกมาบ้าง

 

ป้ายุพินกับสาลี่เข้ามาช่วยปลอบก็ไม่สำเร็จ เพราะใครอุ้มหรือโดนตัวก็ร้องงอแงออกมา มีแค่มัมมี๊คนเดียวที่จับต้องได้

 

สุดท้ายก็เลยต้องอุ้มแฝดไปนอนบนเตียงนอนหลังใหญ่ แล้วน้ำเหนือก็ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ แล้วกอดปลอบพร้อมกัน ทั้งสองถึงยอมหยุดร้องไห้งอแง

 

มัมมี๊นอนดูฝาแฝดที่ถีบแขนถีบขาตัวเองเหมือนอยากจะขยับตัวคลานแล้วก็หัวเราะ เพราะท่าทางนั้นมันดูทั้งน่าขบขันแล้วก็น่าเอ็นดู จนต้องยื่นหน้าไปหอมแก้มนิ่มของทั้งคู่

 

“แอ๊~... แอ้”

 

“แอ้...”

 

พอคนพี่ส่งเสียง คนน้องก็ส่งเสียงตาม ก่อนจะผลัดกันส่งเสียงร้องอ้อแอ้ๆ ไม่หยุดเหมือนกับจะคุยกันเอง อีกทั้งยังหันหน้ามองกันแล้วส่งเสียงใส่กันไม่หยุด

 

“คุยอะไรกันครับ คุยกับมัมมี๊ด้วยสิ” น้ำเหนือเรียกร้องความสนใจจากลูกน้อยที่เอาแต่อ้อแอ้ๆ ใส่กันจนลืมมัมมี๊ไปแล้ว

 

“แอ้~... แอ้...” คราวนี้ทั้งพี่ฮาร์ททั้งน้องเดียร์ก็หันมาส่งเสียงใส่มัมมี๊ จนน้ำเหนือได้แต่หัวเราะขำ แล้วก็เลียนเสียงแบบเด็กตอบกลับไป

 

"อารมณ์ดีกันใหญ่เลยคุณหนูน้อย" ป้ายุพินที่เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นได้ยินเสียงร้องของคุณหนูน้อยก็เอ่ยทัก “ป้าเอาผลไม้มาให้ค่ะ”

 

“ขอบคุณนะครับป้ายุพิน” น้ำเหนือเอ่ยขอบคุณก่อนจะรับจานใส่ผลไม้มาวางไว้บนโต๊ะเตี้ย ส่วนป้ายุพินก็นั่งลงข้างๆ หยอกล้อเล่นกับคุณหนูน้อยทั้งสองผู้เป็นแก้วตาดวงใจของบ้านหลังนี้

 

"เมื่อกี้แฝดทำท่าเหมือนจะคลานด้วยครับป้ายุพิน ปกติเด็กจะคลานกันตอนห้าหกเดือนใช่ไหมครับ”

 

“ค่ะ แต่ก็แล้วแต่คนแหละค่ะ ตอนป้าเลี้ยงคุณควอตซ์นะ คนนี้เขาแข็งไว แรงเยอะแต่เด็ก เดือนที่สามที่สี่ก็คลานแล้วค่ะ” ป้ายุพินเอ่ยเล่าพร้อมกับอุ้มแฝดคนน้องขึ้น น้ำเหนือเลยเอื้อมมือไปอุ้มแฝดคนพี่เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวได้เห็นเด็กร้องงอแงแน่นอน

 

"พี่ควอตซ์ตอนเด็กๆ เป็นยังไงเหรอครับ เล่าให้ผมฟังหน่อยสิ” น้ำเหนือถามอย่างสนใจ จับพี่ฮาร์ทนั่งตัก

 

พอได้ยินคำถามนั้นป้ายุพินก็หัวเราะออกมาก่อนจะเริ่มเล่า “ทั้งดื้อ ทั้งซน เฮี้ยวตั้งแต่เด็กๆ เลยค่ะ ทำเอาป้า คุณหญิงท่านหัวใจจะวาย เพิ่งหัดคลานได้ไม่กี่วันก็คลานๆ ออกไปหน้าบ้านนู้น เกือบจะตกบันไดหน้าบ้านไปแล้วค่ะ เผลอกันแปบเดียวเอง”

 

“พออย่างนั้นคุณท่านเลยซื้อที่กั้นแบบนี้แหละค่ะมาให้ ทำกั้นใหญ่หน่อยแล้วก็ปล่อยให้คุณควอตซ์คลานอยู่ในนั้น เชื่อไหมคะ... พ่อคุณเธอน่ะคลานแทบจะทั้งวัน คลานจนหัวดันที่กั้นก็ยังไม่หยุดคลาน ป้าละขำจริงเชียวตอนมาเห็น” ป้ายุพินเล่าไปก็ยิ้มไป ทั้งนึกเอ็นดู ทั้งนึกขำคุณหนูของเธอที่เฝ้าเลี้ยงมาตั้งแต่อ่อน

 

“แล้วก็ซนเหลือเกินค่ะ ขนาดคลานได้ยังซนเสียจนตัวเองจะเจ็บตัวแล้วนับประสาอะไรตอนเดินได้ละคะ ปีนโต๊ะ ปีนตู้เรียกว่าคลาดสายตาไม่ได้เลยค่ะ มีอยู่ครั้งปีนตู้โชว์แล้วก็ล่วงลงมา ป้านี่ใจหล่นไปถึงตาตุ่ม คิดว่าต้องร้องโยเยเพราะเจ็บแน่นอน แต่ที่ไหนได้! คุณควอตซ์เธอกลับหันมามองแล้วหัวเราะใส่เสียอย่างนั้น แถมยังมีการปีนตู้อีกรอบด้วยนะคะ จนป้าต้องจับไปปล่อยเอาไว้ในที่กั้น”

 

น้ำเหนือเองก็หัวเราะไปกับคำเล่าของป้ายุพิน ก่อนจะขอให้อีกฝ่ายเล่าเรื่องของควอตซ์สมัยเด็กๆ ในฟังอีก ซึ่งป้ายุพินเองก็เล่าให้ฟังเสียตั้งหลายเรื่อง

 

และน้ำเหนือก็ได้รู้ว่าท่านรองประธานที่ใครๆ ก็นับถือในตอนนี้ ตอนเด็กๆ นั้นแสบ ซน ขนาดไหน

 

“ไม่รู้ว่าฮาร์ทกับเดียร์จะซนสู้แด๊ดดี๊ได้หรือเปล่านะครับ” น้ำเหนือหัวเราะชอบใจ จับมือของพี่ฮาร์ทเขย่าเบาๆ

 

แล้วกว่าเรื่องเล่าสมัยเด็กของควอตซ์จะจบลงก็ตอนที่น้องเดียร์ร้องงอแงออกมา "ตายจริง! ได้เวลาให้นมแล้วล่ะค่ะ ป้าก็เล่าเพลินเลย มาค่ะเดี๋ยวป้าคอยดูคุณหนูฮาร์ทให้ก่อน”

 

"ขอบคุณครับ" น้ำเหนือจับเจ้าตัวน้อยที่นั่งนิ่งบนตักให้นอนคว่ำลงบนเบาะก่อนจะรับน้องเดียร์มาอุ้มเพื่อป้อนนม

 

ทุกครั้งเวลาให้นมน้ำเหนือจะให้นมกับน้องเดียร์ก่อนเพราะเจ้าตัวน้อยดูดไม่เยอะ ดูดไม่นานก็อิ่ม ผิดกับคนพี่ที่ดูดนานกว่า จนน้ำเหนือคิดว่าแฝดคนพี่จะแย่งนมน้องจนหมดเลยหรือเปล่า

 

มัมมี๊อุ้มลูกเข้าอกเพื่อป้อนนมพร้อมกับมองพี่ฮาร์ทที่ขยับตัวไปมาบนเบาะเพราะไม่ยอมให้ป้ายุพินอุ้ม ใบหน้ากลมๆ ของพี่ฮาร์ทขยับขึ้นลงไม่หยุดแถมยังทำปากมุบมิบคล้ายจะดูดนมให้น้ำเหนือยิ้มขำ

 

“พอเห็นน้องกินนมก็เลยจะกินบ้างแล้วใช่ไหม รอก่อนนะครับมัมมี๊ป้อนนมน้องก่อน โอเคไหม”

 

“แอ๊... แอ้...” เจ้าตัวน้อยส่งเสียงออกมาไม่รู้ว่าจะตอบรับว่าเข้าใจหรือจะประท้วงไม่ยอมกันแน่

 

แต่ร่างป้อมๆ เพราะร่างกายยังไม่ยืดสูงนั้นก็ค่อยๆ ขยับเข้ามาหามัมมี๊ทีละนิดจนน้ำเหนือและป้ายุพินตาโตที่เห็นพัฒนาการเกินวัยของเจ้าตัวน้อย

 

"แอ้ๆ แอ๊~!”

 

"ให้น้องกินนมก่อนนะครับ พี่ฮาร์ทต้องเสียสละให้น้องนะ โอเคไหม เดี๋ยวตอนพี่ฮาร์ทกินนมมัมมี๊จะให้กินนานๆ เลย แต่ตอนนี้รอก่อนนะครับ” น้ำเหนือพูดอีกรอบเมื่อพี่ฮาร์ทยังคงมองน้ำเหนือไม่มองไปทางไหน

 

“แอ๊...” ฟังเหมือนจะเข้าใจเพราะพี่ฮาร์ทก็ส่งเสียงแอ้ออกมาคำเดียวก่อนจะฟุบหน้าลงไปกับเบาะแล้วนอนนิ่งๆ ไม่ส่งเสียงงอแงอีก

 

“ตอนพี่ควอตซ์เด็กๆ เป็นแบบนี้ไหมครับป้ายุพิน” น้ำเหนือถามพยักหน้าไปทางเจ้าตัวเล็กที่นอนอยู่บนเบาะ มือก็ประคองน้องเดียร์เอาไว้

 

ป้ายุพินหัวเราะแต่ก็พยักหน้ารับ "ไม่ผิดกันเลยค่ะ มีอยู่ครั้งคุณหญิงกำลังเตรียมนมให้อยู่คุณควอตซ์ก็ส่งเสียงงอแงไม่หยุด พอคุณหญิงบอกจะให้นมเยอะๆ เลยก็หยุดร้องนอนนิ่งแบบนี้นี่แหละค่ะ คุณหนูฮาร์ทนี่น่าจะถอดพิมพ์มาจากคุณควอตซ์เลยละค่ะ”

 

น้ำเหนือหัวเราะออกมาก่อนจะก้มลงมองพี่ฮาร์ทที่ยังนอนนิ่งเฉย แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อเสียงของคนที่ถูกพูดถึงก็ดังขึ้นเสียก่อน

 

“อะไรกันครับ เหมือนผมจะได้ยินชื่อตัวเองนะ” ควอตซ์เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น แขนข้างหนึ่งมีสูทพาดเอาไว้ เจ้าตัววางมันลงบนโซฟามุมห้องก่อนจะเดินมาหาคนรักที่นั่งอยู่ ก้มลงหอมแก้มนิ่มๆ ไปฟอดใหญ่จนโดนน้ำเหนือตีเข้าให้เพราะทำรุ่มร่ามต่อหน้าป้ายุพิน ซึ่งผู้ใหญ่หนึ่งเดียวในห้องก็ทำเพียงแค่ยิ้มเท่านั้น

 

ควอตซ์หันไปอุ้มลูกชายที่ผงกหัวขึ้นลง ดวงตาแป๋วๆ จ้องมองใบหน้าของแด๊ดดี๊ที่ขยับเข้ามาใกล้ จมูกโด่งๆ ของคนเป็นพ่อกดลงที่แก้มย้วยๆ ของลูกชายก่อนจะไล่ฟัดไปทั้งตัว

 

“แอ๊! แอ๊ๆ...” เด็กน้อยที่โดนฟัดขยับปัดป่ายไปมาพร้อมกับส่งเสียงไม่หยุด แบบที่คนเป็นพ่อเห็นแล้วก็ยิ่งรู้สึกมันเขี้ยวจนต้องไล่งับพุงกลมๆ ป่องๆ ของลูกเล่น

 

“หมูฮาร์ท ตัวกลมจริงๆ เลยเจ้าลูกหมู” ควอตซ์พูดกับลูกชาย

 

"แอ๊!"

 

แปะ!

 

มือน้อยๆ ตีแปะเข้าที่แก้มทั้งสองข้างของแด๊ดดี๊พร้อมกับเจ้าตัวเล็กส่งเสียงออกมาเหมือนกำลังไม่พอใจ ให้คนที่โดนลูกน้อยทำร้ายชะงัก ก่อนจะก้มลงฟัดพุงกลมๆ นั้นอีกรอบ

 

“พี่ควอตซ์แกล้งลูก อย่าแกล้งลูกแบบนั้นสิครับวางพี่ฮาร์ทลงเลยแล้วก็มาอุ้มน้องเดียร์เรอเลยครับ” น้ำเหนือดุคนรักเมื่อเห็นว่าแฝดคนพี่โดนคนเป็นพ่อแกล้งไม่หยุด

 

ควอตซ์ยอมวางพี่ฮาร์ทลงก่อนจะหันไปงับแก้มน้ำเหนือเล่นเบาๆ อีกหนึ่งทีก่อนจะอุ้มน้องเดียร์ขึ้นแล้วพาเดินไปรอบๆ ห้อง แบบที่คนโดนงับแก้มก็ได้แต่มองค้อน

 

พอแฝดทั้งสองคนอิ่มเรียบร้อยก็เหมือนกับได้เวลานอนเพราะทั้งสองพากันหาววอดๆ ไม่หยุดจนแด๊ดดี๊กับมัมมี๊ต้องช่วยกันกล่อมให้นอน ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานฝาแฝดของตระกูลบริสตันก็นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเบาะเรียบร้อย

 

เมื่อเห็นว่าแฝดหลับสนิทเรียบร้อยแล้วควอตซ์ก็คว้ามือน้ำเหนือก่อนจะพาเดินขึ้นไปบนห้อง ก่อนจะขึ้นไปก็เรียกสาลี่กับเมดสาวอีกคนมาคอยช่วยดูคุณหนูน้อยเอาไว้

 

“พี่ควอตซ์มีอะไรหรือเปล่าครับ” น้ำเหนือถามคนรักเมื่อโดนอีกคนจูงขึ้นมาถึงห้องนอน

 

ร่างบางของน้ำเหนือถูกอุ้มจนลอยเหนือพื้น คนโดนอุ้มได้แต่ยกมือโอบคออีกคนเอาไว้กันตก ก่อนที่แผ่นหลังของน้ำเหนือจะสัมผัสกับที่นอนนุ่มๆ ควอตซ์ตามลงมานอนข้างๆ ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแลค คว้าร่างนุ่มนิ่มเข้าไปกอดจนแทบจะจมอก

 

น้ำเหนือได้แต่ยิ้มขำ ยอมฝังใบหน้าตัวเองลงกับอกกว้างๆ ที่มีกลิ่นน้ำหอมเย็นๆ แล้วหลับตาลง

 

หลายวันมาแล้วที่แด๊ดดี๊ควอตซ์จะพามัมมี๊ของลูกแฝดขึ้นมานอนกอดบนห้องช่วงเวลาที่ฝาแฝดหลับอยู่ข้างล่าง ซึ่งน้ำเหนือก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะช่วงเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมาการเลี้ยงลูกทั้งสองคนไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากจะต้องคอยปรับเวลาให้ลูกแฝดแล้วน้ำเหนือเองก็ต้องปรับเวลา รวมไปถึงปรับตัวให้พร้อมมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการเลี้ยงลูก

 

เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการดูฝาแฝดทั้งสองคนเพราะน้ำเหนืออยากที่จะเลี้ยงลูกด้วยตัวเองให้มากที่สุด ซึ่งข้อนี้ควอตซ์เองก็เห็นด้วยและก็พยายามให้เวลากับลูกมากที่สุดเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นแด๊ดดี๊ก็ยังไม่วายบ่นว่าลูกแย่งเวลาของน้ำเหนือไปจากเขาจนหมด ท่าทางตอนพูดที่ทำหน้านิ่งๆ แต่ดวงตานั้นวาววับอย่างที่ดูก็รู้ว่าแกล้งบ่น

 

แต่เมื่อมีช่วงว่างเจ้าตัวก็มักจะคว้าตัวน้ำเหนือมาอยู่กับตัวเองเหมือนอย่างตอนนี้ น้ำเหนือเองก็ไม่ได้ห้าม ขัดหรือว่าอะไร เพราะลึกๆ แล้วเขาก็อยากจะนอนอยู่ในอ้อมกอดอุ่นๆ นี้เหมือนกัน

 

“ประชุมวันนี้เป็นยังไงบ้างครับ” น้ำเหนือถาม

 

“ก็... เรื่อยๆ ประชุมสรุปยอดไตรมาส ยอดคิวเอ็นตกลงนิดหน่อยอาจจะเพราะคอลเลคชั่นใหม่ยังไม่ออก แล้วก็... มีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้น อาจจะต้องทำโฆษณา แล้วก็วางแผนการตลาดใหม่ถ้าอยากจะรักษาอันดับ” ควอตซ์เล่าให้ฟังเรื่อยๆ

 

คนฟังเองก็นอนฟังเงียบๆ น้ำเหนือรู้ตัวดีว่าเขาในตอนนี้ความรู้ ความสามารถไม่มีมากพอที่จะช่วยบริหารงานหรือวางแผนอะไร แต่เขาก็อยากให้ควอตซ์เล่าทุกอย่างออกมา เพราะอย่างน้อยการที่ได้เล่าให้ใครสักคนฟังก็จะไม่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกเครียดและกดดันมากเกินไป

 

"ผมช่วยอะไรพี่ควอตซ์ไม่ได้เลย” น้ำเหนือซุดหน้ากับอกกว้างมากขึ้น พูดเสียงอู้อี้

 

ควอตซ์แกล้งกอดรัดคนรักของตัวเองแน่นขึ้นก่อนจะคลายแรงลง จับใบหน้าน่ารักให้เงยขึ้นมองสบตา “แค่น้ำเหนืออยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหนก็ช่วยพี่ได้แล้ว”

 

“ยอดขายไม่ได้ลดลงจนน่ากลัว มันก็แค่นิดหน่อยเท่านั้น เดี๋ยวพอเราออกคอลเลคชั่นใหม่ยอดก็คงกลับมาเหมือนเดิม”

 

น้ำเหนือได้แต่พยักหน้ารับ ตาโตๆ คู่นั้นมองเขาไม่ละสายตา ดวงตาที่ควอตซ์มองแล้วรู้สึกว่ามันแป๋วๆ เหมือนกับดวงตาของน้องเดียร์ จนต้องก้มลงไปจูบเบาๆ ที่หน้าผาก ไล่มาที่เปลือกตาทั้งสองข้างที่ปิดลงอย่างยอมให้เขาพรมจูบลงไป

 

ก่อนจะจบลงที่ริมฝีปากอิ่ม ควอตซ์แนบริมฝีปากของตัวเองลงไปช้าๆ แต่ทว่าแนบแน่นและเนินนาน เขาค่อยๆ ละเมียดชิมปากหวานๆ ของคนรัก ก่อนจะเริ่มมอมเมาคนรักด้วยจูบที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งอ่อนหวาน ทั้งเร่าร้อน ทั้งยั่วยวน

 

น้ำเหนือไม่รู้ว่าตัวเองถูกจูบนานแค่ไหน แต่รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่โดนอีกฝ่ายกักตัวเอาไว้ในอ้อมกอดใต้ร่างของอีกคนไปแล้ว

 

"พี่ควอตซ์..." น้ำเหนือเรียกอีกคนเสียงสั่นตอนที่คนรักเปลี่ยนเป้าหมายจากริมฝีปากของเขาเป็นที่ลำคอขาว มือหนาซุกซนสอดเข้าไปลูบไล้ผิวเนียนนุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่น้ำเหนือก็ไม่อาจรู้ได้

 

ควอตซ์หลับตาลงเหมือนพยายามระงับความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ ชายหนุ่มฝังใบหน้าของตัวเองลงที่ไหล่ของน้ำเหนือก่อนจะพลิกตัวลงนอนข้างๆ แล้วรั้งร่างคนรักเข้ามากอดเอาไว้แทน

 

"พี่ควอตซ์” เงยหน้ามองคนรักที่ส่งยิ้มมาให้ น้ำเหนือเม้มปากแน่น กำลังนึกตัดสินใจอะไรอยู่ในใจก่อนจะเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “ไม่เป็นอะไรเหรอครับ...”

 

แม้รูปประโยคจะไม่ชัดเจนว่าหมายถึงอะไรแต่สถานการณ์ที่เกิดก่อนหน้านี้ก็ทำให้ควอตซ์เข้าใจได้ไม่ยากว่าคนรักหมายถึงอะไร “ไม่เป็นอะไรครับ พี่รอได้อยู่แล้ว”

 

“ผม...”

 

“ไม่เป็นอะไร พี่ว่าเรานอนพักหน่อยเถอะ เดี๋ยวแฝดตื่นแล้วจะไม่ได้พักนะ พี่เองก็ชักอยากจะนอนเหมือนกันประชุมเมื่อเช้าเหนื่อยมากเลย” ควอตซ์พูด กดจูบเบาๆ ที่หน้าผากของคนรัก จัดท่าทางอีกคนให้นอนหนุนแขนเขาดีๆ ก่อนจะสอดมืออีกข้างกอดรอบเอวบางเอาไว้

 

“พี่ควอตซ์ครับ”

 

“ครับผม” รับคำพร้อมกับก้มมองคนที่เรียกเขาแต่ก็นิ่งไปไม่พูดอะไรต่อ

 

น้ำเหนือซุกหน้าเข้ากับอกของเขา แต่ก็ยังเห็นซีกหน้าแดงๆ ของอีกฝ่ายอยู่ดีตอนที่ได้ยินเสียงอู้อี้แต่ทว่าก็ชัดเจนในความรู้สึก “ผมรักพี่ควอตซ์นะครับ”

 

ควอตซ์หัวเราะในลำคอกอดรัดคนในอ้อมแขนแน่นขึ้น ไม่บ่อยนักหรอกที่เด็กดื้อของเขาจะพูดจาน่ารักแบบนี้ แล้วคิดดูเถอะ... มาบอกรักกันแบบนี้ มาทำตัวน่ารักแบบนี้ ในเวลานี้ จนเขานึกอยากจะรังแกมัมมี๊ขึ้นมาจริงๆ

 

 

“พี่ก็รักน้ำเหนือ ดื้อของพี่!”

 

 

 

 

 

ต่อค่ะ

 

 

 

ฟ้ามืดลงแล้ว เป็นเวลาที่ใครหลายคนต่างพักผ่อนไม่ว่าจะเป็นการดูโทรทัศน์ เล่นคอมพิวเตอร์ หรืออ่านหนังสือเพื่อผ่อนคลาย เช่นเดียวกับครอบครัวบริสตันที่รวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นเพื่อดูโทรทัศน์ด้วยกัน จะขาดก็แค่คุณแม่ลูกสองที่หอบอุ้มลูกน้อยทั้งสองคนขึ้นไปบนห้องเพื่อป้อนนมและจับลูกเข้านอน

 

“ผมว่า... ผมไปช่วยน้องดูแฝดดีกว่า เกิดงอแงขึ้นมาน้ำเหนือคนเดียวคงไม่ไหว” ลูกชายคนโตของคุณหญิงมรกตว่าก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องนั่งเล่นเมื่อได้ยินเสียงตอบรับเห็นด้วยของคุณหญิงมรกตและคุณโทมัส

 

ร่างสูงก้าวขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านก่อนจะเปิดประตูห้องนอนของตัวเอง รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าคมคายทันทีเมื่อได้ยินเสียงนุ่มๆ กำลังขับร้องเพลงกล่อมลูกน้อยนอน

 

“อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม อุ่นอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกอง รักเจ้าจึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน ให้กายเราใกล้ตา ให้ดวงตาใกล้ตา ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน”

 

ควอตซ์ยืนมองคนรักที่นอนตะแคงอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ ข้างๆ มีเบาะที่นอนเด็กวางอยู่และบนเบาะนั้นก็มีเจ้าแฝดตัวน้อยนอนตาปรือมองมัมมี๊

 

“อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร แม่พร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่ง...”

 

เสียงร้องเพลงของน้ำเหนือนั้นฟังสบายและลื่นหู แต่คงไม่เพราะเท่านักร้องมืออาชีพ แต่ในความรู้สึกของคนฟังอย่างควอตซ์เขาคิดว่า... เสียงนี้เป็นเสียงที่เพราะมาก เพราะ... เพราะว่าเป็นเสียงที่ร้องออกมาจากใจของคนเป็นแม่

 

แล้วก็ดูเหมือนว่าลูกน้อยเองก็จะชอบเสียงร้องเพลงกล่อมของมัมมี๊เช่นกัน เพราะแม้จะตาปรือใกล้หลับแต่รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยังอยู่

 

น้ำเหนือร้องจนจบเพลงแล้ว และเริ่มร้องใหม่อีกรอบ พร้อมๆ กับที่ลูกน้อยคล้อยหลับไป เจ้าตัวยังคงรอเพลงต่อดูจนแน่ใจว่าลูกทั้งสองหลับแล้วจึงค่อยๆ อุ้มลูกขึ้นโดยที่ยังร้องเพลงกล่อมไม่หยุด

 

ควอตซ์ขยับเข้าไปใกล้ก่อนจะอุ้มพี่ฮาร์ทขึ้นพร้อมกับที่น้ำเหนืออุ้มน้องเดียร์ ก่อนจะวางลูกน้อยทั้งสองลงบนเตียงนอนสำหรับเด็ก แกว่งไกวเบาๆ และร้องเพลงกล่อมอีกรอบ

 

"น้ำเหนือร้องเพลงเพราะ” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหูพร้อมกับแขนที่โอบรอบเอวเอาไว้

 

"ผมร้องไม่เพราะหรอกครับ ร้องเพี้ยนด้วย” คนร้องเพลงว่า หดใบหน้าหลบปลายจมูกโด่งๆ ที่ขยับมาคลอเคลียที่แก้มนวล

 

รู้สึกว่าหลายวันมานี้แด๊ดดี๊จะชอบทำรุ่มร่ามใส่บ่อยๆ ทุกครั้งที่มีโอกาส

 

"เพราะสิ เพราะว่ามัมมี๊ตั้งใจร้องให้ลูกฟังไง มันถึงได้เพราะ"

 

“พี่ควอตซ์... ทำไมซน...” คนโดนทำรุ่มร่ามใส่ปราบเสียงเบา ยกมือขึ้นจับมือของคนรักที่เริ่มสอดเข้าไปใต้เสื้อ

 

คนฟังหัวเราะขำ ดึงมือของตัวเองออกมาก่อนจะเปลี่ยนเป็นอุ้มคนรักขึ้นแทน “ไปอาบน้ำกันดีกว่า จะได้รีบมานอน”

 

“พี่ควอตซ์อาบก่อนก็ได้ เดี๋ยวผมอาบทีหลัง” น้ำเหนือว่า ใบหน้าขาวๆ เริ่มขึ้นสีระเรื่อเมื่อเห็นสายตาพราวระยับของคนรัก

 

ควอตซ์หัวเราะอีกรอบแต่เขาก็ไม่ปล่อยอีกฝ่ายลง อีกทั้งยังเดินตรงไปในห้องน้ำแล้วถึงได้ปล่อยน้ำเหนือ “แค่อาบน้ำด้วยกันเฉยๆ พี่ไม่ทำอะไร สัญญา”

 

อีกคนได้แต่ทำหน้ามุ่ยจนโดนขโมยหอมแก้มไปที ต้องรีบยกมือกุมแก้มเอาไว้ ไม่รู้ว่าเชื่อได้ไหมกับคำพูดนั้นแต่อีกฝ่าย... ก็ยังไม่เคยผิดสัญญาเลยสักครั้ง

 

ควอตซ์ปล่อยคนรักยืนทำมุ่ยส่วนตัวเขาก็เดินไปเปิดน้ำใน่อ่าง เติมบับเบิ้ลบาธพร้อมกลิ่นหอมอโรม่าลงในอ่าง หันกลับไปมองคนรักที่ยังยืนนิ่งก็ยกยิ้มขำ

 

"อาบน้ำเร็ว จะได้รีบไปนอนเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว หรือจะให้พี่ช่วยถอดชุดดี”

 

“ผ ผมทำเองได้ครับ พี่ควอตซ์จัดการตัวเองไปเถอะ” ใบหน้าขาวแดงก่ำตอนที่เห็นคนรักถอดเสื้อจนต้องรีบหันไปอีกทาง

 

ยังไงน้ำเหนือก็ยังไม่ชินสักที...

 

น้ำเหนือสั่งคนรักที่ลงไปแช่ในอ่างแล้วให้หลับตา ซึ่งอีกฝ่ายนอกจากจะหัวเราะขำแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรยอมหลับตาลงตามที่อีกฝ่ายบอก เมื่อดูจนแน่ใจแล้วน้ำเหนือถึงได้ถอดเสื้อผ้าตัวเองแล้วก้าวลงไปบ้าง ทันทีที่นั่งลงในอ่างคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้วก็คว้าเอวบางมากอดแล้วรั้งให้มานั่งตักทันที

 

“อ๊ะ! พี่ควอตซ์!!”

 

“ชู่... อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวเสียงก็ดังออกไปข้างนอกปลุกแฝดให้ตื่นหรอก” ควอตซ์ว่าซุกใบหน้าตัวเองลงกับลาดไหล่ของคนรัก “พี่แค่อยากอยู่กับเราสองคนบ้าง”

 

คำพูดที่เอ่ยออกมาทำให้น้ำเหนือชะงักไป ร่างบางที่ยังนั่งเกร็งในตอนแรกเริ่มผ่อนคลายและเอนพิงอกกว้างของคนรัก สองเดือนก่อนจะคลอดแม้ควอตซ์จะอยู่ชิดตัวไม่ห่างจากน้ำเหนือแต่นั่นก็เพื่อคอยดูแลช่วยเหลือคนท้องที่ไม่สามารถลุกเดินไปไหนมาไหนได้ อีกหนึ่งเดือนถัดมา... เวลาส่วนใหญ่ของน้ำเหนือหมดไปกับการดูแลลูกแฝดทั้งสองคน ส่วนควอตซ์เองก็ต้องกลับไปทำงาน กลับมาบ้านต่างคนก็ต่างรู้สึกเหนื่อยกันไปหมดแล้ว

 

"น้อยใจเหรอครับ"

 

ควอตซ์ยิ้มขำกับคำถามนั้น “เปล่าน้อยใจ ไม่ว่ายังไงตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือแฝด แต่ถ้าพอมีเวลาพี่ก็อยากอยู่กับเราแบบนี้บ้าง”

 

น้ำเหนือได้แต่พิงอกอีกคนเอาไว้ สองมือสอดประสานเข้าที่มือใหญ่ ปล่อยให้ปลายจมูกโด่งและริมฝีปากร้อนๆ สัมผัสไปทั่วแก้มนวล ทั้งคู่แช่น้ำกันอยู่ไม่นานก็พากันลุกไปล้างตัวก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ น้ำเหนือเดินไปหยิบชุดนอนมาส่งให้คนรักก่อนจะแยกไปแต่งตัว

 

“วันนี้แฝดดื้อหรือเปล่า” ควอตซ์ถามเมื่อคนรักเดินมาทิ้งตัวลงนอนข้างๆ กัน

 

“ไม่ครับ มีแค่งอแงตอนหิวกับตอนไม่สบายตัวเท่านั้น พี่ควอตซ์ละครับดื้อหรือเปล่า” น้ำเหนือตอบก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะจนคนฟังนึกมันเขี้ยวต้องยื่นหน้ามางับเบาๆ ที่ปลายจมูก

 

คำว่าที่ถามว่า เขาดื้อหรือเปล่า ก็หมายถึงว่าเขาตั้งใจทำงานหรือเปล่า

 

“ไม่ดื้อครับ ไม่ดื้อไม่ซนด้วย” ควอตซ์กำลังคิดว่าเขาชอบที่จะหอมแก้มน้ำเหนือ แก้มขาวๆ นั้นนุ่มนิ่มไม่ต่างจากแก้มแฝด เห็นแล้วน่ามันเขี้ยวจนอยากจะกัดลงไป “เดี๋ยวพรุ่งนี้มีนัดคุยกับสถาปนิกเรื่องแบบบ้านนะ”

 

“ที่ไหนเหรอครับ” หันหน้าหลบปลายจมูกอีกคนไปด้วย ก่อนจะมองอีกฝ่ายตาขวางเพราะสุดท้ายนอกจากจะโดนหอมแก้มไปแล้วยังโดนกัดแก้มอีกด้วย

 

“ที่บ้านนี่แหละ ช่วงสิบโมงสิบเอ็ดโมง พรุ่งนี้พี่ไม่ได้เข้าบริษัท” พอเห็นน้ำเหนือเอาแต่หลบไม่ยอมให้หอมแก้มควอตซ์ก็ยิ่งรู้สึกอยากแกล้งจนต้องคว้าเอวอีกฝ่ายเข้ามากอด จับมือทั้งสองข้างเอาไว้แล้วก้มลงฟัดแก้มขาวๆ นั้นจนเต็มรัก

 

ไม่รู้ว่าเพราะเลี้ยงลูกอยู่ใกล้เด็กอ่อนหรือเปล่า ควอตซ์รู้สึกว่าน้ำเหนือมีกลิ่นเหมือนเด็กอ่อน กลิ่นหอมๆ นุ่มๆ น่าฟัดเป็นที่สุด เขานึกอยากฟัดเจ้าแฝดวันละหลายๆ รอบ แต่ทำไม่ได้ อย่างนั้นก็ขอฟัดมัมมี๊แทนก็แล้วกัน

 

สุดท้ายกว่าน้ำเหนือจะโดนปล่อยตัวแก้มทั้งสองข้างก็แดงก่ำ ทั้งเขินอาย ทั้งรู้สึกว่าแก้มจะช้ำเพราะโดนฟัดไม่หยุดจากคนตัวโตกว่า พอถูกปล่อยตัวมือขาวก็ตีปักเข้าที่กลางอกพร้อมกับมองค้อนตาขวาง ยกมือกุมแก้มทั้งสองข้างของตัวเองไว้

 

คนโดนตีก็ไม่มีสลด อีกทั้งยังหัวเราะชอบใจอีกด้วย

 

“นอนๆ นอนได้แล้ว” ควอตซ์ว่า รั้งคนที่หนีไปเสียชิดเตียงเข้ามากอดอีกรอบ “ต้องให้พี่ร้องเพลงกล่อมไหม”

 

“ร้องสิครับ จะได้ร้องกล่อมแฝดอีกรอบด้วย” คนฟังก็พยักหน้าหงึกหงักทันที พออีกคนยังนิ่งก็อ้อนต่อ “นะครับ นะ”

 

“พี่ไม่รู้จักเพลงกล่อมเด็กภาษาไทยเท่าไหร่”

 

“อย่างนั้นเอาเพลง little star ก็ได้” มือบางจับที่แขนของคนรักพร้อมเขย่าด้วยท่าทางเหมือนเด็กๆ ใบหน้าน่ารักซบลงที่อกกว้าง “นะครับ”

 

“ดื้อ...” มืออีกคนยื่นมาบีบจมูกเบาๆ ก่อนจะกระชับกอดคนรักเอาไว้แน่นขึ้น

 

น้ำเหนือไม่เคยได้ยินอีกฝ่ายร้องเพลงมาก่อน เสียงทุ้มๆ นั้นน่าฟังแม้จะไม่ได้เพราะอย่างกับนักร้องแต่ก็มีความน่าฟังเป็นอย่างมาก ความรู้สึกที่ควอตซ์เอ่ยชมว่าเขาร้องเพลงเพราะคงจะเป็นแบบนี้ ร้องเพราะ ไม่ใช่เพราะเสียงดี แต่เพราะความรู้สึกของการร้องต่างหากที่ทำให้เพลงนั้นเพราะ แม้จะเป็นเพลงเด็กๆ อย่างเพลงนี้ก็ตาม

 

Twinkle, twinkle, little star. How I wonder what you are. Up above the word so high. Like a diamond in the sky.”

 

ควอตซ์ร้องเพลงกล่อมคนรัก และไม่ใช่แค่กล่อมน้ำเหนือแต่รวมไปถึงฝาแฝดที่ขยับตัวเหมือนจะตื่นด้วย พอได้ยินเสียงแด๊ดดี๊ร้องเพลงปากน้อยๆ ของทั้งคู่ก็หาวกว้างก่อนที่จะหลับกันไปอีกรอบโดยที่มือของทั้งคู่กำลังจับกันอยู่

 

 

 

 

 

แสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าส่องลอดผ่านต้นไม้ใหญ่จนสนามหญ้าเห็นเป็นเงาทอดยาว แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกร้อนอะไรเพราะสายลมเย็นๆ พัดผ่านตลอดเวลา คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อุ้มแฝดน้อยเดินเล่นไปมาในสวน กลิ่นหอมของดอกไม้ลอยมาตามลมทำให้รู้สึกผ่อนคลายอารมณ์

 

"แอะ... แอะ" น้องเดียร์ส่งเสียงร้องพร้อมขยับมือไปมา ปากน้อยๆ แย้มกว้างเหมือนจะชอบใจจนน้ำใสๆ เริ่มไหลออกมุมปาก

 

“น้ำลายไหลแล้วตัวเล็ก” น้ำเหนือที่อุ้มน้องเดียร์อยู่พูด หยิบผ้าอ้อมที่พาดอยู่บนไหล่ของตัวเองมาเช็ดปากให้ก่อนจะหอมแก้มนิ่มไปฟอดใหญ่ หันไปมองแฝดคนพี่ที่มุมปากก็มีน้ำไหลเยิ้มไม่ต่างกันก็ขมวดคิ้ว “พี่ควอตซ์ไม่เช็ดปากให้ลูกละครับ”

 

คนโดนถามเลิกคิ้วขึ้นก้มมองพี่ฮาร์ทที่เขากำลังอุ้มอยู่ ก่อนจะหยิบผ้าอ้อมบนไหล่ตัวเองบ้างแต่แทนที่จะเช็ดปากให้ลูกกลับส่งผ้าให้เสียอย่างนั้น “พี่ฮาร์ททำปากเลอะ ไหนเช็ดสิ”

 

“แอะ แอ้” เจ้าตัวน้อยส่งเสียงเหมือนจะประท้วงที่โดนแด๊ดดี๊แกล้ง มือน้อยๆ ที่กำอยู่ขยับขึ้นลง

 

“พี่ควอตซ์ก็แกล้งลูก” น้ำเหนือต่อว่าคนรักแบบไม่จริงจังมากนักก่อนจะใช้ผ้าให้มือของตัวเองเช็ดปากให้พี่ฮาร์ทแทน

 

คนโดนว่าหัวเราะก่อนจะก้มลงหอมแก้มมัมมี๊ไปทีเพราะมันเขี้ยวคนรักก่อนจะเลยไปหอมแก้มน้องเดียร์กับพี่ฮาร์ทอีกคนละที

 

“พี่ควอตซ์นี่ละก็!”

 

“มันเขี้ยว ไหนเอาแก้มมาให้กัดหน่อย” ควอตซ์พูดตั้งท่าจะก้มลงกัดแก้มคนรักจริงๆ อย่างที่พูด น้ำเหนือเลยได้แต่เบี่ยงหลบก่อนจะอุ้มน้องเดียร์พาเดินเล่นไปรอบๆ แทน

 

จนกระทั่งแดดเริ่มแรงขึ้นควอตซ์เลยชวนน้ำเหนือให้พาลูกกลับเข้าไปในบ้านก่อนที่จะไม่สบาย

 

"คุณควอตซ์คะ สถาปนิกที่นัดเอาไว้มาแล้วค่ะ” สาลี่เดินเข้ามาบอก

 

"พาพวกเขาเข้ามาเลย" ควอตซ์หันไปตอบ วางพี่ฮาร์ทบนเบาะเด็ก ก่อนจะหันไปโอบเอวคนรักพาเดินไปที่ห้องรับแขกอีกห้อง โดยไม่ลืมบอกให้สาลี่และเมดอีกคนเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนคุณหนูน้อยในห้องนั่งเล่น

 

ทั้งคู่ยกมือรับไหว้แขกทั้งสองคนที่นั่งรออยู่ในห้องรับแขก ก่อนที่จะเดินไปนั่งที่โซฟาตัวยาว ส่วนแขกทั้งสองคนนั้นยังโซฟาเดี่ยวกันคนละตัว

 

“ที่ได้โทรคุยกับคุณควอตซ์ คุณควอตซ์บอกกับทางเราเอาไว้ว่าอยากได้แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น เราก็เลยเตรียมแบบมาให้ทางคุณได้เลือกดูก่อนว่าชอบแบบไหน แต่ถ้าไม่มีแบบที่ชอบจริงๆ เราก็จะดีไซน์ให้ใหม่ค่ะ” เซลล์ของบริษัทพูดพร้อมกับส่งแฟ้มเล่มหนาให้กับควอตซ์ได้เลือก

 

ทั้งสองคนค่อยๆ เปิดแบบบ้านดูทีละแบบเรื่อยๆ แบบไหนถูกใจก็หยิบออกมาเอาไว้ตัดสินใจอีกที ส่วนใหญ่คนโตกว่าก็จะหันไปถามความคิดเห็นของคนที่นั่งข้างๆ

 

ใช้เวลาเลือกกันอยู่เกือบชั่วโมงก็ได้แบบที่ถูกใจที่สุด ซึ่งสถาปนิกที่มาด้วยก็คอยให้คำแนะนำตลอด บางส่วนที่อยากเพิ่มเติม บางส่วนที่อยากเอาออก คุยรายละเอียดกันอีกเกือบชั่วโมงถึงเรียบร้อย ก่อนที่ควออตซ์จะพาแขกทั้งสองคนไปดูที่ ส่วนน้ำเหนือให้อยู่ดูแฝดแทน

 

ที่ดินข้างๆ ที่ตอนนี้กลายมาเป็นของบริสตันเรียบร้อยแล้ว รั้วที่เคยแบ่งกันที่ดินทั้งสองผืนเอาไว้ก็ถูกรื้อออกหลังจากที่ทำเรื่องซื้อขาย โอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อย รวมไปถึงการรื้อถอนบ้านหลังเก่า ซึ่งการดำเนินการพวกนี้ถูกจัดการเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนที่น้ำเหนือจะออกจากโรงพยาบาลเสียอีก

 

ตอนที่น้ำเหนือรู้เรื่องเจ้าตัวก็อึ้งไปสักพักไม่คิดว่าทุกอย่างจะรวดเร็วและง่ายดายขนาดนี้ อิทธิพลของบริสตันนี่ไม่ใช่เล่นๆ เลยทีเดียว

 

“ฮาร์ทกับเดียร์อยากได้บ้านหลังใหม่ไหมครับ แด๊ดดี๊จะสร้างบ้านให้นะ ชอบไหม” น้ำเหนือคุยกับฝาแฝดอยู่ในห้องนั่งเล่น

 

มองทั้งสองคนที่ขยับตัวเหมือนจะกระเถิบตัวไปมาแล้วก็ยิ้มออกมา จับแฝดน้อยนอนหงายอยู่ข้างๆ กัน ก่อนจะโน้มตัวลงไปใกล้ๆ ใบหน้าเล็กๆ นั้น จับมือของทั้งคู่เอาไว้แล้วใช้ริมฝีปากงับๆ ให้เจ้าตัวน้อยส่งเสียงอ้อแอ้ออกมา

 

“เดี๋ยวมัมมี๊จะทำสนามหญ้าไว้ให้เยอะๆ ดีไหม พวกหนูจะได้วิ่งเล่นได้” พูดคุยกับทั้งสองพี่น้อง พอทั้งฮาร์ทและเดียร์ส่งเสียงก็พยักหน้ารับเหมือนจะเข้าใจ “ชอบเหรอ ชอบใช่ไหมจะได้มีที่วิ่งเล่น”

 

"แอะ แอ้...”

 

“แอ้แอ้”

 

ทั้งคู่ส่งเสียงยกใหญ่พร้อมกับถีบแขนถีบขาด้วยท่าทางน่ารักจนน้ำเหนือหัวเราะออกมา พลางนึกไปถึงเต่าที่โดนจับหงายท้องแล้วมันพยายามขยับตัว ดูๆ ไปแล้วทั้งพี่ฮาร์ทน้องเดียร์ก็เหมือนไม่ใช่เล่น

 

นั่งโน้มตัวนานๆ ก็เริ่มเมื่อยตัว น้ำเหนือเลยเปลี่ยนเป็นนอนลงข้างๆ แฝด มองทั้งสองคนที่ร้องอ้อแอ้พร้อมขยับตัวไปมาเพลินๆ จนสุดท้ายก็เผลอหลับไป

 

ควอตซ์ที่ส่งแขกทั้งสองคนเรียบร้อยแล้วเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เจ้าตัวเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงอ้อแอ้ๆ ของลูกแฝดแต่กลับไม่ได้ยินเสียงแม่ของลูกเลยสักนิด พอเดินเข้าไปใกล้ก็ต้องเผยยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าคนรักของตนนั่นนอนหลับไปแล้วอยู่ข้างๆ ลูกแฝด ส่วนสองแฝดก็พงกหัวขึ้นมองเขาแล้วร้องอ้อแอ้ไม่หยุด

 

“ว่าไงหือ มัมมี๊หลับไม่มีเพื่อนเล่นด้วยหรือไง” ควอตซ์ก้าวข้ามที่กั้นเข้าไปก่อนจะคว้าลูกน้อยทั้งสองมากอดเอาไว้ทั้งคู่

 

“แอ้ๆ”

 

“แอ้”

 

ควอตซ์ไม่รู้หรอกว่าสองแฝดจะสื่ออะไรแต่ก็อดรู้สึกขำทุกครั้งไม่ได้เวลาได้ยินเสียงอ้อแอ้พวกนี้ เขาหันไปมองน้ำเหนือที่หลับสบายแล้วก็ไม่อยากจะปลุกแต่เพราะมันบ่ายแล้ว อีกฝ่ายยังไม่ได้ทานข้าวกลางวัน ยังไงก็คงต้องปลุกให้ตื่นนั่นแหละนะ

 

ร่างป้อมๆ ของแฝดค่อยๆ ถูกวางลงบนตัวน้ำเหนือใกล้ๆ กับใบหน้าน่ารัก “ปลุกมัมมี๊หน่อยครับ จะได้ให้มัมมี๊ลุกมากินข้าว”

 

“แอ้ๆ แอะ... แอ!” เหมือนจะเข้าใจคำพูดของแด๊ดดี๊ เพราะทั้งพี่ฮาร์ทและน้องเดียร์ส่งเสียงกันยกใหญ่เหมือนจะปลุกคนหลับให้ตื่น มือน้อยๆ ขยับไปมาจนโดนหน้าโดนตัวน้ำเหนือ

 

คนที่หลับอยู่เลยรู้สึกตัวตื่น น้ำเหนือรู้สึกหนักๆ ที่อกตัวเอง ไหนจะเสียงแง้วๆ ที่ดังรบกวนการนอนนั่นอีก ดวงตากลมโตค่อยๆ ลืมขึ้น เจ้าตัวกระพริบตาปริบๆ มองใบหน้าของลูกน้อยอย่างงุนงง แต่พอเลื่อนสายตาเลยลูกชายไปก็เห็นควอตซ์นั่งยิ้มอยู่ ไม่ต้องเดาให้ยากก็รู้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นคนอุ้มลูกมานอนทับเขาแน่นอน

 

ควอตซ์ที่เห็นคนรักตื่นแล้วก็ขยับมาอุ้มลูกออกเพื่อให้อีกฝ่ายขยับลุกขึ้นนั่ง น้ำเหนือยกมือขยี้ตาเล็กน้อย “คุยเสร็จแล้วเหรอครับ”

 

“เสร็จแล้ว ลุกเถอะไปกินข้าวกัน บ่ายแล้ว” ควอตซ์ตอบ ยกมือมาลูบผมที่ยุ่งนิดๆ ของคนรักให้

 

“เดี๋ยวผมให้นมแฝดก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวไปกินข้าวกัน” น้ำเหนือพูด ซึ่งอีกคนก็พยักหน้ารับ เห็นอย่างนั้นน้ำเหนือก็เลยอุ้มน้องเดียร์ขึ้นมาก่อนเพื่อป้อนนมให้ลูก ส่วนพี่ฮาร์ทก็ปล่อยให้เล่นกับแด๊ดดี๊ไปก่อน

 

หลังจากป้อนนมแฝดเสร็จคุณพ่อคุณแม่ก็พาลูกน้อยเข้านอน เมื่อฝาแฝดหลับก็ได้เวลาที่ควอตซ์กับน้ำเหนือไปทานข้าวกลางวันกันบ้าง แม้เวลาจะเลยมาเกือบบ่ายสองแล้ว

 

“กินเยอะๆ นะเหนือ เลี้ยงแฝดเหนื่อยๆ ต้องเพิ่มพลังเสียหน่อย” พูดไปก็ตักกับข้าวเมนูโปรดของคนรักให้

 

อีกฝ่ายยิ้มขอบคุณก่อนจะตักอาหารกลับคืนบ้าง “พี่ควอตซ์ก็เหมือนกันนะครับ มัวแต่ตักให้ผมไม่ตักกินสักที”

 

ฝ่ามือหนายกขึ้นวางบนกลุ่มผมนุ่มจับศีรษะอีกฝ่ายโยกเบาๆ อย่างเอ็นดูก่อนจะเริ่มลงมือจัดการกับอาหารของตัวเองบ้าง

 

“จริงสิ... อาทิตย์หน้าพาแฝดไปโรงพยาบาลใช่ไหม” ควอตซ์ถามขึ้นอย่างนึกขึ้นได้

 

“ใช่ครับ คุณหมอนัดไปฉีดวัคซีนด้วย ครบสองเดือนแล้ว”

 

“จะว่าไป... ก็เร็วเหมือนกันนะ เหมือนเพิ่งจะคลอดเอง อาทิตย์หน้าก็สองเดือนแล้ว” พูดยิ้มๆ พลางนึกไปถึงพี่ฮาร์ทกับน้องเดียร์ที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้องนั่งเล่น

 

ในความคิดเขารู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมากทีเดียว เหมือนรู้สึกว่าเขาเพิ่งพาน้ำเหนือกับฝาแฝดกลับมาบ้านเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง แต่ตอนนี้แฝดอายุจะครบสองเดือนอยู่แล้ว เขาไม่รู้ว่าชีวิตของการเป็นพ่อเป็นแม่คนสำหรับคนอื่นจะผ่านไปเร็วเหมือนที่เขารู้สึกอยู่ตอนนี้หรือเปล่า

 

แม้บางวันจะเหนื่อยกับการรับมือกับความงอแงของลูกชาย แต่ในทุกๆ วัน ไม่มีวันไหนเลยสักวันที่เขาไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ

 

เป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ...

 

 

 

 

 

 

 

************************************************

ครบค่ะ เรื่องนี้มีแต่ความละมุนจนไม่รู้จะพูดอะไรเลยดี ก็เอาเป็นว่า... ในแต่ละตอนก็จะเห็นพัฒนาการของหลานๆ กันไปแล้วกันเนอะ ^^ ส่วนคุณพ่อก็ยังไม่ได้หม่ำๆ มัมมี๊นะคะ ต้องรอต่อไปก่อนยาวๆ เลย ฮ่าาาา

 

 

ครอบครัวบริสตันนี่เป็นครอบครัวในฝันของใครหลายๆ คนจริงๆ เป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ คำพูดนี้เหมาะกับครอบครัวนี้จริงๆ ค่ะ เนอะๆ ยังไงก็เจอกันตอนหน้านะคะ ^^

 

ปล. มีคำผิด บอกได้ค่า

 

อาจจะมาช้าหน่อยแต่ก็จะไม่ทิ้งไปไหนแน่นอนค่ะ หวังว่าจะเข้าใจกันนะคะ เป็นกำลังใจให้ฟางด้วยค่ะ ^^

 

ถ้าชอบถูกใจก็คอมเมนต์กันเนอะ ขอเลยค่าขอคอมเมนต์เลย ขอกันแบบนี้นี่แหละ แฮ่...

 

สำหรับเฟสบุ๊คค่ะ https://www.facebook.com/fgc32yaoi

 

สำหรับทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/Fangiily_GC

 

เข้าไปพูดคุย สอบถาม ทวงหานิยายกันได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคน ทุกข้อสงสัย(ที่ตอบได้จ้า)

 

ฝากอุ้มรักด้วยนะคะ อย่าลืม กดเฟบ กดเมนต์ กดโหวด กดแชร์ แล้วแต่สะดวกเลยน๊า คนละนิดคนละหน่อยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ ขอบคุณค่ะ

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น